นครไทย007
[ลูกบ้านSignIn][เจ้าบ้านSignIn]
อำเภอนครไทย
นครไทย ข้อมูลทั่วไป
เมืองนครไทย E-Book
พ่อขุนบางกลางท่าว พระราชประว้ติ
พ่อขุนบางกลางท่าว บทความ
นครไทย เมืองประวัติศาสตร์
ประเพณี ปักธงชัย
นครไทย วัฒนธรรมพื้นบ้าน
ต้น- ดอก จำปาขาว
วัดในอำเภอนครไทย
ภูหินร่องกล้า
เรื่องเล่าของสหาย
รพ.สมเด็จพระยุพราช นครไทย
โรงเรียนในอำเภอนครไทย
บ่อเกลือ 1,000 ปี
แพทย์เคลื่อนที่ RAMA - F
ที่พักเมืองนครไทย และบริการนำเที่ยว
สถานที่สร้างอนุสาวรีย์พ่อขุนบางกลางท่าวแห่งใหม่
รพร นครไทย สัมนาสุขภาพและป้องกันโรค
พิธีบวงสรวงเจ้าแม่ผาประตูเมือง
หน่วยงานในอำเภอนครไทย
อบต ยางโกลน ปลูกป่าชุมชนเฉลิมพระเกียรติ
เที่ยวนครไทย และใกล้เคียง
ตะลุย ภูหินร่องกล้า
ภูทับเบิก
ผู้หญิงเก่ง
รายชื่อ กพสอ นครไทย
ปักธงชัยไหว้พ่อขุนบางกลางท่าว ๒๕๕๓
ไหว้พระเมืองบางยางงานปักธงชัย ๒๕๕๓
ขยะ ปัญหาชุมชนนครไทย VDO
เที่ยว ลาว
ประชาสัมพันธ์ข่าวสาร กิจการ ร้านค้าในพื้นที่ฟรี
แจ้งข่าว แพทย์เคลื่อนที่
VDO แพทย์อาสาฯ
เขาช้างล้วง
เล่าเรื่องเมืองนครไทย
ประชุมสัมมนาการพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฯ ครั้งที่ 15
ภาพงานประเพณีปักธงชัย 2554
เลี้ยงส่ง นายอำเภอนครไทย
กิจกรรมสมาคมฯประชาสงเคราะห์พิษณุโลก
ซื้อที่ดินมอบให้ รพร นครไทย
นครไทย รวมเรื่องที่เกี่ยวข้อง
กิจกรรมกิ่งกาชาดอำเภอนครไทย
กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ รพร นครไทย
ภาพซ้อม และรับปริญญา สุรเกียรติ อยู่เกตุ
ธ ไทยพาณิชย์สาขานครไทย
จังหวัดพิษณุโลกเคลื่อนที่ อ นครไทย
เปืดโลกการเรียนรู้โรงเรียนนครไทย
กิ่งกาชาดอำเภอนครไทย
งานปักธงชัย 2555 นครไทย
จุดเทียนชัยถวายพระพรฯ อ นครไทย
กีฬาท้องถิ่นฯ นครไทย
พิธีเททองหล่อมงกุฏพระเกษฯ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
วางศิลาฤกษ์และเททองหล่อพระบรมรูปพ่อขุนบางกลางท่าว
กิ่งกาชาดอำเภอนครไทยมอบจักรยาน
ธรรมะออนไลน์
โครงการมอบบ้านแก่ผู้ด้อยโอกาส
พิธีอัญเชิญฯพ่อขุนบางกลางท่าว
ประเพณีปักธงชัย๒๕๕๖
ข้อมูลเก่า
กิ่งกาชาดนครไทยมอบบ้าน
ผู้จัดทำ

ติดต่อเจ้าบ้าน
[115005]


** พ่อขุนบางกลางท่าวจ้าวนคร ดินแดนอนุสรณ์ภูหินร่องกล้า จำปาขาวสวยสุดสะดุดตา ประเพณีปวงข้า..ปักธงชัย*** Sanit Nakhonthai

มูลนิธิอาสาอนามัยชนบท ในพระบรมราชูปถัมภ์

<<<<เพื่อนบ้าน>>>>
**เมืองนครไทย** E-Book
Nakhonthailink
Websanom google.com
ฟังวิทยุลูกทุ่ง
97.75 MHz
คลื่นพยาบาลใจ
วิทยุ Nation
F.M.เมืองนอก
เพลงไทยๆ
เพลงสากลเก่าๆ ที่พัก
เพชรรีสอร์ท นครไทย
ไทยรัฐ
สร้างเว็บไซด์

   ที่ว่าการอำเภอนครไทย

การปกครอง

ท้องที่อำเภอนครไทยประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 11 แห่ง ได้แก่

เทศบาลตำบลนครไทย
เทศบาลตำบลบ้านแยง
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองกะท้าว
องค์การบริหารส่วนตำบลเนินเพิ่ม
องค์การบริหารส่วนตำบลนาบัว
องค์การบริหารส่วนตำบลนครชุม
องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำกุ่ม
องค์การบริหารส่วนตำบลยางโกลน
องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อโพธิ์
องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านพร้าว
องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยเฮี้ย

อาณาเขต

อำเภอนครไทยตั้งอยู่หมู่ที่ ๑๑ ตำบลนครไทย มีอาณาเขตติดต่อกับ
อำเภอและจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้

ทิศเหนือ ติดต่ออำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก
ทิศใต้ ติดต่ออำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก
ทิศตะวันออก ติดต่อ อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันตก ติดต่อ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก

ในอำเภอนครไทยแบ่งออกเป็น ๑๑ ตำบล มี ๑๔๕ หมู่บ้าน ดังนี้

๑. ตำบลนครชุม มี ๘ หมู่บ้าน ดังนี้

ม.1 นาทุ่งใหญ่
ม.2 นาลานข้าว
ม.3 นาเมือง
ม.4 โนนนาซอน
ม.5 นาขุมคัน
ม.6 นากะบาก
ม.7 นาฟองแดง
ม.8 นาตาด

บ้านโนนนาซอน
มีเรื่องเล่าว่า พ่อขุนบางกลางหาวได้ซ่องสุมกำลังพลอยู่ที่ตำบลนครชุมเกิดเหตุที่ทำให้พ่อขุนบางกลางหาวกับน้องชาย ซึ่งหลวงกานสิทธิ์ไม่เข้าใจกัน เพราะหลวงกายสิทธิ์ซึ่งเป็นคนรูปงาม ไปเที่ยวในป่าแล้วพบบ่อทอง จึงลงไปอาบชุบตัวจนกลายเป็นทองทั้งตัว ความเรื่องนี้ทราบไปถึงพ่อขุนบางกลางหาว พระองค์จึงสั่งให้หลวงกานสิทธิ์ไปที่บ่อทองนั้น ปรากฏว่าไม่พบบ่อทอง หลวงกายสิทธิ์กลัวความผิดจึงหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่โนนแห่งหนึ่ง ทหารตามหาไม่พบแม้แต่รอยเท้าของหลวงกายสิทธิ์ บริเวณที่หลบซ่อนนี้ จึงเรียกว่า โนนนาซ่อน ต่อมาเสียงกร่อนลงเป็นโนนนาซอน และใช้เป็นชื่อเรียกหมู่บ้านมาจนทุกวันนี้
ชาวบ้านมีความเคารพนับถือหลวงกายสิทธิ์มาก เรียกว่า พ่อปู่กายสิทธิ์บ้าง ปู่หลวงนครชุมรูปงามบ้าง ทุกหมู่บ้านในตำบลนครชุมได้ตั้งศาลไว้ พอถึงเดือน ๖ ของทุกปีจะมีการบวงสรวงดวงวิญญาณของปู่เจ้ารูปงามเป็นประจำ เป็นที่เคารพสักการบูชาของชาวตำบลน้ำกุ่ม และชาวตำบลนครชุม จนถึงปัจจุบันนี้

บ้านนาเมือง
คำว่า นาเมือง เดิมเป็นชื่อนาของเจ้าเมืองคนหนึ่ง ซึ่งปกครองเมืองคนชุม(นครชุม) ในสมัยนั้น แต่ชาวบ้านเรียกนาผืนนั้นว่า นาเจ้าเมือง เพราะเจ้าเมืองเป็นเจ้าของต่อมามีชาวบ้านเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ กับนาของเจ้าเมืองมากขึ้น ๆ จึงเรียกหมู่บ้านนั้นว่า “บ้านนาเจ้าเมือง” ต่อมาเสียงกร่อนหายไป เหลือเพียงบ้านนาเมือง จนทุกวันนี้

บ้านนาลานข้าว
สมัยก่อนหมู่บ้านนี้มีชื่อว่าบ้านนารวมข้าว เพราะชาวบ้านออกไปทำนาที่ทุ่งนาเมื่อเก็บเกี่ยวได้ก็นำไปรวมไว้เพื่อต้องการรู้ว่ามีเสบียงพอที่จะออกรบได้หรือยังซึ่งบริเวณนั้นเป็นลานเรียบเสมอกัน เดิมเรียกหมู่บ้านนี้ว่าบ้านนารวมข้าว ปัจจุบันเสียงเพี้ยนเป็น “บ้านนาลานข้าว”

บ้านนากะบาก
เดิมหมู่บ้านนี้เป็นดงไม้กะบากหนาทึบ เมื่อมีคนอพยพมาหักร้างถางพงสร้างบ้านเรือน ทำไร่-ทำนา จึงเรียกชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านนากะบาก”

บ้านนาขุมคัน
มีเรื่องเล่าว่า หลวงกายสิทธิ์ หรือเจ้ารูปงาม และมีวาจาศักดิ์สิทธิ์ หายตัวออกไปจากค่าย ได้นำอาวุธ และสิ่งของไปฝังไว้ ถ้าผู้ใดมาขุดหลุมนี้จะเกิดอาเพศ ต่อมาทหารไปพบหลุมเข้า แล้วช่วยกันขุดเกิดอาการคันจนไม่สามารถขุดต่อไปได้ จึงเรียกบริเวณนี้ว่าขุมคัน และตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านนาขุมคัน”

บ้านนาตาด
หมู่บ้านนี้เดิมเป็นป่าไม้ตาด ปู่ย่าตาทวดอพยพเข้มาบุกเบิกป่าไม้ตาด ทำเป็นไร่นา จึงเรียกชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านนาตาด”

บ้านนาทุ่งใหญ่
เมื่อประมาณ ๑๐๐ ปีมาแล้ว พ่อขุนบางกลางหาวได้รวบรวมไพร่พลมาฝึกซ้อมที่บริเวณนี้ เพราะมีอาณาเขตกว้างขวาง ทำนาปลูกข้าวได้มากกว่าที่อื่น จึงเหมาะที่จะรวบรวมเสบียงด้วย เพื่อเตรียมยกกองทัพเข้ายึดเมืองสุโขทัยที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของขอมจึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านนาทุ่งใหญ่”

บ้านนาฟองแดง
เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๐ นายอรตา สุขคำภา นายฟัก ภูมิดี นายทองขัน สีมูล ได้เข้ามาตั้งบ้านเรือนเป็นครอบครัวแรก ซึ่งบริเวณนี้เต็มไปด้วยไม้ฟองแดง จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านฟองแดง”

ประวัติความเป็นมา :
ตำบลนครชุม มีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาว่า ครั้งหนึ่งได้มีผู้คนจำนวนมากอพยพลงมาจากทางทิศเหนือ ลงมาสู่นครชุม สันนิษฐานว่าจะเป็นพวกชาวลาวอพยพลงมาเพื่อแสวงหาที่อยู่ที่ทำกิน ประมาณปี พ.ศ.1736-1738 ตำบลนครชุมสมัยนั้นมีชื่อเรียกอย่างไรไม่ปรากฏ ทราบแต่ว่าหลังจากการอพยพของคนเหล่านั้นมา ชาวพื้นเมืองเดิมซึ่งไม่เคยเห็นคนจำนวนมากเช่นนั้นมาก่อน จึงเรียกว่า เมืองคนชุม ส่วนหัวหน้าที่สำคัญในการนำมาครั้งนั้นมี 2 คน เป็นพี่น้องกัน ผู้พี่ชื่อ ขุนกังหาว ส่วนผู้น้องชื่อขุนหาญห้าว ได้มายึดหลักปักมั่นอยู่บ้านนาลานข้าว และบ้านนาเมือง ต่อมาได้ช่วยกันสร้างที่ประทับสำหรับเจ้าเมืองขึ้น และสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นเจ้าเมือง ต่อมาเห็นว่าเมืองคนชุมนี้ ชื่อยังไม่เหมาะสมกับเมือง จึงเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า นครชุม ต่อมาจนถึงปัจจุบัน

สภาพทั่วไปของตำบล :
สภาพภูมิประเทศของตำบลนครชุม พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขาสูง ประชาชนจะตั้งถิ่นฐานอยู่ในที่ราบระหว่างเขาที่ล้อมรอบทั้งสี่ด้าน มีแม่น้ำไหลผ่านจากทิศเหนือลงใต้ผ่านกลางตำบล

อาณาเขตตำบล :
ทิศเหนือ ติดต่อกับ ต.น้ำกุ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
ทิศใต้ ติดต่อกับ ต.นาบัว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ต.นาบัว ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ต.บ้านพร้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก

จำนวนประชากรของตำบล :
จำนวนประชากรในเขต อบต. 3,170 คน และจำนวนหลังคาเรือน 887 หลังคาเรือน

ข้อมูลอาชีพของตำบล :
อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม เลี้ยงโค

ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :
1. วัด 5 แห่ง
2. น้ำตกอังตาด
3. บ่อเกลือพันปี
4. งานประเพณีปักธงเขาโปกโล้น

๒. ตำบลน้ำกุ่ม มี ๗ หมู่บ้าน ดังนี้
ม.1 นาวงฆ้อง
ม.2 น้ำกุ่ม
ม.3 โป่งเปี้ย
ม.4 นาแฝก
ม.5 นาหิน
ม.6 โป่งสอ
ม.7 บุ่งผำ

บ้านโป่งสอ
คำว่า โป่ง ในที่นี้หมายถึง พื้นดินที่มีเกลือสินเธาว์ผุดเกรอะกรังอยู่ สอ แปลว่า ขาว คำว่าโป่งสอ ก็คือ ดินที่มีสีขาว
ในบริเวณหมู่บ้านโป่งสอนี้มีน้ำไหลออกมาจากผืนดินรสเค็มจัด สัตว์ป่า ชอบมากินทุกวัน นอกจากนี้ยังมีก้อนหินอยู่ในน้ำ ๒-๓ ก้อน ฝังอยู่ในดินเป็นหินสีขาวสามารถเก็บเอามาทำชอล์กเขียนกระดานดำได้ จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านโป่งสอ

บ้านน้ำกุ่ม
เมื่อประมาณ ๑๐๐ ปีมาแล้ว ชาวบ้านอำเภอนาแห้ว และอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ประมาณ ๒๕ ครอบครัว ได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณลำน้ำ เชิงเขาถ้ำพระ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๒ สมัยก่อนริมลำน้ำมีต้นกุ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงตั้งชื่อลำธารว่า ลำน้ำกุ่ม และตั้งชื่อ หมู่บ้านว่า “บ้านน้ำกุ่ม

บ้านนาแฝก
มีพรานป่า 2 คน ชื่อนายยงกับนายยืน เดินป่ามาล่าสัตว์ พบเห็นพื้นที่นี้เหมาะที่จะตั้งบ้านเรือน จึงชักชวนชาวบ้านจากจังหวัดเลยบ้าง จากประเทศลาวบ้างเข้ามาตั้งถิ่นฐานทำมาหากิน เนื่องจากบริเวณหมู่บ้านนี้เป็นดงป่าแฝกเต็มไปหมด จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านนาแฝก”

ประวัติความเป็นมา :
แต่เดิมตำบลนครชุม ตำบลน้ำกุ่ม ของอำเภอนครไทย นั้นรวมกันเป็นตำบลเดียวกัน โดยตำบลน้ำกุ่มอยู่ทางทิศเหนือ และตำบลนครชุมอยู่ทิศใต้ โดยมีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมา ครั้งหนึ่งได้มีผู้คนจำนวนมากอพยพลงมาจากทางทิศเหนือ ลงมาสู่นครชุม สันนิษฐานว่าจะเป็นพวกชาวลาวอพยพลงมาเพื่อแสวงหาที่อยู่ที่ทำกิน ประมาณ ปี พ.ศ.1736-1738 ตำบลนครชุมสมัยนั้น มีชื่อเรียกอย่างไรไม่ปรากฏ ทราบแต่ว่า หลังจากการอพยพของคนเหล่านั้นมา ชาวพื้นเมืองเดิม ซึ่งไม่เคยเห็นคนจำนวนมากเช่นนั้นมาก่อน เรียกว่า เมืองคนชุม ส่วนหัวหน้าที่สำคัญในการนำมาครั้งนั้นมี 2 คน เป็นพี่น้องกัน ผู้พี่ชื่อ ขุนกังหาว ส่วนน้องชื่อขุนหาญห้าว ได้มายึดหลักปักมั่นอยู่บ้านนาลานข้าว และบ้านนาเมือง ต่อมาได้ช่วยกันสร้างที่ประทับสำหรับเจ้าเมืองขึ้น (ซึ่งซากอิฐอยู่บ้านนาลานข้าวในปัจจุบัน) และสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นเจ้าเมือง ต่อมาทรงเห็นว่า เมืองคนชุมนี้ชื่อยังไม่เหมาะสมกับเมือง จึงเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า นครชุม ต่อมาจนถึงปัจจุบัน แต่เนื่องจากจำนวนหมู่บ้านมากขึ้น ทำให้การปกครองไม่ทั่วถึง จึงได้แบ่งแยกออกจากตำบลนครชุม เมื่อปี พ.ศ.2517 และใช้ชื่อว่า ตำบลน้ำกุ่ม เป็นต้นมา

สภาพทั่วไปของตำบล :
สภาพภูมิประเทศของตำบลน้ำกุ่ม พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่า และภูเขาสูงชัน ประชาชนจะตั้งถิ่นฐานอยู่ในที่ราบระหว่างเขาที่ล้อมรอบทั้งสี่ด้าน มีแม่น้ำไหลผ่านทางทิศเหนือลงใต้

อาณาเขตตำบล :
ทิศเหนือ ติดต่อกับ ต.เหล่ากอหก อ.นาแห้ว จ.เลย
ทิศใต้ ติดต่อกับ ต.นาบัว ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ต.แสงภา ต.นาพึง ต.นามาลา อ.นาแห้ว จ.เลย
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ต.บ่อภาค อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก

จำนวนประชากรของตำบล :
จำนวนประชากรในเขต อบต. 2,602 คน และจำนวนหลังคาเรือน 652 หลังคาเรือน

ข้อมูลอาชีพของตำบล :
อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน
อาชีพเสริม เลี้ยงโค

ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :
1) แหล่งท่องเที่ยววัดโพธิ์ไทร
2) นำตกผาคุคำ
3) วัดนาหิน
4) น้ำตกห้วยตาเกลียว
5) วัดพุทธประสิทธิ์
6) วัดศรีโพธาราม

๓. ตำบลนาบัว มี ๑๕ หมู่บ้าน ดังนี้
หมู่ที่ 1 บ้านนาคล้าย
หมู่ที่ 2 บ้านบุ่งสีเสียด
หมู่ที่ 3 บ้านโนน
หมู่ที่ 4 บ้านนาบัว
หมู่ที่ 5 บ้านนาจาน
หมู่ที่ 6 บ้านน้ำทวน

หมู่ที่ 7 บ้านนาไก่เขี่ย
หมู่บ้านนาไก่เขี่ย แต่เดิมเป็นหมู่ที่ 2 บ้านบุ่งสีเสียด ตำบลนาบัว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 ได้รับการแยกเป็นหมู่บ้านหมู่ที่ 15 บ้านนาไก่เขี่ย ตำบลนาบัว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก และปรับเป็นหมู่ที่ 7 บ้านนาไก่เขี่ย เมื่อมีการปรับพื้นที่ บางส่วนของตำบลนาบัวแยกเป็นตำบลยางโกลน

เดิม บ้านนาไก่เขี่ยมีชื่อเรียกว่า บ้านโนนกลาง ซึ่งน่าจะมาจาก บ้านโนนกลางนา( ตามลักษณะภูมิประเทศ ) กลุ่มคนดั้งเดิมของหมู่บ้าน เป็นคนจากหมู่บ้านนาบัว ได้มาสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อให้อยู่ใกล้ที่ประกอบอาชีพ อันได้แก่ ที่ดินทำนา ที่ดินทำไร่ แต่กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนาไก่เขี่ย เป็นคนที่สืบเชื้อสายจากกลุ่มคนที่อพยพมาจากบ้านน้ำกุ่ม ตำบลน้ำกุ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ที่มีบรรพบุรุษอพยพมาจากเมืองหลวงพระบาง

ชื่อบ้านนาไก่เขี่ย มาจากการที่ผู้คนได้พบเห็นรอยไก่คุ้ยเขี่ยบนก้อนหินขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ในบริเวณโรงเรียนบ้านนาไก่เขี่ยในปัจจุบัน เชื่อว่าแต่เดิมมีไก่ป่าจำนวนมากในบริเวณนี้ แต่คนดั้งเดิม
ของหมู่บ้านมีความเชื่อ และเล่าสืบต่อกันมาว่า มีผู้คนที่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนานำทรัพย์สินของมีค่ามาร่วมสร้างโบสถ์วัดนาบัว แต่เดินทางมาถึงบริเวณหมู่บ้านนาไก่เขี่ย ได้หยุดพัก และพบว่า
โบสถ์วัดนาบัวได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้ขุดหลุมฝังทรัพย์สินและของมีค่าเหล่านั้นไว้ แล้วนำก้อนหินขนาดใหญ่มาวางทับไว้ด้านบน รอยไก่เขี่ยที่ผู้คนพบเห็นนั้น น่าจะเป็นร่องรอยที่มนุษย์ทำขึ้น
เพื่อเป็นเครื่องหมาย หรืออาจเป็นอักษรโบราณที่คนเขียนไว้

หมู่ที่ 8 บ้านโนนบึง
หมู่ที่ 9 บ้านน้ำลอม
หมู่ที่ 10 บ้านนาคล้อ
หมู่ที่ 11 บ้านร้องกอก
หมู่ที่ 12 บ้านบุ่งหอย
หมู่ที่ 13 บ้านไร่พัฒนา
หมู่ที่ 14 บ้านน้ำตอน
หมู่ที่ 15 บ้านน้ำแจ้งพัฒนา

บ้านโนน
ก่อนที่จะตั้งเป็นหมู่บ้าน มีครอบครัวของนายโนนกับนางจันทร์ มาตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นครอบครัวแรก ต่อมาก็มีผู้อพยพมาจากเวียงจันทร์ เข้ามาอยู่มากขึ้นปี พ.ศ. ๒๔๓๕ กระทรวงมหาดไทย จึงตั้งเป็นหมู่บ้านให้ชื่อว่า บ้านโนนจันทร์ ต่อมาเปลี่ยนเป็นบ้านโนน มาจนทุกวันนี้

บ้านโนนบึง
บริเวณหมู่บ้านนี้มีบึงกว้างประมาณ ๔๐ ไร่ น้ำลึก ๒ เมตร มีปลาต่าง ๆ ชุกชุมที่โนน(เนิน) ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านเรือนประมาณ ๑๐๐ ไร่ เป็นป่าดงทึบ มีไม้เบญจพรรณต่าง ๆ เช่น ไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้เต็ง ไม้รัง เป็นต้น มีสัตว์ป่าเช่น เสือ ลิง ค่าง บ่าง ชะนี ไก่ป่า และนกต่าง ๆ มากมาย มีชาวบ้านจากบ้านน้ำทวน ได้อพยพเข้าไปตั้งบ้านเรือนครั้งแรก ๔ หลังคาเรือน คือ นายงอน หมื่นจันทร์ นายซุย อันมี นายวาด จันทร์ดี และนางดา พิมสาร ต่อมาก็มีคนโยกย้ายตามไปเรื่อย ๆ ปัจจุบันมีประมาณ ๕๐ กว่าหลังคาเรือน และตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านโนนบึง”

บ้านไร่พัฒนา
เมื่อประมาณ ๑๕๐ ปี มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง ชื่อ นายนาค และนางมั่น ได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยเป็นครอบครัวแรก โดยยึดอาชีพทำไร่ ปลูกข้าวไร่ ข้าวโพด ถั่ว งา เป็นต้น เมื่อมีลูกหลาน เหลน โหลน มากขึ้นก็ขยายเนื้อที่ทำไร่ออกไปเรื่อย ๆ คนอื่น ๆ ก็ได้อพยพเข้ามาทำไร่เช่นกัน เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๓๐ ทางราชการได้ตั้งให้เป็นหมู่บ้าน จึงเรียกว่า “บ้านไร่พัฒนา”

บ้านน้ำลอม
สมัยก่อน มีนายพรานคนหนึ่ง ชื่อ นายสิน ช้างบุญไทย ได้ไปล่าสัตว์ และพบน้ำพุพุ่งออกมาจากภูเขา และบริเวณนั้น ยังมีพื้นที่ราบเหมาะแก่การทำนา จึงได้อพยพครอบครัวมาอยู่เป็นครอบครัวแรก ต่อมาก็มีคนอื่น ๆ เข้ามาเรื่อย ๆ จนเป็นหมู่บ้านชาวบ้านจึงตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ว่าบ้านน้ำลอม เพราะมีน้ำไหลล้อมโค้งเข้าหากัน ตลอดปี

บ้านน้ำดอน
หมู่บ้านนี้มีแม่น้ำแควน้อยไหลผ่านกลางหมู่บ้าน ต้นน้ำไหลมาจากยอดภูขัดเขาใหญ่ แบ่งเป็น ๒ สาย สายที่ ๑ อยู่ทางทิศเหนือ ไหลลงไปทางแสงพานาพึง จังหวัดเลยมีชื่อว่าน้ำขุน อีกสายหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ชื่อลำน้ำขุนตอน ชาวบ้านปลูกบ้านเรือนใกล้ลำน้ำขุนตอน จึงเรียกชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านน้ำตอน” (ลำน้ำขุนตอน ก็คือ แม่น้ำแควน้อยที่ไหลผ่านหมู่บ้านนี้)

บ้านนาคล้อ
เมื่อแรกเริ่มมีครอบครัว ๓ ครอบคัวคือนายล้ำ วงศ์ด่อน นายหมุน น้อยอินวงศ์ และนายสาย ยอดโค้น ได้เข้ามาหักร้างถางพงบริเวณนี้ ปรากฏว่ามีต้นคล้อมากมายจึงตั้งชื่อ หมู่บ้านว่า “บ้านนาคล้อ”

บ้านนาคล้าย
เดิมหมู่บ้านนี้ชื่อบ้านหน้าค่าย ต่อมาเสียงเพี้ยนเป็น บ้านนาคล้าย จนทุกวันนี้

บ้านนาบัว
หมู่บ้านแห่งนี้มีสระน้ำขนาดใหญ่ ๒ สระ แต่ละสระมีดอกบัวเต็มไปหมด นอกจากนี้บริเวณทุ่งนาก็มีดอกบัวมากมาย ชาวบ้านจึงเรียกชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านนาบัว”

บ้านบุ่งหอย
ตอนแรกหมู่บ้านนี้ มีราษฎรย้ายออกจากหมู่บ้านนาบัว ๓ ครอบครัว ได้แก่ครอบครัว ของนายจวน สินเครือสวน นายแขก คำจริงดี และนายน้อย เปลี่ยนสีบัว ต่อมาก็มีชาวบ้านย้ายออกจากหมู่บ้านอื่นเข้ามาอยู่มากขึ้น เนื่องจากบริเวณหมู่บ้านนี้มีบุ่งอยู่หนึ่งบุ่ง มีหอยอยู่มากมาย ชาวบ้านเก็บหอยไปประกอบอาหารเป็นประจำ จึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านบุ่งหอย”

บ้านบุ่งสีเสียด
คำว่า บุ่ง หมายถึง “บึง” สมัยก่อนหมู่บ้านนี้มีต้นสีเสียดขนาดใหญ่อยู่ข้างบุ่ง (หนองน้ำขนาดใหญ่) จึงตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ว่า บ้านบุ่งสีเสียด
*รอข้อมูล*

ประวัติความเป็นมา :
ในสมัยก่อนพื้นที่ตำบลนาบัว ซึ่งเป็นบริเวณที่นา จะมีดอกบัวขึ้นอยู่มากมาย หลายสี ซึ่งจะแปลกกว่าที่อื่นๆ เพราะบัวขึ้นอยู่ในนา จึงได้ชื่อว่า “ตำบลนาบัว”

สภาพทั่วไปของตำบล :
ตำบลนาบัวเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอนครไทย ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ห่างจากตัวอำเภอระยะทาง 8 กิโลเมตร สภาพทั่วไปส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบ มีป่าไม้ และภูเขาเป็นบางหมู่บ้าน มีแม่น้ำแควน้อย ไหลผ่านตลอดปี

อาณาเขตตำบล :
ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลนครชุม และ ตำบลน้ำกุ่ม
ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลยางโกน และ ตบลเนินเพิ่ม
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลบ้านพร้าว
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลนครไทย

จำนวนประชากรของตำบล :
จำนวนประชากรในเขต อบต. 7,996 คน และจำนวนหลังคาเรือน 2,186 หลังคาเรือน

ข้อมูลอาชีพของตำบล :
อาชีพหลัก ทำนำ ทำสวน/ทำไร่ รับจ้าง
อาชีพเสริม ค้าขาย

ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :
สภาพทางสังคม : สถานศึกษา จำนวน 7 แห่ง แยกเป็น
โรงเรียนมัธยมศึกษาต้อนต้น – ตอนปลาย 1 แห่ง
1. โรงเรียนนาบัววิทยา หมู่ที่ 5 บ้านนาจาน
โรงเรียนประถมศึกษา 6 แห่ง
1. โรงเรียนประชาสงเคราะห์พิทยา หมู่ที่ 4 บ้านนาบัว (โรงเรียนขยายโอกาส)
2. โรงเรียนกัลยาณิวัฒนา ๑ หมู่ที่ 11 บ้านร้องกอก (โรงเรียนขยายโอกาส)
3. โรงเรียนบ้านนาไก่เขี่ย หมู่ที่ 7 บ้านนาไก่เขี่ย
4. โรงเรียนบ้านน้ำลอม หมู่ที่ 9 บ้านน้ำลอม
5. โรงเรียนบ้านนาคล้าย หมู่ที่ 1 บ้านนาคล้าย
6. โรงเรียนภูขัดรวมไทยพัฒนา หมู่ที่ 15 บ้านน้ำแจ้งพัฒนา
ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน 10 แห่ง หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 9, 10, 11, 12
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 3 แห่ง
1. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโนน หมู่ 3
2. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านนาคล้าย หมู่ 1
3. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กประชาสงเคราะห์พิทยา
สถาบันและองค์กรศาสนา:
วัด จำนวน 6 แห่ง
1. วัดนาบัว หมู่ที่ 3
2. วัดน้ำทวน หมู่ที่ 6
3. วัดน้ำลอม หมู่ที่ 9
4. วัดนาคล้าย หมู่ที่ 1
5. วัดบ้านไร่พัฒนา หมู่ที่ 13
6. วัดบ้านโนนบึง หมู่ที่ 8
สำนักสงฆ์ จำนวน 3 แห่ง
1. สำนักสงฆ์เขาแก้วมณี หมู่ที่ 11
2. สำนักสงฆ์บ้านบุ่งสีเสียด หมู่ที่ 2, 5
3. สำนักสงฆ์บ้านน้ำตอน หมู่ที่ 14
โบสถ์คริสต์ จำนวน 1 แห่ง
- โบสถ์คริสต์ หมู่ที่ 7
การสาธารณสุข:
สถานีอนามัย จำนวน 2 แห่ง
1. สถานีอนามัยนาบัว หมู่ที่ 3
2. สถานีอนามัยนาคล้อ หมู่ที่ 10

๔. ตำบลนครไทย มี ๑๓ หมู่บ้าน ดังนี้

บ้านใหม่แสนสุข
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ หมู่บ้านนี้แยกมาจากหมู่บ้านหัวร้อง ๔ หมู่บ้านหัวร้อง ๔ หมู่บ้าน คือ บ้านหัวร้อง บ้านคลองจิก บ้านสายทอง และบ้านใหม่แสนสุข มี ๑๓๔ หลังคาเรือน จำนวนประชากร ชาย ๒๗๔ คน หญิง ๒๖๐ คน รวม ๕๓๔ คน (ปี พ.ศ. ๒๕๓๕)

บ้านเหนือ
หมู่บ้านนี้มีวัดเก่าแก่อยู่วัดหนึ่ง ชื่อวัดเหนือ หรือวัดหน้าพระธาตุ จึงเรียกชื่อหมู่บ้านเช่นเดียวกับวัดว่า “หมู่บ้านเหนือ”

บ้านเนินสว่าง
สมัยก่อนที่หมู่บ้านนี้ มีสุนัขจิ้งจอกมาตกบ่อน้ำบริเวณนี้เมื่อแรกตั้งหมู่บ้าน นายถาม ทองคำพงษ์ เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก และเรียกชื่อหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านเนินสว่าง”

บ้านสายทอง
หมู่บ้านนี้แยกออกมาจากบ้านหัวร้อง หมู่ ๗ เป็นหมู่ที่ ๒๐ เดิมชื่อว่า คลองหนองเปรต (เปรต มีรูปร่างเหมือนนกแร้ง แต่หัวโตกว่านกแร้งมาก เวลามีเสียงกระพือปีกเหมือนไก่กระพือปีก มีเสียงร้องและลากปีกไปกับดิน) เป็นคลองลึกและเป็นทางเดินของเปรต คืนใดมีเสียงผีเปรตร้องส่งเสียงเย็นเยือก คืนนั้นจะมีคนตายทุกครั้ง ผู้คนไม่กล้าไปไหนมาไหนเวลากลางคืน จะมีก็แต่หมอที่มีวิชาแกล้วกล้าเท่านั้นที่จะคอยไปถามทุกข์สุขของชาวบ้าน
ปัจจุบันคลองถูกถมทำเป็นถนนหมดแล้ว และผีเปรตก็หายไปจากหมู่บ้านจึงเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็น “บ้านสายทอง” มาจนทุกวันนี้

บ้านหนองลาน
เมื่อประมาณ ๘๐๐ ปีมาแล้ว มีชาวบ้านจากตำบลนครชุมอพยพมาตั้งบ้านเรือนบริเวณนี้ แต่เดิมมีต้นลานขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ใกล้หนองน้ำ จึงได้ชื่อว่า “บ้านหนองลาน”

บ้านหนองน้ำสร้าง

บ้านด่าน
บ้านน้ำพราย
บ้านนาหัวเซ
บ้านนครไทย

ประวัติความเป็นมา :
เมืองนครไทย ปรากฏชื่อครั้งแรกในจารึกวัดมหาธาตุวัดสระศรีหลักที่ 7 ก, จารึกวัดเขากบหลักที่ 11 และปรากฏชื่อใน จารึกหลักที่ 93 ภาษาบาลีว่า "นครเทยย" เป็นชุมชนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และจากจดหมายเหตุรัชกาลที่ 3 เมืองนครไทยมีฐานะเป็นเมืองขึ้นของเมืองพิษณุโลก ที่มีฐานะเป็นหัวเมืองเอกของเมืองฝ่ายเหนือ ในปี พ.ศ. 2433 เมืองนครไทย ถูกลดฐานะลงเป็นอำเภอนครไทย สำหรับเมืองนครไทยชาวบ้านเชื่อว่าเมืองบางยางที่พ่อขุนบางกลางหาวปกครอง ก่อนไปยึดเมืองสุโขทัย

สภาพทั่วไปของตำบล :
สภาพพื้นที่ทางทิศเหนือของตำบลเป็นภูเขา การปกครองแบ่งออกเป็น 13 หมู่บ้าน บริเวณหมู่ที่ 2,9,10 เป็นที่ราบสูงแล้วต่ำลงมาทางใต้ ซึ่งเป็นที่ราบลุ่ม และมีแม่น้ำแควน้อยเป็นแนวเขตตำบล พื้นที่บางแห่งเป็นลุ่มน้ำไหลบ่าเข้าพื้นที่ ทำให้พืชที่ปลูกเสียหายเป็นประจำทุกปี

อาณาเขตตำบล :
ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลนาบัว อำเภอนครไทย
ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลหนองกะท้าว อำเภอนครไทย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย
ทิศตะวันตก ติดต่อกับตำบลบ้านพร้าว อำเภอนครไทย

จำนวนประชากรของตำบล :
ประชากร 10,136 คน, ชาย 4,954 คน, หญิง 5,182 คน

ข้อมูลอาชีพของตำบล :
อาชีพหลัก : ทำนา
อาชีพเสริม : เลี้ยงสุกร โค กระบือ ไก่ เป็ด รับจ้างทั่วไป


๕.ตำบลเนินเพิ่ม มี ๑๙ หมู่บ้าน ดังนี้
หมู่ที่ 1 บ้านห้วยตีนตั่ง
หมู่ที่ 2 บ้านเนินเพิ่ม
หมู่ที่ 3 บ้านสวนยาง
หมู่ที่ 4 บ้านหัวนา
หมู่ที่ 5 บ้านโป่งกะเฌอ
หมู่ที่ 6 บ้านหนองแห้ว
หมู่ที่ 7 บ้านท่าหินลาด
หมู่ที่ 8 บ้านโคก
หมู่ที่ 9 บ้านหัวเมือง
หมู่ที่ 10 บ้านร่องกล้า
หมู่ที่ 11 บ้านเนินขามป้อม
หมู่ที่ 12 บ้านโนนตูม
หมู่ที่ 13 บ้านลาดผาทอง
หมู่ที่ 14 บ้านเพิ่มนคร
หมู่ที่ 15 บ้านห้วยน้ำไซ
หมู่ที่ 16 บ้านห้วยน้ำไชใต้
หมู่ที่ 17 น้ำขะมึน
หมู่ที่ 18 ออมสิงห์
หมู่ที่ 19 แก่งเทิดพระเกียรติ

ประวัติความเป็นมา :
ตำบลเนินเพิ่ม เป็นตำบลในเขตความปกครองของอำเภอนครไทย

สภาพทั่วไปของตำบล :
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอนครไทย ระยะทางประมาณ 5-6 กม. เป็นที่ราบลุ่มและที่ราบเชิงเขา มีพื้นที่ประมาณ 229,193 ไร่ ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ไร่ข้าวโพด มะขามเปรี้ยว พืชไม้เมืองหนาว และเลี้ยงสัตว์

อาณาเขตตำบล :
ทิศเหนือ ติดต่อกับ ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
ทิศใต้ ติดต่อกับ ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ต.ยางโกลน อ.นครไทย

จำนวนประชากรของตำบล :
จำนวนประชากรในเขต อบต. 11,651 คน และจำนวนหลังคาเรือน 3,608 หลังคาเรือน

ข้อมูลอาชีพของตำบล :
อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม ทำไร่ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์

ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล : อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
1) โรงเรียนการเมืองทหาร
2) สำนักอำนาจรัฐ
3) ผาชูธง
4) ลานหินปุ่ม
5) แก่งหัวแตก
6) ลานหินแตก

๖. ตำบลบ่อโพธิ์ มี ๑๔ หมู่บ้าน ดังนี้
บ้านใหม่อนามัย
บ้านใหม่ไทยเจริญ
บ้านโคกคล้าย
บ้านน้ำเลา
บ้านนาตาดี
บ้านบ่อโพธิ์
บ้านป่ารวก
บ้านป่าปอบิด
*รอข้อมูล*

ประวัติความเป็นมา :
ในสมัยพ่อขุนบางกลางหาว (ท่าว) ครองเมืองบางยาง ต้องการขยายอาณาเขต จึงยกทัพไปตีขอม แล้วพาไพร่พลมาหยุดพักให้ทหารสำรวจพื้นที่ทหารพบบ่อน้ำ มีลักษณะเป็นต้นโพธิ์ มีน้ำตรงกลาง ทหารตักน้ำมาชิมมีรสเค็ม พระองค์จึงให้ทหารนำน้ำในบ่อมาต้ม และเคี่ยวดู ปรากฏว่าเป็นผลึกเมล็ดสีขาว ๆ นำมาปรุงอาหารที่มีรสจืดให้อร่อยได้ จึงได้เผยแพร่ให้ราษฎรนำน้ำมานำปรุงอาหาร และนำเกลือมาแลกเปลี่ยนของไว้ในชีวิตประจำวัน เลยกลายเป็นอาชีพหลักของหมู่บ้าน และได้ชื่อว่าบ่อโพธิ์ตั้งแต่นั้นมา

สภาพทั่วไปของตำบล :
ตำบลบ่อโพธิ์ ตั้งอยู่เหนือสุดของอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อยู่ห่างจากอำเภอนครไทย 15 กิโลเมตร

อาณาเขตตำบล :
ทิศเหนือ ติดต่อกับ อ.ด่านซ้าย จ.เลย
ทิศใต้ ติดต่อกับ ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ บ้านตุบหล้อ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ต.ยางโคลน อ.นครไทย จ.พิษณุโลก

จำนวนประชากรของตำบล :
จำนวนประชากรในเขต อบต. 7,077 คน และจำนวนหลังคาเรือน 1,869 หลังคาเรือน

ข้อมูลอาชีพของตำบล :
อาชีพหลัก ทำสวนทำไร่
อาชีพเสริม มีกลุ่มอาชีพต่าง ๆ เช่นกลุ่มชาใบหม่อน กลุ่มทอผ้า กลุ่มผักตบ กลุ่มทำน้ำปลา

ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :
1) บ่อเกลือฟันปี
2) ผาประตูเมือง
3) น้ำตกแก่งทุ่ง - แก่งโตน หมู่ 10

๗. ตำบลบ้านพร้าว มี ๑๐ หมู่บ้าน ดังนี้
บ้านห้วยทรายทอง
บ้านหนองกระดาษ (สำนวนที่๑)
บ้านหนองกระดาษ(สำนวนที่ ๒)
บ้านน้ำคลาด
บ้านนายาว
บ้านป่าซ่าน
บ้านฟากน้ำ

ประวัติความเป็นมา :
เมื่อประมาณ 200 กว่าปี มีชาวบ้านอพยพมาจากเวียงจันทร์ หลายเผ่าพันธุ์ มาตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่นี้ ต่อมาเล่ากันว่ามีมะพร้าวใหญ่ลอยมาตามลำน้ำฐาน ซึ่งไหลผ่านที่ตั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านได้เก็บมะพร้าวมาแบ่งกันกิน ซึ่งมะพร้าวลูกนั้นมีขนาดใหญ่เท่ากระบุงใส่ข้าว ชาวบ้านจึงเรียกพื้นที่นี้ว่า "บ้านพร้าว" ต่อมาปี ร.ศ.108 ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นหมู่บ้านตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2457 ให้ชื่อว่าบ้าน
พร้าว ขึ้นกับตำบลนครไทย และปี 2532 ได้แยกออกจากตำบลนครไทยจัดตั้งเป็นตำบลบ้านพร้าว ประกอบด้วยหมู่บ้าน 10 หมู่บ้าน

สภาพทั่วไปของตำบล :
เป็นที่ราบเชิงเขา มีลำน้ำฐานและห้วยฐานแล้งไหลผ่าน และมีลำน้ำแควน้อย ซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักของตำบลแบ่งเขตกับตำบลหนองกะท้าว ในฤดูน้ำพื้นที่บางส่วนของตำบลซึ่งเป็นที่นาจะมีน้ำท่วมในช่วงน้ำฝนไหลหลาก

อาณาเขตตำบล :
ทิศเหนือ ติดต่อกับ ต.นาบัว อ.นครไทย
ทิศใต้ ติดต่อกับ ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ต.นครไทย อ.นครไทย
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ต.นครชุม อ.นครไทย และ ต.ท่าสะแก อ.ชาติตระการ

จำนวนประชากรของตำบล :
จำนวนประชากรในเขต อบต. 7,245 คน และจำนวนหลังคาเรือน 1,639 หลังคาเรือน

ข้อมูลอาชีพของตำบล :
อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม รับจ้างทั่วไป

ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :
1) วัดบ้านพร้าว
2) สถานีอนามัย
3) ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล
4) โรงเรียนบ้านพร้าว
5) บึงหลวง
6) เขาผาขี่ควาย

๘. ตำบลบ้านแยง มี ๑๐ หมู่บ้าน ดังนี้
หมู่ 1 บ้านแยง
หมู่ 2 บ้านหนองหิน
หมู่ 3 บ้านถ้ำพริก
หมู่ 4 บ้านเข็กใหญ่
หมู่ 5 บ้านเกตรสุข
หมู่ 6 บ้านประดู่สิน
หมู่ 7 บ้านเกตรสัมพันธ์
หมู่ 8 บ้านโป่งแค
หมู่ 9 บ้านเข็กกลาง
หมู่ 10 บ้านเกษตรสมบูรณ์

ประวัติความเป็นมา :
ตำบลบ้านแยง เป็นตำบลในเขตการปกครองของอำเภอนครไทย

จำนวนประชากรของตำบล :
จำนวนประชากรในเขต อบต. 9,101 คน และจำนวนหลังคาเรือน 3,094 หลังคาเรือน

ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :
1. วัดเกษตรสุขวนาราม
2. วัดเข็กใหม่พัฒนาราม
3. วัดซำรู้
4. วัดบ้านเข็กใหญ่
5. วัดบ้านแยง
6. วัดสำเนียงราษฎร์ศรัทธาธรรม
7. วัดหนองหิน
8. วัดห้วยกอก
9. วัดห้วยเฮี้ย
10. วัดใหม่ราษฎร์ศรัทธาธรรม

๙. ตำบลยางโกลน มี ๙ หมู่บ้าน ดังนี้

บ้านยางโกลน
สมัยก่อนหมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ที่ทุ่งนาชื่อห้วยโค้ ต่อมาเกิดไฟป่าลุกลามเผาไหม้บ้านเรือนเสียหาย จึงต้องย้ายมาอยู่ที่ใหม่ ซึ่งมีต้นยาง ต้นใหญ่อยู่ในบุ่งน้ำซำ ซึ่งอยู่กลางหมู่บ้าน ต้นยางต้นนี้ตายลง ไม่ยางเป็นโกลนใหญ่มาก แต่นำไปใช้ทำอะไรไม่ได้ จึงเรียกชื่อหมู่บ้านว่าบ้านยางโกลน และเป็นชื่อของตำบลด้วย

บ้านโนนกกมะค่า
หมู่บ้านโนนกกมะค่า เป็นหมู่บ้านที่แยกออกมาจากบ้านยางโกลน สภาพพื้นที่หมู่บ้านนี้เป็นเนินสูง และมีต้นมะค่าใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านโนนกกมะค่า”

บ้านกกมะโมง
สมัยก่อนที่หมู่บ้านนี้เป็นป่าไม้มะโมงเต็มไปหมด

บ้านกกม่วง
ครั้งแรกมี ครอบครัว ๓ ครอบครัว อพยพมาจากอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้มาตั้งถิ่นฐานที่หมู่บ้านนี้ ได้แก่ ครอบครัวนายหิม เกาะเกิด นายอิน จำปาแก้ว นาคำ ศรีบุญ หมู่บ้านนี้จัดตั้งมาแล้วประมาณ ๑๐๐ กว่าปี เดิมมีต้นมัม่วงใหญ่ขนาดวัดโดยรอบต้นประมาณ ๒ เมตร จึงได้ชื่อว่า "บ้านกกม่วง"

บ้านน้ำพริก
มีลำน้ำสายหนึ่ง ริมแม่น้ำมีต้นพริกมากมายตั้งแต่บ้านน้ำพริกไปจนถึงบนเขาโดยที่ชาวบ้านไม่ได้ปลูกเลย

บ้านนาซำหวาย
เต็มไปด้วยป่าไม้และป่าหวาย และมีน้ำซับออกมา

บ้านบุ่งตารอด
สมัยก่อนที่หมู่บ้านนี้เป็นบุ่ง (บึง) ตารอดได้เข้ามาทำไร้ยาสูบอยู่ที่บุ่งริมแม่น้ำเพี้ย เป็นเวลานาน และตายที่บุ่งนี้ ต่อมามีราษฎรอพยพมาจากอำเภอต่านซ้าย ได้มาตั้งบ้านเรือนครั้งแรกจำนวน ๒๐ หลังคาเรือน จึงเรียกหมู่บ้านนี้ตามลักษณะพื้นที่และชื่อของตารอด

บ้านบุ่งปลาผา
หมู่บ้านนี้มีแม่น้ำแควน้อยไหลผ่าน พอถึงฤดูฝนน้ำก็ไหลไปรวมกันเป็นบุ่ง(บึง ,หนองน้ำ) ในบุ่งนี้มีปลาผา (ตะพาบน้ำ) อาศัยอยู่ จึงตั้งชื่อหมู่บ้านตามลักษณะพื้นที่

บ้านฟากน้ำ
บ้านฟากน้ำอยู่คนละฝั่งกับบ้านน้ำพริก เพราะมีแม่น้ำกั้นอยู่ระหว่างฟากน้ำกับน้ำพริก เวลาไปมาหาสู่กันต้องข้ามคลองไป เพราะหมู่บ้านนี้มีแม่น้ำล้อมรอบ
ประวัติความเป็นมา :
ตำบลยางโกลน แยกออกจากตำบลนาบัว เมื่อปี พ.ศ. 2517 เหตุที่ได้ชื่อว่าตำบลยางโกลน เพราะในตำบลมีต้นยางใหญ่อยู่ 1 ต้น มีโพรงอยู่ตรงกลาง เวลามีลมพัด จะมีเสียงคล้ายคนกรน ต่อมาเพี้ยนเป็นโกลน จึงได้ชื่อว่าตำบล “ยางโกลน”

สภาพทั่วไปของตำบล :
ตำบลยางโกลนเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอนครไทย ซึ่งอยู่ทางด้านทิศเหนือของอำเภอ ไปเป็นระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร

อาณาเขตตำบล :
ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลนามาลา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย
ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลนาบัว อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก

จำนวนประชากรของตำบล :
จำนวนประชากรในเขต อบต. 5,067 คน และจำนวนหลังคาเรือน 1,245 หลังคาเรือน

ข้อมูลอาชีพของตำบล :
อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน / ทำไร่
อาชีพเสริม เลี้ยงสัตว์

ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :
1) อบต.ยางโกลน
2) โรงเรียนยางโกลนวิทยา
3) วัดน้ำพริก
4) สถานีอนามัยยางโกลน
5) สถานีอนามัยบุ่งตารอด

๑๐. ตำบลหนองกะท้าว มี ๒๗ หมู่บ้าน ดังนี้
บ้านแก่งหว้า
บ้านโนน
บ้านโนนมะเกลือ
บ้านโนนนาก่าม
บ้านกลาง
บ้านน้ำตาก
บ้านนาโพธิ์
บ้านบางยางพัฒนา

ประวัติความเป็นมา :
ตำบลหนองกะท้าว เป็นชุมชนหนาแน่น ปัจจุบันมีระบบการปกครอง 27 หมู่บ้าน เดิมแล้วบ้านหนองกะท้าวตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า หนองสองเฒ่า และได้ขยายบริเวณหมู่บ้านจนกลายเป็นหมู่บ้านใหญ่ เพื่อระลึกถึงสองผู้เฒ่าที่อยู่บริเวณหนองสองเฒ่า จึงตั้งชื่อหมู่บ้าน หนองกราบเท้า และได้เพี้ยนมาเป็น หนองกะท้าวในเวลาต่อมา ซึ่งได้มีตำนานเล่าขานกันมาตามความเชื่อความเป็นมาของหมู่บ้าน

สภาพทั่วไปของตำบล :
ตำบลหนองกะท้าว อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอนครไทย ห่างจากอำเภอนครไทยประมาณ 5 กิโลเมตร สภาพพื้นที่ เป็นที่ราบมีเนินเขาสูง ประชาชนส่วนใหญ่ทำไร่ข้าวโพดเป็นหลัก

อาณาเขตตำบล :
ทิศเหนือ ติดต่อกับ ต.ท่าสะแก อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก
ทิศใต้ ติดต่อกับ ต.ห้วยเฮี้ย ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

จำนวนประชากรของตำบล :
จำนวนประชากรในเขต อบต. 15,621 คน และจำนวนหลังคาเรือน 4,565 หลังคาเรือน

ข้อมูลอาชีพของตำบล :
ทำสวน เลี้ยงสัตว์ ประมง

ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :
1) โบราณสถานป่าแดงเขาวัด
2) อ่างเก็บน้ำห้วยซำรู้
3) สำนักงานประถมศึกษาอำเภอนครไทย
4) สาธารณสุขอำเภอนครไทย
5) สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์จังหวัดพิษณุโลก
6) หมวดการทาง

๑๑. ตำบลห้วยเฮี้ย ๑๐ หมู่บ้าน

เมืองนครไทย Nakhonthai_E-Book
http://issuu.com/nakhonthai

http://www.nakhonthai007.pantown.com/