Movie Review   <<  กลับไปหน้าแรก

๐ บทวิจารณ์หนัง The Karate Kid + Eclipse + Little Miss Sunshine ๐
    The Karate Kid ( สามดาว )

...........................หนูน้อยคาราเต้ เวอร์ชั่นใหม่ครั้งนี้ แทบจะไม่ได้มีอะไรเหมือนเวอร์ชั่นเก่าที่ ราล์ฟ มัคจิโอ เล่นเลยแม้แต่น้อยครับ ยกเว้นก็แต่พระเอกเด็กหนุ่ม มีครูฝึกวิทยายุทธ เป็นชาวเอเซียแก่ๆท่าทางใจดีๆ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยที่เหลือจากนั้น เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ภาคนี้ตัวเอกเป็นเด็กผิวสี ตามคุณแม่ไปอาศัยอยู่ที่เมืองจีน แล้วก็ต้องเจอะเจอกับประสบการณ์ทั้งที่ไม่น่าประทับใจ และน่าประทับใจ ได้เรียนรู้ชีวิตผ่าน " กังฟู " และได้เข้าถึงวิถีแห่ง " ธรรมชาติ " หนังมีความยาวมากกว่าปกตินิดนึง แล้วก็พยายามจับธีมที่หลากหลายมีทั้งเรื่องรัก เรื่องต่อสู้ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง แม่ลูก และ ศิษย์กับครู ฯลฯ และแน่นอนว่า หนังพยายามเล่นกับประเด็นความแตกต่างทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติ และการต้องปรับตัวเข้ากับวิถีคนอื่น ? ซึ่งผมมองว่าการพยายามถ่ายภาพเมืองจีนให้ออกมา Exotic ดูเป็นอะไรที่เฝือไปนิดนึง

...........................ครึ่งแรกของหนังค่อนข้างอืดๆเอื่อยๆไปนิดนึง มีฉากที่ดูจงใจเยอะมาก หนังบกพร่องตรงส่วนนี้แหละครับ ที่ตั้งใจทำให้ตัวละครเป็นขาวจัด ดำจัด มากเกินไป ตัวร้ายก็ร้ายเกินเหตุ ร้ายแบบไม่มีเหตุผลเลย ไม่นับเรื่องที่ว่าทำไมตัวละครบางตัวถึงพูดอังกฤษได้เก่ง หรือทำไมเมืองจีนจึงมีแต่คนฟังอังกฤษได้ ฯลฯ หลายฉากนั้นเซ็ทขึ้นมาแบบว่า .. หืม ดูเหมือนถ่ายหนังมากๆ ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ และไม่สมจริงในความรู้สึกของผม คือถ้าเป็นฝรั่งที่ทั้งโลกมีแต่ประเทศตัวเอง มาเจอแบบนี้ก็คงจะเชื่อได้หมด แต่ถ้ารู้จักเปิดเลนส์ส่องโลกสักหน่อยนะครับ ก็คงจะต้องร้อง " ยี้ " ว่า เฮ้ย ลื้อ เมืองจีนเค้าไม่ได้เป็นแบบนี้แล้วนะเฟ้ย !! โชคดีที่ตั้งแต่ เฉินหลง เข้ามาอยู่ในหนังตามจังหวะที่คาดไว้เป๊ะๆ แล้วหลังจากนั้นซีนอารมณ์ที่รับส่งระหว่าง เด็กกับครู ถือว่าช่วยหนังไว้ได้เยอะมากครับ ทั้งคู่นอกจากเล่นดีแล้ว ยังดูเหมาะกับบทบาทที่ได้รับมากๆๆ

...........................โชคดีอีกอย่างนอกจากซีนอารมณ์ระหว่างตัวละคร หนังทำได้ดีแล้ว ซีนแอคชั่น หมายถึงฉากต่อสู้ต่างๆของหนัง รวมถึงฉากการเรียนกังฟูของตัวเอก ถือว่าเล่าออกมาได้อย่างเร้าใจ และดูสนุกสนานตลอด อย่างเช่นแค่เรื่องบทเรียนแรกของพระเอกที่ได้รับ เรื่องแขวนเสื้อ แค่นั้นก็ถือว่าเล่นเอาคนดูอยู่หมัดแล้ว !! หนังสามารถอธิบายคำพูดที่ดูยากๆให้ออกมาเป็นภาพได้อย่างน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะความหมายของคำว่า " กังฟู " นอกจากหนูน้อยตัวเอกจะได้เรียนรู้แล้ว อาจารย์รวมถึงคนดู ก็ได้เรียนรู้และอิ่มเอมไปพร้อมๆกัน หนังอาจจะดูถ่ายออกมาง่ายๆในหลายๆฉาก แต่ผู้กำกับคนนี้เก่งที่คุมจังหวะหนังได้อยู่หมด หลายฉากที่ดูสวยเว่อร์ๆแต่กลับเข้ากับธีมและอารมณ์ของเรื่องราวได้ ทำให้คนดูรู้สึกตื่นตา ตื่นเต้น และเพลิดเพลินแม้ว่าหนังจะยาวมาก แต่เชื่อว่าคนดูส่วนใหญ่คงจะไม่เบื่อหรือง่วงเหงาหาวนอนเป็นแน่แท้ครับ !!
โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [14 ก.ค. 53 18:48] ( IP A:125.25.161.170 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
Counter : 873 Pageviews

ความคิดเห็นที่ 1
    ...........................Karate Kid เวอร์ชั่นนี้เป็นการแจ้งเกิด ของ จาเดน สมิธ ลูกชายวิล สมิธ พระเอกผิวสีฮอลลีวู๊ดชื่อดัง อดีตนักร้องเพลงแรพ ซึ่งคิดว่าคงมีคนดูหนังน้อยคนไม่รู้จัก ใครจะรู้ว่านอกจากคุณพ่อแกเป็นพระเอกหน้าตาดีแล้ว แกยังมีฝีมือถึงขั้นชิงออสการ์มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งคุณลูก นอกจากจะคงเสน่ห์ความน่ารัก ยียวนเหมอนคุณพ่อแล้ว ยังแถมด้วยฝีไม้ลายมือการแสดง ทั้งสีหน้าแววตา และการแสดงออก ท่าทางได้อย่างยอดเยี่ยม บอกได้เลยว่าเด็กคนนี้อนาคตไกล ยิ่งมีแบคอัพดีด้วยแล้ว อนาคตดาราดังไม่ไปใหนครับ เด็กคนนี้คือ ลูกไม้ที่หล่นใต้ต้น ขนาดแท้เลยครับ !! ส่วนเฉินหลง และดาราคนอื่น อย่าง ทาราจิ พี แฮนซัน ซึ่งเคยชิงออสการ์มาแล้วจาก เบนจามิน บัตตอน ก็รับบทแม่ได้อย่างน่าเชื่อถือ มีหลายฉากของหนังเรื่องนี้ที่เหมือนจะไม่มีคำอธิบาย แต่ผมเชื่อว่าคนดูก็พร้อมที่จะจินตนาการถึงส่วนที่ขาดได้ทั้งหมดครับ

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [14 ก.ค. 53 18:49] ( IP A:125.25.161.170 X: )

ความคิดเห็นที่ 2
    Eclipse ( ทไวไล๊ท์ 3 ) .... สองดาวครึ่ง ....

...........................ไตรภาค Twilight นั้นมีดีแค่ภาคแรกภาคเดียวเท่านั้น ส่วนขยายภาคต่อที่เหลือล้วนยืดยาด ย้วย เยิ่นเย้อ และถูกทำออกมาเพื่อผลประโยชน์ทางการตลาดล้วนๆ หรือแปลง่ายๆก็คือ ใหนๆมันก็ทำเงินแล้วนี่หว่า แล้วก็เป็นเฟรนไชส์ที่ขายได้ ไม่ทำภาคต่อออกมาขายของเก่ากิน ก็โง่เต็มที เพราะใหนๆคนดูก็พร้อมจะจ่ายตังให้อยู่แล้ว จริงใหมล่ะ ? แรกเริ่มเดิมทีหนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จก็เพราะ หนังรู้ว่าตัวเองกำลังขายอะไร ขายให้กับใคร และจะขายอย่างไร ? แถมหนังยังได้ทีมงานชั้นดี มาสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาดูดี แม้หนังจะมีภาพลักษณ์คล้ายกับหนังสยองขวัญแวมไพร์ทั่วไป แต่แท้จริงแล้วหนังถูกสร้างออกมาเป็นหนังรักโรแมนติก แนวรักต่างชนชั้น ซึ่งไม่มีอะไรพิศดารเลย เพียงแต่บังเอิญว่าความแตกต่างระหว่างคู่พระ นาง มันเปลี่ยนจากฐานะหรือเงื่อนไขธรรมดา เป็นเรื่องรักระหว่าง " มนุษย์ " กับ " แวมไพร์สุดหล่อ "

