islampattana.pantown.com : อิสลามพัฒนา
[ลูกบ้านSignIn][เจ้าบ้านSignIn]
โรงเรียนอิสลามพัฒนา จังหวัดภูเก็ต
สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯเยี่ยม
แก่นแท้ของความสามัคคี
โรคภายในกับยาเสพติด
ลักษณะของผู้นำตามแบบรอซูล
มัสยิดในอดีตกับปัจจุบัน
การมุบัซเซ็ร
มั๊วะยีซาต
นี่คือแนวทางของเรา
หัวใจที่หลงลืมพระเจ้า
แด่เยาวชน
ความรักต่อพระเจ้าคือกุญแจไขปัญหาทั้งมวล
ยืนหยัดความรักซึ่งกันและกัน
หนังสือลำนำนาซีดอิสลาม
ยืนหยัดความรัก
ความยิ่งใหญ่ของการละหมาด
เพื่อเตือนความจำสำหรับลูกๆ ของฉัน
อ้อยที่ที่ไมหวาน
ฝากข่าวประชาสัมพันธ์
ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยน
MAWADDAH
ภาพโรงเรียน
ห้องสนทนา
khutbah idil fitri
อาวุธที่ทรงพลัง
การศึกษาที่ผิดพลาด
มาดูรูปนี้
มูลนิธิเพื่อภราดรภาพ
ซายะ
เอกซ์โปรที่สตูล
ห้องภาพ




[69653]


muslimthairadio

   มัสยิดในอดีต กับ ปัจจุบัน

เมื่อก่อนมัสยิดมีจำนวนไม่มากนัก ในสมัยของท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ก็มีเพียงแค่มัสยิดเดียว นั่นคือมัสยิดิลฮารอม ส่วนที่นครมาดีนะฮ์ ก็มีเพียง 1 มัสยิดเท่านั้น นั่นก็คือ มัสยิด กูบา มัสยิดในสมัยของท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ ซ.ล. ถึงแม้ว่าจะมีเพียงแค่มัสยิดเดียว แต่ก็ถือได้ว่าเป็นแหล่งกำเนิดความรู้และภูมิปัญญาต่างๆ ในอิสลาม นอกเหนือจากมัสยิดจะใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจแล้ว มัสยิดยังถือได้ว่าเป็นสถานที่ พบปะกับท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ เป็นสถานที่ใช้ปรึกษาหารือ สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคม เป็นสถานที่ที่สร้างภราดรภาพ สร้างความสมัครสมานสามัคคี เป็นสถานที่จัดการบริหารกิจการสังคม และอื่นๆ อีกอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม

มัสยิดได้รับการดูแลรักษา โดยกลุ่มชนที่เรียกว่า อะฮ์ลีซุฟฟะฮ์ ซึ่งเขาจะใช้ชีวิตอยู่ที่มัสยิด พวกเขาใช้ชีวิตเพียงเพื่อการอิบาดะฮ์ต่อพระองค์อัลเลาะฮ์ (ซ.บ.) เท่านั้น โดยที่พวกเขาไม่มีทรัพย์สินเงินทองใดเลยแม้แต่เล็กน้อย ถ้าหากวันใดไม่มีอาหารพวกเขาก็จะถือศีลอด แต่กระนั้นก็ตามพวกเขาก็พร้อมเสมอที่จะน้อมรับคำสั่งจากท่านร่อซูลุลเลาะฮ์เพื่อทำสงครามในหนทางของอัลเลาะฮ์ หรือกิจการงานศาสนาใดก็ตาม การได้เข้าร่วมสงครามในหนทางของอัลเลาะฮ์ถือได้ว่าเป็นโอกาสทองของพวกเขาซึ่งรอมานาน

ถึงแม้ว่าในภายนอกแล้วจะดูเหมือนว่าบุคคลเหล่านี้จะมีชีวิตอยู่ในสภาพที่แร้นแค้น พวกเขาก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการทำงานศาสนาของอัลเลาะฮ์ พวกเหล่านี้นี่เองที่เรียกว่า คนของมัสยิด ในสมัยของท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ พวกเขาประกอบศาสนกิจทำละหมาดด้วยความรักที่มีต่ออัลเลาะฮ์ โดยถือได้ว่าเป็นชีวิตจิตใจของพวกเขาเลย พวกเขาละหมาดมากเท่าไรก็เท่ากับพวกเขาได้เข้าใกล้ต่อพระองค์อัลเลาะฮ์มากขึ้นเท่านั้น ยิ่งพวกเขาละหมาดมากเท่าไรก็จะทำให้พวกเขามีความรักความสามัคคีที่มั่นคงระหว่างกันและกันมากขึ้น ซึ่งเป็นผลทำให้สังคมมีพลังที่มั่นคงแข็งแรง

มัสยิดในปัจจุบัน

ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่ามัสยิดมีอยู่ทั่วไป และเกิดขึ้นเหมือนดอกเห็ด มัสยิดในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นมาอย่างมากมายและสวยงาม โดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของอัลเลาะฮ์ แต่เพียงเพื่อดึงดูดสายตาของนักท่องเที่ยว

ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลมัสยิดก็เช่น มิได้เป็นเช่นบรรดา อะฮ์ลีซุฟฟะฮ์ อีกแล้ว ในทางตรงกันข้าม พวกเขากลับแสวงหาชื่อเสียงและผลประโยชน์ในดุนยาจากมัสยิด จนเป็นผลที่นำไปสู่การแตกแยกและเป็นศัตรูระหว่างกันและกัน นั่นก็คือเพื่อแย่งชิงในการได้เป็นผู้บริหารดูแลมัสยิด

ในแต่ละวันเราก็ได้เห็นว่ามีผู้คนมากมายเดินทางไปละหมาดที่มัสยิด แต่ความเป็นจริงแล้วอิบาดะฮ์ที่พวกเขาได้ทำนั้นไม่ยังผลให้เกิดอัคลาคหรือมารยาทที่ดีงามขึ้นมาเลย ซึ่งเห็นได้จากหลายคนที่ทำละหมาดก็ยังกล้าที่จะมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนต่อหลักชารีอัต ผู้ที่เป็นสตรีในขณะละหมาดก็มีการปกปิดเอารัต แต่พอเสร็จสิ้นการละหมาดก็กล้าที่จะเปิดเผยเอารัต

ยิ่งคนเราละหมาดกันมากเท่าไร ก็ดูเหมือนว่าอุมัตอิสลามยิ่งแตกคอกัน มีอารมณ์ฉุนเฉียวโกรธง่าย ไม่มีการประณีประนอม มีการใส่ร้ายป้ายสีซึ่งกันและกัน แสดงสีหน้าบึ้งตึงหรือไม่พอใจให้กัน ความรักความสมัครสมานสามัคคีก็แห้งหายไปจากจิตใจ

มัสยิดในสมัยของท่านร่อซูลุลเลาะฮ์นั้น ได้ใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจตลอดทั้งกลางคืนและกลางวัน แต่ในปัจจุบัน มัสยิดใช้เป็นเพียงแค่สถานที่ละหมาดเท่านั้น ส่วนเวลาอื่นก็จะล็อคกุญแจเพราะกลัวการลักโขมยทรัพย์สินมีค่าของมัสยิด

มัสยิดมิได้เป็นสถานที่แสดงความใกล้ชิดต่อพระองค์อัลเลาะฮ์อีกแล้ว แต่มัสยิดในปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่โต้วาที พูดคุย เรื่องราวที่ไร้สาระต่างๆนานา และที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ มัสยิดได้กลายเป็นเวทีฟิตนะฮ์เพื่อใส่ร้ายป้ายสีซึ่งกันและกัน มัสยิดมิได้เป้นเครื่องหมายแห่งความสามัคคีอีกแล้ว แต่ได้กลายเป็นสถานที่ที่สร้างความแตกแยกให้กับสังคม มัสยิดในปัจจุบันมิได้เป็นสถานที่ที่ใช้ ซิเกร ตะฟักกุร ใคร่ครวญและสอบสวนตัวเอง แต่มัสยิดกลับกลายเป็นสถานที่สร้างอำนาจและความยิ่งใหญ่ให้กับตนเอง โดยมองเห็นแต่ความไม่ดีของผู้อื่น

มัสยิดได้กลายเป็นสถานที่แบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่ลงรอยระหว่างกันและกัน ไม่มีความเชื่อถือซึ่งกันและกัน

คนเราทุกวันนี้ลืมความมีระเบียบมารยาทในมัสยิดไปแล้ว มัสยิดในปัจจุบันมิได้เป็นสถานที่แสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน และเป็นเครื่องหมายแห่งอิสลาม แต่กลับกลายเป็นสถานที่ที่แข่งขันกันและเย่อหยิ่งลำพองอีกทั้งไม่เป็นสถานที่สงบอีกแล้ว