Luangputee.pantown.com : หลวงปู่ตี๋ จ. สุพรรณ
[ลูกบ้านSignIn][เจ้าบ้านSignIn]
หน้าแรก
ประวัติหลวงปู่ตี๋
สงวนลิขสิทธิ์
สำนักสัก
ขั้นตอนการสมัครสมาชิก
ข่าวสาร
สนทนาเกี่ยวกับหลวงปู่ตี๋ - อ.ตู่
รวมวัตถุมงคลหลวงปู่ตี๋ พร้อมทั้งดูพระแท้หรือปลอม
โชว์วัตถุมงคล ซื้อขายและแลกเปลี่ยน
ราคาวัตุมงคล





สมัครสมาชิก
[324652]



<center><b>โชว์วัตถุมงคล ซื้อขายและแลกเปลี่ยน</b>

โชว์วัตถุมงคล ซื้อขายและแลกเปลี่ยน
  รูปที่ 1
ชื่อรูป : เหรียนรุ่น ๑ หลวงปู่ตี๋ (รุ่นหนีลูกปืน )
คำอธิบายรูป :เหรียนรุ่น ๑ ของหลวงปู่ตี๋ เป็นเหรียนที่ ได้นำมวลสาร จากครูบาอาจารย์ ของท่าน เช่น ของชนวน จากหลวงพ่อแขก วัดหัวเขา สุพรรณบุรี ขอมวลสารจากหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ สุพรรณบุรี ขอมวลสาร จากหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม ชัยนาท ขอมวลสารจาก หลวงพ่อทิม วัดระหารไร่ ระยอง ขอมวลสารจากเกจิ ครูบาอาจารย์ท่าน เป็นเหรียนที่ ครั้งแรก จะออกในปี 12 แต่ด้วยเหตุ หลวงพ่อมุ่ย ท่านท้วง อยากให้ไปออก ปี 13 เนื่องจากปี 2512 นั้น ไปตรงกับงาน ฝังลูกนิมิตร วัดดอนไร่ ดังนั้น หลวงปู่ตี๋ จึงต้องมาแก้พิมพ์ จากปี 12 มาเป็นปี 13 แทน นอกจากได้มวลสาร จากครูบาอาจารย์อย่างครบเครื่องแล้ว หลวงปู่ตี๋ ยังได้อนุเคราะให้ครูบาอาจารย์ของท่านทุกองค์ มาร่วมปลุกเสกให้อีกด้วยนะครับ ขอบอกได้เลย ว่าเหรียนรุ่นนี้ สุดยอดจริงๆครับ ได้มีคนลองของมานับไม่ถ้วนแล้ว ทั้งแขวนเอาไว้ ยังหนีลูกปืนได้ และ นอกนั้นยังถูกยิงไม่เข้ามานับหลายรายแล้ว และ ยังมีประสพการโชกโชน มานับไม่ถ้วนเช่นเดียวกันครับ เหรียนรุ่นนี้ ยังได้เคยนำ ไปแจก ที่ภาคใต้มาแล้ว 200 กว่าเหรียน ปัจจุบันนี้ หาอยากมากแล้ว นอกจากจะหาของจริงอยาก ยังมีของปลอม ถึง 2-3 บ็อก ต้องติดต่อได้ ที่สายตรง หลวงปู่ตี๋ เท่านั้น ก็จะได้ข้อมูลครับ เพราะของจริงนั้น ราคาในสายศิษย์ขณะนี้ ราคาเกลือบ 10000 บาทแล้ว ส่วนปลอมทั่วๆไป ราคาก็เบา เช่น 2500 บาท - 3500 บาท เป็นต้น จะสังเกตุได้ จากสายตรงนะครับ จะบอกได้ละเอียดครับ ส่วนราคานั้น ก็นับวัน ยิ่งแพงขึ้นครับผม....
Comment (5)
  รูปที่ 2
ชื่อรูป : ด้านหลังเหรียน รุ่นหนึ่ง
คำอธิบายรูป :ด้านหลังเหรียน รุ่นหนึ่ง เป็นการแก้คำว่า สอง เป็น สาม ตัวหนังสือ จะชัดเจน คม

ข้อสำคัญ ขอเตือนนิด

** มีปลอม สองบ็อด ปลอมบ็อกแรก เหมือมาก แต่เหรียนจะใสตระกั่วมาก เหรียนปลอมจะหนักกว่าของจริง และ บ็อกแรก เลข ๓ จะคมมากครับ

**ปลอมบ็อก 2 เหรียนจะบาง คมชัดเจน มีขี้กลากที่สังฆาฏิคล้าย มีเสั้นวิ่งแบ่ง เป็นเล็กๆ ปลายเข็ม ของแท้จะใหญ่กว่า คมกว่า เสั้นจะใหญ่กว่า

จุดตำหนินั้น ยังมีอยู่มากครับ ใครได้เช่าของจริงไป เราจะรู้ และ จะห่างกันโดยสิ้นเชิงครับ ขอให้ดูให้ดีนะครับ หากสงสัย ก็ลองมาที่สายตรงดูครัุบ *** ห้ามโทรถาม ต้องมาเห็นของจึงจะรู้ และ ไม่รับดูให้ใครครับ ยกเวั้น มาซื้อ - เช่า แลกเปลี่ยน เราจะบอกให้ และ รับประกันปลอม
Comment (0)
  รูปที่ 3
ชื่อรูป : เหรียนรุ่นสองเป็นเหรียนที่หลวงปู่ตี๋ท่านกล่าวเอาไว้
