คุยกันสบายๆๆๆ
[ลูกบ้านSignIn][เจ้าบ้านSignIn]
รวมเว็บที่น่าสนใจ
ต้นไม้น่าปลูก(ไม้มงคล)
องค์กรไม่แสวงผลกำไร NGO
สาระน่ารู้
เมื่อทหารอเมริกาข่มขืนฆ่าเด็กอายุ14
ประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ธงชาติ เพลงชาติ -สร้าง (รัฐ) ชาติไทย เรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศส และ-แผ่ขยายมหาอาณาจักรไทย Pan-Thai-ism
สบายๆๆๆ
แลกเปลื่ยนความคิดความรู้ทั่วไป
รวมภาพ
สรอ้ยลูกปัด
ชุมนุมเรื่องผีกับmanman
Boardสำหรับคนว่างงานไม่มีงานทำหางานไม่ได้ท้อแท้มาแลกเปลื่ยนประสบการณ์ระบายอารมณ์
manmanแสดงความเห็นเรื่องการเมือง
เว็บพันธมิตร
การเรียงลำดับพระมหากษัตริย์ และเหตุการณ์สำคัญ ในสมัยอาณาจักรอยุธยา
อมาตยาธิปไตย
การเมืองใหม่ที่ควรรู้
บทสัมภาษณ์ของชายขายบริการ
ประชาธิปไตย (democracy)
เผด็จการ
คอร์รัปชั่น – ปัญหาทำลายชาติ
ความหมาย!ทรราช
ลัทธิคอมมิวนิสต์
ยินดีตอนรับ
สะกดรอย จิม ทอมป์สัน "ราชาไหมไทย" หรือสายลับ?
สาระความรู้เรื่องปอดบวมปอดอักเสบ
รวมเรื่องน่าสนใจ
เวปบอร์ดคุยกับraxi
รวมภาพถ่ายของmanman
แนวทางป้องกันไข้หวัด
สาระเรื่องนก
ใครหนอ รักเราเท่าชีวี
แนวทางป้องกันไข้หวัด2009
มีปัญหา หรือ มีข้อแนะนำที่นี่
อาหารสมอง Eat Smart
manman love you
ลำนำกลอนรัก

ติดต่อเจ้าบ้าน

[112754]


manman
 hellomanman
manmantour
cleanman
lovetreeman
 happy-topay
 invite-buying
 men-women-apparel
tipsmanman
electricmanman
 menmen007
diarylovemanman
 homemanman
 menmen-love
alovemanman
news-the-world
 foodmanman
 ghost-in-manman
herbs-in-manman
fishmanman
kidsloveman
mommanman
raxipantown


   บทสัมภาษณ์พิเศษ :: เผยสถานการณ์ชายขายบริการไทยใหญ่ บทสะท้อนปัญหาจากพม่าสู่ไทย

สาละวินโพสต์ฉบับนี้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณพงศ์ธร จันทร์เลื่อน ผู้จัดการโครงการเพื่อชายรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพใช้ชีวิตทางเพศอย่างรับผิดชอบและปลอดภัย หรือ Mplus ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานกับกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายซึ่งรวมถึงกลุ่มชายผู้ให้บริการทางเพศในจังหวัดเชียงใหม่ จากการทำงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมาขององค์กรนี้พบว่า กลุ่มผู้ให้บริการทางเพศสำหรับชายรักชายเริ่มมีกลุ่มชาวไทยใหญ่จากประเทศพม่าเข้ามาทำงานเป็นสัดส่วนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเหตุใดชายหนุ่มเหล่านี้จึงตัดสินใจเข้าสู่อาชีพที่สังคมของตนเองยังมองว่าเป็น “สิ่งผิดบาป” หรือเป็น “เพศสัมพันธ์ต้องห้าม” และพวกเขาใช้ชีวิตอยู่อย่างไรในโลกของชายผู้ให้บริการทางเพศในดินแดนประเทศเพื่อนบ้าน คำตอบอยู่ในบทสัมภาษณ์ตรงหน้าคุณแล้ว

สถานการณ์ชายขายบริการทางเพศตอนนี้เน้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นอย่างไรบ้าง?

ด้วยเหตุที่ว่าจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดใหญ่ และเป็นจังหวัดท่องเที่ยวเพราะฉะนั้นในเรื่องสถานบริการต่างๆ ที่จะรองรับ นักท่องเที่ยวจึงเกิดขึ้นมาค่อนข้างเยอะ หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือสถานบริการทางเพศ ซึ่งก็มีหลายรูปแบบแต่เราจะชินอยู่กับสถานบริการที่มีผู้หญิงให้บริการเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยนึกถึงชายผู้ให้บริการทางเพศซึ่งมีมานานเป็นสิบๆ ปีแล้วเหมือนกัน เพราะเดิมไม่ได้เป็นสถานบริการทางเพศโดยตรงเหมือนกับสถานบริการที่มีผู้หญิงขายบริการทั่วไปที่มันจะบอกตรงๆ ว่าคุณเข้าไปแล้วคุณสามารถจะเข้าไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงได้เหมือนกับการซื้อสินค้า แต่สำหรับผู้ชายจะมีกรอบเรื่องวัฒนธรรม ความคิดความเชื่อ ต่าง ๆ อยู่ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้น สถานประกอบการกลางคืน ที่ให้บริการทางเพศโดยผู้ชายแต่เดิมมันไม่ได้บอกตรงๆ เพียงแต่แอบแฝงอยู่ แต่ที่น่าสังเกตก็คือเมื่อย้อนไปดูข้อมูลเมื่อปี 2546 จะพบว่าคนที่เข้ามาเป็นผู้ชายให้บริการทางเพศจะเป็นกลุ่มที่ไม่ได้เป็นเด็กที่อยู่ในเมือง แต่จะมาจากอำเภอรอบนอกค่อนข้างเยอะแต่พอหลังปี 2546 เป็นต้นมาก็ไม่ได้มีเฉพาะเด็กอำเภอรอบนอกเท่านั้น แต่ยังมีชนกลุ่มน้อย เช่น ชาวเขาหรือรวมไปถึงกลุ่มชาติพันธุ์จากชายแดนประเทศพม่า ช่วงปี 2546 จะเห็นชัดว่ามีกลุ่ม
ไทยใหญ่เริ่มเข้ามาสู่อาชีพนี้มากขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้เข้ามาสู่อาชีพนี้โดยตรง เพราะเขาเข้ามาเมืองไทยตั้งแต่ก่อนหน้านั้นและทำอาชีพอื่นมาก่อน เช่น คนงานก่อสร้าง หรือพนักงานเสิร์ฟ แต่มีเหตุที่ทำให้ต้องตัดสินใจเปลี่ยนจากอาชีพเดิมเข้าสู่อาชีพให้บริการทางเพศ มีอยู่รายหนึ่งเมื่อก่อนทำงานก่อสร้าง หน้าที่ของเขาไม่ได้ใช้ทักษะอะไรมาก แค่ช่วยแบกปูนหิ้วโน่นหิ้วนี่ เป็นแรงงานจริงๆ แล้วมีเพื่อนเขาไปพูดคุยให้ฟังว่ามีอาชีพที่หาเงินง่าย ทำงานสบายๆ ได้แต่งตัวดีๆ ไม่ต้องมาแบกมาหาม แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นอาชีพอะไร และชักชวนให้มาดูสถานที่ทำงานก่อน พอเข้ามาดูปุ๊บ เพื่อนจะยังไม่บอกว่าต้องขายบริการ แต่มาเป็นพนักงานเสิร์ฟ ความเข้าใจการเสิร์ฟของเขาก็คือเสิร์ฟอาหารทั่ว ๆ ไป แต่พอตัดสินใจมาทำงาน นายจ้างก็จะชี้แจงให้ฟังว่า ถ้าเป็นพนักงาน เสิร์ฟจะได้เงินเดือนเท่าไหร่ แต่ถ้าทำงานขายบริการจะมีได้รายได้เท่าไร เพราะฉะนั้นเขาจึงเลือกที่ตัดสินใจอะไรบางสิ่งบางอย่าง เพื่อนจึงเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ ในขณะเดียวกันการที่เขาเห็นตัวอย่างจากเพื่อนว่า การเข้ามาสู่อาชีพนี้ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เขาก็อยากจะเข้ามา คราวนี้การชักชวนอย่างนี้มันก็ขยายมากขึ้นเรื่อยๆ เราจะเห็นว่าเวลาเราเข้าบาร์แต่ละที่ตอนนี้จะเจอกลุ่มผู้ชายที่เป็นน้อง ๆ ไทยใหญ่ค่อนข้างเยอะ

ปัญหาของคนไทยใหญ่ที่เข้ามาทำงานตรงนี้มีอะไรบ้าง

เด็กกลุ่มนี้ความรู้น้อยและมีปัญหาเรื่องการใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร ทำให้การรับรู้ข้อมูลเรื่องสุขภาพโดยเฉพาะความรู้ เรื่องการป้องกันตนเองจากโรคเอดส์มีค่อนข้างจำกัด คนที่ชักชวนเข้ามาทำงานมักจะให้ข้อมูลด้านเดียวว่าทำงานแล้วได้เงิน แต่ไม่มีการให้ข้อมูลอีกแง่มุมหนึ่ง เช่น ถ้าทำงานอย่างนี้แล้วจะต้องดูแลตัวเองอย่างไร เป็นต้น ตัวช่วยอันหนึ่งที่ทำให้เขาได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้ก็คือกลุ่มเพื่อนๆของเขาเอง ลักษณะเป็นการแบ่งปัน ประสบการณ์ให้กันฟังว่าถ้าเขาจะไปทำงานบริการอย่างนี้ จะต้อง ดูแลตัวเองอย่างไร จัดการตัวเองอย่างไร ต่อรองลูกค้าอย่างไร จะต้องมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยอย่างไร

นอกจากนี้ยังมีปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องสิทธิการดำรงอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะส่วนใหญ่จะไม่มีบัตรอนุญาตทำงาน เพราะฉะนั้นไม่ว่าเขาจะไปทำงานก่อสร้างหรือทำงานในบาร์ ก็จะรู้สึกหวั่นวิตกหรือไม่มั่นคงในการทำงาน วิธีการที่ใช้แก้ปัญหาก็คือ ทำอย่างไรให้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นให้น้อยที่สุด นอกเหนือจากลูกค้ากับคนในที่ทำงานแล้ว คนกลุ่มนี้ก็จะไปหาที่พักที่อยู่ไกลผู้คน หอพักที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน ไม่มี ตำรวจมาตรวจสอบมาก ถ้ามีคนวุ่นวายมีวัยรุ่นมากตำรวจจะเข้ามาดูแลได้ง่ายขึ้น ดังนั้น โลกของเขาจึงมีแต่สถานที่ทำงานกับที่พัก การเดินทางออกไปข้างนอกอย่างอิสระแทบจะไม่มีเลย ยกเว้นไปกับลูกค้า เช่น ไปเที่ยวดิสโกเธค ไปดูหนัง หรือไปเที่ยวข้างนอกแล้วแต่ลูกค้าจะพาไป เพราะตัวเขาเองไม่กล้าไปไหน หรือบางคนอาจมีบัตรประจำตัวชาวเขา หรือบัตรสีต่างๆ ที่กำหนดให้เดินทางเฉพาะบางพื้นที่ เขาก็ไม่กล้าไป ยิ่งกลุ่มเด็กไทยใหญ่ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ยิ่งเก็บตัวมากกว่า เพราะผิดกฎหมายหลายกรณีทั้งเรื่องค้าบริการทางเพศและไม่มีบัตรแรงงานต่างด้าว เด็กกลุ่มนี้ที่เคยเจออายุประมาณ 17 ปี แอบแฝงเข้าไปขายบริการในบาร์เกย์บางร้าน ถ้าช่วงไหนตำรวจลงหรือออกตรวจพื้นที่ เด็กพวกนี้จะต้องหลบออกไปอยู่นอกร้านหรือถูกพักงานไปสักหนึ่งอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ ในช่วงที่พักงานเด็กจะไม่มีรายได้ ไม่มีใครรับผิดชอบชีวิตของเขา ต้องหากินเอง คนที่พอจะหาเงินได้ก็จะเลี้ยงตัวเองไปได้อีกประมาณหนึ่งอาทิตย์สองอาทิตย์ แต่คนที่ไม่สามารถที่จะหาเงินได้ก็จะมีปัญหา เพราะฉะนั้นการที่เขาไม่ได้รับสิทธิอย่างชอบธรรม ไม่ว่าจากนายจ้างหรือภาครัฐก็ตามทำให้เขากลายเป็นคนผิดกฎหมาย เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตและความยุ่งยากในการหาเงินมาดูแลตัวเอง

กลุ่มลูกค้าหลักเป็นกลุ่มไหน
มีทั้งกลุ่มคนไทยและกลุ่มต่างชาติ กลุ่มต่างชาติจะรวมถึง แถบเอเชียด้วย เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลี กลุ่มลูกค้าคนไทย กับคนต่างชาติจะได้รับทั้งการปฏิบัติและราคาที่ต่างกัน การที่เด็กไม่มีประสบการณ์มาก่อนหรือมีข้อจำกัดด้านภาษาจะทำให้เสียเปรียบในการเจรจาต่อรอง และยิ่งเด็กบางคนเอาเงินเป็นตัวตั้ง พอแขกเสนออะไรมาสักอย่าง เช่น ไม่ใช้ถุงยางได้ไหม หรือทำโน่น ทำนี้ได้ไหมแล้วจะเพิ่มราคาให้ การที่เด็กเอาเงินเป็นตัวตั้ง เขาก็เริ่มที่จะโอนอ่อนที่จะไปปฏิบัติตามที่ลูกค้าเขาเสนอ ความเสี่ยงจึงอยู่ตรงที่เด็กบางคนไม่รู้ว่าจะต้องป้องกันตัวเองอย่างไร

ลักษณะการขายบริการเป็นอย่างไรบ้าง
ถ้าเป็นบาร์จะมีหลายประเภท เช่น บาร์โชว์จะมีการโชว์เต้นอะโกโก้ หรือโชว์ท่าร่วมเพศอะไรลักษณะนี้ บาร์ออฟบางบาร์อาจไม่มีโชว์ แต่เข้าไปแล้วออฟเด็กมาข้างนอกได้ หรือบางร้านอาจเป็นทั้งบาร์โชว์และบาร์ออฟไปในตัว บาร์คาราโอเกะจะมีเพลงให้ร้องแล้วมีเด็กผู้ชายมาคอยปรนนิบัติเอาใจ แล้วก็สามารถ ออฟออกไปข้างนอกได้ บาร์อีกลักษณะหนึ่งคือบาร์นวดซึ่งจะไม่มีคาราโอเกะหรือความบันเทิงอะไร แต่จะมีพนักงานนวดเป็นผู้ชายโดยมีกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มเกย์ ลูกค้าบางคนไม่ชอบไปร้องคาราโอเกะหรือไปดูโชว์แต่เขาจะชอบไปนวดและพาไปมี
เพศสัมพันธ์กันต่อ ซึ่งตรงนี้เด็กจะถูกชักชวนว่าไม่ได้มาขายบริการแต่มาเป็นพนักงานนวด เป็นการสร้างความเข้าใจผิดเบื้องต้นว่าเด็กเข้ามาทำงานเป็นพนักงานนวด ส่วนหลังจากเข้ามาทำงานแล้วอยากไปมีเพศสัมพันธ์กับลูกค้าก็ให้ไปตกลงกันเอง

ลักษณะของบาร์นวดสำหรับเกย์แตกต่างจากบาร์นวดที่ให้บริการลูกค้าทั่วไปอย่างไร?
บาร์นวดทั่ว ๆ ไป ถ้าเป็นร้านที่เน้นการนวดจริง ๆ จะ ให้ความสำคัญเรื่องกระบวนการนวด นวดเพื่อผ่อนคลาย นวดเพื่อสุขภาพ แต่บาร์นวดในความหมายของกลุ่มเกย์จะเป็นการนวดอีกความหมายหนึ่งคือ การนวดจริงๆ เป็นแค่รูปแบบที่เริ่มต้น ให้ลูกค้าเท่านั้นเอง อาจจะนวดจริงๆ ไม่ถึงสักห้าหรือสิบนาที หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นการมีเพศสัมพันธ์แทน หากสังเกตลักษณะภายนอกร้านนวดสำหรับเกย์จะมีสัญลักษณ์บางอย่างบ่งบอก เช่น ธงสีรุ้ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน หรือภาพผู้ชายนวดผู้ชายที่มีลักษณะหวือหวาค่อนไปทางอีโรติค ลูกค้าที่เป็นเกย์จะรู้ได้เองว่าบาร์ไหนเป็นบาร์เกย์

อยากทราบสัดส่วนของบาร์เกย์ที่กล่าวมาข้างต้นว่าประเภทไหนเยอะที่สุด?
สัดส่วนระหว่างบาร์โชว์กับบาร์นวดตอนนี้ก็ห้าสิบห้าสิบ ทั้งสองบาร์สามารถออฟได้หมด

เฉพาะในเชียงใหม่ประมาณได้ไหมว่ากี่ร้าน ?
ถ้าเป็นบาร์ต่าง ๆ รวมแล้วมีประมาณเจ็ดแห่ง ถ้าเป็นร้านนวด ถ้านับรวมร้านเล็ก ๆ ด้วยก็ประมาณสักห้าหรือหกร้าน แต่คราวนี้ยังมีสถานบริการอีกประเภทหนึ่งที่ยังไม่ได้กล่าวถึง คือ ซาวน่า บางที่ก็มีบริการออฟด้วย บางที่ไม่มีออฟแต่มีบริการนวด ลักษณะการให้บริการของซาวน่าก็คือเข้าไปแล้วไปหากันคู่กันในร้าน เพราะจะเป็นสถานที่ที่มีคนไปว่ายน้ำ ไปออกกำลังกาย
ไปพักผ่อน และนอกจากกิจกรรมพวกนี้แล้วเขาก็จะไปหาคู่นอนในสถานที่เหล่านี้ด้วย

กลุ่มผู้ชายขายบริการไทยใหญ่มักอยู่ในบาร์ลักษณะไหน
ส่วนใหญ่จะอยู่บาร์โชว์กับร้านนวด แต่บาร์โชว์จะมากกว่า

มีเหตุผลไหมว่าทำไมอยู่บาร์โชว์กับร้านนวด?
คำว่าโชว์ ก็มีระดับความเข้มข้นของการโชว์ ตั้งแต่เดินโชว์หุ่น ใส่กางเกงในหรือไม่ใส่เลย ไปจนถึงการแสดงท่าร่วมเพศ บนเวที ซึ่งไม่ค่อยเห็นเด็กไทยใหญ่กล้าโชว์ประเภทหลัง ส่วนใหญ่จะเดินโชว์หุ่นมากกว่าเพราะทำได้ง่าย แต่สำหรับร้านนวด เด็กบางคนไม่มีทักษะ มีความรู้น้อยหรือการใช้ภาษาการสื่อสารค่อนข้าง จำกัดก็จะเข้าไปทำงานในส่วนนี้น้อยกว่า

แล้วกลุ่มที่เป็นนอกสังกัดหรือไม่มีร้านประจำมีกลุ่มคนไทยใหญ่บ้างไหม ?
ถ้ากลุ่มที่เป็นนอกสังกัดหรือเรียกว่า freelance เราจะเห็นชาวเขาเยอะที่สุด เพราะกลุ่มเด็กไทยใหญ่จากพม่าจะไม่มีบัตรแรงงาน การปรากฏตัวในพื้นที่สาธารณะค่อนข้างลำบาก ยิ่งถ้าวันไหนถูกจับก็ยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ สถานที่ที่มีเด็กนอกสังกัดขายบริการมากคือแถวไนท์บาซาร์ซึ่งจะเป็นเด็กชาวเขาทั้งหมด อาจจะเป็นลูกของชาวเขาที่พ่อแม่มาขายของที่นั่น อายุ 15 หรือ 16 ปี มีฝรั่งมาขอซื้อบริการ เวลาเด็กกลุ่มนี้มีปัญหา อย่างน้อยก็มีพ่อแม่คอยดูแล

สัดส่วนของกลุ่มชายไทยใหญ่ในบาร์ต่าง ๆ เป็นอย่างไร
ถ้าในร้านมีเด็กทั้งหมด 10 คนจะเป็นคนไทยใหญ่ประมาณ 7 คน ที่เหลือก็จะเป็นกลุ่มอื่น

ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากอดีตหรือคงที่อย่างนี้มานานแล้ว
สัดส่วนที่เห็นมันค่อยๆ เพิ่มขึ้นในอัตราที่ไม่ได้สูงมากเท่าไหร่ เพราะมันมีการหมุนเวียนในกลุ่ม สมมุติเขาอยู่บาร์ a สักพักหนึ่งเขาก็ไปอยู่บาร์ b ไปอยู่บาร์ c สัดส่วนยังอยู่ใกล้เคียง แต่ก็จะมีคนเข้ามาใหม่ในพื้นที่ใหม่ๆ มากขึ้นจากการแนะนำของคนเก่า ๆ บางร้านที่เจ้าของเขาดูแลเต็มที่ ทั้งเรื่องบัตรแรงงานและสวัสดิการอื่นๆ เราจะสังเกตเห็นว่าร้านนี้จะมีน้อง ๆ ไทยใหญ่ไปอยู่ค่อนข้างเยอะเพราะอย่างน้อยถ้าเกิดอะไรขึ้นก็จะมีคนมารับรองหรือให้ความช่วยเหลือ

พฤติกรรมทางเพศของกลุ่มชายไทยใหญ่ที่มาขายบริการ เป็นกลุ่มที่รักเพศเดียวกันอยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า
โดยทั่วไป เวลาเราตีความคำว่า “ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย” แบบกว้าง ๆ จะรวมถึงกลุ่มคนที่ไม่ได้เรียกว่าตนเองเป็นเกย์ด้วย แต่ด้วยเหตุปัจจัยบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เขาต้องเข้าไปมีเพศสัมพันธ์กับชาย ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มไทยใหญ่กลุ่มนี้ไม่ได้เป็นเกย์ การเป็นเกย์หรือไม่ได้เป็นเกย์ เรารู้จากการถาม ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็บอกว่าไม่ได้เป็น และก็ดูจากคนรอบข้างของเขา ซึ่งบางคนมีลูกมีเมียอยู่ บางคนไปซื้อบริการผู้หญิง หรือบางคนมีแฟนเป็นผู้หญิง ในลักษณะอย่างนี้อาจจะเป็นข้อบ่งบอกว่าเขาก็เป็นชายที่รักต่างเพศอยู่เหมือนกัน แต่คราวนี้การที่เขามาทำงานตรงนี้ถือเป็นงานอาชีพอย่างหนึ่งที่ทำให้เขามีรายได้ โดยที่ไม่ได้สนใจว่าการทำอาชีพนี้จะต้องเปลี่ยนเป็นเกย์ นั่นอาจจะไม่ใช่ เพราะยิ่งมีอายุงานมากเท่าไหร่ เขาทำงานเป็นอาชีพด้วยการไปมีเพศสัมพันธ์กับชายบ่อยๆ ก็ไม่ได้ตอกย้ำความรู้สึกว่าเขาจะต้องไปมีเพศสัมพันธ์หรือมีคู่เป็นชาย เพียงแต่อาจมีโอกาสมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายได้ง่ายขึ้นเท่านั้นเอง ซึ่งตัวเขายังคงนิยามตัวเองว่าเป็นชายรักต่างเพศอยู่เหมือนเดิม

คนที่มีครอบครัวแล้ว ลูกเมียของเขาทราบไหมว่าเขาประกอบอาชีพนี้
บางคนรู้ ยิ่งถ้ามีลูกมีเมียแล้วทำงานมานาน 3 - 4 ปีแล้ว ถ้าเมียไม่รู้ก็คงไม่ได้ แต่ครอบครัวของเขามองว่ามันเป็นอาชีพอย่างหนึ่งที่สามีสามารถนำเงินมาเลี้ยงเมียเลี้ยงลูกได้ หรือบางคนส่งเงินไปให้กับพ่อแม่ได้ ในขณะที่บางคนอาจทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยชดเชยความรู้สึกของตนเอง เช่น ไม่เรียกตัวเองว่าเป็นชายขายบริการ แต่เขาจะเรียกรวม ๆ ว่าเป็นผู้ให้บริการหรือเป็นเด็กเสิร์ฟทำงานในร้านอาหารหรือคาราโอเกะ เป็นการป้องกันความรู้สึกของตัวเองไม่ให้รู้สึกแย่ หรือป้องกันตัวเขาเองกับคนอื่น เพราะส่วนใหญ่จะไม่อยากให้กลุ่มชาวไทยใหญ่ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพนี้รู้ว่าเขาทำอะไร

คนที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันมาก่อนปรับความรู้สึกของตนเองเมื่อเริ่มเข้ามาทำอาชีพนี้อย่างไร
มีอยู่รายหนึ่งเป็นคนรักต่างเพศ แต่ต้องมาทำงานนี่เขารู้สึกขัดแย้งกับตัวเองและอึดอัดมากที่ต้องมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย แล้วเขายังเคยให้สัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีเพศสัมพันธ์กับคนที่ไม่รัก แต่ด้วยความยากจนหรือความต้องการเงินทำให้ต้องฝืนความรู้สึกตัวเองมาก และยังคงรู้สึกว่าเพศสัมพันธ์ที่เขามีไม่ใช่เพศสัมพันธ์ที่สมบูรณ์ เป็นแค่อาหารว่าง ไม่ใช่อาหารจานหลัก และเขาจะต้องกลับไปกินอาหารจานหลักซึ่งเป็นเพศสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม เขารู้สึกว่าเพศสัมพันธ์ที่ปราศจากความรักเป็นเพศสัมพันธ์ที่เป็นไปเพื่ออย่างอื่น ไม่ใช่เพื่อความรักหรือความสุข จึงต้องหาอะไรบางสิ่งบางอย่างมาชดเชยสิ่งที่ขาดไป บางคนอาจชดเชยด้วยการไปซื้อบริการผู้หญิง เพราะถ้าเขารู้สึกว่าการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกันไม่ใช่อาหารหลัก ถึงแม้เขาจะมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายวันละกี่รอบๆ ก็จะไม่รู้สึกอิ่ม จนกว่าจะได้มีอะไรกับผู้หญิง

มีคนที่เปลี่ยนพฤติกรรมไปรักเพศเดียวกันบ้างไหม
ส่วนใหญ่คนที่มาทำงานนี้แล้วมีพฤติกรรมรักเพศเดียวกันจะเป็นคนที่มีลักษณะรักเพศเดียวกันอยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้ไม่ได้เปิดเผยให้คนอื่นรู้ มีอะไรบางสิ่งบางอย่างที่มันสกัดกั้นอารมณ์ความรู้สึกของเขาไว้ ไม่ว่าจะเป็นค่านิยม ความเชื่อ วัฒนธรรม กลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือแม้กระทั่งสังคม ซึ่งตรงนี้ทำให้เขาค้นหาตัวเองไม่เจอ จนกระทั่งเขามาทำงานอย่างนี้แล้วเห็นตัวตนที่แท้จริงว่า แท้ที่จริง สิ่งที่ฉันควรจะเป็นคือการชอบเพศเดียวกัน ทำให้กล้าเปิดเผยตัวเองออกมา ดังนั้น อย่าไปนิยามว่านี่คือสิ่งที่ทำให้คนคนนี้เปลี่ยนจากคนรักต่างเพศเป็นรักเพศเดียวกัน เรียกว่ามันมีเชื้ออยู่แล้ว แค่รอปะทุเท่านั้นเอง

สังคมของคนไทยใหญ่มองพฤติกรรมรักเพศเดียวกันอย่างไร
มีเด็กคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ค่านิยมเรื่องเพศระหว่างเพศหญิงกับเพศชายในหมู่บ้านของเขาในรัฐฉาน ประเทศพม่า หญิงชายจะคบกันก็ค่อนข้างยาก ถ้าไม่มีงานวัดก็ไม่มีอะไรที่ทำให้เป็นช่องทางให้ได้เจอกัน ตรงนี้เองที่ทำให้เขารู้สึกว่าเพศสัมพันธ์หรือแม้กระทั่งเรื่องของการมีคู่รักเป็นเรื่องที่จะต้องได้รับความเห็นชอบ ไม่ใช่เฉพาะตัวของเขาสองคนเท่านั้นเองแต่หมายถึงสังคมรอบตัวที่กำหนดไว้ว่า การมีเพศสัมพันธ์หรือการมีชีวิตคู่ที่ดีควรเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นการออกนอกกรอบจากสิ่งเหล่านี้ไปทำให้เขารู้สึกผิด และแน่นอน เพศสัมพันธ์คนรักเพศเดียวกันมักถูกวางไว้ในเพศสัมพันธ์ด้านมืดหรือด้านที่ผิดบาปอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่กล้าที่จะบอกว่าตัวเขาเองเป็นใครทำงานอะไร

ลักษณะบุคลิกของคนไทยใหญ่ที่มาทำงานขายบริการกับคนที่ขายแรงงานทั่วไปมีความแตกต่างกันไหม
เราจะเห็นพัฒนาการด้านบุคลิกภาพของเด็กกลุ่มนี้ เช่น มีอยู่รายหนึ่งเคยทำงานก่อสร้างมาก่อน ตอนมาทำงานใหม่ ๆ ก็ยังไม่ได้สนใจการแต่งเนื้อแต่งตัวและดูแลสุขภาพตัวเอง ตอนหลังก็เริ่มแต่งเนื้อแต่งตัวสำอางขึ้น เสื้อผ้าที่ใช้ดูดีขึ้น มีโทรศัพท์มือถือใช้ ช่วงแรกเขายังไม่ได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้เลย แต่สักห้าหกเดือนผ่านไปก็จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง เดินไปไหนไม่ใช่ผมเผ้า รุงรังเหมือนแต่ก่อน แต่จะจัดแต่งทรงผมดูดีหน้าตาใสหมดจดมีกลิ่นน้ำหอม หรือบางคนเปลี่ยนจากอยู่หอพักกลางสลัมมาเป็นอพาร์ทเมนท์ หรือหอพักที่ดูดีขึ้น วิถีชีวิตต่างไปจากกลุ่มขายแรงงานทั่วไป

คนไทยใหญ่ที่เคยพบมีอายุการทำงานกี่ปี
นานที่สุด 14 ปี เขาเข้ามาตั้งแต่ยังเป็นเณรพร้อมกับคณะสงฆ์ที่ข้ามชายแดนมา ตอนแรกมาเรียนหนังสือสักปีสองปีก็สึก จากนั้นก็เริ่มอาชีพเด็กเสิร์ฟก่อน แล้วก็มีเพื่อนชวนมาทำงานขายบริการ จนตอนนี้เป็นเหมือนพี่ใหญ่ในวงการ ถ้าน้อง ๆ ไทยใหญ่น้องใหม่คนไหนอยากรู้เรื่องพวกนี้ก็มีรุ่นพี่คนนี้เป็นคนดูแล ให้ข้อมูลต่าง ๆ ว่าทำงานนี้ต้องเจอกับอะไรบ้าง ชายคนนี้ไม่ได้ มีพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน เขามีแฟนเป็นผู้หญิง เขาเคยคิดอยากจะออกจากงานนี้แต่ก็ออกไม่ได้สักที มีอีกคนหนึ่งอายุงาน 7 ปี ปีนี้เข้าปีที่ 8 บอกว่า ตอนแรกตั้งใจว่าจะมาทำแค่ปีสองปีเก็บเงินส่งกลับบ้านได้แล้วก็จะเลิก แต่ทำไม่ได้

เป็นเพราะอะไรจึงเลิกไม่ได้สักที
มีปัจจัยหลายอย่าง ปัจจัยที่หนึ่งคือเรื่องของสถานะการทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะเวลาออกไปทำงานอื่น คนก็จะถามว่า คุณมีบัตรแรงงานต่างด้าวไหม หรือมีใครรับรองการทำงานได้บ้าง บางคนแม้ว่าจะทำงานมานาน 7 - 8 ปีแต่ก็ยังไม่มีบัตรอะไร ทำให้ถูกจำกัดพื้นที่การเดินทางไปหางานอื่น และรู้สึกขาดความมั่นคงหากต้องเปลี่ยนพื้นที่ทำงาน ปัจจัยที่สอง คือเรื่องของรายได้ คือ ได้มาง่ายและถูกใช้ไปง่ายเหมือนกัน บางคน เอาไปใช้ดื่มกินเที่ยวสนุกสนาน หรือบางคนใช้เงินฟุ่มเฟือยจนเป็นหนี้สินในกลุ่มเพื่อน ทำให้กลายเป็นภาระผูกพันที่จะต้องใช้หนี้ต่อไปเรื่อย ๆ หรือหลายคนเคยออกไปแล้ว แต่ต้องกลับมาใหม่ เพราะมีภาระที่ต้องส่งเงินให้ทางบ้านแต่รายได้จากงานอื่นไม่พอ บางคนอาจจะออกไปทำงานอื่นตอนกลางวันและกลับมาทำงานนี้ตอนกลางคืนเป็นรายได้เสริมก็มี ปัจจัยเศรษฐกิจจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนส่วนใหญ่เลิกไม่ได้

กระบวนการเข้ามาทำงานนี้ต้องมีการเตรียมตัวหรือฝึกฝนในเรื่องอะไรบ้าง
เพื่อนจะเป็นเหมือนกับครูฝึกคนแรก ๆ บางแห่งจะมีคนทำหน้าที่คอยแนะนำเด็กใหม่ อาจเป็นผู้จัดการหรือพี่ใหญ่ในสถานที่นั้นที่จะคอยแนะนำเรื่องการวางตัวต่อลูกค้า การพูดจา การแต่งเนื้อแต่งตัว บางร้านจะมีกฎเลยว่าต้องใส่เสื้อเชิ้ตผูกเนคไทด์อะไรอย่างนี้ ซึ่งตรงนี้เองเด็กจะเริ่มเรียนรู้จากคนรอบข้าง ว่าเขาจะต้องพัฒนาตัวเองอย่างไร เช่น เรื่องการพูดภาษาอังกฤษ สมมติว่า เพื่อนคนหนึ่งพูดภาษาอังกฤษได้แต่ตัวเองยังพูดไม่ได้มันหมายถึงการขาดโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่มีเงินหนากว่าคนไทย อันนี้คือข้อดีของเด็กกลุ่มนี้ที่ถูกกระตุ้นให้มีพัฒนาการ ส่วนภาษาไทย เด็กไทยใหญ่จะเรียนรู้เร็วมากเพราะภาษาคล้ายกัน บางคนอยู่ปีสองปีก็พูดไทยคล่องป๋อเลย

เด็กที่จะได้ทำงานประเภทนี้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง
อย่างแรกคือหน้าตาดี สองรูปร่างบึกบึน เมื่อก่อนเคยได้ยิน ว่าเด็กใหม่ที่จะมาทำงานในร้านบางแห่งจะต้องเปลือยกายให้ผู้จัดการดูก่อนว่าขนาดใช้ได้ไหม บางคนก็ต้องยอมมีเพศสัมพันธ์กับผู้จัดการร้านก่อนเพื่อที่จะได้งานทำ แต่ปัจจุบันไม่ค่อยได้ยินเรื่องนี้เท่าไหร่เพราะเป็นการละเมิดสิทธิ

ภาพลักษณ์ของชายขายบริการไทยใหญ่ในกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างไร
คนไทยใหญ่มักจะถูกวางในตำแหน่งที่เป็น “Full Option” คือให้บริการได้ทุกรูปแบบไม่เกี่ยง เนื่องจากคนไทยใหญ่ มีอำนาจต่อรองลูกค้าน้อยกว่ากลุ่มคนไทยซึ่งมีบัตรประชาชนและมีทางเลือกในอาชีพมากกว่า ดังนั้น ถ้าแขกต้องการให้บริการอย่างไร คนไทยใหญ่จะบริการให้ทุกรูปแบบจนกลายเป็นที่รู้กันในหมู่ลูกค้าว่าหากซื้อบริการคนไทยใหญ่จะดีกว่าคนไทย นอกจากนี้ ยังมีเรื่องรูปร่างของชายไทยใหญ่ที่บึกบึนและดูเป็นชายเต็มตัว เพราะส่วนใหญ่เคยทำอาชีพก่อสร้างหรืองานแบกหามมาก่อนพฤติกรรมของคนที่เป็นเกย์หรือคนรักเพศเดียวกัน จะต้องการคนที่มีบุคลิกอย่างนี้ค่อนข้างสูง คนไทยใหญ่จึงถูกทำให้กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในท้องตลาด เมื่อความต้องการของผู้บริโภคสูง การเข้าสู่อาชีพนี้ของคนไทยใหญ่ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย กลุ่มลูกค้าที่นิยมใช้บริการชายไทยใหญ่จะมีทั้งคนไทยและต่างชาติ

แสดงว่าแนวโน้มการขายบริการของกลุ่มชายไทยใหญ่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ใช่หรือไม่
คือถ้าคิดตามหลัก demand และ supply เมื่อสินค้ามีความต้องการสูง การผลิตสินค้าออกมาป้อนท้องตลาดก็จะต้องสูงตามไปด้วย ตั้งแต่ผมทำงานด้านนี้มาก็ยังไม่เคยเห็นปริมาณร้านที่ให้บริการประเภทนี้ลดลงเลย มีแต่คงตัวหรือเพิ่มขึ้นแต่จะเป็นการเพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ก้าวกระโดด

รายได้เป็นอย่างไร
มีหลายระดับขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ปัจจัยแรกคือความใหม่และเก่า ถ้าเปิดบริสุทธิ์เลยรายได้ก็จะสูง และในช่วงเดือนแรก ๆ ของการทำงานจะเป็นช่วงที่รายได้สูงที่สุด บางคนเดือนหนึ่งเป็นหมื่นเลย ปัจจัยที่สองคือรูปร่างหน้าตา บุคลิกลักษณะ การเอาใจใส่ลูกค้า ปัจจัยที่สามคือฤดูกาล ถ้าเป็นช่วงหน้าฝน แขกจะน้อยจนรายได้ไม่พอ บางคนไม่รู้จะหารายได้จากไหน ก็กลับไปทำงานก่อสร้างหรือเป็นเด็กเสิร์ฟ บางคนก็กลับไปเยี่ยมบ้าน แล้วค่อยกลับมาทำงานใหม่ช่วงหน้าร้อนและหน้าหนาวซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยว และปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อรายได้ คือ ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของร้าน ผู้จัดการ หรือคนเชียร์แขก ถ้าคนเชียร์แขกชอบเด็กคนไหนเป็นพิเศษก็จะถูกเชียร์ สิ่งเหล่านี้มีความซับซ้อนอยู่มากบางคนต้องยอมพลีกายให้กับคนเชียร์แขก หรือผู้จัดการ เหมือนเป็นการถวายเครื่องบรรณาการให้ก่อนเพื่อตนเองจะได้ลูกค้าเยอะๆ เพราะถ้าคนเชียร์แขกไม่ชอบหน้าก็หมายความว่าจะไม่มีลูกค้าสนใจมาซื้อบริการ รายได้สำหรับอาชีพนี้จึงไม่มีอะไรแน่นอนเลย เพราะไม่มีรายได้เป็นเงินเดือน ถ้ามีแขกออฟก็จะต้องแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งให้กับทางร้าน ซึ่งราคาปกติขั้นต่ำจะไม่ต่ำกว่า 500 บาท

นอกจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจจะเป็นตัวผลักดันให้เข้าสู่อาชีพนี้แล้วมีปัจจัยอื่น ๆ อีกหรือไม่
ความรุนแรงอันเกิดจากสงครามในพม่าก็เป็นปัจจัยผลักดันอย่างหนึ่ง เพราะบางคนจะเล่าว่าไม่อยากไปเป็นลูกหาบให้กองทัพพม่าก็เลยหนีมาเมืองไทย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเรื่องโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา เพราะอยู่ในบ้านเขาไม่ได้รับการดูแลจากภาครัฐเท่าที่ควร

แนวทางแก้ปัญหาชายไทยใหญ่ไม่ให้เข้ามาสู่อาชีพขายบริการควรเป็นอย่างไร
ปัญหามีทั้งในประเทศต้นทางและปลายทาง ถ้าจะไปแก้ปัญหาจริงๆ ต้องไปแก้ที่ต้นเหตุ เขาต้องมีงานทำและความสงบในบ้านของเขา แต่ถ้าปัญหาที่ประเทศต้นทางยังแก้ไม่ได้แล้วเขาต้องมาเมืองไทย ประเทศปลายทางคือรัฐไทย ก็ควรจะให้ความช่วยเหลือในฐานะเป็นเพื่อนมนุษย์ ไม่ใช่มองที่ความเป็นรัฐชาติ เพราะถ้าคนเหล่านี้ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ เป็นคนผิดกฎหมาย ปัญหาก็จะยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน กิจกรรมของ M Plus กับกลุ่มชายขายบริการไทยใหญ่ มีอะไรบ้าง
งานหลักคือรณรงค์เรื่องของความเข้าใจ ความรู้เรื่องการป้องกันโรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เราจะเห็นว่ากลุ่มนี้มีข้อมูลเรื่องพวกนี้ค่อนข้างน้อย พอมีข้อมูลค่อนข้างน้อย โอกาสที่จะตัดสินใจผิดพลาดก็ง่าย เพราะฉะนั้นการให้ข้อมูลเป็นการส่งเสริมให้เขารู้จักดูแลตัวเอง เขาจะประเมินความเสี่ยงของตัวเองได้จากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย เขาจะรู้จักวิธีใช้ถุงยาง หรือหากเจ็บไข้ได้ป่วยจากการมีเพศสัมพันธ์จะต้องไปหาใคร

ขณะเดียวกันการรณรงค์เรื่องสุขภาพที่เราทำยังเกี่ยวโยงกับการเรียกร้องสิทธิการใช้ชีวิตอยู่หรือสิทธิความเป็นตัวตนที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาด้วย เพราะจะทำให้เขารู้สึกมีคุณค่าเท่าเทียมกับคนอื่น ๆ ไม่ต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อน ๆ

สถานการณ์ปัญหาโรคเอดส์ในกลุ่มชายขายบริการในจังหวัดเชียงใหม่เป็นอย่างไรบ้าง
สถิติที่เราเพิ่งทำมาเมื่อประมาณเดือนสิงหาคมร่วมกับศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐด้านสาธารณสุขกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่และสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทยพบอัตราผู้ติดเชื้อในกลุ่มใหญ่ ๆ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มชายขายบริการหรือ MSW (Male Sex Workers) กลุ่มของผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายทั่ว ๆ ไป หรือ MSM (Men who have Sex with Men) และกลุ่มกระเทย ตัวเลขที่ออกมาก็คือ กลุ่มชายขายบริการประมาณ 11.6 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายประมาณ 15.3 เปอร์เซ็นต์ และกลุ่มกระเทย ประมาณ 17.6 เปอร์เซ็นต์ เราจะเห็นว่าเมื่อปี 2541 ัตราการติดเชื้อในกลุ่มชายขายบริการอยู่ที่ตัวเลขประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบันนี้ลดลงเหลือประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนให้เห็นว่าการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพได้ผล

กลุ่มชายไทยใหญ่ขายบริการที่ไม่มีบัตรทำอย่างไรเวลาป่วย
รายล่าสุดที่พบคือ เขาไม่กล้าไปหาหมอ บางคนพักอยู่ห้องเดียวกับเพื่อน พอคนหนึ่งไม่สบาย อีกคนหนึ่งก็ติดไปด้วย วิธีง่ายที่สุดคือซื้อยาชุดข้างหอพักมากินเอง บางคนก็ไปเอายาสมุนไพรที่เอามาจากรัฐฉานมากิน

แนวทางที่เราจะให้ความช่วยเหลือกับกลุ่มชายขายบริการกลุ่มนี้ควรจะมีอะไรบ้าง
สิ่งสำคัญคือเราไม่สามารถที่จะให้ความสำคัญแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพเท่านั้น แต่ต้องรวมไปถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ เรื่องครอบครัว เรื่องการใช้จ่าย เรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องอะไรหรือแม้กระทั่งเรื่องประเด็นของเรื่องกฎหมายเรื่องสิทธิ ซึ่งตรงนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำทีเดียวทั้งหมดแต่มันน่าจะมีสัญญาณอะไรบางอย่างบ่งบอกว่าสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องสำคัญ พูดถึงมนุษย์ไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นกลุ่มไหน เพศไหน ชนชาติไหน แต่รัฐเองจะต้องเข้ามาช่วยเหลือในสิ่งที่มันยังขาดอยู่หรือมันยังไม่สามารถไปสนองตอบต่อคนเหล่านี้เพราะถ้าเขาไม่สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพก็ตาม หรือความเป็นอยู่ในชีวิตของเขาไม่ดีก็ตามมันก็อาจจะส่งผลต่อปัญหาสังคม ปัญหาเรื่องอาชญากรรม ปัญหาเรื่องยาเสพติด มันก็ร้อยกันเป็นพวง เราจะปฏิเสธความมีอยู่จริงของเขาในพื้นที่บ้านเราไม่ได้ เพราะเขามาแล้วและก็อยู่แล้ว หรือถ้าเราปล่อยและเราไม่ได้จัดการอะไรให้เหมาะสมมันก็อาจจะส่งต่อปัญหาอย่างที่กล่าวมา เพราะฉะนั้นวิธีคิดก็คือว่า อาจจะต้องมาดูว่าประเด็นไหนเป็นปัญหาเร่งด่วน อย่างเช่นประเด็นเรื่องสุขภาพ ประเด็นเรื่องความเป็นอยู่ ประเด็นเรื่องสิทธิและกฎหมาย สองสามเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่มาเป็นอันดับต้น ๆ หมายความว่าถ้าเขามีสถานะทางกฎหมายที่เป็นไปโดยชอบธรรม เขาก็มีสิทธิที่จะดำรงความเป็นอยู่ในฐานะเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ในขณะเดียวกันเรื่องของการบริการด้านสุขภาพหรือการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพนี่เป็นเรื่องสำคัญเราจะเห็นว่าบางครั้งถ้ามันไม่ดีพอ โรคระบาดอะไรตอนนี้มันเร็วมาก ถ้าเรารู้จักที่จะดูแลป้องกันคนในบ้านเราเอง เราก็ต้องให้ความสำคัญกับคนที่มาอยู่บ้านเราด้วยเหมือนกัน