...........................ภาพยนตร์เรื่องนี้คือจินตนาการและความเพ้อฝัน ประสาวัยรุ่นหญิงที่เพิ่งจะแตกเนื้อสาวขนานแท้ !! มันก็เหมือนคุณอ่านไดอารี่สาวน้อยสักคน ที่เฝ้าฝันถึงความรักในอุดมคติ ได้มีโอกาสแอบรักชายหนุ่มสุดหล่อที่อยู่ไกลเกินเอื้อม และเผลอฝันต่อไปอีกว่า ผู้ชายคนนี้เค้าก็รักตอบกลับมา ไม่แค่นั้น อิฉันก็ขอฝันต่ออีกนะว่า ไม่ใช่แค่ตัวเองมีคู่รักให้คนอื่นเค้าอิจฉาแล้ว ยังมีชายหนุ่มสุดล่ำอีกคน มาคอยเกาะแกะ มาเทคแคร์มาหลงรักตัวเอง ให้หัวใจมันสูบฉีดซู่ซ่าส์ ประหนึ่งว่าตัวเอง " สวยเลือกได้ " แล้วตัวเองก็ขอย้ายไปอยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเองกับ คนรัก โดยไม่มีใครเข้ามาวุ่นวาย โลกนี้มีแค่ฉันกับเธอ สองคนชั่วกัลปาวสาน ?? โลกนี้และชีวิตช่างมีแต่ความสวยงาม ปราศจากความทุกข์โศก และก็จะครองรักไปชั่วนิจนิรันดร์ คำถามก็คือ ความสุขชั่วนิรันดร์มันมีอยู่จริงๆหรือ ? สาวน้อยจ๋า อะไรจะมองโลกเป็นสีชมพูได้ขนาดนั้นจ๊ะ ??

...........................Eclipse เดินเรื่องด้วยเหตุการณ์วุ่นวายในเมืองใหญ่ เนื่องจากมีกองทัพแวมไพร์เกิดใหม่ ออกอาละวาดทำร้ายผู้คน และมีเค้าว่าเบื้องหลังจะเป็นแวมไพร์สาวซึ่งมีความแค้นกับครอบครัวพระเอก และมีแนวโน้มว่าจะทำร้ายนางเอกด้วย ฝั่งครอบครัวแวมไพร์ปรึกษากันแล้วเห็นว่า ถ้าลำพังมีกำลังแค่นี้อาจจะเพลี่ยงพล้ำได้ จึงยอมปรองดองกับฝ่ายมนุษย์หมาป่า เพื่อจับมือรวมพลังกันปกป้องนางเอก และเพื่อปราบปรามกองทัพแวมไพร์เกิดใหม่ที่มีความบ้าเลือดยิ่งนัก ? แน่นอนว่าเข้าทาง " เจคอบ " มนุษย์หมาป่าสุดล่ำรูปหล่อ ที่หลงรักนางเอกอยู่แล้วยอมร่วมมือด้วยอย่างเต็มใจ เพราะหวังจะคว้าหัวใจนางเอกเบลล่ามาครองให้จงได้ ทั้งๆที่รู้ว่าเธอมีแฟนอยู่แล้ว แต่เจคอบก้อไม่ว่าอะไร ขอเป็นแค่ " กิ๊ก " หรืออยู่กันแบบ " เราสองสามคน " ก็ได้ !! นั่นแน่ !! สาวๆนี่ล่ะน้า มีแฟนแล้วแต่ก็ยังอดปลื้มไม่ได้ล่ะสิ ถ้าตัวเองยังมีอีกคนให้รัก ~
โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [14 ก.ค. 53 19:23] ( IP A:125.25.161.170 X: )

ความคิดเห็นที่ 3
    ...........................สรุปแล้วหนังก็เดินเรื่องตามขนบของหนังรักสามเส้าหลายอย่าง มีช็อตให้คนดูลุ้น และหนังก็เปิดโอกาสให้ " เจคอบ " ได้โชว์บทบาทเด่นเยอะมากในภาคนี้ แทบจะเรียกได้ว่า " เจคอบ " กลายเป็นพระเอกของภาคนี้ไปโดยปริยาย เชื่อว่าคนดูส่วนใหญ่น่าจะหลงใหลตัวมนุษย์หมาป่าสุดล่ำ มากกว่าแวมไพร์ขาวซีดกันทั้งนั้นแหละ แต่สุดท้ายด้วยความที่หนังจำใจต้องยึดต้นฉบับ และไม่กล้าฉีกขนบในความคิดของน้องๆผู้หญิงวัยละอ่อน ทำให้หนังจึงต้องจบประหลาดๆแบบที่เห็นในหนังนั่นเอง ? เชื่อว่าถ้าน้องผู้หญิงที่ดู หรือแม้แต่ตัวนางเอก มีชีวิตยืนยาวกว่านี้อีกหน่อย ผมเชื่อว่า น้องเค้าคงไม่ตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตในแบบที่ " เบลล่า " เลือกอย่างแน่นอน !! งานนี้เราก็ได้แต่มองดู เด็กผู้หญิงคนนึงที่กำลังเลือกทางเดินชีวิตผิดๆแต่เราไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเธอได้ ? เด็กหญิงคนนึงที่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่าง เดินตามผู้ชายต้อยๆ กลายเป็นของตาย หมดความเป็นตัวเอง สุดท้ายเชื่อเหอะว่าจบไม่สวยหรอก ?

โดย: Joblovenuk (พีอาร์ฯ ) [14 ก.ค. 53 19:32] ( IP A:125.25.161.170 X: )

ความคิดเห็นที่ 4
   Little Miss Sunshine หนังดีมากๆๆๆๆ เด๋วพรุ่งนี้จะมาเขียนต่อนะครับ

อ่านของคุณ Anurak ไปก่อนแล้วกัน

http://www.pantown.com/board.php?id=9908&area=4&name=board8&topic=149&action=view

โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [14 ก.ค. 53 19:58] ( IP A:125.25.161.170 X: )

ความคิดเห็นที่ 5
   Little Miss Sunshine ( สี่ดาว )

.........................เห็นได้ชัดว่านี่คือหนังทุนต่ำที่ประสบความสำเร็จที่สุดเรื่องนึงในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์ครับ ด้วยการที่หนังทำเงินไปพอประมาณ พร้อมกับคว้ารางวัลออสการ์สาขา บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ ดาราสมทบชายยอดเยี่ยม ประจำปี 2007 ไปอย่างน่าภาคภูมิใจ !! ถ้าจะว่าไปแล้วหนังเรื่องนี้มีคุณค่ามากกว่ารางวัลที่ได้รับซึ่งเหมือนๆจะเป็นแค่ของปลอบใจด้วยซ้ำ เพราะหากว่าเป็นหนังสตูดิโอใหญ่ หนังเรื่องนี้ต้องได้หนังยอดเยี่ยมด้วยแหง๋ ๆ ? แต่พูดก็พูดเหอะ สตูดิโอไม่มีวันที่จะอนุมัติให้สร้างหนังที่มีเนื้อหาประมาณนี้อย่างแน่นอน !! ก็หนังเล่นเล่าเรื่องของครอบครัวๆนึงที่ประหลาด และไม่เหมือนชาวบ้าน มิใช่ครอบครัวในอุดมคติแบบฝันของคนอเมริกัน ? ทุกคนในครอบครัวนี้มีปัญหา ต่างล้วนไม่สมบูรณ์ด้วยกันทุกตัวละคร แต่เราส่วนใหญ่ในสังคมก็มักจะเป็นเช่นนี้กันไม่ใช่เหรอครับ เราไม่สมบูรณ์แบบ เรามีปัญหา และเราไม่แม้แต่พยายามที่จะหันหน้าเข้ามาคุยกัน มีแต่จะโยนความผิด กล่าวโทษให้กับคนอื่นว่าเป็นตัวการ ??

.........................ครอบครัวในหนังเรื่องนี้เป็นครอบครัวใหญ่ ซึ่งเรามักจะไม่ค่อยเห็นในหนังฝรั่งและสังคมฝรั่งกันเท่าไหร่นัก เพราะส่วนใหญ่ลูกหลานพอเติบใหญ่ ก็มักจะย้ายบ้านไปอยู่ข้างนอก ไม่นิยมที่จะอยู่ร่วมกันเหมือนอย่างครอบครัวคนไทยบ้านเรา ? ทว่าคนในบ้านนี้ก็อยู่ร่วมกันแบบจำใจนะครับ เพราะต่างก็ไม่มีทางไป คุณปู่ติดเฮโรอีน , ลูกชายคนโตไม่ยอมพูดกับใคร , ลูกสาวคนเล็กฝันอยากเป็นนางงามรุ่นจิ๋ว , คุณลุงมีปัญหาซึมเศร้า เป็นเกย์ และเคยฆ่าตัวตายเนื่องจากรักคุด , คุณพ่อก็ยังไม่ได้ประสบความสำเร็จเป็นชิ้นอันเหมือนที่พยายามสอนคนอื่น , คุณแม่ก็ต้องแบกรับภาระ ความกดดันสารพัดในครอบครัว !! ทั้งหมดต้องจำใจร่วมกันเดินทางด้วยรถแวน เป็นระยะทาง 1200 กว่ากิโล เพื่อพาลูกสาวคนเล็กไปประกวดนางงามรุ่นจิ๋วที่ต่างเมือง ? แน่นอนว่านี่คือหนัง Drama - Road Movie - Coming of age ที่ใช้เวลาเล่าเรื่อง แค่ 100 นาที แต่สามารถคลี่คลายปมตัวละครที่แสนจะยุ่งเหยิงเหล่านี้ออกหมดได้อย่างเหลือเชื่อ ~

.........................บทภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องบอกว่าเขียนได้ยอดเยี่ยมมากๆๆๆ คนเขียนบท เก่งมากๆๆๆ น่าจะพูดได้ว่าเป็นบทหนังที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีเลยกระมังครับ มันเป็นหนังที่ง่ายมากต่อการเขียนบทให้เละ แต่คนเขียนบทเก่งมากๆที่เอาอยู่ และเค้าก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า รักตัวละครที่เขาเขียนขึ้นมามากมายขนาดใหน ? บทหนังแจกแจงคาแรคเตอร์ตัวละครได้ละเอียด ชัดเจน และเข้าถึงสุดๆ ทั้งวางปมต่างๆได้ดี และหาทางคลี่คลายได้แบบนุ่มนวล ลงตัว ไม่มีข้อติเลย นอกจากนี้ทีมนักแสดงทั้ง 6 ที่ร่วมกันเล่นเรื่องนี้ก็แสดงกันได้แบบสุดยอดทุกคนเลย น่าจะพูดได้ว่าเป็นทีมนักแสดงชุดที่เข้าขาและเล่นเป็นทีมได้ดีที่สุดเท่าที่เคยดูหนังมาเลย ~ แถมการเล่าเรื่องยังสมูธ และจับใจ เข้าถึงอารมณ์คนดูสุดๆครับ เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกดีอย่างน่าประหลาด ทั้งๆที่แนวหนังและโทนแบบนี้ไม่น่าจะทำให้ประทับใจได้มากขนาดนั้น ? คงเป็นเพราะหนังเรื่องนี้ถ่ายทอด ความอบอุ่น ความผูกพันของสายใยครอบครัวให้ออกมาได้กินใจคนดูอย่างถึงที่สุดกระมังครับ ?

.........................Little Miss Sunshine เป็นหนังที่เหมาะต่อการหยิบมาดูพร้อมๆกับครอบครัว แล้วก็ถกกันหลังจากหนังจบลง หนังเรื่องนี้สอนเราคนดูหลายอย่างมากๆ โดยไม่ใช้คำสอนแบบยัดเยียดหรือ จับคำพูดใส่ปากตัวละครแล้วพยายามสอนสั่งเราอ้อมๆ ? แม้ ชัยชนะ กับ ความพ่ายแพ้ จะเป็นอะไรที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่บางครั้ง ชัยชนะ หรือตำแหน่งแชมป์อะไร ก็ไม่ใช่คำตอบ หรือไม่ใช่ที่สุดของชีวิตแต่อย่างใด ? สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ คุณอยู่บนจุดสูงสุด หรือจุดต่ำสุดแล้วมีใครอยู่เคียงข้างคุณในวันนั้นหรือเปล่า ? จะได้แชมป์ จะเป็นที่หนึ่งแต่รอบข้างกายคุณไม่เหลือใคร แบบนั้นจะมีความหมายต่อคุณจริงเหรอ ? ความรัก ความเข้าใจ คุณอย่าไปเสาะแสวงหาจากใหน ถ้าคุณไม่เคยเปิดใจ ไม่เคยพร้อมจะทำความเข้าใจคนอื่นที่แตกต่างจากคุณ !! อยากให้คนอื่นเค้ารัก ก็ต้องหัดรักคนอื่นให้ได้เช่นกัน !! มนุษย์นั้นไม่เคยมีคำว่าสมบูรณ์แบบ แต่ในความไม่สมบูรณ์ระหว่างเราก็สามารถเติมเต็มให้กันและกันได้ และนั่นเองคือวิถีแห่งมนุษย์ ?
โดย: Job (พีอาร์ฯ ) [15 ก.ค. 53 13:16] ( IP A:58.8.236.87 X: )


คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


วิธีการ upload รูปภาพแบบใหม่ วิธีการใส่ copy paste หรือ คัดลอกข้อความ ในแบบใหม่

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน