กฎหมายเพื่องานสอบสวน
[ลูกบ้านSignIn][เจ้าบ้านSignIn]
อย่าเป็นตำรวจเลยถ้า...
ภาพถ่ายเล่าความเป็นมา
ระเบียบคำสั่งการสอบสวน
คดีศาลปกครอง
อาชญากรรมคอมพิวเตอร์
ตำรวจที่ประชาชนต้องการ
ภาษาอังกฤษสำหรับตำรวจ
ชวนไปปีนภูกระดึง
ขั้นตอนการนั่งสมาธิ
มาทำความรู้จักข้าวยำ
ประโยชน์"ชาเขียว"
กลโกงโจรกรรมรถ
ข้อปฏิบัติเมื่อถูกขู่วางระเบิด
ข้อสอบเก่าเนฯ
ฎีกาย่อเรื่องรถชน
เจ้าอาวาส/เจ้าพนักงาน
การจับตามวิอาญา
ลิขสิทธิ์
วิสามัญฆาตกรรม
ค่าชดเชยผู้บริสุทธิ์
ค่าตอบแทนพยาน
พ ร บ คุ้มครองเด็กฯ
ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด
เก็บตกฎีกา
จรรยาบรรณ พงส
พยานฝ่ายผู้ต้องหา
มาตรการต่อรอง
เจตนาฆ่าหรือทำร้าย
ความโลภเป็นเหตุ
ใช้วิทยาการให้มาก
อำนาจสั่งสอบเพิ่มของอัยการ
ตลาดขำขัน
รวมลิงค์น่าสนใจ
เรื่องจริงของชีวิตหนึ่ง
ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ
ย่อวิชาสอบเข้าตำรวจ
ตัวอย่างคดีด้านไอที
เที่ยวไปกับเว็บมาสเตอร์
อาลัยแม่
ใช้บริการเว็บ
หลักการทำพินัยกรรม
สัตว์ใกล้สูญพันธ์
ปั้นให้ลูกชายเป็น นตท
ลงนามสมุดเยี่ยมเว็บนี้
พระสหายแห่งสายบุรี
วิอาญาเตรียมสอบเนฯ
วิธีติดตามรถหายที่รวดเร็ว
ข้อสอบวิชาสอบสวน
พนักงานสอบสวนคือใคร
หนังสือวิชาสืบสวนสอบสวน
การสอบสวนที่ชอบ
ระวังถูกหลอกโอนเงิน
พ ร บ ตำรวจฉับเตรียมสอบ
แนวข้อสอบ พ ร บ ตำรวจฯ
กฎ ก ตร สืบสวนข้อเท็จจริง
อธิบายวิแพ่งเรียงมาตรา
อธิบายพระธรรมนูญศาล
อธิบายล้มละลาย
จับ ค้น สอบสวนที่ชอบ
ข้อสอบอัยการ,ผู้พิพากษา
มาตราสำคัญสอบเนฯ
เรื่องเฮฮา
สนทนากับเว็บมาสเตอร์
บิดากฎหมายไทย
AEC
คำพิพากษากรณีชุมนุมประท้วง
เสรีภาพของการชุมนุมฯ
อ่านสักนิดพิชิตยาเสพติด
ป อาญา
ป วิอาญา
วิธีพิจารณาคดียาเสพติด
พ ร บ จราจรทางบก
เนฯสมัย64
ข้อมูลเนฯ
กฎหมายเยียวยา
ย่อเตรียมสอบวิชาพยาน

ติดต่อเจ้าบ้าน

สมัครสมาชิก
[301498]



   การสอบสวนที่ชอบด้วย ป.วิอาญา ศาลจึงจะรับฟังลงโทษจำเลยได้

การปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวน สิ่งที่จะต้องยึดถือโดยเคร่งครัดนอกจากตามระเบียบว่าด้วยการสอบสวนของ ตร.แล้วสิ่งสำคัญที่สุด คือ ป.วิ อาญา คือ พงส.ต้องปฏิบัติโดยชอบตาม ป.วิอาญา เพราะหากปฏิบัิติไม่ชอบบางครั้งทำให้คดีอาญาเสียไป เป็นเหตุให้การฟ้องคดีอัยการไม่ชอบไปด้วย ศาลต้องยกฟ้อง นั่นคือสิ่งที่ พงส.ทุกนายต้องตระหนัก ผมได้สรุปการรวบรวมพยานหลักฐานที่ศาลรับฟังได้ รับฟังไม่ได้บางส่วน หรือทำให้สำนวนการสอบสวนเสียไปทั้งหมด เพื่อง่ายต่อความเข้าใจแยกเป็นข้อๆและมีตัวอย่างคำถามจากข้อสอบระดับเนติบัณฑิต และข้อสอบเป็นพนักงานอัยการผู้ช่วยประกอบด้วยแล้ว หวังว่าข้อเขียนนี้เป็นประโยชนืกับ พงส.รุ่นน้องๆพอสมควรนำครับ

การรับฟังพยานหลักฐานในคดีอาญา ต้องได้มาโดยชอบ
เขียนโดย
พ.ต.อ.สมศักดิ์ ณ โมรา
ผกก.ฝอ.๓ บก.อก.ภ.๙
...................................................................
๑.ตาม ป.วิ อาญา ม.๘๔ วรรค ๔ ถ้อยคำใดๆที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในชั้นจับกุม หรือรับมอบตัวที่เป็นคำรับสารภาพว่าตนได้กระทำความผิด ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน แต่ถ้อยคำอื่นรับฟังได้
๒.ม.๒๒๖ คำให้การจากการจูงใจให้คำมั่นสัญญาฯ รับฟังไม่ได้ แต่คดีไม่เสีย ยกเว้นเรื่องยาเสพติดกรณีให้การเป็นประโยชน์นำไปสู่ผู้อยู่เบื้องหลัง แม้เป็นการให้การเชิงจูงใจ รับฟังได้เพราะเป็นมาตรการทางกฎหมายที่กำหนดไว้
๓.การรับสารภาพที่ใช้วิธีการไม่ชอบ ส่วนอื่นยังรับฟังได้
ตัวอย่างคำถาม. ร.ต.อ.ลุยได้รับรายงานจากสาบสืบว่า นายร้ายมีพฤติการณ์ทำธนบัตรปลอมออกจำหน่าย จึงได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายร้ายโดยไม่มีหมายค้น และได้พบธนบัตรปลอมฉบับละ ๑,๐๐๐ บาทจำนวน ๕ ฉบับ อยู่ในลิ้นชักของโต๊ะทำงานของนายร้าย ร.ต.อ.ลุย ได้บอกให้นายร้ายรับสารภาพมิฉะนั้นจะดำเนินคดีกับภรรยานายร้ายด้วย นายร้ายจึงรับสารภาพว่าตนได้ทำธนบัตรฉบับละ ๑,๐๐๐ บาทปลอมขึ้นจำนวน ๑๐๐ ฉบับ เก็บเป็นตัวอย่างไว้ ๕ ฉบับอีก ๙๕ ฉบับได้นำไปซ่อนไว้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง
ร.ต.อ.ลุยฯกับพวกจึงได้ตามไปค้นที่ห้องเช่าแห่งนั้น ก็ได้พบธนบัตรอีก ๙๕ ฉบับดังกล่าวตามที่นายร้ายบอก จึงยึดธนบัตรปลอมดังกล่าวทั้งหมดเป็นของกลางนำตัวนายร้ายส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีฐานปลอมเงินตรา ในชั้นสอบสวนนายร้ายได้ให้การปฏิเสธความผิดทั้งหมด ต่อมาพนักงานอัยการฟ้องนายร้ายเป็นจำเลยในข้อหาปลอมเงินตรา และนำสืบ ร.ต.อ.ลุย ถึงคำรับสารภาพของนายร้ายในชั้นจับกุมรวมทั้งธนบัตรทั้งส่วนที่ค้นได้ที่บ้านพักนายร้าย และส่วนที่ค้นจากห้องเช่าเป็นวัตถุพยานด้วย
ให้วินิจฉัยว่า ศาลจะรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวได้หรือไม่
ธงคำตอบ ร.ต.อ.ลุยบอกให้นายร้ายให้การรับสารภาพมิฉะนั้นจะดำเนินคดีกับภรรยานายร้ายด้วย คำรับสารภาพของนายร้ายในชั้นจับกุมจึงเกิดจากการขู่เข็ญของ ร.ต.อ.ลุย ไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ตาม ป.วิ อาญา ม.๒๒๖ นอกจากนั้นใน ม.๘๔ วรรค ๔ ก็ได้บัญญัติห้ามรับฟังคำรับสารภาพของผู้ถูกจับเป็นพยานหลักฐาน ธนบัตรปลอม ๕ ฉบับที่ค้นได้จากบ้านพักของนายร้าย และธนบัตรปลอมอีก ๙๕ ฉบับที่ตรวจค้นได้จากห้องเช่าตามคำรับสารภาพของนายร้ายนั้นเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นและมีอยู่ก่อนแล้ว แม้จะได้มาจากการค้นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือโดยอาศัยข้อมูลจากคำรับสารภาพของนายร้าย แต่เป็นพยานหลักฐานที่แยกต่างหากจากการค้นหรือการให้ถ้อยคำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้ ทั้งไม่มีบทบัญญัติห้ามมิให้รับฟัง เมื่อมิได้เป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยมิชอบด้วยประการอื่นตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ อาญา ม.๒๒๖ ศาลย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานประกอบกับพยานแวดล้อมอื่นเพื่อพิสูจน์ความผิดของนายร้ายจำเลยได้
๔.การจับ การค้น หรือการควบคุมที่ไม่ชอบแต่คุณค่าในการพิสูจน์ความจริงของพยานก็มิได้ลดลงที่ศาลจะไม่รับฟัง
๕.พยานหลักฐานที่ได้มาจากการล่อซื้อในบางเรื่องเช่น ล่อซื้อยาเสพติดให้โทษ ล่อซื้อในคดีการพนันโอกาสที่จะจับกุมผู้กระทำผิดมีน้อยมาก และมักไม่ได้ของกลาง หากไม่ใช้วิธีการล่อซื้อ วิธีการดังกล่าวศาลรับฟังลงโทษได้
ตัวอย่างคำถาม เจ้าพนักงานตำรวจสืบทราบมาว่าจำเลยขายสลากกินรวบ จึงวางแผนให้ สิบตำรวจตรีดำปลอมตัวเป็นชาวบ้านเข้าไปขอซื้อสลากกินรวบจากจำเลยที่บ้านของจำเลย จำเลยรับเงินและบันทึกตัวเลขและจำนวนเงินที่สิบตำรวจตรีดำซื้อลง ในเศษกระดาษ สิบตำรวจตรีดำเดินออกมาส่งสัญญาณให้เจ้าพนักงานตำรวจเข้า จับกุมและตรวจค้น ผลการตรวจค้นบ้านจำเลยคงพบแต่เครื่องโทรสารและสำเนา โทรสารที่ บันทึกตัวเลขและจำนวนเงินในลักษณะโพยสลากกินรวบของงวดสลาก กินแบ่งรัฐบาลประจำต้นเดือนที่จะถึง จึงยึดไว้เป็น ของกลาง ในชั้นพิจารณาของ ศาล จำเลยต่อสู้ว่า(ก) คำเบิกความของสิบตำรวจตรีดำที่ว่าได้ซื้อสลากกินรวบจากจำเลย เป็นพยาน ที่เกิดขึ้นโดยมิชอบ เนื่องจากเกิดจากการล่อให้จำเลยกระทำความผิด จึงเป็น พยานหลักฐานที่ต้อง ห้ามมิให้รับฟัง (ข) กรณีจะเป็นอย่างไรก็ตาม คำเบิกความของสิบตำรวจตรีดำมีน้ำหนักน้อยเพราะผลการตรวจค้นจำเลยไม่พบธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อและไม่พบเศษกระดาษที่จำเลยบันทึกตัวเลขที่สิบตำรวจตรีดำสั่งซื้อ (ค)สำเนาโทรสารซึ่งเป็นโพยสลากกินรวบไม่ใช่เอกสารต้นฉบับจึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้
ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าข้อต่อสู้ของจำเลยฟังขึ้นหรือไม่ เพียงใด
ธงคำตอบ
(ก) การที่สิบตำรวจตรีดำปลอมตัวเป็นชาวบ้านเข้าไปล่อซื้อสลากกินรวบจากจำเลยเป็น เพียงวิธีการแสวงหาพยานหลักฐาน สิบตำรวจตรีดำไม่ได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดโดยไม่ชอบเพื่อให้จำเลยกระทำผิดกฎหมาย การที่จำเลย ขายสลากกินรวบให้แก่สิบตำรวจตรีดำ เป็นเจตนาที่จำเลยมีอยู่เดิม มิใช่เรื่องจำเลยเพิ่งคิดขาย สลากกินรวบเป็นครั้งแรก ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ว่าคำเบิกความ ของสิบตำรวจตรีดำที่ว่าได้ซื้อสลากกินรวบจากจำเลยเป็นพยานที่เกิดขึ้นโดยมิชอบเนื่องจากเกิดจากการล่อให้จำเลยกระทำความผิดเป็นพยานหลักฐานที่ต้อง ห้ามมิให้รับฟัง จึงฟังไม่ขึ้น
(ข) คำเบิกความของสิบตำรวจตรีดำที่ว่าได้ซื้อสลากกินรวบจากจำเลย โดยจำเลย รับเงินและบันทึกตัวเลขและจำนวนเงินที่สิบตำรวจตรีดำซื้อลงในกระดาษ แต่ผลการตรวจค้นไม่พบธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อและเศษกระดาษดังกล่าว ย่อมมีผลทำให้ พยานปากนี้มีน้ำหนักน้อยลงเพราะการตรวจค้นกระทำขึ้นในทันทีหลังจากการล่อซื้อเสร็จลง เมื่อของกลางที่ยึดได้ไม่สัมพันธ์สอดคล้องกับคำเบิกความของพยาน ย่อมทำให้คำพยานบุคคลปากนี้มีน้ำหนักน้อยลงได้ ข้อต่อสู้ของจำเลยตามข้อ (ข) ฟังขึ้น
(ค) สำเนาโทรสารที่บันทึกโพยสลากกินรวบ มีลักษณะเป็นวัตถุที่ใช้ในการกระทำ ผิดที่โจทก์นำสืบเป็นพยานวัตถุเกี่ยวแก่การเล่นการพนัน คือเป็นสิ่งที่บันทึกตัวเลข และจำนวนเงินของสลากกินรวบ ไม่เป็นพยานเอกสารเพราะไม่ได้มุ่งพิสูจน์ถึง ข้อความที่บันทึกไว้ในเอกสาร จึงไม่อยู่ในเกณฑ์เรื่องต้นฉบับเอกสารเท่านั้นที่ อ้างเป็นพยานได้ตาม ป.วิ.อาญา ม.๒๓๘ ข้อต่อสู้ของจำเลยตามข้อ (ค) ที่ว่าสำเนา โทรสารซึ่งเป็นโพยสลากกินรวบไม่ใช่เอกสารต้นฉบับ รับฟังเป็นพยานหลักฐาน ไม่ได้ จึงฟังไม่ขึ้น (เทียบ ฎ.๒๕๗๒/๒๕๔๐)
๖.การล่อให้กระทำผิด กรณีผู้ต้องหาไม่มีเจตนากระทำผิดมาแต่ต้น แต่ผู้จับล่อให้กระทำผิดหรือชักจูงให้กระทำผิดเพื่อจับกุม ศาลจะไม่รับฟังลงโทษ เช่นคดีเกี่ยวกับละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟแวร์
๗.พยานหลักฐานที่พนักงานอัยการนำสืบโดยไม่ผ่านการสอบสวนมาก่อน ก็ยังเป็นพยานหลักฐานที่รับฟังได้ เพราะอัยการผู้เป็นโจทก์มีสิทธิเต็มที่ในการแสดงพยานหลักฐานต่อศาล และไม่มีกฎหมายบังคับว่าเอกสารที่จะนำสืบชั้นศาลจะต้องอยู่ในสำนวนการสอบสวนของ พงส.เท่านั้นจึงจะรับฟังได้
๘.การที่ พงส.ไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ อาญา ม.๑๓๓ ทวิการสอบสวนปากคำผู้เสียหายหรือพยานดังกล่าวไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ แต่การสอบสวนในคดีนั้นไม่เสียทั้งหมด
๙.การที่ พงส.ไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ อาญา ม.๑๓๓ ตรีการชี้ตัวดังกล่าวไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ แต่การสอบสวนในคดีนั้นไม่เสียทั้งหมด
๑๐.การสอบสวนปากคำผู้ต้องหา ไม่ชอบตาม ป.วิ อาญา ม.๑๓๔/๔ คือการไม่แจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดผู้ต้องหาไม่ได้เท่านั้น ไม่ทำให้สำนวนการสอบสวนคดีนั้นเสียไป ซึ่งระบุไว้ชัดเจนในวรรค สามของ ม.๑๓๔/๔
๑๑.การไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ อาญา ม.๑๓๔/๑ วรรค ๑ และ วรรค ๒ ในเรื่องการจัดหาทนายความ ก่อนถามคำให้การ ในชั้นสอบสวน ย่อมทำให้การแจ้งข้อกล่าวหาและการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาเสียไปเสมือนหนึ่งยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ทำให้สำนวนการสอบสวนคดีนั้นเสียไปเป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบ การฟ้องคดีของอัยการก็ไม่ชอบตามไปด้วย ศาลต้องยกฟ้อง
๑๒.การไม่ปฏิบัติตามม.๑๓๔ วรรค ๑,๒,๔ เป็นการแจ้งข้อหาไม่ชอบทำให้พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง
ตัวอย่างคำถาม นายศักดิ์ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่นายสัมพันธ์ ในความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถาน ระหว่างการสอบสวน นายสัมพันธ์ทราบว่าตนถูกกล่าวหา จึงเข้าหา พงส.เพื่อให้ปากคำ พงส.ได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานและสอบคำให้การของนายสัมพันธ์ไว้ในฐานะผู้ต้องหาโดยปรากฏว่า
(ก) พงส.ไม่ได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดก่อนแจ้งข้อหาให้ทราบ กรณีหนึ่ง
(ข) ก่อนถามคำให้การ พงส.ไม่ได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่าผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้การนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ และผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำได้ อีกกรณีหนึ่ง ให้วินิจฉัยว่า การที่ พงส.ไม่ดำเนินการตาม (ก) และ (ข) ในแต่ละกรณี การสอบสวนจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และพนักงานอัยการจะมีอำนาจฟ้องหรือไม่
ธงคำตอบ
(ก) ตาม ป.วิ อาญา มาตรา ๑๓๔ วรรคหนึ่ง เมื่อ พงส.ถามชื่อ ชื่อสกุล สัญชาติ บิดา มารดา อายุ อาชีพ ที่อยู่ที่เกิดของผู้ต้องหาแล้ว ให้ พงส.แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดแล้วจึงแจ้งข้อหาให้ทราบ ซึ่งเจตนารมณ์ของบทบัญญัติดังกล่าวก็เพื่อให้ผู้ต้องหาเข้าใจข้อหาที่ถูกกล่าวหาได้ดี จนสามารถแก้ข้อกล่าวหาได้ซึ่งสอดคล้องกับการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาตามมาตรา ๑๓๔ วรรคสี่ ซึ่งบัญญัติว่า ”พนักงานสอบสวนต้องให้โอกาสผู้ต้องหาที่จะแก้ข้อหาและที่จะแสดงข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่ตนได้” ดังนั้น การแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้นๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะทำให้ผู้ต้องหาเข้าใจข้อกล่าวหาได้ดีแล้วจึงแจ้งข้อหาให้ผู้ต้องหาทราบ จึงเป็นบทบังคับของกฎหมายให้ พงส.ต้องปฏิบัติเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา การที่ พงส.ไม่ได้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาให้นายสัมพันธ์ทราบก่อนแจ้งข้อหาให้ทราบตามมาตรา ๑๓๔ วรรคหนึ่ง จึงเป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้องตามมาตรา ๑๒๐
(ข) ตามมาตรา ๑๓๔/๔ วรรคหนึ่ง ก่อนถามคำให้การผู้ต้องหา ให้ พงส.แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่า (๑) ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ถ้าผู้ต้องหาให้การ ถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้การนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ (๒) ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้ การที่ พงส.ไม่ได้แจ้งสิทธิตามมาตรา ๑๓๔/๔ วรรคหนึ่ง นั้น มาตรา ๑๓๔/๔ วรรคท้าย ถือเป็นเพียงเหตุให้คำให้การของผู้ต้องหาจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหาไม่ได้เท่านั้น หาทำให้การสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมดไม่ ดังนั้น พนักงานอัยการจึงมีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ อาญา ม. ๑๒๐
ตัวอย่างคำถามอื่นๆ
๑.ตัวอย่างคำถาม วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๔๔ นางชอบซึ่งมีอายุ ๑๗ ปีบริบูรณ์และสมรสแล้ว ถูกกล่าวหาว่าลักทรัพย์ ในวันเดียวกันนั้นนางชอบได้เข้าพบร้อยตำรวจโทชาย พงส. ร้อยตำรวจโทชาย แจ้งข้อหาดังกล่าวให้ทราบและบอกด้วยว่าถ้อยคำที่นางชอบกล่าวนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานยันนางชอบในการพิจารณาได้ และแจ้งว่านางชอบมีสิทธิให้ทนายความเข้าฟังการสอบปากคำได้ จากนั้นได้ทำการสอบปากคำนางชอบโดยมีนักสังคมสงเคราะห์ พนักงานอัยการ และสามีของนางชอบเข้าฟังด้วย นางชอบให้การรับสารภาพและยอมรับว่าการสอบปากคำชอบด้วยกฎหมาย ร้อยตำรวจโทชาย สอบสวนพยานหลักฐานอื่นแล้วส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการจนมีการฟ้องนางชอบเป็นจำเลยต่อศาล ในชั้นพิจารณาของศาลนางชอบ ยกข้อต่อสู้ว่า การสอบสวนไม่ชอบเพราะไม่จัดหาทนายความให้ พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ดังนี้ ให้วินิจฉัยว่าข้อต่อสู้ของนางชอบฟังขึ้นหรือไม่ เพียงใด
ธงคำตอบ แม้นางชอบจะบรรลุนิติภาวะแล้วโดยการสมรสตาม ป.พ.พ. ม. ๒๐ ก็ตาม แต่หลักการตาม ป.วิ อาญา ม. ๑๓๔/๑ วรรคแรก ที่กำหนดให้ พงส.ต้องจัดหาทนายความให้แก่ผู้ต้องหาที่มีอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ซึ่งไม่มีทนายความก่อนเริ่มถามคำให้การนั้น กฎหมายกำหนดให้ พงส.ต้องปฏิบัติในคดีที่ผู้ต้องหามีอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ในวันที่ พงส.แจ้งข้อหาโดยไม่คำนึงว่าผู้ต้องหาจะบรรลุนิติภาวะโดยการสมรสแล้วหรือไม่ เมื่อปรากฏว่านางชอบมีอายุเพียง ๑๗ ปี และ พงส.เพียงแต่แจ้งว่านางชอบมีสิทธิให้ทนายความเข้าฟังการสอบปากคำเท่านั้น หาได้จัดหาทนายความให้ด้วยไม่ การสอบปากคำนางชอบผู้ต้องหาของ พงส.จึงกระทำไปโดยไม่ชอบด้วย ป.วิ อาญา ม. ๑๓๔/๑ วรรคแรก ดังกล่าวข้างต้น แม้นางชอบจะยอมรับว่าการสอบปากคำชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีนัยเป็นการสละสิทธิที่จะมีทนายความตาม ม. ๑๓๔ /๑ ก็ตาม เพราะสิทธิของผู้ต้องหาตาม ม. ๑๓๔ /๑ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ต้องหาไม่อาจสละได้ การสอบปากคำผู้ต้องหาที่กระทำโดยไม่ชอบด้วย ม. ๑๓๔ /๑ เช่นนี้ มีผลทำให้การสอบสวนของ พงส.เสียไปทั้งหมด พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ อาญา ม. ๑๒๐ ข้อต่อสู้ของนางชอบฟังขึ้น
๒.ตัวอย่างคำถาม นายหนึ่งอายุ ๑๗ ปีบริบูรณ์ในขณะที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาเรื่องหนึ่ง ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไป พันตำรวจโทสมศักดิ์ พนักงานสอบสวนคดีนี้ได้สอบสวนนายหนึ่งผู้ต้องหาโดยมิได้จัดให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอและพนักงานอัยการเข้าร่วมในการสอบสวนปากคำนายหนึ่งผู้ต้องหาด้วย ต่อมาปรากฏว่าขณะยื่นฟ้องนายหนึ่งเป็นจำเลยต่อศาล นายหนึ่งมีอายุเกิน ๑๘ ปีแล้ว ให้วินิจฉัยว่า การสอบสวนคดีนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และพนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่
ธงคำตอบ การสอบสวนในคดีที่ผู้ต้องหามีอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ในวันที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหานั้น ป.วิ อาญา ม.๑๓๔ /๒ บัญญัติให้นำบทบัญญัติใน ม. ๑๓๓ ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลม และแม้ต่อมาปรากฏว่าขณะยื่นฟ้องนายหนึ่งเป็นจำเลยต่อศาล นายหนึ่งจะมีอายุเกิน ๑๘ ปี แล้วก็ตาม แต่การสอบสวนปากคำนายหนึ่งก็ยังคงต้องอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา ๑๓๔ /๒ ประกอบมาตรา ๑๓๓ ทวิ ดังกล่าวข้างต้น กล่าวคือ พงส.ต้องแยกกระทำเป็นส่วนสัดในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็ก และให้มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอ และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการสอบสวนนั้นด้วย อันเป็นบทบังคับเด็ดขาดให้ต้องมีบุคคลดังกล่าวเข้าร่วมในการนี้ด้วย เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งซึ่งมีเหตุอันควรไม่อาจรอบุคคลดังกล่าวพร้อมกันได้ เมื่อไม่ปรากฏกรณีจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งที่มีเหตุอันควรไม่อาจรอได้ การสอบสวนคดีนี้จึงขัดต่อ ม.๑๓๔ /๒ ประกอบด้วยมาตรา ๑๓๓ ทวิ ถือว่ามิได้มีการสอบสวนในความผิดนั้นมาก่อน พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้องนายหนึ่งเป็นจำเลยต่อศาลตาม ป.วิ อาญา ม.๑๒๐ (แนวคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๒๕๒/๒๕๔๕)

...............................................................