คำอธิบายรูป :เหรียน รุ่น ๒ นี้ เป็นเหรียนที่ทำมาด้วยกัน 5000 เหรียน แต่เหรียนรุ่นนี้ กับถูก โขมยไป 4000 เหรียน จึงเหลือนเอาไว้ให้ หลวงปู่ตี๋ เพียง 1000 เหรียนเท่านั้นเอง ทำให้หลวงปู่ท่านโมโหมาก จึงถึงกับออกปากไป กับลูกศิษย์ว่า ชั่งมันเถอะ ใครเอาไป มันก็ใช้อะไรไม่ได้ มันเป็นของลักษ์ ของโขมย เอาไปก็ไม่ดีหรอก ดังนั้น ศิษย์ทุกคนก็เข้าใจ และ ศิษย์จึงพร้อมใจกัน ไม่สนับ สนุน เหรียนรุ่นนี้ เพราะจะเป็นการ ส่งเสริมเจ้าหัวโขมย แต่ส่วนที่เหลือมา ก็มี แต่หากอยู่ที่อาจารย์ตู่ อาจารย์ตู่ จะนำมาตีโค้ดใหม่ และ เป็นการยืนยัน ว่ามาจากหลวงปู่ตี๋ แน่นอนครับ จะตีโค้ด คำว่า ตี๋ และ ตี สุพรรณฯ ครับ หากมีโค้ด และ ตีโค้ดไว้ดังนี้ ศิษย์ก็จะเล่นหากันครับ เพราะอาจารย์ตู่ จะประกันราคาให้นะครับ คือเอาไป 1000 บาท จะขายคืนได้ 900 บาทครับ กันสึก 100 บาทครับ ดังนั้น ก็ขอให้ศิษย์ เข้าใจดังนี้นะครับ
Comment (0)
  รูปที่ 4
ชื่อรูป : ปลัดขิกหลวงปู่ตี๋ดีทุกรุ่นมั่นใจได้ครับ
คำอธิบายรูป :ปลัดขิก หลวงปู่ตี๋ ดีทุกรุ่น ใครได้นำไปใช้ ไว้ใจได้ โดยรุ่นแรกของหลวงปู่ตี๋นั้น ท่านสร้าง เป็นไม้ตาลปัตร พระ เป็นไม้มงคลต่างๆ ที่นำไปทำไม้ตาลปัตรพระ เมื่อนำมาทำเป็นประลัดขิก จะเป็นไม่ที่ขึ้นชื่อ ลือชา มาตั้งแต่ สมัยหลวงปู่ท่านเป้นเจ้าอาวาส วัดกระเสียว โดยมีอยู่ครั้งหนึ่ง หลวงปู่ ท่านถึงกับเทลงแม่นำ คลองกระเสียว อย่าไม่แยแส และ เมื่อเงียบลง ทุกอย่างเข้าที่ หลวงปู่ตี๋ ท่านได้เรียกกับมาจนเกลือบหมด และ ที่สำคัญ เจ้าประปลัดขิกนั้น แวกว่าย ทวนน้ำกันมา คล้ายกับปลาแขยง ตระแครงลอยหน้า แวกว่ายมาหา หลวงปู่ท่านหยิบมาจนเกลือบหมด ที่ยังขาดอยู่บ้าง แต่พอวันหลัง ก็ได้ข่าว แบบมีเรื่องราวแบบไม่หน้าเชื่อขึ้นอีก เมื่อสาวๆลงเล่นน้ำ ที่ท่าคลองกระเสียว เจ้าปลัดขิกนี้ กับว่ายนำ้ไปตำเอาขาอ่อน ขาขาวๆ โดยไม่เหน็ด ไม่เหนื่อย ขนาด ตระครุบได้ก็มี จะขึ้นฝั่งแล้ว เจ้าปลัดขิด กับวิ่งไปตำแบบอย่างเสียดาย วิ่งไล่จับกันจนได้มาครับ นี้แหละครับ เจ้าปลัดขิก หลวงปู่ตี๋ ที่ขึ้นชื่อ ลือชา มาจนล่าสุดหลวงปู่ท่านก็ทำขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่เคยน้อยหน้า ทุกรุ่น เพราะจะเป็นรุ่นไหน ก็แล้วแต่ คุณภาพ เจ้าปลัดขิกนี้ ยังคับแก้ว เหมือนเดิมนะครับ ขอกซิบบอก อย่าเอ็ดไปนะครับ กลัวว่าจะไม่เหลือแล้วครับ
Comment (4)
  รูปที่ 5
ชื่อรูป : ขุนแผนรุ่น ๑ หลวงปู่ตี๋ที่หลวงปู่กดพิมพ์เอง
คำอธิบายรูป :ขุนแผน รุ่น ๑ หลวงปู่ตี๋ เป็นพระขุนแผน ที่หลวงปู่ตี๋ กดพืมพ์เองครับ เป็นเนื้อดิน มีเต็มเปี่ยมไปด้วยมวลสาร และ ดินที่ศักดิ์สิทธิ์ ตามสถานที่ต่างๆครับ อธิเช่น ดินขุยปู ขุยกบ ดิน 7 ทุ่ง 7 ท่า ดิน 9 ขุนเขา ดินโปร่งต่างๆ ดินประสูตร ตรัสรู้ ปรินิพพาน ดินกุฏิพระโมคคัลลานะ ดินกุฏิพระสารีบตร ดินเขาคิชกูล ดินพระธาตุต่างๆ ดินมวลสารต่างๆเรียกได้ว่า ครบหลักสูตรแน่นอนครับ เพราะท่านหามาเกลือบครึ่งชีวิต กว่าจะได้นำมาสร้าง เป็นรุ่น ๑ ของท่าน
* เด่นทางด้าน เมตตา ค้าขาย มหาเสน่ห์ มหานิยม เป็นที่หญิงชอบ ชายชม และ มากไปด้วย การเงิน โดยการร่วมปลุกเสก จากครูบาอาจารย์ของท่าน อย่างเต็มรูปแบบ อธิ ปลุกเสกโดย หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ ที่เต็มรูปแบบ นารายพลิกแผ่นดิน และ หลวงพ่อกวย ที่มากไปด้วย มนต์จินดามณี ไม่อด ไม่อยาก และ เป็นการปลุกเสก จากหลวงพ่อทิม แห่งวัดระหารไร่ ที่มากมายด้วยพุทธคุณ ดีๆ จากเกจิอาจารย์ท่าน อย่าง หลวงพ่อจวน วัดไก้เตี้ย หลวงพ่อเย็น วัดสระเปรียน หลวง)ู่บุดดา เจ้าฉายาปห่ง ผงแป้งมหาเสน่ห์ นอกนั้นยังมีเกจิอีกมากมายหลายรูป จึงนับว่าเป็นพระขุนแผน ที่มีพุทธคุณสูงสุด ในรุ่นนี้ ใครมีไว้ รับรองได้ว่า เป็นจอมเมตตา แก่ สามโลก นับเป็นโชค และ วาสนาแก่ผู้มีครับท่าน ใครมีเก็บไว้ดีๆนะครับ เพราะนับวัน จะหาอยากมากจริงๆครับ
Comment (0)
  รูปที่ 6
ชื่อรูป : ขุนแผนซุ้มเถาวัลย์รุ่นแรกสวยงามครับ
คำอธิบายรูป :ขุนแผนซุ้มเถาวัลย์ เป็นขุนแผนที่มีมวลสารผสม ได้ส่วนเช่นกัน เป็นพระที่หลวงปู่ตี๋ ท่านทำเองเช่นกัน มวลสารไม่ต้องคุยกันเลย เพราะในคอ ของอาจารย์ตู่ ด้วยแล้ว เหลี่ยมเงินเอาไว้เลย ขุนแผนรุ่นนี้ เคยทำเอาเซียนบางคน พยายาม จะตีให้พัง เช่นกันครับ แต่ด้วย ท้ายสุด ขุนแผนรุ่นซุ้มเถาวัลย์นี้ จึงเป็นเหมือน หลวงปู่ตี๋ ท่านให้พรอาจารย์ตู่ไว้ ว่าไอ้ตู่ คนยังมึง ยิ่งถูกตี มึงยิ่งดัง และแล้ว อาจารย์ตู่ ก็โดนตีจริงๆ เลยทำให้ขุนแผนรุ่นนี้ เป็นเหมือนกลองอย่างแท้จริง คือ เริ่มมีประสพการอย่างนับไม่ถ้วนเลย จึงทำให้ขุนแผนรุ่นนี้ เป็นที่ต้องการของศิษย์ทุกคน ยิ่งทำให้มีประสพการณ์มากยิ่งขึ้น และ เป็นที่เล่นหากัน ในบรรดาศิษย์ และ ทุกคน เลยทำให้ราคาพุ่งกระฉูด จาก 100 บาท มาเป็น 300 จาก 300 บาท มาเป็น 500 บาท จาก 500 บาท มาเป็น 800 บาท แล้วมาถึง 1000 บาท จนในที่สุด ขณะนี้ ขุนแผนรุ่นนี้ ขึ้นมาถึง 5000 บาทแล้วครับ รับรองว่า รุ่นนี้ ก็ขึ้นชื่อลือชามาก ทั้งเสน่ห์ เมตา มหานิยม การเงินก็ดี ทั้งแคล้วคลาด และ เพ็รชหลีก ก็ดีสุดยอดเลย จริงๆครับ รุ่นนี้มีทั้งในยามหลวงปู่ตี๋ และ ในคออาจารย์ตู่เลยนะครับ ขอบอก ว่าแจ๋วจริงๆครับ
Comment (4)
  รูปที่ 7
ชื่อรูป : หนุมานหักศรใหญ่ก็จริงเชื่อใจได้นะครับ
คำอธิบายรูป :หนุมานหักศร เป็นพิมพ์ที่ค่อนข้างจะใหญ่ไปสักนิด ฝังตระกรุด สำหรับให้เช่า จะมีตระกรุดด้วย 1 ดอก ส่วนรุ่นนี้ สำหรับแจกทหารๆ จะฝังตระกรุด 3 ดอก เหมือนกับ หนุมานขี่สิงห์เช่นกัน มีตระกรุด 1 ดอก กับ 3 ดอก 1 ดอกมีสร้าง 500 องค์ ส่วน 3 ดอก มี 100 องค์เอาไปไว้แจกทหารครับ ที่ภาคใต้ และ รุ่นนี้ เป็นที่นิยมมาก สำหรับ ทหารที่ไม่ใช่พุทธ แต่ได้นำติดตัวไป ใช้เป็นเครื่องราง เพราะเป็นรูป หนุมาน ครับ จึงทำให้ ทหารๆ หลายท่าน รอดมาแล้ว นับไม่ถ้วน ทั้งทหารๆ และ ศิษย์ หลวงปู่ตี๋ เอง หลายต่อหลายคน ล้วนมีประสพการณ์ มากมาย และ โชกโชน ออกครั้งแรก โดยใช้แจกฟรี ในงานใหว้ครูครับ แจกฟรีๆ ก็ยังไม่ค่อยมีคนเอา เพราะรุ่นนี้ จะมีคนได้เพียงคนละ 1 องค์เท่านั้น เพราะไม่เป็นที่ต้องการของคน ในตอนแรก และ เป็นเพราะหนุมานรุ่นนี้ เป็นเนื้อดิน และ มีขนาดใหญ่ด้วย จึงมักไม่ค่อยมีคนเอา พอเอามาแจกฟรี ก็มักจะได้รับคำตอบ ว่ามีแล้ว ได้แล้ว อย่างนี้เป็นต้นครับ แต่พอมีประสพการณ์ ทางภาคใต้ มีข่าวคราวมากมายยิ่งขึ้น คราวนี้ก็มักเป็นที่ต้องการของทหาร และ ในบรรดาศิษย์มากยิ่งขึ้น ในที่สุด ก็หมด และ เริ่มโด่งดัง และ มีประสพการณ์ มากมาย ในที่สุด รุ่นแจกทหาร ขึ้นไปถึง 2000 บาท รุ่นธรรมดา ก็ขึ้นไปถึง 1000 บาท จากราคาไม่มี แจกฟรีแท้ๆ แต่ด้วย พลังแห่งสรัทธา จึงสร้างปฏิหาริย์มากยิ่งขึ้น นับวันก็จะมากยิ่งขึ้น เลยทำให้หนุมานหักศรนี้ นับวันจะหาอยาก ยิ่งขึ้นครับ ส่วนด้านพุทธคุณนั้น ก็เป็นที่รู้ๆเลย ก็คืดเด่น ด้าน คงกระพันธ์เป็นเศิล รองมาเป็นแคล้วคลาด รับราชการดี เพราะเป็นการรับใช้ อาสาเจ้าใหญ่ นายโตนั้น ดีมากครับ ส่วนหักศรนั้น หมายความถึง ท่านจะชนะ อุปสรรค์ ต่างๆ และ ดีมากในด้านเมตตาอีกด้วยครับ ส่วนยันต์นั้น เป็นยัสต์ผูก ของหลวงปู่ตี๋ ที่นำมาลงในยันต์นี้ เป็นหนุมานที่จัดสร้างเอาไว้ มอบให้ศิษย์ พร้อมกับ แจกฟรีๆ ในงานใหว้ครูครับ แต่ด้วยรุ่นนี้ใหญ่ เลยไม่ค่อยมีคนต้องการ แต่ด้วย อย่างไรก็แล้วแต่ เพ็ชรก็คือเพ็ชร ในที่สุด ก็หาลำบากเสียแล้ว ขอบอกไว้ อีกรุ่นหนึ่ง นะครับ
Comment (0)
  รูปที่ 8
ชื่อรูป : ขุนแผนเรียกทรัพย์เป็นการนำพิมพ์หลวงปู่อิ่มมาทำครับ
คำอธิบายรูป :พระขุนแผนเรียกทรัพย์ เป็นขุนแผนเนื้อดิน โดย หลวงปู่ตี๋ ท่านได้ให้อาจารย์ตู่ ค้นในยามของท่าน แล้วก็ได้พิมพ์ พระขุนแผนมาได้องค์หนึ่ง หลวงปู่ตี๋ จึงให้อาจารย์ตู่ นำไปแกะ มาให้ เพื่อจะกดทำพิมพ์ อาจารย์ตู่ จึงขอร้องให้ คุณ หนุ่ม สุพรรณ ไปทำพิมพฺ์นี้มาให้ ก็ได้รับความอนุเคราะห์ จาก คุณ หนุ่ม สุพรรณ โดยแกะมาให้หลวงปู่ตี๋ ฟรีๆ ครับ อาจารย์ตู่ ได้นำมากดกัน โดยการผสมดินจากหลวงปู่ตี๋เองเลย ให้ตำ และ นั่งผสมมวลสารเอง ส่วนมวลสารนั้น ของหลวงปู่ตี๋เอง ทุกรุ่น ไม่ดีไม่สร้าง ไม่แน่ไม่ทำ จึงเป็นเลิศ ในด้านมวลสาร ขอบอกได้เลยว่า มวลสารดีที่สุด ของมวลสารที่เคยเห็นมาครับ เมื่อผสมเรียบร้อย แล้วนำมากดพิมพ์ และ ตั้งชื่อรุ่นนี้ ไปว่า ขุนแผนเรียกทรัพย์ครับ ประสพการนั้น แน่นอนครับ มีมากมาย เกิดคำบรรยายจริงๆครับ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ศิษย์หลวงปู่ เป้นเด็ก ยังไม่รู้อะไรมาก ก็ไปเล่นการพนัน โดยคิดว่าสนุกๆ แต่เล่นไป กับหมดไป ยี่สิบบาท เลยเสียใจมาก เพราะตาละ 1 บาท เล่นจนเหลือเงินอยู่ในกระเป๋า เพียง 4 บาท เท่านั้น แต่ในเมื่อเสียอยู่เรื่อยเลย จึงมองพระในคอตัวเอง ก็เป็นพระขุนแผนเรียกทรัพย์นี้แหละ เลยถอดพระพิมพ์ ขุนแผนชมตลาด ออกมาจากคอ แล้วอธิฐานว่า หลวงปู่ครับ ผมไม่มีเงินไปโรงเรียนแน่เลย ขอหลวงปู่ตี๋ ได้ช่วยผมด้วย หากผมได้หมดในวันนี้ ผมจะเลิกเล่นทันที ว่าแล้วก็เอาพระมาใส่คอเช่นเดิม และ ในที่สุด ก็เล่นเอาแต่ได้ จนกินคู่ตรงข้านไป และ ได้มาครบ ยังเล่นไป ก็กินได้กำไลมาจนคู่ตรงข้ามหมด ในที่สุด ก็ไม่มีเงินมาเล่น ศิษย์เมื่อบอกไว้ ว่ากินหมดแล้ว ก็จะเลิก เมื่อไปนำเงินมาจะชวนเล่นอีก ศิษย์ก็ไม่ยอมเล่น เพราะรักษาสรัทจะที่ให้ไว้กับ หลวงปู่ จึงทำให้ศิษย์ท่านนี้ดีไจ และ มั่นใจในปราฏิหาริย์ที่เกิดขึ้น ว่าเป็นเพราะขุนแผนองค์นี้ เรียกทรัพย์จริงๆครับ ( แต่ต้องขอบอกไว้ตรงนี้นะครับ การพนันเป็นสิ่งไม่ดี และ ไม่แนะนำให้เล่นขอร้องว่าอย่าเล่นเด็ดขาดนะครับหลวงปู่ตี๋สั่งครับ ) อีกเรื่องหนึ่ง ขุนแผนเรียกทรัพย์ ได้แสดงปฏิหาริยื คือคนแขวนไปเห็นคนโดนของเข้า เลยนำพระขุนแผนนี้ ไปฝนผสมกับสุรา ให้คนถูกของคนนั้นกินเข้าไป และในที่สุด คนๆนั้น ก็อ็วกออกมาเป็นเดลือด และ หายจากการโดนของมา ตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ หายเป็นปิดทิ้งเลยครับ และ ยังมีเรื่องราวต่างๆอีกมากมายครับ ในขุนแผนเรียกทรัพย์ รุ่นนี้ครับ ประสพการณ์นั้น ต้องขอบอกว่ามากมายจริงๆครับรุ่นนี้ ดีทั้งเมตตา ค้าขาย มหาเสน่ห์ มหานิยม รวมทั้งป้องกัน ของอัปมงคลต่างๆได้ดีครับ ขุนแผนรุ่นนี้ ก็มีตระกรุด ด้วย 1 ดอก โดยการจารณ์ด้วยมือ และเป็นคาถา หัวใจขุนแผนครับ ปลุกเสกดี ทุกอย่างดีพร้อมจึงเป้นอีกรุ่นหนึ่งครับ ที่สวยงาม และ ขึ้นชื่อลือชา รวมทั้งมีประสพการณ์ นับไม่ถ้วนเลยครับ นอกนั้นยังเป็นที่ต้องการของศิษย์ครับ เป็นพระขุนแผนเรียกทรัพย์นั้น พิมพ์ก็เป้นของ หลวงพ่ออิ่ม เนื้อก็หลวงปู่ตี๋ ผสมมวลสารเอง องค์ก็เล็ก กระทัดรัตน์ น่าใช้ และ มีประสพการณ์มากครับ ดังนั้น ขอให้ศิษย์ทุกคน ที่ต้องการ กรุณา เก็บพระพิมพ์นี้ เอาไว้อีกสักรุ่นหนึ่งนะครับ ขอบอกว่าจิ๋วแต่แจ๋วครับ
Comment (2)
  รูปที่ 9
ชื่อรูป : ตระกรุดคอลิงเนื้อเงินแท้ครับ
คำอธิบายรูป :ตระกรุดคอลิง เป็นตระกรุด ที่หลวงปู่ตี๋ สั่งให้สร้าง เมื่อปี 2551 จำนวน 227 ดอก เป็นตระกรุดที่มีประสพการณ์ มากที่สุดเช่นกันครับ มีประสพการณ์คร่าวๆครับ ได้มี ชาวหมู่บ้าน ต.หัวเขา ชื่อ นายด่วน ได้นำลิงมาเลี้ยงตั้งแต่ลิงยังเล็กๆ และ ลิงที่นำมาเลี้ยงนั้น ก็แสนจะเชื่อง เล่น และ เป็นมิตรกับคนทุกคน มีอยู่วันหนึ่ง นายด่วน พร้อมภรรยา ไม่อยู่บ้าน ไปทุ่งนาตามปกติ โดยได้ปล่อยทิ้งหลาน ที่รัก ไว้กับญา๖ิๆ ที่อยู่บ้าน ให้ช่วยดูแล แต่ด้วยหลานของนายด่วยนั้น ยังเล็ก และ ไม่รู้อะไร เมื่ออยู่บ้านนั้น หลานก็ไปหาไม้มาได้ 1 อัน แล้วก็เที่ยวเดินเปะปะ ใช้ไม้ ที่โน้นบ้าง ตีนี้บ้าง แล้วหลานเล็กของนายด่วนนี้ ก็เดินตรงไปยังที่ผูกลิงไว้ ปกติ ลิงตัวนี้ ก็ไม่เคยทำอันตรายใดๆใครทั้งสิ้น แต่เมื่อหลานนายด่วนเดินตรงไปนั้น หลานนายด่วน กับถือไม้ไปด้วย ก็เลยเดินตรงไปที่ผูกลิง ตัวนี้เอาไว้ ว่าแล้ว หลานน้อยนายด่วนคนนี้ ก็ไม้พูดพร่ำ ทำเพลงอะไร ก็ใช้ไม้ตี ปับๆ ไปที่ลิงตัวนั้น ตัวลิงเกิดอาการตกใจ และ ด้วยสัญชาติตญาณของลิง ก็โดดเข้าไปแย้่งไม้ที่เด็ก และ เจ้าลิงตัวนี้ เกิดความโมโหมาก เลยกัดเอาเด็ก หลานนายด่วนทันที เสียงหลานนายด่วยร้อง สนั่นทันที ทำให้ผู้ใหญ่ ที่อยู่บ้าน ถึงกับตกใจ แล้วรีบมาช่วยหลานนายด่วน เอาออกไปทันที เมื่อเอาหลานนายด่วนออกมาได้ ก็รีบส่งโรงพยาบาลทันที วันนั้น บังเอิญ ภรรยานายด่วน ได้อาศัยรถ คนในบ้านที่ไปทุ่งนาด้วย กับมาบ้านก่อน เลยทำให้ภรรยามาถึงบ้านก่อน นายด่วน เมื่อภรรยานายด่วนมาถึงบ้าน เพื่อบ้านได้เล่าเหตุการณ์ ที่หลานนายด่วนนี้ไปตีลิง และ ถูกลิงกัด ดังนั้น ภรรยานายด่วนก็รีบนำลิงตัวนี้ ด้วยความสงสาร ไปถวายวัดเขาเขียวพนาราม โดยนำมาฝาก หลวงปู่ตี๋ ให้เลี้ยงเอาไว้ แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ให้ หลวงปู่ตี๋ ได้ฟัง แล้วก็รีบเลยไปโรงพยาบาล เพื่อไปเยี่ยมหลานทันที หลวงปู่ตี๋ ท่านได้ยินเรื่องราวต่างๆ ท่านก็รีบนำเอาฝาบาตร ตัดแล้วนำมาทำเป็นตระกรุด ดอกเล็กๆขนาดครึ่งนิ้ว จารณ์อักขระ แล้วนำมาแขวนไว้ทีคอลิงครับ ส่วนหลานนายด่วนนั้น ก็ถูกเย็บถึง 30 กว่าเข็ม และ ในเย็นก่อนมึดวันนั้นเอง นายด่วนก็มากับคนในหมู่บ้าน ด้วยรถมอเตอร์ไซร์ เมื่อมาถึง ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ก็ปรี่ไปที่เจ้าลิงนั้นทันที เจ้าลิงนั้นไม่รู้อะไร ว่าภัยกำลังจะมาถึง มันก็นั่งเล่นของมัน แบบสบายใจตามประสาลิงเชื่อง นายด่วนก็ตีไปด้วยไม้ หน้าสามทันที เจ้าลิงโดนไม้จนหัวตำกับพื้น แล้วมันก็รีบวิ่งขึ้นไปบนต้นไม้ทันที ว่าแล้วไม่อยู่ช้า นายด่วนก็รีบคว้าปืนที่เตรียมเอาไว้ นำเอาออกมาพร้อมกับยิง เจ้าลิงตัวนั้นทันที เสียงปืนดัง แชะ ๆๆ ยิงกี่ครั้งก็แชะๆ พอยิงขึ้นฟ้าก็ดังปังๆ พอหันไปยิงที่ลิงก็ดังแชะๆ เป็นแบบี้ จนนายด่วน หมดปัญญาที่จะทำอันตรายเจ้าลิงตัวนั้น ก็กับบ้านไป พอมาวันหลัง ก็นำปืนมายิงแบบนี้แหละ แต่ก็ต้องสิ้นหวัง เพราะปืนจะกี่กระบอก ก็ไม่สามารถทำอันตรายเจ้าลิงตัวนี้ได้ จนมีอยู่วันหนึ่ง อาจารย์ตู่ ได้ไปเยี่ยมหลวงปู่ ที่วัดเขาเขียวพนาราม ก็เห็นนายด่วน เดินมา เมื่อเห็นเจ้าลิงตัวนั้น มาเล่นกับอาจารย์ตู่ นายด่วนได้บอกกับอาจารย์ตู่ว่า หากเอาตระกรุดดอกนั้น เอาออกจากคอลิง แล้วนำมาให้ตัวนายด่วนนั้นได้ นายด่วยให้ 2000 บาท เอาไปเลย อาจารย์ตู่ทำท่าไปหาเจ้าลิงแล้วทำท่าจะเอาตระกรุดที่คอมันออก เจ้าลิงนั้นมันก็ทำเฉยมองหน้าทำตาปิบๆ จนอาจารย์ตู่ก็เกิดความสงสัย ก็เลยไม่เอาตระกรุดออกจากคดลิง สักพัก นายด่วนก็บอกให้เอาออกมาให้ได้ จะเพิ่มเงินขึ้นให้ เป็น 4000 บาท อาจารย์ตู่จึงถามหลวงปู่ ก็ได้คำตอบ อาจารย์ตู่ จึงไม่ยอมเอาออกให้เลย จนนายด่วนนั้น ได้มาสารภาพ ว่าตระกรุดดดอนั้นดีจริงๆ ที่คอลิง และ บรรยายสรรพคุณ วิงนายด่วนเฝ้ายิงมาหลายวันแล้ว และ ก็ยิงไม่ออก จนนายด่วยหมดปัญญา จนในที่สุด เจ้าลิงนั้นก็อยู่กับหลวงปู่ตี๋มา จนแก่ตายไป ที่วัดท่ามะกรูด ลืมบอกไป ว่าเจ้าลิงตัวนี้ มันตาบอดข้างหนึ่ง เขาเลยเรียกเจ้าลิงตัวนี้ ว่าไอ้เดี่ยว คือมีตาข้างเดียว นั้นแหละครับ จนในที่สุด มันก็แก่ตาย และ หลวงปู่ ก็นำเอาหัวกระโหลกมาเก็บเอาไว้ในห้อง และ นำเอาตระกรุด ดอกนั้น มาให้อาจารย์ตู่ เก็บเอาไว้ และอาจารย์ตู่ ก็ได้ให้ นายทหารท่านหนึ่ง ที่มีพระคุณกับท่านมา เรื่องราวจึงเป็นแบบนี้แหละครับ และ ยังมี เรื่องราวต่างๆอีกมากมาย เช่น แขวนตระกรุดคอลิงแล้ว รถค่ำไม่เป็นไร สุนักกัดไม่มีเลือด และ ถูกตีไม่มีแตกครับ มีแต่ลอยเขียวซ้ำเท่านั้นครับ นี้แหละครับ เป็นที่มาของตระกรุด คอลิง ดีทั้งเนื้อนวะ และ เนื้อเงินแท้เลยครับ ใช่ได้ดีทั้งคู้เลยครับ ขอให้เลือกใช้กันเอาครับ ขอบอกว่า ต้องยกนิ้วให้ครับ
Comment (0)
  รูปที่ 10
ชื่อรูป : ตระกรุดคอลิงเนื้อนวะ
คำอธิบายรูป :ตระกรุดคอลิงเนื้อนวะ ก็เช่นกันครับ มีประสพการณ์มากมายเช่นกันครับ ทัั้งด้านคงกระพันธ์ชาตรี ทั้งแคล้วคลาดปลอดภัย นาๆนับที่จะบรรยาย ดังเช่น นายสายรุ้ง ได้เล่าให้อาจารย์ตู่ฟังว่า ได้เช่าตระกรุดคอลิงเนื้อนวะไปให้ลูกสาว 1 ดอก เพราะที่บ้านมีแต่รถมอเตอร์ไซร์ วิ่งไปมาด้วยความไวอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดความกลัว เพราะเห็นว่าลูกสาวยังเล็กอยู่ กลัวจะถูกมอเตอร์ไซร์ วิ่งชนเอา เลยมาเช่าตระกรุด คอลิงไปให้ลูกสาว 1 ดอก เมื่อได้แล้วได้นำไปแขวนคอให้ลูกสาว มีอยู่วันหนึ่ง ได้มีรถ มอเตอร์ไซร์ วิ่งมาด้วยความเร็ว วิ่งตรงมาเลย จนนายสายรุ้ง ผู้เป็นพ่อเอ่ยในใจว่า ไอ้นี้ อย่างไรก็ต้องพุ้งชนลูกสาวกูแน่ จึงนึกถึงหลวงปู่ตี๋ และ มั่นใจว่าลูกสาวมีตระกรุดคอลิง ถึงกับเรียกหลวงปู่ตี๋ ให้ช่วยลูกสาวด้วย แต่ทันใดนั้น รถที่วิ่งมาด้วยความไว และ พุ่งตรงมานั้น จู่ๆก็ล้มลงเฉยๆ โดยไม่มีสาเหตุ ทำเอาคนขับรถมอเตอร์ไซร์ ถึงกับบาดเจ็บมานับไม่ถ้วนแล้ว และ ก็แคล้วคล้าดมาแบบน่าตกใจ นี่ก็เป็นเพราะตระกรุดคอลิงนวะนี่แหละ อีกครั้งหนึ่ง ก็เป็นภรรยา นาย สังวาลย์ ศรีสวัสดิ์ อีกคนหนึ่ง ที่ใส่ตระกรุดคอลิง และ มีรถมอเตอร์ไซร์เช่นกัน วิ่งตรงมา แต่จู่ๆล้มแฉลบล้มไปเฉยๆ เลยโดนเหยียบได้แค่นิ้วเท้าเท่านั้น จนเป็นเล็บขบ เขียวซ้ำ แต่ก็ไม่ได้รับอันตราย ใดๆทั้งสิ้น นอกจากที่เห็นนิดหน่อยเท่านั้น ก็นับว่าแคล้วคลาดอย่างแท้จริงครับ จนในที่สุด ก็รอดและ ปลอดภัยมานับไม่ถ้วนมาแล้วครับ เช่นเดียวกับ พี่วืทยา ที่ถูกสุนักกัดเข้าเต็มแรง แล้วขย้ำหลายครั้ง แต่ในที่สุด ฏ้ไม่มีแม้นแต่รอยแมวข่วน มีเพียงน้ำลายสุนัก ที่มันกัดเข้าเต็มมือ เปียกไปหมด แต่ไม่มีอะไรเลย แม้นเลือกสักหยดเดียวก็ไม่มีให้เห็นเลยครับ และ มีอีกหลายต่อหลายคนครับที่มีประสพการณ์ มาอย่างมากมายจนนับไม่ถ้วน ล้วนเป็นเพราะ ตระกรุด คอลิงนี้ทั้งสิ้นครับ
ตระกรุดคอลิงสร้างๆไว้ดังนี้ครับ
1..ตระกรุดคอลิงเนื้อทองคำ มี 3 ดอก
2..ตระกรุดคอลิง เนื้อเงิน มี 227 ดอก
3..ตระกรุดคอลิงเนื้อนวะ มี 599 ดอก
และ สร้างเมื่อปี 2551 ครับ ประสพการณ์นับไม่ถ้วนจริงๆนะครับ..ขอบอกได้เต็มปากครับผม...
Comment (0)
  รูปที่ 11
ชื่อรูป : หนุมานขี่สิงห์เนื้อดินมวลสารเต็มอัตตรา
คำอธิบายรูป :หนุมานขี่สิงห์ เป็นหนุมานขี่สิงห์ ที่มวลสารเต็มอัตตรา ของดินสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากมาย หลายต่อหลายที่ เกินคำบรรยาย และที่แน่ๆไปกว่านั้น เป็นหนุมานขี่สิงห์ ที่หลวงปู่ตี๋ บอกว่าแรงสุดๆครับ เพราะท่านบอกจะเป็นแค่หนุมาน ก็ยังไม่เท่าไร แต่กับมากมายไปด้วย อำนาจ ของสิงห์ หลวงปู่ตี๋ บอกไว้เสมอ ว่าหนุมานรุ่นนี้ แรงมาก เหมาะสำหรับ ท่านที่ชอบบทบู๊ คงกระพันธ์ บวกเมตตา และ แคล้วคลากเป็นเศิลอีกด้วย นอกนั้น ยังเหมาะแก่ศิษย์ทุกท่าน ที่ชอบรับอาสา เจ้านาย และ อาสาออกรบ และ นอกนั้นยัง มีสัญชาติตญาณ มักมีความสังหรณ์ใจ เวลามีเรื่อง มีราว หรือ เวลาที่มีเคราะห์ หรือ มีเหตุการณ์ต่างๆ ในทางไม่ดี เราแขวน หนุมานขี่สิงห์รุ่นนี้ เราจะรู้ตัวด้วย เหตุการณ์ต่างๆ ก็ขอให้เราได้คอยสังเกตุเอา ว่าจะเกิดอะไร เวลาเราแขวน เราก็จะรู้ ด้วยตัวเราเองนะครับ และ นอกนั้น ยังนับว่า หนุมานขี่สิงห์ รุ่นนี้ แรงสุดๆ รุ่นหนึ่ง ที่กล้าต่อกร หากเรื่องบู๊ ก็ไม่เป็นสองรองใครหรอกครับ และ ที่มั่นใจไปมากกว่านั้น ก็คือ มีน้อยครับ มีแค่ 500 องค์ ฝังตระกรุด 1 ดอกด้วยครับ ส่วนตระกรุด 3 ดอกนั้น หลวงปู่ตี๋ ให้เอาไปแจกทหารเช่นกัน มี 100 องค์ ทำเหมือนๆกับ หนุมารหักศรนั้นแหละครับ แต่หนุมานขี่สิงห์นี้ แรงเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัวครับ ใครมีไว้ รับรองว่า ไม่อายใครในทุกๆเรื่องนะครับ ไม่ว่าจะเมตตา แคล้วคลาด อำนาจ จังงัง คงกระพันธ์ บทบู๊ และ มีสัญชาติตญาณ คือ รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ครับ น่าใช้จริงๆนะครับ ใครมีเก็บไว้นะครับ อีกหน่อยหาไม่มีแล้วครับ เป็นพระเนื้อดิน ที่คนมองข้านนะครับ ขอบอก...
Comment (0)
  รูปที่ 12
ชื่อรูป : ตระกรุดผู้ชนะสิบทิศ..จรารณ์ที่ประเทศพม่า
คำอธิบายรูป :ตระกรุดผู้ชนะสิบทิศนี้ อาจารย์ตู่ ได้รับคำต่อหลวงปู่ตี๋ ให้ไปจารณ์ ที่ประเทศพม่า โดยอาจารย์ตู่ ได้ตั๋วเครื่องบิน จากบริษัทภรรยาอาจารย์ โดยได้ตั๋วไปเที่ยวปีละ 1 ใบ แต่ภรรยาอาจารย์ตู่ รวบรวมเอาไว้ ถึง 3 ปี ได้ 3 ใบ จึงได้แลกเอาเงินมาเพื่อจะไปเที่ยว ในราคาพิเศ๋ษ กับ คุณ น่ม สุพรรณ ก็ไปด้วย เมื่อก่อนจะไปขึ้นเครื่องบิน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลวงปู่ตี๋ ได้เรียกอาจารย์ตู่ไปเป่าหัว และ ให้พรอาจารยืตู่ เมื่อได้พรจากหลวงปู่ตี๋ อาจารยืตู่ ก็ขนแผ่นทองแดงไปจารณ์ที่ประเทศพม่า 29 แผ่น แล้ว เอาแผ่นเงินไป 79 แผ่น พร้อมเหล็กจารณ์ เมื่อเข้าสนามบิน อาจารย์ตู่ ก็ผ่านเครื่องตรวจจับไปโดยไม่น่าเชื่อ และ ก็ ผ่านไปเป็นคนแรกอีกด้วย เล่นเอาคุณหนุ่มสุพรรณ ต้องยอมรับว่าเหลือเชื่อจริงๆ เพราะแค่คุณหนุ่ม ใส่กางเกรงยีน มีกระดุมทองเหลือง ยังดังเสียสนั่นหวั่นไหว ต้องไปขึ้นขาย่างตรวจโน้น แต่อาจารย์ตู่ ไม่ดังและ รอดไปเป็นคนแรกเลย เล่นเอาทุกคน ต่าง งง กันไปตามๆกัน เมื่อไปถึงยังประเทศพม่า อาจารย์ตู่ ก็ไปจารณ์ที่ พระธาตุมุเตา พระธาตุอินแขวน เจดีย์เชวดากอง พระราชวังบุเรงนอง นอกนั้นยังไปปลุกเสกตาม สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในพม่า ที่ดีๆ และ สถานที่ต่างๆในประเทศพม่า ต้องใช้เวลาทำถึง 3 วัน โน้น..เมื่อจารย์มาแล้ว ก็กับมาถึงไทยเรา ก็มาทำพิธี ม้วน และ พอกด้วยชาญลง ของแท้ๆ เพราะนำมาจากไถจอมปลวกที่สุพรรณบุรี จึงได้มา เป็นของแท้ทั้งนั้น จะมีอาการหมอมากครับ ถ้าเป็นของแท้ และ เมื่อนำไปตากแดด ก็จะมีอาการอ่อนตัวครับ แต่ถ้าไม่ตากแดด ก็จะมีอาการแข็งครับ แล้วก็นำมาปิดทองครับ ทั้งดอกเลยครับ จะมีเนื้อทองแดง และ เนื้อเงินแท้ครับ ตระกรุดผู้ชนะสิบทิศนี้ มีประสพการณ์มากมาย หลายต่อหลายคน ขึ้นชื่อมากครับ ขึ้นชื่อด้วยมีทนายความ ได้นำไปใช้ ปรากฏว่า เมื่อพกติดตัวไปแล้ว ไปว่าความแต่ละที่ แต่ระครั้ง ชนะเกลือบทั้งหมดเลยครับ แบบไม่เคยเป็นมาก่อนครับ นอกนั้นยังไปว่าความ และ ติดตัวไปสถานที่ต่างๆ ก็มักมีชัยชนะ และ เป็นเจ้าคนนายคนเสมอ มักไม่เป็นสองรองใครครับ นอกนั้น ยังมีประสพการณ์ ต่างๆมากมาย ครับ แต่วันนี้ขอบรรยาย เท่านี้ก่อนครับ ส่วนราคา ที่ออกไปก็เพียงดอกละ 1000 บาทครับเป็นเงิน ส่วนทองแดงก็ดอกละ 500 บาทครับ แต่ขณะนี้ หมดไปแล้ว และ ปัจจุบันนี้ ยังเป็นที่ต้องการของศิษย์ จนขึ้นราคาไปถึง 3000 บาทแล้วนะครับ ขอบอก...
Comment (2)