โรงพยาบาลลูกไม้สัตวแพทย์
[ลูกบ้านSignIn][เจ้าบ้านSignIn]
ลูกไม้กรุ๊ป
ทั่วไปเรื่องอะไรก็ได้
บทความ ความคิดเห็นนายนพดล
คลินิกหมาแมว
คลินิกสัตว์แปลก Exotic Pet
ลานชีวิตปรัชญา-ธรรมะ
บันทึกช่วยจำธรรมะ
วัดป่าบ้านนาดี หลวงปู่บุญมี
งานบุญการกุศล
หางาน-รับสมัครงาน
สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์
ผู้บริหารลูกไม้กรุ๊ป
แผนกพยาบาลสัตว์
เวบบอร์ดทั่วไป
รถเข็นสำหรับสุนัขพิการ
เวบทางสัตวแพทย์
ระเบียบว่าด้วยการรับนักศึกษาเข้าฝึกงาน
ระเบียบการปฏิบัติงาน
แนวทางการปฏิบัติงานของพนักงานโรงพยาบาล
เวบธุรกิจ-กฏหมาย
ผ้าซิ่นตีนแดง เมืองพุทไธสง
การระบาดโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทย
การนำสุนัขแมวเข้าออกประเทศ
หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลสัตว์
บันทึกส่วนตัว
โครงการก่อสร้างพระอุโบสถวัดโพนทอง
ประชาสัมพันธ์-ฝากข่าว
เสวนาสัตวแพทย์
ร่วมสร้างพระประธาน
บริการต่างๆ
ร่วมสร้างประวัติศาสตร์สร้างพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในอุดร
ร่างสัญญาจ้างงานโรงพยาบาลสัตว์อุดรแอร์พอร์ท
กฏระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง
ลงเวลาทำงานพนักงาน
ประกาศ
วิสัยทัศน์

ติดต่อเจ้าบ้าน
[2377869]



   คูเมืองเก่าแต่โบราณ นมัสการพระเจ้าใหญ่ สุดสวยผ้าไหมไทย แลวิไลบึงสระบัว

http://phasintindang.igetweb.com/index.php?mo=3

ผ้าซิ่นตีนแดง
http://phasintindang.igetweb.com/index.php

ประวัติผ้าซิ่นตีนแดง

“ ซิ่นหัวแดงตีนแดง ” หรือ “ ซิ่นตีนแดง ” หรือ “ ซิ่นหมี่รวด ” ผลิตขึ้นครั้งแรกโดยช่างฝีมือทอผ้าในคุ้มของพระยาเสนาสงคราม ( เจ้าเมืองคนแรกของอำเภอพุทไธสง ) แถวบ้านหนองหัวแฮดและในบ้านโนนหมากเฟือง ( บ้านศรีษะแรตและบ้านมะเฟืองในปัจจุบัน ) เมืองพุทไธสง เมื่อประมาณ ๒๐๐ ปีมาแล้ว เป็นผ้าซิ่นที่กลุ่มคนเชื้อสายลาวเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นขึ้น ผ้าซิ่นตีนแดงจึงเป็นผ้าซิ่นลาว ( เคยมีการสันนิฐานว่าเป็นผ้าซิ่นเขมร ) จากหลักฐานตำนานพระเจ้าใหญ่และการก่อตั้งหมู่บ้านศีรษะแรต ว่า “ ...ในสมัยก่อน ท้าวศรีปาก ( นา ) ท้าวเหลือสะท้าน ท้าวไกรสร เสนาบดีเมืองสุวรรณภูมิ ( ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดมหาสารคาม ) ซึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายลาว พร้อมด้วยบริวาร ชอบเข้ามาล่าสัตว์ในเขตลุ่มน้ำลำพงชู ตลอดไปจนถึงลุ่มน้ำชี ( ในเขตจังหวัดชัยภูมิ ) กล่าวกันว่าการล่าแรดเพื่อนำนอมาทำยานั้น ถ้าพบแรดในเขตพุทไธสงจะไล่ล่าได้ในเขตชัยภูมิ และถ้าพบในเขตชัยภูมิจะไล่ล่าได้ในเขตพุทไธสง ครั้งหนึ่งทั้งสามได้ยิงได้นกขนาดใหญ่สวยงามมากตัวหนึ่งที่บริเวณบึงสระบัว เรียกกันว่า “ นกหงส์ ” นกตัวนั้นบินมาตกบริเวณป่ารกด้านทิศตะวันออก จึงออกตามหานกตัวนั้นในป่าดังกล่าว แต่กลับพบพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ไม่เคยพบที่ใดมาก่อน ด้วยความดีใจจึงเลิกค้นหานกและพากันสำรวจบริเวณรอบ ๆ องค์พระ พบเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมด้านหลังพระพุทธรูป พบหนองน้ำขนาดย่อมด้านหน้าองค์พระ มีหัวแรดตายมานานแล้วอยู่ในหนองน้ำนั้น มีต้นตาลเรียงรายอยู่รอบ ๆ ทั้งสี่ทิศ มีเถาวัลย์คลุมรุงรัง ไม่มีหมู่บ้านคนในบริเวณนั้น จึงกลับไปบ้านเกิดและชักชวนญาติพี่น้องมาตั้งรกรากที่นี้ แล้วตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “ หนองหัวแฮด” ตามหัวแรดที่พบ โดยมีท้าวศรีปาก ( นา ) เป็นเจ้าเมือง เรียกว่า “ อุปฮาดราชวงศ์ ” และได้ช่วยกันบูรณปฏิสังขรณ์บริเวณที่ได้พบพระพุทธรูปอยู่เป็นวัด ชื่อว่า “ วัดหงส์ ” ตามชื่อนกที่ยิงแล้วมาตกบริเวณนั้น...พระเจ้าใหญ่ สันนิฐานว่าสร้างพร้อมกับเมืองพุทไธสง คือ ประมาณ พ.ศ. ๒๒๐๐ ช่างที่สร้างพระเจ้าใหญ่อาจเป็นช่างสกุลลาว เพราะพระพุทธรูปหลายองค์ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชอัญเชิญมามีพระเกศเหมือนพระเจ้าใหญ่ เช่น ที่วัดสระปทุม พระเกศลักษณะนี้มีเฉพาะในภาคอีสานและประเทศลาวเท่านั้น...” จึงน่าจะเชื่อได้ว่าผ้าซิ่นตีนแดงนั้นเป็นผ้าซิ่นของกลุ่มชนลาวไม่ใช่เขมร ต่อมาได้แพร่ขยายการทอผ้าซิ่นตีนแดงจากบ้านศีรษะแรตและบ้านมะฟืองไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง คือ บ้านจาน บ้านแวง และบ้านนาโพธิ์ ( ปัจจุบันเป็นอำเภอนาโพธิ์ แยกออกจากอำเภอพุทไธสงเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑ ) ซิ่นตีนแดง หรือ ซิ่นหมี่รวด เป็นผ้าเอกลักษณ์ท้องถิ่นของชาวอำเภอพุทไธสง และอำเภอนาโพธิ์ ไม่มีในท้องถิ่นอื่น

ซิ่นตีนแดงเป็นผ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทอด้วยไหมทั้งผืนหัวซิ่นและตีนซิ่นของผ้าจะเป็นสีแดงสด ตอนกลางของผ้าจะเป็นลายมัดหมี่ เรียกว่าหมี่ขอ จะเป็นสีดำ สีน้ำตาลเหลือบทองจะทอเป็นผืนเดียวกัน ไม่ใช้การตัดต่อระหว่างตัวซิ่น หัวซิ่นและตีนซิ่น สมัยโบราณจะทอให้เด็กและวัยรุ่นนุ่งเพราะเป็นผ้าที่มีสีสดใสมาก โดยใช้ฟืมซาว ( ฟืม ๒๐ ) จะเป็นผืนเล็กๆ เหมาะสำหรับเด็ก ต่อมาได้ปรับปรุงการทอให้เป็นผ้าผืนใหญ่ กว้างและยาวขึ้น จึงใช้ฟืม ๔๐ ในการทอ

การทำซิ่นตีนแดงมีความยุ่งยากกว่ามัดหมี่ชนิดอื่น จึงไม่ค่อยนิยมทำกันและเกือบจะสูญหายไป แต่ได้มีการนำซิ่นชนิดนี้ไปแสดงในงานนิทรรศการสมบัติอีสานใต้ ครั้งที่ ๒ และทางมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ได้ใช้ซิ่นชนิดนี้สำหรับนักแสดงนาฏศิลป์ เพื่อประชาสัมพันธ์ ทั้งในจังหวัด ต่างจังหวัด และต่างประเทศ เช่นชุดการแสดง ระบำเทพอัปสรา และได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับผ้าซิ่นตีนแดงลงในหนังสือหลายเล่ม เช่น อนุสรณ์ ๒๐๐ ปีเมืองพุทไธสง, สมบัติอีสานใต้ ๖, หนังสือพิมพ์สื่อสารธุรกิจ และหนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ และภูมิปัญญาไทยจังหวัดบุรีรัมย์ นอกจากนั้นมีการร่วมรณรงค์ให้หันมาผลิตและใช้แต่งกายในงานประเพณีสำคัญ เช่น บุญบั้งไฟ งานสงกรานต์ ลอยกระทงและกิจกรรมต่างๆ ของนักเรียนซิ่นตีนแดงจึงกลับเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมของบุคคลทั่วไป กลายเป็นสิ่งจำเป็นแก่ชาวพุทไธสงและนาโพธิ์ ทุกครัวเรือนจะต้องมีไว้ประจำบ้าน จึงทำให้ซิ่นตีนแดงกลับมาเป็นที่นิยมและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างงดงาม และในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ผ้าซิ่นตีนแดงได้กลายเป็นผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัดบุรีรัมย์