ประกาศ!!
เนื่องจากวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2552 ทาง Pantown จะมีการทำการย้าย Server จึงขอปิดระบบ Pantown ในช่วงเวลา 09.00-15.00 น.
 สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ

สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่
งานวารสารท่องเที่ยงสหพันธ์
เทศกาลท่องเที่ยวทีลอซู
สหพันธ์แนะนำแหล่งท่องเที่ยว17จังหวัดภาคเหนือ
รายการท่องเที่ยว
รายการประชุมประจำเดือน
คุยกับประธานสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเด่น
สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก
สนทนาภาษาท่องเที่ยวสหพันธ์
รายชื่อสมาชิก
งานไทยเที่ยวไทย
งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ
มัคคุเทศก์หางาน
ทัวร์หามัคคุเทศก์
งานแรลลี่ท่องเที่ยวสันกำแพง

ติดต่อเจ้าบ้าน
[3562]

Content

   สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ





ธรรมนูญและข้อบังคับ
สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ 17 จังหวัด

หมวดที่ 1.ความทั่วไป
ข้อ 1. สมาคมฯนี้มีชื่อภาษาไทยว่า สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ ชื่อภาษาอังกฤษว่า The Association of Northern
Tourism Federation
ใช้ชื่อย่อภาษาไทยว่า สสทน.
และชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า ANTF.
ข้อ 2. เครื่องหมายของสมาคมฯมีลักษณะเป็นรูปเข็มทิศอยู่ภายในวงกลม มีชื่อสมาคมฯภาษาไทยและภาษาอังกฤษอยู่ภายใน
กรอบรูปวงกลม

ข้อ 3. สำนักงานจดทะเบียนของสมาคมฯตั้งอยู่ที่ 91 ตรอกโรงไฟฟ้าเก่า ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง

ข้อ 4. สำนักงานสาขาของสมาคมฯเรียกว่า ศูนย์ประสานงานสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยว ภาคเหนือจังหวัด…..ตั้งอยู่ ณ สถานที่ทำ
การของประธานสหพันธ์ฯจังหวัด ที่ดำรงตำแหน่งขณะนั้นหรือตามมติที่ประชุมเห็นชอบ

ข้อ 5. สำนักงานบริหารสมาคมฯเรียกว่า ศูนย์ประสานงานสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ ตั้งอยู่ ณ สถานที่ทำการของ
นายกสมาคมฯ ที่ดำรงตำแหน่งขณะนั้นหรือตามมติที่ประชุมเห็นชอบ

หมวดที่ 2.วัตถุประสงค์สมาคม

ข้อ 1. เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในหมู่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์อาชีพใน 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อการประชา
สัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ข้อ 2. เพื่อเชื่อมโยงบริการธุรกิจท่องเที่ยวระหว่างสมาชิกสหพันธ์ฯ ทั้ง 17 จังหวัด รวมทั้งประสานความร่วมมือกับองค์กรธุรกิจ
ท่องเที่ยวในภูมิภาคอื่นๆทั้งในและต่างประเทศ

ข้อ 3. เพื่อส่งเสริมการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์ในภาคเหนือ ให้มีขีดความสามารถแข่งขันกับธุรกิจ
ท่องเที่ยวนานาชาติได้

ข้อ 4. เพื่อรณรงค์ปลูกจิตสำนึกรักษ์การท่องเที่ยวภาคเหนือ เพื่อให้การท่องเที่ยวภาคเหนือเติบโตอย่างยั่งยืน
หมวดที่ 3.สมาชิกสมาคมฯ

ข้อ 1. สมาชิกสามัญได้แก่ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์อาชีพ

ข้อ 2. สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ บุคคลผู้ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวและมีความคิดเห็นสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ

ข้อ 3. สมาชิกสมาคมฯจะต้องสังกัดสหพันธ์ฯจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ใน 17 จังหวัดภาคเหนือเท่านั้น

ข้อ 4. ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสมาคมฯ ให้ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมฯต่อประธานสหพันธ์ฯจังหวัด โดยมี
สมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 1 คน และชำระค่าบำรุงสมาคมในวันแรกเข้า จำนวน 300 บาท
ทุก ๆ 2 ปี หรือ ค่าบำรุงตลอดชีพชำระครั้งเดียว 2,000 บาท ณ วันแรกเข้า

ข้อ 5. สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุ การตาย การลาออก ไม่ต่ออายุสมาชิก หรือที่ประชุมกรรมการสหพันธ์ฯจังหวัดมีมติให้ลบชื่อออกจากการเป็นสมาชิก
หมวดที่ 4.สิทธิของสมาชิก
ข้อ 1. สมาชิกมีสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่คณะกรรมการสมาคมฯจัดให้มีขึ้นในทุกโอกาส
ข้อ 2. มีสิทธิได้รับสวัสดิการ ส่วนลด สิทธิพิเศษ ตามที่คณะกรรมการจัดหา ตลอดจนการสงเคราะห์ในเรื่องอันเกี่ยวกับกิจการ
อันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคมฯจากสมาคมฯเท่าที่จะอำนวยได้
ข้อ 3. มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเพื่อการปรับปรุงการดำเนินงานของสมาคมฯต่อคณะกรรมการ

หมวดที่ 5.หน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 1. ปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคมฯและประพฤติตนให้สมเกียรติกับการเป็นสมาชิกสมาคมฯ
ข้อ 2. เผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมฯ และชักชวนหาสมาชิกให้กับสมาคมฯ
ข้อ 3. เข้าร่วมกิจกรรมของสมาคมฯ อย่างสม่ำเสมอ
ข้อ 4. เสนอโครงการต่าง ๆที่เป็นประโยชน์ต่อกรรมการบริหารสมาคม

หมวดที่ 6.กรรมการสมาคมฯ
ข้อ 1. กรรมการสมาคมฯ ประกอบด้วยคณะกรรมการ 3 คณะ คือ
1.คณะกรรมการสหพันธ์ฯจังหวัด
2.คณะกรรมการบอร์ดสหพันธ์ฯภาคเหนือ
3.คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ
ข้อ 2. คณะกรรมการสหพันธ์ฯจังหวัด หมายถึง ประธานสหพันธ์ฯจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมสมาชิกสห
พันธ์ฯจังหวัดและกรรมการสหพันธ์ฯจังหวัดที่ประธานสหพันธ์ฯจังหวัดแต่งตั้ง อย่างน้อย 7 คน อย่างมากไม่เกิน 15 คน
ข้อ 3. ประธานสหพันธ์ฯจังหวัด มีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี และมีสิทธิได้รับเลือกตั้งติดต่อกันไม่เกิน 2 สมัย
ข้อ 4. ตำแหน่งกรรมการในสหพันธ์ฯจังหวัด มีดังนี้
ประธานสหพันธ์ฯจังหวัด รองประธานสหพันธ์ฯจังหวัด เลขานุการ เหรัญญิก ประชาสัมพันธ์ฯ สิทธิประโยชน์
นายทะเบียน ฝ่ายส่งเสริมการตลาดธุรกิจท่องเที่ยว ฝ่ายสหพันธ์สัญจร ฝ่ายจรรยาบรรณ ฝ่ายพัฒนาบุคลากรท่องเที่ยว
กรรมการ
ข้อ 5. คณะกรรมการบอร์ดสหพันธ์ฯภาคเหนือ หมายถึง ที่ประชุมประธานสหพันธ์ฯจังหวัด 17 จังหวัดหรือเท่าที่มีอยู่ขณะนั้น
นายกสมาคมสหพันธ์ฯทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการบอร์ดสหพันธ์ฯโดยตำแหน่ง
ข้อ 6. คณะกรรมการบริหารสมาคมสหพันธ์ฯภาคเหนือ หมายถึง นายกสมาคมและกรรมการที่นายกสมาคมแต่งตั้งอย่างน้อย
10 คน อย่างมากไม่เกิน 21 คน
ข้อ 7. นายกสมาคมมีวาระการทำงาน 2 ปี และมีสิทธิได้รับเลือกตั้งติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 สมัย
ข้อ 8. นายกสมาคมสหพันธ์ฯให้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมคณะกรรมการบอร์ดสหพันธ์ฯภาคเหนือ โดยประธานสหพันธ์ฯจังหวัดมีสิทธิ์เสนอตนเองหรือผู้แทน เข้ารับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมได้
ข้อ 9. การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกสมาคม ให้ถือหลัก 1 จังหวัด 1 เสียง โดยประธานสหพันธ์ฯจังหวัดเป็นผู้ลงคะแนนโดย
วิธีลับ
ข้อ 10. ประธานสหพันธ์ฯจังหวัดที่ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมฯให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่งประธานสหพันธ์ฯจังหวัด โดยให้จัดการเลือกตั้งประธานสหพันธ์ฯจังหวัดคนใหม่ทดแทนภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
ข้อ 11. นายกสมาคมหรือประธานสหพันธ์ฯจังหวัดที่ได้รับการเลือกตั้งทดแทน ตำแหน่งที่ว่างลง ให้มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเท่ากับอายุคงเหลือของนายกสมาคมหรือประธานสหพันธ์ฯ
ข้อ 12. คณะกรรมการสหพันธ์ฯจังหวัดและคณะกรรมการบริหารสมาคมสหพันธ์ฯ ให้ถือเอาวันที่ 1 กรกฏาคม เป็นวันเริ่มต้นปี
บริหาร และสิ้นสุดปีบริหาร ณ วันที่ 30 มิถุนายน ณ วันครบรอบปีที่ 2 ของการดำรงตำแหน่ง
ข้อ 13.. คณะกรรมการบริหารสมาคม ประกอบด้วย นายกสมาคม 1 คนและกรรมการอื่นที่นายกสมาคมฯเสนอแต่งตั้ง อย่างน้อย
10 คน อย่างมากไม่เกิน 21 คน ตามตำแหน่ง ดังต่อไปนี้
นายกสมาคมฯ อุปนายกสมาคม เลขาธิการสมาคม เหรัญญิก ประชาสัมพันธ์ นายทะเบียน ฝ่ายสหพันธ์สัญจรฝ่ายส่งเสริมการตลาดธุรกิจท่องเที่ยว ฝ่ายพัฒนาบุคลากรท่องเที่ยว ฝ่ายสิทธิประโยชน์ กรรมการ
ข้อ 14. กรณีนายกสมาคมพ้นจากตำแหน่ง ให้ถือว่า กรรมการบริหารสมาคมฯที่นายกสมาคมฯแต่งตั้งหมดวาระไปพร้อมกัน
หมวดที่ 7. ที่ปรึกษาสมาคม
ข้อ 1. นายกสมาคมที่ครบวาระการดำรงตำแหน่ง ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสมาคม
ข้อ 2. ประธานสหพันธ์ฯจังหวัดที่ครบวาระการดำรงตำแหน่ง ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารสหพันธ์ฯจังหวัด
ข้อ 3 นายกสมาคม เป็นผู้พิจารณาเสนอแต่งตั้งบุคคลผู้มีความรู้และประสบการณ์ เพื่อดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ภายใน ระยะเวลาไม่เกิน 45 วัน นับแต่วันที่ได้รับเลือกตั้ง

หมวดที่ 8.การประชุมสมาคมฯ
ข้อ 1. คณะกรรมการสหพันธ์ฯจังหวัด จะต้องจัดให้มีการประชุมสมาชิกสหพันธ์ฯจังหวัดเป็นประจำเดือน ๆ ละ 1 ครั้ง เป็นอย่างน้อย ณ ที่ทำการสหพันธ์ฯจังหวัดหรือตามที่กรรมการสหพันธ์ฯจังหวัดพิจารณาเห็นสมควร
ข้อ 2. คณะกรรมการบอร์ดสหพันธ์ฯ17จังหวัด ต้องประชุมกันปีละ 3 ครั้ง เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคมฯ เรียกว่า ประชุมสหพันธ์ฯสัญจร โดยเวียนสถานที่ประชุมไปยังสหพันธ์ฯจังหวัดเครือข่าย 17 จังหวัด
ข้อ 3. การประชุมคณะกรรมการบอร์ดสหพันธ์ฯต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติที่ประชุมของคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 4. คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ จะต้องจัดการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯทุกวันที่ 5 ของเดือน
ข้อ 5. คณะกรรมการบริหารสมาคมฯจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สมาชิกสหพันธ์ฯทั้ง 17 จังหวัดเป็นประจำปี ๆ ละ 1 ครั้ง ในระยะเดือนมิถุนายน ของทุกปี
ข้อ 6. การประชุมใหญ่ประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
6.1.แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
6.2.แถลงบัญชี รับ-จ่ายและบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมา
6.3.เลือกตั้งนายกสมาคมฯเมื่อครบวาระการดำรงตำแหน่ง
6.4.เรื่องอื่น ๆ(ถ้ามี)
หมวดที่ 9.การเงินและทรัพย์สินสมาคมฯ
ข้อ 1. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมฯถ้ามีให้ฝากไว้ในธนาคารใด
ธนาคารหนึ่ง ตามแต่คณะกรรมการจะเห็นสมควร
ข้อ 2. การฝากและการถอนเงินให้นายกสมาคมฯหรือประธานสหพันธ์ฯจังหวัดลงนามร่วมกับเหรัญญิกและเลขาฯ
ข้อ 3. ให้นายกสมาคมฯหรือประธานสหพันธ์ฯจังหวัด มีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมฯได้ครั้งละไม่เกิน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้น จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ
ข้อ 4. ให้เหรัญญิกของสมาคมฯหรือสหพันธ์ฯจังหวัดมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) เงินที่เหลือทั้งหมดต้องฝากไว้ในธนาคารในบัญชีของสมาคมฯโดยไม่ชักช้า
ข้อ 5. เหรัญญิกต้องทำบัญชี รายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและการรับหรือการจ่ายเงินทุกครั้ง จะ
ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคมฯร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน
ข้อ6. ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่สมาคมและจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต
ข้อ7. เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของสาธารณะประโยชน์ โดยมอบให้โรงเรียนสอนคนตาบอด จังหวัดลำปาง