chompoo-kitchenss  >>  สุขภาพ


(9) อาหารลดความดัน
    รายละเอียด :

    ความดันโลหิตกับอาหาร

    คนไทยสมัยก่อนเป็นโรคติดเชื้อและโรคพยาธิกันมากเพราะการสาธารสุขในสังคมไทยยุคก่อนไม่เจริญพอแต่สำหรับ
    คนไทยยุคใหม่โรคที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดไม่ใช่โรคติดเชื้อแต่กลายเป็นโรคหัวใจ ในบรรดาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ
    โรคหัวใจนั้นมีเรื่องของความดันโลหิตสูงร่วมอยู่ด้วย คนปกติจะมีความดันโลหิต 120/80 มิลลิเมตรปรอท โดยเฉลี่ย
    ตัวเลขจำนวนแรกเป็นตัวเลขแสดงความดันขณะหัวใจบีบตัว (systolic) ส่วนตัวเลขจำนวนหลังแสดงความดันขณะที่
    หัวใจ คลายตัว (diastolic) หากพิจารณาตามมาตรฐานอเมริกันซึ่งคนไทยหยิบยืนมาให้ยืมมาใช้บอกไว้ว่าความดัน
    โลหิตของคนเราอาจจะสูงขึ้นได้ แต่อย่าให้สูงเกิน 140/90 เพราะถ้าเกินค่านี้แล้วย่อมหมายความว่าชีวิตของเรากำลัง
    ผจญกับความเสี่ยงหลายประการที่เกี่ยวกับความดันโลหิตสูง

    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหัวใจล้มเหลวเส้นโลหิตในสมองแตก
    และเรื่องอื่น ๆ ใครที่ห่วงตัวเองว่าอาจมีปัญหาความดันโลหิตสูง ควรไปพบแพทย์ได้ตรวจร่างกายและต้องไม่ลืมปฏิบัต
    ิตัวตามที่แพทย์ ดังนั้นจึงควรรู้จักหาหนทางป้องกันตัวเองไว้ เครื่องมือหนึ่งที่จะใช้ป้องกันตัวเองให้พ้นจากความดัน
    โลหิตสูงก็คือ อาหาร ขึ้นฉ่าย ผักชี อาหารช่วยลดความดัน อาหารลดความดันที่คนเองเชียรู้จักกันมานมนานแล้วก็คือ
    ขึ้นฉ่ายและผักชี ในตำรับยาโบราณของจีน เวียดนาม เกาหลี ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ไทยมีเรื่องการใช้ขึ้นฉ่ายและผักชี
    ลดความดันโลหิตหรืออาการที่น่าจะเกี่วข้องกับความดันโลหิต

    ดร. วิลเลียม เอลเลียตต์ (William Elliott) แห่งวิทยาลัย
    แพทย์ พริตชเกอร์ของมหาวิทยาลัยชิคาโกสงสัยเรื่องคุณสมบัติของสารเคมีในผักชีฝรั่ง ที่เกี่ยวข้องกับการลดความดัน
    โลหิตมานาน ต่อมาเมื่อได้ยินข่าวเรื่องลุงของลูกศิษย์ชาวเวียดนามคนหนึ่งใช้ผักชีฝรั่งในการรักษาความดันก็ยิ่งสนใจ
    เรื่องผักจำพวกผักชีและขึ้นฉ่ายมากขึ้น จึงทดลองสกัดสารพฤกษาเคมีออกมาจากผักชีฝรั่งแล้วลองฉีดเข้าไปในหนู
    ผลที่ได้ก็คือตัวเลขความดันขณะหัวใจบีบตัวมีค่าลดลงประมาณร้อยละ 13 ลดความดันโลหิตคือสารบิวทาไลด
    ์ (3-n-butyl phthalide) ปริมาณของสารนี้ในผักชีฝรั่งหรือขึ้นฉ่ายต้นอวบ ๆ 2-4 ต้นจะให้ผลในการลดความดันโลหิต
    ได้ สารพฤกษาเคมีชนิดนี้พบมากในขึ้นฉ่ายมากกว่าผักชนิดนี้พบมากในขึ้นฉ่ายมากกว่าผักชนิดอื่น

    ดร.เอเลียตต์ อธิบาย
    กลไกของสารเคมีในการลดความดันโลหิตไว้ว่า สารบิวทิลทาไลด์จะลดการหลั่งฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด
    (stress hormone) ทั้งหลายซึ่งจะส่งผลให้การบีบตัวของหลอดเลือดลดลง ผลที่ตามมาคือความโลหิตลดลง ข้อที่ควร
    ระวังของผักชีและขึ้นฉ่ายที่อาจจะมีอยู่บ้างคือเรื่องเกลือโซเดียม ผักกลุ่มนี้เป็นผักที่มีเกลือโซเดียมค่อนข้างสูงเมื่อเทียบ
    กับผักชนิดอื่น และเกลือโซเดียมนี้มีผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น แต่ ดร. เอลเลียตต์กล่าวว่าเกลือโซเดียมในผักชีฝรั่งหนึ่ง
    ต้นมีประมาณ 35 มิลลิกรัม หากรับประทานผักชีฝรั่งหรือขึ้นฉ่ายสองต้นจะได้เกลือโซเดียมเพียง 70 มิลลิกรัมซึ่งยังนับ
    ว่าน้อยมากจึงยังไม่มีผลต่อความดันโลหิต

    ปัญหาอีกประการหนึ่งก็คือเรื่องความสะอาด ขึ้นฉ่ายและผักชีเป็นผักที่มีรูป
    ลักษณ์ของใบและกิ่งที่สามารถเก็บความสกปรกไว้ได้มาก เกษตรกรบางกลุ่มนิยมใช้ปุ๋ยธรรมชาติซึ่งมาจากอุจจาระ ขณะเดียวกันคนไทยจำนวนไม่น้อยนิยมรับประทานขึ้นฉ่ายในลักษณะผักสดโดยไม่ใคร่นิยมรับประทานเป็นผักต้มหรือ
    ให้ความร้อนก่อน จึงอาจทำให้เกิดโรคท้องร่วงหือพยาธิได้ ด้วยเหตุนี้จึงขอเตือนให้ระวังเรื่องความสะอาดไว้ให้มาก
    หากปรุงอาหารเองก็ควรล้างขึ้นฉ่ายหลาย ๆ น้ำ หรือเด็ดออกเป็นกิ่ง แล้วล้าง หรืออาจแช่น้ำด่างทับทิมหรือโซดาไว้สักครู่
    จากนั้นจึงล้างน้ำต่อจนมั่นใจว่าขึ้นฉ่ายและผักชีสะอาดแล้ว กระเทียม สมุนไพรสารพัดประโยชน์

    อาหารธรรมดา ตัวต่อไปที่ใช้ลดความดันโลหิตได้ก็กระเทียม

    กระเทียมแทบจะเป็นผักสารพัดประโยชน์เพราะใช้ทั้งป้องกันและรักษาได้
    หลายโรค เรื่องของกระเทียมกับความดันโลหิตสูงมีระบุไว้ในตำรับยาจีนโบราณ ส่วนในสมัยนี้ชายเยอรมันซึ่งโดยเฉลี่ย
    มีการศึกษาสูงนิยมรับประทานกระเทียมเพื่อช่วยลดความดันโลหิต ในประเทศเยอรมนีเคยมีการศึกษาทางการแพทย์ที่
    น่าสนใจกล่าวถึงการรับประทานกระเทียมเป็นประจำวันละ 2 กลีบโต ๆ ว่าสามารถลดความดันโลหิตโดยเฉลี่ยจาก
    171/102 เหลือ 152/89 ได้ ในการทดลองเดียวกันกลุ่มที่ได้ยาหลอก (placebo) จะพบว่าความดันโลหิตไม่เปลี่ยนแปลง
    เท่าใด นัก

    เชื่อกันว่ากระเทียมลดความดันได้เพราะมีสารพฤกษาเคมีชื่อ แอดีโนซีน (adenosine) เป็นองค์ประกอบใน
    ปริมาณค่อนข้างสูง สารนี้ช่วยทำให้กล้ามเนื้อเรียบที่เป็นกล้ามเนื้อของหลอดเลือดคลายตัวมากกว่าปกติในหัวหอมก็มีสาร
    นี้พอสมควร และยังพบว่ามีสารพรอสทาแกลนดิน A1 ชนิดนี้เป็นสารกึ่งฮอร์โมนที่ช่วยให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัวได้
    มีฝรั่งจำนวนไม่น้อยที่ไม่รับประทานกระเทียม โชคดีของคนไทยที่ไม่ใคร่กลิ่นเรื่องกลิ่นกระเทียม ชอบรับประทานทั้งแบบ
    สดและปรุง อันที่จริงกระเทียมทุกรูปแบบให้คุณค่าไม่ต่างกันนัก เพียงแต่กระเทียมสดอาจมีฤทธิ์มากกว่า

    คัดลอกจาก http://bodyslen.com
    โดย: เก่งคับ [14 ก.ย. 48 10:48] ( IP A:203.147.39.177 X: )

    --------------------------------------------------------------------------------
    ความคิดเห็นที่ 2
    ขอบคุณคุณเก่งค่า ได้ความรู้ดีมากๆเลย ดีว่า ที่บ้านทำอะไรก็ต้องใส่กระเทียม คนข้างๆก็ชอบ แต่ว่าเค้าก็กลัวไปทำงาน เพื่อนที่ทำงานจะได้กลิ่น เลยกินแต่ตอนเย็น แล้วต้องทำให้สุก กลิ่นเลยไม่มีแล้ว

    ถ้าคุณค่าไม่ต่างกันมาก อย่างที่คุณเก่งว่า ก็ค่อยสบายใจหน่อย ขอบคุณอีกครั้งค่า
    โดย: Peter en Jeab [14 ก.ย. 48 11:52] ( IP A:82.170.165.152 X: )

    --------------------------------------------------------------------------------
    ความคิดเห็นที่ 3
    ขอบคุณคุณเก่งสำหรับความรู้ดีๆที่เอามาฝากกันค่ะ
    หวัดดีจ๊ะน้องเจี๊ยบและเพื่อนๆทุกคนจ้า
    โดย: J&J [14 ก.ย. 48 12:02] ( IP A:61.91.118.91 X: )

    --------------------------------------------------------------------------------
    ความคิดเห็นที่ 4
    ขอบคุณคุณเก่งค่ะที่เอาเกร็ดความรู้มาฝาก ชอบทานค่ะผักทุกชนิด
    แต่ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่น่ะสิคะ มีความรู้สึกว่ากระเทียมที่เมกามันกลิ่นแรงมากๆเลยค่ะ
    มีใครคิดเหมือนไข่นุ้ยไหมคะ คนที่บ้านไข่นุ้ยน่ะสิคะยิ่งไม่ชอบเลยค่ะก็เลย
    พลอยทำให้เราทำอาหารไม่กล้าใส่เยอะค่ะ
    โดย: kainui_rica [14 ก.ย. 48 12:20] ( IP A:24.98.16.17 X: )

    --------------------------------------------------------------------------------
    ความคิดเห็นที่ 5
    ขอบคุณพี่เก่งค่ะ เดี๋ยวจะเอาไปบอกแม่ ๆ เป็นความดันพอดี แต่เวลาทำกับข้าวก็ใส่นะคะ แต่ตอนทานไม่ทานค่ะ
    โดย: ปลาปักเป้า [14 ก.ย. 48 12:29] ( IP A:203.151.140.114 X: )

    --------------------------------------------------------------------------------
    ความคิดเห็นที่ 6
    ขอบคุณคุณเก่งสำหรับความรู้ดีๆที่เอามาฝากกันค่ะ

    สวัสดีทุกคนค๊า
    โดย: แบม [14 ก.ย. 48 12:43] ( IP A:84.68.135.105 X: )

    --------------------------------------------------------------------------------
    ความคิดเห็นที่ 7
    ...สวัสดีทุกท่านครับ เข้ามาเก็บเกี่ยวความรู้ด้วยคนครับ แต่ผมติดไปทางความดันต่ำครับ **อยากจะได้อาหารที่ช่วยลดความดันทุรังสูงหน่อยครับ**
    โดย: จินจง [14 ก.ย. 48 16:16] ( IP A:203.188.36.22 X: )

    --------------------------------------------------------------------------------
    ความคิดเห็นที่ 8
    ขอบคุณคุณเก่งสำหรับความรู้ดี ๆ ที่เอามาฝากกันนะค่ะ
    คุณจินจง ของอุ้ม เป็นเหมือนกันเลย ความดันทุรังสูงอ่ะ 5555


    โดย: อุ้ม [14 ก.ย. 48 19:09] ( IP A:195.93.60.84 X: )

    --------------------------------------------------------------------------------
    ความคิดเห็นที่ 9
    สวัสดีค่ะทุกคน เรื่องพืชที่ช่วยลดความดันนั้นดีค่ะ ได้ประโยชน์ดี แต่เจ้าต้น ผักชีฝรั่งเป็นไงคะ ใครมีรูปช่วยเอามาให้ดูกันหน่อยนะคะ อยากเห็นค่ะ เคยได้ยินแต่ชื่อ่อะ
    โดย: แก้ว [14 ก.ย. 48 22:51] ( IP A:81.225.19.67 X: )

    --------------------------------------------------------------------------------
    ความคิดเห็นที่ 10
    หวัดดีคะทุกๆคนข้างบน มาเก็บเกี่ยวความรู้ด้วยคนค๊า
    มีประโยช์มากเลยคะคุณเก่ง นี่ก็ไม่กินของมันๆนานแล้ว หนังไก่หรือหนังเป็ด แทบจะไม่กินเลย อาจจะ1ชิ้น แบบถ้าอยากกินมากๆ เพราะกลัวนะคะ และเครื่องในก็รู้สึกว่าไม่กินมานานหลายปีแล้ว
    นอกจากกระเพาะปลา ก็กินอยู่คะ

    คุณไข่นุ้ยเป็นเหมือนกันเลย เรารู้สึกกว่า กระเทียมที่นี่กลิ่นแรงมากๆ แถมเม็ดใหญ่กว่านิ้วโป้งเราอีก บางช่วงอาการหนักเวลาทำอาหารจะไม่ใส่กระเทียมเลย เพราะเคยไปเจอเพื่อนต่างชาติแบบคงจะกินกระเทียมสดด้วย แค่อยู่ในลิฟด้วยกัน เราก็ได้กลิ่นลมหายใจแล้ว
    ตอนนี้เราเวลาทำอาหารก็ใส่กระเทียมนิดหน่อยจะเอามาผัดหรือนึ่งจนสุก แล้วถึงจะเอามากิน แต่ก็เอาแค่กลิ่นนิดหน่อย เพราะคนข้างๆก็แพ้กระเทียมมาก ถึงเรียกว่าขั้นรุนแรงก็ได้ แต่ก็พยายามแอบใส่นิดๆเวลาเราทำอาหารนะ เพราะรู้ว่ามันมีประโยชน์นะคะ

    โรคความดันทุรัง เป็นกันหลายคนนะคะ

    ถ้าใครหุ่นแบบในรูปนี้ก็ระวังกันหน่อยนะคะ สำหรับเราคงอีกนาน เพราะเราจะระวังเรื่องอาหารการกินมากเป็นพิเศษ อิอิ


    โดย: ชมพู่ [15 ก.ย. 48] ( IP A:213.114.231.248 X: )

    --------------------------------------------------------------------------------
    ความคิดเห็นที่ 11
    น้องแก้ว จ๋า รูป ผักชีฝรั่งจ๊า

    http://www.shc.ac.th/management/techno/Vegetable/che-fa-runk.jpg


    โดย: ชมพู่ [15 ก.ย. 48] ( IP A:213.114.231.248 X: )

    --------------------------------------------------------------------------------

    ดำ ขาว น้ำเงิน แดง เขียว เหลือง ส้ม น้ำตาล ม่วง ฟ้า เขียวมะนาว

    รายละเอียด :
    ชื่อ / e-mail : แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
    รูปประกอบ :
    .jpg .bmp .gif < 100K
    จัดตำแหน่งรูป :

    ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา

    เสียงประกอบ : .wav .mp3 .wma .ogg < 300K




    ติดต่อ : เก่งคับ [ 1 ธ.ค. 48 22:58 ]
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน