home-of-gsdlovers.pantown.com : บ้านคนรักเยอรมันเชพเพอด

เปิดบ้านทักทาย
กระดานข่าวชาวเชพเพอด
จัดการกับหมา หัวโจก
เชพเพอด กับเกษตรธรรมชาติ
กระเทาะเปลือกเยอรมันเชพเพอด
มาฝึกหมาเอง กันเถอะ
ตำนาน ริน ติน ติน ฉบับสมบูรณ์
จดหมายจากแม่
สุนัขสงคราม
ลัดเลาะรอบสนามประกวด
คลังกระทู้เก่า




[12608]



   จดหมายจากแม่

นิค ลูกรัก

หลายครั้ง หลายหน ที่ได้ยินคนพูดว่า "เลี้ยงหมาแล้ว อย่าเอานิสัยหมา มาใช้ ( ซิวะ! )" แม่จะรู้สึกเจ็บแทนหมาๆ ทั้งหลายทุกครั้งไป คิดอยู่ในใจคนเดียวว่า ถ้าใครเคยเลี้ยงหมาด้วยใจรัก โดยเฉพาะพันธุ์เยอรมันเช็พเพอด คงจะไม่พูดอย่างนั้นแน่นอน ต้องเปลี่ยนเป็นพูดว่า " เลี้ยงหมาแล้ว รู้จักเอานิสัยหมามาใช้บ้าง ( ซิวะ ! )"

ช่วงเวลาสั้นๆ แค่ 2 ปี 3 เดือน ที่นิคมาอยู่กับแม่ ( ตอนนั้นนิคคงจะอายุประมาณ 5 ขวบ ) นิคได้แสดงให้เห็นถึงความรัก ความเอาใจใส่ ความผูกพันต่อแม่ , และคนรอบข้างนิคทุกคน อย่างบริสุทธิ์ และ จริงใจ ตามแบบฉบับของหมา อย่างที่เราไม่อาจหาได้ง่ายนัก จาก คน ด้วยกันเอง นิคไม่เคยสร้างความเดือนร้อน รำคาญให้ใครเลยทุกคนรักใคร่ เอ็นดู และมีความสุขไปด้วยกับความร่าเริง ขี้เล่น อารมณ์ดีของนิค

จนกระทั่งวันนี้…..เป็นวันที่แม่เสียใจที่สุดในชีวิต…ที่แม่ไม่ได้เอาใจใส่ดูแลนิคให้มาก เท่าที่นิคคอยเอาใจใส่ดูแลแม่.... เห็นนิค หายใจแรง เป็นครั้งคราวอยู่หลายวัน ก็คิดว่าคงเป็นเพราะอากาศร้อนอบอ้าว ไม่เฉลียวใจเลยว่า นิคจะมีอาการของโรคเก่า ( พยาธิหนอนหัวใจ )

ดูเผินๆ เห็นว่า นิคแข็งแรงมากอ้วนท้วนสมบูรณ์ขนเป็นมัน ตาเป็นประกาย อารมณ์ดี ร่าเริง ขี้เล่น นอนหลับ เป็นปกติ แม้คืนก่อนนี้ นิคทำท่ากระสับกระส่าย นิดหน่อยและไอแค้กๆ ให้แม่ดูอยู่ 2-3 ครั้ง แต่แม่ก็ยังไม่เข้าใจ ว่า นิคอยากจะบอกแม่ว่า นิคไม่สบายนะ

แต่สำหรับตัวเอง นิคจะคอยเอาใจใส่ดูแล, สนใจว่าแม่จะไปไหน, ทำอะไร, เวลาสั่งอะไร นิคพยายามสนใจที่จะทำความเข้าใจ และทำตามสั่ง เพื่อเอาใจแม่เสมอมา

คืนก่อน..นิคยังคงวิ่งตามคอยอารักขาแม่ไปรอบๆ โรงงานเหมือนที่เคยทำ รุ่งเช้านิคก็ยังร่าเริงเป็นปกติ กินข้าวหมดชาม แล้วเข้าไปทำงานเฝ้าออฟฟิศ ตามหน้าที่

ประมาณบ่ายโมงของวันนี้ นิคเริ่มลงนอนหมอบ ทำท่าไม่อยากเดิน หายใจหอบเหมือนจะเหนื่อยหรือร้อน เอาน้ำให้ก็ไม่กิน เรียกให้เข้าบ้านก็อุตส่าห์ลุกขึ้นเดินโซเซเข้ามาตามที่สั่ง แล้วก็ลงนอนหายใจหอบ คิดว่าอาจจะช๊อคเพราะร้อน แต่จับตัวดูกลับตัวเย็นเฉียบ โดยเฉพาะจมูก ปาก, ลิ้น, หู, และปลายเท้า เหงือกและลิ้นซีดลงอย่างรวดเร็วมาก

นิคมองหน้าแม่ตาแป๋ว เหมือนอยากจะบอกอะไร ถึงตอนนี้ แม่ทำอะไรไม่ถูกเลย พยายามช่วยกันนวดขา, นวดเท้าให้เลือดไหลเวียน เอาถุงน้ำร้อนวางปลายเท้า, ช่วยปั๊มหัวใจ ไม่มีอะไรดีขึ้น ลองล้วงมือเข้าไปในคอเผื่อมีอะไรติดคอ ….. ในคอนิคเย็นเฉียบจนแม่ขนลุก แม่เริ่มร้องไห้และให้อุ้มนิคขึ้นรถจะไปหาหมอ ขับรถออกมาได้สัก 2 กม. นิคก็จากแม่ไปเสียแล้ว ประมาณบ่ายสามโมง

แม่ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล ในหัวมีแต่คำถาม ทำไม ทำไม ทำไม นิิคจึงทิ้งแม่ไปง่ายดายอย่างนี้??? นิคเป็นอะไร ? ใครทำอะไรนิคหรือเปล่า ? โดนยาพิษหรือเปล่า ?............

ด้วยตาที่ฝ้าฟางไปด้วยน้ำตา แม่รีบเปิดหาในหนังสือที่เคยผ่านตา เรื่องเกี่ยวกับโรคต่างๆ ของหมา ( เรื่องที่เวลาปกติไม่เคยสนใจขวนขวายหาอ่าน ) ก็ได้พบข้อความที่ตรงกับอาการของนิคทุกอย่าง

**อาการทรุดหนักเฉียบพลัน อ่อนเพลีย ไม่อยากเคลื่อนไหว ซีด อาการเหล่านี้ เกิดโดยไม่มีการบ่งบอกล่วงหน้า สุนัขจะตายอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง ในรายเช่นนี้ มักเกิดจากการที่ พยาธิหนอนหัวใจ ตัวเต็มวัยจำนวนมาก อุดอยู่ในหลอดเลือดหัวใจ**

แม่เจ็บปวดเหลือเกินนิคเอ๋ย……....ทำไม…...แม่จึงไม่ได้เอาใจใส่ดูแลนิคเท่าที่นิคดูแลเอาใจใส่แม่และคนรอบข้างทุกคน ทำไม…….ทั้งๆ ที่รู้ว่านิคเคยเป็นโรคนี้มาก่อน แม่กลับไม่สนใจขวนขวายหาความรู้ในเรื่องโรคนี้ให้ละเอียด, ทำไมจึงไม่ได้ตรวจเลือด และให้ยาป้องกันเป็นประจำตามที่ควรจะทำ

กลับคิดเอาเองแบบโง่ ๆ และง่าย ๆ ว่า หมาของแม่ทุกตัว นอนในบ้านมีมุ้งลวด หรือไม่ก็อยู่ห้องแอร์ทั้งวัน จึงไม่น่ามีปัญหาเรื่องพยาธิหนอนหัวใจ ( ซึ่งมียุงเป็นพาหะ )

แม่ได้แต่ใช้งานนิคสารพัด กลางวันเฝ้าออฟฟิศ คอยจับตาดูคนที่เข้ามาติดต่องาน ใครที่ท่าทางผิดสังเกต เช่น แต่งตัวรุงรัง หรือทำไม้ทำมือออกท่าทางมาก นิคจะเข้าประกบทันที และคุมเชิงอยู่จนกว่าจะเสร็จธุระ ตอนกลางคืน นิคจะคอยวิ่งตามอารักขาแม่ไปรอบๆ โรงงานทุกคืน, แล้วจะกลับมาเข้าที่นอน ตรงประตูทางเข้าบ้าน เพื่อเฝ้าระวังภัยให้คนในบ้าน เช้าๆ เย็นๆ ใครจะออกไปเดินเล่นข้างนอก ก็มักจะมาชวนนิคไปเป็นเพื่อน นอกจากนี้นิคยังต้องรับผสมพันธุ์ และผลิตลูกๆ มาให้แม่ เอาเงินมาช่วยเลี้ยงเพื่อนๆ และน้องๆ ของนิคอีก

ไม่เคยนึกเลยว่า นิคต้องจากแม่ไป เพราะความประมาทของแม่เองแท้ๆ แม่เคยพานิคไปตรวจร่างกาย แต่ก็เป็นการตรวจเลือดตามปกติ และผลก็ไม่พบว่ามีพยาธิ แม่ก็สรุปเอาเองตามประสาโง่ ว่าไม่เป็นโรคนี้แน่ แต่ได้มารู้จากหนังสือ เมื่อสายไปเสียแล้วว่า...

**บางครั้งก็ตรวจไม่พบจากวิธีปกติ ต้องมีวิธีพิเศษโดยเฉพาะในการตรวจหาพยาธินี้**

นิคลูกรัก

แม่ไม่มีวันลืม ครั้งแรกที่แม่ได้พบ นิคเพิ่งมาจากเยอรมันได้สัก 3 - 4 วัน เพื่อมาเป็นตัวสาธิตการฝึกสุนัขอารักขา ในงานสัมมนาการฝึกสุนัขครั้งหนึ่ง ซึ่งเมื่อจบงาน ก็มีคนซื้อ นิค เอาไว้เป็นพ่อพันธุ์ต่อไป

นิคตัวใหญ่ หนา ล่ำบึ้ก ขนคอฟูหนาเหมือนสิงห์โต สีเข้ม,หน้าคม,สวยสง่า ดูน่าเกรงขามมาก แม่ได้รู้ในวันนั้นว่า เยอรมันเช็พเพอดของแท้นั้น คืออย่างไร.......

จากคุณลักษณะของนิคที่สุขุม เยือกเย็น มีสมาธิที่มั่นคง ไม่วอกแวกมีวินัย เชื่อฟังคำสั่ง มีการแสดงออกว่ากล้าหาญในการต่อสู้ แต่ไม่ก้าวร้าว กลับเป็นหมาร่าเริง ขี้เล่นมาก

จากนั้นมาอีกปีกว่า มีเหตุให้แม่ต้องไปรับนิคพร้อมทั้งเพื่อนๆ อีกกว่าสิบตัวมาอยู่ด้วย เมื่อเห็นสภาพของนิคในวันนั้น แม่สะเทือนใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ นิคยืนโซเซอยู่ในกรงผุๆ ผอมโซ ขนหรอมแหรม เห็บตัวเท่าเม็ดข้าวโพด เกาะเป็นกระจุกทั้งตัว รวมทั้งในรูหูทั้ง 2 ข้าง ซึ่งนอกจากเต็มไปด้วยเห็บแล้ว ยังมีหนองไหลเยิ้มเกาะลงมาตามขนคอจนถึงใต้คาง จับจนแข็งแห้งเกรอะกรัง ใบหูข้างขวาขาดหายไปครึ่งหนึ่ง ใบหูซ้ายหงิกงอพับลงมา นัยน์ตาเหม่อลอย มองไปเรื่อย ๆ ไม่มีจุดหมาย เมื่อเรียกชี่อ ก็ไม่มีอาการตื่นตัว ตอบรับ หรือแม้แต่จะมองกลับมา

ภายในกรง เฉอะแฉะไปด้วยเมือกลื่นของอึฉี่ ที่ทับถมอยู่นานจนมองไม่เห็นผิวพื้นกรง ตามเนื้อตามตัว ตลอดจนหางที่เคยเป็นพวงใหญ่สวยนั้น เลอะเทอะไปด้วยคราบอึฉี่ โดยเฉพาะที่พวงหางนั้นแข็งแห้งเกรอะกรังเป็นปึก ราวกับปูนซีเมนต์

ประตูกรงปิดงับไว้เฉยๆ เพราะกลอนผุหักไปแล้ว แต่นิคยังคงอยู่แต่ในกรง ไม่ได้ออกมาวุ่นวาย แม้จะสามารถออกมาได้ จนกระทั่ง เมื่อเจ้าของ เดินไปเปิดประตูและเรียกชื่อ นิคจึงค่อยๆ โซเซเดินออกมาหาเขา

นิคที่น่าสงสาร..ดูเถิดแม้ถูกทอดทิ้ง ให้อยู่อย่างทุกข์ทรมานขนาดไหน นิคก็ยังคงระลึกรู้ได้ว่าเขาคือเจ้าของ และยังคงเคารพเชื่อฟังไม่เปลี่ยนแปลง…….ที่แหละ คือเยอรมันเช็พเพอด

แม่พานิค กับเพื่อนๆ อีกสิบกว่าตัวไปอยู่ต่างจังหวัด เพื่อรักษาอาการป่วยต่างๆ และบำรุงร่างกายให้แข็งแรงขึ้น บางตัวป่วยหนักจนยืนไม่อยู่ เท้าบวมเป่ง และหมดแรง ( ทราบว่าหมาทั้งหมดนั้นไม่ได้กินข้าวมาเกือบ 10 วันแล้ว ในวันที่แม่ไปรับมา)

หลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ แม่ไปรับนิคมาอยู่ด้วยที่กรุงเทพฯ ดูแลด้วยตัวเอง จนนิคแข็งแรง ขนขึ้นเต็ม นัยตาเป็นประกายสดใส และเริ่มร่าเริง ขี้เล่น แต่ก็ยังไม่อ้วนขึ้น และมีการหอบหายใจแรงมาก

แม่จึงพานิคไปตรวจร่างกายโดยละเอียด ปรากฎว่านิคเป็น"พยาธิหนอนหัวใจ" แม่รีบจัดการรักษาจนครบคอร์สและดูแลนิคอย่างใกล้ชิด ให้พักผ่อนมากๆ พยายามไม่ให้เหนื่อย เลือกอาหารที่มีประโยชน์ให้กิน ดูแลให้อยู่ในสายตาแม่ตลอดเวลา เพราะหมอเตือนไว้ว่า ยาที่ฉีดให้ในช่วงไปรักษานิคนั้น เป็นยาฆ่าตัวแก่พยาธิซึ่งเมื่อตัวแก่ตายแล้วจะค่อยๆ ไหลออกมาในกระแสเลือด(หรืออะไรทำนองนั้น)ระหว่างนั้นอาจจะเกิดการอุดตันในเส้นเลือดได้ จึงต้องระวังไม่ให้เขาเหนื่อยมาก จะทำให้เลือดฉีดแรงกว่าปกติ

แม่ดูแล ระแวดระวังนิคอย่างดี จนนิคดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ สวยขึ้นจนเกือบเหมือนเดิม ( นอกจากหูที่ขาดและพับลง ) สภาพอารมณ์และจิตใจ เริ่มกลับสู่สภาพเดิม

นิคมีบุคคลิกมั่นคงสุขุม ไม่เห่า หรือกัดโดยไม่มีเหตุผล ออกนอกกรง นอกบ้านโดยไม่ต้องใช้สายจูง ไม่เคยวอกแวกสนใจโต้ตอบ เมื่อมีหมาอื่นมาเห่ากวนหรือวิ่งเข้าใส่ นิคจะวางเฉย ไม่..แม้แต่หันไปมอง นอกจากจะได้รับคำสั่ง “ นิค…….เอา ! ” จึงจะหันขวับไปหาและเห่าใส่สักครั้ง- 2 ครั้ง

นิคเป็นหมาที่อารมณ์ดีและร่าเริงกระปรี้กระเปร่า ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เห็นใครนั่งเฉยๆ นิคก็จะคาบของเล่นเช่น กิ่งไม้ ลูกบอลล์ มะพร้าวแห้ง ฯลฯ ไปวางตรงหน้าแล้าเห่าเรียกชวนเล่น ที่นิคชอบมากคือปอกมะพร้าวแห้ง เวลาแม่บ้านจะใช้มะพร้าวทำกับข้าวหรือขนม ก็จะชวนนิคเล่นมะพร้าวแห้ง แล้วต้องคอยยืนดู นิคจะปอกมะพร้าวไปพลาง เงยหน้าขึ้นมามองไปพลาง เพื่อรับคำชมว่า “ นิคเก่ง ๆ ”

เมื่อแม่ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด จึงเอานิคและเพื่อนๆ ไปอยู่ด้วย มีที่วิ่งเล่นกว้างขวาง มีบึงน้ำและคลอง ซึ่งนิคชอบมาก ออกจากกรงได้เมื่อไร จะรีบวิ่งแน่บไปลงว่ายน้ำก่อน ขึ้นจากน้ำจึงจะไปวิ่งเล่น ไล่จับผีเสื้อ หรือไม่ก็ไปเที่ยวหากิ่งไม้ หรือท่อนไม้ใหญ่ๆ วิ่งคาบไปรอบๆเป็นที่สนุกสนานมาก นิคเป็นความสุขของแม่ และคนรอบข้างที่สนิทกับนิคทุกคน ที่จะได้เห็นนิคทำอะไรตลกๆ ให้ดูอยู่เสมอ

ตลอดระยะเวลา 2 ปี 3 เดือน ที่อยู่ด้วยกันมา ทุกอย่างในความทรงจำของแม่เกี่ยวกับนิค มีแต่ความสุขและความรู้สึกที่ดีและสวยงาม ซึ่งแม่ไม่อาจบรรยายได้ทั้งหมด

ในวันนี้……….เวลานี้……..เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่แม่กำลังทุกข์หนักเหลือเกิน ตั้งแต่นิคมาอยู่กับแม่ นิคไม่เคยทำให้แม่เป็นทุกข์เลยแม้แต่ครั้งเดียว กระทั่งทุกข์ครั้งนี้ ที่นิคมาจากแม่ไปก็เกิดด้วยเหตุจากความประมาทของแม่เอง ที่ไม่ได้ดูแลนิคให้ดี สมกับที่นิครักแม่, และดูแลแม่อย่างดีตลอดมา

ถ้านิคสามารถหยั่งรู้ไ ด้ ณ วันนี้ ขอให้รับรู้ด้วยว่า แม่เสียใจมากที่สุดสำหรับความผิดพลาดครั้งนี้ ขอให้นิคได้ไปอยู่ ณ ภพชาติที่ประเสริฐ ตามผลแห่งความดี ที่นิคทำไว้ให้แม่และคนรอบข้างนิคทุกคน แม่ได้ยินมาว่า "ALL DOGS GO TO HEAVEN..... หมานั้นได้ขึ้นสวรรค์ทุกตัว" แม่ไม่สงสัยในข้อความนี้เลย สำหรับหมานิคของแม่

ไม่ว่านิคจะอยู่ในภพใด ชาติใด……..นิคจะอยู่ในใจแม่ตลอดไป และแม่ยังคอยอยู่ว่าวันหนึ่ง นิคจะลงมาจากสวรรค์ มาเยี่ยมแม่บ้าง………

ลาก่อน นิคลูกรัก

25 พ.ค. 41

หมายเหตุ : จดหมายนี้ เขียนขึ้นในวันที่ต้องสูญเสีย หมาที่ดีที่สุด ที่เคยรู้จัก เคยรัก และเคยเลี้ยงมา

หมาดี ที่เราโชคดี.....ได้มีโอกาสเลี้ยงดูเขา แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็เป็นประสพการณ์ที่สวยงาม ที่คิดว่าน้อยคน..จะเคยได้รับจากหมาตัวหนึ่ง

หมาดี ที่ตลอดชีวิตสั้นๆ ของเขา มีการให้ ความรัก, ความสุข กับทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข

หมาดี ที่ไม่เคยเรียกร้องต้องการอะไรจากใคร ไม่เคยโกรธแค้น พยาบาท แม้จะถูกทอดทิ้งทารุณอย่างไร ก็ยังเชื่อฟังและสำนึกรู้ในบุญคุณของเจ้าของ

หมาดี ที่เราอยากให้คน ที่ได้ชื่อว่า มีหมา หรือเป็นเจ้าของหมา(โดยเฉพาะหมาเยอรมันเช็พเพอด)ได้สัมผัส และรับรู้ ถึงความหมายที่แท้จริงของการเลี้ยง, การรัก, และความผูกพัน ระหว่างคนกับหมานั้น ว่าเป็นอย่างไร ต่างจากการแค่ได้ชื่อว่าเป็น"เจ้าของหมา"อย่างไร.

ปล. คัดลอกจาก "วารสาร เช็พเพอด" ฉบับที่ 43 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2541