ทิดหนึ่งพระเครื่อง,คนดนตรี
[ลูกบ้านSignIn][เจ้าบ้านSignIn]
ยินดีต้อนรับสู่เมืองอุทัยธานี
ประวัติสมเด็จพระวันรัตน(เฮง เขมจารี)
ประวัติ หลวงปู่พลอย วัดห้วยขานาง จ.อุทัยธานี
วัดห้วยขานาง(หลวงพ่อพลอย)ในปัจจุบัน
ประวัติหลวงพ่อเคลือบ วัดหนองกระดี่
ประวัติ พระราชอุทัยกวี (พุฒ สุทตฺตะเถระ) อดีตเจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี
พระครูอุทัยสังฆกิจ(หลวงพ่อรัง)วัดอมฤตวารี(หนองน้ำคัน)
หลวงพ่อเคน วัดดงเศรษฐี
ประวัติหลวงพ่อปลั่ง วัดห้วยรอบ
หลวงพ่อจู วัดดอนกลอย
วัตถุมงคลชุดหลวงพ่อพลอย
ให้บูชาวัตถุมงคลชุดหลวงพ่อสด,หลวงพ่อแอ๋ว,หลวงพ่อเคลือบ
ให้บูชาวัตถุมงคลคณาจารย์เมืองอุทัยธานี
พระเครื่องทั่วไป
ปรึกษา สนทนา เรื่องพระเครื่องเมืองอุทัยธานี




[39608]



   หลวงพ่อเคลือบ สาวรธมฺโม วัดหนองกระดี่ อ.ทัพทัน

หลวงพ่อเคลือบเป็นคนเชื้อสายจีน สัญชาติไทย เกิดเมื่อปีพุทธศักราช 2432 ที่บ้านคลองชะโด ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี นามมารดา บิดา ยังไม่ทราบหลักฐาน มีพี่น้องร่วมมารดาบิดา 8 คน บรรพชาอุปสมบท นายเคลือบเมื่ออายุครบบวชแล้ว ก็ได้เข้ารับการบรรพชาอุปสมบท เมื่อปี พุทธศักราช 2453 ที่พัทธสีมาวัดหนองเต่า ตำบลโนนเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี โดยมีพระครูอุทัยธรรมวินิฐ (หลวงพ่อสิน) เป็นพระอุปัชฌาย์พระกรรมวาจาจารย์ และพระอนุสาวนาจารย์ ไม่ทราบนาม แล้วท่านก็ได้นามว่าพระเคลือบ สาวรธมโม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลวงพ่อเคลือบท่านได้อยู่จำพรรษาเรียนวิชาอาคมกับหลวงพ่อสินที่วัดหนองเต่าเป็นเวลา 3 พรรษาได้วิชาวาจาสิทธิ์และวิชาคงกระพันชาตรีจากหลวงพ่อสิน สมัยนั้นพระภิกษุสามเณรวัดหนองเต่ามีจำนวนมากไม่เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรทางจิต และหลวงพ่อสินท่านพูดอยู่เสมอว่า ถ้าจะให้วิชาขลังนั้น ต้องไปหาที่สงบฝึกจิต หลวงพ่อเคลือบสนทนาธรรมกับหลวงพ่อสินแล้วก็ขอลาไปฝึกจิตเรียนวิชาเพิ่มเติม หลวงพ่อสินบอกว่ามีพระเก่งวิชาเพ่งกสินอยู่แถบลพบุรี ท่านก็ลาไปโดยมีพระร่วมเดินทางไป 3 รูป ท่านก็ไปพบอาจารย์ ซึ่งจากการสอบถามคนเก่าหลายคนบอกว่า เป็นหลวงพ่อวัดเขาสาลิกา ซึ่งเป็นผู้มีวิชาอาคมแก่กล้ามาก ในสมัยนั้น โดยเฉพาะ กสินไฟ ท่านเพ่งเทียนจนไฟลุกได้เมื่อหลวงพ่อเดินทางไปถึงแล้วก็เข้าไปกราบพร้อมฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อเรียนคาถาพระอาจารย์พูดว่า ถ้าไม่สึกก็จะสอนวิชาให้ ถ้าสึกก็จะไม่สอนหลวงพ่อเคลือบก็ปฏิญาณ แน่วแน่ว่าชาตินี้จะไม่ขอสึก ส่วนพระที่ไปด้วยไม่รับปากจึงไม่ได้เรียนวิชาด้วย ท่านเรียนกรรมฐานทำสมาธิ จนจิตเป็นหนึ่งเดียวและเรียนวิชา กสินไฟและเรียนอักษรขอมที่ใช้เขียนยันต์ เพิ่มเติมจากหลวงพ่อกบอีกเป็นเวลาถึง 6 ปี เต็มท่านก็ลาอาจารย์ออกธุดงค์ไปทางเหนืออีกหลายปีไม่ทราบว่าไปที่ใดบ้างแล้วท่านก็กลับมาที่อุทัยอีกมาอยู่วัดหนองเต่า แต่อยู่ได้ ไม่กี่วันทางญาติโยมวัดหนองหญ้านางก็มานิมนต์หลวงพ่อเคลือบไปอยู่ เมื่อหลวงพ่อมาอยู่ท่านก็ได้สร้างพระอุโบสถขึ้นมาหนึ่งหลัง แต่ยังไม่ทันเสร็จเรียบร้อยดีก็เกิดเรื่องกับบรรดามักทายกวัดขึ้นเสียก่อน หลวงพ่อเคลือบจึงพูดขึ้นว่า “ถ้าข้าอยู่ใครก็มาอยู่ไม่ได้” ต่อมาก็หาพระมาอยู่ได้ยาก แล้วหลวงพ่อเคลือบก็กลับมาที่วัดหนองเต่า พอดีทางวัดหนองแกขาดพระ หลวงพ่อเคลือบจึงมาจำพรรษาอยู่ที่นี่หนึ่งพรรษาแล้วย้ายมาอยู่ที่วัดทัพทันอีกสามพรรษาพอดีทางวัดหนองกระดี่ไม่มีเจ้าอาวาส พวกญาติโยมจึงนิมนต์หลวงพ่อเคลือบมาเป็นเจ้าอาวาส หลวงพ่อเคลือบท่านอยู่ที่วัดหนองกระดี่จนมรณภาพในปี พ.ศ.2497 นั่นเอง ที่มาจาก:หนังสือประวัติหลวงพ่อเคลือบ เนื่องในงานเททองหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อเคลือบ @@@

การบนบานศาลกล่าว "หลวงพ่อเคลือบ" หลวงพ่อเคลือบเป็นชาวหมู่บ้านหนองเต่า อ.เมือง จ.อุทัยธานี เมื่อครบ อุปสมบท ก็ได้อุปสมบทที่วัดหนองเต่าโดยมีหลวงพ่อสินเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อจำพรรษาได้ ๓ พรรษา ได้กราบลาพระอาจารย์ไปเรียนพระเวทที่ จ.ลพบุรี โดยเดินทางด้วยเท้าเปล่าครึ่งเดือน ท่านมีความมานะ ได้เรียนอยู่ ๖ ปีเต็มท่านเป็นผู้มีกรรมคือท่านเป็นโรคริดสีดวง จึงต้องทานยา ผสมสุรา ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงถูกชาวบ้านมองท่านในแง่ไม่ดีแม้แต่พระสงฆ์ด้วยกันก็ตาม จนเจ้าคณะจังหวัดสั่งไม่ไห้ใครยุ่งเกี่ยวกับหลวงพ่อเคลือบ ท่านมีความขยันในการเล่าเรียนคาถาอาคมจนเก่งกล้า ท่านจึงกลับวัดหนองเต่า อยู่ได้ไม่นานทางวัดหนองกระดี่นิมนต์ท่านกลับมาเป็นเจ้าอาวาส ความสำคัญ หลวงพ่อเคลือบท่านได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ชาวบ้านจะบนบานศาล กล่าวด้วยธูป ๓ ดอกหรือบางครั้งก็จะบอกกล่าวธรรมดาว่าต้องการบนเรื่องอะไรและจะแก้บนด้วยอะไรส่วนใหญ่ การแก้บนมักจะเป็นเหล้าขาว มะขาม หรือพวงมาลัย การบนบานศาลกล่าว หลวงพ่อเคลือบแทบจะ เป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตของชาวจังหวัดอุทัยธานีและจังหวัดใกล้เคียง เมื่อมีของหาย ถ้าบนบาน ก็จะได้กลับคืนมาเกือบทุกครั้ง หรือบางครั้งจะมีการบนบานไม่ให้ ฝนตก ฝนก็จะหยุดตกเกือบทุกครั้งไป หรือบางครั้งจากหนักเป็นเบารวมทั้งถึงการช่วยคุ้มครอง ในการเดิน ทางให้ปลอดภัย พิธีกรรม ส่วนใหญ่ถ้าบนบานให้ได้ผลก็จะบนด้วยเหล้าขาว มะขามเปียกเปิดฝาแล้วบอก กล่าวท่านทิ้งไว้ สักครู่ก็บอกลาท่านส่วนใหญ่จะไปแก้บนที่วัดหนองกระดี่ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี เพราะมีศาลและรูปจำลองของท่านตั้งอยู่ทุกวันจะมีผู้คนไปสักการะเป็นประจำ

ในด้านความผูกพันระหว่างหลวงพ่อเคลือบกับชาวจังหวัดอุทัยธานีนั้นนับได้ว่ามีความผูกพันกันในทุกชนชั้นเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่านึกอะไรไม่ออก บอกไม่ถูก ก็ต้องนึกถึงหลวงพ่อเคลือบทุกครั้ง หรือเวลาที่เราเห็นใครจะดื่มเหล้า ต้องเทเหล้าใส่แก้ว ยกมือพนมไว้ก่อนดื่ม สันนิฐานได้เลยว่า 80 % เป็นคนอุทัยธานี
ในเรื่องราวของวัตถุมงคลของหลวงพ่อนั้นเท่าที่ทราบ วัตถุมงคลที่ทันหลวงพ่อจะมีเพียงแต่ ตะกรุด(ฝาบาตร)และรูปถ่ายเท่านั้น ส่วนวัตถุมงคลที่นิยมเล่นหากันเป็นหลักได้แก่ วัตถุมงคลชุดปี 2515 ที่ออกโดยวัดทัพทัน เพราะพิธีดีประสบการณ์เยี่ยม และวัตถุมงคลที่ออกวัดอื่นอีก เช่น วัดดงแขวน วัดหนองกระดี่นอก หนองกระดี่ใน
โดยส่วนตัว "ทิดหนึ่ง" ถือว่าสนิทสนมกับหลวงพ่อ(ทางจิตวิญญาณ)แต่คงมิอาจบอกกล่าวให้กับท่านให้เข้าใจได้ เพียงแต่จะบอกว่าไม่ว่าจะเป็นวัตถุมงคลรุ่นใด แท้หรือไม่ หรือแม้แต่นึกถึงและเอ่ยชื่อท่านบอกวัดบอกจังหวัดด้วย.. รับรองว่าท่านจะมาอนุเคราะห์ญาติโยมทุกคนทุกท่านได้แน่นอน
พูดถึงการแก้บนหน่อย เดี๋ยวนี้การบอกกล่าวและการแก้บนมักจะทำเป็นพอเป็นพิธีเสียมากกว่า เวลาบอก(ก่อนดื่มเหล้า)ก็ควรจะทิ้งไว้สักชั่วอึดใจหน่อย ไม่ใช่ว่าวางปุ๊บก็เสสังปั๊บเลย...ทิ้งไว้สักชั่วอึดใจหน่อยครับ ...เพราะหลวงพ่อเคยบอกว่า..กูยังไม่ทันนั่งเลย มันเสสังซะแล้ว..ส่วนการแก้บนท่าน ขอให้ทำอย่างจริงใจไม่ใช่โกงท่าน เช่นบนด้วยเหล้าขาว เหล้าแดง เบียร์ กี่ขวดก็ควรจะทำตามเช่นนั้น หลายคนคอยจะโกงท่าน เช่น บนเหล้า 6 ขวด ก็ซื้อเหล้ามาแล้วเทใส่ขวดเครื่องดื่ม 6 ขวด..ดังนี้ถือว่าเป็นการโกงนะครับ และรอจนกว่าธูปจะหมดดอกเสียก่อนค่อยเสสังจึงจะเป็นการถูกวิธี...
ต่อมาเรื่องของที่แก้บน...หากครอบครัวท่านไม่ขัดสนมากจนเกินไปนัก "ทิดหนึ่ง" ว่า ของที่แก้บนควรนำถวายวัดไปเลย(หัวหมู ไก่ ฯลฯ)เพราะพระท่านจะได้นำของที่ท่านแก้บนไปทำทานต่ออีกที ท่านก็น่าจะได้บุญกับพระท่านด้วย ส่วนเหล้าเอากลับเถิดไม่ว่ากัน
ผ่านมาถนนสายทัพทัน-สว่างอารมณ์ ก็ขอเชิญกราบนมัสการท่านได้ที่วัดหนองกระดี่นอกนะครับ เพราะวิหารหลวงพ่อเคลือบอยู่ติดกับถนนพอดี ขอบารมีหลวงพ่อเคลือบคุ้มครองตลอดไปครับ.....
ขอให้