pandagroup  >>  สิ่งดีๆที่บอกต่อ

บันทึกจากรัฐปัตตานี + ความจริงที่หลายคนไม่เคยรู้ ...
    บทที่ ๑
แรงบันดาลใจ

ผมมีแรงบันดาลใจอย่างมากว่า จะต้องค้นหาความจริงว่าอะไรคือปัญหาที่แท้จริงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้
ผมอยากรู้ว่ามันเป็นเรื่องโจรแบ่งแยกดินแดนรัฐปัตตานี หรือว่ามันเป็นเรื่องของกลุ่มผลประโยชน์แย่งกันเป็นใหญ่
หรือว่ามันเป็นเรื่องขัดแย้งทางศาสนา บังเอิญในขณะจิตเกิดคำถามเช่นนั้นขึ้น ผมโชคดีได้เข้าสู่พื้นที่ ๓ จังหวัด
ชายแดนภาคใต้อย่างคาดไม่ถึง เรื่องของเรื่อง ผมติดต่องานรับเหมาช่วงได้ ในโรงแยกแก๊ส จะนะ จังหวัด
สงขลา เมื่อได้งาน ผมก็ต้องเข้าไปควบคุมงานด้วยตนเอง ผมจึงได้โอกาสฝังตัวเงียบๆอยู่ในพื้นที่
ตั้งแต่วินาทีนั้น ทุกสิ่งอย่างที่ผมอยากรู้ ผมค้นหาโดยไม่รอช้า ระหว่างที่ผมกำลังทำงานควบคุมรับเหมาวางท่อก่อสร้างโรงงานแยกแก๊ส เป็นช่วงสถานการณ์ใต้ เพิ่งจะเริ่มมีปัญหาใหม่ๆ ต่อมาไม่นาน ความเลวร้ายทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น มีการลอบฆ่า ลอบยิง เผาวัด ฆ่าตัดคอ !
ผมแอบเดินทางไปมาตามพื้นที่อันตราย หวังจะได้รู้ได้เห็นความเป็นจริงด้วยตัวเอง เพื่อจะเอาไป
เป็นวัตถุดิบเขียนให้กับหนังสือพิมพ์บ้านเมือง ที่ผมเขียนประจำอยู่ที่หน้า ๕ คอลัมน์การเมือง ชื่อคอลัมน์ "มอง
โลกในแงดี" ซึ่งครั้งแรกผมใช้นามปากกา "เกียรติก้อง มองไกล" โดยส่งต้นฉบับให้ทุกวันที่หัวหน้ากองบ.ก. คุณวิเชียร อินจนา ต่อมาจึงใช้ชื่อจริง สอาด จันทร์ดี เอาออกมาเขียน เพราะหวังว่า ถ้าใช้ชื่อจริง
เขียน จะช่วยให้ฝ่ายรัฐบาล ได้เกิดความเชื่อถือ
แต่เอาเข้าจริง มีคนเขาว่า เขียนไปไมผิดกับเป่าสากยังไงยังงั้น เมื่อคนเขาว่า เป่าสากยังไงยังงั้น ผมก็
บอกว่าไม่เป็นไร จะเขียนเป็นเล่ม ฝากให้ลูกหลานเอาไว้อ่านในวันข้างหน้า ผมจึงตั้งใจลำดับเรื่องราว เล่าความจริงเอาไว้ในหนังสือเล่มนี้
ผมมีแรงบันดาลใจมากมาย ที่จะทำหนังสือเล่มนี้ให้มีค่าอย่างพอเพียง ท่านผู้อ่านอ่านไปเถิด ผมรับรองว่าท่านจะไม่เสียเวลาเปล่า เพราะเรื่องราวที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้ เกี่ยวข้องกับด้ามขวานแหลมทอง ทางตอนใต้สุดของประเทศท่านก็อยากรู้มิใช่หรือว่า เราจะรักษาด้ามขวานเอาไว้ได้หรือไม่ ?
โรงแยกแก๊ส จะนะ จังหวัดสงขลา



ภาพที่ ๑ เป็นที่ตัวโรงแยกแก๊ส จะนะ ที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปร่วมทำงาน ในตำแหน่งผู้จัดการโครงการ
(Project Manager) ทำให้ผมได้มีโอกาสได้รับวัตถุดิบเอามาเขียนหนังสือเล่มนี้
โรงแยกแก๊สแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ปัตตานีและยะลา

ภาพที่ ๒ เป็นภาพ "คนงาน" และช่างฝีมือ กำลังเดินเข้าสู่หน้างาน ในขณะตะวันกำลังจะโผล่ของฟ้า คน
งานทั้งหลายรู้ตัวดีว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีปัญหาร้ายแรง แต่ไม่มีใครอยากรู้เรื่องราว แต่ละคนจะพา
กันสงบปากสงบคำ ไม่นำเอามาวิพากย์วิจารณ์เลิกงานแล้วกลับห้องนอน ตื่นก็เข้าสู่งานเลย หมดสัญญาการจ้าง
เดินทางกลับภูมิลำเนาคืนนั้นเลย
ดังนั้น การที่ผมได้โอกาสทำงานในดินแดนอันตราย อยู่ในพื้นที่ด้วยตัวเอง ผมจะต้องแสวงหาความรู้ด้วยตัวเอง
ไม่ใช่นั่งเทียนเขียน ไม่ต้องรอสอบถามจากใคร ผมตระเวนไปเงียบๆ เอาตัวเข้าไปนั่งในร้านอาหาร เอาตัว
ไปหาข่าวในที่ต่างๆ ผมได้รู้ความจริงโดยไม่ยาก เพราะว่าในหมู่บ้านทั้งหลาย เขาพูดกันอย่างไม่ปิดบัง พวก
โจรกับชาวบ้านเขาอยู่ด้วยกัน ปะปนรู้จักหน้าตา รู้ว่าเป็นลูกหลานของใคร ไปเรียนวิชากองโจรมาจาก
ประเทศไหน มีการส่งข่าวประสานงานกันอย่างทั่วถึง และ รวดเร็วมาก ผมรู้ความจริงทุกคนพร้อมรบ ไม่ว่า
จะเป็นหญิงหรือชาย
หูผมได้ยินเขาพูดกันว่า เขาฆ่าตัดคอยังน้อยไป
แท้ที่จริงจะต้องฆ่าล้างโคตร.......!!
ผมตกใจที่ได้ยิน นึกไม่ถึงเลยว่า ประเทศไทยจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่มันก็เป็นไปแล้ว ชาวบ้านถูกฆ่าทิ้ง
อย่างป่าเถื่อน โจรวางระเบิดสังหารไปทั่ว ทหารไม่มีวันรู้ดอกว่าใครเป็นโจร แต่โจรสามารถที่จะฆ่าตำรวจ
ทหาร ได้ตลอดเวลา
ผมได้รวบรวมความกล้า ถามเอากับคนที่ควรถาม
ถามว่า "เพราะอะไร...?"
ได้รับคำตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ เขาบอกว่าเขาไม่ใช่คนไทย เขาเกลียดคนไทย เขาจะทำอะไรก็ได้ เพื่อจะ
กวาดล้างคนไทยออกไป แล้วประกาศว่า เขาคือนักรบ พวกเขาไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย คำว่าก่อการร้าย เป็น
ความชั่วร้ายของ อเมริกา ไทยเป็นกะจ๊อกของอเมริกา เลยว่าตามอเมริกา
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 20:01] ( IP A:202.57.132.197 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 10787 Pageviews

ความคิดเห็นที่ 1
   นับแต่บัดนั้น ผมคิดอยู่ทุกลมหายใจว่า ก่อนจะตายจากโลกนี้ไป จะขอเขียนหนังสือ ฝากไว้ในโลกา ผม
บอกกับตนเองว่า แรงบันดาลใจมีมากเกินกว่าจะอธิบายเป็นถ้อยคำ
นี่เป็นบทแรก ในยี่สิบสี่บท ในการเขียนของ คุณสอาด จันทร์ดี ผู้เป็นคอลัมนิส ของหนังสือพิมพ์ไทย หลายฉบับ
ทั้งเคยศึกษาวิชาการเมือง จาก " ฮุก บาราฮับ " ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นนักทำงาน ตระเวนอยู่ในประเทศ
ตะวันออกกลาง และ อัฟริกา ล่าสุด ทำงานควบคุมการก่อสร้างอยู่โรงแยกแก๊ส จะนะ จ.สงขลา จึงได้วัตถุ
ดิบเอามาเขียน กระเทาะเปลือกไฟใต้ ใครบงการ ?

บทที่ ๒ ได้เพื่อน....
เล่าความลับให้ฟัง โดย สอาด จันทร์ดี

โรงแยกแก๊สในขณะนั้น เต็มไปด้วยปัญหารอบด้าน ม็อบตั้งประจันหน้าทำท่าจะปะทะกันไม่เว้นแต่ละวัน ทหารที่
มาตั้งบังเกอร์อารักขา ตัวทหารเองก็เอาตัวแทบไม่รอด พวกเราเป็นคนทำงานต้องระวังตัวแจ เพื่อนร่วมงาน
ในโครงการนี้มีหลายพันคน กระจายอยู่ในบริษัทผู้รับช่วง มีทั้งฝรั่ง เกาหลี มาเลเซีย พากันระวังตัวโดยไม่
ต้องอธิบาย บังเกอร์ทหารอยู่ใกล้ประตูเข้าออก พวกผมต้องเดินผ่านบังเกอร์ทั้งขาเข้า และขาออก
หน่วยงานของผมเป็นงานรับเหมาวางท่อในส่วน พี-๒ โดยมีช่างฝีมือจากเหนือและอีสาน เข้ามาเป็นลูกจ้างหลัก
ส่วนลูกมือ จ้างแรงงานหญิงชายจากพี่น้องชาวบ้านในท้องถิ่น โดยเฉพาะได้แก่ชาวจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส
ระเบียบการทำงานประจำวัน ช่างและคนงานทุกคนจะต้องไปถึงหน้างานก่อนเวลา ๐๖.๓๐ น.ทำงานจนถึง
๑๗.๐๐ น. หรือมืดจึงจะเลิก
ผมจะเรียกแถวทุกเช้า บอกกล่าวเล่าเรื่องของโครงการ ตลอดทั้งความเป็นมาที่น่ารู้ให้แก่เพื่อนร่วมงานฟัง
จะพูดอย่างนี้ทุกวันอย่างน้อยวันละ ๑๐ นาที เพื่อให้ทุกคนตระหนักในความปลอดภัย และสุดท้ายผมได้ฝากความ
ปรารถนาดีเอาไว้ให้หนุ่มสาวได้คิด
ผมบอกว่า แผ่นดินนี้เป็นของคนไทยทุกคน โรงแยกแก๊สที่เราก่อสร้างเสร็จ จะกลายเป็นสมบัติของชาวใต้ตลอด
กาล แล้วผมก็เล่าต่อไปว่า นี้เป็นโอกาสสำคัญทำให้หนุ่มสาวชาวใต้ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมชาติที่มา จาก
หลายจังหวัด ทั้งเหนือและอีสาน แล้วเราจะกอดคอกันทำงาน จนกว่าจะได้โรงแยกแก๊สทั้งโรง เอามาให้ชาวใต้
การเรียกแถวในลักษณะเช่นนี้ เป็นประเพณีของผู้รับเหมางานขนาดใหญ่ การเรียกแถวที่สำคัญที่สุด คือการ
ปฐมนิเทศเกี่ยวกับความปลอดภัย บริษัทที่รับเหมาในโรงแยกแก๊สมีหลายบริษัท แต่ละบริษัทจะเรียกแถวทุกเช้า
เหมือนกันหมด ต่างคนต่างนำวิธีการอบรมมาพูด แตกต่างกันออกไป บริษัทเหล่านั้น ประกอบด้วย อิตาเลี่ยนไทย
บริษัทบางกอก เป-โตร บริษัท แพม บริษัท บล้าสติ้ง กรุ๊ฟ บริษัทพวกนี้เป็นของคนไทย นอกจากนี้ก็มีบริษัทลูก
ของเกาหลี เช่น บริษัท โซโย บริษัท ชิเอเซีย บริษัท เร็ด-ซี เป็นต้น ตัวผมทำงานอยู่ บริษัท สยาม ซิตี้
โรงแยกแก๊สเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างไทยกับมาเลเซีย เรียกว่า ทราน ไทย-มาเลเซีย (Trans
Thai-Malaysia) หรือ TTM โดยมีบริษัท ซัมซุง จากเกาหลีใต้ เป็นผู้รับเหมาใหญ่ (Main Contractor)
บริษัท ซัมซุง ขนวิศวกรเกาหลีมาคุมงาน ด้วยการปล่อยให้บริษัทรับเหมาช่วง (Subcontractor) ซอยงาน
เอาออกไปทำ
โดยปกติ ชีวิตการทำงานในโครงการขนาดใหญ่ หนุ่มสาวชาวแรงงานจะมีชีวิตชีวาท่าทางกระฉับกระเฉง แต่ที่
โรงงานแยกแก๊สจะนะคราวนี้ มันหงอยเหงาเศร้าสร้อยแตกต่างจากอดีต เราแก้ความหงอยเหงาด้วยการ
อาศัย การเรียกแถวทุกเช้า เป็นเวลาของการปลุกใจ ปลุกประสาทให้ตื่น
หัวหน้าเซฟตี้ (ฝ่ายรักษาความปลอดภัย) จะเป่านกหวีดเรียกแถว ผมออกมายืนคอย คนงานหนุ่มสาววิ่งพรึบมา
จัดแถวโดยไม่ยาก
หนุ่มสาวชาวใต้ไม่เคยได้พบกันมาก่อน ตอนแรกๆก็ไม่ค่อยให้ความสนใจ แต่หลายวันเข้า เรามีเรื่องเร้าใจมา
พูดให้ฟังเสมอ หัวหน้าระดับแกนนำหลายคน ก็ได้ออกมาพูด เราช่วยกันคนละไม้ละมือ ในที่สุดความแจ่มใสก็
ค่อยๆเกิดขึ้นในหน่วยงาน
ลึกเข้าไปในความรู้สึก ไม่มีใครคิดว่าผมคิดอะไร และได้วางแผนอะไรหรือไม่ แต่ในฐานะผมเป็นคนมีอายุคน
เดียวของโครงการนี้ มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการโครงการ หรือเรียกกันในชื่อเป็นภาษานักก่อสร้างว่า โปรเจ็คท์
มาเนเยอร์ (Project Manager) ผมพอจะมีสิทธิพูดคุยอะไรได้เยอะแยะ อีกประการหนึ่ง เมื่อนายช่าง
ระดับทีมงาน ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ถึงจะมีขึ้อิจฉาปะปนอยู่บ้าง ก็ไม่สำคัญอะไร ทำให้ฐานะการเป็นผู้นำ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 20:03] ( IP A:202.57.132.197 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
    กลุ่มของผม มีอำนาจต่อรองกับคนงานได้มากขึ้น
อำนาจที่ผมมี อย่างแรกได้แก่การจ้างงาน ให้คุณให้โทษได้
อำนาจต่อมา ผมมีฐานะเป็นผู้จัดการโครงการตามกฎหมาย ไม่ใช่ตั้งตัวเอง ลูกจ้างของบริษัทจำนวนมากจึงให้
การยอมรับผม และนั่น.....คือโอกาสทอง ทำให้ผมได้รู้จักมักคุ้นกับหนุ่มสาวชาวยะลา ปัตตานี นราธิวาส
บางคนเป็นเครือข่ายโจร บางคนเป็นเพียงเครือญาติ และผมเชื่อเหลือเกินว่า บางคนเป็นโจรก่อการร้ายเสียเอง แต่จะทำอย่างไรได้ในสถานการณ์เช่นนั้น ไม่มีทางอื่นใดที่จะเฟ้นหาคนบริสุทธิ์ผุดผ่อง อีกอย่างหนึ่ง ไม่รู้จะเฟ้นหาทำไม ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด สงขลา นายสมพร ใช้บางยาง (ผมไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว) ได้
ขอร้องให้ทุกหน่วยงาน ว่าจ้างคนท้องถิ่นให้มากที่สุด เพื่อจะได้สร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น
หัวหน้างานของผมหลายคนเห็นดีเห็นงามด้วย ให้จ้างคนจาก ๓ จังหวัด บอกไม่ให้ เกรงกลัวอะไร อย่ากีดกันใคร แม้จะเป็นพวกก่อการร้ายก็ตาม จ้างเอาไว้ก่อน เพื่อความเป็นมิตร อีกประการหนึ่ง เราต้องแสดงออกก่อนว่า เราไม่มีการกีดกัน
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 20:04] ( IP A:202.57.132.197 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
    ผมอยากเอ่ยชื่อไว้ ๓ - ๔ คน เช่น นายประกอบจงคณารักษ์ นายช่างฝ่ายติดตั้งเครื่องจักร นายชูศิษย์ (หรือช้าง) เลาวนากิจกุล ผู้จัดการฝ่ายติดตั้งท่อ นายประภัทร ทิพย์โอสถ วิศวกรประจำโครงการ (Project Engineer) นายเกียรติเฉลิมรัฐ ไชยยาสิงห์ ตัวแทนบริษัทสยาม ซิตี้ คอร์ปปอร์เรชั่น แต่มีอีกไม่น้อยกว่า ๒๐ คน ที่เป็นคนในท้องถิ่น ผมไม่อาจเอ่ยชื่อเสียงเรียงนามได้ ถ้าผมเอ่ยชื่อออกไป อาจจะเป็นอันตรายแก่ ครอบครัวและชีวิตส่วนตัวของเขา
ขณะเดียวกันคนเหล่านั้น ไม่รู้ดอกว่าขณะผมทำงานอยู่ในหน้างาน ผมได้แสวงหาความ ลี้ลับควบคู่ไปด้วย ผมทำตัวเสมือนสายลับคนหาความจริง ค้นไปค้นมาทำให้ได้รู้ได้เห็นความ ลี้ลับดำมืด จากคำบอกเล่าของคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง นอกจากนี้ ผมโชคดีได้มีความสนิทสนมกับคนงานอีสานคนหนึ่ง พื้นเพเดิมเป็นหนุ่มอุบล ไปเป็นเขยปัตตานี สมัยยังไม่เข้มงวดเมื่อสิบปีก่อน แม้เขาจะเปลี่ยนศาสนาแล้ว แต่ใจของเขายังไม่ลืม หนุ่มอุบลคนนี้ เป็นกุญแจดอกสำคัญให้ผมได้รับฟังเรื่องต่างๆที่น่าระทึกใจ เขามีชื่อเสียงเรียงนามอย่างไร ก็ต้องใช้ชื่อสมมติ ขอสมมติชื่อหนุ่มผู้นั้นว่า " คีย์แมนโทน " แล้วผมก็เรียกเขาจนติดปากว่า คีย์แมนโทน ตัวเขาเองก็แปลกใจว่า ทำไมจึงตั้งชื่อเขาว่า คีย์แมนโทน ผมบอกเขาว่า " คีย์แมน" หมายถึง ลูกกุญแจ และคำว่าโทน หมายถึง " ลูกโทน " ยังไงล่ะ
คีย์แมนโทน นั่งอยู่ตรงกันข้ามกับผมในร้านอาหาร คลาดนาทวี ผมเลี้ยงดูเขาด้วยความเป็นกันเอง ด้วยความรู้สึกเป็นเชื้อสายอีสานโดยแท้ ผมยกย่องเขาด้วยความจริงใจ ผมบอกเขาว่าใจของเราบริสุทธิ์ทุกอย่าง เกิดเป็นคนไทยไม่แบ่งเชื้อชาติศาสนา เมื่อได้เป็นเขยก็ดีแล้ว แล้วคุณละหมาดเป็นไหม
เขาบอกว่าเขาละหมาดเป็น ละหมาดด้วยความศรัทธาแต่ไม่ดูดดื่ม พ่อตาเป็นคนดีมาก เคร่งศาสนา แต่เสียอยู่อย่างเดียว เขาไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนไทย พ่อตารักและหวงแหนเชื้อสายเดิมมาก ท่านรักมาเลเซียสุดหัวใจ
ผมรู้ว่าพ่อตาเกลียดคนไทย แต่ท่านก็ดีกับผม ท่านบอกให้ไปตามพี่น้องให้มาเปลี่ยนศาสนา ผมได้มาคนหนึ่งเป็น ลูกสาวของลุง ตอนนี้แต่งงานกับแขกกลันตันไปแล้ว
เรื่องราวเหล่านี้ คือเนื้อหาสาระในการพูดคุย โดยผมยังไม่ได้สอบถามอะไรที่ลึกกว่านี้
ออกจากร้านอาหาร ผมกลับห้องพัก เขาขับรถไปนอนบ้านเพื่อนเป็นการชั่วคราว เพราะบ้านเขาอยู่ไกลโข
เดินทางไปมาหลายชั่วโมง ทราบข่าวว่าเขกำลังจะรับภรรยาและลูกมาอยู่ด้วยในเร็ววัน แต่ผมได้บอกกับเขาว่า
ก่อนจะรับลูกเมียมาอยู่ด้วย ผมขอไปเยี่ยมพ่อตาของเขาได้ไหม เขารับปากบอกว่าจะต้องขออนุญาตกับพ่อตาก่อน
เขาขออนุญาตอยู่หลายวัน จึงได้โอกาส
มันเป็นโอกาสที่หาไม่ได้เลย เพราะว่าหมู่บ้านแห่งนี้มีสายของโจรก่อการร้ายหลายคน ตัวของคีย์แมนโทนบอกกับผมว่า รู้กันทั้งหมู่บ้านว่าใครเป็นใคร ไม่มีความลับ เพราะได้มีการประชุมอภิปรายที่หน้าบ้านบ้าง ในมัสยิดบ้าง สุดแต่สายของโจรจะกำหนด
ตัวของเขาเอง เขาไม่ได้ร่วมด้วย แต่ด้วยความที่เป็นเขย ก็ได้มีโอกาสรู้ ถ้าไม่รู้ก็จะถามเอากับภรรยา เธอก็จะเล่าให้ฟัง ภรรยารักเขามาก เธอบอกว่าถ้าไม่มีเขา เธอจะฆ่าตัวตาย เขาบอกว่าเขาทำงานหนัก ช่วย
เหลือครอบครัวอย่างเต็มที่ อีกอย่างหนึ่ง เขาทำตัวดูแลเอาใจใส่ภรรยาเป็นอย่างดี เขามีเธอเพียงคนเดียว
ทำให้เธอเกิดความเชื่อมั่นมาก และถือเขาเป็นสรณะ
โทนบอกต่อไปว่า " เธอรำพันกับผมว่าพระเจ้าส่งผมมาให้เธอ ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นอิสลามมาก่อนเลย..." สาวใต้นี้นะ เป็นคนน่ารักมาก เขาว่า
นี้คือจุดเริ่มต้นในการแลกเปลี่ยนสอบถามแบบมโนสาเร่ สื่อเข้าไปหาครอบครัวจนได้ไปเห็นบ้านเรือน ทำให้เกิดความเป็นกันเอง ทำให้พ่อตาของเขาที่เกลียดคนไทย แต่ก็เต็มใจต้อนรับ เพราะว่าบ้านเรือนตั้งอยู่ในประเทศไทย ลูกเขยก็เป็นไทยแท้ เขาจะปฏิเสธไม่ยอมให้คนไทยเข้าบ้าน จึงเป็นไปไม่ได้
แต่ผมก็ต้องระวังยิ่งยวดไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมา ผมเล่าให้พ่อตาของโทนฟังว่า ผมเคยไปทำงานในมาเลเซีย ๓ - ๔ ปี ผมเล่าไปเรื่อยเปื่อย และบอกเอาไว้ว่า ถ้าจะมีใครอยากทำงานกับผมอีกสองคน ส่งไปได้เลย ผมจะเอาเข้าไปทำงานทันที ว่าแล้วก็เอ่ยปากลาผมขอบคุณคีย์แมนโทนที่นำพาผมไปเยี่ยมครอบครัวของเขา
อยู่มาอีก ๑๐ วัน มีข่าวไม่ดี มันเป็นข่าวลือว่า โจรจะฆ่าพวกผมในไซท์งานอย่างน้อย ๕ คน พวกที่ถูก
ขึ้นบัญชีตาย เป็นพวกที่ใสหมวกขาว ระดับนายช่างและผู้จัดการ ผมจึงรีบถาม คีย์แมนโทนด่วนจี๋ เขาบอกว่าไม่ใช่ข่าวลือ ขอให้นายหัวรีบย้ายจากนาทวีไปอยู่นาหม่อม ใกล้กับหาดใหญ่ดีกว่า หรือไม่ก็เข้าไปอยู่ในหาดใหญ่เลย จะได้นอนหลับตาสบายตลอดทั้งคืน
คีย์แมนโทนมีอาการเป็นห่วงผมอย่างยิ่ง
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 20:06] ( IP A:202.57.132.197 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
    ผมกล่าวขอบคุณเขาที่ยืนยันข่าว ซึ่งข่าวนี้ไม่ได้ลือ รู้กันเฉพาะผมพวกนายช่างหมวกขาวทั้งหลาย พากันรับรู้ไปจนทั่ว บางคนทนฟังไม่ไหว รีบไปลาออก นายช่างใหญ่ของผมอีกคนหนึ่งชื่อ พงษ์ ธนกาญจน์ เดินทางไปถึงคืนเดียว รุ่งเช้าหิ้วกระเป๋าไปขึ้นเครื่องที่หาดใหญ่กลับกรุงเทพฯ
ผมบอกกับนายประกอบ จงคณารักษ์ และนายช่างประภัทร ทิพย์โอสถ ให้รีบหาที่ใหม่ด่วนจี๋ แล้วเราก็ย้ายออกจากนาทวีทันที เพื่อนร่วมงานบางคนบอกว่าหนีทันหวุดหวิด ถ้าออกช้าไปวันหนึ่ง รังรองได้เป็นผีเฝ้านาทวี หลังจากเราย้ายออกจากนาทวี อยู่มาอีก ๓ วัน ก็มีการวางระเบิดฆ่าทหารบนถนนสายนาทวี-จะนะ ทหารที่ตั้งบังเกอร์อยู่ที่โรงแยกแก๊ส คงจะทราบข่าวการตายของทหารจำนวนนั้น แต่ไม่มีการวิพากย์วิจารณ์ ไม่มีใครพูดกับใครเลย
ผมเดินเข้าไปในร้านลุงที่ขายกาแฟอยู่หน้าโรงงานแต่เช้าตรู่ ตัวลุงเองก็ไม่ถามหาเรื่องราวว่าทหารถูกยิงตาย
พวกคนงานเองไม่ว่าจะมาจากเหนือหรืออีสาน หรือแม้แต่คนงานที่มาจาก ๓ จังหวัด ก็พากันเก็บปากเงียบ
บรรยากาศรอบตัวในจำนวนคนนับพัน เงียบสงบ ทำประหนึ่งไม่รู้ไม่ชี้ แต่ในหัวใจลึกๆ ทุกคนทราบดีว่า บริเวณแถบนี้ไม่มีความปลอดภัยด้วยประการทั้งปวง ผมเคยทำงานร่วมกับคนงานแคมป์ใหญที่ระยอง มาบตาพุด และแม้แต่ต่างประเทศ ปกติเมื่องานเลิกแล้ว คนงานจะพากันสนุกสนานเฮฮา ร้องรำทำเพลงดื่มกิน หรือไม่ก็ตั้งวงไฮโล แต่ที่จะนะแห่งนี้ ไม่เป็นเช่นนั้น ทุกคนมีสัญชาตญาณให้กับตัวเองโดยไม่ต้องป่าวประกาศ
เมื่อเลิกงานแล้ว ก็รีบเข้าที่พัก หุงหาอาหารกินในบ้าน ไม่มีใครออกมาเที่ยวตลาด ตื่นแต่เช้ารีบเข้าสู่หน้างาน
หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย ได้เตรียมลานกว้างเอาไว้ตรงกลางสนามก่อสร้าง และ นัดแนะกันว่า ถ้าได้ยินหวอ....ให้ทุกคนทิ้งเครื่องไม้เครื่องมือ ดิ่งไปที่จุดนัดพบ พวกเกาหลี ซัมซุง พวกฝรั่ง และทหาร รักษาความปลอดภัย ถูกแนะนำให้รู้จักจุดนัดพบ
ผมมองดูบรรยากาศด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ผมตั้งคำถามกับตนเองว่า บ้านเมืองของเราแท้ๆ แต่ไม่แตกต่างจาก สนามรบ อยู่ในสนามรบยังไม่ต้องพะวงร้ายแรงขนาดนี้ เช่นในสมัยหนึ่ง ผมทำงานในท่ามกลางกระสุนที่ อีรัคตอนรบกับอิหร่าน ตอนทำงานก็สนุก เลิกงานแล้วก็สนุก
แม้ในสมันอีรัคบุกคูเวต เผาเมืองวายวอด คนงานยังพากันอยู่อย่างปลอดภัย ไม่ต้องตกใจกับทหารอีรัคที่แห่เข้าเมือง แต่ที่จะนะ....แผ่นดินของไทยแท้ๆ กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่แสนจะอึมครึมและน่ากลัวไปหมด
ความจริงแล้ว จะนะ อยู่ไกลจากยะลาไม่ใช่น้อย แต่สถานการณ์ที่จะนะ ไม่แตกต่างจากยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส ยังโชคดีที่โจรป่า ยังไม่ประกาศขึ้นบัญชี พวกโจรป่าได้ใช้ดินแดนในจะนะแถบนี้ให้เป็นประโยชน์ คล้ายกับเป็นสถานที่ซ่องสุมกำลังพล รวมไปถึงบางจุดในสงขลา สระทิ้งพระ และอื่นๆ
คีย์แมนโทนบอกกับผมว่า โจรเน้น ๓ จังหวัดก่อน มันแน่น...และเข้มข้นดี
คีย์แมนโทนบอกอีกว่า โจรตั้งเป้าเอาไว้ไม่เกิน ๓ ปี จะสามารถสร้างอำนาจต่อรองได้อย่างกว้างขวาง โจรจะยึดหมู่บ้านก่อน...แต่เป็นการยึดโดยไม่ประกาศ โลกภายนอกจะไม่รู้ว่าโจรได้ยึดแล้ว แต่ภายในหมู่บ้านจะรับรู้ร่วมกันอย่างกว้างขวาง ว่าอำนาจรัฐหมดความศักดิ์สิทธิ์ไปจากแผ่นดินแถบนี้ชาวบ้านจะอยู่กันอย่างอิสระ
ไม่ต้องเคารพกฎเกณฑ์ของประเทศอีกต่อไป วิธีการที่จะอยู่อย่างอิสระได้ จะต้องขับไล่ชาวพุทธ ถ้าไม่ยอมหนี จะฆ่าทิ้ง ทำร้ายพระ ฆ่าพระ....ขัดขวางพระทุกรูปแบบ คีย์แมนโทนเล่าเรื่องราวให้ฟังด้วยความรู้สึกกังวลใจยิ่ง
คีย์แมนโทน เผยให้ฟังว่า พวกโจรวางแผนแนบเนียนมาก จะใช้วิธีปลดปล่อยชาวบ้านให้พ้นอำนาจรัฐดูแลกันเองไปพลาง ๆ ก่อน เป็นการหลอกพวกอำนาจรัฐไทยว่า ไม่ได้คิดแบ่งแยกดินแดน แต่พอถึงจุดชี้ขาด จะใช้พลังชาวบ้าน ๒ ล้านคนรวมตัวกันประกาศปกครองตนเอง จัดตั้งรัฐปัตตานีขึ้น....ผมเชื่อคีย์แมนโทน....เขา
รู้จริง พูดแต่เรื่องจริงให้ฟัง
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 20:08] ( IP A:202.57.132.197 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
    บทที่ ๓
ปูมหลังปัตตานี (นอกตำรา)

ย่ำค่ำกลางฤดูฝน....
ฝนตกไม่มากนัก แต่ก็เล่นเอาบริเวณก่อสร้างเฉอะแฉะเป็นส่วนใหญ่ คนงานของบริษัทต่างๆพากันเลิกงานก่อนจะมืด หน่วยงานของผมพากันเลิกตาม ผมเดินขึ้นไปที่จอดรถ คนขับรถบอกกับผมว่า มีคนงานรอพบอยู่ เขายืนหลบอยู่ใต้กันสาดห้องเก็บเครื่องมือ ผมมองไปจำได้ทันที คีย์แมนโทนของผมนั่นเอง
ผมเดินไปหาเขา "มีอะไรหรือโทน..." คีย์แมนโทนดึงผมเข้าไปกระซิบ "นายหัวครับ ขากลับให้ใช้เส้นทางใหม่นะ...อย่าใช้ทางเดิม..." ผมตอบรับทันที"ได้...ขอบคุณมากโทน.."
ว่าแล้ว ผมรีบเดินกลับมาที่รถ บอกกับคนขับให้ใช้เส้นทางสายที่ก่อสร้างใหม่ หลบออกจากเส้นทางจะนะ-ลานหอยเสียบ ซึ่งเป็นเส้นทางสายเก่าที่ใช้เดินทางเข้าออกทุกวัน ขณะคนขับรถพารถวิ่งออกมาจากโรงแยกแก๊ส
ผมมองดูสองฝั่งด้วยความหงุดหงิด บ้านของเราแท้ๆแต่ต้องอยู่อย่างผู้อาศัย แล้ววันนั้นก็ผ่านไป
พอวันใหม่มาถึง จึงได้รับประกาศจากซัมซุงให้เลิกใช้เส้นทางจะนะ-ลานหอยเสียบ แล้วเขียนแผนที่ใหม่ แนบมากับประกาศฉบับนั้นด้วย ทำให้ผมเกิดความรู้สึกชื่นชมคีย์แมนโทนมากยิ่งขึ้น เขาบอกข่าวที่ตรงกับ สถานการณ์จริงทุกครั้ง
ผมคิดของผมในใจว่า หนุ่มใหญ่ลูกอีสาน อดีตคนงานกรีดยางแล้วได้ลูกสาวเจ้าของ สวนยางเป็นภรรยา
แม้จะต้องเปลี่ยนศาสนา แต่ความทรงจำยังเต็มเปี่ยม เมื่อผมได้เขารุ่นหลานมาเป็นเพื่อน มิใช่แต่จะได้รับข่าวสารเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น ผมยังจะได้รู้ความลี้ลับนานาประการเอามาเติมแต่งความกระจ่างในเรื่องปัญหา ภาคใต้ ให้กระจ่างมากขึ้น
เปล่า... ผมไม่ใช่พวกสายลับ ผมไม่มีหน้าที่ด้านความมั่นคง ผมไม่ใช่ผู้รักษากฎหมาย และ ผมก็ไม่ใช่นักการเมือง ผมต้องการรู้ไปทำไม รู้แล้วทำอะไรได้
มันต้องทำได้ เพราะผมมีความเข้าใจในงานเขียน ผมบอกกับตนเองว่า ผมจะเขียนหนังสือสักเล่มหนึ่ง ออกมาสู่สายตาของพ่อแม่ประชาชน ซึ่งหนังสือเล่มนั้น จักต้องเป็นกุญแจไขไปสู่ความกระจ่าง ดังนั้น...เมื่อผมได้เพื่อนรุ่นหลาน "คีย์แมนโทน" ผู้ที่รู้จริง จะทำให้เรื่องปรากฏขึ้นในบรรณพิภพ ถ้าผมเขียนทันก่อนตายจากโลกนี้ไป ยังไงเสีย คนไทยจะได้อ่านหนังสือเล่มนี้อย่างแน่นอน เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว ผมยิ่งแสวงหาข้อมูลมากขึ้น เมื่อได้ข้อมูลแล้ว ผมแยกทำเป็นสองส่วน ส่วนแรก ผมบันทึกไว้เป็นความทรงจำ อีกส่วน ผมเขียนเป็นบทความส่งให้
นสพ.บ้านเมืองตามภาระหน้าที่แต่เรื่องที่เขียนลงในบ้านเมือง ผมส่งต้นฉบับทางแฟกซ์จากจะนะเกือบทุกวัน
สำหรับหนังสือเล่มนี้ เรื่องในเล่มนี้ทั้งเรื่อง ผมเขียนขึ้นใหม่ทั้งหมด เพื่อจะได้เล่าฉากต่างๆให้สามารถมอง
เห็นภาพเคลื่อนไหว อีกอย่างหนึ่ง การเขียนคอลัมน์ในหนังสือรายวันนั้น เราย่อยเรื่องราวออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เปรียบเหมือนเอาผ้าขาวผืนใหญ่มาฉีกเป็นริ้วแล้วแขวนให้ปลิวไสว ใครมาเห็นเข้าก็จะแปลกตาแตกต่างกันออกไป ส่วนการบรรจุเนื้อหาสาระที่จะให้มันเป็นแท่งใหญ่ ย่อมเป็นไปไม่ได้ การเขียนย่อย จึงไม่อาจขยายความชัดเจนได้ จะทำได้ก็เพียงการโน้มน้าว ความรู้ลึกนึกคิดเล็กๆน้อยๆเท่านั้น หนังสือทำเป็นเล่มหนาเต็มมือ จะขยายความได้มากกว่า ผมจึงเห็นเนื้อตัวของ คีย์แมนโทน เป็นคนสำคัญของผม เพราะเขาจะเป็นคนนำผมไปสู่เวทีน้อยใหญ่ในสถานการณ์สงครามโหด ที่มีวัตถุประสงค์บั่นทอนความมั่นคงของประเทศไทย
อาทิตย์ต่อมา....ในวันพักผ่อน ผมเก็บตัวอยู่ในห้องพัก นั่งอ่านบันทึกเก่าๆอย่างใจจดใจจ่อ บันทึกเล่มนั้นเป็น ปูมหลังของจังหวัดปัตตานี แต่เป็นปูมหลังนอกตำรา ที่ผมได้มาจากผู้รู้และการค้นคว้า ผมขอเล่าตรงนี้ก่อน
ย้อนไปสู่อดีตนับพันปี ซึ่งเป็นปูมหลังของปัตตานี(นอกตำรา) ย้อมไปปี พ.ศ. ๒๑๐ ขณะนั้นประเทศไทยของเรา
มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล เรียกตัวเองว่า "สุวรรณภูมิ" มีเนื้อที่ใหญ่โตกว่าปัจจุบันมากกว่า ๑ เท่าตัว
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 20:11] ( IP A:202.57.132.197 X: )

ความคิดเห็นที่ 6
   แต่จำนวนประชาชนมีน้อยนิด ประชาชนทั้งหมดนับถือพระพุทศาสนา ทั้งนี้เนื่องจากพระพุทธศาสนาถูกเผยแพร่เข้ามาในประเทศไทยยุคต้นๆ ยุคก่อนพระเจ้าอโศกมหาราชประมาณ ๑๑๕ ปี กล่าวคือเมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันทปรินิพพาน เราเริ่มนับปีพุทธศักราช ๑ ซึ่งเรียกย่อว่า พ.ศ. พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองในชมพูทวีปได้ประมาณ ๓๐๐ ปี ก็ได้เกิดปัญหาเสื่อมทรุดอย่างรุนแรง เมื่อพระเจ้าอโศกขึ้นครองราชย์ ได้จัดการสัมนา พระพุทธ แล้วแก้ไขปัญหาอย่างยิ่งใหญ่ เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. ๓๒๕ พระพุทธศาสนาจึงตั้งอยู่ได้ พระพุทธศาสนาเข้ามาถึงประเทศไทยก่อนหน้าที่แล้ว ตั้งแต่ก่อนพระเจ้าอโศกมหาราชจะทรงแก้ไขปัญหา เชื่อว่าพระพุทธศาสนาได้หยั่งรากลงในสุวรรณภูมิตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๑๐ เป็นต้นมา แต่พี่น้องชาวพุทธพากันกล่าวว่าพระพุทธศาสนามาถึงประเทศไทยตั้งแต่พระพุทธเจ้าทรงมีพระชนม์ชีพ ทั้งนี้ โดยอาศัยความเชื่อในรอยพระพุทธ
บาท ที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับรอยฝ่าพระบาทเอาไว้
เช่น พระพุทธบาท สระบุรี พระพุทธบาทพระแท่นดงรัง จ.สุพรรณบุรี
พระธาตุอิงฮัง ตั้งอยู่ในแขวงสุวรรณเขตประเทศลาว ผมถามพี่น้องชาวลาวว่า ทำไมจึงเรียกพระธาตุอิงฮัง พี่น้องชาวลาวตอบว่า "อิง" หมายถึงการมาพักพิง ส่วนคำว่า "ฮัง" หมายถึง ต้นรัง แล้วอธิบายต่อไปว่า
พระผู้มีพระภาคเจ้าสมณโคดม เสด็จมาพักพิงใต้ต้นรังเป็นเวลานานถึงหนึ่งเพ็ญแล้ว เสด็จกลับชมพูทวีป

เรื่องเหล่านี้เป็นปูมหลังนอกตำรา ไม่มีหนังสือประวัติศาสตร์ยืนยัน
คนโบราณพากันเล่าขานสืบต่อกันมาว่า พระพุทธศาสนาได้เข้ามาถึงสุวรรณภูมิตั้งแต่เริ่มแรกประกาศพระศาสนาไม่ใช่จะเพิ่งเข้ามาเมื่อไม่นาน ยังมีข้ออธิบายอีกว่า การก่อสร้างปราสาทพระราชวัง ล้วนแต่มีศิลปะงดงาม
ภายใต้พุทธศิลป์ การที่จะมีพุทธศิลป์เกิดขึ้นได้ หมายถึงการสืบสานวัฒนธรรมเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาก่อน จึงมีอิทธิพลต่องานศิลปะทั้งปวง
เมื่อเป็นเช่นนี้ จะว่าพระพุทธศาสนาเพิ่งเข้ามาสู่สุวรรณภูมิจึงเป็นไปไม่ได้
ดังนั้น จึงกล่าวได้อย่างไม่ผิดเลยว่าพระพุทธศาสนา คือพระศาสนาดั้งเดิมของประเทศไทย ตั้งแต่ยุคใช้ชื่อ "ชาวสุวรรณภูมิ" หรือหากจะกล่าวว่าก่อนหน้านั้น คนไทยนับถือศาสนาอะไร ก็จะตอบได้เลยว่า ส่วนมากจะนับถือผี คนไทยไม่เคยนับถือคริสต์และอิสลามมาก่อน ทั้งนี้ เนื่องจากศาสนาทั้งสองเพิ่งจะเกิดขึ้นในโลกภายหลัง
พระพุทธศาสนาห่างกันเนิ่นนาน
ศาสนาคริสต์เกิดหลังพระพุทธศาสนา ๕๔๓ ปี และศาสนาอิสลามเกิดภายหลังพระพุทธศาสนา ๑๑๒๒ ปี
เมื่อไม่มีคริสต์ ไม่มีอิสลามในยุคต้นๆ ดินแดนแถบใต้ทั้งหมด นับถือพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น แล้วก็มาถึงปัตตานี...
ซึ่งมีเรื่องเล่าว่า ๓๐๐๐ ปีย้อนหลัง สมัยโน้นไม่เคยมีชื้อปัตตานีมาก่อน ดินแดนแถบนี้ไม่มีผู้คนชาติอื่นเป็นเจ้าของ
แต่ในสมัยนั้น คนไทยได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ในสุวรรณภูมิมาก่อนแล้ว คนไทยในยุคนั้นมีทั้งไทยน้อย ไทยใหญ่ อ้ายลาว
แยกกันครอบครองพื้นที่เป็นพระราชอาณาจักรหลายที่หลายแห่ง โดยมีภาษาพูดเป็นของตนเอง
จึงสันนิษฐานว่าคนไทย กลุ่มที่ปกครองสุวรรณภูมิมิได้ประกาศเป็นเจ้าของดินแดนแถบนี้ ตั้งแต่หลวงพระบางลง
มาจนถึงใต้สุดทีเดียว ซึ่งหมายถึงเลยปัตตานีลงไปอีกจนถึงแหลมมลายู สิ้นสุดที่ชายทะเลมหาสมุทรแปซิฟิคโน้น
แล้วได้จัดการส่งผู้ปกครองไปบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อส่งไปแล้ว เจ้าองค์นั้นแยกเป็นอิสระเลยก็มี ยังคงส่ง
ส่วยสวามิภักดิ์อยู่ก็มี
เมื่อเป็นเช่นนี้ คำว่า "ปัตตานี" จึงไม่เคยมีมาก่อน และก่อนที่จะเป็นปัตตานีขึ้นมา ดินแดนแถบนี้เริ่มรู้จักกันใน
นามว่า "เมืองลังกาสุกะ" ประชาชนเรียกตัวเองว่าชาวลังกาสุกะ ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเป็นไทยหรือคนเผ่าไหน ชื่อ
สังกาสุกะ เป็นชื่อที่เล่าขานบอกกล่าวสืบต่อกันมา
คนลังกาสุกะจึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มของคนไทยดั้งเดิมที่นับถือผี เมื่อพระพุทธศาสนาอุบัติขึ้นในโลก และได้เผยแพร่
เข้ามาถึง ก็เปลี่ยนเป็นพุทธ แต่ไม่มีความมั่นคง เนื่องจากจำนวนผู้คนมีไม่มาก และไม่มีคัมภีร์พระไตรปิฎก ทำให้ขาดทฤษฏี ไม่อาจยึดหัวหาดได้มั่นคงได้
เมืองลังกาสุกะ หรือปัตตานีในปัจจุบัน เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ มีทะเลสวยงาม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยข้าวปลาอาหาร เป็นเมืองใกล้ช่องแคบมะละกา เป็นเส้นทางผ่านขอทางทะเล จึงเป็นจุดพักพิงของ คนจีน อินเดีย แขกชวา ใครที่เดินทางมาถึงแล้วเลยไปก็มี พากันตั้งถิ่นฐานอย่างถาวรก็มี จึงมีเรื่องเล่าขานกันยาวนานว่า
เมืองลังกาสุกะมีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 20:12] ( IP A:202.57.132.197 X: )

ความคิดเห็นที่ 7
   มารออ่าน.....
โดย: พี่แตง [28 มิ.ย. 50 20:33] ( IP A:152.163.100.79 X: )

ความคิดเห็นที่ 8
    วันเวลาผ่านไปอีกยาวนาน ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายครั้งหลายหน ชาวลังกาสุกะตั้งรกรากด้วยความสงบ มีการไปมาหาสู่ระหว่างชาวลังกาสุกะกับเมืองหลวง โดยกล่าวว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดในสมัยท่านยังหนุ่มแน่น ท่านอยู่เมืองลังกาสุกะ
ในยุคนั้น เมืองลังกาสุกะได้ต้อนรับชาวเรือต่างถิ่น เดินทางมาค้าขายมากขึ้น
ต่อมา...ด้วยเวลาอันยาวนานอีกเช่นกัน ด้วยอิทธิพลของคนมาใหม่ ทำให้เชื้อสายลังกาสุกะกลายพันธ์แทบไม่เหลือ ทั้งนี้เนื่องจากเจ้าเมืองผู้ครองนคร ได้เปลี่ยนศาสนา เปลี่ยนจากพุทธไปนับถืออิสลาม
เมื่อเจ้าผู้ครองนครเปลี่ยนศาสนา ชาวลังกาสุกะก็ต้องปฏิบัติตาม ส่วนชาวกรุงศรีอยุธยายังคงหนักแน่นอยู่กับพระพุทธศาสนา ทั้งนี้เนื่องจากพระเจ้าแผ่นดินของกรุงศรีอยุธยา ไม่มีพระหฤทัยเอนเอียงไปศาสนาไหน เกี่ยวกับเรื่องนี้ผมเคยถามความเห็นท่านผู้รู้ว่า เหตุใดพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีฯ จึงตั้งมั่นอยู่ในพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง ในขณะเจ้าผู้ครองนครลังกาสุกะไม่มีความหนักแน่นเลย
ท่านผู้รู้ตอบว่า ลังกาสุกะไม่มีคัมภีร์พระไตรปิฎกให้ยึดเหนี่ยว จึงทำให้ความซาบซึ้ง ตกหล่นไปเป็นอันมาก
ทำให้ขาดสติปัญญา ไม่มีความรู้ความเข้าใจในหลักพระศาสนาที่แท้จริง เมื่อไปเห็นของอะไรแปลกกว่าเดิมก็จะลุ่มหลงได้ทันที
ตั้งแต่เจ้านครลังกาสุกะเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม
ชาวลังกาสุกะทั้งมวลก็เป็นอิสลามด้วย
ผมพลิกเรื่องปูมหลังของปัตตานีด้วยความพินิจพิเคราะห์ ซึ่งเป็นปูมหลังที่ไม่มีการเขียนไว้ในหอสมุดแห่งชาติ ผมโชคดีที่ได้รับฟังนักปราชญ์คนสำคัญของประเทศเมื่อหลายปีก่อน แล้วได้บันทึกเอาไว้ซึ่งถือเป็นความรู้นอกตำรา
(ท่านจะได้อ่านปูมหลังในตำราในบทต่อไป)
นักปราชญ์ท่านผู้รู้ผู้นั้นคือ นายประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ท่านผู้นี้ได้ให้ความรู้แก่ผมอย่างไม่ปิดบังอำพราง คนที่ได้เข้าใกล้นายประเสริฐ ทรัพย์สุนทรในยุคนั้นมีหลายคน เช่น วีระ ถนอมเลี้ยง ดร.สอาด ปิยะวรรณ นายสวัสดิ์ ลูกโดด ฯลฯ แล้วก็ผม... นายสอาด จันทร์ดี
คนไทยหัวก้าวหน้ายุคโน้นรู้ดีว่าคนชื่อประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ได้แสดงตนเป็นผู้เชี่ยวชาญลัทธิคอมมิวนิสต์ พล.อชวลิต ยงใจยุทธ ก็เป็นศิษย์ของประเสริฐ ทรัพย์สุนทร
ผมขอเล่าความแตกต่างบางประการ ที่เกี่ยวข้องกับนายประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ที่สอนลัทธิการเมือง รวมทั้งสอนลัทธิคอมมิวนิสต์ให้แก่ใครต่อใคร ท่านผู้นี้จะยอมเสียเวลาสอนเป็นการส่วนตัวให้แก่ทุกคนด้วยความเสียสละ เรียกว่าให้ความรู้เรื่องโน้นเรื่องนี้เป็นรายตัว หรือไม่ก็สอนอย่างมากไม่เกินครั้งละ ๒ คน เรียกว่าสอนแบบใครได้ฟัง คนนั้นรับรู้เอาไปเต็มๆ
เช่นเรื่องทหารประชาธิปไตยเป็นต้น
ผมอยากรู้เรื่องปัตตานี นายประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ท่านก็เล่าให้ฟัง ๑ วันเต็ม
นอกจากนี้ ผมยังได้รับฟังความรู้เกี่ยวกับลัทธิประชาธิปไตย ทุนนิยม สังคมนิยม และ คอมมิวนิสต์ แต่ที่ประทับใจผมมากที่สุด ได้แก่ปัญหาแบ่งแยกดินแดนที่พวก "โจรปัตตานี" ต้องการได้อำนาจในดินแดนแถบนี้ ความจริง ผมไม่เคยเรียกท่านผู้นี้ว่า นายประเสริฐ ทรัพย์สุนทร แต่ผมจะเรียกท่านผู้นี้ว่าอาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 21:14] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 9
    อาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร บอกว่าพวกที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนต้องการเอาปัตตานีไปเป็นรัฐอิสลาม เกิดจากคนไทยเชื้อสายมลายูไม่ใช่เกิดจากคนไทยเป็นกบฏกันเอง
อาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทรบอกว่า อิสลามในประเทศไทยมี ๒ กลุ่ม ซึ่งเราเรียกว่าแขกหรือบัง แขกพวกหนึ่ง ใจไม่รักคนไทยเลย ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนไทย แขกพวกนั้นเรียกว่า แขกมลายู อีกพวกหนึ่งเรียกว่า
แขกไทย
ผมถามว่าอะไรคือแขกไทย
อาจารย์ประเสริฐตอบว่า แขกไทยก็คือพี่น้องอิสลามที่เป็นคนไทยทั้งกายและใจ เช่นท่านจุฬาราชมนตรี แล้ว
อาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ได้เอ่ยถึงชื่อคุณดำรง พุดตาล - เล็ก นานา ให้ฟัง โดยกล่าวว่าลักษณะ ของคนเหล่านี้น่าเลื่อมใส ไม่เอาเรื่องศาสนามาเป็นปัญหาไม่ว่ากรณีใด ๆ สังคมไทยไม่เคยเกิดความรู้สึกว่ามีการแบ่งแยก
ท่านเหล่านี้เราเรียกว่าแขกไทย ส่วนแขกที่มีอีกพวกหนึ่ง ในใจไม่ยอมเป็นคนไทย แขกพวกนั้นแม้จะอยู่ในประเทศไทยก็เรียกว่าแขกมลายู พวกแขกมลายูตั้งตัวเป็นโจรปัตตานี
อาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร กล่าวว่า เราถูกแขกที่ไม่ยอมเป็นคนไทยก่อการกบฏ กระด้างกระเดื่องหลายครั้งหลายหน แขกพวกนี้ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ปัตตานีและจังหวัดใกล้เคียง อีกส่วนหนึ่งหนีตำรวจเข้าไปอยู่ใน ประเทศมลายู แล้วร่วมมือกันก่อกบฏต่อประเทศไทย ทำให้เราเข้าใจผิดว่า เพื่อนบ้านแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย
อาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ท่านบรรยายให้ผมฟังด้วยการยืนพูดติดต่อกัน ๓ ชั่วโมง สุดท้าย ท่านสรุปว่า
ถ้าแก้ไม่ถูก จะถูกแขกในปัตตานีร่วมมือกับแขกที่หนีไปตั้งบ้านเรือนอยู่ในประเทศมลายู เพื่อนบ้านเรา กระทำการใหญ่ได้สำเร็จ เนื่องจากพวกนักการเมืองของประเทศไทย ไม่มีความรู้ ไม่เข้าใจแนวทางแก้ปัญหา ปล่อยให้แขกกบฏปลุกปั่นยุยงประชาชน
ผมพลิกปูมหลังปัตตานีด้วยความตื่นเต้น แต่มันเป็นปูมหลังนอกตำรา ไม่มีเขียนเอาไว้ในประวัติศาสตร์ อีกประการหนึ่ง คนไทยไม่ได้จัดระบบชนเผ่าให้คนในชาติได้ศึกษา ไม่มีหลักสูตรในโรงเรียนและ มหาวิทยาลัยที่ เป็นประวัติศาสตร์ของชนเผ่า จึงไม่มีเรื่องชนมลายู คนไทยด้วยกัน จึงทึกทักเอาว่าทุกคนเป็นคนไทย แต่เจ้าตัวเขาบอกว่าเขาไม่ใช่คนไทย
อาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร บอกเอาไว้ว่า ความล้าหลังของประเทศไทยที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่ระบบนายทุน ขุนศึก ศักดินา แต่ที่น่ากลัวมากได้แก่ "อวิชชา" ที่มีในหลายเรื่องหลายปัญหาด้วยกัน อวิชชาตัวนี้ได้บ่อนทำลาย ความก้าวหน้า ความมั่นคงของประเทศ ทั้งๆที่คนไทยได้ยิน คำว่าอวิชชามาเนิ่นนาน พระท่านก็เทศน์ให้ฟังไม่
เคยขาดเลย
ในกรณีของปัตตานี รากเหง้าคืออวิชชา ซึ่งแปลว่าความไม่รู้ก็ได้ แปลว่าถูกอารมณ์ต่ำขวางกั้นได้ หรือแปลว่า ความโง่เขลาก็ได้ อาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ให้ความรู้แก่ผมไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘...ยังทันสมัยเปี๊ยบ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 21:16] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 10
    บทที่ ๔ ปูมหลังปัตตานี
(ในตำรา) ภาค ๑

คีย์แมนโทน พระเอกของผมเข้ามายืนอยู่หน้าโต๊ะ รับงานเอาไปทำ พูดภาษาอีสานกับผมด้วยความสนิทสนม
ขณะเดียวกัน "ลุงเซะ" ชาวหมู่บ้านสะกอม ก็เข้ามาคุยด้วย ชาวสะกอมพูดสำเนียงใต้ที่แปลกไปจากชาวใต้ทั้งหลาย เสียงจะมีลักษณะอ่อนหวาน นุ่มนวล และแหลมไปในตัว เปรียบเหมือนคนอีสาน แต่สำเนียงชัยภูมิอะไร ทำนองนั้น
สะกอมมีอาณาเขตติดกับโรงแยกแก๊ส
ชาวบ้านสะกอม แบ่งเป็น ๒ กลุ่ม คือกลุ่มต่อต้านกับกลุ่มหนุนให้ก่อสร้างโรงแยกแก๊ส ลุงเซะเป็นกลุ่มสนับสนุน
เข้ามาส่งเสียงดังว่า \\"พ้มชวนมันแล้ว ให้มันมาทำงานมันก็ไม่มา ทำงานได้เงินตั้งหลายพันไม่ทำ...มันจะทำ มอบ...มันแย่จัง.." หลังจากพูดจบ แกควักยาเส้นออกมามวน แล้วหันหน้าไปคุยโขมงโฉงเฉง จับต้นชนปลายไม่ถูก
อารมณ์ของผมยังคงสดชื่นแจ่มใส แต่สมาธิในการทำงานแบ่งขั้วตลอดทั้งวัน
ขั้วแรกคืองานประจำวัน ซึ่งจะต้องตามดูทุกๆจุดว่าการทำงานเป็นไปด้วยดีหรือไม่ การทำงานในโรงแยกแก๊ส
ก็เหมือนกับการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมัน ช่างที่ทำงานนำหน้าคือช่างประกอบท่อ เรียกว่า "Pipe Fitter"
เมื่อช่างประกอบท่อเข้าหน้าได้แล้ว ช่างเชื่อม "Welder" ก็จะเข้าประจำที่ลงมือเชื่อม
ช่างเหล่านี้ มาจากเหนือและอีสาน ลูกมือจำนวนหนึ่ง ได้แก่หนุ่มสาวจากท้องถิ่น ผมบอกกับคีย์แมนโทนว่า ช่างเชื่อมประเภทนี้ รายได้ดี จ้างชั่วโมงละ ๙๒ บาทยังไม่ยอมมากันเลย วันหนึ่งทำงาน ๑๐ ชั่วโมง ได้เงินมากถึง ๑,๐๑๒ บาทเชียวนะโทน ตอนพักเที่ยง โทนขอซ้อมมือกับช่างเขาสิ...สร้างโอกาสให้แก่ตนเอง...โทนได้ยินด้วยความดีใจ
ผมจัดการให้โทนเข้าไปเป็นกรรมกรแผนกช่างเชื่อม จะได้มีโอกาสเรียนงานในกลุ่มหนุ่มสาวจากใต้ มีคุณหนูคนหนึ่งที่ผมสอบสัมภาษณ์เธอ เธอจบปริญญาตรีภาษามาเลเซียจากกัวลาลัมเปอร์
บรรจุเข้าทำงานควบคุมข้อมูลวัสดุ (Material Control) นี้ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีความเข้าใจสภาพและปัญหารอบตัว แต่เธอเงียบและเก็บอารมณ์ได้ในทุกสถานการณ์
ใจของผมในขั้วของงาน ดำเนินไปตามปกติ
แต่อีกขั้วหนึ่งเป็นเรื่องชวนให้ครุ่นคิด ทำงานอยู่ก็คิด คิดแตกต่างไปจากทุกคนที่ทำงานด้วยกัน พรรคพวกที่ทำงานอยู่ในโรงแยกแก๊ส เมื่อเข้าประชุมจะส่งเสียงทักทาย ด้วยอารมณ์ขันบ้าง หยอกเย้ากันบ้าง หรือไม่ก็บ่นไม่อยากอยู่ อยู่ไปไม่รู้ว่าจะถูกฆ่าตายวันไหน แต่สรุปแล้ว เชื่อว่าไม่มีใครคิดที่จะเอาเรื่องภาคใต้ไปวิพากวิจารณ์
ผมกลับเป็นคนคิดอยู่ตลอดเวลา คิดว่าเย็นนี้จะเขียนเรื่องอะไรให้หนังสือพิมพ์บ้านเมือง คิดแล้วก็แปลกใจ มีเรื่องรอให้เขียนมากมายหลายประเด็น ล้วนแล้วแต่น่าเขียนถึง แต่ผมก็ต้องระวังอย่างยิ่ง ไม่ให้พวกโจรรู้ว่า ผมทำอยู่โรงแยกแก๊ส
ผมลำดับเรื่องความเข้าใจเรื่องปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตรฐานนอกตำราแล้ว ผมก็ถามเข้าหาข้อเท็จจริงว่า ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับชายแดนภาคใต้ครั้งนี้ มันเป็นในตำราไหม ผมนึกถึงคนที่เป็นพระเอกของผมคือ คีย์แมนโทนอีกเช่นเคย
ผมถามคีย์แมนโทนอีกครั้งว่า "ถามจริงๆเถอะโทน...โทนมีความรู้เรื่องปัตตานีบ้างหรือเปล่า..."โทนตอบว่า
"รู้ซิ รู้เพราะเขาสอนเมียผม...เมียผมสอนผมต่อ"...หลังจากนั้น ผมได้ขอโอกาสให้โทนเล่าหรือสอนผมอีกต่อ...
คราวนี้ ความรู้ปัตตานีดูจะเข้าตำรามากขึ้น
โทนเริ่มว่า...นานมาแล้ว ปัตตานีเป็นเมืองเอกราช มีขอบเขตเชื่อมติดต่อกับผืนแผ่นดินสยามทางตอนเหนือ
และมีขอบเขตติดกับมลายูทางตอนใต้ ชาวปัตตานีเป็นเชื้อสายเดียวกันกับมลายูในประเทศมาเลเซีย นับถือ
ศาสนาอิสลามด้วยกัน มีลัทธิประเพณีเหมือนกันแต่ภาษาพูดจะแตกต่างบ้างเล็กน้อย ปัตตานีใช้ภาษายาวี มีตัวหนังสือเป็นของตัวเอง แต่ชาวมลายูในประเทศมาเลเซีย ใช้ตัวหนังสืออังกฤษ เนื่องจากถูกพวกล่าเมืองขึ้น ทำลายตัวอักษรดั้งเดิม บังคับให้ใช้อักษรอังกฤษแทน
ในประเทศมาเลเซียมีสุลต่าน ๕ วงศ์ แต่ละวงศ์จะได้ขึ้นครองเป็นกษัตริย์คราวละ ๕ ปี
ปัตตานีก็เคยมีสุลต่านเป็นของชาวปัตตานีเอง สุลต่านไม่มีเหลืออยู่ในประเทศไทย พวกที่ต้องการให้มีสุลต่าน
จึงได้ประกาศจัดตั้งรัฐปัตตานี ที่พวกเรารู้กันในนามของพูโตนั่นแหละ พวกพูโตได้ต่อสู้มายาวนาน เคยก่อกบฏ มีการล้มตายสูญเสียกันมาแล้ว คนปัตตานีทุกคนยังไม่เลิกล้มความตั้งใจที่จะเอาสุลต่านกลับมาให้ได้
ผมถามโทนว่า แล้วทำไมจะต้องฆ่าพุทธ ฆ่าพระด้วยเล่า
โทนบอกว่า การฆ่าพุทธ ฆ่าพระ มันเป็นมาตรการที่จะบีบบังคับเอาชนะรัฐบาล มาตรการที่สำคัญพวกนั้น ต้องท่องจำให้ขึ้นใจ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 21:20] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 11
    ห้ามรักคนไทย ห้ามเรียนภาษาไทย ถึงพูดไทยได้ ก็อย่าใช้พร่ำเพรื่อ ห้ามร้องเพลงชาติไทย ห้ามไม่ให้ความร่วมมือกับคนไทย ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ หรือข้าราชการต้องสนับสนุนลูกหลานให้เรียนคัมภีร์ เรียนภาษายาวี แต่งตัวตามแบบฉบับของอิสลาม ทำตามคำสอนของศาสดาเคร่งครัดในศาสนาของอิสลามห้ามให้การสนับสนุนศาสนาอื่นโดยเฉพาะคือ ห้ามช่วยเหลือศาสนาพุทธ กดดันชาวพุทธให้อยู่ด้วยไม่ได้ ถ้ากดดันแล้วยังดื้อดึง ในที่สุดก็ต้องฆ่า
แม้แต่พระก็ต้องฆ่า การฆ่าต้องปาดคอ...สับหัวให้เละ เชือดเนื้อหนังเป็นชิ้น แล้วเอาอุจจาระทา ทำให้พุทธเห็นว่าจะทนอยู่ต่อไปได้ ให้มันรู้ไป พวกนักรบน้อยใหญ่ บางคนจบมาจากต่างประเทศ จบวิชาก่อวินาศกรรม มีความรู้ในการผลิตระเบิดแสวงเครื่อง
ระเบิดมือถือ มีความรู้ในการใช้อาวุธ เก่งและกล้าหาญหาตัวจับยาก นักรบทุกคนต้องสาบานตนเป็นนักรบของพระเจ้า อีกพวกหนึ่งฝึกอบรมในป่า หรือฝึกที่สนามโรงเรียนปอเนาะในหมู่บ้าน ฝีกได้อย่างเปิดเผย เพราะไม่มีพวกเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าถึง คนในหมู่บ้านก็ไม่มีใครกล้าเอาความไปบอก คนสองพวกนี้ทำงานด้วยกัน
โทนบอกว่ามีกองกำลังกระจัดกระจายทั่ว ๓ จังหวัดมากกว่า ๗๐๐๐ คน
ผมถามอีกว่า ใครเป็นหัวหน้าใหญ่...โทนบอกว่า เยอะแยะ...หัวหน้ามีมากกว่า ๒๕ คน คนหนึ่งชื่อ "
ดอเยาะ.." อีกคนหนึ่งชื่อ "สะแปอิง" และอีกหลายคนหลายชื่อ ซึ่งเป็นทั้งชื่อจริงและชื่อจัดตั้ง แต่จะมีอย่างน้อย ๓ คน เป็นจอมบงการใหญ่ !!
จะชื่อไหนก็ตาม ทุกคนทำงานด้วยตัวเอง เรียกว่าตัวจริงเสียงจริง แถมมีผู้หญิงเป็นมือฆ่าอันดับหนึ่ง เหนี่ยวไก ปืนแม่นยำเหมือนจับวาง โหดและห้าวหาญยิ่งกว่าผู้ชายเสียอีก
“โทนเป็นคนนอกมาเป็นเขย ไม่คิดว่าเขาจะระแวงดอกหรือ" ...ผมถาม
โทนตอบว่า "ตลอดปีตลอดชาติ ผมอยู่กับครอบครัว ไม่เคยเข้าใกล้ทหาร ตำรวจ ไม่ไปหาข้าราชการ เพิ่งจะมาทำงานนี้แหละเป็นครั้งแรกของชีวิต มาทำงานแล้วผมก็ต้องหลีกให้ไกลจากพวกทหาร ตำรวจ ไม่สุงสิงกับใครทั้งสิ้น...นี่...ถ้าไม่ไช่นายหัวสอาด จันทร์ดี ผมไม่คิดว่าจะได้เล่าเรื่องแบบนี้ให้ใครฟัง..."
ผมถอนหายใจด้วยความรู้สึกอึดอัดโดยไม่รู้ตัว
ผมถามอีกว่า..."โทน...โทนคิดว่านักรบทุกคน เป็นหนุ่มสาวชาวบ้านเท่านั้นหรือ...? ถามแล้วผมก็นั่งรออยู่ว่าเขาจะตอบว่าอย่างไร โทนมองดูหน้าผม ถามผมว่า ทำไมจึงอยากรู้ มากนัก โทน...นี้มันบ้าน
เมืองของเรา เราอยากรู้ โทนไม่ได้รู้สึกตกใจดอกหรือ ฆ่ารายวัน พระเณรถูกสังหารโหด... ทหาร ตำรวจตายเป็นใบไม้ร่วง
โทนมีอาการเศร้า...เขาเงียบอยู่ครู่หนึ่ง จึงพูดออกมา
"ข่าวว่า จะมีนักรบรับจ้างมาจากอินโดนีเซีย" แล้วเสริมว่า "จะมีหัวหน้าใหญ่มาจากฝั่งโน้น
ผมมึนตึ้บ...นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินเรื่องราวแบบนี้ จึงได้แต่กล่าวขอบคุณเขา ที่เขาเล่าความลับให้ฟัง เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้ว จิตของผมหงุดหงิด คิดไปต่างๆนานาว่า ทำไมหน่วยข่าวกรองจึงไม่รู้ หรือว่ารู้แล้ว มันช่างน่าแปลกเป็นอย่างยิ่ง
ผมเปิดดูบันทึกเก่าๆที่ผมถือติดตัวมาอ่านตรวจสอบ
เหตุร้ายที่ ๓ ชายแดนภาคใต้เกิดมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะเกิด ตัวอย่างเช่น ตัวเลขความเสียหายย้อนอดีต
ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๑๒ ถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๑๗ รวมเป็นเวลาเพียง ๕ ปี มีคดีก่อการร้ายเกิดขึ้น ๗๘๐ ครั้ง
เจ้าหน้าทีถูกฆ่าตาย ๕๓ คน บาดเจ็บ ๑๒๐ คน
ราษฎรถูกฆ่าตาย ๓๗๕ คน บาดเจ็บ ๑๒๗ คน
ราษฎรถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ ๑๐๒ คน
คนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ปราบปราม-ตาย ๒๗๕ คน บาดเจ็บ ๑๓๗ คน
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 21:22] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 12
    นี้เป็นตัวเลขย้อนอดีต...ที่ยังไม่รวมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยสงครามโลก ครั้งที่สอง มาจนถึงยุค จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถ้ารวมตัวเลขกับอดีตเข้าไป การเข่นฆ่าราวีได้มีมาก่อนบนตัวเลขความสูญเสียที่น่าสยองใจ
หลังจากปี ๒๕๑๗ เป็นต้นมา...เหตุร้ายไม่เคยเงียบ แต่ด้วยความจำเจซ้ำซาก ได้ทำให้เรื่องราวถูกกลบเกลื่อน ประกอบกับฝ่ายรัฐบาลเองก็ต้องการให้เรื่องไม่อยู่ในความสนใจของประชาชน จึงพากันปล่อยให้เป็นคลื่นกระทบฝั่ง แต่บนสถานการณ์ \\"คลื่นกระทบฝั่ง\\"ดังกล่าว ได้เกิดกระบวนการต่อสู้อย่างเข้มข้น แหลมคม....มากไปกว่าเดิมมากมายนัก ที่แหลมคมมากที่สุด ได้แก่ การสร้างนักการเมืองเป็นปากเป็นเสียงต่อสู้แทน ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับรัฐสภาของประเทศ ในเวลาเดียวกัน ก็ได้ขอทุนสนับสนุนจากต่างประเทศ มีโครงสร้างที่เป็นตัวแม่บทเกิดขึ้นอย่างเต็มกระบวน เช่นการวางตัวผู้นำรัฐปัตตานี วางตัวคณะรัฐมนตรีเงา ป่าวประกาศแก่ชาวยาวีให้รับรู้ เอาไว้แต่เนิ่นๆ ว่าถ้าชนะขึ้นมา จะได้ใครมาเป็นผู้รับผิดชอบกองทัพเรือ ทัพบก...และอื่นๆ ที่รัฐปัตตานีจะต้องมี
สิ่งเหล่านี้...ไม่ได้เป็นความลับในหมู่ของชาวยาวี
แต่แปลกใจนัก รัฐบาลไทยไม่ระแคะระคายเลย
สิ่งที่เล่ามานี้เป็นปูมหลังของปัตตานี (ในตำรา) ซึ่งจะขอเล่าต่อไปว่า ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ หรือก่อนหน้านี้ ความว่าชื่อของเมืองลังกาสุกะไม่มีเหลืออยู่ในความทรงจำอีกแล้ว มีแต่ปัตตานีชื่อเดียว ปัตตานีในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์เป็นเมืองที่ขึ้นตรงต่อกรุงสยาม แต่มีอำนาจยิ่งนัก มีเมืองเล็กเมืองน้อยขึ้นต่อรัฐปัตตานีอีกต่างหาก
ดังนั้น ในปี พ.ศ. ๒๓๕๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงปริวิตกกังวลว่าจะเกิดการแข็งข้อ จึงได้แบ่งแยกดินแดนปัตตานีออกมาเป็น ๗ หัวเมือง ให้แต่ละเมืองมีเจ้าเมืองเป็นผู้ปกครอง ขึ้นตรงต่อกรุงสยามหรือกรุงเทพฯ นี้เป็นจุดเริ่มต้นของความบาดหมางร้ายแรงครั้งประวัติศาสตร์ของชาติไทย
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๔๐ ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงระบบการปกครองหัวเมืองครั้งใหญ่ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระองค์ทรงให้ยกเลิกระบบเจ้าเมืองพระยามหานคร อันหมายถึงปัตตานีจะเก็บส่วยจากเมืองต่างๆส่งต่อไปให้เมืองหลวงไม่ได้อีกแล้ว ทางกรุงเทพฯ ได้เปลี่ยนวิธีการใหม่ให้แต่ละเมืองเก็บส่วยส่งเมืองหลวงโดยตรง ไม่ต้องผ่านปัตตานี ทั้งนี้เพราะเกรงว่าระบบพระยามหานครจะเบียดบังการเก็บส่วย ไม่จัดส่งตามที่เก็บได้มา
ส่วยในที่นี้ หมายถึง ระบบภาษีอากรนี้แลระบบใหม่ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำมาใช้ เรียกว่า ระบบมณฑลเทศาภิบาล โดยอาศัยวิธีทรงตั้งข้าหลวงเทศาภิบาล ต่างพระเนตรต่างพระกรรณขึ้นมาดูแลรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดินโดยส่วนรวม
คราวนี้ ยิ่งก่อให้เกิดความบาดหมางรุนแรงยิ่งขึ้น
พระยามหานครที่ไม่พอใจมากที่สุดมีนามว่า อับดุลกาเดร์ เจ้าเมืองปัตตานี โดยได้รับพระราชทานนามในแบบฉบับการปกครองของไทยว่า "พระยาวิชิตภักดี" แต่ปรากฏว่าพระยาพิชิตภักดีไม่มีความยินดีกับชื่อและตำแหน่งจากราชสำนัก
เขาพอใจกับชื่อเดิม "อับดุลกาเดร์" มากกว่า
ในปี พ.ศ. ๒๔๔๕ อับดุลกาเดร์ จึงก่อกบฏขึ้น แสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อกษัตริย์ไทยผู้เป็นใหญ่อย่างเปิดเผย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เห็นว่าจะเป็นภัยไปกันใหญ่เอาไว้ไม่ได้แล้ว จึงส่งกองกำลังลงมาที่ปัตตานี แล้วคุมตัวอับดุลกาเดร์ไปสอบสวนที่กรุงเทพฯ อับดุลกาเดร์พูดภาษาไทยได้ดี เพราะเขาก็เป็นคนไทยเชื้อสายมลายู แต่ด้วยที่ท่านนับถือศาสนาอิสลาม จึงมีชื่อตามแบบฉบับของอิสลาม แม้จะพระราชทานนามให้ พร้อมกับยศศักดิ์ เป็นพระยาวิชิตภักดี อับดุลกาเดร์ก็ไม่ปรารถนา
ในหลวงรัชกาลที่ ๕ สอบสวนแล้ว ทรงมีพระเมตตา มิได้ลงโทษประหาร แต่ได้ถูกส่งไปกักตัวเอาไว้ที่พิษณุโลก ๒ ปีกับ ๙ เดือน แล้วก็ได้เดินทางกลับปัตตานีอีก ในปี ๒๔๔๗ แต่ไม่ให้มีตำแหน่งหน้าที่เป็นเจ้าเมืองเหมือนแต่ก่อน
จวน (หรือวัง) ของอับดุลกาเดร์ ตั้งอยู่บ้าน "จะบังติกอ" อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี เมื่ออับดุลกาเดร์ได้รับอภัยโทษ ปูมหลังปัตตานีในตำรากล่าวว่าอับดุลกาเดร์ ฮึกเหิมหนักกว่าเดิม คราวนี้ได้โฆษณาชวนเชื่อไปทั่ว มีข้อความโดยรวมดังนี้
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 21:28] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 14
   r.gif>)
โดย: A:58.64.89.69 X: [0 3] ( IP 20070628213143 )

ความคิดเห็นที่ 15
    ข้าพเจ้าขอปฏิเสธข้อกล่าวหาของท่าน ส.ส. อดุลย์ ณ สายบุรี
เมื่อออกจากรัฐสภา...จอมพล ป. ได้สืบความลับจนรู้ว่า มี "ตวนกู" ที่โด่งดัง ๓ คนรวมหัวกันทำงานใต้ดิน
ตั้งปณิธานจะแบ่งแยกดินแดน
๑. ตวนกูมะหมุดมะไฮยีดิน
๒. ตวนกูอับดุลยะลา หรือ "นายอดุลย์ ณ สายบุรี
๓. ตวนกูกูมัดตารอ
นี้เป็นปูมหลังตามตำราอันเป็นที่มาอีกท่อนหนึ่งของปัญหาแบ่งแยกดินแดน
มันเป็นปูมหลังที่มีอายุรวม ๑๐๙ ปี (นับถึงปี ๒๕๔๙)
แต่เป็นปูมหลังภาค ๑ เท่านั้น ยังมีภาค ๒ เป็นปูมหลังที่จะเขียนเปิดเผยต่อไป
โปรดรับทราบเอาไว้ว่า เรื่องที่ผมนำเอามาเปิดเผย ทั้งที่เป็นปูมหลังนอกตำรา และปูมหลังในตำรา ทั้งปูมหลังภาคที่ ๑ และปูมหลังภาคที่ ๒ ล้วนเป็นเรื่องเดียวกันกับปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
ตลอดระยะเวลา ๑๐๙ ปีที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือยะลา ปัตตานี นราธิวาส มีแต่ความสยดสยอง เข่นฆ่าราวีกันไม่ได้หยุด พวกที่คิดจะแบ่งแยก ก็คิดไปหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบ
ได้ถูกนำเอาขึ้นมาตั้งเป็นตุ๊กตา เพื่อจะสืบทอดเจตนารมณ์ของอับดุลกาเดร์อย่าง ไม่มีวันเลิก
ปูมหลังปัตตานีในตำรา จึงเป็นอีกลีลาหนึ่ง ที่สามารถค้นคว้าได้ในหอสมุดแห่งชาติ และ จะสามารถเรียนรู้ได้จากเครือข่ายพูโต ที่ได้นำอุดมการณ์ของอับดุลกาเดร์มาเป็นแม่บท แล้วทำการขยายความหมายและวีธีการปฏิบัติให้พิสดารมากขึ้น
ถามว่าหลังจากอับดุลกาเดร์แล้ว มีใครบ้างเป็นหัวหน้าใหญ่ มีคำตอบเปิดเผยมากมายหลายคน เช่น หะยี สุหลง อับดุลกาเดร์, เป๊าะสู ซึ่งพ้นสมัยไปแล้ว เมื่อหมดยุคนี้ ก็มีคนรุ่นใหมเข้ามาสืบทอดอุดมการณ์ เผยตัวให้เห็นทั้งในชื่อจริงและชื่อจัดตั้ง จะเป็นใครบ้าง จะได้พบกันในหนังสือเล่มนี้
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 21:33] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 16
    บทที่ ๕ ปูมหลังปัตตานี
(ในตำรา) ภาค ๒

เริ่มแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๐...เป็นต้นมาการก่อการร้ายที่เคยมีมาแต่ก่อนอย่างไร ยังคงมีอยู่อย่างไม่เลิกรา
ในระยะหลังๆนี้ พวกโจร อดีตบริวารของอับุดุลกาเดร์มาจนถึงยุค ๓ ตวนกูผู้ยิ่งใหญ่ พากันมีวิธีสร้างเงื่อนไขแหลมคมขึ้นทุกที เช่น การไม่แสดงความเคารพต่อสัญลักษณ์ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด ทำอะไรขัดข้องขึ้นมาหน่อย จะโวยวายหาว่าเห็นพวกเขาเป็นอิสลาม เลยถือโอกาสบั่นทอนเสรีภาพหรือไง
นี่ถ้าเป็นพุทธจะเป็นอย่างนี้ไหม เขาถามประชดประชันอย่างนี้
รัฐบาลในสมัยนั้น พากันหนักใจ ไม่เข้าใจวิธีแก้ปัญหา จึงใช้วิธีการ "ใช้เงินซื้อ" โดย เชื่อว่าอำนาจเงินจะสามารถทำให้โจรเปลี่ยนใจได้ แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ การก่อการร้ายยังคง มีอยู่ โดยเฉพาะได้แก่การจับตัวเรียกค่าไถ่
คราวนี้ ชื่อของ หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ ปรากฏขึ้นมาในทำเนียบของหัวหน้าแบ่งแยกดินแดน ในระดับหัวหน้าใหญ่ มีเครือข่ายบริวารอีกมากมาย
หะยีสุหลง...ชื่อนี้ คนไทยในประเทศไทยได้รับทราบและรับฟังมายาวนาน
หะยีสุหลง อัปดุลกาเดร์ ผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของ "อับดุลกาเดร์" ได้กระทำอย่างเปิดเผย ไม่มีปิดบังอำพราง
เขาประกาศปลดปล่อยปัตตานี ประกาศเสริมกำลังขบวนการ "พูโต" มีกองกำลังแยกย้ายกันทำงานในหลายจังหวัดที่ภาคใต้อย่างเอาเป็นเอาตาย รัฐบาลจึงจับกุมตัว ส่งฟ้องศาลที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พิพากษาให้จำคุก ๗ ปี
ในระหว่างหะยีสุหลงอยู่ในคุก...คิดว่าจะไม่มีใครบังอาจกระทำการอีก ที่ไหนได้ คราวนี้มีหัวหน้าคนใหม่ชื่อ หะยีดือราแม...
ปี พ.ศ.๒๔๙๑ หะยีดือราแม ก่อกบฏขึ้นที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เรียกว่ากบฏ "ดุชงญอ" มีการ ปะทะกันอย่างหนัก เป็นสงครามย่อยๆ ไล่ล่าฆ่าแกงกันใกล้กับชายแดน พวกสมุนบริวาร กระจายอยู่ตามอำเภอ เจาะไอร้อง สุไหงปาดี ตากใบ
ท้ายสุด หะยีดือราแมหัวหน้ากบฏ"ดุชงญอ" สู้ไม่ได้ หนีข้ามฝั่งไปกบดานอยู่รัฐกลันตัน
ปี ๒๔๙๓...ประตูเรือนจำได้เปิดออก
นักโทษกบฏคนสำคัญได้รับพระราชทานอภัยโทษ เดินออกมาจากคุก...เขาผู้นั้นคือ หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ เขาได้รับอิสรภาพ หลังจากอยู่ทนทุกข์ทรมานในคุก ๓ ปีกับ ๖ เดือน
ทว่า...ในปี ๒๔๙๔ ข่าวน่าตกใจเกิดขึ้น
หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ ถูกจับถ่วงน้ำที่บริเวณเกาะหนู-เกาะแมว จังหวัดสงขลา ข่าวว่าตำรวจที่พอจะทราบเรื่องราวความเป็นมา มีชื่อ พ.ต.ท. บุญเลิศ เลิศปรีชา รวมอยู่ด้วย
ตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา...
ปูมหลังปัตตานี (ในตำรา) ภาค ๒ จึงฉายให้เห็นภาพความขัดแย้ง ได้ถือกำเนิดเกิดมาอย่างยาวนาน โดยที่ฝ่ายหนึ่งอ้างว่าถูกปกครอง แต่อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า "ไม่จริง" เราไม่ได้ไปเอาพวกท่านมาปกครอง เราเป็นเจ้าของแผ่นดินตรงนี้มาเนิ่นนานแล้ว พวกท่านอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารต่างหาก มาอยู่แล้วก็ไม่ว่า เราเป็นคนไทยด้วยกัน อย่ามาแบ่งแยก
การกล่าวเช่นนี้ ยิ่งยุให้เกิดการโต้แย้ง มีการต่อสู้หนักหน่วงยิ่งขึ้น
ยิ่งเมื่อหะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ ถูกจับถ่วงน้ำ มันกลายเป็นว่าช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิด ไม่อยู่ ข่าวลือถูกขยายความไปต่างๆนานา ล้วนแต่เสียหาย รัฐบาลเอง ทำเป็นไม่รู้เรื่องในการตายของหะยีสุหลง แต่ชาวบ้านแถบนั้น รู้กันไปจนทั่ว เพราะจุดเกิดเหตุ ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ ๕๐๐ เมตร เท่านั้น
ตอนที่ผมไปทำงานเป็นผู้จัดการของบริษัท ยูโนแคล ผมนั่งมองดูจุดเกิดเหตุจากโรงแรม มิหลา เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๔ โดยมีเพื่อนนักหนังสือพิมพ์เล่าให้ฟัง ท่านผู้นี้คือนายสะพรั่ง จันทรัตน์ และยังได้นำเอาประวัติศาสตร์เก่าๆมาเปิดเผย เล่าให้เห็นภาพของพวกโจรว่า แต่ละคนโหดผิดมนุษย์...เขาทำบาปเอาไว้มาก กรรมสนองกรรม นายสะพรั่ง บอกกับผม
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 21:37] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 17
    บทที่ ๖
โจรป่าเผยแพร่ อุดมการณ์รัฐปัตตานี

ในปี ๒๕๐๐ ยุคจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัตน์ เป็นยุคที่การเลือกตั้งที่ภาคใต้ไม่เรียบร้อย
สาเหตุเกิดมาจากพวกนักการเมืองที่สมัคร ส.ส. ได้ประกาศนโยบายออกมาตรงกันหมด ด้วยการประกาศว่าถ้าชนะการเลือกตั้ง จะแยกดินแดนออกมาเป็นประเทศ จะยกปัตตานีเป็นเมืองหลวง และยังได้ยกเอาพระศาสนาขึ้นมาเป็นเครื่องมือหาเสียง สร้างกระแสให้ประชาชนเกิดความต้องการที่จะเป็นอิสระจากประเทศไทย
โจรก่อการร้ายได้ขยายอุดมการณ์จากป่าเข้าสู่เมือง
พุ่งตรงไปที่รัฐสภา โจรวางแผนเข้าไปปลุกระดม บุกถึงรัฐสภา
ในปีพ.ศ. ๒๕๐๐ นั้น มีเหตุการณ์ทางการเมืองที่น่ารู้มากมาย
๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๐ การเลือกตั้งทั่วไปเต็มไปด้วยการทุจริตหลายรูปแบบ พรรคเสรีมนังคศิลาชนะท่วมท้น
๑๖ กันยายน ๒๕๐๐ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ ยึดอำนาจ ทำให้จอมพล ป. พิบูลสงคราม หนีภัยหลบออกนอกประเทศ ต่อมาได้ถึงแก่กรรมที่ประเทศญี่ปุ่น
๑๕ ธันวาคม ๒๕๐๐ มีการเลือกตั้งทั่วประเทศใหม่ นายพจน์ สารสิน เป็นนายกรัฐมนตรี
ในปีนี้เอง โจรได้ขยายฐานจากป่าเข้าสู่รัฐสภา จะพูดจะจาอะไรก็ตรงไปตรงมา พวกเขาบอกว่า เขาเป็น
ส.ส. ของรัฐปัตตานี มีหน้าที่ต่อสู้เพื่อการปลดปล่อย และให้การคุ้มครองประชาชน ไม่ให้ถูกรังแก
ส.ส. ในรัฐสภาพากันรู้และเห็นทุกอย่างแต่ไม่มีการใครจะสามารถคลี่คลายปัญหาได้
แต่ยังโชคดีอยู่ที่สภาอยู่ได้ไม่นาน ส.ส. ทั้งหลายต่างพากันแยกย้ายกลับบ้าน การเผยแพร่อุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนในรัฐสภา จึงหยุดไปด้วย ทว่า...ณ หมู่บ้านต่างๆใน ๓ จังหวัดชายแดน กลับเต็มไปด้วยความเข้มข้น มีการปลุกระดมตลอดทั้งปี
มีการจัดตั้งกลุ่มยุวอิสลาม ยุวแนวหน้า และมวลชนอิสลามกู้ชาติ ตลอดทั้งกลุ่มแนวร่วมรวมแล้วมากกว่า ๒๕ กลุ่ม
แต่ละกลุ่มจะมีธงหรือสัญลักษณ์เป็นของตนเอง โดยมีธงปัตตานีเป็นแกนหลักให้ทุกกลุ่มยึดถือเป็นโองการเดียวกัน
โจรได้สอดแทรกศาสนาอิสลามเอาเข้ามาใช้เป็นแก่นทฤษฏี
ทำให้นักการเมืองทุกคน กลายเป็นนักการเมืองของนักรบ โดยมีเจตน์จำนงรบเพี่อชนเผ่าตนเอง ถ้านักการเมืองคนไหนแสดงออกไม่ตรงตามอุดมการณ์ จะมีการปล่อยข่าว ประณาม ให้รู้กันไปในหมู่ประชาชน รวมทั้งถ้า "อิสลาม" คนไหนได้เป็นใหญ่เป็นโตในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอะไรก็ตาม ถ้าไม่ช่วยรบก็จะต้องไม่รังแกพวกเดียวกัน...
กระบวนการ "พูโต" ได้ปลูกฝังความเชื่อและความแน่วแน่ยากที่จะอธิบาย นี้คือเรื่องราวส่วนหนึ่งที่เป็นเรื่องจริง นับแต่ยุคของ "อับดุลกาเดร์"ผ่านไป มาจนถึงนักการเมืองนักการค้า
นักการเคลื่อนไหวต่างๆ ตลอดทั้งหัวหน้าองค์กรคนใหม่ ได้เข้ามาทำงานบัญชาการรบ แทนหัวหน้าคนเก่าที่ล้มหายตายจาก ทำให้เราได้เห็นปูมหลังที่เด่นชัดขึ้น
ฉากความวุ่นวายได้เกาะเกี่ยวเป็นลูกโซ่ร้อยกันเป็นพวงต่อเนื่องกัน อย่างไม่ขาดสาย โดยมีตัวละครที่สืบทราบได้ ไม่ได้มีความลี้ลับอะไรเลย แต่ที่มันลี้ลับก็เพราะ ประเทศไทยติดอยู่กับทางตันแก้ไม่ตก จะขยับไปข้างหน้าก็เจอเข้ากับการก่อวินาศกรรม การเข่นฆ่ารายวัน จะถอยหลังก็จะถูกเขาเฉือนดินแดน และยังถูกไส้ศึกแอบเล่นงานอยู่ข้างใน
ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทั้งหมด เกิดจากรัฐบาลไทยทุกรัฐบาลไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง มีอำนาจแต่ไม่มีสติปัญญา ไม่เคยจัดตั้งกลไกใดขึ้นมาเป็นตัวขับเคลื่อนในการแก้ไข รัฐบาลทุกรัฐบาลทำแบบสุ่มเสี่ยง เช่น เอาตำแหน่งและลาภยศมาล่อ รวมทั้งเอาผลประโยชน์มาเป็นเครื่องจองจำ หมายจะให้โจรปัตตานีติดกับ แต่โจรไม่เคยติดกับเลย รัฐบาลตะหากกลายเป็นฝ่ายติดกับ
ยิ่งรัฐบาลทำไปมากเท่าใด ยิ่งตกเป็นทาสในเรือนเบี้ยของโจรยากที่จะหลีกเลี่ยง
สุดท้าย รัฐบาลเอง ได้ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนกับพระพุทธศาสนาอันเป็นพระศาสนาที่มีคนไทยร้อยละ ๙๔.๓ เพื่อจะหาทางให้เกิดความสงบสุข โดยปล่อย คนพุทธถูกไล่ฆ่าฟัน ตัดหัวเสียบประจาร รวมไปถึงเอารถแทรคเตอร์ โค่นล้มสวนยาง จุดไฟเผา ขับไล่ให้ออกไปจากผืนดิน
สุดท้าย ชาวพุทธต้องหนีตายไปพึ่งวัด
ทั้งหลายทั้งปวงนั้นล้วนแต่เกิดจากความผิดพลาดของรัฐบาลทั้งสิ้น
เรื่องนี้ยังไม่จบ...จะกล่าวถึงในบทต่อไป
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 21:39] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 18
   บทที่ ๗
๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

ยะลา ปัตตานี นราธิวาส เป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร แทบจะกล่าวได้ว่าในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เฉพาะจังหวัดปัตตานีกับจังหวัดนราธิวาสนั้น ตั้งอยู่ติดกับอ่าวไทย ใกล้ประเทศมาเลเซีย จึงเรียกว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้
โจรก่อการร้าย ได้ทำสงครามนอกรูปแบบหนักหน่วงที่สุดใน ๓ จังหวัด คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส พื้นที่สงครามเกิดขึ้นที่ทุกหนทุกแห่ง จนแทบจับต้นชนปลายไม่ถูก ชื่อของอำเภอเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นเป้าถูกโจมตี เช่น อำเภอหนองจิก ยะหริ่ง แม่ลาน ทุ่งยางแดง ปะนาเระ มายอ รามัน บันนังสตา สายบุรี กะพ้อ บาเจาะ รือเสาะ ครีนคร ไม้แก่น ยี่งอ ระแงะ เจาะไอร้อง เบตง จะแนะ สุดิริน สุไหงโก-ลก สุไหงปาดี และ ตากใบ
เฉพาะอำเภอเจาะไอร้อง ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้จดจำ ทหารค่ายพัฒนาถูกโจรปล้น เอาปืนไป ๓๐๐กว่ากระบอก ฆ่าทหารตาย ๔ คน ก่อนฆ่าได้ขึ้นเหยียบอก ตะโกนว่า เป็นพุทธต้องตาย ฆ่าแล้ว ยังทำร้ายและเหยียบหยามศพอีกต่างหาก วิธีการเหยียบหยาม มีข่าวลือมาว่าได้ฉี่รดศพ เอาฝ่าเท้าประทับไว้ที่ใบหน้า
๔ มกราคม ๒๕๔๗ ...เป็นปีแห่งความทรงจำที่รัฐบาลในสมัยนั้น...คือรัฐบาลพรรค ไทยรักไทย พยายามจะไม่กล่าวถึง นอกจากไม่กล่าวถึงแล้ว ยังมีคำพูดออกมาจากปากนายกรัฐมนตรีว่า "สมควรตาย" อีกด้วย
๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในสภาพภูมิศาสตร์ที่ดีเยี่ยม ไม่เคยถูกพายุถล่ม ไม่เคยมีแผ่นดินไหว เส้นทางคมนาคมไปมาหาสู่กันสะดวก ทั้งทางรถไฟ และการขนส่งทางบก การใช้สนามบินขึ้นลง ใช้สนามบินหาดใหญ่
ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล จึงกล่าวได้ว่า ยะลา ปัตตานี นราธิวาส มีความเจริญไม่แพ้จังหวัดอื่น
ถ้าไม่มีปัญหาก่อการร้ายในสามจังหวัดนี้ ประเทศไทยทั้งประเทศจะมีแต่ข่าวคราวของความสงบ ชื่อเสียงของประเทศจะโดดเด่นงดงาม และเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น รัฐบาลแก้เกมโจรไม่ตก หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า "เอาโจรไม่อยู่" แถมพวกโจรเอง ได้มีเครือข่ายอยู่ต่างประเทศ คอยใส่ร้ายป้ายสี ยิ่งทำให้ข่าวที่เสียหายเกิดขึ้นกับประเทศไทยสุดที่จะหาทางเยียวยาขบวนการต่างๆในประเทศไทย ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา ข้อเรียกร้องหนึ่งที่ได้ผลมาก ได้แก่ข้อเรียกร้อง "ไม่ให้รังแกประชาชน", " ให้หยุดการอุ้มฆ่า" สมาชิกวุฒิสภาหลายคนได้ดาหน้าออกมาให้หาทางสมานฉันท์ เยียวยาประชาชนโดยไว
ผลก็คือเข้าทางโจร ฝ่ายโจรนั้นได้กล่าวร้ายป้ายสีรัฐบาลมายาวนาน หาว่าข้าราชการรังแกประชาชน มีการพูดอภิปรายในรัฐสภาด้วยฝีปากคมกล้า บอกเรื่องราวความเหี้ยมโหดเป็นฉากๆ จนสามารถทำให้ประชาชนและชาวบ้านทั่วไปเชื่อว่า ข้าราชการที่ภาคใต้รังแกประชาชนจริง ประชาชนเกิดความเกลียดชังร่วมไปด้วย แท้ที่จริง มีแต่โจรรังแกข้าราชการ พวกข้าราชการนั้น น้อยนักที่จะเหยียบขาเข้าไปในหมู่บ้านได้ ยิ่งมาถึงยุคพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่ได้ประกาศขอโทษแทนรัฐบาลทักษิณ ตำรวจหมดโอกาสเหยียบเข้าไป
ในหมู่บ้านเด็ดขาด ตั้งแต่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
ความจริง ตำรวจและข้าราชการ หมดโอกาสเข้าหมู่บ้านมานานแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นยุคก่อนโน้นหรือปัจจุบันนี้ คนที่รังแกเขาจริงๆ คือ โจรปัตตานี
แต่มันช่างแปลก คนที่รังแกเขาทุกวัน" คือโจร" แต่ปากของโจรกลับประกาศว่า "ถูกรังแก"ช่างแปลกอีกเช่นกัน..สมรรถภาพการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลทำไมจึงอ่อนยวบ ไม่มีวี่แววฉลาดทันโจรเลย
ขนาดถูกรังแกไม่เว้นแต่ละวัน ก็ยังเป็นทองไม่รู้ร้อน คนทีคับแค้นใจก็ได้แต่รับแค้น ไม่มีทางไหนที่จะทำให้หายคับแค้นได้
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 21:45] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 19
    เมื่ออยู่ในหน้างาน ผมมองหาคีย์แมนโทน เพราะบางทีอาจจะได้รับฟังข่างใหม่ๆขึ้นมาบ้าง ผมบอกให้คนไปตามหาโทน ให้มากินข้าวเที่ยงด้วยกัน
คุณช้าง หรือ ชูศิษย์ เลาวนากิจกุล กินข้าวแล้วถือโอกาสนอนบนเก้าอี้งีบหลับเอาแรง ผมพาโทนเข้าไปนั่งคุยกันที่มุมห้องทำงาน ผมถามโทนว่ามีข่าวอะไรไหม...โทนมองออกไปทางหน้าต่าง เมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีแล้ว
จึงกระซิบบอกผมว่า "ผมกำลังจะหาทางออกนายหัว ข่าวว่าดอเยาะจะเผา "โซโย" อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ครับ..."
โอ๊ะ...ผมครางออกมา"
อย่าไปยุ่งดีกว่านายหัว พวกนี้..ถ้ามันจะทำมันก็ต้องทำ"
อ้าว..แล้วก็บริษัทของเราล่ะ...? ผมร้อง โทนบอกว่า "ไม่เกี่ยว"
ผมได้รับข่าวด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ แต่จะทำอย่างไรได้ ผมต้องระวังตัวแจ กลัวมันจะรู้ว่าผมอยู่ตรงนั้น จึงยิ่งต้องระวัง โทนเองก็ไม่รู้ว่าผมเขียนคอลัมน์ด่าพวกโจรป่าทุกวัน แม้ว่าหนังสือพิมพ์บ้านเมืองจะมีขายที่หาดใหญ่และภาคใต้ทุกจังหวัด ก็ไม่มีใครรู้นามปากกาของผม
คีย์แมนโทนเขารักผม เพราะความเป็นอีสานด้วยกัน เขาได้ประโยชน์เกี่ยวกับอาชีพการงานไม่น้อยเลย ความรักมันจึงถูกวางไว้บนความไว้วางใจ
หลังพักเที่ยง ผมมองออกไปทางหน้าต่าง เห็นโครงสร้างของโรงแยกแก๊สเริ่มมีสิ่งก่อสร้างหนาตาขึ้น ถ้าการก่อสร้างเสร็จ โรงแยกแก๊สจะมีรูปร่างเหมือนโรงกลั่นน้ำมัน ห่างออกไปทางทิศตะวันตกของสำนักงานที่ผมนั่งทำงานประมาณ ๒๕๐ เมตร เป็นสถานที่ตั้งของบริษัท "โซโย"
ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาช่วงเช่นเดียวกับพวกผม ทางทิศใต้เป็นที่ตั้งของบริษัท "เร็ดซี" รับเหมางานประเภทเดียวกัน บริษัทอิตาเลี่ยนไทย ตั้งสำนักงานอยู่ทางปากทางออก
ผมกระวนกระวายใจอยากบอกข่าวนี้ให้ "ซัมซุง" รู้ ตั้งใจเอาไว้ว่าจะต้องบอกให้ได้ไม่วิธีใดก็วิธีหนึ่ง รู้แล้วจะทำเป็นเงียบเห็นไม่ได้แน่ คิดแล้วก็เลิกงานในวันนั้น แต่ยังเลิกหลังคนอื่นตั้ง ๒ ชั่วโมง เพราะต้องตรวจดูความเรียบร้อย เพื่อจะได้เตรียมงานในวันรุ่งขึ้น ผมกลับถึงบ้าน แวะไปกินข้าวเย็น แล้วอาบน้ำ นุ่งชุดนอน เข้าห้องนอนไหว้พระสวดมนต์เสร็จ ถือโอกาสเจริญสมาธิประมาณ ๓๐ นาที เสร็จแล้วก็ล้มตัวลงนอน ผมนอนหลับสบายตลอดคืน
ตื่นแต่ตีห้า...รีบกระวีกระวาด ลงไปหารถที่จอดรอรับอยู่แล้ว
ผมเดินทางถึงโรงแยกแก๊ส...ในขณะตะวันสีแดงดวงกลมโตกำลังโผล่พ้นขอบฟ้า แต่บรรยากาศประตูทางเข้าไปทำงานวันนี้ เงียบเหงาผิดปกติ ผู้คนบางตา ทหาร ตำรวจ ที่ปักรักษาความปลอดภัย ดูเงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน
หน้าประตูใหญ่ มีรถดับเพลิงของเทศบาลจอดอยู่ ๑ คัน ลุงร้านกาแฟมองดูหน้าผม แล้วกระซิบบอกเสียงหนักๆ "ไฟไหม้โซโยตอนตีสองวอดไปทั้งหลัง" พูดจบก็เดินไปชงกาแฟ คนอื่นๆได้ยินพากันเงียบ ไม่มีใครถามหาว่าเกิดอะไรขึ้น
"โทน...” ผมครางอยู่ในใจ "โจรมันเผาเร็วกว่ากำหนด"
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 21:48] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 20
    บทที่ ๘
ตัวร้ายจากอาเจะห์

ผมเจอ คีย์แมนโทน ก่อนใครอื่น
สุบิน หัวหน้าเซฟตี้เป่านกหวีดเรียกแถว ผมยืนพูดในท่าเดิมเหมือนทุกวันบอกให้ทุกคนขยับตัวให้ห่างกัน ๑ ช่วงแขน คนงานมีมากกว่า ๑๐๐ มองดูแล้วเหมือนกองกำลังย่อมๆ ผมเริ่มต้นด้วยคำพูดที่ฟังเข้าใจง่ายว่า ก็หวังว่าสำนักงานของเราคงปลอดภัยไม่ถูกไฟไหม้ ไฟไหม้โซโย ไม่ทราบว่าเกิดจากอะไรแต่ผมเดาเอาไว้ก่อนว่า การเดินสายไฟทีสะเพร่า อาจทำให้ไฟลัดวงจรได้ ดังนั้น พวกเราต้องเข้างวดกวดขัน ดูกันให้ดี ผมโยนเรื่องไปให้อุบัติเหตุทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอก...เพราะโทนได้บอกข่าวนี้แล้วไง
ผมพูดถึงประโยคนี้ แถวทั้งแถวมองไปที่สำนักงานกลางสนามของ "โซโย" ซึ่งในตอนนี้ไม่มีเหลือแม้แต่หลังเดียวพวกคนงาน "โซโย" ดูสับสนวุ่นวาย
ทว่า...โรงแยกแก๊สทั้งโรง ทำประหนึ่งไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น คนงานของบริษัทต่างๆทำงานตามปกติ ไม่นานก็มีข่าวออกมาว่า ตำรวจสรุปแล้วเกิดจากอุบัติเหตุ นี้คือตัวอย่างเหตุร้ายที่เกิดขึ้นให้กระทบจิตใจยากที่จะลืมตอนบ่ายของวันนั้น ผมเดินไปตรวจงานด้านทิศเหนือ พบคีย์แมนโทนกำลังดึงสายเชื่อมเพื่อที่จะย้ายเอาไปติดตั้งอีกแห่งผมตบไหล่โทนด้วยความสนิทสนม คนงานอีกกลุ่มกำลังง่วนอยู่กับงาน เสียงเครื่องปั่นไฟ เสียงเครื่องจักรทำงาน ทำให้บรรยากาศทีจะมีความเลวร้าย กลับเข้าสู่สภาพปกติ โทนมองดูหน้าผม ปล่อยมือจากสายเชื่อม
แล้วเดินเข้ามายืนข้างหน้าห่างผมไม่เกินเมตร เอ่ยปากบอกเรื่องใหม่เบาๆ
"นายหัว...ตอนนี้ พวกดอเยาะ มันสั่งตัวร้ายมาจาก "อาเจะห์" มากกว่า ๓๐ คนแล้วนะ มันคงก่อกวนรุนแรงยิ่งขึ้น.."
"มันมาถึงแล้วหรือยัง.." ผมถาม โทนตอบว่า "เพิ่งผ่านแดนเข้ามา..."
"เออ ขอบใจมากโทน รู้แล้วก็ไม่ทราบว่าจะมีประโยชน์อะไร ทำได้อย่างเดียวคือหนักใจแทนประเทศชาติ ตัวเราก็แค่นี้"
พูดจบ ผมเดินเลยเขาไป ปล่อยให้เขาทำงานด้วยความสบายใจ
หลังจากเลิกงาน ผมนั่งเปิดดูแผนที่ในห้องพัก ตรวจดูสถานที่ตั้งของ"จังหวัดอาเจะห์" ของประเทศอินโดนีเซีย
พบว่าเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บนเกาะใหญ่ติดกับมาเลเซีย เยื้องมาทางประเทศไทย พวกอาเจะห์เป็นกบฏ มีกองกำลังต่อสู้กับรัฐบาลเพื่อจะแบ่งแยกดินแดน อินโดนีเซียส่งทหารเข้าไปปราบชนิดเลือดหยดติ๋ง พวกโจรแบ่งแยกดินแดนอาเจะห์มีอาวุธร้ายมากมาย ไม่รู้ไปขนมาจากไหน พวกอาเจะห์คือหอกข้างแคร่ของอินโดนีเซีย
ประเทศอินโดนีเซียเขาไม่ยอม
ตอนที่ผมทำงานอยู่กัวลาลัมเปอร์ ที่บริษัท "ตาลาม คอร์ปปอเรชั่น" ผมรู้จักคนงาน อาเจะห์มากกว่า ๕๐ คน ทำงานร่วมกับคนไทยด้วยนิสัยใจคอที่ดี แต่คนเหล่านี้เป็นอริกับ คนอินโดนีเซียด้วยกันสาเหตุเนื่องมาจากเชื้อสายชาวอาเจะห์ เป็นเชื้อสายมลายู จึงต้องการแยกรัฐอิสลามใหม่
ผมพอจะรู้เรื่องราวของพวกอาเจะห์ แต่ไม่เคยได้ข่าวว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับปัตตานี
วันนี้โทนบอกว่าตัวร้ายจาก "อาเจะห์" ยกกำลังมาช่วย "ดอเยาะ"
ถ้าเป็นแบบนี้ความเลวร้ายนับวันแต่จะขยาย
ผมถือโอกาสขณะทำงาน เปิดดูแผนที่ประเทศไทย แล้วดูเลยลงไปทางตอนใต้ เห็นเนื้อที่แล้ว ก็ใจหาย แผ่นดินใต้สุดด้านทางฝั่งอ่าวไทย ซึ่งเป็นผืนดินเดียวกันกับประเทศมาเลเซีย ใต้ไทยลงไป เป็นอีกแผ่นดินหนึ่งที่มีเชื้อสายเดียวกันกับคนไทยในยะลา ปัตตานี นราธิวาส คนมาเลเซียที่ผูกพันกับ ๓ จังหวัดภาคใต้มากที่
สุด แผ่นดินนั้นได้แก่รัฐกลันตัน
ความจริงแล้ว ประเทศมาเลเซียมีพื้นที่ภูมิศาสตร์เป็นเกาะ แต่ละเกาะ จะมีความใหญ่โตจนเกือบไม่ใช่เกาะเช่น เกาะซาราวัค เป็นต้น
ส่วนที่เป็นที่ตั้งของเมืองหลวง และอีกหลายจังหวัด รวมทั้งรัฐกลันตันนั้น เป็นผืนดินผืนเดียวกับปลายแหลมของประเทศไทย เส้นพรมแดนระหว่างไทยกับมาเลเซีย เป็นเส้นแบ่งเขตโดยอาศัยแม่น้ำเล็กๆก็มี เอาภูเขาไฟเป็นเส้นแบ่งเขตก็มี ไทยกับมาเลเซีย จึงเป็นประเทศมี "แผ่นดิน" ติดกัน ในส่วนที่เป็นเมืองหลวงของมาเลเซียตั้งอยู่บนแหลมทองของประเทศไทย
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 21:53] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 21
    บทที่ ๙
ปัตตานี..เป็นอิสลามตั้งแต่เมื่อใด

ผมจับภาพได้กระจ่างชัดว่า ปัญหาที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ เกิดจากพี่น้องชาวไทยเชื้อสายมลายู ถูกโจรข่มขู่ไม่ให้รับการเป็นสัญชาติไทยบ้าง ตัวเองตั้งใจแน่วแน่ ไม่ยอมรับนับเอาสัญชาติไทยเป็นของตนบ้าง รวมแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ถ้าเป็นเช่นนี้ มีคนที่ไม่ยอมเป็นคนไทยมากกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ผู้คนเหล่านี้เป็นอุปสรรคใหญ่
หลวงในการสร้างความสมานฉันท์ เนื่องจากความสมานฉันท์ในเป้าหมายของเขา ต้องได้สิ่งที่ต้องการตอบแทนจึงจะเกิดความสมานฉันท์ได้ ขออ้างโทนอีกนั่นแหละ โทนบอกว่า สิ่งที่เขาต้องการ คือ "เป็นประเทศปัตตานี...?
ผมจับภาพได้ต่อไปว่า ปัญหาที่แก้ยากที่สุด ก็เพราะรัฐบาลทุกรัฐบาลมีความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงตลอด ๑๐๐ปีผ่าน ด้วยการพยายาม "อ่อนข้อ" ให้ทุกเรื่อง จนฝ่ายโจรสามารถนั่งอยู่บนหลังเสือแล้วบังคับให้เสืออยู่ในสภาวะจำยอม
จำยอมไปทุกเรื่อง ยอมแพ้ให้แก่นักการเมืองโจร
ยอมจำนนต่อการด่าทอ ยอมจำนนต่อข้อกล่าวหาที่เท็จ
ความผิดพลาดอันยาวนาน เกิดจากน้ำมือของนักการเมืองสายพุทธที่บริสุทธิ์มากกว่าโจร ทำให้โจรได้ทีขี่แพะไล่
ไล่มาจนถึงรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่ผยองอวดดี สบประมาทว่าเป็นโจรกระจอก แล้วประกาศไม่ยีหระด้วยคำพูดที่ว่า “เมินเสียเถอะ แบ่งแยกดินแดน ตารางนิ้วเดียวก็ไม่ให้” หลังจากนั้นโจรได้พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาไม่ใช่โจรกระจอก ไอ้ที่พูดว่าตารางนิ้วเดียวก็ไม่มีทางยอมให้ โจรจะทำให้ดู จะเอาทุกตารางนิ้วที่อยู่ในแผนที่
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทยที่เปิดสนามรบให้โจร ถ้าประเทศไทยจะเสียดินแดน แม้ว่าประเทศไทยจะมีความผิดพลาดต่อกันยาวนาน แต่ก็ยังไม่มีการต่อสู้ในลักษณะสงคราม ครั้นมาถึงยุคนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เป็นผู้นำของประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีคนนิยมมากมายถึง ๑๙ ล้านคน
แต่ถ้าประเทศไทยจะเสียดินแดน มันเกิดจากการกระทำของทักษิณเป็นคนแรก โยนให้ทักษิณคนเดียวสุด ๆ ไม่ผิดตัวเพราะว่าเขาอหังการเกินไป ทำให้โจรกระจอกกลายเป็นโจรดาวกระจาย
ถนนเต็มไปด้วยเรือใบ ป่าเขาเต็มไปด้วยมือปืนซุ่มยิง ในหมู่บ้านเต็มไปด้วยแนวร่วมของพวกโจรปัตตานี
ปัญหาที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่สั่นสะเทือนความมั่นคงของประเทศไทยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เราจะทำอย่างไรจึงจะแก้คืนได้ ลองหันไปทางท่านแม่ทัพที่เป็นหน่อเนื้อเชื้อสายอิสลามด้วยกัน คงจะช่วยได้ ได้แก่ พล อ. สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิวัติที่เป็นอิสลาม ที่คนไทยมั่นใจว่าท่านผู้นี้ จะกู้ ๓
จังหวัดชายแดนคืนมาได้ เพราะจะมีบารมีให้อิสลามเกรงใจ เชื่อหรือว่าโจรจะยอมรับนับถือบารมี
ถ้าโจรยินยอมง่ายๆเช่นนี้ อับดุลกาเดร์, หะยีสุหลง และ "ตวนกู" อีกตั้ง ๓ คน คงไม่พากันบ้าต่อสู้อย่างยาว
นานถึงขนาดสู้ถวายหัว เอาชีวิตและความทุกข์ยากของครอบครัวเข้าแลก เขาคงยินยอมสวามิภักดิ์ต่อพระมหากษัตริย์ ด้วยความรักและศรัทธาไปนานแล้ว
ดังนั้น ความหวังจึงเป็นความหวังลม ๆ แล้ง ๆ กับอิสลามด้วยกัน
คนอิสลามแท้ ๆ ที่เขาเป็นโจรปัตตานีเขาไม่สน เขาไม่ให้ราคาแม้แต่นิด
ถ้าอยากจะให้โจรยกย่องให้มาอยู่ “หัวแถว” ก็ต้องเป็นฝ่ายเขา เขาจึงจะรับอิสลามไทย (เพื่อนของผม) เล่าให้ฟังว่า วิธีดูว่า นายพล แม่ทัพ รัฐมนตรี (คนนั้น) เป็น ฝ่ายไหน จะดูได้จากความปลอดภัยของแต่ละคน ถ้าเขา (คนนั้น) เดินเดี่ยวเข้า-เดินออกใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างปลอดภัย ไม่เลือกกาลเวลา ไม่มีใครลอบวางระเบิด ไม่ถูกดัก ทำร้าย ไม่ถูกวางแผนฆ่า ไม่ถูกก่นด่า... โดยไม่มีกองกำลังอารักขา... นั้นแหละ... เขาเป็นพวกเดียวกัน
เพื่อนของผมเล่าเปรียบให้ฟังว่า ดูเอา... เพียงแค่สงสัยเอาใจออกห่างไปเข้าข้างทหาร ยังถูกตัดหัวเลยแล้วเขาจะปล่อยรัฐมนตรีอิสลามที่ปราบเขาจนด่าวดิ้นให้ลอยนวลอยู่ได้อย่างไร
จึงเป็นไปได้ยากมาที่จะได้อาศัยท่านแม่ทัพกล่องโจรได้สำเร็จเพื่อนของผมยืนยัน
เมื่อกล่าวถึงเหลี่ยมคูระหว่างรัฐบาลกับโจร รัฐบาลสู้โจรไม่ได้ จะดูได้จากหลายกรณีเช่นฝ่ายรัฐบาลนั้น นึกเอาเองว่าทำดีเอาไว้ โจรจะได้ไม่ตำหนิ เช่น การไปกล่าวคำขอโทษเป็นต้น อันนี้ถือว่าเป็นเหลี่ยมคูที่แตก
ต่างทำให้รัฐบาลเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 21:57] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 23
   ภีร์ปลอมขึ้นมาหลอกลวง ทำให้พี่น้องอิสลามที่บริสุทธิ์หลงเชื่อคำสอนที่ผิดๆ เช่นการอ้างว่าฆ่าพุทธแล้วจะได้ไปอยู่กับพระเจ้า เป็นต้น
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ได้ออกข่าวว่า ทหารได้ต้นฉบับคำสอนที่ผิดพลาด โดยได้มอบต้นฉบับนั้นให้แก่สำนักจุฬาราชมนตรี ต่อจากนั้น ไม่ได้มีการนำเอามาเปิดเผย ทางรัฐบาลได้เก็บเข้ากรุ หวังว่าจะไม่ถูกโจรนำเอามาใช้อีก
แต่พวกโจรปัตตานียังคงใช้คัมภีร์ปลอมนี้อยู่ และใช้อย่างได้ผลยิ่ง
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:07] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 24
    บทที่ ๑๐
โจรก่อการร้ายกับอิสลาม

แท้ที่จริงแล้ว ศาสนาอิสลามไม่ได้เป็นต้นเหตุ ทำให้เกิดความบาดหมางระหว่างคนในชาติ ไม่ว่ากรณีใดๆ แม้แต่การที่พุทธต้องหนีตายไปพึ่งวัด ก็ไม่ได้เกิดจากอิสลาม
แท้ที่จริงพวกโจรปัตตานีสร้างกลลวงมายาวนาน จนปลุกให้อิสลามเป็นคนเหี้ยมโหดขึ้น มาช่วยเข่นฆ่าชาวพุทธ ภายใต้การบงการ คือ พวกโจร ความจริงมันเป็นเช่นนั้น
ต้นเหตุทั้งหมดเกิดจากปัญหาชนเผ่า แต่ถ้าพุดว่า เป็นปัญหาของชนเผ่า ก็จะเข้าใจยาก ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทย ไม่เคยเอาใจใส่ในปัญหาของชนเผ่าต่างๆเลย เราแทบจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ในประเทศไทยมีกี่ชนเผ่า มีเผ่าอะไรบ้าง ไม่รู้ว่าความคิดและความเชื่อของชนเผ่าเป็นอย่างไร
รัฐบาลผู้บริหารประเทศ ด้อยสติปัญญายาวนาน ปล่อยให้เรื่องของชนเผ่า เกิดการเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน ตัวอย่างเช่น ชนเผ่าไทยตั้งแต่เดิมนั้น มีความยากจนข้นแค้น ความเป็นอยู่อนาถาไร้การศึกษา ไม่มีที่ทำกิน ไร้ที่อยู่อาศัยไร้ที่พึ่ง ตกอยู่ในฐานะ ผู้เสียเปรียบทางสังคม
สภาพชีวิตที่แท้จริงฟ้องอยู่ในตัวว่า ชนเผ่าไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบชนเผ่าอื่น
ชั้นวรรณะที่แท้จริงของคนไทย คือพลเมืองชั้นสอง
นี่เป็นเรื่องของชนเผ่าไทยโดยแท้ ขนาดนี้ชนเผ่าอื่นกลับกล่าวหาไทยเอารัดเอาเปรียบ ชนเผ่าอื่นที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย มาพบเจ้าของประเทศที่มาอาการหลับๆตื่นๆ ชนเผ่าไทย จึงตกเป็นเหยื่อของคนที่ฉลาดกว่า
ยิ่งพระพุทธศาสนานั้น คนทีเข้ามาบวชล้วนแต่เป็นคนที่ยากจน การศึกษาก็น้อย จึงไม่รู้เท่าทันคนเผ่าอื่น ชนเผ่าอื่นเอาเปรียบเพียงใดก็ทนได้ เพราะว่ารัฐบาลนำพาให้ทนอยู่...ทนสู้.....ชนเผ่าไทยเผชิญชะตากรรมมายาวนาน
ชนเผ่าอื่นนั้น เขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องอาชีพ เขาไม่ได้ยากจนอนาถา เขาไม่มีความหนักใจที่จะอยู่กับคนไทย
เพราะยังไงเสีย อยู่กับคนไทยง่ายกว่าอยู่กับพวกเดียวกันเสียด้วยซ้ำ แต่ที่เขาหนักใจนั้น หรือไม่มีความพึงพอใจทั้งหลายทั้งปวง เพราะเขาต้องการแยกตัวตั้งเป็นประเทศของตนเอง เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า " ซีเซสเชิน " (Secession) จึงได้เกิดการกบฏ การคิดกบฏนั้น เป็นได้ทั้งความคิดทางชนเผ่า และความมักใหญ่ใฝ่อำนาจ ต้องการเป็นหัวหน้าชนเผ่า หรือเป็นสุลต่านเสียเอง จึงคิดการใหญ่ เกิดการ ส้องสุมกำลังผู้คน แล้วสร้างเงื่อนไขให้เกิดกรณีพิพาท เช่นการฆ่าพระไล่ล่าขาวพุทธ เผาบ้านเผาเรือน หาทางทำให้การต่อสู้ขึ้น จะได้หาเรื่องเอามาโวยวายตามความชำนิชำนาญในการปั้นเรื่องของพวกโจร
จนแล้วจนรอด พุทธก็ยังไม่ต่อสู้ป้องกันตัวเอง
โจรจึงโวยวายเรื่องเก่า หาว่าพุทธรังแกทั้งๆที่ไม่ใช่ความจริง
เรื่องจริงของข้อขัดแย้งทั้งหมด เกิดจากการเป็นกบฏ หลังจากการกบฏก็มีการปราบปราม เมื่อถูกปราบปรามก็โวยวาย แล้วใช้คำว่า "ประเทศไทยรังแก" ก่อกระแสทำให้เกิดความบาดหมางขยายวงกว้างออกไป ยิ่งมีการตายเกิดขึ้น ยิ่งเป็นเงื่อนปมให้ยุ่งยากมากขึ้น
กรณีกรือเซะ และ กรณี ตากใบ คือวัตถุดิบชิ้นงามของพวกโจรก่อการร้าย
แต่...ถึงแม้จะกล่าวว่าปัญหาที่แท้จริงคือการกบฏ แต่ปัญหานี้เกิดมาจากความมักใหญ่ใฝ่สูง และเกิดมาจากความต้องการให้ชนเผ่าของตนแยกเป็นอิสระ โดยอาศัยความศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม เป็นประหนึ่งหอบังคับการ ทำให้โจรปัตตานีได้รับการสนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงสรุปได้ว่า ในที่สุดปัญหาทั้งปวงเกิดจาก
ปัญหาชนเผ่าทั้งสิ้น
โจรก่อการร้าย มีใจต้องการปกครองตนเอง ไม่ต้องการขึ้นกับรัฐบาลที่ผู้บริหารไม่ใช่คนเชื้อชาติเดียวกัน โจรจึงประกาศต่อสู้กับรัฐบาล โดยประกาศออกมาว่า เป็นการต่อสู้กับรัฐบาลไทย การประกาศเช่นนี้ เป็นการยืนยันให้เห็นว่า ตัวเขาไม่อยากเป็นคนไทย ถ้าเขามีความรักในความเป็นคนไทย เขาจะไม่ใช้คำประกาศว่า ต่อสู้กับรัฐบาลไทย แต่เขาจะต่อสู้กับ " ตัวบุคคล " เช่น ประกาศว่าสู้กับรัฐบาลทักษิณ หรือสู้กับรัฐบาลหุ่นอะไรทำนองนั้น
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:10] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 25
   ดูตัวอย่าง โจรก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ไม่เคยประกาศแม้แต่ครั้งเดียวว่าสู้กับรัฐบาลไทย แต่ ผกค.ประกาศว่า สู้กับรัฐบาลหุ่น ถนอม-ประภาส อย่างนี้เป็นต้น
ดังนั้น ตัวปัญหาที่แท้จริงไม่เกี่ยวกับศาสนาเลย
มันเกี่ยวกับปัญหาหัวใจฝักใฝ่เชื้อชาติเดิมของพวกตนทิ้งไม่ได้ตะหาก แต่ทำอย่างไร รัฐบาลไทยจึงจะยอมรับว่า ที่โจรยกเอาศาสนาอิสลามขึ้นมาอ้างเสมอนั้น เป็นยุทธการ " ลวง " ถามเช่นนี้แล้ว ก็อยากให้รัฐบาลรับรู้ความจริงต่อไปว่า ปัญหาของอิสลามดั้งเดิมที่เคยมี ก็ไม่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเลย ไม่ว่าจะเป็นสงครามครูเสสกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม ล้วนไม่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาเลย
เรื่องในอดีตที่ศาสนาบาดหมางกันอย่างร้ายกาจรุนแรง เป็นการบาดหมางระหว่างอิสลามกับคริสตังค์ จนมีการทำสงครามล้างเผ่าพันธ์ ดังที่ทราบ
พุทธไม่เคยมีปัญหากับอิสลาม แล้วไฉนกลับกลายเป็นปัญหาระหว่างพุทธกับอิสลาม
กระนั้นก็ตาม แม้ว่าศาสนาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยก็ตาม แต่บัดนี้ พวกโจรได้ขมวดเรื่องศาสนาทั้งหมดเข้าเป็นก้อนเดียวกันเสียแล้ว จึงเป็นการยากที่จะแยกปัญหาโจรแบ่งแยกดินแดน ออกจากศาสนาอิสลามได้
ผมอยากยกเรื่องราว (ในเชิงซ้ำซากไปหน่อย) เอามาเล่าให้ฟัง จะได้เห็นปัญหานี้กระจ่างชัดมากขึ้น กล่าวคือโจรได้สร้างปัญหาขึ้นในศาสนา ทั้งศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม
ซึ่งเราก็รู้ดีว่า ความจริงนั้น ศาสนาไม่เคยมีปัญหา และเราก็รู้ต่อไปว่า มนุษย์ (หรือโจรปัตตานี) ตะหากพากันมีปัญหา
อีกประการหนึ่ง มนุษย์ (ขอนอกเรื่องว่า) ผู้เต็มไปด้วยอวิชชา มักจะต้องสร้างปัญหาให้กับสิ่งประเสริฐ ตัวอย่างเช่น การสนทนาระหว่างนักวิชาการ ผมได้ยินเสมอ เขาชอบพูดว่า " เรามาถกปัญหาธรรมะกัน
เถอะ....? " ผมได้ฟังแล้วก็สะอึก นึกไม่ออกว่า ธรรมะมีปัญหาตรงไหน ทำไมมนุษย์จึงจำเป็นต้องถกกับ ธรรมะว่ามีปัญหา เรื่องของเรื่องมันเป็นการใช้ภาษาที่ผิด ภาษาทีถูกต้องได้แก่ " เรามาถกเรื่องธรรมะกันเถอะ...ตะหาก " ซึ่งหมายถึงพวกที่มาถก ไม่มีความเข้าใจในธรรมะ ไม่รู้ว่าหลักธรรมข้อไหน สอนว่าอย่างไร จึงต้องมาถก....
เพราะฉะนั้น เรื่องของศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาอิสลาม หรือพุทธ หรือคริสต์ ไม่เคยมีปัญหาด้วยประการทั้งปวง เนื้อแท้ของศาสนาคือการสร้างคนให้เป็นคน ชาติไหนมีศาสนาก็เพื่อจะอาศัยศาสนาเป็นร่มเงา สร้างความเจริญทางจิตใจ สร้างใจให้เกิดความเมตตาสงสารซึ่งกันและกัน และสุดท้ายถือว่าศาสนาคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด
แต่คนที่นับถือศาสนาเป็นผู้มีกิเลสหนา แล้วอาศัยศาสนาก่อปัญหาขึ้นมา มีปัญหาเพราะไม่อยากให้มีศาสนาอื่นร่วมโลก ใช้ศาสนาเบียดเบียนคนอื่น
แท้ที่จริงมีปัญหา เพราะต้องการมีแต่ศาสนาของตนเพียงศาสนาเดียว บางคนชั่วร้ายถึงขั้นทึกทักเอาว่า ในโลกนี้จะต้องมีศาสนาของตนคนเดี่ยว เห็นคนอื่นที่ไม่ได้นับถือเหมือนตนเป็นพวกคนบาปไปจนหมด แล้วก็เข่นฆ่าคนอื่น อย่างไม่กลัวบาป ตรงกันข้ามกลับพูดว่าได้บุญ
ถ้าตัวเองถูกฆ่าบ้าง....จะยอมรับว่าคนอื่นที่ฆ่าเขาได้บุญไหมเล่า
ผมยกเอามากล่าวซ้ำซาก ก็เพื่อต้องการชี้ให้เห็นการกระทำของโจรก่อการร้าย ที่อ้างว่าพุทธรังแกอิสลาม
และอ้างต่อไปว่า อิสลามไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น เขาอ้างได้อย่างมีอำนาจ เนื่องจากฝ่ายรัฐบาล " นิ่งเฉย" ไม่เคยที่จะแก้ข้อคิดเห็นที่ผิดพลาด
ถ้าจะแก้จริงๆ จะทำได้โดยไม่ยากเลย ผมลองคิดดูว่า ถ้าแก้ด้วยการออกค่าใช้จ่ายเหมาเครื่องบินให้คนกลาง ในโลกสัก ๑๐ ลำ เชิญคนกลางทั่วโลกให้มาดู แล้วให้อยู่ฟรีกินฟรี ๑๐ เดือน ให้คนกลางมาแอบสังเกตุการณ์เอง จะทำใต้ดินแบบสันติบาล หรือจะด้อมๆมองๆ ก็ได้ จะอยู่อย่างเปิดเผยก็ได้ ลงทุนเหมาลำให้คนทั้งหลายมาแอบดูว่าพุทธรังแกอิสลามจริงหรือ....แล้วจะได้ เห็นด้วยตา เมื่อเห็นแล้ว คนเหล่านั้นจะเป็นผู้พิสูจน์ให้รู้ความจริง
ความคิดแบบนี้อาจจะดูโง่ไปหน่อย ถ้ากล้าทำ....จะเกิดภาพที่ชัดเจนอย่างแน่นอน
ทว่า....รัฐบาลไทยไม่คิดหาทางแก้ เอาแต่งมมะหรา ผวาโจรทุกกระบวนท่า
โจรว่ามาก็เต้นไปตามกระบอกเสียงของโจร เรื่องถึงได้เลวร้ายหนักข้อยิ่งขึ้น
ผมขอกล่าวต่อไปว่า ทุกเรื่องทุกวิธีการ โจรเอาศาสนามาเป็นทั้งทัพหน้าและ ทัพหลัง เป็นหน่วยจู่โจมทั้งทางการเมืองและทางสังคม และการเศรษฐกิจ เช่น ธนาคาร อิสลาม แล้วรุกคืบเข้าสู่ฐานอำนาจอย่างเอาจริงเอาจัง โจรทำได้ผลทันตาเห็น อำนาจของอิสลาม กำลังจะกลายเป็นตัวแปร บังคับให้นักการเมืองพุทธที่ขาด สติสัมปชัญญะ ไม่มีความเข้าใจในความปรารถนาของพวกโจร จะพากันแห่ทำตามข้อเสนอของโจร เรียกว่า โจรจะขู่เอาอะไรก็ประเคนให้
กลเกมแบบนี้ ใจรได้ชัยชนะ ๒ ด้านในเวลาเดียวกัน
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:12] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 26
    ๑. พวกโจร จะได้อำนาจใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
๒. ศาสนาอิสลาม จะกลายเป็นศาสนาประจำชาติไทยในทางพฤตินัย เป็นใหญ่ในแผ่นดินไทยตามแบบฉบับของต่างประเทศ โจรจะอาศัย " อิสลาม " ขู่เอาสิ่งที่ต้องการ
อิสลามฝ่ายที่หัวใจเป็นไทยจะไม่กล้าคัดค้าน คนพุทธเองก็หมดสิทธิแสดงความคิดเห็น ฝ่ายนักการเมืองจะพากันเงียบ....เพราะเงียบมานาน ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนออกมาเคลื่อนไหวเลย ดังจะเห็นได้ อิสลาม
ประกาศฆ่าพุทธ ไม่เคยมีนักการเมืองคนไหนออกมาแสดงความเดือดร้อน
อาการสงบเช่นนี้ โจรยิ่งได้ใจ
โจรยิ่งจะอ้างศาสนาอิสลามหนักข้อยิ่งขึ้น เพราะทำแล้วได้ผล
เพื่อนที่ใต้เล่าให้ฟังว่าโจรจะสงบทันตาเห็นเมื่อใดก็ได้ ถ้าวันไหนพวกเขาได้ในสิ่งที่เขาต้องการ เพื่อนที่ใต้อีก
เช่นกัน พูดว่าประเทศไทยเสียทีโจรจนป่น** เพราะนึกว่าโจรมีจรรยาบรรณ คนที่นั่งบงการให้เกิดกบฏ รู้ดีว่า
ทัศนะคติของคนไทย เปิดช่องโหว่ตั้งแต่หัวถึงท้าย
คนที่บงการมีแน่ งานใหญ่โตขนาดนี้ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ การทำในแต่ละขั้นตอน มีการวางแผนยุทธศาสตร์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว มีเครือข่ายด้วยเงินทุนเป็นหมื่นล้านบาทขึ้น มีกองกำลังจัดตั้งทั้งภายในและนอกประเทศ
โจรปัตตานีไม่กระจอกเลย ไม่ว่ากรณีใดๆ
แต่ที่น่าอัศจรรย์ใจก็คือ เหตุไฉนทางฝ่ายรักษาความมั่นคงของประเทศ จึงพากันชะล่าใจ ปล่อยให้โจรเติบโตใหญ่จนถึงขั้นกล้าประมือกับรัฐบาล สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยแสดงให้เห็นว่า มีหนอนบ่อนไส้ครอบงำลึกเข้าไป
ในองค์กรของรัฐ โดยเฉพาะ คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ
ผู้สันทัดกรณีบอกกับผู้เขียนว่า แม้แต่คนที่นั่งอยู่กับนายกรัฐมนตรี ก็มีใจเข้าข้างโจร
ในรัฐสภาก็มีหัวหน้าโจรใหญ่ปะปนอยู่หลายคน....ผู้สันทัดกรณียืนยัน
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:13] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 27
    บทที่ ๑๑
สถานที่ตั้ง....เมืองหลวงรัฐปัตตานี

คีย์แมนโทนกับผมใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ได้ข่าวมาว่า สาวชาวใต้เชื้อแขกหลายคนตกหลุมรักหนุ่มอีสาน บางคนถึงกับได้เสียเป็นแฟนกันแล้ว แต่พ่อแม่คงไม่ยอมรับง่ายๆ ผมบอกกับโทนว่าถึงพ่อแม่ยังไม่ยอมรับก็คงห้ามไม่อยู่ เพราะว่าอำนาจแห่งความรักไม่มีอะไรขวางกั้นได้ โทนหัวเราะเพราะเขามีประสบการณ์มากกว่าใคร
ข่าวสาวใต้กลายเป็นแฟนหนุ่มพุทธ ดังไปเร็วมาก ปรากฏว่าไม่นานก็ได้เกิดความปั่นป่วน ในบริษัทผู้รับเหมา ช่วงหลายบริษัท พ่อแม่บางรายให้ลูกออกจากงานทันที ห้ามไม่ให้คบหาสมาคมกัน
แต่คนมันจะรักกันเขาก็ต้องหาทางแก้ไขจนได้ วิธีการแก้ไขนั้นคงไม่พ้นต้องไปเปลี่ยนศาสนา ใช้เวลาศึกษาวิธีการละหมาดและการแสดงตนเป็นอิสลามอีกระยะหนึ่ง หลังจากนั้นก็จะได้แต่งงานกัน โทนเล่าต่อไปว่า สาวใต้ ชอบหนุ่มเหนือและหนุ่มอีสานเพราะเป็นคนทำงาน ดูแลเอาใจใส่เมียดี เป็นที่ประทับใจจนกลายเป็นเรื่องเล่าขานสร้างความเชื่อถือเอาไว้มาก
ต่อมาอีก ๓ - ๔ วัน ผมถือโอกาสคุยกับคีย์แมนโทน ขณะพักเที่ยงอีกเช่นเคย
ผมเล่านิทานนำร่องไปก่อน ผมบอกว่า ผมเคยมาทำงานที่สงขลาเป็นผู้จัดการบริษัทเจาะสำรวจน้ำมันและก๊าซในอ่าวไทย ชื่อบริษัท ยูโนแคล ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ตอนนั้นบ้านเมืองยังไม่เจริญ โจรจับตัวเรียกค่าไถ่มีไปทุกหัวระแหง ข่าวแบ่งแยกดินแดนได้ยินมาแต่ครั้งนั้นแล้ว
ผมบอกว่าผมอยู่สงขลาติดต่อกัน ๖ ปี จึงลาออกแล้วไปทำงานตะวันออกกลาง แล้วผมก็ถามโทนว่า " เคยรู้ไหม...พวกโจรปัตตานี เขาคิดจะตั้งเมืองหลวงที่ไหน..."
โทนบอกว่า "ได้ยินยิ่งกว่าได้ยิน เขารู้แล้วด้วยว่าพวกนั้นจะตั้งที่ไหนเป็นเมืองหลวงของรัฐปัตตานี..."
"รู้แล้วเรอะ ?" ผมมีอาการตื่นเต้น แต่ก็ต้องรีบเก็บอารมณ์
"รู้ซิครับนายหัว เขาวางแผนเอาไว้แล้วจะตั้งที่ไหน..." "ปัตตานีนะซี"...ผมพูดขึ้นมาก่อน
"เปล่าเลย...นายหัวรู้มาผิดๆ" โทนมองดูหน้าผม"
“อ้าว... แล้วที่ไหนล่ะ ถ้าไม่ใช่ปัตตานี ผมมองที่ตาของเขา
คีย์แมนโทน เอากระดาษเอ ๔ มาเขียนแผนที่แบบคนที่รู้น้อย อธิบายให้ผมฟัง มือเขียนไปปากก็พูดไป “ตรงนี้นะ อำเภอธารโต... ฝั่งตรงกันข้าม คือ รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย ถ้ายิ่งย้อนขึ้นมาทางนี้จะเข้าตัวเมืองยะลา แล้วตรงไปเป็นปัตตานี วกขวามือเลาะริมทะเล เป็นเส้นทางไปจังหวัดนราธิวาส ออกจากนราธิวาสก็จะไปตากใบ แล้วก็เข้ารัฐกลันตัน มาเลเซีย...”
“โทน... พูดมาตั้งนาน ยังไม่รู้เลยว่าเมืองหลวงของเขาจะตั้งที่ไหน...? ผมว่า
“นี่ไง... นายหัว... ตรงนี้เรียกว่าอำเภอบันนังสตา ตรงนี้แหละ... เหลืองหลวงของเขาละ...”
ผมอึ้ง... นั่งพิจารณาดูจุดที่ตั้งที่คีย์แมนดทนเล่าให้ฟัง มันไม่น่าเป็นไปได้ เพราะว่าชื่อของปัตตานีดังมาก...
โลกอิสลามรู้จักกันดี ทำไมจึงไม่ตั้งเมืองหลวงที่ปัตตานี ทำไมจึงเลือกอำเภอเล็ก ๆ ที่ไม่มีชื่อเสียงอะไรเลย... แต่คีย์แมนโทนเป็นคนที่บอกเรื่องนี้... ผมรับฟังเอาไว้เถอะ... ไม่ว่าโจรป่าจะเลือกบันนังสตาหรือที่ไหนก็ตาม เราไม่มีอารมณ์ที่จะรับฟัง แต่ถ้าจะมองดูให้ดี จะพบว่าทางตอนใต้ของบันนังสตา คือเขื่อนบางลาง และใต้ลงไปคือเบตง พวกโจรป่าคงจะคิดในด้านความมั่นคง
ในระยะข้างหน้าอันยาวนาน ถ้าเขาได้ปัตตานีมาเป็นประเทศของเขาเอง เมืองหลวงที่จะตั้งจะต้องมีพลังพิง
ถ้าเอาปัตตานีเป็นที่ตั้งเมืองหลวง กองทัพเรือยกพลขึ้นบกพริบตาเดียวก็ถึง
แต่ถ้าเลือกเอาบันนังสตา... เต็มไปด้วยขุนเขา มีป่าไม้ให้เป็นที่หลบซ่อนส้องสุมผุ้คน ซึ่งเป็นยุทธภูมิดีมาก
อีกอย่าง ถ้าจะอาศัยกองกำลังที่สะสมเอาไว้นอกประเทศ จะได้พึ่งพาอาศัยในเวลาอันรวดเร็ว ผมคิดไปถึงกองกำลังจากอาเจะห์ เข้ามาทางบันนังสตาง่ายยิ่งนัก
อำเภอบันนังสตามีเนื้อที่ประมาณ ๖๒๙ ตารางกิโลเมตร มีประชากร ๔๖,๕๑๑ คน แยกเป็นชาย ๒๔,๑๕๙ คน
ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามร้อยละ ๘๒.๒๐% นับถือพระพุทธศาสนา ๑๗.๘๐%
มี ๖ ตำบล ๕๐ หมู่บ้าน
มัสยิด ๔๙ แห่ง วัด ๑๒ แห่ง
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:16] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 28
    อำเภอบันนังสตาตั้งอยู่ห่างจังหวัดยะลา ๓๙ กิโลเมตร เส้นทางสาย ๔๑๐ วิ่งตัดผ่านภูเขาเป็นส่วนใหญ่ ทำให้“โจรปัตตานี” มีความเข้มแข็งมากกว่าที่อื่น เชื่อว่าโจรมีกองกำลังซ่อนในหุบเขา ...คีย์แมนโทนเปิดเผยชื่อ หัวหน้าใหญ่ในพื้นที่บันนังสตาให้ฟังว่ามีหลายคน แต่ที่ปรากฏชื่อเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ได้แก่ อาหมัดตืองะหรือุสตาสมะ เป็นครูสอนศาสนาที่โด่งดังมาก ตามด้วย “อุสตาส” อีกหลายคน เช่น สะการีนา หะยีซาเมาะ อีสมาแอล รายาหลง มีชื่อเล่นว่า อุสตาสโซ๊ะ นายอุสมานเด็งสาแม มีชื่อเล่นว่า “อุสตาสสมัง” นายรอเซะ ดอเลาะ ทั้งหมดดังที่มีชื่อเหล่านี้ แต่ละคนจะมีกองกำลังเป็นของตนเอง
พวกโจรปัตตานีได้มอบความไว้วางใจให้หัวหน้าโจรเขตต่อสู้บันนังสตาเร่งการปลดปล่อย เสริมเขี้ยวเล็บ สร้างความเจ็บปวดให้ทหารและตำรวจให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ผมตบไหล่คีย์แมนโทน... แล้วให้ลงเวลาทำงาน โอเวอร์ไทม์พิเศษโดยไม่ต้องทำ ๕ ชั่วโมง เขาจะได้รับเงินค่าชั่วโมงในซองเงินเดือนงวดต่อไป คีย์แมนดทนถามผมว่าให้ชั่วโมงพิเศษแก่เขาทำไม ผมบอกว่าประเพณี
การทำงานสนามใครขยัน ใครเป็นคนดี รู้จักรักษาความปลอดภัย ไม่ขี้เกียจ ย่อมจะได้ค่าเบี้ยขยัน เรียกว่า “อินเซ็นตีฟ” (Incentive) ผมเห็นว่าคุณเป็นคนที่ผมพึ่งได้ จึงให้เบี้ยขยันตอบแทนยังไงล่ะ
ถึงเวลา ๑๓.๐๐ น. เสียงเครื่องจักรและผู้คนที่เงียบลงเป็นเวลา ๑ ชั่วโมง ดังก้องขึ้นมาอีกคีย์แมนโทนและคนงานทั้งหลายแห่ออกไปทำงานอย่างกุลีกุจอ
ผมนั่งเงียบอยู่คนเดียวเกือบ ๕ นาที
คำว่า “เมืองหลวงของพวกโจรพูโล คือบันนังสตา” ดังก้องอยู่ในหัวอก
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:17] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 29
    บทที่ ๑๒
ธงชาติและ...เพลงชาติปัตตานี

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ วันหนึ่ง ผมได้เห็น "ธงชาติ" ของปัตตานี ผมจะไม่ขออธิบายรูปร่างหน้าตา และจะไม่นำมาเผยแพร่ไม่ว่ากรณีใดๆ แต่ที่ผมหงุดหงิดใจมาก ทำไม คนอย่างทักษิณ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี จึงไม่มีวิธีแก้เกมกับพวกที่สร้างธงชาติปัตตานี ผมถามของผมอยู่ในใจว่า นายกฯ เป็นคนโง่หรือคนฉลาด แล้วก็เลยไป
ถึงพล. อ ชวลิต ยงใจยุทธ ในฐานะผู้โอบอุ้มกลุ่มวาดะห์ ไม่รู้เชียวหรือว่า โจรป่าทำธงชาติเตรียมไว้นานแล้ว
นอกจากนี้ ผมมีคำถามเยอะแยะกับประดานักการเมืองทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. และ ส.ว. ที่ได้ดิบได้ดีในสภาไม่มีใครแม้แต่รายเดียวที่จะบอกได้ว่า โจรได้จัดทำธงชาติแล้วเก็บเอาไว้ในที่สูง ธงชาติผืนแรก ปักดิ้นทองงดงามยิ่งนัก (จากคำบอกเล่าของโทน)
อย่าว่าแต่ธงชาติเลย เพลงชาติก็มีแล้ว
ชาวบ้านที่อยู่ในเขตอิทธิพลของโจรพูโล เขาห้ามร้องเพลงชาติไทย
ห้ามแสดงการเคารพสถาบันของชาติไทย
บางหมู่บ้านร้องเพลงชาติปัตตานีเวลา ๐๘.๐๐ น. แทนเพลงชาติไทย
เพียงแต่ว่ายังไม่มีการชักธงชาติปัตตานีเท่านั้น
เรื่องเหล่านี้ไม่เคยมีใครรู้แม้แต่รายเดียวหรือไง คนระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หัวหน้ากรองช่าว ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานแห่งชาติ หัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ ตลอดทั้งนักการเมืองน้อยใหญ่ ไม่รู้กันเลยหรือไง
เรื่องเหล่านี้เป็นคำถามที่น่าฉงน....

บทที่ ๑๓
กลยุทธของโจรพูโล

อยู่มาวันหนึ่ง ผมได้ต้อนรับชายวัย ๔๐ ชาวตรัง ชื่อประทีป เป็นวิศวกรเครื่องจักรกล มาสมัครงานตำแหน่ง "นายช่างควบคุมการติดตั้งเครื่องจักร" ผมกำลังอยากได้อยู่พอดี จึงรีบรับสมัครและบรรจุงาน ให้ลงมือทำงานในวันรุ่งขึ้น
ตอนแรกๆ นายช่างประทีป จะไม่ค่อยมีเวลาว่าง เพราะงานเร่งเหลือเกิน ขนาดว่าวิ่งแล้วนะ ยังไม่ทันใจเลย
นายช่างประทีปทำงานอยู่กับนายช่างประกอบ จงคณารักษ์ ผมเข้าไปแจมด้วยเป็นครั้งคราว ทำให้ผมได้ทำงานร่วมกันจึงใกล้ชิดสนิทสนมภายในเวลาอันรวดเร็ว
พอเขารู้จักชื่อผม เขาร้องอ้อ...อาจารย์นี้เอง ที่เขียนเจ้าพ่อกรรมกรในฟ้าเมืองไทย ผมตามอ่านจนกระทั่ง ฟ้าเมืองไทยเลิกไป แล้วเขาก็ถามหาคุณอาจินต์ ปัญจพรรค์ และ"คำพูน บุญทวี " ผมบอกว่า " ท่านอาจินต์ ปัญจพรรค์" ท่านยังเขียนหนังสืออยู่ วงการนักเขียนถือว่าท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ส่วนคำพูน บุญทวี...กลายเป็นคนบุญหมด...ล้มหายตายจากไปนานแล้ว
"ตอนนี้อาจารย์สะอาดเขียนอยู่หรือเปล่ามิทราบครับ..? ผมบอกว่าผมไม่มีเวลาเขียน"คุณก็เห็นมีแต่งานกับงาน จะเอาเวลาจับปากกาที่ไหนได้" ผมจำเป็นต้องโกหก ไม่ได้บอกให้เขารู้ว่าผมใช้นามปากกาอื่นเขียนเรื่องภาคใต้
อีก ๑๐ วันต่อมา...ผมถือโอกาสสอบถามความเห็นนายช่างประทีปว่าเขารู้สึกอย่างไรกับการก่อการร้ายที่กำเริบเสิบสาน ทำยังกะบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป นายช่างประทีปพูดไม่กี่คำ แต่กินใจความมาก..เขาพูดว่า "รัฐบาลถูกหัวหน้าโจรพูโตนั่งอยู่ใกล้ๆ หลอกกินตับ...เสียรู้โจร ถูกฆ่าตายรายวัน ยังมีหน้า มาพูดว่าแก้มาถูกทางแล้ว..." พูดแล้วสะบัดหน้าพรืด...มีอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
ฟังคำตอบแล้ว...เชื่อเลย...เขาพูดจากใจจริง พูดตรงประเด็นเป๊ะ คำพูดของเขากลั่นออกมาจากใจ เห็นได้จากใบหน้ามีแววฉุนลึก
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:23] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 30
    ในสัปดาห์นั้น ผมหาโอกาสนัดกับเพื่อนเก่าแก่สมัยทำงานด้วยกันที่ ยูโนแคล เขาเป็นคนพื้นที่มาตั้งแต่เกิดภรรยาก็เป็นคนพื้น เขาคนนี้ได้เล่าระเอียดยิบเกี่ยวกับ "กลยุทธ์" ของพวกโจรพูโลให้ฟัง ท่านผู้นี้รู้ดีว่าผมเป็นคนเขียนหนังสือ เพราะเขารู้จักอดีตอันยาวนานของผม
เขาเล่าแบบไม่ปิดบังเลย
กลยุทธ์ที่หนึ่ง... ทำอะไรก็ได้ ทำให้พี่น้องมุสลิมเกลียดคนไทย เอาให้เกลียดถึงกระดูกดำ ดังนั้น การฆ่าแล้วโยนความผิดให้ตำรวจ ถ้าโยนไม่ได้ ก็จะกล่าวโทษคนที่ถูกฆ่าตายว่าทรยศต่อพวกเดียวกัน สมควรตาย
กลยุทธ์ที่สอง... โจรพูโล วางแผนสร้างนักรบมายาวนาน พวกอุสตาส(ครูสอนศาสนา)
รับหน้าที่อบรมสั่งสอนจิตสำนึก แล้วคัดเลือกคนส่งต่อให้หน่วยเหนือของเขา หาทางส่งไปฝึกอบรมที่ต่างประเทศ ทั้งโดยเปิดเผยภายใต้การสนับสนุนของรัฐ และแอบไปรับการฝีกแบบใต้ดินหลักสูตรให้เก่งภาษาอาหรับจบแล้วให้ทางการ (ไทย) รับรองปริญญาตรี เมือกลับถึงประเทศไทยจะได้รับราชการบริหาร ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนักรบหนุ่ม(และสาว) กำลังฝีกอบรมอยู่ต่างประเทศ พ่อแม่จะได้รับเงินกองทุนช่วยเหลือครอบครัว จะไม่ให้ได้รับความลำบาก
กลยุทธ์ที่สาม... สร้างนักการเมืองในทุกระดับ ส่งลงเลือกตั้งทุกพรรคการเมือง ทั้งใน ๓ จังหวัดภาคใต้และทั่วประเทศ กระจาย "นักการเมือง" ออกไปทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด เพื่อการยึดหัวหาดเบ็ดเสร็จ
สร้างอำนาจต่อรองให้มีกำลังมากขึ้น
กลยุทธ์ที่สี่... ประสานงานกับองค์กรมุสลิม มีการเดินทางไปมาหาสู่เชื่อมสัมพันธไมตรี ผูกมิตร แล้วถือโอกาสเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จกล่าวหาประเทศไทยของตัวเอง โดยบอกให้สังคมภายนอกเข้าใจผิด คิดว่าปัตตานีตกเป็นเมืองขึ้นของไทย ในกลยุทธ์ตัวนี้ โจรพูโลไม่ได้รับความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะทะเบียนเมืองขึ้นของโลก ไม่มีรายชื่อประเทศปัตตานี
โจรปัตตานี จึงหันไปให้ข้อมูลเท็จ ฆ่ากันเองแล้วหาว่าถูกอุ้ม ไม่มีใครรังแกก็หาว่ารังแก ไม่ยอมทำงานอะไรเลย ก็หาว่ารัฐบาลเอาใจใส่แต่พวกพุทธ ปล่อยทิ้งมุสลิมไม่ใยดี

กลยุทธ์ที่ห้า... สร้างสุเหร่าให้มากเข้าไว้ แม้ว่าบางหมู่บ้านจะมีอิสลามเพียงครอบครัวเดียวก็สามารถ "หาเงินมาสร้างสุเหร่าได้" แล้วก็ออกข่าวเสมอว่า จำนวนประชากรของมุสลิมในประเทศไทย มีมากเป็นอันดับสองของประเทศพูดให้มากเข้าไว้
กลยุทธ์ที่หก... ออกวารสารและนิตยสารภายในที่ไหนก็ตาม เนื้อหาจะต้องสะท้อนปัญหาของอิสลามทั่วโลก แล้วดึงมาลงว่าประเทศไทยก็มีปัญหาไม่หย่อนไปกว่ากันพร้อมกับได้สนับสนุนให้ปัญญาชนออกมาทำสื่อให้มากขึ้นสร้างองค์กรประชาชนด้านนี้ เพื่อการเผยแพร่ให้กว้างขวาง
กลยุทธ์ที่เจ็ด... ได้รับผลกระทบอะไรเล็กน้อยก็ตาม ให้โวยวายทันที
กลยุทธ์ที่แปด... จัดตั้งกองกำลังส่วนหน้า กองหนุน และจัดตั้งแนวร่วมให้กระจายครบ ๕ จังหวัด แต่ให้เน้นที่๓ จังหวัดก่อน ถ้าได้ยินเสียงบอกกล่าวให้ระดมผู้คนไม่ว่ากรณีใดๆ ให้จัดการระดมคนภายใน ๓ ชั่วโมงเฉพาะหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ให้ระดมได้ทันที หมู่บ้านไหนไม่ให้ความช่วยเหลือ จะถูกขึ้นบัญชีดำ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:26] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 31
   กลยุทธ์ที่เก้า... เป้าหมายคือแบ่งแยกดินแดน แต่เวลาแส่ดงความคิดเห็น ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม จะไม่บอกแม้แต่ประโยคเดียวว่าต้องการแบ่งแยก สิ่งที่พวกเขาเรียกร้อง คือ "ขอปกครองตนเอง" โดยยินดีที่จะให้รัฐบาลกลางเป็นผู้บริหาร กลยุทธ์ข้อนี้ถือว่าเป็นหัวใจเพราะว่าถ้าได้ปกครองตนเอง จะเป็นเงื่อนไขไปสู่การ "ปกครองกันเอง" จะทำให้การแยกตัวเองอย่างแท้จริงง่ายขึ้น
กลยุทธ์ที่สิบ... เรียกร้องให้ใช้ภาษายาวีเป็นภาษากลาง ประดาผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. และ ข้าราชการทั้งหลายร้อยละ ๘๐ ต้องเป็นอิสลาม
กลยุทธ์ที่สิบเอ็ด... กองกำลังทั้งหมด แม้จะจบวิชาฆ่ามาจากต่างประเทศ มีความชำนาญในการใช้อาวุธ แต่ให้เริ่มต่อสู้ด้วยอาวุธโบราณ เช่น มีดสปาต้า กริช การฆ่าให้เชือดคอเชือดลูกกระเดือก หรือไม่ก็ตัดหัวหิ้วเอาไปประจาน แสดงออกประหนึ่งเป็นการระบายความแค้น
กลยุทธ์ที่สิบสอง...หลอกล่อ ยั่วยุให้ฝ่ายราชการใช้กำลังปราบปราม เพื่อจะได้เป็นข้ออ้างว่าถูกปราบปรามอย่างทารุณ ไม่มีความยุติธรรม
กลยุทธ์ที่สิบสาม...โปรยใบปลิว ปลุกระดมชาวบ้านให้เข้าร่วม พวกอุสตาสออกไปพบกับชาวบ้านแจ้งให้ทราบว่าอีกไม่นานจะชนะ
กลยุทธ์ที่สิบสี่...เริ่มปฏิบัติการกับพระพุทธศาสนาและชาวพุทธ ขับไล่ให้ออกไปจากดินแดนถ้าใครไม่กลัวตาย ให้ฆ่าทิ้งอย่างเหี้ยมโหด ไม่เลือกลูกเด็กเล็กแดง
กลยุทธ์ที่สิบห้า...ให้คอยฟังสัญญาณปลดปล่อยปัตตานี เมื่อได้รับสัญญาณ ให้ทุกคนออกไปยึดที่ทำการของรัฐบาลทุกแห่ง เอาเด็กและผู้หญิงเป็นเกราะกำบังกะว่าจะใช้คน ๕ แสน หรือ ๒ ล้านคน ก็จะสามารถยึดได้ภายในวันเดียว แล้วประกาศเอกราช...
และวันนั้นชาวปัตตานี จะได้เห็นหน้าว่า ใครคือสุลต่าน หรือ ประธานาธิบดี คนแรกของชาวปัตตานีที่รอคอยมา ๑๐๐ ปี แล้วจะได้เห็นแม่ทัพนายกอง ตลอดทั้งคณะผู้บริหารประเทศใหม่ ภายใต้ธงชาติปัตตานี พวกโจรปัตตานี
เขามั่นใจของเขามาก
เพื่อนเก่าแก่ในยูโนแคล คนพื้นที่โดยแท้นำเอาข้อลี้ลับมาเล่า และยืนยันว่าเป็นความจริงครบทุกกลยุทธ์ไม่ใช่ปั้นแต่งขึ้น
กลยุทธ์ที่สิบหก... เป็นกลยุทธ์พลิกผันไปตามสถานการณ์ จะมี "คำลั่งพิเศษ" ออกมาเป็นระยะโดยจะปรับเข้ากับกลยุทธ์เก่าหรือกลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่ง
เพื่อนของผมบอกซ้ำว่า กลยุทธ์ของพวกโจรพูโลร้ายกาจมากแล้วจับมือถือแขนเขย่า ด้วยความคับแค้นใจ บอกกับผมว่า ถ้าคุณสอาดเขียนหนังสือเปิดหน้ากากเมื่อใด ให้แปลเป็น๔ ภาษา คือภาษาอังกฤษ อาหรับ ภาษาจีน
โดยมีไทยเป็นแม่บท คนจะได้รู้กำพืดที่แท้จริงของโจรปัตตานี
ผมรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนักที่ได้รับรู้กลยุทธ์ลี้ลับที่พวกโจรวางเป็นกระดานเอาไว้ให้ขบวนการของพวกเขาเดินตามอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ผมเชื่อว่าโจรเขาแน่นมาก..โจรปัตตานีไม่ใช่โจรกระจอกอย่างแน่นอน
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:35] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 32
    บทที่ ๑๔
ย้อนอดีต คลำหาปม

การค้นหาตัวเหตุและปัจจัยว่า อะไรคือตัวแก่นในที่ทำให้เกิดปัญหาความวุ่นวายใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ต้องย้อนกลับไปสู่อดีต
๑. เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๐๒๒ เจ้าอินทิรา เปลี่ยนศาสนา หันไปนับถืออิสลาม
๒. ปี พ.ศ. ๒๓๕๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ ทรงแบ่งการปกครองหัวเมืองออกจากอำนาจของปัตตานีออกเป็น ๗ หัวเมือง
๓. ปี พ.ศ. ๒๔๔๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงให้ยกเลิกระบบเจ้าพระยามหานครแล้วนำระบบใหม่มาใช้ เรียกว่า มณฑลเทศาภิบาล เพี่อการเก็บภาษีอากร ส่งตรงเข้าวังหลวง โดยไม่ผ่านปัตตานีเหมือนเก่าก่อน (ระบบนี้ได้พัฒนาเป็นเทศบาลถึงปัจจุบัน
๔. ปี พ.ศ. ๒๔๔๕ อับดุลกาเดร์ หรือ "พระยาวิชิตภักดี" ได้ก่อกบฏต่อเมืองหลวง
๕. ปี พ.ศ. ๒๔๕๓ โต๊ะแต มือขวาของพระยาวิชิตภักดี หรือ "อับดุลเกเดร์" ยกกำลังเข้าผาอำเภอยะลา จังหวัดยะลา ผู้บงการอยู่เบื้องหลัง คือ อับดุลกาเดร์
๖. ปี พ.ศ. ๒๔๕๔ หะยีบูละ ก่อจลาจลขึ้นที่ จันสตาวา อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี
๗. ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ เปาะจิกา เปิดแนวรบทั่ว ๓ จังหวัด ทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง รัฐบาลจึงปราบปรามอย่างหนัก เปาะจิกาตายในรังปืน
๘. ปี พ.ศ. ๒๔๗๖ อับดุลกาเดร์ หรือ "พระยาวิชิตภักดี" ถึงแก่กรรมที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ก่อนตายได้ฝากอุดมการณ์เอาไว้ว่า ขอให้ลูกหลานอย่าเลิกการต่อสู้ ให้เสียสละชีวิตแลกเอาปัตตานี กลับมาเป็นประเทศเอกราชให้ได้ นับแต่นั้นมาก็ได้มีเริ่มนับวันเวลากำหนดยุทธศาสตร์และเป้าหมาย
๙. ในปีเดียวกันนี้ (๒๔๗๖) ได้มีตัวตายตัวแทนอับดุลกาเดร์ปรากฏตัวขึ้น แล้วประกาศสืบทอดเจตนารมณ์รับหน้าที่เป็นหัวหน้าโจรปัตตานี คนที่ ๑ ท่านผู้นั้นมีชื่อว่า "ตวนกู มะหมุด มะไฮยีดิน"
๑๐. ปี พ.ศ. ๒๔๗๗ ตวนกู มะหมุด มะไฮยีดิน ได้เปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ เพิ่มการต่อสู้ทางการเมือง จึงสร้างมือขวาของตน คือ "ตวนกู อับดุลยะลา" หรือ นายอดุลย์ ณ สายบุรี ให้ลงพื้นที่คลุกคลีกับชาวบ้าน ใช้เวลาเปิดตัวอยู่หลายปี จึงได้มีโอกาสสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎร นายอดุลย์ ได้รับชัยชนะลอยสำเข้าสภา
๑๑. ปี พ.ศ. ๒๔๘๗ นายอดุลย์ ณ สายบุรี หรือ "ตวนกู อับดุลยะลา" ผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายในสภาว่า ประเทศไทยข่มเหงรังแกพี่น้องอิสลาม ถ้าเป็นแบบนี้ ไม่อยากเป็นคนไทย เพราะเป็นแล้วเสียเปรียบ แล้ว
กล่าวตู่ประเทศไทยล่าเอาปัตตานีมาเป็นเมืองขึ้น
จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายอดุลย์ ณ สายบุรี ถึงแม้จอมพลป.พิบูลสงคราม จะปฏิเสธอย่างไร แต่คำประกาศของ นายอดุลย์ ณ สายบุรีก็ได้ปราฏขึ้นในรัฐสภาแล้ว
๑๒. ในช่วงเดียวกันนี้ ได้เกิดปรากฏการณ์ มีหัวหน้าโจรปัตตานี ถึง ๓ ตวนกู
(๑) ตวนกูมะหมุด มะไฮมะยีดิน
(๒) ตวนกูอับดุลยะลา หรือ นายอดุลย์ ณ สายบุรี
(๓) ตวนกูมัดตารอ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:38] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 33
    ๑๓. ปี พ.ศ. ๒๔๙๐ เกิดปรากฏการณ์ หัวหน้าโจรแบ่งแยกดินแดนใหม่ แทนพวกตวนกูทั้งสาม คนผู้นั้น คือ "หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์" ซึ่งเป็นเชื้อสายที่แท้จริงของพระยาวิชิตภักดี หรือ "อับดุลกาเดร์" หะยีสุหลง อัปดุลกาเดร์ ได้กระทำเยี่ยงกบฏต่อแผ่นดิน จึงถูกจับกุมตัว ถูกตัดสินให้จองจำ ๗ ปี ที่นครศรีธรรมราช แต่ได้รับการพระราชอภัยโทษ ปล่อยออกมาจากเรือนจำ หลังจากถูกขังอยู่ ๓ปี ๖ เดือน
๑๔. ปี พ.ศ. ๒๔๙๑ หัวหน้าโจรปัตตานีตัวแทนหะยีสุหลง ชื่อ "หะยีดือราแม" ได้ก่อกบฏขึ้น ที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เรียกว่า กบฏ"ดุชงญอ"
๑๕. ปี พ.ศ ๒๔๙๔ หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ ถูกจับถ่วงน้ำที่เกาะหนู-เกาะแมว จังหวัดสงขลา สร้างความโกรธแค้นชิงชังให้เกิดขึ้นในหมู่อิสลาม อย่างไม่เคยมีมาก่อน
๑๖. ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ นักการเมืองภาคใต้ ๕ จังหวัด ประกาศนโยบายตรงกันหมดว่า ถ้าชนะการเลือกตั้ง จะแยกดินแดนออกมาเป็นประเทศปัตตานี ปรากฏว่าผู้สมัครที่ประกาศนโยบายแบ่งแยกดินแดน ชนะการเลือกตั้งครบ
๕ จังหวัด แต่ไม่ทันได้อภิปรายในสภา จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัตน์ ได้ทำการปฏิวัติจอมพล ป. พิบูลสงครามเมื่อ วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๐๐
เรื่องราวที่มีความต่อเนื่องเป็นประหนึ่ง "นิยายเก่าแก่ปรัมปรา" เรื่องนี้ เป็นเรื่องราวที่เป็นจริง จากชีวิตจริงได้เกิดปัญหาเข่นฆ่าราวีติดต่อกันยาวนาน ในแผ่นดินสยาม โดยที่ประเทศสยาม หรือ ประเทศไทย ไม่ได้แก้ไขมาแต่ต้น ทำให้เกิดการกล่าวตู่ มีการต่อสู้อย่างยอมถวายชีวิต มีการปลูกฝังให้เยาวชนรุ่นต่อมาเข้าใจผิด คิดว่าการกระทำของตนเองเป็นสิ่งถูกต้องทั้งหมดนี้คือ การคลำหาปมเงื่อนว่าอะไรคือต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด
ผมได้นำประวัติศาสตร์โดยย่อ ตั้งแต่ปี ๒๐๒๒ ฉายให้ท่านได้เห็น "ทางเดิน" ของตัวละครมาจนถึงฉากหลังสุดคือสิ้นสุดลงที่ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ รวมเวลา ๔๗๘ ปี พอจะทำให้มองเห็นภาพว่า โจรปัตตานีนั้นมีความพยายามหนักหน่วงเพียงใดเมื่อเป็นเช่นนี้ เราจะทำให้ปัญหายุติเพียงแค่สมานฉันท์ หรือการกล่าวขอโทษ มันย่อม "เป็นไปไม่ได้เลย " ประโยคนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงความผิดพลาดของประเทศสยาม หรือ ประเทศไทยอย่างใหญ่หลวง แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาผู้บริหารประเทศว่า ไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจในปัญหา ความไม่มั่นคงของประเทศไทยที่ตนเองรับผิดชอบอยู่
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:40] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 34
    บทที่ ๑๕
คลำหาความ...ผิดพลาดของรัฐบาล

การปกครองประเทศของประเทศไทยในยุคโบราณ ใช้วิธีการพระเจ้าแผ่นดินทรงเป็นใหญ่เด็ดขาดสมบูรณ์ ครอบคลุมทุกระบบ จึงเรียกว่า "ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์" พระเจ้าแผ่นดินแต่โบราณ ทรงจัดตั้งวิธีการบริหารประเทศชาติเอาไว้ บน ๓ สถาบัน
๑. สถาบันชาติ อันหมายถึงประชาชน และแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาล
๒. สถาบันศาสนา อันหมายถึงพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่นๆ ที่มีอยู่ในประเทศสยามหรือประเทศไทย ล้วนอยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร
๓. สถาบันพระมหากษัตริย์ อันหมายถึงระบอบกษัตริย์ หรือพระเจ้าแผ่นดินเป็นประมุขสูงสุด สืบต่อสันตติวงศ์โดยระบบรัชทายาท ไม่มีการเลือกตั้งไม่ว่ากรณีใดๆ พระเจ้าแผ่นดินแต่โบราณ ได้ทำนุบำรุงประเทศชาติด้วย ความยิ่งใหญ่ ไม่เกรงกลัวอำนาจใคร เมื่อได้ปกครองประเทศแล้ว ก็ได้ใช้สติปัญญาความสามารถ สร้างบ้าน
แปงเมือง รับเอางานของพระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อนๆ มาเป็นภาระสืบทอด ทำให้การดูแลประเทศชาติทั้ง ๓ สถาบัน เป็นไปอย่างเข้มแข็ง แต่ก็เป็นการเข้มแข็งแบบไทย ไม่มีความเจริญหวือหวาเหมือนพวกตะวันตก
ภาระของพระเจ้าแผ่นดินแต่โบราณคือการรักษาดินแดนที่ได้มา
รักษาราษฎร พสกนิกร ให้มีความปลอดภัย รักษาความเป็น "ชนชาติไทย" เอาไว้สุดความสามารถ แล้วจัดการปกครอง ทำนุบำรุงพระศาสนา ทำการก่อสร้างวัด สร้างวิหาร เพื่อความเป็นปึกแผ่นแน่นหนา
สร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศชาติ พัฒนาระเบียบแบบแผนให้ทันกับเหตุการณ์ ดูแลเอาใจใส่ไม่เอาแต่เสวยสุขส่วนตัว กษัตริย์ทุกพระองค์ทรงเสียสละอย่างใหญ่หลวง ปกครองแผ่นดินด้วยความชอบธรรม และเป็นธรรมมาโดยตลอดประวัติศาสตร์ชาติไทย ไม่เคยปรากฏเรื่องราวชั่วร้ายว่าจะมีกษัตริย์พระองค์ใดกดขี่ข่มเหง ประชาชน มหา
กษัตริย์ไทยมีพระหฤทัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ถือทศพิธราชธรรมเป็นหลัก สรุปโดยย่อ ประเทศไทยหรือประเทศสยาม
ในยุคพระเจ้าแผ่นดินในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ได้บริหารประเทศภายใต้หลักการ ๓ สถาบัน อย่างเข้มแข็งตลอดมา
ถ้าจะนับอายุของความเข้มแข็งให้เห็นเป็นรูปธรรม ก็คือนับเอาปี พ.ศ. เป็นตัวแม่บท ซึ่งหมายถึงระบอบกษัตริย์ไทย ครองความถูกต้อง ด้วยความเข้มแข็งยาวนานถึง ๒,๔๗๕ ปี
นับแต่ปีพ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นต้นมา เมื่อคณะราษฎร์ได้ปฏิวัติยึดอำนาจจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ...ความไม่ถูกต้องได้ปรากฏขึ้น พร้อมกับความเข้มแข็งเริ่มอ่อนแอลง โดยเฉพาะ คือ ความไม่เข้มแข็ง ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
คณะราษฎร์ ได้อำนาจมาจากพระเจ้าแผ่นดิน โดยเอาพระเจ้าแผ่นดินลงจากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาอยู่ ในระบอบประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ได้ถือเป็นความผิด ตรงกันข้าม จะยกให้เป็นคุณแก่แผ่นดินย่อมได้ เพราะโลกถึงยุคที่จะได้บริหารโดยคนหมู่มากที่มีสติปัญญา ซึ่งคนไทยก็ได้มีสติปัญญาอย่างพอเพียงที่จะ
รับผิดชอบประเทศของตน แต่คณะราษฎร์ ที่ว่ามีสติปัญญาอย่างพอเพียงนั้น พากันเอาแต่อำนาจจากพระเจ้าแผ่นดิน โดยไม่ได้รับเอา "
ความรับผิดชอบ" มาด้วย พวกคณะราษฎร์ยังมาเสียเวลากับการยื้อแย่งอำนาจกันเองอย่างยาวนาน มีปฏิวัติ รัฐประหารมากครั้งหลายหน บางครั้งเอาระเบิดถล่มใส่กัน ไล่ฆ่าซึ้งกันและกัน วางแผนหักหลังกัน ร้ายไปกว่านั้น ได้ลอบปลงพระชนม์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ ใครเป็นคนทำไม่มีใครรู้ความจริง แต่ก็ปล่อยข่าวชั่วร้าย เกินกว่าจะรับฟังได้ คนไหนได้รับฟัง ก็วินิจฉัยเอาเองว่า ร. ๘ ถูกลอบฆ่า ไม่ใช่ฝีมือของคณะราษฎร์
ความเลวร้ายได้เกิดขึ้นอย่างฮึกโหม ประเทศไทยแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ พวกหัวหน้าใหญ่ของคณะราษฎร์ ทอดทิ้งความรับผิดชอบต่อพระพุทธศาสนาอย่างสิ้นเชิง โดยพากันวางตัวเป็นกลางอ้างว่าประเทศไทยมีหลายศาสนา
แต่ละศาสนาล้วนแต่สอนให้เป็นคนดี
ความที่พวกคณะราษฎร์ ได้พากันเป็นเช่นนั้น ได้ส่งต่อแนวความคิดไปสู่นักการเมืองรุ่นต่อมา ที่สืบทอดลัทธิ ประชาธิปไตย พวกนักการเมืองทั้งหลาย กลายเป็นผู้รับเอาภาระทางการเมืองมาปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติแล้ว ได้ทำให้เกิด "การกระทำ" ต่อพระพุทธศาสนาหลายอย่างหลายวิธีการ ซึ่งล้วนแต่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศทั้งสิ้น
ข้อแรกเลย ไม่รับเอาภาระของพระเจ้าแผ่นดินที่สำคัญต่างๆ มาปฏิบัติต่อ นักการเมืองคนสำคัญของชาติขาดการเอาใจใส่ต่อพระพุทธศาสนา นำพาเอาลัทธิประเพณีประเทศอื่นมาปฏิบัติ ตัวเองไม่เข้าวัด ไม่รู้วิธีการฟังธรรม ไม่ให้เวลาแก่วัดอย่างเหมาะสม ถ้าพวกเขาจะพากันไปวัด ก็จัดคนต้อนรับเอิกเกริก ประชาชนแห่ล้อมหน้าล้อมหลัง หลวงพ่อกลายเป็นประหนึ่ง "หัวคะแนน" ทำให้ศาสนาอื่นดูหมิ่นดูแคลนพระพุทธศาสนา ทั้งที่เป็นพระศาสนาหลักของชาติ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:43] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 36
   ร้างอนาคตทางการเมือง ได้เป็น ส.ส. เป็นรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรี ได้สายสะพายขึ้นบ่า
เป็นนะเป็นได้ แต่ในที่สุด แผ่นดินนี้ได้ถูกคนชาติอื่น เข้ามาอยู่ในประเทศไทย แล้วไม่ยอมเป็นคนไทย ได้ใช้วิธีสกปรก เอาศาสนาอื่นขึ้นมาเป็นฐานทึ่ตั้งของกองทัพปฏิวัติ แล้วแจกจ่ายอาวุธสู้กับตำรวจและทหาร ไม่เกรงกลัวความผิดฐานกบฏ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:49] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 37
    นักการเมืองพุทธเห็นแล้ว ทำอะไรเขาได้ ห้ามเขาได้ไหม
ตรงกันข้าม ยังพากัน "งมมะหรา" หลงทางอยู่กับการแก้ไข โดยอาศัยความเข้าใจว่า การรักษาความเป็นกลางแบบผิดๆ จะช่วยให้ประเทศไทยแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้
ดังนั้น เมื่อคลำหาความผิดพลาดของรัฐบาลให้ตรงประเด็นแล้ว เราได้พบความเข้าใจผิดของนักการเมือง อันเป็นเหตุและปัจจัยหลัก ก่อความเสียหายแก่ประเทศทั้งประเทศยากที่จะแก้ไข วิธีที่จะแก้ไขได้ให้ ๓ จังหวัด กลับคืนสู่ความปกติสุข ยิ่งนานวันยิ่งห่างออกไปทุกที
ถ้าเราต้องจัดการให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปตามความต้องการของโจรปัตตานี
คนที่ชื่อว่าเป็นคนขายชาติที่แท้จริง คือ นักการเมืองทั้งหลาย
ทั้งนี้เนื่องจากราษฎรทั้งหลาย ไม่เคยมีโอกาสเข้าร่วมแก้ไขปัญหาเลย
อีกประการหนึ่ง นักการเมืองพากันแสดงตนเป็นคนนำทางความคิด นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนให้หลงทาง ประเทศชาติถูกโจรกล่าวหาอะไรออกมา ก็ไม่มีปัญญากล่าวแก้ เช่น โจรกล่าวหาว่า ประเทศไทย ยึดเอาปัตตานีเป็นเมืองขึ้น ก็ไม่เคยกล่าวแก้
ถ้าจะกล่าวแก้ ก็สามารถพูดให้เห็นกันอย่างจะแจ้งได้ โดยยกเอาประวัติศาสตร์ชาติไทย ปัตตานีเป็นดินแดนของไทยมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่สมัยพระเจ้าอินทิรา พ.ศ. ๒๐๒๒ เริ่มเปลี่ยนศาสนามานับถือศาสนาอิสลาม
ปัตตานีเป็นดินแดนของไทยยาวนานติดต่อกัน ไม่เคยมีชื่อว่าเป็นดินแดนของมลายูมาก่อนเลย แต่เหตุที่ปัตตานีมี คนไทยเชื้อสายมลายู ล้วนแต่เกิดจากการอพยพเข้ามาของคนเชื้อสายมลายูทั้งสิ้น เมื่ออพยพเข้ามาแล้ว ก็เกาะเป็นกลุ่มเป็นก้อน ภายใต้การนำของผู้นำทางศาสนา ทำให้คนเชื้อสายมลายูเผ่านี้ ได้ครองความเป็น "เจ้าถิ่น" แตกต่างไปจากคนไทยเผ่าอื่น สถานะของคนไทยเชื้อสายมลายู จึงพากันยกเมฆกันเองว่าถูก ประเทศไทยปกครอง
ถ้าเราแก้ข้อกล่าวหาแบบนี้ โดยเอาประวัติศาสตร์มาเป็นตัวยืนยัน
เราจะหลุดจากข้อกล่าวหา
แต่ "นักการเมืองไทย" ไม่กล้าทำ เพราะเกรงจะเกิดความเสียหายแก่คะแนนเสียงของตนเอง จึงใช้วิธีเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่เอาใจใส่ศาสนาของตน ปล่อยให้เชื้อสายมลายูเล่นงานเอาไม่หยุดหย่อน เขาเล่นงาน ถึงขั้นฆ่า...เผาบ้าน เผาโรงเรียนก็ยังปล่อยให้เขาเล่นงานด้วยความอดกลั้น แล้วก็อ้างว่าเป็นการรักษาสมานฉันท์ คนที่ชักชวนให้สมานฉันท์อย่างผิดๆ คือ "นายอานันท์ ปันยารชุน" อดีตนายกรัฐมนตรี ๒ สมัยของไทย
เมื่อคลำเป้าอย่างนี้แล้วจะเห็นความผิดพลาดชัดเจนยิ่งนัก
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:50] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 38
    บทที่ ๑๖
โจรปัตตานีสร้างหนังสือปลุกระดม ถล่มรัฐบาล

ปี พ.ศ. ๒๕๐๑
สิ่งหนึ่งที่คนไทยต้องยอมรับความจริงว่า ชาวปัตตานี และจังหวัดอื่น เช่นชาวยะลา นราธิวาส เป็นต้นผู้คนส่วนใหญ่ร้อยละ ๗๕ ถึง ๘๒ เปอร์เซ็นต์ มีเชื้อสายมลายู ซึ่งได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยซึ่งเราได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นคนไทยด้วยกัน
ชาวไทยเชื้อสายมลายู มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกับคนไทยทุกชนเผ่า
และเราต้องยอมรับความจริงอีกเช่นกันว่า ชาวไทยเชื้อสายมลายูได้เป็นกบฏด้วยความกล้าหาญมายาวนาน ไม่หวั่นเกรงอาญา ไม่กลัวความตาย พวกเขาได้สืบทอดอุดมการณ์อย่างต่อเนื่อง เกาะติดเป็นพวงเดียวกัน ไม่เคยปล่อยให้ว่างเว้นเลย
พวกเขาได้พัฒนาองค์ความรู้ อันมีทั้งยืนอยู่บนรากฐานที่เป็นจริง และการปั้นแต่งเสแสร้งแกล้งทำตลอดทั้งการสร้างมุมมองให้เกริกก้องขึ้นในโลกอิสลาม พวกเขาได้รับความสำเร็จ ในการอาศัยร่มเงาของศาสนาอิสลาม เป็นทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อการแบ่งแยกดินแดน
หนังสือเล่มสำคัญยิ่งเล่มหนึ่งได้ถูกสร้างขึ้นชื่อว่า "รวมแสงแห่งสันติ" เขียนเป็นภาษามลายู แล้วแปลเป็นภาษาไทยเขียนโดย อามีน โต๊ะมีนาล ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. ๒๕๐๑
หนังสือเล่มนี้ กล่าวหารัฐบาลร้อยแปดพันประการ พร้อมกับได้ยกย่องสรรเสริญนักรบชั้นแนวหน้าของเขาโดยเฉพาะได้ยกย่อง "หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์" ว่าเป็นยอดวีรบุรุษของชาวมลายูในประเทศไทย

ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ อามีน โต๊ะมีนาล ได้พิมพ์หนังสือใหม่อีกเล่มหนึ่ง ชื่อ "ประวัติรัฐมลายูปัตตานี" หนังสือเล่มหลังนี้กล่าวว่าดินแดนแถบนี้ทั้งหมดเป็นของมลายูมาก่อน ดังนั้นทุกคนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ในดินแดนนี้ ย่อมมีสิทธิถือ สัญชาติมลายู
ใครให้พวกเขาถือสัญชาติไทยก็ถือไป แต่ในใจไม่ยอมรับการเป็นคนไทย
หนังสือทั้งสองเล่ม ได้ถูกตีพิมพ์แจกจ่ายไปตามหมู่บ้านครบทุกครัวเรือน บางครัวเรือนมีมากถึง ๓ - ๔ เล่ม
หลังจากนั้น ก็ได้จัดตั้งกองกำลังขึ้นในตำบลต่างๆ มีหัวหน้ารับผิดชอบ กระจายกันออกไป สร้างความสับสนอลหม่าน ราชการไทยเข้าไม่ถึงหมู่บ้านมาตั้งแต่บัดนั้น
ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ปีเดียวกันกับหนังสือ"ประวัติรัฐมลายูปัตตานี" ถูกตีพิมพ์ขึ้น แล้วแจกจ่ายชาวบ้านไปจนทั่ว เป็นปีที่จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัตน์ส่งคนงานชาวอีสานลงไปช่วยเหลือการกรีดยาง ปลูกต้นยาง พวกโจรปัตตานีจำเป็น ต้องยอมรับคนงานจากอีสาน เพราะความที่ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก แต่ในขณะเดียวกัน โจรปัตตานีเริ่ม
ปลุกระดมไปตามหมู่บ้าน กระทำการแข็งข้อให้รัฐบาลเห็นจะจะ
ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ รัฐบาลสืบทราบมาว่า โจรแบ่งแยกดินแดนจะก่อการร้ายขึ้น โดยจะยึดที่ทำการของรัฐบาลและสถานที่ราชการต่างๆ โดยจะยึดพร้อมกันใน ๔ จังหวัด คือยะลา ปัตตานี นราธิวาส และจังหวัดสตูล รัฐบาลจึงส่งกำลังลงไปจับกุมบุคคลต้องสงสัยได้จำนวนมาก แล้วเอาตัวขึ้นมาสอบสวนที่กรุงเทพฯ
รัฐบาลสอบสวนอยู่ไม่นานก็ปล่อยตัวทั้งหมด ก่อนปล่อยตัวกลับ ได้อบรมให้ความรู้และความเข้าใจ แล้ว "มอบเงิน" ให้คนละมากๆ ซึ่งก็รู้กันในหมู่โจรว่าเป็นการซื้อใจพี่น้องคนไทยเชื้อสายมลายูมีข่าวว่าพวกโจรปัตตานีพากันหัวเราะงอหาย รับเงินด้วยความสนุกสนานบางคนยังได้รับเงินเป็นเดือนอีกต่างหาทางฝ่ายรัฐบาลสมัยนั้นคงคิดว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว โดยมีคำสั่งให้เก็บและทำลายหนังสือ ๒ เล่มที่ "อามีนโต๊ะมีนาล" เขียนขึ้น
รัฐบาลไม่รู้ดอกว่า หนังสือทั้งสองเล่มนั้น ไม่ต้องถือติดมืออีกแล้ว เพราะถ้อยคำทั้งหลายได้ถูกจานลงในหัวใจและกลายเป็นบทบัญญัติให้ปฏิบัติตาม พวกเขาจึงพากันทำลายตามคำสั่ง และการถูกสั่งให้ทำลายหนังสือทั้งสองเล่มดังกล่าว กลับยิ่งก่อให้เกิดความเกลียดชังหนักยิ่งขึ้น จึงกล่าวได้ว่า หนังสือปลุกระดมที่แกร่งกล้าที่สุดของโจรปัตตานี คือ หนังสือทั้ง ๒ เล่มนี้
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:52] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 39
   บทที่ ๑๗
การก่อการร้าย...โจรจับตัวเรียกค่าไถ่

ปี พ.ศ. ๒๕๐๕...ก่อนสิ้นยุคจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัตน์ โจรปัตตานีเริ่มแผนการใหม่ด้วยการจับตัวเรียกค่าไถ่สร้างความเดือดร้อนให้พ่อค้าประชาชน และก่อให้เกิดความปั่นป่วนแก่รัฐ ยากที่จะระงับเหตุการณ์ให้สงบลงได้ การจับตัวเรียกค่าไถ่แต่ละครั้ง จะมีชื่อหัวหน้าโจรกบฏขึ้นมา เดี๋ยวคนโน้น เดี๋ยวคนนี้ แต่ละคนล้วนแต่ก๋ากั่นน่าสะพรึงกลัว คนที่ถูกโจรจับตัวเรียกค่าไถ่ เมื่อรวดชีวิตกลับมาได้ บางคนต้องเลิกอาชีพ หลบหนีไปอยู่ที่อื่นบางคนต้องรับผิดชอบ "ส่งเสีย" ลูกของโจรป่าให้ได้เข้าเรียนถึงขึ้นมหาวิทยาลัย โจรปัตตานีปล่อยตัวออกมาอย่าง
มีเงื่อนไข
คำว่า "ส่งเสียลูกของโจรป่า" เป็นเรื่องเล่ากันในหมู่ของคนที่ถูกโจรจับเอาไปรีด บางคนก็เอาเงินสดก้อนใหญ่
บางคน... โจรไม่บีบเอาเงิน แต่ได้บังคับให้ส่งเสียบุตร ทั้งหญิงและชายให้รับผิดชอบแทน ถ้าไม่เช่นนั้นจะเชือดคอให้ตายอยู่กลางป่า
คนที่ถูกโจรจับตัวเรียกค่าไถ่บางราย ต้องส่งเสียลูกของโจร ด้วยความรับผิดชอบและอดทน ลูกโจรเรียนจบมหาวิทยาลัย ได้เข้ารับราชการ บางคนออกไปเป็นนักการเมือง โดยที่ลูกตัวเองต้องหยุดเรียนออกมาทำงานหาเงินส่งเสียลูกของโจร คนที่รู้ความจริงว่าทำไมต้องทำเช่นนี้ คือ คนผู้เป็นพ่อที่ถูกโจรจับเข้าป่า คนอื่นไม่รู้ด้วย
โจรปัตตานี ทำทุกอย่างเพื่อจะหาทางเอาชนะในสงครามกบฏของพวกเขาการก่อการร้าย – โจรจับตัวเรียกค่าไถ่จึงเป็นเรื่องน่าสยดสยองยิ่งนัก
สถานการณ์การก่อการร้าย
ลัทธิก่อการร้าย ไม่ใช่เพิ่งจะเกิดในประเทศไทยยุคนี้ แท้ที่จริง การก่อการร้ายได้เกิดกับประเทศไทยมานานแล้วโดยที่คนไทยไม่เคยให้ความสำคัญในเรื่องนี้เลย เมือเกิดเหตุร้ายขึ้นมา ก็ไม่บอกได้ว่าเป็นเหตุร้ายแบบไหน
ลัทธิก่อการร้าย (terrorist) เป็นลัทธิของคนป่าเถื่อน ใช้ปฏิบัติการไม่เลือกกาลเวลาและสถานที่ คนที่บงการให้ทำ เป็นพวกไม่มีศาสนา ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ แต่คนพวกนี้ จะอ้างการกระทำว่า เป็นความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า แล้วก็มีคนขานรับว่า การก่อการร้าย เป็นแนวทางการต่อสู้ที่ถูกต้อง การก่อการร้ายที่ยิ่งใหญ่หมายถึง"นักรบ" ของกระบวนการนี้ ได้รับการปลูกฝังล้างสมอง ให้มีความกล้าหาญถึงขั้นยอมตายถวายชีวิต
ลัทธิก่อการร้ายได้กลายเป็น "หอกเล่มใหญ่" ไล่ล่าฆ่าคนปานว่าเล่นบนโลกกลมๆใบนี้ โจรปัตตานีได้ใช้ลัทธิก่อการร้าย ทำสงครามกับรัฐบาล
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:54] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 40
    รัฐบาลที่ไม่มีความรู้พื้นฐานในปัญหาของตนเอง ตกเป็นเหยื่อของพวกผู้ก่อการร้ายอย่างขนานใหญ่ สิ่งที่ทำให้ตกเป็นเหยื่ออย่างร้ายกาจ ได้แก่ "ยุทธวิธี" ที่แตกต่างกัน โจรก่อการร้ายยิงมาจากมุมมืด...ยิงตายแล้ว กระโดดขึ้นคร่อมศพ เยี่ยวรดศพ ประจานให้เสียหาย แล้วคว้าอาวุธของทหารตำรวจติดมือไปด้วย
ทหาร ตำรวจ อยู่ในทีสว่าง...เป็นที่โล่งตา มองเป็นเป้านิ่ง จึงถูกถล่มอย่างเมามัน
นอกจากนี้ โจรปัตตานียังใช้วิธีการก่อวินาศกรรม (Sabotage) เช่นวางระเบิดทางรถไฟ ขุดหลุมให้รถตกไปทั้งคัน จุดระเบิดด้วยมือ วิธีแบบนี้ วงการลัทธิก่อการร้ายเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "แซบโบตาจ" ดังที่ผมวงเล็บเอาไว้นั่นแหละครับ
๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ตกอยู่ในสถานการณ์สงครามโจรก่อการร้าย ที่เป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและประชาชน โดยมีความไม่มั่นคงของดินแดนเป็นเดิมพัน รัฐบาลยังไม่ได้ขยับทิศทางแก้ปัญหาที่เป็นแฟคเตอร์ที่แท้จริงเลย
ถ้ารัฐบาลอยากทราบว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร โปรดดูข้อเสนอแนะ และการแสดงความคิดเห็นแนวทางแก้ปัญหาที่ได้น้อมนำมามอบให้ด้วยความปรารถนาดี ในหนังสือเล่มนี้
ผมนำรูปภาพ ๓ แผ่นมาให้ดู จะเห็นการก่อการร้าย มีความเลวร้ายเพียงใด
ภาพเหล่านี้ ฟ้องให้เห็นสถานการณ์ที่แท้จริงว่า มันเป็นสถานการณ์ก่อการร้าย ที่จะต้องหาทางทำให้สงบ...ไม่ว่าจะสูญเสียมากมายเพียงใด เพราะว่า ถ้าโจรไม่เลิก ก็อย่าหวังเลยว่า ๓๐ ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะร่มเย็นขึ้นมาได้ ??!!!

ทหารหาญ...ก็ตายเกลื่อน ตำรวจ ทหาร อยู่ในที่โล่ง
โจรปัตตานี เร้นกายอยู่กับมุมมืดและฝูงชน ไม่ง่ายเลยที่จะปกป้องตัวเอง
ทหารเองถือปืนเป็นเป้านิ่ง
เขาจะยิงเมื่อใด...จากมุมไหน ใครจะไปรู้
รู้อีกที..ตายเป็นผีไปแล้ว
ฝ่ายรัฐบาล ได้พยายามอย่างใหญ่หลวง ที่จะใช้วิธีการ "สมานฉันท์" ด้วยการส่งทหารไปคุ้มครองประชาชน
นั้นเป็นผลพวงทางความคิดที่ถูก "ไส้ศึก" วางแผนให้หลงทางทหารกับตำรวจ จึงกลายเป็นเหยื่อชิ้นแล้วชิ้นเล่า
ประชาชนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง
ท่านผู้อ่านที่เคารพ...ท่านรอคอยรับทราบตัวเลขความสูญเสีย ถูกเผา ถูกฆ่าตัดคอถูกถล่มกลางไรสวน และโปรดรอรับทราบตัวเลขความตาย... ทหารหาญก็ตายเกลื่อน

ผมจะรวบรวมทำงานงานประชาชน...ให้ท่านได้รับรู้ ใครกันแน่ที่ถูกฆ่าตาย
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:55] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 41
    บังเกอร์ จุดยั่วการโจมตี
ทหารคิดว่า บังเกอร์จะช่วยให้ปลอดภัยได้นั้นเป็นความเข้าใจแบบทหาร พวกโจรปัตตานี ชอบนัก...บังเกอร์
ง่ายและสะดวกในการยิงถล่มดังภาพนี้...

บังเกอร์ไม่สามารถป้องกันได้เลย
การรบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
กลายเป็นนรกของทหาร
เพราะว่า...โจรไม่มีบังเกอร์
โจรมาวูบใหญ่เหมือนโจรนินจา...ถล่มแล้วถอย
บังเกอร์ คือจุดยั่วการโจมตี

ระเบิดวัด
เมื่อเห็นภาพแล้ว ขอให้ใช้สติปัญญาการอ่าน อย่าเข้าใจว่าเป็นการปลุกระดม แต่ขอให้เข้าใจเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ ที่เปิดโปงแผนการ ของโจรปัตตานี พวกโจรปัตตานี อาศัยการสร้างคัมภีร์ปลอม หลอกลวงพี่น้องอิสลามว่า "ฆ่าพุทธ" แล้วได้บุญ โดยเฉพาะการทำลายวัด ฆ่าพระ ยิ่งจะได้บุญมาก คำหลอกลวงพวกนี้ ถ้าหลอกลวงแล้วไม่มีคนเชื่อก็จะไม่มีปัญหาอะไร แต่ปัญหามีอยู่ว่า มีคนหลงเชื่อ ว่าฆ่าพระ ฆ่าชาวพุทธแล้วจะได้ไปอยู่กับพระเจ้า ทำให้พระและวัดได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส ชาวพุทธทั้งหลาย ถูกไล่ล่าฆ่าฟัน
ถ้าไม่หนีเอาตัวรอก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีรอให้ราชการมาแก้ปัญหา จนป่านนี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้ (ธันวาคม - ๒๕๔๙) !!
ยิ่งอำนาจรัฐในห้วงเวลานี้ไม่มีเหลือแล้ว ยิ่งหมดโอกาสแก้ดังนั้น วิธีหนึ่ง ที่จะต้องทำให้เห็น คือชี้ให้ดูว่า พวกโจรปัตตานีเล่นงานวัดอย่างป่าเถื่อน ผมเอาภาพถ่ายหน้าวัดตันหลงมัสที่ถูกวางระเบิด มาให้ดูโดยที่ชาวพุทธไม่เคยไปทำลายมัสยิดตอบโต้เลยคนพุทธไม่กล้าเพราะกลัวบาป ผมไม่อยากเอาภาพโจรเผาวัด ฆ่าสับคอพระมาลง เพราะไม่ต้องการปลุกระดม !!
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:57] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 42
    บทที่ ๑๘
๑ ช่วง...โฉมหน้าโจรหดหายไป

ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ - ๒๕๒๕
ในยุคประเทศไทยมีพรรคคอมมิวนิสต์ (พคท.) รบกับรัฐบาล เป็นยุคที่โจรแบ่งแยกดินแดนเลื่อนไหวรุนแรงไม่ได้เพราะรัฐบาลก็ใช้กำลังปราปปรามกับ ผกค. อย่างถึงพริกถึงขิง พวกโจรที่ก๋ากั่นออกมา ก็จะถูกปราบอย่างไม่ไว้หน้าในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย ทำให้พวกโจรต้องหลบฉากรักษาตัวรอดเอาไว้ก่อน แต่พวกโจรปัตตานี และโจรจับตัวเรียกค่าไถ่จำนวนหนึ่ง ได้รับความเสียหายสูญเสียกำลังพลไปไม่น้อย
ทางการสืบทราบมาว่า โจรปัตตานีได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) เป็นการให้ความช่วยเหลือในฐานะหัวอกเดียวกัน แต่อยู่บนเงื่อนไข "มิตรและสหาย" สถานเดียว ไม่ใช่เป็นการร่วมอุดมการณ์
ในขณะพรรคคอมมิวนิสต์ทำสงคราม เพื่อหวังจะเปลื่ยนแปลงระบอบการปกครอง ให้ได้ไม่เกินปี ๒๕๒๕ นั้นโจรปัตตานีตระหนักดีว่า ถ้าพรรคคอมมิวนิสต์ชนะศึก พรรคคอมมิวนิสต์ก็จะใช้ลัทธิเผด็จการ รวบอำนาจการ ปกครองเป็ดเสร็จ ไม่มีทางที่ปัตตานีจะเรียกร้องอะไรได้ ดีไม่ดีอาจถูกปราบแบบถอนรากถอนโคนอีกด้วยโจรปัตตานีจึงหันไปพัฒนาบุคลากรอย่างขนานใหญ่ เพราะเชื่อว่า ถ้าขบวนการ "พูโล" มีผู้คนที่ทรงภูมิปัญญาเขาเหล่านั้นจะสามารถต่อกรกับพรรคคอมมิวนิสต์ได้ในภายหลัง พวกโจรปัตตานีหรือ "โจรพูโล" จึงทุ่มเงินลงไป
เพื่อพัฒนาคน
ในช่วงดังกล่าวนี้ โฉมหน้าของโจรก่อการร้าย " ปรากฏไม่มาก"
จะมีอยู่ไม่กี่คน เช่น "เปาะสู"เป็นต้น
ในระยะเวลาดังกล่าวนี้ โจรปัตตานีได้คัดสรรตัวแทนส่งไปศึกษาต่อทั้งในตะวันออกกลาง ประเทศยุโรป-ตะวันตก รวมถึง อเมริกา คณะกรรมการพัฒนาการศึกษา ได้ติดตามดูแลตัวแทนที่เป็นนักศึกษา มีการประเมินผลและวัดผล เก็บข้อมูลอย่างสมบูรณ์ว่า เยาวชนที่คณะกรรมการออกทุนให้นั้น เมื่อกลับมาเมืองไทย จะได้เป็นเพชร
เม็ดงามของพวกขบวนการพูโล สืบทอดอุดมการณ์ของอับดุลกาเดร์และหะยีสุหลง นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเขาต่อไป
ฝ่ายราชการที่ไม่ประสากับความลึ้ลับของเรื่องนี้เป็นทุนอยู่ก่อนแล้ว เมื่อข่าวคราวที่น่ากลัวเริ่มจางลง ก็ทึกทักเอาว่าโจรปัตตานีกำลังจะหมดไปจากประเทศไทย
รัฐบาลเองก็ได้ใช้จ่ายเงินทุนส่งเสริมพวกโจร ให้พวกเขาได้รับการฝึกที่ต่างประเทศ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 22:59] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 43
    บทที่ ๑๙
โจรปัตตานี...รุกทางการเมืองหนัก

ปี พ.ศ ๒๕๒๗ - ๒๕๔๙
เมื่อประเทศไทย ได้ออกคำสั่งที่ ๖๖/๒๕๒๓ สถานการณ์บ้านเมือง เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ประดา ผกค.ทั้งหลาย ได้ยินยอมพร้อมใจวางอาวุธ หันหน้าเข้ามาร่วมพัฒนาชาติไทย โจรปัตตานีที่เคยมีบทบาทร่วมกับ ผกค.ได้แยกตัวออกไป แล้วดำรงสภาพของตนไว้
แต่เป็นการดำรงทีฝ่ายรัฐบาลไม่ได้รับรู้ด้วย อีกอย่างหนึ่ง ฝ่ายรัฐบาลไม่เคยมีโจทย์กับตนเองมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นยุคใดสมัยใด ไม่ได้ใส่ใจกับปัญหาของชนเผ่าใหญ่อีกเผ่าหนึ่ง คือคนไทยเชื้อสายมลายู แล้วก็สรุปเอาเองว่าประเทศไทยไม่มีปัญหาการเหยียดผิว ไม่มีการแบ่งเชื้อชาติศาสนา แล้วเราก็สรุปเอาเองว่า ประเทศไทยไม่มีปัญหานี้
แท้ที่จริง พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ถูกปลุกระดมเละตุ้มเป๊ะจนยากที่จะแก้คืน นอกจากยากที่จะแก้คืนดังกล่าวนั้นแล้ว เรายังหมดโอกาสรู้ความจริง มันเนื่องมาจากนักการเมืองไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อความมั่นคงของชาติ ไม่ใส่ใจในปัญหาของชาติอย่างรอบด้าน
นักการเมืองในท้องถิ่นปิดบังซ่อนเล้นเรื่องราวให้ลี้ลับอย่างมิดชิด
หน่วยข่าวกรองชาติ ก็มุ่งประเด็นโจรก่อการร้ายคอมมิวนิสต์จนลืมเรื่องอื่นทั้งหมด
นักการเมืองของไทย ส่วนใหญ่เป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา เป็นสักแต่พุทธในชื่อ ส่วนความเชื่อ ความรับผิดชอบ ไม่มีเหลืออยู่ในตัวของนักการเมืองเลย
โจรปัตตานี จึงเป็นฝ่ายรุกทางการเมือง แต่พวกเขาจะไม่แสดงออกให้ปรากฏเห็น ไม่มีการกระทำที่ส่อไปถึงความต้องการว่าจะแบ่งแยกดินแดน แต่ถ้าจะสังเกตให้ดี เราจะพบเห็นข้อเรียกร้องและการปฏิบัติที่กระทบต่อ พระพุทธศาสนา เช่นเรียกร้องไม่ให้สอนวิชาพุทธศาสนาในโรงเรียน ให้ขนย้ายพระพุทธรูปออกไปจากที่ตั้ง
ห้ามประกอบพิธีกรรมทางศาสนาพุทธ
โจรปัตตานีรุกทางการเมืองอย่างได้ผล และทวีความเข้มแข็งขึ้นตามลำดับ ในสภาท้องถิ่นและสภาระดับชาติ
ได้มีตัวแทนของพี่น้องอิสลามชนะการเลือกตั้งเข้ามาจำนวนไม่น้อย ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในนโยบายปรับปรุง
รูปแบบการต่อสู้ของพวกเขาเอง อิทธิพลทางความคิดที่โจรปัตตานีเดินงาน แล้วส่งออกสู่สังคม บังคับโดย อัตโนมัติ ให้นักการเมืองไทยวางตัวเป็นศัตรูกับพุทธศาสนาของตัวเองอย่างไม่รู่ตัว ดังจะเห็นได้จาก
รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่ถูกคณะปฏิวัติเชือดทิ้งไปแล้วนั้นไม่ยินยอมให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ
คนพุทธมากกว่า ๒ ล้านคนล่าชื่อส่งสภาก็ไม่มีผลอะไรเลย
นักการเมืองเพิกเฉย แถมมีการพูดว่า "ถ้าทำอย่างนั้น ระวังเลือดจะท่วมท้องช้าง" ..!!
นับแต่บัดนั้น สถานการณ์หลายอย่างได้บีบคั้นพระพุทธศาสนาและชาวพุทธรุนแรง แต่ชาวพุทธทั้งปวงก็ยังคงตั้งอยู่ในความสงบ ไม่ได้มีความโกรธแค้นให้อิสลามอะไรทั้งสิ้น
ด้านอิสลามนั้น เริ่มปรากฏขึ้นในสถาบันการเมืองอย่างโดดเด่น เช่น บางท่านได้เป็นรองนายกรัฐมนตรี บางท่านเป็นรัฐมนตรี และบางท่านได้เป็นประธานสภา และในสภาก็มีนักการเมืองอิสลามอย่างมีหน้ามีตาหลากหลายมากขึ้น
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 23:03] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 44
    คนไทยพากัน ต้อนรับนักการเมืองสายอิสลามด้วยความเต็มใจเพราะจะได้อวดกับชาวโลกได้ว่า ประเทศไทย ไม่มีการกีดกันคนศาสนาอื่นคนไทยพุทธ แอบภูมิใจกับความเจริญก้าวหน้าของพี่น้องอิสลาม ด้วยความรู้สึกจากน้ำใสใจจริง
คนพุทธไม่เคยออกปากคัดค้านและไม่ขัดขวางไม่ ว่ากรณีใด เพราะถือว่าทุกคนเป็นเสมือนหนึ่งลูกพ่อเดียวกัน...เอากันง่ายๆ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ซึ่งเป็นอิสลามขนานแท้ ทำการปฏิวัติ รัฐประหาร ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดในประเทศ เมื่อปฏิวัติเสร็จ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ" หรือ คมช. โดยท่าน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ทำหน้าที่เป็นประธาน คมช.
คนไทยก็พากันต้อนรับทั่วประเทศ
ประเทศไทยทั้งประเทศน้อมใจรับโดยไม่ได้นึกถึงความแตกต่างทางศาสนา แต่ในเวลาเดียวกันที่คนไทยน้อมใจรับ โจรกลับบั่นคอพี่น้องชาวพุทธที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกาศฆ่า และขับไล่ใสส่ง "คนพุทธ" สถานเดียว
ขณะเขียนต้นฉบับให้กับหนังสือเล่มนี้ (๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๙) ผมพักอยู่โรงแรมไดอิชิ หาดใหญ่ พอตื่นขึ้นมาก็ ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนที่จังหวัดยะลาว่า โจรป่าพวกนั้น โปรยใบปลิวข่มขู่ไทยพุทธ ประกาศปิดร้าน ถ้าไม่เชื่อ จะเอาให้ร้องไม่ออก
ผมรับโทรศัพท์ด้วยความตกใจ คิดไม่ถึงว่าตอนที่เข้าไปทำงานที่โรงแยกแก๊สใหม่ๆ ยังไม่ร้ายแรงถึงขนาดนี้...
แต่วันนี้มันร้ายเกินกว่าคิดมากมายยิ่งนัก เพื่อนบอกว่าโจรปิดเมือง ปิดหมู่บ้าน ตัดการติดต่อกับราชการ ไม่ให้ ชาวพุทธขยับเขยื้อนได้
ทหาร ตำรวจ และข้าราชการ ยังถูกตรึงอยู่กับที่ แต่พวกโจรปัตตานี และชาวบ้านแนวร่วมทั้งหมดมีอิสรภาพไปไหนมาไหนได้อย่างเสรี ประหนึ่งไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น
แต่คนพุทธ กลายเป็นคนต้องห้ามในแผ่นดินของตน คนที่หลบไปพึ่งวัดเกือบจะบ้าอยู่แล้ว
ผมตระหนักกับตนเองว่า โจรปัตตานีไม่ใช่รุกหนักแต่ทางการเมืองเท่านั้น ยังรุกหนักทางอาวุธอย่างเข้มข้น รุนแรงในรอง ๑๐๐ ปี สถานการณ์แบบนี้ จะต้องมีการชี้ขาดไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ในโอกาสข้างหน้าในไม่นาน
หรือกล่าวให้ชัด เมื่อเหตุการณ์รุนแรงอย่างเป็นระบบมาถึงขั้นนี้ จะให้เรื่องจบลงง่ายๆ เป็นไปไม่ได้เลย
โอกาสที่จะแตกหักไปข้างหนึ่ง จะต้องมีขึ้น
การกระทำครั้งนี้ โจรปัตตานีเขาคงจะมี "หัวหน้าใหญ่" บัญชาการอยู่ไม่ไกลแน่ๆ เชียว
ไม่เช่นนั้น จะไม่ประสบผลสำเร็จได้ขนาดนี้
แต่ฝ่ายรัฐบาล ก็ยังบอกไม่ได้ว่า ใครคือจอมบงการเคยเห็นฝ่ายรักษาความสงบพูดมาหลายครั้ง จะตะครุบ หัวหน้าใหญ่ให้ได้ จนแล้วจนรอด ยังไม่ได้แม้แต่กลิ่น...มันช่างลึกลับอำมืดอย่างไม่น่าเชื่อ ?
ผมตรวจดูระยะเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ ถึง ๒๕๔๙ รวม ๒๒ ปี เป็นช่วงที่ โจรปัตตานีได้พัฒนารูปแบบการต่อสู้ที่ ยอดเยี่ยม ดีกว่าทุกยุค จึงเป็นการยากที่รัฐบาลจะแก้ปัญหานี้ให้สงบเงียบลงได้โดยง่าย และเดาไม่ถูกว่าจะ บานปลายร้ายแรงถึงขั้นเป็นสงครามหรือไม่
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 23:08] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 45
    บทที่ ๒๐
จากกรือเซะ ถึง ตากใบ

เรื่องราวที่น่าสะเทือนใจไม่มีใครอยากให้เกิด มันก็เกิด
อันนั้นได้แก่กรณี กรือเซะ และตากใบ
หนังสือเล่มนี้จะยังไม่เขียนถึงรายละเอียดของปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะมันจะนำไปสู่ข้อขัดแย้งมากขึ้น มากกว่าจะเป็นผลดี ผมจะสรุปเพียงสั้นๆว่า เมื่อเกิดการปล้นปีนค่ายทหารพัฒนา อำเภอเจาะไอร้อง...๔ มกราคม ๒๕๔๗ ทำให้สถานที่ราชการที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ร้อนระอุขึ้นมา
เมื่อมีกลุ่มผู้ไม่หวังดี บุกโจมตีเจ้าหน้าที่แล้วหนีเข้าไปหลบซ่อนตัวในสุเหร่ากรือเซะ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ทหารยกกำลังตามเข้าไปล้อมเอาไว้จนเกือบค่ำทำให้ทหารวิตกว่า ถ้าปล่อยให้ตะวันตกดิน สถานการณ์จะพลิกผันอย่างแน่นอน ทหารจึงบุกเข้าจับ แล้วเกิดยิงกันขึ้น ทำให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีถูกจับตายเรียบในสุเหร่า
มันได้กลายเป็นบาดแผลร้ายกาจบาดหมางใจ กินใจกันรุนแรงอีกคำรบหนึ่ง
ได้เกิดวิพากย์วิจารณ์ และตำหนิติเตียนในสื่อและสังคมการเมืองของประเทศไทยว่า "ทหารทำรุนแรงเกินเหตุ"
ผู้สันทัดกรณีกล่าวว่า กลุ่มผู้ไม่หวังดี ได้กระทำรุนแรง เข่นฆ่าผู้คนอย่างไร้ความปราณี เมือทหาร ตำรวจเข้าไประงับเหตุ กลุ่มผู้ไม่หวังดี ไม่ยินยอมให้จับกุม เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางออกสุดท้ายจึงต้องเป็นเช่นนี้ ถ้าไม่ปฏิบัติเช่นนี้ จะให้ทำอย่างไรเช่นเดียวกัน กรณีตากใบ ก็ไม่แตกต่างจากกรณีอื่น
ทหาร ตำรวจ ไม่มีทางออกอื่นใดที่จะทำให้เหตุการณ์สงบลงได้ วิธีแก้คือต้องจับกุมคุมตัวผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อจะเอาไปสอบสวน แต่ได้เกิดความผิดพลาดขึ้นมา ทำให้มีคนขาดอากาศหายใจ ล้มตายลงเป็นจำนวนมาก ในที่สุดก็มีคนรุมประนามทหาร
ผู้สันทัดกรณีกล่าวว่า แม้ทหาร ตำรวจ จะพยายามทำแบบอะลุ้มอะล่วย หรือกระทำอย่างเฉียบขาดรุนแรงก็ตาม ก็ไม่อาจทำให้กลุ่มผู้ไม่หวังดี "ยุติ" การก่อความไม่สงบ เพราะเจตนาของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เป็นกลุ่มโจรปัตตานี มีอุดมการณ์แน่วแน่ที่จะทำให้เกิดสงครามในที่สุดความเห็นของผู้สันทัดกรณี กล่าวว่า ถ้าจะเปรียบเทียบกัน
ระหว่างการปราบปรามที่ถูกประนามว่า กระทำรุนแรงเกินขอบเขตนั้น ไม่สามารถเทียบได้กับความร้ายกาจรุนแรง ที่ฝ่ายโจรปัตตานี ได้กระทำต่อข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนตาดำๆ มีคนล้มตายในสภาพศพที่ถูกฆ่าอย่างทารุณ ผิดมนุษย์มะนานับไม่ถ้วน ที่เคยกระทำมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
อีกประการหนึ่ง ถ้าไม่มีโจรปัตตานี ไม่มีการเข่นฆ่า ไม่ก่อกบฏต่อแผ่นดิน เราก็จะไม่มีอะไรให้บาดหมาง
เพราะว่าหัวใจคนไทยที่แท้จริง ไม่ยินยอมให้ศาสนามาแบ่งแยกให้แตกสามัคคีอยู่แล้ว เราจะสามารถอยู่ร่วมแผ่นดินได้อย่างปกติสุข ต่างคนต่างปฏิบัติตัวปฏิบัติตน ตามความเชื่อถือและความศรัทธาที่แตกต่างกันออกไปโดยปกตินั้น ขอบเขตความเชื่อของคนพุทธนั้นไม่มีข้อห้ามไม่ให้ร่วมบุญกับคนศาสนาอื่น คนพุทธหรือชาวพุทธ มีลักษณะที่
"ผ่อนคลาย" ในทุกกรณี คนพุทธสามารถเข้าร่วมบุญได้กับทุกคน ทุกศาสนา ถ้าศาสดานั้นๆ ผ่อนปรนให้เข้าร่วม ได้ คนพุทธจะเข้าร่วมได้ทันที ถ้าไม่มีโจรปัตตานี พุทธศาสนากับศาสนาอิสลาม จะอยู่ด้วยกันได้อย่างสันติสุข หรือว่า แม้โจรปัตตานี จะปลุกให้คนอิสลามเกลียดพุทธเพียงใด แต่เราก็รู้ว่าศาสนาไม่เกี่ยวเพราะว่าที่แท้จริง...โจรปัตตานีอาศัยศาสนา เป็นเครื่องมือสงครามต่างหากสักวันหนึ่ง จะมีคนพิสูจน์ให้เห็นว่าศาสนาอิสลามไม่เกี่ยว
พุทธและอิสลาม ไม่เคยเป็นศัตรูของกันและกันกรณี กรือเซะ กับตากใบ...น่าจะเป็นผลพวงความชั่วร้ายที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 23:10] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 46
    **** บัดนี้เรื่องที่คุณสอาด จันทร์ดีเขียนขึ้นจากความเป็นจริง ได้เผยโฉมหน้ามาให้เห็นจะจะแล้ว ด้วยแผนการที่กลุ่มโจร (มี กลุ่มแบ่งแยกดินแดนภาคใต้, มหาธีร์ มูฮัมหมัด - อดีตนายกฯของมาเลเซีย และกลุ่มบงการ"อัลไคด้า" )ได้ร่วมกันทำแผนจะยึดครองประเทศไทยทั้งประเทศใน ๑๐ ปี เหตุการณ์ที่เขียนนี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆแผนลวงโลกเพื่อจะ ดิสเครดิสประเทศไทยต่อสังคมโลก ซึ่งแผนการณ์ได้ถูกแฉโดย เอกสาร "แนวร่วม คนไทยรักชาติ" ฉบับปฐมฤกษ์ ๑ มกราคม ๒๕๕๐ โดยทีกลุ่มก่อการร้ายที่ กรือเซะ และตากใบ อาจเป็น
ลูกชาวพุทธที่ถูกลักพาตัวเมือ ๓๙ ปีก่อน ถูกนำไปเลี้ยง และฝีกก่อการร้ายมาฆ่าคนไทยอีกที โดยกล่าวว่า
"จำไว้ ให้คนของมันฆ่าฟันกันเอง"
บทที่ ๒๑
คีย์แมนโทน...แฉวิธีโจรจะยึดเมือง

............ผมโทรไปหา "คีย์แมนโทน" ซึ่งตอนนี้ ได้แยกย้ายกลับบ้านตั้งแต่ โรงแยกแก๊สก่อสร้างแล้วเสร็จใหม่ๆ ด้วยเหตุว่าผมยังคงติดต่อกับคีย์แมนโทนเป็นระยะ ทำให้ผมได้ทราบเรื่องราว ความดุเดือดเลือด
พล่าน ของพวกโจรปัตตานี พอที่จะประมวลได้
ครั้งหลังสุด ผมยกหูโทรเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ผมบอกว่า ผมหางานรับเหมาใหม่ที่อำเภอจะนะ ห่างจากที่เดิม ๑๐ กม.ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง ซึ่งขณะนี้บริษัทชิโน-ไทย เป็นผู้รับเหมาใหญ่ รับต่อมาจากบริษัทเมรูเบนี(ญี่ปุ่น) มีบริษัทเล็กๆรับเหมาช่วงอีกหลายบริษัท โครงการนี้เป็นโครงการโรงงานไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต
เขาอยากได้งานทำ จึงรับปากจะรีปไปพบผม
คีย์แมนโทนบอกให้ผมรอพบหน่อย เขาต้องการพบผมเพื่อจะหางานทำ จะไปพบผมที่อำเภอหาดใหญ่ เขาจะมีเวลาช่วงเช้าตั้งแต่ ๑๐.๐๐ น. ถึง ๑๔.๐๐ น แล้วจะรับกลับ
ผมรับปากด้วยความดีใจที่จะได้พบโทน ตั้งใจจะต้องหาคำตอบ และจะต้องหางานให้เขาทำ ไม่เช่นนั้นก็จะทำให้เขาเกิดเข้าใจผิดว่า ผมอยากรู้เรื่องภาคใต้มากเกินไป
แต่ไม่นาน...หลังจากหนังสือเล่มนี้พิมพ์เผยแพร่...
ถึงเวลานั้น จะไม่มีอะไรปิดบังอีกแล้ว...เขาต้องรู้ "ตัวจริง" ของผมจนได้
ผมนั่งรออยู่ห้องพัก ขณะนั่งรอ ผมได้เขียนต้นฉบับให้ นสพ. บ้านเมือง อีก ๒ ตอน เป็นเรื่อง "ยะลาวิกฤติ" กับเรื่องประวัติความเป็นมาของโจรปัตตานี แล้วผมก็ส่งให้ "คุณวิเชียร อินจนา" หน.บก.บ้านเมือง
อีกไม่นาน คีย์แมนโทนก็โผล่เข้ามาในห้อง
คีย์แมนโทนถามเรื่องงาน ผมบอกเขาว่า "คุณช้าง" นายช่างคนเดิม ทำงานอยู่โรงไฟฟ้า จะนะ เพิ่งจะลงมือ ถ้าโทนอยากทำงาน จะฝากให้ เขาบอกว่าเขาอยากทำ ผมจึงต่อโทรศัพท์ถึงคุณช้างที่โรงไฟฟ้า ฝาก
งานให้เขาทำได้โดยไม่ยาก
ผมถือโอกาสนั้นสอบถามเรื่องราวโจรปัตตานี เขาเล่าให้ฟังอย่างไม่ปิดบังเหมือนเช่นเคย โดยได้นำความน่ากลัวว่าจะเกิดเหตุรุนแรง...เขาบอกว่าโจรก่อการร้ายได้ส้อง สุมกำลังผู้คนเอาไว้ แบ่งเป็น ๓ กลุ่ม กำหนด
ดีเดย์ก่อนสิ้นปี ๒๕๔๙ หรืออย่างช้า ต้นปี ๒๕๕๐
กลุ่มที่หนึ่ง เป็นหน่วยกล้าตาย จบวิทยายุทธ์มาจากต่างประเทศ ภายใต้การนำของหัวหน้าโจร ใช้ชื่อจัดตั้งว่า"ดอเยาะ" ดอเยาะรับบัญชามาจากสะแปอิง เจ้าของโรงเรียนธรรมวิทยา
คนของดอเยาะส่วนหนึ่ง มาจากอาเจะห์ เป็นนักรบชั้นแนวหน้า
ทั้งสองกองกำลัง มีการเตรียมพร้อมที่จะก่อความไม่สงบขั้นรุนแรง
กลุ่มที่สอง มีหัวหน้าโจรชื่อ "มะแซ อุเซ็ง" ค่าหัว ๕ ล้านบาท มะแซ อุเซ็ง มีอำนาจใหญ่โตมาก ถ้าพวกโจรปัตตานีได้รับชัยชนะ มะแซ อุเซ็ง จะได้รับตำแหน่ง ผบ.ทบ. และจะได้เป็นรัฐมนตรีว่า กระทรวงกลาโหม
กลุ่มที่ ๓ มีหัวหน้ามากมายหลายคน รวบรวมกองกำลังหญิงและเด็กเอาไว้ขึ้นยึดที่ทำการของรัฐ เช่น สถานีตำรวจ สถานีอนามัย โรงพยาบาล สำนักงาน อบต. ที่ว่าการอำเภอ ศาลากลางจังหวัด ศาล วัด ศาลาประชาคม
มีเป้าหมายจะปิดล้อมค่ายทหาร และตำรวจ บังคับให้ยอมจำนน
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 23:12] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 47
    โจรจะบุกเข้ายึดพระราชวังทักษิณราชนิเวศน์ แล้วจะใช้เป็นที่ประกาศเอกราช....
คีย์แมนโทนบอกต่อไปว่า ถ้าแผนการต่างๆไม่สามารถไปสู่เป้าหมายได้ โจรปัตตานีจะใช้วิธีก่อกวนทำความเสียหายให้เกิดขึ้นจนทนไม่ไหว การฆ่าตัดคอ เผาดิบ หรือเอามีดเชือดให้เป็นคดีฮือฮา ทำลายความศรัทธาของประชาชนว่า รัฐไม่มีความสามารถทำให้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้สงบลงได้ จะทำให้เกิดความกดดันในรูปแบบต่างๆ หนักหน่วงยิ่งขึ้น
มีเรื่องจริงที่โจรทำได้แล้วในวันนี้ (๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๙) ได้แก่การยึดอำนาจรัฐได้สำเร็จ โจรสามารถควบคุมมวลชนได้ครบทุกพื้นที่ พวกข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และคนพุทธกลายเป็น "ตุ๊กตาไขลาน" เดินกะย่องกะแย่งเหมือนคนตายทั้งเป็น
เรื่องจริงอีกเรื่อง ได้แก่ ไม่มีใครรู้ว่า "หัวหน้าบงการใหญ่" อยู่เบื้องหลังคือใคร
คีย์แมนโทน บอกว่า ฝ่ายราชการเพ่งเล็งไปที่สะแปอิง โรงเรียนธรรมวิทยา ว่าเป็นหัวหน้าโจร
จะว่าสะแปอิงก็ใช่ เพราะว่าผู้ที่จะถูกเปิดตัวให้เป็นผู้นำสูงสุด ในวันประกาศตั้งรัฐปัตตานี ได้แก่ "สะแปอิง"
อย่างแน่นอน สะแปอิง มีฐานะทางสังคมสร้างเอาไว้สูง ฝีก "นักรบ" เอาไว้มาก พวกนักรบของสะแปอิง เป็นนักเรียนนักศึกษาระดับเยาว์วัย สมัยหนึ่งเคยมีภาพหลุดรอดออกมาว่า เป็นภาพฝีกการรบในป่า หนังสือพิมพ์ เอาไปลงข่าวฮือฮา
ต่อมาไม่กี่วัน..มีข่าวออกมาจากหน่วยเหนือว่า เป็นภาพนักเรียนแต่งแฟนซี ไม่ใช่เป็นภาพนักศึกษาฝีกอาวุธ...
แส่ดงให้เห็นว่า "ไส้ศึก" ทำงานสกัดกั้นเพื่อปกป้องพวกเขาอย่างได้ผล
อย่างไรก็ตาม มนต์ขลังที่จะได้ใครมาเป็นผู้นำของประเทศที่แท้จริงนั้น เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ตอนนั้น จะมีหัวหน้าใหญ่ "เบอร์ซาตู ชื้อ ดร.วัน กาเดร์" จากกัวลาลัมเปอร์ รวมทั้งหัวหน้าใหญ่จาก ซ่าอุดิอาระเบีย หรือ กลุ่มประเทศอาหรับทั้งหมด หรือต่อไปถึงหัวหน้าใหญ่ในประเทศสวีเดน อเมริกา และ ยุโรป จะพากันลงมติว่า จะเลือกใครมาเป็น " สุลต่านองค์แรก"
รัชทายาทราชวงค์ที่แท้จริงของเชื้อสายสุลต่าน...ถูกเก็บเอาไว้ในความลี้ลับ
เขาลือกันว่าประดาแกนนำต่างๆ รู้กันแล้วว่าเป็นใคร
คีย์แมนโทนบอกว่า ในเบื้องต้นนี้ ขั้นตอนที่สำคัญคือ กำลังอยู่ในข่วงของการเตรียมยึดเมืองให้เป็นที่เปิดเผย
ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะยึดอย่างไร จึงจะทำให้เป็นที่เปิดเผยได้
สถานการณ์ในเวลานี้ จึงอยู่ในทาง ๒ ปัญหา
ปัญหาที่หนึ่ง - ขณะนี้โจรยึดอำนาจรัฐได้แล้วเกือบหมด แต่ยังไม่มีทางประกาศเปิดเผยได้
ปัญหาที่สอง - โจรกำลังวางแผนขั้นแตกหัก หาทาง "ยึดเมือง" แล้วประกาศแก่ชาวโลกได้
คีย์แมนโทนบอกว่า พวกแกนนำเขาคิดหาหนทางใน ๒ ปัญหานี้อยู่ อันหมายถึงประชาชน ยังคงไปไหนมาไหนได้สะดวก เพราะเป็นอิสลามอยู่ในกลุ่มแนวร่วมของโจรปัตตานี ลักษณะเช่นนี้แหละ ที่แสดงว่าโจรยึดเมืองได้แล้ว
แต่เป็นที่รู้กันในหมู่ประชาชนเท่านั้น ยังไม่ได้ประกาศให้ชาวโลกรู้ พวกเขากำลังหาหนทางประกาศอยู่
โทนบอกว่าเขาสงสารและรู้สึกเห็นใจคนพุทธ แต่จะทำอย่างไรได้ มันใหญ่โตเกินไปที่คนอย่างเขาจะออกความเห็น
ผมเดินลงมาส่งคีย์แมนโทนที่ลานจอดรถ เขาขับรถออกไปด้วยท่าทางสดชื่นแจ่มใส ไม่มีแววรับทุกข์อะไรเลย
ตรงกันข้ามกับชาวหาดใหญ่ทั้งหลาย พากันตกอยู่ในอาการขรึมซึมเศร้าฝังลึก บางคนบอกกับผมว่า ชีวิตไม่ปลอดภัย ถ้าโจรปัตตานีได้ ๓ จังหวัด มันจะกระทบร้ายแรงถึง ๕ - ๖ จังหวัด ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะ
สาหร่าย เกาะลันตา...หรือเกาะตะรุเตา ฉิบหายหมด
อ่าวไทย หรืออันดามัน...เสร็จมัน..
ผมบอกกับชาวหาดใหญ่ที่รักกันว่า...เป็นไปไม่ได้
ชาวหาดใหญ่ตอกกลับผมว่า...รัฐบาลก็พูดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่มันกำลังจะเป็นไป
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผมเงียบอึ้งเลย...
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 23:14] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 48
    บทที่ ๒๒
โฉมหน้าผู้บงการซ่อนอยู่ ในองค์การศาสนา

ในที่สุด...โจรปัตตานีก็ได้รับความสำเร็จ ในการทำให้ทุกคนเข้าใจได้ไม่ยากว่า เจ้าภาพของการต่อสู้ "คือองค์กรศาสนาอิสลาม" โดยเฉพาะได้แก่ องค์กรศาสนาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ทำหน้าที่เป็นแกนหลัก (เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่า องค์การอิสลามในกรุงเทพมหานคร ไม่มีบทบาทในการต่อสู้) ทำให้โฟกัสลงไปได้ว่า
ผู้นำศาสนา และผู้สอนศาสนาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม
วิธีการของโจรปัตตานี จะอ้างอยู่ ๒ ประการ
๑) อ้างว่าประเทศไทย ปกครองปัตตานีด้วยความไม่เป็นธรรม กดขี่ข่มเหง
๒) รัฐบาลไทยข่มเหงรังแกอิสลาม...!!
โจรปัตตานี ได้อาศัย ๒ ประเด็นนี้ เป็นสาเหตุหลักก่อให้เกิดความขัดแย้ง ถ้าก่อปัญหาไม่ได้ ก็จะใช้วิธีการ "ทำร้าย" หรือไม่ก็อาศัยวิธีการโฆษณาชวนเชื่อ ออกเอกสารกล่าวหา ทำให้สังคมมุสลิมปั่นป่วน เพราะชาวบ้านได้รับฟังแต่เรื่องที่ไม่จริง
โจรปัตตานีสามารถสร้างผู้นำทางศาสนารวมทั้งครูสอนศาสนา (อุสตาส) ให้เป็นหัวหน้าในพื้นที่ต่างๆ แล้วแบ่งกันรับผิดชอบ ออกปฏิบัติการตามคำสั่ง และยังสามารถทำให้หัวหน้าแต่ละคนมีความดูดดื่ม เลื่อมใสศรัทธา พอกพูนอุดมการณ์อย่างถวายหัวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือการเป็นนักรบของพระเจ้า เป็นการทำสงครามเพื่อปลดปล่อยอิสลาม
แล้วก็สร้างให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า คนอิสลามทุกคนคือนักรบของพระเจ้า ถ้าใครไม่รบก็จะต้องให้ความช่วยเหลืออย่างอื่นแทน หรือถ้าช่วยเหลือไม่ได้ก็ต้องยืนอยู่ข้างเดียวกัน ทุกคนต้องสาบานว่า จะต่อสู้เพื่อปลดปล่อยปัตตานีให้เป็นแผ่นดินของพระเจ้า โดยถือคำสาบานว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนได้เปล่งวาจาออกมาด้วยความเสียสละ
ไม่กลัวตายใดๆ ทั้งสิ้น ถือเป็นคำสัตย์สูงสุด
โจรปัตตานี ได้ใช้วิธีหลายรูปแบบ อบรมบ่มนิสัย สร้างนักรบ สร้างความกล้าหาญ ทำให้ผู้ที่ได้รับการอบรม จะยินยอมพร้อมใจ มอบตัวเองเข้าไปรับใช้ โดยไม่ได้นึกแม้แต่นิดว่าแผ่นดินที่อ้างว่าจะปลดปล่อยให้เป็นแผ่นดินของพระ เจ้านั้น ที่แท้ก็คือจังหวัดปัตตานีที่เป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยตั้งแต่ไหนแต่ไรมา
โจรปัตตานีบิดเบือนข้อเท็จจริง ปลอมประวัติศาสตร์ ทำให้เชื่อว่าปัตตานีและอีกหลายจังหวัดเป็นส่วนหนึ่งของมลายู แต่ต้องเสียดินแดนให้ไทยเพราะอังกฤษเข้ามารุกราน แล้วอังกฤษก็แบ่งส่วนนี้ให้ประเทศไทยยึดครอง เมื่อประเทศมลายูทั้งหมดได้รับเอกราชจากอังกฤษ แต่ประเทศไทยไม่ยอมให้เอกราชแก่ปัตตานีแม้เพียงตาราง
นิ้วเดียว
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 23:17] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 49
    สิ่งเหล่านี้คือการบิดเบือนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์
ความจริงในประวัติศาสตร์นั้น ปัตตานีและอีกหลายจังหวัดในแหลมมลายู เป็นของไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
เช่น ไทรบุรี เป็นต้น ปัจจุบันนี้ก็ยังมีหมู่บ้านไทยตั้งอยู่ในรัฐกลันตัน รัฐเปอร์สิส และเมืองอะโรสตาร์ หมู่บ้านบางหมู่บ้าน ยังมีชื่อไทย เช่น หมู่บ้านนาคา คนไทยในประเทศมาเลเซียพูดไทยสำเนียงกรุงเทพฯยังไงยังงั้น
เหมือนคนบางกอก - ไม่มีเพี้ยน (ผู้เขียนไปเยี่ยมชมหมู่บ้านเหล่านี้มาหลายครั้ง)
ประเทศไทยตะหากเสียดินแดนให้อังกฤษ เมื่ออังกฤษปล่อยมลายูให้ได้รับเอกราช แทนที่ประเทศไทยจะได้ดินแดนคืน กลับสูญเสียไปเลยรวมแล้ว ๕ จังหวัด เช่น จังหวัดปีนัง เป็นต้น
ดินแดนปัตตานี เป็นของประเทศไทยตั้งแต่โบราณกาล แต่เนื่องด้วยคนมลายูได้อพยพเข้ามามาก ประกอบกับนับถือศาสนาอิสลาม จึงอ้างไปส่งเดชว่า ไทยปกครองปัตตานีมายาวนาน ไม่ยอมให้เอกราช
เรื่องง่ายๆ ในประวัติศาสตร์โดยแท้ แต่กลายเป็นเรื่องยุ่งยาก ถูกโจรปัตตานีแหกตา เอาไปโฆษณาชวนเชื่อ
ตั้งแต่เมือ ๕๐๐ ปี ก่อนถึงปัจจุบัน ยังไม่เลิก
วิธีการที่พวกโจรเอามาใช้อย่างได้ผลนั้น เรื่องคือการ "บิดเบือน" แล้วก็สร้างสิ่งที่บิดเปือนให้น่าเชื่อถือว่าเป็นเรื่องจริง โจรปัตตานีได้อาศัยสถาบันของศาสนา แล้วอ้างเอาพระเจ้า หรือ "องค์อัลเลาะห์" มาเรียก
ร้องความสามัคคีจากชาวบ้าน ซึ่งเป็นอิสลามด้วยกัน
พี่น้องอิสลามผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อของโจรอิสลาม ขยายวงกว้างออกไปทุกที
โจรปัตตานีชี้ให้เห็นว่า การปกครองที่จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติที่แท้จริง ต้องเป็นรัฐอิสลามเท่านั้น ผู้นำของประเทศ ต้องใช้หลักการของพระศาสนาบริหารประเทศชาติบ้านเมือง เมื่อปัตตานีได้รับการปลดปล่อย
คณะกรรมการจะทำการเลือกเฟ้นอย่างสำคัญที่สุด เพื่อจะสรรหาผู้นำของประเทศ
รู้กันในหมู่ชาวปัตตานี ยะลา นราธิวาส ว่ามีทางสองแพร่งที่จะต้องเลือกเดินในอนาคต แพร่งที่หนึ่ง ผู้นำสูงสุด
เลือกมาจากสายสุลต่านเก่า หรือ/แพร่งที่สอง เลือกมาจากผู้นำสูงสุดของศาสนาอิสลาม หรือจะได้รับการสถาปนาเป็นสุลต่านองค์แรก
วันนี้ ถ้าอยากดูโฉมหน้าของผู้บงการ กับโฉมหน้าใครถูกจองตัวให้เป็นประธานประเทศ จะไม่เหมือน...คนที
"บงการ" กับคนที่จะมาเป็น "สุลต่าน" ไม่ได้เกี่ยวกัน คนที่จะมาเป็นผู้นำหรือสุลต่าน ไม่ได้ร่วมบัญชาการรบ
แต่ได้ทำหน้าที่ในระดับสากล
คนที่บัญชาการ ก็บัญชาการรบ ทำหน้าที่ "รบ" เป็นการจำเพาะ
โฉมหน้าของผู้บงการ ที่คนไทยอยากรู้ว่าเป็นใคร(?)นั้น ถ้าต้องการรู้จริงๆ ก็ไม่เกินบ่ากว่าแรงที่จะรู้ได้ ซึ่งผู้
สันทัดกรณีได้บอกวิธีการดูเอาไว้ ดังนี้
๑. ดูได้จากสายเลือดคนใดคนหนึ่งของ "อับดุลกาเดร์" ว่ามีใครเป็นคนสายนี้?
๒. ดูได้จากสายเลือดคนใดคนหนึ่งของ "หะยีสุหลง" ว่ามีใครเป็นลูกเต้า เหล่ากอ?
สรุปแล้วมีอยู่ ๒ สายเท่านั้น ดูได้ไม่ยากเลย ดูแล้วจะร้อง "อ๋อ" คนนี้เอง ทีนี้...ถ้าอยากรู้ให้ชัด ก็ต้องค้น
หาว่า "ใคร"...คือสายเลือดของ"อับดุลกาเดร์"...? และใครคือสายเลือดของ "หะยีสุหลง" ? คนใดคน
หนึ่งใน "ต้นตระกูล" นักสู้ดังกล่าวนี้ คือจอมบงการอย่างแน่นอน และถ้าจะให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก็ต้องวิเคราะห์ให้
ออกว่า ทั้งอับดุลกาเดร์(พ.ศ. ๒๔๔๐) เรื่องราวเมื่อ ๑๐๙ ปีก่อน และหะยีสุหลง อับดุบกาเดร์ (พ.ศ.
๒๔๙๔) เรื่องราวเมื่อ ๕๕ ปีผ่าน เป็นเชื้อสายเดียวกันหรือไม่
เมื่อวิเคราะห์อย่างนี้ ก็จะเหลือ "ผู้บงการ" อยู่หนึ่งเดียว
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 23:18] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 50
    ขณะนี้มีบัญชีรายชื่อผู้บงการอยู่หลายคน เช่น มะแซ อุเซ็ง (ค่าหัว ๕ ล้านบาท)
สะแปอิง ผู้โด่งดังจากโรงเรียนธรรมวิทยา และ ดร.วัน กาเดร์ หัวหน้าขบวนการ" เบอร์ซาตู" ตั้งอยู่ในประเทศมาเลเซีย
ไม่มีใครรู้ว่า ดร.วัน กาเดร์ เป็นลูกหลานใคร แต่การที่เขาก้าวขึ้นมาเป็น "แม่ทัพใหญ่" ควบคุมทุกขบวนการ
เอาไว้ในคอลโทรล ชื่อขบวนการของเขา ไม่ใช่เขาตั้งเอง แต่เขาได้จับเอาองค์กรจัดตั้ง ๒๓ องค์กร เข้ามาเป็นหนึ่งเดียว จึงเรียก เบอร์ซาตู โดยไม่มีคำว่า "พูโล" พ่วงท้ายเลย เบอร์ หมายถึง "อับดับที่..."
ซาตู..หมายถึง "หนึ่ง"
ผู้สันทัดกรณีเอง ก็ไม่อาจวิเคราะห์ฐานะของ ดร.วัน กาเดร์ ได้ แต่น่าจะเชื่อว่า นายคนนี้คือกระเป๋าเงิน "หนึ่งหมื่นล้าน" ที่เป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชู สร้างกองทัพพระเจ้าให้เติบโตขึ้นมา นอกจากจะเป็นกระเป๋าเงินแล้ว เขายังเป็นที่ยอมรับของนักการเมืองในประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะคือ ท่านอดีต นายกฯ มหาเธร์
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าโฉมหน้าของจอมบงการ จะยังไม่ชัดก็ตาม ภาพได้ปรากฏชัดออกมาว่า องค์กรศาสนาอิสลามใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือเจ้าภาพตัวจริง!!
โจรปัตตานีเองมีความจงใจทีจะให้เจ้าภาพตัวจริง คือสถาบันอิสลามใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โจรปัตตานี
สามารถชูเอาศาสนาขึ้นมาเป็นจอมทัพ โดยพยายาม "ปั้นกรอบ" ให้เป็นภาระหน้าที่ของชาวอิสลามใน ๓จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น เป็นการปกป้องอิสลามจากส่วนกลางไม่ให้ได้รับผลกระทบ
แต่ในเวลาเดียวกัน ก็ได้อาศัย "พลังอิสลาม" เป็นทฤษฏีชี้นำไปในตัวเสร็จ
พร้อมกันนี้ ก็ได้ป้องกันมิให้อิสลามจากส่วนกลาง เช้ามามีบทบาทร่วมโดยเฉพาะในความเชื่อที่ว่า ถ้าได้รัฐปัตตานีขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นท่านจุฬาราชมนตรี หรืออิสลามคณะใดก็ตาม ไม่ใช่ผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากชาติที่ตั้งขึ้นใหม่ในโลก
พวกเขาคิดการไกลขนาดนั้น ผมพยายามที่จะกระเทาะเปลือกให้เห็นใบหน้าจอมบงการ คือใคร ซึ่งตอนนี้ท่านอ่านออกได้เองแล้วว่า "คนนั้นกับคนนี้" คือจอมบงการ แม้ว่าโจรปัตตานีจะหาทางให้ ศาสนาอิสลาม เป็นเจ้าภาพที่แท้จริง แต่โจมบงการที่แท้จริงมิใช่ศาสนา แต่เป็นคนที่มีพละกำลัง อำนาจคน-คนนั้นเคยเป็นถึงรัฐมนตรี เคยเป็นนักการเมืองใหญ่ เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของกบฏปัตตานี
แล้ววันนี้...เขาบงการต่อ...ในขณะที่รัฐบาลบอกว่า ไม่รู้ว่าเป็นใคร จนถึงไข่แดงแล้วคลี่ให้ดูว่า ไฟใต้...
ใครบงการ ? เมื่อท่านอ่านจบ โปรดจำขื่อเอาไว้...โจรปัตตานีพวกนี้ ป้วนเปี้ยนอยูในแวดวงการต่อสู้ อยู่ไม่ไกลจากตัวท่านดอกครับ
นี้คือทีวีวงจรปิด ที่สามารถฉายภาพดูได้...แต่รัฐบาลไม่ยอมฉาย...มันถึงได้มืดยังไงล่ะ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 23:20] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 51
    บทที่ ๒๓
อุ้มฆ่าทนาย...สมชาย นีละไพจิตร - โดย สอาด จันทร์ดี

เชิญติดตามเรื่องต่อไป......
ในวงการต่อสู้ผู้สืบทอดอุดมการณ์มาจาก "อับดุลกาเดร์" หรือพระยาวิชิตภักดีมีมากมายหลายคนที่เอาตัวเข้ารับใช้อย่างไม่หวั่นไหวว่าตัวเอง จะได้รับความลำบากหรือความทุกข์ทรมาณ เช่น โต๊ะแต, หะยีบูละ, ตวนกูอับดุลยะลา หรือ "นายอดุลย์ ณ สายบุรี" เป็นต้น
เมื่อเอ่ยถึงบุคคลเหล่านี้ ผู้คนในหมู่ของโจรปัตตานีจะมีความดื่มด่ำเลื่อมใสศรัทธา พากันยกเอาไว้เป็นที่เคารพนับถือไม่มีวันลืม เช่นเดียวกัน เมื่อเอ่ยถึง "หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์" โจรปัตตานี ยิ่งจะเกิดอาการขนพองสยองเกล้า เพราะชีวิตการต่อสู้ของหะยีสุหลง เป็นไปอย่างเปิดเผยและท้าทาย ดังจะเห็นได้ เขาถูกจับกุมส่งขึ้นฟ้องศาลที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
เขากล้าเผชิญ
หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ ติดคุกก็ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ของนักต่อสู้ที่น่ายกย่องอยู่แล้ว
เมื่อเขาถูกหลอกให้มาพบตำรวจเมืองสงขลา แล้วถูกอุ้มเอาไปถ่วงน้ำที่เกาะหนูเกาะแมวนั่นแหละ ยิ่งได้เพิ่มดีกรีความยิ่งใหญ่ให้แก่เขาสุดเหลือประมาณ ในโอกาสเดียวกัน ใครก็ตามถ้าได้ใช้อัตตะประวัติของเขาไปเป็นบทเรียนทั้งในป่า และในสถาบันการศึกษา จะสามารถอาบใจของนักศึกษาให้ตกเป็นทาส
ทางความคิดได้โดยไม่ยาก
หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ เป็นบิดาในยุคสงครามโลกครั้งที่สองของชาวปัตตานี ยากที่จะหาใครมาเทียบได้
หะยีสุหลงนามนี้เกริกก้องในหมู่เยาวชนกระทั่งบัดนี้
ในทำนองเดียวกัน...ทนายสมชาย นีละไพจิตร ที่ถูกอุ้มเอาไปไหนไม่รู้ จนป่านนี้ยังไม่สามารถค้นหาร่างของเขาพบ ทำให้คดีของเขากลายเป็นคดีมืดมนเกินกว่าจะบอกได้ว่า จะจบลงได้อย่างไร ยิ่งค้นหามากเท่าใด ยิ่งเป็นการเพิ่มราคาให้ทนายสมชายมากมายยิ่งขึ้น
สถานะของสมชาย นีละไพจิตรค่อยๆ เปลี่ยนจากบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดน
ขมวดเข้ามาเป็น "ตัวลำแสง" ประกบเข้ากับ
"หะยีสุหลง" และคนอื่นๆ ที่เอาชีวิตเข้าแลกกับการต่อสู้เพื่อจะปลดปล่อยปัตตานี
ตอนนี้...โจรปัตตานี ได้อาศัยเนื้อตัวและชื่อเสียง "ของทนายสมชาย" เป็นเรื่องราวปลุกระดมได้เยี่ยมยอด
เรื่องเดียวกันนี้ ทำให้ฝ่ายรัฐบาลกลายเป็นจำเลยครั้งแล้วครั้งเล่า ยากนักที่จะชำระล้างให้สะอาดขึ้นมาได้
อับดุลกาเดร์ ตวนกูอับดุลยะลา และ หะยีสุหลง คือยอดวีรบุรุษของพวกเขา
สมชาย นีละไพจิตร ก้าวพรวดเข้ามาเป็นวีรบุรุษอีกคนจึงทำให้องค์กรของโจรปัตตานีเติบใหญ่และแข็งแกร่งขึ้นทุกที
ฆ่ารายวัน...!! เหิมเกริมเกินไป ?!!!
โจรปัตตานีฆ่ารายวัน ไม่มีวี่แววจะหยุดฆ่าใครก็ห้ามโจรไม่อยู่ขณะที่โจรปัตตานี พากันฆ่ารายวัน.ปากของโจรก็ตะโกนโหยหวน กล่าวหา ทหาร ตำรวจ เข่นฆ่าทารุณรัฐบาลไม่มีวิธีการยับยั้งโจรพวกสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยพากันเงียบ สว. ไกรศักดิ์ ชุนหะวัณ ที่เคยเต้น สว. โสภณ สุภาพงษ์ ที่เคยเต้น...น่าจะเต้นต่อ
เรียกร้องสหประชาชาติให้มาดูของจริง โจรปัตตานี ฆ่าคนพุทธทุกวัน
ผมเอารูปท่าน ผอ.(หญิง) ท่านหนึ่ง ของโรงเรียน กับชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ อีกคนหนึ่งที่ถูกโจรฆ่ากลายเป็นศพมา
พิมพ์เอาไว้ให้ดูเพื่อจะรำลึกได้ว่า เกิดเป็นคนไทย เจ้าของแผ่นดินแท้ๆ แต่ถูกโจรปัตตานีขับไล่ ถ้าไม่หนีก็จะฆ่า
แล้วก็ฆ่าจริงๆ
เมื่อโจรปัตตานีกล้าข่มเหงรังแกคนไทยเจ้าของแผ่นดินถึงจุดหนึ่ง ถ้าทหาร ตำรวจเอาไม่อยู่จะกู้ชาติได้ ต้องอาศัยวีรกรรมหมู่บ้านบางระจันเป็นต้นแบบ
เพื่อจะปกป้องคุ้มครองปัตตานีให้รอดพ้นจากเงื้อมมือโจรโจรปัตตานี คงเหิมเกริมคิดว่าง่ายเกินไปมันดูง่าย...
เพราะ "คนไทยหมู่บ้านบางระจัน" ยังไม่ตื่นวันไหน...หมู่บ้านบางระจันคืนชีพ...วันนั้น โลกลือไปทั้ง ๓ ภพ
โดย: job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 23:22] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 52
   บทที่ ๒๔
ข้อเสนอความคิดเห็น แนวทางแก้ปัญหา...โดย สอาด จันทร์ดี

รักใดจะใหญ่เท่ารักชาติไม่มี
เมื่อรู้ว่าแผ่นดินอันเป็นที่รักจะถูกยื้อแย่งเอาไปไม่ว่าน้อยหรือมาก จิตที่หวงแหนย่อมจะเกิดวิตกกังวลไปต่างๆนานา เกรงว่าจะรักษาเอาไว้ไม่ได้
ดังนั้น จึงเห็นว่าเมื่อได้เขียนเล่าเรื่องพอประเทืองปัญญา ให้แก่ท่านผู้อ่านได้ร่วมรับรู้เอาไว้ว่าไฟใต้ ใครบงการ ?
ผมจึงอยากนำเสนอความคิดเห็นแนวทางแก้ปัญหา ดังต่อไปนี้
สรุป หรือ "ย่อ" ความผิดพลาด ๕ ประการของฝ่ายรัฐบาล
๑. คณะผู้บริหารประเทศทุกระดับ ทุกกลุ่มไม่เข้าใจทฤษฏีของพระพุทธศาสนาที่แท้จริง นั้นก็คือ "คนดี - ทำชั่ว
ได้ยาก ทำดีได้ง่าย ในมุมมองตรงกันข้าม คนชั่ว - ทำดีได้ยาก ทำชั่วได้ง่าย" ซึ่งเป็นพระพุทธพจน์ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทำให้ประเทศของเราตกเป็นเหยื่อของโจรชั่วที่ก่อกรรมทำบาป เพราะคนชั่วย่อมทำชั่วได้ง่าย พวกเขาไม่ยอมทำความดี ไม่เลิกฆ่า
ประกอบกับคนที่ทางการส่งมาและให้ไปแก้ปัญหาที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้ตระหนักถึงพิษสงร้ายกาจ
อันจะเกิดจากพวกคนชั่ว หลงเชื่อว่าแนวทางของรัฐบาล จะแก้ปัญหาได้ เมื่อนำแนวคิดของรัฐบาลเอาไปปฏิบัติ
แทนที่จะเกิดผลดี กลับตกอยู่ภายใต้เล่ห์เหลี่ยมของโจร และร้ายแรงจนพากันไปติดกับโจร
๒. ความผิดพลาดอีกประการหนึ่งเกิดจาก "คำเท็จ" ที่โจรปัตตานีประกาศเสมอว่า ข้าราชการข่มเหงรังแก คนพุทธเบียดเบียนอิสลาม รัฐบาลทุกรัฐบาลพากันออกมาแก้สถานการณ์นี้ ด้วยการประกาศว่า "ต่อไปจะดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ให้ข้าราชการชั่วๆ มาข่มเหงรังแก" เมื่อรัฐบาลประกาศออกมาเช่นนี้ สื่อก็พากันเอามาเสนอเป็นข่าวต่อ แล้วเผยแพร่ไปทั่วประเทศ เป็นผลทำให้ "คำเท็จ" ที่โจรสร้างขึ้นมากลายเป็นความจริง ทั้งๆที่ไม่จริง เพราะความจริงนั้น พวกโจรปัตตานีเป็นฝ่ายข่มเหงรังแกข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พุทธไม่ได้เบียดเบียนอิสสาม ไม่ว่ากรณีใดๆ
๓.สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นมานาน โจรปัตตานีขัดขวางพี่น้องคนไทยเชื้อสายมลายูไม่ให้ยอมรับการเป็นคนไทย ห้ามไม่ให้เรียนภาษาไทย ห้ามพูดไทย ห้ามร้องเพลงชาติไทย ห้ามแต่งงานกับคนไทยพุทธ ห้ามไม่ให้เคารพนับถือ สถาบันของชาติ ห้ามทุกสิ่งทุกอย่าง และแสดงออกมาอย่างเปิดเผย
ต่อมาผู้นำของประเทศเห็นดีงามกับการให้ถือสองสัญชาติได้อย่างอิสระ ประเทศไทยทำตามคำขอร้องของผู้นำมาเลเซีย ตกเป็นเหยื่อทางการเมือง ถูกต้มตุ๋นให้เสียท่ายากที่จะเอาคืน ไทยแก้ปัญหาด้วยการใช้เงิน "ซื้อใจ" ใช้ประโยชน์เอามาปรนเปรอ หมายจะโน้มน้าวจิตใจไม่ให้เกลียดชังประเทศไทย โดยไม่ได้ติดตามดูความเป็น
จริง ว่าสิ่งที่ทำไปได้ผลหรือไม่ เป็นความผิดพลาดเชิงนโยบาย ที่กัดกร่อนกินเนื้อตัวเองมาเนิ่นนาน
๔. โจรปัตตานีใช้หลักการศาสนาอิสลาม เอามาเป็น"ทฤษฏีชี้นำ" (element) มีการต่อรองในทุกระดับ โจรปัตตานีใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือ ข่มขู่แล้วขอ ขอแล้วข่มขู่ สลับกันไปอย่างมีระบบ ทำให้ฝ่ายรัฐบาลตกเป็นเบี้ยล่าง อ้างว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทำให้ฝ่ายโจรปัตตานีได้โอกาสบั่นทอนความมั่นคงของพระพุทธศาสนา
ฝ่ายรัฐบาลเอง ถูกวิธีการของโจรคุกคามเอา จนเกิดความรู้สึกผิดพลาดต่อพระพุทธศาสนาของตน เกิดความรู้สึกว่า ถ้าเข้าข้างชาวพุทธมาก จะถูกโจมตีว่าลำเอียง จนสุดท้าย โจรฆ่าพระอย่างป่าเถื่อน เยาะเย้ย ฝ่ายรัฐบาลคงเรียกร้องให้สมานฉันท์ อันเป็นการยอมแพ้โดยปริยาย
๕. ในคณะรัฐบาลและหน่วยราชการ ทำเนียบรัฐบาล หรือ รัฐสภา หรือสภาท้องถิ่น รวมทั้งสื่อบางฉบับ เป็นแนวร่วมของโจร เป็นไส้ศึก หรือมีหัวหน้าโจรปะปนอยู่ด้วย ตั้งแต่ระดับสูง ลงมาจนถึงระดับล่าง โจรจึงมี
ประสิทธิภาพในการวางแผนก่อวินาศกรรม ออกคำสั่งทับซ้อนจนก่อให้เกิดความผิดพลาด ก่อให้เกิดข้อขัดแย้งเกิดความสับสน ขลุกขลักน่าตำหนิ
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 23:30] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 53
    สรุป หรือ "ย่อ" ความต้องการของโจรปัตตานีมี ๒ ประการ
๑. โจรปัตตานีเดินหน้าต่อสู้ "แบ่งแยกดินแดน" ทั้งในและนอกประเทศ ได้วางเครือข่ายเอาไว้อย่างครบถ้วน และได้สร้างองคาพยพให้มีความพร้อมในหลายระดับ ที่จะจัดการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โจรปัตตานีตั้งเป้า หมายเอาไว้ประการเดียว คือ การแบ่งแยกดินแดน แยกปัตตานี ยะลา นราธิวาส ออกมาเป็นเอกราช ตั้งเป็นประเทศใหม่ขึ้นในโลก
วิธีการแบ่งแยกดินแดน จะใช้แนวหน้าเฉพาะผู้คนในพื้นที่ ๓ จังหวัด ลดจากเดิมที่เคยประกาศว่า ๔ หรือ ๕ จังหวัด เพื่อจะได้ทำให้การต่อสู้มีอำนาจรุนแรง (Violation) อย่างแท้จริง
๒. โจรปัตตานี มีวัตถุประสงค์ที่จะขยายอำนาจของอิสลามให้ขยับเข้าไปเกาะกุมพี้นที่ในทุก ส่วนของประเทศไทย จึงจัดหาทุน ส่งเสริม"มุสลิม" ให้เคลื่อนย้ายครอบครัวไปอยู่ในทุกจังหวัดเอาไว้ให้ได้ แล้วจะขยายไปสู่อำเภอ ลงไปสู่ตำบลและหมู่บ้าน แล้วออกมาตรการ ที่ไหนมีอิสลาม ที่นั่นจะมีสุเหร่า หรือ มัสยิด มีนโยบายที่จะยึดหัวหาด สร้างอาณาจักรไทยให้เป็นรัฐมุสลิมให้ได้ภายใน ๑๐๐ ปีข้างหน้า หรือว่าถ้าเป็นไปไม่ได้ ก็จะต้องได้อำนาจมากกว่าครึ่ง ได้เกาะกุมระบบของประเทศ จนสามารถสร้างรัฐอิสลามในประเทศไทยได้ในที่สุด
ดังนั้นถ้าจะให้โจรสมานฉันท์ โจรต้องได้ในสิ่งที่เขาต่อสู้ถ้าจะให้โจรรับคำขอโทษ เขาจะต้องได้สิ่งที่เขาต้องการตอบแทนก่อนเท่านั้นและถ้าจะให้โจรเลิกการต่อสู้ เขามีคำถามอยู่แล้ว เขาได้อะไรประเทศไทยหมด โอกาสที่จะเจรจาสงบศึก หรือว่า แม้ว่าเขาจะยอมสงบศึก...นั้นเป็นยุทธการที่ถูกวางเอาไว้ เพื่อชัยชนะในวันข้างหน้า
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 23:32] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 54
    วิเคราะห์ข้อสรุป
ดังนั้น เราจึงวิเคราะห์ได้ ประเทศไทยมีความผิดพลาด แม้จะรู้ว่าเรามีความผิดพลาด เราก็ต้องทบทวนในความผิดพลาดนั้น ค้นให้พบว่ามีรากเหง้ามาจากคณะราษฎร์จริงหรือไม่ ค้นต่อไปว่าการที่คณะราษฎร์ได้อำนาจมาจากพระเจ้าแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ คณะราษฎร์รับเอามาแต่พระราชอำนาจทางอาณาจักร โดยไม่ได้รับเอาความผิดชอบต่อศาสนจักรมาปฏิบัติ เป็นความจริงหรือไม่
อีกท่อนหนึ่ง ที่สำคัญมากได้แก่ คณะราษฎร์ได้ทอดทิ้งพระพุทธศาสนา จนกลายเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้นักการเมืองรุ่นหลัง รวมทั้งข้าราชการทั้งหลาย ก็พลอยทอดทิ้งพระพุทธศาสนาตามไปด้วย จริงหรือไม่
วิเคราะห์อีกทีว่า หนังสือกระเทาะเปลือกไฟใต้ ใครบงการ เล่มนี้ มีมูลความจริงหรือไม่
แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง ประเทศไทยจะต้องดำเนินการแก้ไขอย่างรีบด่วนและทรงพลัง เพราะไม่มีทางอื่นให้เลือกอีกแล้ว
สรุปแนวทางแก้ปัญหา ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ๕ ประการ
๑. จะต้อง "ผ่าตัด" จัดตั้งหลักการกันใหม่ วาดภาพกว้างทั่วประเทศวิธีการจัดหลักการใหม่ คือต้องรื้อโครงสร้างที่ไม่ดี แล้วสร้างใหม่ขึ้น ให้เป็นโครงสร้าง (Perspective) ที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชาติทั้ง
ระบบ เพื่อความมั่นคงทียั่งยืนถาวร ป้องกันไม่ให้ขนเผ่าใดไม่ยอมรับว่าตนเองเป็นคนไทย โครงสร้างใหม่ จะต้องทำให้เกิดมิติใหม่ ทำให้คนไทยทุกชนเผ่า มีความเต็มใจที่จะเป็นคนไทยด้วยความเต็มใจ และมีความเลื่อมใสศรัทธาในประเทศไทย
วิธีการที่จะได้มา กล่าวคือให้คณะนักวิชาการ สร้างคู่มือขึ้นมาให้กับนักการเมืองและข้าราชการ และประชาชนทั้งหลาย ให้มีความรู้ในเนื้อหาของโครงสร้างใหม่ แล้วส่งเสริมให้มีการปฏิบัติอย่างเป็นระบบ เป็นการสร้างจารีตประเพณีให้แก่คนไทย เมื่อเกิดเป็นไทย ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติไหนมาก่อนก็ตาม จะต้องเป็นคนไทยทั้งกายและใจ หล่อหลอมให้เป็นคนไทยตั้งแต่เกิด เมื่อเกิดมาแล้วห้ามไม่ให้ผู้ใดปลุกปั่นยุยง ขัดขวางการเป็นคนไทย
จัดสร้างหลักสูตร สอนคนไทยให้เข้าใจชาติของตนเองว่า มีกี่ชนเผ่ารวมกันขึ้นเป็นคนไทย แล้วสอนให้รู้ว่า
ประเทศไทยมีกี่ศาสนา คนไทยทุกคนมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองศาสนาที่ตนรักและเคารพ ด้วยการปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาให้ดีงาม คนไทยทุกคนไม่ว่าจะนับถือศาสนาไหนก็ตาม ต้องยกย่องคุ้มครองสถาบันกษัตริย์ ห้ามมิให้ชนเผ่าใดอ้างตนเป็นอิสระ ประเทศไทยจะต้องจัดการให้คนไทยทุกเผ่า ไมให้เบียดเบียนกัน แรกเริ่มจะยุ่งยาก
เพราะเราได้ปล่อยปละละเลยมาเนิ่นนาน เมื่อวันเวลาผ่านไปไม่เกิน ๑๐ ปี ความรู้สึกคนไทยจะดีขึ้น ประเทศไทยต้องแสดงเอกลักษณ์เทียบมาตรฐานการเป็นชนเผ่าต่างๆในโลก
ชนชาติไหนได้สวัสดิการดีที่สุด ชนชาติไหนได้มาตรฐานดีที่สุด
ถ้าชนชาติอื่นมาอยู่ประเทศไทย แล้วต่อสู้กับประเทศไทย ต้องเนรเทศออกไป
๒. จัดตั้งกระทรวงขึ้นมาใหม่กระทรวงหนึ่ง เรียกว่า กระทรวงความมั่นคงภายในวิธีการได้แก่ให้กระทรวงนี้บริหารความแตกต่างทางความคิด ความแตกต่างในเชื้อชาติ และความแตกต่างในขนบธรรมเนียมประเพณี รัฐมนตรีและข้าราชการของกระทรวงนี้ ทำหน้าที่แก้ไขเพื่อการปูรากฐานไปสู่ “ความเป็นคนไทย” ที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย แล้ววางแผนสร้างคนไทยรุ่นต่อไปให้ยอมรับหรือกลายพันธุ์เป็นคนไทยโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้จิตวิทยาใดเอามาเป็นเครื่องจูง
ใจอีกต่อไป
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 23:33] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 55
    ๓. ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
วิธีการแก้ปัญหานี้ ถือว่าเป็นทั้งปัญหาเฉพาะหน้าและเป็นปัญหาระยะยาวของประเไทย เราถูกโจรแบ่งแยกดินแดนปลุกปั่นประชาชนเชื้อสายมลายูไม่ให้ยอมรับตัวเองว่าเป็นคนไทย เป็นปัญหาร้ายแรง ยากที่จะแก้ไขให้จบลงได้โดยง่ายนั้น ถือว่าเป็นภัยอย่างใหญ่หลวงในระบอบการปกครองของไทย เราจะแก้โดยวิธี “โอนอ่อนผ่อน
ตาม” ต่อไปไม่ได้ หรือจะใช้ระบบเจรจาหย่าศึกก็ไม่ได้ เพราะบทสรุปปรากฎชัดออกมาแล้วว่า โจรปัตตานีไม่มีความปรารถนาอย่างอื่น พวกเขามีเป้าหมายต้องการแบ่งแยกดินแดนสถานเดียวเท่านั้น
ดังนั้น ทางแก้คือ กองทัพต้องเข้าไปจัดการ รัฐบาลจะต้องเอาความเข้มแข็งของกองทัพเข้าไปจัดการขั้นเด็ดขาด เอาโจรให้อยู่ อย่าให้โจรมีกำลังเคลื่อนไหวได้ ต้องกดดันโจรให้หยุดการกระทำ รัฐบาลต้องประกาศให้รู้ว่าเรารู้วัตถุประสงค์อันแท้จริงของกลุ่มผู้ไม่หวังดีแล้ว เราจะปล่อยต่อไปไม่ได้
กองทัพเรือจัดตั้งฐานทัพลอยน้ำ หรือบนเกาะ-เกาะใดเกาะหนึ่ง ตรงข้ามจังหวัดปัตตานี
กองทัพอากาศ สร้างกองบินน้อยที่จังหวัดนราธิวาส
กองทัพบก สร้างค่ายทหารถาวร ในจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส
ตั้งกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนขึ้น เช่นเดียวกับจังหวัดทางภาคเหนือ จัดตั้งกองกำลังเสือพรานขึ้นทันที
บูรณะซ่อมแซมพระราชวังทักษิณราชนิเวศน์ให้โอ่อ่าใหญ่โตขึ้น ส่วนไหนที่โจรปัตตานีเข้าไปทำลาย ให้รักษาเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์
ตั้งนิคมพัฒนาตนเองให้ประชาชนนอกพื้นที่เข้าไปตั้งบ้านเรือน ทำการเกษตร
ตั้งนิคมสร้างตนเองให้ครอบครัวทหารและทหารผ่านศึก
ประกาศให้ประชาชนรับรู้ความจริง แยกประชาชนออกจากโจรให้ได้
มอบหมายให้ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้ทุกคนได้รับทราบ แล้วรับลงทะเบียนราษฎรที่ยอมรับหลักการใหม่ ให้สามารถรับตัวเลขได้ชัดว่า มีคนที่แยกตัวออกมาจากโจรมากน้อยเพียงใด
รัฐบาลกับศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย จัดการประชุมและอบรมหลักสูตรสมานฉันท์ ให้สามารถปฏิบัติให้เกิดเป็นจริงที่ยั่งยืน
ส่งเสริมให้คนไทยเลิกนำเอาศาสนามาเป็นข้อขัดแย้ง
ส่งเสริมให้ทุกคนยอมรับในิสิทธิเสรีภาพที่ทัดเทียมกัน ไม่ให้ผู้ใดเอาเปรียบคนอื่น ไม่ให้ฆ่าคนอื่น ไม่ให้เบียดเบียนศาสนาทั้งทางตรงและทางอ้อม
เรียกร้องต่อสังคมไทยทั้งสังคมให้ตระหนักถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ประกาศประณามกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดี ที่ขัดขวางคนอื่นไม่ให้เป็นคนไทย
แล้วสร้างสังคมใหม่ (Creator sociality free of war) ให้เป็นสังคมที่ปราศจากการข่มขู่คุกคามไม่ให้มีคนมาป่วนได้
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 23:35] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 56
   ๔. ปัญหารัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญของประเทศไทย มีปัญหาไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องจากคนร่างกับคนที่จะได้อำนาจเป็นคนเดียวกันหรือเป็นกลุ่มเดียวกัน ทำให้รัฐธรรมนูญของประเทศไทยไม่สมประกอบ พิกลพิการ มีความสมบูรณ์ท่อนหนึ่งแต่อีกท่อนหนึ่งไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะได้แก่รัฐธรรมนูญไม่สามารถยับยั้งคนในชาติเอารัดเอาเปรียบกันได้
รัฐธรรมนูญทุกฉบับ คนที่เป็นคนไทยโดยแท้กลายเป็นผู้ถูกเอาเปรียบ
ตัวอย่างที่เห็นได้ง่าย ชาวนาถูกฟ้องร้องยึดที่ดินได้ง่ายดาย
ชาวนาไทยกลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัย ไร้ที่ทำกิน
ในรัฐธรรมนูญก็กำหนดคุณสมบัติปริญญาตรี ซึ่งลูกหลานชาวนาหมดสิทธิ์ที่จะได้เข้าร่วมทางการเมือง ทำให้สังคมไทย “เห็นคนรวย” และเห็น “คนชาติอื่น” ที่เจริญกว่าเป็นที่พึ่ง จึงแห่ไปขายเสียงให้แก่พวกเขาเหล่านั้น
ดังนั้น จึงต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับที่จะมีขึ้นในวันข้างหน้าอย่างดีที่สุด เนื้อหาสาระ ประกอบด้วย ความมั่นคงของสถาบัน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
วิธีการสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อความมั่นคง
ต้องมีหมวดว่าด้วย “ศาสนา” เอาไว้ในรัฐธรรมนูญ จะได้เป็นการประกาศอย่างเปิดเผยให้สมกับความยิ่งใหญ่ของศาสนา
บรรจุหลักการของศาสนาทุกศาสนา คือศูนย์รวมแห่งการสร้างคุณงามความดี ส่งเสริมเอาไว้ในรัฐธรรมนูญว่า
ศาสนาคือศูนย์รวมแห่งความสมานฉันท์ที่ยั่งยืนตลอดกาล
ต้องมีหมวดว่าด้วย “ชนเผ่า” เอาไว้ในรัฐธรรมนูญ ว่าชนเผ่าเหล่านี้รวมตัวกันเข้าเป็นคนไทย ประกาศอาณาเขตของประเทศไทย จำนวนตารางกิโลเมตรหรือตารางไมล์ จำนวนประชากรของชนเผ่าเอาไว้ในปี
พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วยกรัฐธรรมนูญฉบับนี้มองแด่ประชาชนทั้งชาติรับเอาไปยึดถือเป็นกฎหมายสูงสุดต่อไป
๕. จัดงานฉลองความเป็นคนไทย
เมื่อสามารถจัดการกับโจรปัตตานีได้สำเร็จ สามารถทำให้ประชาชนยอมรับการเป็นคนไทยได้เมื่อใด เมื่อนั้นให้จัดงานฉลองขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อแสดงให้ทุกคนได้รับความอบอุ่น ความสมหวัง แสดงนิทรรศการทุกรูปแบบว่า โครงสร้างการพัฒนาภาคใต้ทั้งภาค จะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร
ทำให้สังคมได้เห็นและได้รับรู้ว่าสถานะข้างหน้า เช่น สถานศาสนาอิสลาม พระพุทธศาสนา ระบบการศึกษา
มหาวิทยาลัย การแพทย์ การกีฬา โรงงานอุตสาหกรรม ท่าเทียบเรือน้ำลึก การขนส่งทางทะเล
ทางบก ทางอากาศ และรูปร่างความเจริญอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับลัทธิประเพณีของท้องถิ่น
ต่อจากนี้ไปเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรี หรือปลัดกระทรวง/คณะติดตามผลภายใต้การควบคุมของกระทรวงรักษา
ความมั่นคงภายใน อย่าให้ตกหล่นไปจากหลักการ

ข้อความทั้งหมด คัดลอกมาจากกระทู้แนะนำในบอร์ดห้องสมุด พันทิพย์ ครับ ขอได้รับความขอบคุณ
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K5537452/K5537452.html
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 23:37] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 57
    เก็บภาพวัดสวยๆจากปัตตานีมาฝากครับ
วัดช้างไห้ เห็นแล้วตกใจเลยครับ อยากไปเที่ยวบ้าง วัดทางใต้นี่สวยจริงๆครับ ใครสนใจจะไปเที่ยวด้วยกันใหม๊ครับ เด๋วจัดทริปไป อิอิ

กระทู้ภาพวัดช้างไห้ ฝีมือคุณมะยมครับ
http://www.pantown.com/board.php?id=15741&area=4&name=board6&topic=254&action=view

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [28 มิ.ย. 50 23:41] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 58
    ...... เรื่องราวของรัฐลังกาสุกะ ( หรือปัตตานี ) กำลังจะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ โดยคุณนนทรีย์ นิมิบุตร หวังว่าคงจะผ่านเซนเซอร์เน้อ รอชมอย่างใจจดใจจ่อ ดาราคับคั่งเลย เอฟเฟคซ์เพียบ....

http://www.pantown.com/board.php?id=9908&area=4&name=board1&topic=2137&action=view

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [29 มิ.ย. 50 1:27] ( IP A:58.64.89.69 X: )

ความคิดเห็นที่ 59
    พระดีๆ พระที่น่าเลื่อมใสยังมีอยู่นะครับ
รวมข้อมูลพระสงฆ์ที่น่าศรัทธา ที่ยังอาศัยอยู่ในสามจังหวัดภาคใต้

http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y5508135/Y5508135.html
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [30 มิ.ย. 50 2:24] ( IP A:58.64.89.164 X: )

ความคิดเห็นที่ 60
   อื้อหือออออออออออออ
อ่านกันตาลายไปเลย แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก
ชอบมากครับ ขอบคุณที่อุตส่าห์ไปเสาะหาของดีมาฝาก
อ่านรวดเดียวเลย เพราะกำลังสนใจเรื่องนี้อยู่พอดีครับ
โดย: คนยูเอสเอ [1 ก.ค. 50 5:03] ( IP A:24.126.214.44 X: )

ความคิดเห็นที่ 62
   ล เชียงราย อยุธยา สระบุรี นครสวรรค์นั่นแหละ เพราะพวกคนไทยมันโง่ มันไม่รู้หรอกว่าเป็นมุสลิมในพื้นที่หรือมุสลิมที่มาจากอัฟกานิสถาน อาหรับฯลฯ พวกคนไทยมันฟังภาษายาวียังไม่ได้เลย นับประสาอะไรจะไปฟังภาษาอื่น พวกมุสลิมที่มาจากนอก จะช่วยวางแผนด้านการก่อวินาศกรรมและโค่นประเทศไทยด้วย

9. เร่งประสานไปยังแกนนำควนโดนที่จังหวัดสตูล ให้หาคนกลุ่มหนึ่งไปประสานเรื่องโครงการแลกเปลี่ยนด้านความร่วมมือระหว่างอาหรับกับสถาบันราชภัฏทั่วประเทศ เราจะต้องอาศัยสถาบันราชภัฏเป็นที่ฝึกครูของพวกเรา ในทางกลับกัน เราก็ล้างสมองพวกอาจารย์ราชภัฏให้เห็นฝ่ายเดียวกับมุสลิมเรา ให้ซื้อตัวอธิการบดี แล้วเราจะได้ทุกอย่าง คิดดูว่าถ้าทุกราชภัฏในประเทศไทยมีคนมุสลิมได้เข้าเรียนมากและดำเนินตามแผนที่วางไว้ ประเทศไทยก็จะตกอยู่ในมือเราง่ายดาย มหาเดย์ สั่งว่า ให้เลือกไปติดต่อสถาบันราชภัฏในวันหยุดราชการ เพื่อพบอธิการบดีคนเดียว มุสลิมเราได้ ลงพื้นที่วางคนไว้ด้วย ตอนนี้ที่ราชภัฏ อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรีได้ผลดี อธิการบดีตกหลุมเราแล้วในโครงการธุรกิจการศึกษากับสถาบันในรัฐซาบา ประเทศมาเลเซีย

10. มหาเดย์ (มหาเดย์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย) ชมเชยกลุ่มนักรบฟาตอนีว่าทำงานได้ผลดีมาก จะได้เป็นใหญ่ทุกคน ให้เลือกแกนนำที่เข้มแข็งไปฝึกอาวุธ ให้คนมุสลิมเขมรช่วยเข้ามาจัดการกับคนพุทธที่จันทบุรีและตราด เราต้องการพื้นที่ 2 จังหวัดนี้เอาไว้ก่อการในเขมร เมื่อเรายึดไทยได้แล้ว เราจะยึดเขมร เราทำให้เหมือนทาง 3 จังหวัดใต้ของไทย คือเอาพวกมุสลิมจากอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซียและมุสลิมมาเลเซียมาก่อการร้ายในไทย เอามุสลิมเขมร,พม่าเข้ามาช่วยก่อการร้ายในไทย เมื่อได้ประเทศไทยแล้ว เราก็เอามุสลิมไทยที่เราฝึกไว้ไปรวมกับมุสลิมจากอาเจะห์, มุสลิมเขมร เข้าไปก่อการร้ายในพม่า เราก็ได้พม่า

11. มหาเดย์ ให้เลือกจังหวัดราชบุรีเป็นที่บัญชาการของเหล่านักรบ เพราะขณะนี้ทาง 3 จังหวัดใต้ อยู่ในมือเราแล้ว แย่งให้พวกแกนนำฟาตอนีลงมาแทรกซึมและแต่งงานกับคนไทยราชบุรี เพื่อดึงคนมาเป็นพวกมุสลิมในจังหวัดราชบุรี เราจะไม่ให้มีเหตุการณ์ร้าย แต่เราจะไปก่อการในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียงรวมทั้งในกรุงเทพฯ ขอสำทับว่าอย่าก่อการร้ายในจังหวัดราชบุรีเด็ดขาด เพราะใช้เป็นที่ซ่องสุมขุมกำลังและจะเอาเยาวชนมุสลิมมาลงที่ราชภัฏจอมบึง เหมือนกับที่เราไม่ก่อการร้ายในจังหวัดสตูล เพราะเราจะได้มีที่พบปะวางแผนกันในอำเภอควนโดนจังหวัดสตูล มหาเดย์จะมาพบพวกเราที่ จ.สตูล และพบกับเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่เรียนดี จะให้รางวัลด้วยมือมหาเดย์เอง ไม่มีใครรู้หรอกว่า ชายแดนประเทศมาเลเซียที่ติดกับจังหวัดสตูลนั้น เราขนวัสดุและอาวุธกันมานาน ตั้งแต่ท่านอารีย์เป็นผู้ว่าฯ
โดย: มะยม [2 ก.ค. 50 17:36] ( IP A:58.136.128.41 X: )

ความคิดเห็นที่ 63
   http://download.yousendit.com/A1BEEF2D06C179E4

หึ หึ ตลกไม่ออกจริง ๆครับ สำหรับคนที่อยู่ที่นี่
แต่ก็ต้องทนรอยู่ครับ และปรับตัวให้อยู่รอดให้ได้

หนูไปละ...ตามมาจากกูเกิลนะครับ ไปเสริชเจอมาอีกที 555
โดย: มะยม [2 ก.ค. 50 17:45] ( IP A:58.136.128.41 X: )

ความคิดเห็นที่ 65
   ความเป็นจริงเเล้วมันยิ่งกว่านั้นอีกนะครับความจริงมันเป็นแผนในการที่จะล้มพุทธศาสนาล้มสถาบันกษัตริย์เห็นง่ายมากคับโดยเฉพาะเรามีผู้นำทางทหารที่นับถือศาสนาอิสลามและแผนการของมันร้ายมากกว่านี้มากถ้าหากคุณรู้จะหนาวมันใช้คำว่าสมานฉันท์เป็นคำขู่ให้คนไทยพุทธยอมสิโรราบแล้วไม่นานมันก็จะกินประเทศขึ้นมาเรื่อยๆพระสงฆ์ทีไปประท้วงผมว่าท่านเหล่านั้นได้เห็นทางหรือเรื่องที่มันจะเกิดขึ้นนะครับเขาถึงพากันไป รายละเอียดและแผนการผมจะเล่าให้ฟังภายหลัง
โดย: ความคิดเห็นที่65 [19 ก.ค. 50] ( IP A:203.113.56.75 X: )

ความคิดเห็นที่ 66
    โอ้ อยากฟังแผนการของคุณ คคห. 65 จังเลยครับ
อยากฟังจากคนในพื้นที่มากๆด้วย ว่าเหตุการณ์ที่โน่นมันเป็นยังไงบ้าง
วันก่อนก็ระเบิดกันกลางเมืองยะลา ตายกันเห็นๆ น่าสงสารเจ้าหน้าที่บ้าง
สงสัยอยู่เหมือนกันว่า ถ้าโจรใต้มันแบ่งแยกดินแดนได้จริง
มันใช้พระราชวังทักษิณราชนิเวศน์ เป็นสถานที่ประกาศเอกราชจริง
คนไทยจะยอมได้หรือ ผมว่าเลือดได้นองสามจังหวัดแน่นอน ถ้าเป็นแบบนั้น ? แต่น่าคิดเหมือนกันนะ ว่าผู้มีอำนาจตอนนึ้ มุสลิมทั้งนั้น พวกนี้เขาถือว่า ศาสนาเดียวกันเป็นพี่น้องกัน เป็นญาติกัน สงสัยไอ้พวกนี้มันจะยกประเทศให้ เพื่อนร่วมศาสนา ซะละกระมัง
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [19 ก.ค. 50 2:10] ( IP A:58.64.86.186 X: )

ความคิดเห็นที่ 68
   สวัสดีครับ...ผม "สอาด จันทร์ดี" ครับท่าน
ขอส่ง "ส.ค.ส. ๒๕๕๑" แด่ทุกท่านด้วยความปรารถนาดี
คิดดี ทำด้วยความรอบคอบ ท่านจะได้แต่สิ่งที่ดี
สอาด จันทร์ดี
โดย: saard_mp@yahoo.com [5 ธ.ค. 50 8:46] ( IP A:124.120.14.2 X: )

ความคิดเห็นที่ 69
   สวัสดีปีใหม่ทุกท่าน
ขอให้มีความสุขความเจริญ
และไร้ซึ่งทุกข์ภัยใดๆ
ตลอดปีใหม่นี้และตลอดไป
โดย: ขำขัน [17 ม.ค. 51 13:02] ( IP A:58.137.129.220 X: )

ความคิดเห็นที่ 70
   ช่าย ไทยเป็นเป็นกะจ๊อกของอเมริกา
ขี้ขลาด นักการเมืองเห็นแก่เงิน
ถ้าแน่จริงทำไมไม่ให้3จังหงัดชายแดนใต้เป็นศูญย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แทนสิงคโปร์ล่ะ ทำท่าเรืออ่ะ รู้ไช่ไหมว่ากำไรกี่ล้านล้าน
อีโง่
โดย: agsd@hotmail.com [28 พ.ค. 51 20:00] ( IP A:125.25.206.36 X: )

ความคิดเห็นที่ 71
   ไร้สาระ บิดเบือนประวัติศาสตร์ คงคิดจริงๆสินะว่า"มุสลิม"ยิ่งใหญ่ คืองี้นะ ภาคใต้เนี่ย ลองไม่มีพวกมุสลิมเลวๆสิ อย่างไอ้ มหาเดร์ ไอ้วันกาเดร์ ฯลฯ ถ้าไม่มีพวกนี้มาวางแผน ปูเนาะออกันซีแย ปูเนาะไทยแลนด์ รับรองใต้ไม่เละแบบนี้แนะ
โดย: คนไทย@thailand.th [11 ก.ย. 51 14:31] ( IP A:125.26.147.230 X: )

ความคิดเห็นที่ 72
   
โดย: คิดดีๆๆ [15 พ.ย. 51 22:33] ( IP A:202.129.10.204 X: )

ความคิดเห็นที่ 73
   ชอบมากกกกก
โดย: ไร้นาม [26 เม.ย. 52 17:23] ( IP A:125.25.130.176 X: )

ความคิดเห็นที่ 74
    ...... ตายแล้ว เพิ่งเห็นว่าคุณสะอาด จันทร์ดี เจ้าของบทความทั้งหมด ตามมาอวยพรปีใหม่ตั้งแต่ปีก่อนด้วย ไม่ทันได้ทักทายและไม่ทันได้เมล์ไปขอบคุณเลยครับ น่าอายจริงๆเลยเรา ท่านใหนตามลิงค์มาอีก ก็สามารถกลับสู่หน้าแรกของเวปได้โดยคลิกทางนี้ครับ

http://www.pandagroup.pantown.com/
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [27 พ.ค. 52 16:00] ( IP A:125.27.50.226 X: )

ความคิดเห็นที่ 75
   ความคิดเห็นที่ 64
พวกมุสลิมรกโลกนี่มันร้ายจริงๆ ทุกวันนี้ทั่วโลกถึงได้วุ่นวายไปหมด
เพราะความไม่รู้จักพอของพวกมัน อีกหน่อยคงจะมีสงครามล้างมุสลิม
เกิดขึ้นทั่วทุกหย่อมหญ้า ทุกพื้นที่ ทุกประเทศ ทุกทวีป กระจายไปทั่วโลก
กว่าสงครามจะสิ้นสุด ทุกชาติ-ศาสนา คงจะบอบช้ำอย่างคาดไม่ถึง
แต่วันสิ้นสุดสงคราม อาจจะไม่เหลือศาสนาร้ายนี้ในโลกอีกเลยก็ได้
เพราะชาวโลกจะรุมทำร้ายมัน ในทุกที่ๆเห็นพวกมันไป ไม่เชื่อก็คอยดูกันต่อไป
โดย: คนไทยพุทธ<<<v
v
ด่าแรงไปป่ะคับ มุสลิม ผิดตรงไหน??ผมเรียนศาสนามาไม่เคยมีครูคนไหนสอนให้ เกลียดคนต่างศาสนาเลยน่ะคับ อย่าเหมารวม ซิคับ จะพูดอะไร คิดให้ดีซ่ะก่อน??
โดย: super_ramil@hotmail.com [4 พ.ย. 52 19:12] ( IP A:118.173.182.143 X: )

ความคิดเห็นที่ 76
   "ห้ามแสดงการเคารพสถาบันของชาติไทย
บางหมู่บ้านร้อง เพลงชาติปัตตานีเวลา ๐๘.๐๐ น. แทนเพลงชาติไทย
เพียงแต่ว่ายังไม่มีการชัก ธงชาติปัตตานีเท่านั้น"

แน่จริง อย่าเลียนแบบเราสิ ไปร้องเวลาอื่นเลย !!! -0-
โดย: SS [20 มี.ค. 53 17:25] ( IP A:124.121.190.175 X: )

ความคิดเห็นที่ 77
   ความคิดเห็นที่ 64
พวกมุสลิมรกโลกนี่มันร้ายจริงๆ ทุกวันนี้ทั่วโลกถึงได้วุ่นวายไปหมด
เพราะความไม่รู้จักพอของพวกมัน อีกหน่อยคงจะมีสงครามล้างมุสลิม
เกิดขึ้นทั่วทุกหย่อมหญ้า ทุกพื้นที่ ทุกประเทศ ทุกทวีป กระจายไปทั่วโลก
กว่าสงครามจะสิ้นสุด ทุกชาติ-ศาสนา คงจะบอบช้ำอย่างคาดไม่ถึง
แต่วันสิ้นสุดสงคราม อาจจะไม่เหลือศาสนาร้ายนี้ในโลกอีกเลยก็ได้
เพราะชาวโลกจะรุมทำร้ายมัน ในทุกที่ๆเห็นพวกมันไป ไม่เชื่อก็คอยดูกันต่อไป
โดย: คนไทยพุทธ [3 ก.ค. 50 6:27> ( IP A:24.126.214.44 X: )
แรงไปมั้ยกับความคิดเห็นแบบนี้ไม่กลัวมีปัญหาตามมาหรือไร
เล่นเหมาว่าคนอิสลามทั่วโลกแบบนี้
คิดก่อนพูดจะดีนะ
โดย: คนมุสลิม [22 มิ.ย. 53 11:07] ( IP A:118.173.204.24 X: )

ความคิดเห็นที่ 78
   .... ลบความเห็นที่ 64 ให้แล้วนะครับ เพื่อความปรองดอง ....
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [29 ก.ค. 53 22:59] ( IP A:118.172.192.205 X: )

ความคิดเห็นที่ 80
   รัฐไทยกี่รุ่นต่อกี่รุ่น มันก็ยังชั่วไปหมดเลย ชั่วจริงครับ ผมสนับสนุนเป็นเขตปกครองพิเศษ และใช้กดหมายอิสลามเป็นหลัก
โดย: nattarikacom@hotmail.com [7 ก.ย. 53 10:38] ( IP A:58.137.40.242 X: )

ความคิดเห็นที่ 81
   คห.ที่75 มึงไม่เห็นผลของส่งครามที่มุสลิมรบหรอกหรอ ไม่ว่าจะเป็นคูเสด อัฟกา ผลสุดท้ายผุ้ที่ท้าทายมุสลิมจะเจอจุดจบอย่างไร เพราะมุสลิมไม่กลัวตาย ตายเพื่อศาสนาดีวะอีก งั้นศาสนาเมิงทำสงครามกันไหนละ มึงก็ดีเเต่พูด
โดย: อิสลามต้องยิ่งใหญ่ [7 ต.ค. 53 16:31] ( IP A:124.120.36.209 X: )

ความคิดเห็นที่ 84
   บางเรื่องบางตอนเกียวกับประวัติรัฐปัตตานีอาจจะบิดเบียนไปบ้าง บางตอนไม่กล่าวถึงเลย ทำไม??? เพราะกลัวว่าคนไทยจะรู้ความจริงเหรอ? ก่อนที่รัฐปัตตานีตกเป็นเมืองขึ้นของสยามความมาเป็นอย่างไร ทำไม่ไม่เล่ามาให้หมด จะปกปิดทำไมอีก อีกอย่างจากการที่ลังกาสุกะเปลียนจากพุทธศาสนามาเป็นอิสลามเพราะอะไรจริงๆก็เล่ามาให้ถูกอย่าบิดเบียนความจริงสิคะ เพราะเป็นอย่างนี้แหละชาวโลกถึงไม่เชื่อถือคนสยามหรือคนไทยปัจจุบัน เพราะไม่กล้าพูดความจริง....
โดย: คนไทยคนหนึ่งที่ต้องการความจริง [30 พ.ย. 53 21:58] ( IP A:86.108.26.107 X: )

ความคิดเห็นที่ 88
   เราจะทนต่อความทุกข์ทน เราจะนิ่งต่อการย่ำยี เราจะฝืนต่อความขมขืน เราจะกล้ำกลืนต่อคำด่าทอ เพราะเราจะรอ...วันเอาของเราคืน////
ขอยอมรับในบางเรื่องเป็นเรื่องจริง แต่เรื่องการฆ่าคนบริสุทธิ์ไม่ใช่แนวทางของพวกเรา ประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่ท่านเขียนมาส่วนมากก็มาจากแรงงานคนนึงเท่านั้น เรื่องจริงเรื่องนึงที่เรายอมรับคือการส่งคนของเราไปอยู่แนวหน้าของสยาม และตอนนี้เกือบจะสมบูรณ์แล้ว จะด่าทอเราด้วยคำหยาบคายเพื่อให้ท่านสาใจหรือรู้สึกดีขึ้นก็เชิญเลยครับ เราจะไม่ว่าอะไรท่านเลย เราแค่เพียงรอเวลา....เวลาที่เราจะเอาคืนรวดเดียวให้สาสมทบต้นทั้งหมดที่สะสมตลอดระยะเวลาหลายร้อยปีในคราเดียว แล้ว....เราจะเจอกันเพื่อทวงคืน
โดย: isabella [21 ธ.ค. 53 4:44] ( IP A:1.46.54.119 X: )

ความคิดเห็นที่ 89
   พวกมึง ต้องตาย ไอ้พวก อิสลาม
ถ้าการเมืองของประเทศ กู เข้า สู่ ความปกติสุข เมื่อ ไร ไอ้พวก ก่อการ ร้ายของพวกมึง ที่ไม่แดกหมู พวกมึงต้องตายอีกไม่นานหรอก
โดย: yesyoutube@hotmail.com [23 ธ.ค. 53 15:08] ( IP A:124.157.210.178 X: )

ความคิดเห็นที่ 91
   ไอ้พวกอิสลามพวก เหี้ยที่ไม่รู้จักพอ
วันหนึ่งจะมีสงครามล้างเผ่าพันธ์พวกมึง
เพราะพวกมึงทำให้โลกวุ่นวายหมด
โดย: ช่างกล [24 ธ.ค. 53 14:09] ( IP A:110.164.45.143 X: )

ความคิดเห็นที่ 92
   ไอ้พวกอิสลาม คือ ตัวเหี้ยบนสังคมไทย
มันทรยศชาติ มันสร้างความวุ่นวาย
มันจะสร้าง รัฐปัตตานี
รัฐที่มีเเต่ พวกอิสลาม ที่ทรยศชาติ
พ่อกูสอนว่า ใครทรยศชาติ คือ ลูก กระหรี่ ไอ้พวกอิสลามเเม่งทรยศชาติ แสดงว่าเเม่พวกมันเป็น กระหรี่เเน่เลย ถึงทรยศชาติได้ขนาดนี้
โดย: 5555+ [24 ธ.ค. 53 14:19] ( IP A:124.157.210.207 X: )

ความคิดเห็นที่ 93
   ที่เป็นมันไม่ใช่เพราะศาสนานะ เป็นเพราะความเชื่อที่ผิดเฉยๆไม่ใช่ศาสนาอิสลาม
โดย: คนไทย [7 ม.ค. 54 23:05] ( IP A:113.53.118.228 X: )

ความคิดเห็นที่ 94
   ถ้าศึกษาดูจริงๆ มันก็ไม่แปลกที่เขาต้องการแบ่งแยก

เพราะไปกดขี่ข่มเหงเขาก่อน ประวัติศาสตร์ที่เราๆท่านศึกษา

ตั้งแต่เรายังแบเบาะ ก็เป็นความรู้จากรัฐบาล ที่ต้องการมุ่งเน้น

ให้คนในชาติรู้สึกเป็๋นพวกเดียวกัน มันเริ่มมาตั้งแต่สมัย ร.5 แล้ว

ตอนนี้ล้านนา สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพราะมีความใกล้เคียงกันด้าน

ภาษา ลักษณะทางกายภาพ ขนบธรรมเนียมประเพณี ทำให้คนล้านนา

รู้สึกเป็นพวกเดียวกันกับ สยาม เหตุเพราะ การปฏิรูปทางการศึกษาทำให้เราๆ ท่านๆ รู้สึกว่ากรุงเทพกับล้านนา คือแผ่นดินเดียวกัน

แต่หารู้ไม่ว่า ปัตตานี ถูกกระทำ จากคนที่เรียกตนเองว่าคนไทย

มาโดยตลอด นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เกิดการแบ่งแยกดินแดน

คิดดูนะว่า ตั้งแต่สมัย ร.5 จนมาถึง ปัจจุบัน พวกเขาต้องเผชิญกับการบังคับ ข่มเหงอะไรบ้างจากรัฐบาล หากเราไม่เหยียดยาม ให้ความเคารพต่อ ขนบธรรมเนียมประเพณี ปัญหาทางใต้จะไม่เกิดขึ้นเลย
โดย: เหนื่อยใจ [17 ม.ค. 54] ( IP A:223.206.106.51 X: )

ความคิดเห็นที่ 95
   ปัตตานี เปนของประเทศไทย จะหาว่าถูกรังแก ข่มเหงได้ไง

บรรพบุรุษ พวกเมิงอพยพมาจากที่อื่นมาพึ่งใบบุญ แล้วยังจะมาทรยศอีก

สัตว์นรก!!!ชัดๆ เฮี้ยเอ๊ย

อัลเลาะห์ สอนให้เปนคนดี แต่ไอ้พวกโจร >มูกอ บูเระ บาบี!!! มันบืดเบือนคำสอน

กุเปนคนพุทธคนนึงที่มีแฟนอิสลามอยู่ปัตตานี กูเกลียดโจรปัตตานี

กุไม่ได้เกลียดศาสนาอิสลาม
โดย: บ่าวอีสาน รัก สาวพูดยาวี [21 ม.ค. 54 12:51] ( IP A:202.29.20.31 X: )

ความคิดเห็นที่ 96
   รัฐปัตตานี แต่งตั้งให้โดยเจ้าเมืองของไทย เมื่อการปกครองเปลี่ยนไปก็ต้องยอมรับในกฎ ไม่ใช้หน้าด้าน หน้าทน เรียกร้องแยกดินแดน เฮ้อออ !!
>>ไอ้พวกโจรปัตตานีทั้งหลาย ขอให้พวกมึงพินาศย่อยยับ ขอให้อัลเลาะห์ลงโทษในสิ่งที่พวกเมิงทำ<<
โดย: อิสลามไทย [21 ม.ค. 54 13:03] ( IP A:202.29.20.31 X: )

ความคิดเห็นที่ 97
   พวก คห. ที่มึงเห็นด้วยกับการแบ่งแยกดินแดน แสดงว่ามึงเป็นพวกเดียวกับโจร คนไทยจริงๆเขาไม่ต้องการให้แบ่งแยกหรอก

ถ้ามึงไม่ยากเป็นคนไทย ก้อย้ายโคตรตระกูลมึงออกไปเลย

จะไป "ตายห่า" ที่ไหนก้อไป

อยากบอกให้ทุกคนที่อ่านรู้ว่า ไม่ได้เกลียดศาสนาอิสลาม

เพราะโดยส่วนตัวมีแฟนเปนอิสลามที่ปัตตานี

แต่เกลียดพวกโจร ที่ทำกับประเทศไทยแบบนี้
โดย: บ่าวอีสาน รัก สาวพูดยาวี [22 ม.ค. 54 16:22] ( IP A:223.207.101.131 X: )

ความคิดเห็นที่ 98
   รัฐปัตตานี คือ จังหวัด จังปัตตานี ของประเทศไทยในปัจจุบัน

พวกโจรชั่ว อีกกี่ร้อยชาติ มึงก็ไม่สามารถแยกได้หรอก

เพราะคนไทยทั้งชาติ ไม่ยอมให้พวกมึงชุบมือเปิบหรอก

ไอ้อับดุลย์กาเดร์ คนทรยศชาติ คงกำลัง เย็ดหีหมู รอพวกมึงยุในนรก

ไอ้พวกโจรชั่วทั้งหลายขอให้

องค์อัลเลาะห์ ลงโทษมึง!!!! อย่างสาสม
โดย: Islam Thai [22 ม.ค. 54 16:31] ( IP A:223.207.101.131 X: )

ความคิดเห็นที่ 99
   ด่าแรงมาก ระวังปลาหมอจะตายเพราะปา
โดย: suhaini_w@yahoo.com [1 ก.พ. 54 10:50] ( IP A:113.53.240.178 X: )

ความคิดเห็นที่ 100
   น่าจะคุยกันดีๆ คุยกันด้วยเหตุผล จริงๆแล้วโจรใต้ มันแค่เอาศาสนามาอ้าง
มีที่ใหน ฆ่าคนมุสลิม ศาสนาเดียวกัน เพื่ออะไร ? มันไม่ได้ฆ่าแต่คนไทยพุทธเสียหน่อย
มันก็ฆ่ามั่วไปหมด สร้างความวุ่นวายไปทั่ว เพื่อให้เกิดความโกลาหล ควบคุมไม่ได้
ไม่ได้เกี่ยวกับศาสนาเลยสักนิด บางทีถ้าความจริงเปิดเผยว่าอะไรเป็นอะไร ใครอยู่เบื้องหลัง
ไอ้คนที่ด่าๆกันนี่อาจจะถึงกับหงายหลังผึ่งเลยก็ได้ ผมคิดว่ามีอะไรหลายอย่างที่มันมีลับลมคมในอยู่แน่นอนครับ
อ่านเกมส์ต้องอ่านกันให้ขาดครับ อย่าตกเป็นเหยื่อ หรือเป็นทาสความคิดของใคร ?
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [4 ก.พ. 54 9:41] ( IP A:124.121.181.253 X: )

ความคิดเห็นที่ 101
   คห.99 ถ้าคุนไม่ใช่โจรอย่าร้อนตัว

ด่าโจร !!!! ย้ำ ด่าพวกโจรชั่ว

คนดีดี คงไม่ด่าหรอก
โดย: Islam Thai [11 ก.พ. 54 21:04] ( IP A:223.207.162.189 X: )

ความคิดเห็นที่ 102
   ทุกศาสนาสอนให้คนเปนคนดี

แต่พวกมารศาสนากลับเอาไปใช้เปนเครื่องมือก่อความวุ่นวาย

ฆ่าได้แม้กระทั่งศาสนาเดียวกัน
โดย: โจรเฮี้ย จงพินาศ [11 ก.พ. 54 21:07] ( IP A:223.207.162.189 X: )

ความคิดเห็นที่ 103
   ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกเราก็อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

ด้วยพระบารมี ของพระบาทสเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้ประเทศไทยกลับมาสงบสุขอีกครั้ง

ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ
โดย: ไทยนี้รักสงบ [12 ก.พ. 54 10:26] ( IP A:223.207.162.189 X: )

ความคิดเห็นที่ 104
   55555+
โดย: virus [19 ก.พ. 54 13:46] ( IP A:118.174.117.202 X: )

ความคิดเห็นที่ 105
   ประเทศไทยเป็นดินแดนพุทธมาช้านาน จะให้ใครมาแบ่งแยกหรือแย่งชิงเอาไปไม่ได้
โดย: รักแผ่นดิน [3 มี.ค. 54 10:51] ( IP A:203.131.208.194 X: )

ความคิดเห็นที่ 106
   โจรที่ก่อการร้าย สักวันกรรมจะตามสนองให้โดนคนที่มันรัก
ขอสาปแช่ง ให้พวกเมิงไม่ตายดี!!!
โดย: คนไทยรักกัน [7 มี.ค. 54 22:54] ( IP A:223.206.121.73 X: )

ความคิดเห็นที่ 107
   ขอให้โลกแตกเร็วๆจะได้ตายกันหมด หมดเรื่อง หมดราวอิอิ
โดย: sss [3 เม.ย. 54 22:40] ( IP A:118.174.62.106 X: )

ความคิดเห็นที่ 108
   กฏหมายสูงสุดกำหนดไว้ว่า
มาตราที่1 ประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกไม่ได้
ไอ้พวกหาคำด่าไม่ได้ ถ้ามึงอยากได้แผ่นดินของไทย มึงไปตายได้สิ้นโคตรเหง้าชั่วๆ เลวๆ ของมึง นับชาติไม่ถ้วนมึงก้อไม่มีทางได้ไปหรอก
ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี แล้วไอ้การที่มึงฆ่าคนนี่เป็นการทำความดีเหรอไอ้เหี้ย
โดย: รักเธอประเทศไทย [11 เม.ย. 54 14:52] ( IP A:49.229.45.65 X: )

ความคิดเห็นที่ 109
   
โดย: คนไทยหัวใจเดียวกัน [11 เม.ย. 54 16:29] ( IP A:110.164.152.246 X: )

ความคิดเห็นที่ 110
   นั่งอ่านมาทั้งวันฟังกระทู้จนจบ ยังมีพวกอิสลามนอกรีดมาโพสความโง่อีกว่ารอวันที่จะเอาคืน เอาเวลาไปทำมาหาแดกเหอะพวกมึง จะแบ่งแยกหาส้นตีนอะไร คนไทยไปฆ่าโคตรพ่อมึงเหรอ ใครไปทำอะไรให้มึง มึงคิดว่ามึงแยกได้แล้วจะเจริญขึ้นเหรอ ขอให้มึงฉิบผายตายไปไม่มีแผ่นดินกลบหน้า ฆ่าไดแม้กระทั้งคนด้วยกันเองไม่ต้องคิดอะไรมึงมีแขนขาเหมือนกันใหมเปนคนเหมือนกันใหม เอาเวลาเฮี้ยๆๆของมึงไปหาข้าวให้ลูกมึงแดกเหอะ ไอ้พวกอิสลามที่แอ๊บเปนคนดีแฝงตัวในคราบต่างๆเข้ามาหาผลประโยชน์อ่ะ มึงก็เหมือนหมาเอากระโปรงผู้หญิงมาคลุมหัว ไอ้สัด เลวจิงๆ มึงจิตใจทำด้วยอ่ะไรว่ะ ถ้ามึงมีลูกเมียขอให้ลูกเมียมึงโดนระเบิดไปด้วย ให้ตายไปรับใช้อัลเลาะขี้เก๊ของมึงเหอะ ตายไปก้อไม่ได้ผุดได้เกิดฆ่าคนอย่างเลือดเย็นไร้สาระ เก่งจิงไอ้คนที่ลงว่ารอวันที่จะเอาคืนเปิดหน้าเหี้ยๆๆมึงออกมาดิ มัวมุด...เมียมึงอยู่ทำไม ไอ้ควายใหญ่ตายเลยมึงขอให้แม่งโดนฆ่าล้างเผ่าพันธ์ ถ้าไม่ใช่ศาสนาพุทธนะ พวกมึงโดนฆ่าตายไปนานแล้ว ไอ้เลวศาสนาเฮงซวย
โดย: คนไทยหัวใจเดียวกัน [11 เม.ย. 54 16:41] ( IP A:110.164.152.246 X: )

ความคิดเห็นที่ 111
   นึกดูสิครับว่าสิ่งที่เบื้องหลังโจรคืออะไร เมื่อก่อนทำไมไม่รุนแรงขนาดนี้ ใครจะเอาไงมาลงทุนให้โจร การลงทุนต้องมีผลตอบแทนนายทุนหนุนหลังต้องการอะไร
โดย: Lookkang [19 เม.ย. 54 18:25] ( IP A:58.137.228.238 X: )

ความคิดเห็นที่ 112
   หลังจากมีการสำรวจแหล่งน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยมาเลย์ กลับพบแหล่งน้ำมันมูลค่ามหาศาลจนเกินประมาณ ถ้าเราผลักดันรัฐบาลให้รีบนำมาใช้ผมว่าปัญหาต่าง ๆ จะเริ่มคลี่คลายถ้าแหล่งน้ำมันหมดผู้อยู่เบื้องหลังก็จะคำนวณมูลค่าใหม่ว่าคุ้มหรือเปล่า ให้เอาเงินจากการขายน้ำมันนี้มาสร้างกองทัพไทยให้ยิ่งใหญ่เหมือนในอดีตอีกครั้ง อย่างที่ทุกท่านรู้ปัญหามีมานานแล้วแต่ไม่รุนแรงอย่างทุกวันนี้เพราะเมื่อก่อนโจรไม่มีนายทุนหนุนหลัง ใครจะอยากเป็นสุลต่านรัฐที่ยากจน มันอยู่ในทะเลครับอย่าเสียดินแดนให้อีกนะครับคนไทย สงสารบรรพบุรุษที่สร้างชาติมาอย่างลำบาก เสียดินแดนให้ไปแล้วมากกว่าครึ่งอย่าเสียอีกเลย
เขมรที่กล้ารบกับไทยก็เพราะมีนายทุนหนุนหลัง พื้นที่อันน้อยนิดแต่ลากลงทะเลไปถึงแหล่งน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อนที่เทียบไม่ได้กับแหล่งใน 3 จังหวัด
ถ้าเราไม่ช่วยกันผลักดัน เมื่อไรที่พวกโจรชั่วได้แหล่งน้ำมัน ชาวพุทธทั้งหลาย ไทย พม่า ลาว เขมร ไม่เหลือซาก กลายเป็นพลเมืองชั้นที่ถูกลืม
โดย: Lookkang [19 เม.ย. 54 18:41] ( IP A:58.137.228.238 X: )

ความคิดเห็นที่ 113
   ฆ่ากันแล้วได้อะไร
คิดโง่ๆ ว่าจะแบ่งแยกดินแดน
แสนยานุภาพทางทหารเทียบกันไม่ติด
หากมีการยึดสามจังหวัดประกาศเอกราช
สงครามเกิดแน่นอน
น่าจะรู้ว่าผลเป็นอย่างไร
ก็คนในพื้นที่สามจังหวัดนั้นแหละ
จะล้มหายตายจากนับไม่ถ้วน
ตอนนี้สนับสนุนโจรหรือเพิกเฉย
สุดท้ายก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน
มันเป็นแค่เรื่องบ้าๆ ของคนยึดติดอดีต
ไม่ใช่เรื่องศาสนาอย่างแน่นอน
แค่จุดขายของกบฎหัวรุ่นแรง
โดย: อนาคตของสามจังหวัด [3 พ.ค. 54 14:40] ( IP A:182.52.217.166 X: )

ความคิดเห็นที่ 114
   อืม..บางประเทศในแทบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นี้ เค้าจะมีการฝึกทหารในอามี่ของเค้าหลายอย่างๆ โดยเฉพาะเรื่องภาษารอง เพราะเค้ารู้อยู่แล้วว่าประเทศของเค้านั้นมีชายแดนติดกันกับประเทศเหล่านี้ เค้าจึงจำเป็นต้องฝึกทหารของเค้าให้สามารถ ฟัง อ่าน เขียนได้ ในภาษาที่ 2 ที่ 3 เพราะเค้าถือว่ามันเป็นเรื่องสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศจริงๆค่ะ ไม่เสียเวลามานั่ง แยกโน่น นี่ นั่น ทะเลาะกันมรึงถูกกรูผิดเป็นต้น ประเทศเค้ามีคนอาศัยอยู่หลากเชื้อชาติ หลายศาสนา แต่พวกเค้าก็สามารถอยู่รวมกันดีอย่างสันติสุขดี มาเป็นเวลานานจนกระทั่ง ณ ปัจจุบันนี้
โดย: เด็กม.3 [13 พ.ค. 54 10:39] ( IP A:58.11.234.44 X: )

ความคิดเห็นที่ 115
   ก่อนวิจารณ์ศาสนาไหน ช่วยศึกษาก่อนซักนิด
ข้อความหนึ่งซึ่งเป็นสาส์นจากพระผู้เป็นเจ้าอัลเลาะห์
จริยธรรมอันสูงส่งเพื่อการครองตนอย่างมีเกียรติ เน้นความอดกลั้น ความซื่อสัตย์ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเมตตากรุณา ความกตัญญูกตเวที ความสะอาดของกายและใจ ความกล้าหาญ การให้อภัย ความเท่าเทียม และความเสมอภาคระหว่างมนุษย์ การเคารพสิทธิของผู้อื่น สั่งสอนให้ละเว้นความตระหนี่ถี่เหนียว ความอิจฉาริษยา การติฉินนินทา ความเขลาและความขลาดกลัว การทรยศและอกตัญญู การล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่น
ไม่ว่าจะพุทธ คริสต์ หรือ อิสลาม มีทั้งคนชั่วคนดี อย่าเหมารวมเรียกเป็นกลุ่มศาสนาเลย
ท่านทั้งหลายได้กล่าวว่ากล่าวร้ายผู้อื่นด้วยอคติ ด้วยความเขลาเบาปัญญาของตัวเองหรือเปล่า
หากแต่ละคน กลับไปศึกษาศาสนาที่ตัวเองนับถือให้ลึกซึ้ง ด้วยปัญญาที่มีเหตุผลและรอบคอบ แล้วปฏิบัติตามหลักศาสนาของแต่ละคน ประเทศไหนๆก็สงบสุข
ขอให้ทุกคนมีจิตเป็นกุศลและสงบสุข
โดย: ทหารไทยรักชาติ [28 พ.ค. 54 22:43] ( IP A:125.24.10.100 X: )

ความคิดเห็นที่ 117
   ทุกคนฟังนะเรื่องจริงที่เราไม่เคยสอนลูกหลานเราเลยเพราะมันเป็นด้านลบไม่จำเป็นที่ต้องรับรู้ผมเรียนรัฐศาสตรผมเรียนมาเขาว่า รัฐปัตตานีนั้นแต่ก่อนไำม่ไช่แผ่นดินเดียวกับไทยสืยเนื่องมาจากสมัย ร5 ช่วงยุคล่าอานานิคม ร5 เล็งเห็นว่าสยามเรากำลังรำบาก สมัยก่อนไม่มีรัฐบาลไม่มีกระทรวงต่างๆ ยังปรกครองแบบนายแบบบ่าวกันอยู่ เลยเป็ยที่มองว่าคนไทนั้น ป่าเถื่อนไรอารยธรรมจึงเป็นต้นเหตุของการประภาสยุโรปพระองไปดูว่าเมืองที่ถูกยึดเป็นเมืองขึ้นเพราะเหตุไดถึงเป็นเมืองขึ้นและไปดูว่าความเจริญของต่างชาติไดที่จะมีประโยชแก่ไท ก็กลับมาแต่ก่อนยังไม่เป็น ประเทศ เราอยุทยา มีหลายเมือง เมืองเหนือ เมืองอิสาน เมืองไต้ แต่ละเมืองมีมหากษัตรย์ปกครอง ทุกเมืองยอมรวมเป็นไทกับส่วนกลาง แต่รัฐปัตตานีไม่ยอม ก็เลยโดนปราบยยึดมาเป็นแผ่นดินเดียวกัน จนเป็นปัญหาจนทุกวันนี้ นีก็คือสิ่งแรกที่ ร5 ต้องทำเพื่อให้ไทเป็นหนึงเดียว เพื่อให้พ่วกฝรัง่เห็นว่าเราพัฒนาแล้ว ก็คือเรายึดเขามา แต่ก็ต้อวตายกันไปข้างหนึงและถ้าจะเอาคืน
โดย: keng1124@hotmail.com [26 มิ.ย. 54 12:55] ( IP A:202.91.19.195 X: )

ความคิดเห็นที่ 118
   กองทัพที่หน้ากลัวที่สุดในโลกคือกองทัพของพระเจ้าตายเพื่อพระเจ้าไม่กลัวตายกองทัพที่น่าเกียจที่สุดคือกองทัพของคนเห็นแก่ตัว
โดย: คน 1คน [26 มิ.ย. 54 15:12] ( IP A:111.84.8.9 X: )

ความคิดเห็นที่ 119
   เหตุใดการเรียกร้องของคนในพื้นที่เขต 3 จังหวัดชายแดนใต้ เรื่องเขตปกครองพิเศษหรือ (Autonomy) เช่นเดียวกับกรุงเทพฯ หรือพัทยาจึงไม่สามารถทำได้ ทั้งที่ทั้ง 2 เมืองก็เปรียบเสมือนการแยกประเทศเช่นกัน อยากให้ทุกคนมองทุกปัญหาในภาพรวมไม่ใช่มองแค่ความขัดแย้งด้านเดียว โดยอยากให้รัฐบาลย้อนกลับไปมองข้อเรียกร้องทั้ง 7 ข้อ ว่าเหมาะสมกับอัตลักษณ์ของประชากรในพื้นที่หรือไม่ ทั้งภาษา ศาสนาและวัฒนธรรมที่มายาวนาน โดยรัฐบาลต้องใช้หลักการในทำความเข้าใจอย่างแท้จริง และสร้างความกระจ่างในปัญหาดังกล่าว และควรมีการศึกษาเรื่องการจัดเขตปกครองพิเศษ หากพบว่าไม่ขัดกับความเป็นชาติไทยต้องพิจารณาว่ามีแนวโน้มที่จะนำไปใช้ในการปฏิบัติได้หรือไม่ มิใช่มองเพียงว่าหากดำเนินการดังกล่าวแล้วจะทำให้สถานการณ์ของ 3 จังหวัดชายแดนใต้แย่ลง หรือเกิดการแบ่งแยกดินแดน อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ผมพบว่าชาวบ้านตื่นตัวกับปัญหาดังกล่าวมาก และจากการศึกษายังพบว่า ศาสนา การเมืองท้องถิ่น และการแบ่งแยกดินแดนไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริง แต่ต้นตอที่สำคัญ คือ การสร้างประชาธิปไตยในเมืองไทย แม้จะลอกเลียนแบบจากสหรัฐอเมริกามา แต่ไทยก็ไม่มีกระบวนการเริ่มต้นอย่างแท้จริงเนื่องจากอเมริกามีการกำหนดกฎหมายจากประชาชนฐานล่างก่อนเสนอต่อรัฐบาลกลาง ระบบการปกครองท้องถิ่นของอเมริกาจึงมีความมั่นคงสูง แต่ประเทศไทย เมื่อมีการอุ้มฆ่านายหะยีสุหลงและพิจารณาข้อเรียกร้องทั้ง 7 อย่างเป็นธรรม เหตุการณ์ดังกล่าวจึงบานปลายกลายเป็นเงื่อนไขให้กลุ่มก่อความไม่สงบเคลื่อนไหวจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นหากเราสามารถแก้ปัญหาเรื่อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วยความเป็นประชาธิปไตยได้ เชื่อว่าเมืองไทยจะกลายเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยเต็มใบอย่างแน่นอน
โดย: nok1363 [30 มิ.ย. 54 16:08] ( IP A:223.205.89.163 X: )

ความคิดเห็นที่ 121
   ทุกวันนี้โลกเราก้โดนธรรมชาติลงโทดคนตายกันมากมายแล้วจะมาฆ่ากันเองอีกทำมั้ยทำไมไม่รักกันใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างสงบสุขแย่งชิงกันเพื่อให้ได้มาแล้ววันนึงพวกคุณตายไปจะเอาไปได้มั้ย/ชาวยะลา
โดย: ห [24 ส.ค. 54 14:25] ( IP A:49.49.100.166 X: )

ความคิดเห็นที่ 122
   นี่คือความเห็นส่วนตัวนะคับ 3 จังหวัดชายแดน ก็ถือว่าเป็นจังหวัดที่คนไทยหรือทุกคนรู้จักดี แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัด ทำไมเหมือนรู้ไม่ลึกซึ้ง และเหมือนจะแก้ไขไม่ตรงจุด ถ้าเรารู้ให้ลึกซึ้ง ผมว่าน่าจะแก้ได้โดยสงบ และต้องเข้าใจเค้าเข้าใจเรา คุยกันอย่างรู้เรื่อง
โดย: tsdfg[@hotmail.com [30 ส.ค. 54 3:57] ( IP A:125.26.137.20 X: )

ความคิดเห็นที่ 123
   ปัญหาในสามจังหวัดที่ยังแก้ไขไม่ได้ เพราะเรื่องเศษฐกิจเถื่อน ของ พวก ส.ส. สว. สจ. และเป็นผู้อยูเบื่องหลัง ฐานการเงิน ของกลุ่มก่อการแบ่งแยกดินแดน เมื่อเจ้าหน้าที่ จับ น้ำมันเถื่อนได้ อีกวัน ต่อมาก็จะมีการวาง ระเบิดทันที่ แต่ จะจุดเมื่อไหลก็แล้วแต่เวลา จึงทำให้รัฐแก่ไขไม่ได้ เรื่องการแบ่งแยกดินแดนนั้น จะเป็นหน้าที่ ของกลุ่ม BRN Codinet และ ฟลูโลใหม่ ส่วน RKK คื่อหน่วยคอมมานโด ซึงจะแบ่งหน้าที่กัน โดย กลุ่ม RKK จะทำหน้าที่ เป็นผู้วางระเบิด ยิงประชาชน ไม่ว่า จะเป็น ไทยพุทธ หรือมุสลิม ส่วน BRN Codinet น้นจะทำหน้าที่ ส่งคนของตัวเอง เขาไปเป็น นักการเมื่อง ทั้งท้องถิ่นและระดับชาติ และมีหน้าที่หาเงินทุน ให้กลุ่ม พวกที่เป็นคนร้าย ก็อยู่ในหมู่บ้านคอยรับคำสั่ง จากหัวหน้า ถึงเจ้าหน้าที่รู้ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะ จะมี กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มสิทธิมนุษยชน คุ้มหัวอยู่ เมือเจ้าหน้าที่ทำการตวจค้นก็ต้องทำตามกฏ โดย จะต้อง ไม่มีการไส่กุญแจมือ จะต้องมีญาติไปด้วยเป็นต้น ส่วนนายใหญ่จะสังการอยู่ต่างประเทศ ซึ่งมันเป็นข้อเสีเปรียบของเจ้าหน้าที่ เพราะพวก สส. สว. มีกฏหมายคุ้มครอง
เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำราจ มีหน้าที่ ล่อเป้า ล่อระเบิด ชึ่งโจร จะไม่อยู่ให้ประทะ คือ ยิงเสร็จก็หนีเลย แต่ถ้าหน่วยใหนแข็งหน่อยก็จะเป็นละเบิด แต่มันก็ดูอีกว่า กระทำแล้วมันเสี่ยงมันก็ไม่ทำ เมื่อกระทำเสร็จ ก็จะหนีเข้าหมู่บาน พอเจ้าหน้าที่ตาม ชาวบ้านก็จะอยู่เฉยๆ ไม่บอกเจ่าหน้าที่ หรือถ้าไกลกชายแดนก็จะข้าทชายแดนไป กลบดานก่อน ถ้าเกิดเจ้าหน้าที่ประทะในที่เกิดเหตุ และมีโจรบาดเจ็บโดยไม่มีหลักฐาน เจ้าหน้าที่ก็ต้องเสียเงินค่าทำขวัญ หรือเงินค่ารักษาพญาบาลแล้วแต่จะอ้าง พอจับได้ก็ต้องปล่อย ปัญหาใหญ่ที่สำคัญคือกลุ่มสิทธิมนุษยชน
คือตัวปัญหาที่สุด ในตอนนี้
โดย: รักไทย [12 ก.ย. 54 17:08] ( IP A:202.29.57.211 X: )

ความคิดเห็นที่ 124
   
โดย: gg [19 ต.ค. 54 17:54] ( IP A:101.109.118.160 X: )

ความคิดเห็นที่ 125
   คุณยังไม่เข้าใจอะไรอีกมากนะค่ะ
ยังใช้ทิฐิ อารมณ์มากกว่าเปิดใจเข้าใจ
ฉันเป็นมุสลิมมลายู
อยู่ปัตตานี
โดย: รุสนีย์ [9 พ.ย. 54 14:35] ( IP A:180.180.118.43 X: )

ความคิดเห็นที่ 126
   แล้วโจรมันจะยอมเปิดใจไหมล่ะครับ?
เขาพยายามแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี
ถ้าโจรให้ความร่วมมือก็คงไม่วุ่นวายอยู่อย่างนี้หรอก
โดย: รักไทย [12 พ.ย. 54 11:38] ( IP A:49.228.96.174 X: )

ความคิดเห็นที่ 127
   เกิดมาเดี๋ยวก็ตาย ตายแล้วก็เอาไรไปไม่ได้จะแบ่งแยกไปทำไม?
สู้หาเลี้ยงครอบครัวให้มีความสุขจะไม่ดีกว่าหรือ?
โดย: ไม่เคยเกลียดศาสนาอื่น [12 พ.ย. 54 12:02] ( IP A:110.49.148.106 X: )

ความคิดเห็นที่ 128
   ทุกศาสนาสอนคนให้เป้นคนดี...และการที่คนคนนึงไม่สามารถเป็นนคนดีได้นั้น...มันอยู่สันดานของคนคนนั้น...ไม่ต้องไปโทษศาสนาหรอกค่ะ และนะค่ะถ้าคุณเป็นที่ดีจิง คุณคงไม่ด่าเหมารวมทั้งศาสนาหรอก ขอนิดนึงนะค่ะคนที่ใช้คำหยาบๆ ขอให้การศึกษาที่คุณตั้งใจศึกษามันมานั้นพัฒนาจิตใจและความคิดของคุณด้วยเถิดนะ และจงใช้หลักศาสนาที่คุณๆนับถือนั้นให้ดี คงไม่มีศาสนาใดในโลกนี้ที่สอนให้คนที่นับถือด่าคนอื่นแรงๆแบบนี้นะ น่าเห็นศาสนาที่คนเองนับถือนะ ถ้าความคิดและจิตใจของผู้ที่นับถือยังต่ำอยู่แบบนี้
โดย: มองด้วยเหตุผล [17 พ.ย. 54 14:02] ( IP A:122.154.33.45 X: )

ความคิดเห็นที่ 129
   ศาศนาอิสลามสามารถมีภรรยาได้ 4 คน และมีได้อย่างเปิดเผย ซึ่งถูกต้องตามขนบธรรมเนียมอิสลามที่เค้านับถือ แล้วคนที่ไม่ใช่อิสลามเดือดร้อนอะรัย ตรงไหน อย่างรัย เพราะไอ้ที่ผิดลูกผิดเมียเค้านั้นแหละที่น่ารังเกียจและน่าขยะแขยงมากๆ ศาสนาอื่นมีได้แค่ภรรยา 1 คนที่เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แล้วไอ้มีแบบหลบๆซ่อนละ กี่คน เห็นมั้ยว่าคนมันจะดีจะเลวมันอยู่ที่คนไม่ใช่ศานา เล่นด่ากันทั้งศาสนารวมอย่างนี้ คนที่ชั่วร้าย น่ารังเกียจ น่าขยะแขยง ....อย่างมากที่สุดน่าจะเป็นตัวคุณเองมากกว่านะ (สำหรับคนที่เป็นแต่คนอื่น) หรือว่าศาสนาที่คุณนับถืออยู่นั้นสอนว่าการด่าศาสนาอื่นๆเป็นสิ่งที่ดีและควรกระทำ ทบทวนดีๆนะคนที่มีการศึกษาทั้งหลาย
โดย: น่าจะมีความเป็นธรรม [17 พ.ย. 54 14:11] ( IP A:122.154.33.45 X: )

ความคิดเห็นที่ 130
   ศาสนาอิสลามก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดี
เฉกเช่นศาสนาอื่นๆที่มีทั้งคนดีและไม่ดี
ไม่งั้นโลกนี้คงไม่มีกฎหมายเอาไว้ตัดสินความ
อย่าใช้ความอคติที่มีอยู่ในใจตนนั้น...ตัดสินศาสนา
เราด่าเขาแล้วมีความสุข...มีความสะใจ..เราคงเป็นโรคจิตแล้วละ
เวลาเค้าด่าเรากลับบ้าง...เราเจ็บแค้น
โดย: อยากให้มีความปรองดองกัน [17 พ.ย. 54 14:17] ( IP A:122.154.33.45 X: )

ความคิดเห็นที่ 131
   ฝากถึงผู้เขียนบทความนะ
คุณมาอยู่ในพื้นที่กี่วัน กี่เดือนกันนะ
แล้วคุณมาทำเป็นรู่เรื่องทั้งหมด
รู้ประวัติศาสตร์อย่างผู้เชี่ยงชาญ
อายเค้าบ้างมั้ยเนี๊ยะ
หรือรู้จักแต่ใช้ปากกาเท่านั้น
ไม่เคยใช้อวัยวะที่เรียกว่า "สมอง"เลยหรืองัย
ถึงคิดและเขียนได้แค่นี้
โดย: ... [17 พ.ย. 54 14:20] ( IP A:122.154.33.45 X: )

ความคิดเห็นที่ 132
   เรียกตัวเองว่า "นักรบ" หรอ? เชอะ !! น่าขำว่ะ
โดย: โจรยังไงก้อคือ โจร วันยังค่ำ [28 พ.ย. 54 20:14] ( IP A:110.49.233.192 X: )

ความคิดเห็นที่ 133
   ลอบกัดคนอื่นเหมือน....(คิดเอาเอง)
ฆ่าทหาร ฆ่าพระ ฆ่าครู ฆ่าชาวบ้านคนที่ไม่มีทางสู้

มึงยังกล้าเรียกตัวเองว่า นักรบ อีก หรอ??
โดย: ไอ้โจรเฮี้ย [29 พ.ย. 54 10:11] ( IP A:49.229.84.199 X: )

ความคิดเห็นที่ 134
   จากที่ดูคลิปโจร RKK กลับใจ จับใจความได้ว่า...
ความไม่สงบใน3จว.ใต้ เป็นเพราะผลประโยชน์ผู้นำเฮี้ยๆบางคนที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน!!
แล้วใช้ศาสนาอิสลามและเยาวชนเป็นเครื่องมือ
โดยปลูกฝังในสิ่งที่ผิดสอนให้เกลียดคนพุทธ บอกว่าคนพุทธรังแกอิสลาม สอนให้ฆ่าคนเพื่อศาสนา บิดเบือนคำสอนต่างๆนาๆ
ทุกอย่างเป็นเพราะผู้นำที่เห็นแก่ต้ว!! ...ไม่ใช่คำสอนของศาสนา
แล้วถ้าเป็นอย่างนี้รัฐบาลจะทำอย่างไร? เพื่อให้ 3 จว. ใต้สงบสุข
โดย: รอดู 3 จว.ใต้สงบสุข [19 ธ.ค. 54 12:59] ( IP A:49.228.97.24 X: )

ความคิดเห็นที่ 135
   รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย
จะเกิดภาคไหนก็ไทยด้วยกัน
เชื้อสายประเพณีไม่มีกัดกั้น
เกิดใต้ธงไทยนั้นปวงชนทุกคนคือไทย

ท้องถิ่นแหลมทอง เหมือนท้องของแม่
เกิดถิ่นเดียวกันแท้เหมือนแม่เดียวกันใช่ไหม
ยามฉันมองตาคุณ อบอุ่นดวงใจเห็นสายเลือดไทย
ในสายตาบอกสายสัมพันธ์

รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย
จะเกิดภาคไหนก็ไทยด้วยกัน
เชื้อสายประเพณีไม่มีกัดกั้น
เกิดใต้ธงไทยนั้นปวงชนทุกคนคือไทย

ทะเลแสนงาม ในน้ำมีปลา
พืชพันธุ์เกลื่อนตาตามไร่นารวงทองไสว
สินทรัพย์มีเกลื่อนกล่น
บรรพชนให้ไว้เราลูกหลานไทยจงร่วมใจรักษาให้มั่น

รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย
จะเกิดภาคไหนก็ไทยด้วยกัน
เชื้อสายประเพณีไม่มีกัดกั้น
เกิดใต้ธงไทยนั้นปวงชนทุกคนคือไทย

รักกันไว้เถิด รักกันไว้เถิด รักกันไว้เถิด

แหลมทองโสภาด้วยบารมี
ปกเกล้าเราไทยนี้ร่มเย็นเป็นศรีผ่องใส
ใครคิดบังอาจหมิ่นถิ่นทององค์ไธ้
เราพร้อมพลีใจป้องหมู่ไทยและองค์ราชันย์

รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย
จะเกิดภาคไหนก็ไทยด้วยกัน
เชื้อสายประเพณีไม่มีกัดกั้น
เกิดใต้ธงไทยนั้นปวงชนทุกคนคือไทย

จะเกิดชาติไหนก็ไทยด้วยกัน
เชื้อสายประเพณณีไม่มีกัดกั้น
เกิดใต้ธงไทยนั้นปวงชนทุกคนคือไทย

"""จะช้าจะเร็วตายกันทุกคนแหล่ะครับ รักกันไว้เถิด ... พุทธ คริส อิสลาม"""
โดย: ses548eee@hotmail.com [18 ม.ค. 55 4:25] ( IP A:58.8.187.199 X: )

ความคิดเห็นที่ 136
   ...
...
"""จะช้าจะเร็วตายกันทุกคนแหล่ะครับ รักกันไว้เถิด ... พุทธ คริส อิสลาม"""
...
...
โดย: ses548eee@hotmail.com [18 ม.ค. 55 4:27] ( IP A:58.8.187.199 X: )

ความคิดเห็นที่ 138
   มีวิธีเดียวคือยก3จังหวัดให้มันไปซะปล่อยให้มันปกครองกันเอง
แล้วค่อยล้างบางให้หมดเป็นผู้หญิงก็ข่มขืนเป็นผู้ชายก็ฆ่าทิ้งซะ
มาอาศัยแผ่นดินเขาอยู่ยังทำความเดือดร้อนให้อีก
โดย: คนหัวขวาน [5 มี.ค. 55 4:42] ( IP A:61.19.26.12 X: )

ความคิดเห็นที่ 139
   ก็ให้มันรู้ไปว่าคนไทยไม่ใช่ขี้ๆ
ทั้งไทยพุทธและอิสลาม
ถ้ามันอยากได้ก็ให้มันไป
ปล่อยให้มันปกครองไปก่อน
พอมีจังหวะก็ฆ่าให้หมดทรมานมันเหมือนกับที่มันทำกับเรา
แม้แต่หมาตัวเดียวก็อย่าให้รอดไปได้
มันจะแน่สักแค่ไหนไอ้พวกลูกหมาพวกนี้
ตัดสินใจไปเลยไม่ต้องไปสนคำประนามของชาวต่างชาติ
คนไทยปลูกข้าวกินเองได้
โดย: คนหัวขวาน [5 มี.ค. 55 4:57] ( IP A:61.19.26.12 X: )

ความคิดเห็นที่ 140
   ยังไงก็ขอให้ทั้งไทยพุทธและอิสลามอยู่รอดปลอดภัย
เอาใจช่วยนะครับถ้าอยู่ด้ามขวานไม่ได้ก็ย้ายมาอยู่หัวขวานดีกว่า
อากาศก็ดีภัยพิบัติก็ไม่มี
ขออำนาจบารมีของหลวงปู่ทวดช่วยคุ้มครองนะครับ
โดย: คนหัวขวาน [5 มี.ค. 55 5:23] ( IP A:61.19.26.12 X: )

ความคิดเห็นที่ 141
   พวกคุนไม่รู้อะไรอีกมาก เพราะพวกคุนไม่ไช่คนในพื้นที่ อะไรนิดอะไรหน่อยก็เชื่อกันหมด.....แม้กระทั่งคนเขียนไม่รู้เอาอะไรมาเขียน
โดย: นินจาน้อย [12 มี.ค. 55 16:30] ( IP A:115.67.96.108 X: )

ความคิดเห็นที่ 142
   ลองคิดดู ถ้าให้พวกมัน มาปกครองพวกคุณ มันกดขี่พวกคุณ ยิ่งกว่าทาส
อีก ยิ่ง ผู้หญิง คงไม่ต้องพูดถึง ทำผิดนิดเดียวมันคงฆ่าทิ้ง เลยละมั้ง
แต่ คุณคงคิดว่า ศาสนาเดียวกันเป็นพี่น้องกัน แน่นอนคุณก็คิดอย่างงั้น
แต่ว่าพวกที่ปกครองคุณ มันไม่ได้ดีไปทุกๆคนหรอก
มันอาจจะตั้ง กฎบ้าๆ ขึ้นมาทำอะไรคุณ กับครอบครัวคนไหนที่ขัดใจมัน ก็ได้
ใครจะไปห้ามได้ ถ้าคุณตกอยู่ใต้ การปกครอง ของพวกมันแล้ว อย่าลืม
โดย: kanul@hotmail.com [6 เม.ย. 55 2:00] ( IP A:49.48.60.254 X: )

ความคิดเห็นที่ 143
   แต่ทําไม บางสื่อก็ว่า หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ ยังไม่ตาย และหายตัวไปก่อนที่จะถูกเรียกพบตัว ตกลงว่า เรื่องใหน คือความจริง???
โดย: prajak-hut@hotmail.com [2 พ.ค. 55 17:58] ( IP A:27.55.12.24 X: )

ความคิดเห็นที่ 144
   นิทานสนุกดีดูเหมือนเรื่องจริงแต่ความจริงถูกบิดเบือนไปสร้างภาพกันทำไมว่างมากหรือไงคนโง่เท่านั้นที่เชื่อมึงมาหากูนี่ถ้าอยากรู้ลองหาถามดูคนแก่108ปีแห่งเมืองสายอยู่ใหนความจริงจากคนแก่ไม่ไช่คนรุ่นเด็กแบบมึงถามคนบ้าๆแล้วเอามาลงให้คนอ่าน
โดย: คนแก่.สายบุรี [14 มิ.ย. 55 10:01] ( IP A:115.87.200.226 X: )

ความคิดเห็นที่ 145
   ปัญหาเกิดขึ้นมานานมากไอ้พวกโง้กูบอกให้ก็ได้มึงเคยคิดบางหรือเปล่าทำไมพวกมันต้องเป็นโจรแบ่งแยกดินแดนแล้วพวกมันมีกองกำลังกี่คนจำนวนเท่าไหร่แล้วพวกมันจะทำไปทำไมด้วยเหตุผลอะไรในเมื่อพวกมันไม่มีทางแบ่งแยกดินแดนได้มันไม่ใช่แบ่งแยกดินแดนเพราะไม่มีกองกำลังหรือการรวมตัวขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรมที่จะต่อสู้แบ่งประเทศเคยคิดบ้างใหมไอ้โง่แค่โจรกระจอกพ่อค้ายาเสพติดพวกขายของผิดกฎหมายพวกนำ้้มันเถื่อนพวกมึงจังไรกว่าจริงที่จับคนกลุ่มนี้ไม่หมดคอยจ้องอยู่อย่างเดียวกูเก็บสวยครบหรือยังแบ่งกันลงตัวหรือยังจะวางแผนแต่งเรื่องอะไรขึ้นมาเพื่อดึงงบประมาณมาแดกหรือผลาญกันดี
โดย: คนแก่เมืองสาย [14 มิ.ย. 55 10:27] ( IP A:115.87.200.226 X: )

ความคิดเห็นที่ 146
   กูถามพวกมึงหน่อยใครกันที่นำทหารไปช่วยรบกับพม่าจนชนะและใครที่ตามพระเจ้าตากสินให้กลับมาช่วยรบจนชนะอิสลามกี่คนช่วยรบช่วยสู้ในอตีดจนสยามยังอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ประวัติศาสตร์ทำไมไม่จารึกถึงมุสลิมที่ช่วยประเทศสยามรบกับพม่าหลายกันบ้างปกปิดอับอายกันทำไมบิดเบือนประวัติศาสกันทำไมเขามาช่วยเพราะเพื่อนบ้านช่วยมึงจนจนรอดจากพม่ามึงกลับมายึดประเทศของเขากลัวที่พวกเขารบเก่งช่วยพวกมึงได้หลายครั้งคิดดูดีๆไอ้เด็กรุ่นใหม่ๆทั้งหลายกูรู้ดีโลกนี้มันเปลี่ยไปตามยุคสมัยคนรุ่นใหม่ๆแบบพวกมึงบริโภคข้อมูลประวัตศาสที่ถุกบิดเบือนจนหมดสิ้น(ใครกันที่ทำทำไปทำไม)กูบอกให้ก็ได้ก็พวกที่อับอายฆ่าได้แม้แต่เพื่อนที่เคยช่วยเหลื่อมึงในอดีตจนพวกมึงชนะรอดพ้นจากพม่ากูอยากให้พวกมึงคิดไว้นะอดีตปัตตานีมีกองทหารมากมายยังแพ้สยามที่มีกำลังมากกว่าแล้วโจรกระจอกหรือตัวละครที่พวกมึงตั้งชื่อขึ้นมามีนิดเดียวทำไมไม่ยอมหมดไปซะทีกี่ชีวิตของคนบริสุทธิต้องตายไปเพราะเงินหรืออำนาจที่พวกมึงแค่นั้นหรือที่ต้องการหยุดเถอะขอร้องหากยังมีจิตวินยูชนหรือพวกมึงคิดว่ามันหยุดไม่ได้หามุมที่จะจบไม่ได้อับอายกลัวประชานจะรู้ความจริงกับเรื่องที่พวกมึงทำกันอยู่จะบีบคั้นตอนพวกเขาไปถึงไหนคำว่าเพื่อนมนุษย์ที่ร่วมกันอยู่คอยช่วยเหลือกันมันอยู่ไหนประชาชนสามจังหวัดตอนนี้เขายอมรับทุกคนที่จะร่วมกันอยู่บนผื่นแผ่นดินประเทศไทยไม่มีใครคิดแบ่งแยกหรอกหยุดเถอะอย่าฆ่ากันอีกเลยอย่าบีบหรือใช้กลอุบายต่างๆเพื่อให้เขาทำผิดเพื่อผลประโยชน์ของพวกมึงยังไม่พอกันอีกหรือไงอิสลามคือสันติสุขเขาอยากอยู่อย่างสงบสุขใช้ชีวิตตามแนวทางศาสนาไม่ว่าอยู่ที่ไหนประเทศอะไรกูบอกให้ก็ได้พวกเขาไม่ได้สนใจเลยแม้แต่นิดเดียวพวกเขาอยู่ร่วมกับทูกศาสนาได้บนโลกนี้ในเมื่ออัลลอฮได้ให้มีหลายชาติหลายศาสนาพวกเขาแค่อยากอยู่บนแนวทางศาสนาอิสลามเขาคิดย่างเดียวชีวิตเขาจะอญู่แบบใดถึงจะไม่ตกศาสนาฝากทีเถอะทั้งหมดนี้กูไม่อยากบอกอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสหรือเรื่องไม่ดีต่างๆที่พวกมึงทำกันอยู่ในปัจจุบันภาพวีดีโอต่างหรือหลักฐานความเลวของพวกมึงน่าจะได้ท่องเที่ยวบนโลกเน็ตเวิคซักทีบางครังมึงจะได้หยุดกันบ้างสักวันแล้วกูจะคอยดูพวกมึงขอร้องอำนาจเงินทองยศตำแหน่งหากยังไม่พอยังต้องการมากกว่าความเป็นคนจิตวิณยูชนมึงไม่มีหน้าชัดวีดีโอชัดสามารถทำให้พวกมึงเป็นคนธรรมดาได้อย่าให้ชีวิตถูกตีราคาด้วยเงินหรืออำนาจความจริงหรือทำด้วยใจต่างหากมันจะทำให้ผู้คนจดจำและยกย่องไปจนตาย
โดย: คนแก่เมืองสาย [14 มิ.ย. 55 11:41] ( IP A:115.87.200.226 X: )

ความคิดเห็นที่ 147
   อยากรู้อ่ะค่ะ คุฯคนแก่เมืองสายเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมอ่ะ
โดย: Paz [7 ก.ค. 55 2:28] ( IP A:218.67.204.128 X: )

ความคิดเห็นที่ 148
   ทุกวันนี้พวกคุณทำไปเพื่ออะไร? พุทธ อิสลาม คริสต์ สุดท้ายคือความว่างเปล่า จะไม่ขอกล่าวไปถึงเรื่องศาสนา แต่จะขอพูดในนามคนที่ตายไป ถามหน่อยเขาผิดอะไร คุณเป็นใครถึงมีสิทธิ์พิพากษาให้เขาตาย และตายอย่างทรมาน ถ้าคุณยืนหยัดที่จะสู้ ก็ขอให้สู้กันอย่างวิถีความเป็นคน อย่าหาเหตุผลหรืออุดมการณ์มาอ้าง เพื่อให้ตัวเองไม่รู้สึกผิด ในเมื่อมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ว่ามือของคุณยังไงมันก็เปื้อนเลือดอยู่ดี
โดย: bored [6 ส.ค. 55 15:02] ( IP A:110.168.207.121 X: )

ความคิดเห็นที่ 149
   นั้นนะสิ
โดย: obtc@hotmail.com [9 ส.ค. 55 21:07] ( IP A:27.130.134.171 X: )

ความคิดเห็นที่ 150
   เป็นธรรมดาของ สัตว์โลกครับผมว่านะ สัญชาติญานของสัตว์จะห่วงเเหนที่อยู่เเละออกล่าเพื่อความอยู่รอดเเละสืบพันธ์เพื่อขยายเผ่าพันธ์เเละขยายอาณาเขต ปรกติถ้ามีสัตว์เเปลกปลอมหลงถิ่นพลัดหลงเข้ามา สัตว์ที่เป็นเจ้าของเดิมก็จะทำขู่เเละถ้าไม่ได้ผลก็จะต่อสู้เพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์ตนเอง เปรียบเหมือนมนุษย์ก็คือ "สัตว์"นี่เเละครับ
คำว่า "โลก" คือเปรียบเสมือนพรของสิ่งมีชีวิต มนุษย์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เเละตัวมนุษย์นี่เเหละทำให้โลกเกิดความวุ่นวายนับนาประการ "ผืนดิน น้ำ ธรรมชาติ" มนุษย์ทึกทักเอาเองว่าเป็นของตนต่างก็เเบ่งเเยกทำการยึดครองเพื่อที่จะเอามาเป็นตน ต่างก็ถือสิทธิอ้างความเป็นเจ้าของว่ามาอยู่ก่อน อันนี้ของกูนะ ใครไม่ใช่พวกกูอย่าเข้ามานะ ต่างก็ฆ่าเเละทำลายล้างกันเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน
น่าสงสาร นี่เเหละมนุษย์ ไม่รู้จักคำว่าธรรมชาติดีพอ
จะ พุทธหรือจะคริสต์เเละอิสลามไม่ว่าจะศาสนาอ่ะไรคือ "มนุษย์"
ไอพวก "โง่" ฆ่าฟันเเย่งชิงกันอยู่ได้ คนทุกคนบนโลกใบนี้คือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ จะมาบอกว่าอันตัวข้ายิ่งใหญ่เเละดีที่สุด มันใช่เรื่องหรอ

คริสต์: มาเชื่อในพระเจ้ากันเถอะจะได้ไปอยู่สวรรค์
อิสลาม: เราก็มีพระเจ้าของเรา เราก็ไปสวรรค์ได้
พุทธ: เราอยากไปสวรรค์เเต่เราไม่เชื่อพระเจ้าได้ไหม?
คริสต์: ไม่ได้หรอกในเมื่อไม่เชื่อในพระเจ้าจะไปสวรรค์ได้ไง
อิสลาม : มากับเราเถอะเราจะพาไปสู่เเสงสว่างเอง
คริสต์ : อย่าไปเชื่อมันมันโกหก
อิสลาม : มึงรู้ได้ศาสนามึงดีนักหรอรึไง
คริสต์ : เออสิ ศาสนากูดีที่สุด
อิสลาม : มึงอย่ามั่วศาสนากูสิดีที่สุด
พุทธ: พวกมึงจะทะเลาะกันทำไม กูอยากไปสวรรค์เเล้ว
อิสลาม คริสต์ : ตกลงจะเอาไง จะอยู่ข้างไหน
พุทธ : ไม่ขอเลือกได้ไหม ขอเป็นกลาง
อิสลาม คริสต์ : งั้นพวกมึงสองคนก็อย่าอยู่ร่วมโลกกับกูเลย

โลก : จะทะเลาะกันทำไม ที่ๆพวกมึงอยู่อ่ะ ของกู พวกมึงไปให้พ้นเลย

นิทานสอนผู้ใหญ่
โดย: เด็กโง่ๆ [9 ส.ค. 55 22:03] ( IP A:27.130.134.171 X: )

ความคิดเห็นที่ 151
   ทำไม่ประเทศมาเลเซียถึงมีอยู่สองที่ "ทางใต้ไทย" "และที่อินโด"
แล้วถ้านี้คือ สงครามศาสนา ครั้งที่ 2 ละ
แล้วทำไม พอพวกก่อความไม่สงบหลบหนีเข้าไปในมาเลย์ ทั้งๆที่ทางการรู้แต่ไม่ถูกจับ
แล้วถ้าการแบ่งแยกดินแดนสำเร็จ.. ดินแดนที่บรรพบุรุดเราเคยเสียเลือดเนื้อและชีวิต
เข้าแลกเพื่อให้เราได้อยู่อาศัยจนถึงทุกวันนี้ พวกคุณจะยอมให้เป็นเช่นนั้นเหรอ
และสุดท้าย... ตอนสมัยอยุธยา ทำไมถึงมีแต่คนไทย ที่สู้จนตัวตายเพื่อแผ่นดิน
แล้วไม่ใช้เพราะคนไทยที่มึงฆ่าไปทุกวันนี้ ที่ช่วยเหลือพวงมึงในยามยากหรอกรึ คนไทย
ไม่เคยสอนว่าฆ่าคนแลัวได้บุญ มีแต่พวกคุณที่ว่าฆ่าคนไทยได้แล้วจะได้บุญ

แต่ถ้าพวกคุณคิดว่าจะสู้กับคนไทยทั้งชาติไหว ก็ลองดู แต่ก็ได้แต่ลอบทำร้าย
ระวัง!!! พวกเราดูพวกคุณอยู่ จะทำอะไรคิดให้ดี
ผมอยาจจะเป็นแค่คนธรรมดา แต่เลือดรักชาติผมไม่ธรรมดา
ยิงพูดยิงยาว แค่นี้แหละ เพราะพูดไปความสงบก็ยังไม่เกิด คงรอให้โลกแตกสิ้นศาสนากันให้หมดก่อนมั้ง จึงจะสงบ
โดย: สำนึกรักบ้านเกิด [16 ส.ค. 55 8:20] ( IP A:110.171.136.71 X: )

ความคิดเห็นที่ 152
   ผมเอาคนไทยในสามจังหวัดออกมาจากในพื้นที่ให้หมด แล้วให้มันปกครองกันเอง แล้วที่นี้คนที่อยู่เบื่องหลัง และพวกก่อความไม่สงบก็จะออกมา แบบว่า คนสำคัญๆในเรื่องนี้จจะปรากดตัวออกมาที่ละคน เหมือนในหนังตอนไกล้จบ จากนั้นก็ปิดพื้นที่ห้ามคนไทยเข้าไปในเขตนั้น และอิสลามก็ห้ามออกมา แล้วรอดูความคลื่นไหวอยู่รอบนอก แล้วก้มาถึงฉากแอ็กชั้น ตัดสาธารนูปโภคต่างๆทั้งหมด (ยุธการณ์งูเหลือมลอมโอบ) สักพักก็จะหมดแรงไปเรื่อยๆ แต่ผู้มักจะมีพวกมาช้วยอยู่แล้ว หรือไม่ก็มีเส้นสายแอบสงอาวุธต่างๆมาช้วย เพราะ
พวกเค้าเยอะทั้วโลกด้านใต้ที่ติดกับเราก็มี แล้วแรงจะค่อยๆกลับมาอีกครั้ง แต่เราจะไม่รอ
จนเค้าเริ้มมีแรง เอาระเบิดนิวเคลียไปทิ้งในพื้นที่นั้นให้ราบคาบ แบบว่าล้างบางไปเลย เราต้องมีความเด็ดขาดอย่างนี้ คนอื่นจะได้ไม่กล้ารังแกเรา ไม่ต้องไม่แค่ พวกองค์กรณ์ต่างๆ อยากรู้นักถ้าประเทศพวกมัน มีเหตุการณ์เหมือนกับ สามจังหวัดบ้านเรามันจะสันติวิธียุไม เรามีพี่ "จีน" หนุนหลังยุแลัว ก็ไร ไอ "กัน(USA)" ก็ด้วย เพราะทั้งสองท่านนี้ไม่กินเส้นกับพวก อิสลาม จริงม่ะ ตัวอย่าง จีน คนอิสลามเยอะใน มนฑล ไหน เต้าจะเอาคนจีนเข้าไปยุให้เยอะกว่ามากๆ และจะกระจายอิสลามไม่ให้ยุเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ แล้วพออิสลามประท้วงก่อจลาจน คนจีนออกมาสั้งสอนมันว่านี้แผ่นดินกุ อย่าคิดสะเออะ แล้วตำรวจปราบจราจลก็เข้าเคลีย อีกท่านก็คือ USA ชัดๆเลย บุก อิรัก อาฟกาฯ แบบว่า พวกอิสลาม ไปทำพี่แก่โกรดสุดๆ เลยจัดไปแบบราบขาบแล้ว ..... โปรดใช้วิจารณยานในการอ่าน ทางที่ดีศึกษาเพิ่ม ประวัติศาสตร์
.......@_@...
โดย: อย่ามาทำใหญ่ในบ้านกุไอสัส [16 ส.ค. 55 9:03] ( IP A:110.171.136.71 X: )

ความคิดเห็นที่ 153
   ความเห็น152 คิดได้แค่นี้เหรอโครตไร้การศึกษาจริง ได้ยินมาเยอะความคิดแบบนี้ คิดว่าจะทำได้เหรอฮ่วย
โดย: คนพุทธยะลา [6 ต.ค. 55 20:09] ( IP A:110.77.148.215 X: )

ความคิดเห็นที่ 154
   รู้รึเปล่าระดับนาย ๆ เขาขนเงินเต็มกระเป่าเจมส์บอล กับงบลับเปรต ๆ
โดย: 1234 [21 พ.ย. 55 19:44] ( IP A:113.53.131.82 X: )

ความคิดเห็นที่ 155
   เขาคงอยากให้มีสถานการณ์อยู่เรื่อย ๆ ของจริงบ้าง ของปลอมบ้าง คิดดูเอาเอง ถ้าไม่โง่พอ มีสมองรึเปล่า ถ้ามีสมองก็ต้องคิด ต้องยอมรับประวัติศาสตร์ อาจารย์นรชัย หัตถา ของ มอ.ปัตตานี ซึ่งเป็นไทยพุทธ ยังยอมรับความจริง มีวิธีเดียวที่จะชนะ คือ หลักจิตวิทยา งบต่าง ๆ ที่พัฒนาให้เต็มที่ไปเลย นี่ ให้เขา 30 บาท ตัวเองกิน 70 บาท ผลประโยชย์ทั้งน๊าน .........
โดย: 1234 [21 พ.ย. 55 19:59] ( IP A:113.53.131.82 X: )

ความคิดเห็นที่ 156
   หนิ...ด่าคนมุสลิมแรงไปแล้วน่ะ....จะมาเหมารวมไดไงอ่ะ....พวกคุณอ่านมานี้...มันก้อสมควรเปนแบบนี้ยุวแล้ว...คุรเคยอ่านประวัติศาสตร์ของจริงป่ะล่ะ..ว่าเปนยังไง....ที่พวกเค้าทำแบบนั้นก้อเพราะว่าพวกคุณในสมัยอดีตลืมสัญญาที่ให้ไว้กับพวกเราชาวมุสลิมไงล่ะ...ว่าจะคืนประเทสให้พวกเรา...พวกคุณรังแกพวกเราโดยการนำพวกเรามาทารุณใส่โซ่ลากอย่างกับหมูกับหมาตั้งแต่ปัตตานีจนถึงกรุงเทพ และให้พวกเราขุด คลองแสนแสบ ขึ้นมา ด้วยมือเปล่า พวกคุณรุ้กันบ้างไหม...ตอนนี้มันก้อได้เวลาแล้วที่พวกเราจะทวงประเทศของพวกเราคืนมาจากคนชั่วๆๆๆ...พวกคุณจะไปรุ้อะไร ขนาดประวัติศาสตร์ของพวกคุณเองยังเล่าความเท็จเลย พวกคุณก้อคงไม่รุ้อีกเช่นเคย แล้วนับประสาอะไรกับเรื่องนี้ล่ะ คนที่ให้สัญญาไว้ ตายไปแล้วเค้าไม่บอกคุณให้คืนประเทศแก่พวกเราหรอกคุณเองก้อน่าจะศึกษาประวัติปัตตานีมาบ้างน่ะ และไอ้คนที่คุณพูดปาวๆๆๆ ว่า โจรใต้ น่ะ เค้าก้อยังดีกว่าพวกคุณเปนร้อยๆๆเท่า ยังไงเค้าก้อทำเพื่อศาสนา พวกคุณอะไรๆๆๆก้อถูกหมด เคยมีประวัติศาสตร์ของพวกคุณไหมที่บอกว่าพวกคุณทำผิดอะไรชั่วยังไง มีบ้างไหม ดีก้อแต่ สร้างเรื่องดีเค้าตัว แล้วลบล้างความผิด โยนความผิดให้คนอื่น คนประเภทนี้มากกว่าที่ยุวไปก้อรกโลก คุรควรจะสึกษาอิสลามให้ดีกว่านี้น่ะค่ะ เพราะถ้าคุณเข้าใจอิสลามคุณเองก้อจะเข้าใจว่่าทำไมพวกเค้าต้องทำอย่างนี้ ชั้นเชื่อน่ะ ว่าสักวันพวกเราชาวมุสลิมจะได้ประเทศของพวกเราคืน และอิสลามจะเปนศาสนาเดียวที่ บริสุทธ์ และยั่งยืน เที่ยงตรง พวกคุณเองก้อรุ้สึกเสียดายที่มองอิสลามผิดมาตลอด และจงระวังคำพูดหมาๆๆๆ ของพวกคุณไว้ด้วย ระวังว่ามันอาจไม่มีให้คุณพูดได้อีก ความจริงทุกอย่างจะกระจ่างก้อต่อเมื่อวันสิ้นโลกมาถึงและโลกหน้าโลกแห่งการตอบแทนก้อจะตอบคำถามคุณทุกอย่างเท่าที่คุณสงสัยถ้าไม่เชื่อคุณก้อลองตายไปสิแล้วคุณก้อจะรู้ว่าศาสนาใดที่ดีที่สุดบนโลกนี้ พอคุณตายไปแล้วพวกคุณต้องมาขอบคุณชั้นที่บอกความจริงแก่พวกคุณแต่คุณไม่เชื่อ ขอหั้ยโชคดี กับชีวิตในโลกนี้และหลังความตาย น่ะค่ะ
ขออัลลอฮ.ทรงแนะนำทางที่เที่ยงตรงให้กับพวกกาฟีรทั้งหลายด้วย อามีน
โดย: ผู้หวังดี [23 พ.ย. 55 20:11] ( IP A:115.67.67.149 X: )

ความคิดเห็นที่ 157
   พยายามคุยกันดีๆด้วยเหตุและผลนะครับ อย่าเอาอารมณ์มาใส่ครับ ท่านที่รู้ว่าความจริงคืออะไรก็แชร์กันมา มีหลักฐานอะไรก็ใส่เข้ามา จัดเต็มมาเลยครับ คนที่ไม่รู้ก็จะได้รู้ ประวัติศาสตร์ประเทศใหนๆก็เป็นกันแบบนี้ เขียนเอาดีเข้าตัวเองกันทั้งนั้น ญี่ปุ่น หรือประเทศมหาอำนาจตอนไปรุกรานเขา ไปทำปู้ยี้ปู้ยำก็ไม่เคยเขียในประวัติศาสตร์ประเทศตัวเองอยู่แล้วครับ ไม่เคยสอนให้ลูกหลานรู้หรอกว่าบรรพบุรุษไปทำอะไรมาบ้าง ประเทศเราก็เช่นกัน สอนให้เกลียดพม่า ว่าพม่าทำร้ายเรา แต่ไม่เคยเล่าว่าเราก็ไปทำร้ายลาว เขมร และอีกหลายประเทศเช่นกัน ไม่ต่างกันเลยสักนิด
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [23 พ.ย. 55 23:27] ( IP A:124.121.129.80 X: )

ความคิดเห็นที่ 158
   หากท่านชอบอ่านอะไรยาวๆ ข้อมูลลึกๆ เชิญอ่านนี้ต่อครับ

http://www.deepsouthwatch.org/dsj/3734
โดย: Job (เจ้าบ้าน ) [15 ก.พ. 56 13:51] ( IP A:58.11.209.198 X: )

ความคิดเห็นที่ 159
   รู้แล้วทำไมเปลี่ยนเอาเพลงชาติไทยมาร้องตอนหกโมงเย็น เพราะเกรงใจหรือแสดงให้เห็นหน้าที่ที่รับผิดชอบต่อเพลงของรัฐจอมปอมอยู่นี้เอง
โดย: คริบจนถอก [16 ก.พ. 56 22:21] ( IP A:119.134.19.112 X: )

ความคิดเห็นที่ 160
   คห.156 ทำไมโลกแคบจังเลยค่ะ ในหัวมีแต่ศาสนาเดียวเหรอ สยามมีหลายเชื้อชาตินะคะ จะเชื้อชาติไหนก็คนไทยเหมือนกัน ทำไมไม่คิดบ้าง เอะอะก็อยากแบ่งแยก เรียนรู้ด้วยกัน แล้วอยู่อย่างสันติเถอะค่ะ
โดย: peace [25 ก.พ. 56 1:47] ( IP A:101.51.138.234 X: )

ความคิดเห็นที่ 161
   ขอโทษนะครับ ผู้ที่นับถือ ศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ คุณนั้น รักพ่อหลวงไหม ครับ ถ้าคุณรัก คุณก็อย่าสร้างปัญหา ให้พ่อเลย พ่อเหนื่อยมามากแล้ว พ่อร้องให้มามากแล้ว ตอนนี้พ่อ กำลังท้อแล้ว เพราะเห็นลูกๆทุกคนทะเลาะกัน ทุกคนนั้น คือ เป็นคนไทย อยู่บนผืนแผ่นดินไทยไม่ใช่หรอ พ่อหลวงอยากให้ลูกๆทุกๆคน รักกัน ถึงได้พยายามทุกอย่าง เพื่อช่วยเหลือ ลูกๆ คุณลองมองย้อนไปดูครับ ว่าพ่อหลวง ทำอะไรเพื่อ ลูกๆทุกคนบ้าง เหนื่อยมากแค่ไหน พ่อหลวงขอแค่ให้ลูกๆทุกคน รักกัน ไม่ทะเลาะกัน ไม่แบ่งแยกแบ่งสีกัน แค่นี้ทำไม่ได้หรอ ประวัติศาสต์ มีไว้ศึกษา ให้รู้ว่า เคยมีเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมามากมาย แต่ทำไมพวกคุณถึงนำมา ด่า ว่า แบ่งเขต กันละ นี่คือปัจจุบัน ไม่ใช่อดีต ถึงได้ค่ารบ ฟันกัน เพื่อชิงแผ่นดิน บัตนี้แผ่นดินได้รวมเป็นหนึ่ง จนเกิดเป็นประเทศแล้ว ไม่ต้องค่าฟันเพื่อแย่ง กันอีก แล้วทำไม ถึงต้อง ทำแบบในอดีตประวัติศาสอีก ผมขออภัยหากพูดแรงไป "ผมรักในหลวงพ่อของแผ่น"
โดย: i love father [26 ก.พ. 56 20:33] ( IP A:183.89.17.234 X: )

ความคิดเห็นที่ 162
   ดูถูกเหยียดหยามศาสนาของผู้อื่น ไม่ใช่มนุษย์ที่เจริญแล้วและได้ชื่อว่ามีสติปัญญาเหนือกว่าสัตว์อื่นหรอกน่ะค่ะ คิดก่อนพูดสักนิด เพราะคำพูดบางคำสามารถเปลี่ยนคนจากมีเกียรติเป็นน่ารังเกียจได้เช่นกัน

โดย: สายลมพัดพา [11 เม.ย. 56 19:38] ( IP A:202.28.64.1 X: )

ความคิดเห็นที่ 163
   ทุกๆท่านค่ะ หาประวัติศาสตร์ในจุดที่เรากำลังพูดถึงอ่านกันก่อนดีไหมค่ะ แล้วเราค่อยมาพูดคุยกันดีๆอย่าใช้คำรุนแรงกันเลย คำรุนแรงต่างๆแบบเหมารวมบางครั้งก็ไปทำให้หลายๆคนสะเทือนใจ บางตอนในบทความนี้พูดไม่ตรงกับความเป็นจริง เรื่องจริงไม่นำมาพูดหลายอย่างในประวัติศาสตร์มีแต่ไม่เอามาเขียนถึง ซึ่งไม่สมควรนำมาเผยแพร่ ควรเก็บเอาไว้เป็นมุขฮาส่วนตัวจะดีกว่า หรือก่อนจะเอามาให้สาธารณชนได้อ่านกันควรให้หลายๆฝ่ายตรวจสอบก่อนจะดีกว่าไหมค่ะ
โดย: songsri_01@windowslive.com [26 พ.ค. 56 15:05] ( IP A:125.24.56.9 X: )

ความคิดเห็นที่ 164
   ถ้าสิ่งที่มึงทำโดนคนที่มึงรัก แล้วมึงจะรู้สึก!!
โดย: กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง [1 ก.ค. 56 18:33] ( IP A:125.26.131.162 X: )

ความคิดเห็นที่ 165
   ศาสนาทุกศาสนา สอนให้คนเป็นคนดีไม่เบียดเบียนใครไม่ใช่เหรอ แล้วศาสนาที่ว่า ยิ่งฆ่ายิ่งได้บุญนี่มันยังไง ถ้าอยากได้ประเทศคืน อยากได้สัญญาคืน ทำไม ไม่ไป คุยดีๆ ไปเรียกร้องแบบสันติ กับผู้ที่มีอำนาจยกแผ่นดินให้คุณล่ะส่งตัวแทนไปสิ!!! มาสร้างความสูญเสียเพื่ออะไร โจรใต้ที่สร้างสถานการณ์ น่ะ อย่าไปพูดเลยว่าดีกว่า ถ้าดีจริง เขาต้องมีสัจธรรม ความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ทำแบบสัตว์นรก การกระทำเช่นนี้ อย่าไปเรียกว่านักรบ หรือ วีระบุรุษ เพราะ มันไม่เหมาะกับการกระทำเช่นนั้นเลย...... นั่นน่ะ เค้าเรียก บาป!!!!!!!!! เรียกว่า ชั่ว!!!!!!!!! รู้จักไหม

โดย: aunpun-150@hotmail.com [13 ส.ค. 56 16:49] ( IP A:1.4.138.40 X: )

ความคิดเห็นที่ 167
   
อิสลามไม่เคยสอนให้รังเกียจชนใดเผ่าใด ศรัทธาใด ทุกคนมีความเป็นมนุษย์เหมือนกันและต่างศรัทธากัน

เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองที่ต่างวัฒนธรรมกัน และต่างกันที่ผู้มีอำนาจปกครองแบะประชาชนบางกลุ่มไม่อยู่ในคุณธรรมที่ดี ละเมิดสิทธิผู้อ่อนแอกว่า

โดย: damkerng8@gmail.com [25 ส.ค. 57 10:25] ( IP 1.10.199.103 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


วิธีการ upload รูปภาพแบบใหม่ วิธีการใส่ copy paste หรือ คัดลอกข้อความ ในแบบใหม่

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน