รบกวนผู้มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษหน่อยคะ เรื่องการเมือง
   อยากทราบความหมายที่แท้จริงน่ะค่ะ..เอาคร่าว ๆ ก็ได้ค่ะ...
พอดีแปลเองแล้วมันไม่ค่อยรู้เรื่องน่ะค่ะรบกวนผู้รู้ช่วยดูคร่าว ๆ หน่อยค่ะ
การสอบสวนที่ทำให้เป็นอันตราย
เพราะว่าประชาธิปไตยทางการเมือง เป็นพื้นฐานที่สำคัญ เพื่อทำให้นโยบายของประชาชนที่มีคุณภาพ ที่มีความคิด ความสามารถมีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ไป ส่งผลให้พวกเขาเกิดผลในข้อตกลงนโยบายที่ฉลาดและยุติธรรม ดังนั้นการสอบสวนที่ถูกขยายไปถึงความสามารถศึกษาและทักษะการสอบสวนของประชากรทั้งสองอย่าง และการเลือกสรรทางการเมืองน่าจะอยู่ระหว่างนักเรียน การสืบสวนที่จำเป็นที่สุดในนโยบายสาธารณะสามารถใช้ทดสอบเพื่อเข้าใจว่าอะไรถูกต้องและผิดในความพยายามที่วางรูปแบบสังคม
ในบางประเด็นประชากรของสังคมที่อุดมสมบูรณ์ดูเหมือนว่ามีการเตรียมพร้อมที่ดีกว่า เพื่อสะท้อนการใช้ความคิดเกี่ยวกับปัญหาทางการเมือง อัตราร้อยละของผู้มีสิทธิ์ออกความเห็น คือ ผู้ที่ศึกษาจากวิทยาลัยที่มีชื่อ มีการวิเคราะห์เหตุการณ์ระดับชาติและทั่วโลก สมัยแรกเด็กๆ จะถูกพ่อแม่จะมีอิทธิพลในการปกครอง ยิ่งกว่านั้นผู้คนทั้งหลายในตอนนี้มีท่าทีที่สงสัยว่าพวกในการกระทำของรัฐ, นักธุรกิจ และหน่วยงานทางสังคมอื่นว่าก่อให้เกิดผลหรือสองปีที่ผ่านมาแล้ว
ถึงกระนั้นเราไม่สามารถมาถึงจุดยืนเพื่อการสอบสวนและอธิบายว่านักทฤษฎีลัทธิประชาธิปไตยบางคนซึ่งสมมติขึ้นและเราอาจจะปรารถนา การขาดคุณสมบัติบางส่วนที่ได้มาจากการจำกัดทางชีววิทยา เราไม่สามารถพิจารณาข้อบิดเบือนที่มีกฎเกณฑ์ การรับรู้และการตีความกลายเป็นถูกทำให้บิดเบือนไปในแนวทางที่ระบบ เราระลึกถึงเหตุการณ์ที่สดใสและลืมสิ่งอื่นๆยิ่งกว่านั้นความจำของเรายังถูกเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์ ที่กล่าวมาแล้วและการจำกัดทางชีววิทยา เหล่านี้เป็นความปี้ป่นที่ถูกทำให้เกิดทางสังคมหรือถูกทำให้เลวร้ายลง
นักจิตวิทยาพบว่าส่วนใหญ่เรามีความยากลำบากมาก ในการที่จะสรุปเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวหรือทางสังคม เราสร้างที่แนวคิดนามธรรมทางการเมืองที่เรียกว่าระบบทุนนิยมหรือสหภาพโซเวียต และการมองปัญหาง่ายเกินไปเกี่ยวกับการเปิดเผยความรู้สึกหรือความชังในการคิดและการใช้เป็นเครื่องหมาย เรามักจะหลีกหนีปัญหาที่สลับซับซ้อนซึ่งไม่มีความรู้สึกและการได้มาของข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเมืองแทนตามความเป็นจริงทำให้เกิดขึ้นพร้อมกัน
การใช้สติปัญญาที่จะทำให้เกิดความเสียหายน้อยลง คือ นโยบายของคนคนเดียวที่ทำให้เขาและเธอที่ถือบทบาทของแต่ละคนที่มีปฏิกิริยาการถือพรรคถือพวก นโยบายนี้กลายเป็นไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตย แต่เป็นการทำให้เกิดอันตรายเพราะมันง่ายที่ การเลือกสรรที่จะคุ้มครองเพื่อเก็บรักษาจุดได้เปรียบของพวกเขา. โดยพิจารณาจากพยานหลักฐาน
การศึกษาที่โรงเรียนและแหล่งข่าวอื่นของความเลวร้าย
หลายชาติที่มีการวิจัยเป็นเอกสารมีขอบเขตเกี่ยวกับการศึกษาองค์กรเหมือนที่เรากำลังเชื่อถืออย่างมาก เพื่อช่วยเด็กๆ เรียนรู้การสอบสวนและทักษะศึกษาถูกคิดได้ ข้อเสนอและถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อควบคุมบรรดามวลชน. ราวกับเป็นการตอบสนองอดัม สมิทที่เป็นห่วงเกี่ยวกับการศึกษาที่กำลังทำให้เกิดความสับสนในนโยบายเกี่ยวกับการศึกษา มีการพยายามสร้างการศึกษาในโรงเรียนเพื่อทำให้เกิดนิสัยของการร่วมมือยินยอมในค่าใช้จ่ายของการพัฒนาทักษะของเด็ก อันมีประโยชน์ต่อข้อคิดเห็นที่แตกต่างที่ใช้ความคิดขัดแย้งและการสอบสวน
ในสมัยเดียวกันผู้นำทางธุรกิจ ครูและทางราชการ รัฐบาลประกาศ “หน้าที่สูงสุดของพวกเราที่จะออกเสียงกระตือรือร้นและเสียงที่เป็นเอกฉันท์ สำหรับอำนาจสูงสุดของกฎหมายและ การรักษาไว้ซึ่งคำสั่งแห่งการเมืองและสังคม” โดยเฉพาะอาชีพที่สอนในโรงเรียนสอนง่ายและคุ้นเคยตามการกำหนดกับคำถามเล็กๆ และที่จะยอมรับในการอยู่ในสังคม เศรษฐกิจและคำสั่งทางการเมือง
ส่วนใหญ่หลักสูตรที่เราต้องการ จะมีปัญหาที่เกิดจากเมื่อกลายเป็นคำสอนและสอดแทรกเด็กๆ ที่กำลังหาความรู้ ความคิด คำถาม และการเจรจา ซึ่งถูกพบในการศึกษาของเด็กนักเรียน12,000 คน
การเชื่อฟังในกฎและความเชื่อถือได้ คือ ศูนย์รวมที่สำคัญของการศึกษาวิชาหน้าที่พลเมืองในโรงเรียนประถมศึกษา 3 รายการที่สำคัญกว่าวิชาเบื้องต้น (การอ่านและการคำนวณ)จำนวนมากของอาจารย์ 2 และ 3 คือ กฎหมายของการตอบสนองกฎโรงเรียนและกฎหมายของชุมชนตำรวจและข้อผูกพันของเด็ก
โรงเรียนแบ่งแยกชั้นปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม โดยทั่วไปนักเรียนมีสถานะลดลงมีการเตรียมทำให้นักเรียนมีสถานะที่ดีขึ้น การตระเตรียมกับชีวิตที่ไม่ใช้ความคิดหนักเท่าระดับกลางที่ทำให้เลวที่อย่างค่อนข้างและถูกสั่งสอนเป็นปกติโดยชั้นเรียนเศรษฐศาสตร์สังคม
การศึกษาระดับมัธยมศึกษาของฝรั่งเศสถูกเปรียบเทียบนักเรียนว่า ข้าราชการและคนงานพูดว่า “หนังสือเรียนถูกออกแบบสืบทอดตามประเพณีที่ถือความคิดของตนในสไตล์การศึกษาสหประชาชาติของการเรียน 21 ประเทศ พบว่า “โรงเรียนมักจะทำให้คนปกครองง่าย” และ “
โดย: [0 3> ( IP )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 1
การพัฒนาที่ไม่ใส่ใจจะส่งผลต่อการปกครอง” ในปี 1990 หลังจากเวลาที่เพียงพอกับความต้องการบทวิจารณ์ทางสังคมในระยะเวลา 10 ปี ก่อนที่จะหน้าเพื่อเป็นหลักสูตรทั่วโลก องค์กรเศรษฐกิจทางการเมืองมีอยู่ยังถูกสรรเสริญแทนที่จะถูกการสอบสวน
ผู้ปกครอง
ผู้ปกครอง คือ พวกเขาเองที่ทำให้สืบสวนเลวลง ทำให้เป็นแผลเป็น เพราะว่าการศึกษาที่โรงเรียนและพลังทางสังคมอื่นตามลำดับ ผู้ปกครองมากมายมักจะสอนในลักษณะที่สะท้อนเกี่ยวกับชีวิตของเด็กๆ ของพวกเขา โดยการเริ่มจากวัยเด็ก ส่วนใหญ่มีแนวทางปฏิบัติของพวกเขาระหว่างวัน เค้าโครงตอนหนึ่งเหล่านั้นเกี่ยวพันกับอันตรายที่ไม่มีข้อโต้แย้งหรือเคร่งเครียดอย่างเช่น เพลิงไหม้หรือรถยนต์ อย่างไรก็ตามผู้ปกครองส่วนใหญ่ จะเน้นความสะดวกมากกว่าการสำรวจเด็กตามความเป็นจริงว่าเขาหรือเธอมีความอยู่ดีกินดี
บิดามารดาบางคนวุ่นวายที่จะพูดกลับไปกลับมาเพื่อเป็นผู้ใหญ่ และติดตาม แต่ไม่ทำให้ฮือฮากับพฤติกรรมของบิดามารดาที่เป็นแบบฉบับเหล่านี้ไม่ดูน่าตกใจ เนื่องด้วยเด็กๆ จำเป็นที่จะพัฒนาพฤติกรรมไปในแนวทางที่กำลังเคลื่อนไหวรับได้ทางสังคม อย่างไรก็ตามมีร่างของการวิจัยที่กำลังเสนอรูปแบบของการปลูกฝังความเชื่อถือและการบังคับบัญชาที่ถูกทำซ้ำบ่อยๆ อย่างรุนแรงพอเพียงเท่ากัน อย่างน้อยน่าจะช่วยกักขังจิตใจและการสร้างนิสัยคงอยู่
ผู้ปกครองชนชั้นกรรมกรดูเหมือนน่าเชื่อกว่าผู้ปกครองชนชั้นกลาง เขาเหล่านั้นน่าจะเป็นไปได้ว่ามีเหตุผลในการบังคับบัญชาของพวกเขาหรือแนะนำให้เด็กการทำการตัดสินใจของตัวเขาเองในเรื่องครอบครัว พวกเขาดูเหมือนไม่กังวลความเห็นของเด็ก และไม่ให้วิธีการเลือกที่น้อยกว่า การปฏิบัติหรือระดับของทักษะกับวาจาที่ถูกเชื่อมกัน กับงานที่ไม่มีการมุ่งหมายปรากฏที่ว่างอยู่หลายทิศทางในตัวเอง เพื่ออธิบายส่วนหนึ่งของความแตกต่างในเทคนิคระหว่างชั้นเรียน


Because democratic political interaction is the primary basis for wise policy making, the quality of people’s thinking can have a huge influence on whether their interactions result in sensible and fair policy agreements. Extended inquiry into the thinking abilities and inquiry skills of both ordinary citizens and political elites therefore may be among the most consequential investigations students of public policy can make in trying to understand what goes right and wrong in the effort to shape society.
In some respects, the populations of affluent societies seem better prepared than ever before for thoughtful reflection concerning (เกี่ยวกับ) political issues. The percentage of voters who are *** graduates is at a historic high; television brings analysis of national and global events into our living rooms; children are less dominated by parents than in some earlier periods; and many people now take more skeptical attitudes toward government, business, and other social institutions than they did a generation or two ago.
Still, few of us come close to the capacities for inquiry and understanding that some democratic theorists have assumed and that we all might wish. Our incapacities (การขาดคุณสมบัติderive in part from biological limitations: We cannot simultaneously consider more than a few angles on a problem; perceptions and interpretations (พร้อมกัน) become distorted in systematic ways, as in our tendency (ความโน้มเอียง) to recall vivid events and forget others; and our memories are weak compared with those of a computer. On top of these and other biological limitations, there is a huge category of socially caused or exacerbated impairments.
Cognitive psychologists find that most of us have great difficulty making logical inferences, either on personal or social issues. We easily form emotional attachments or antipathies to political abstractions, like “capitalism” (ระบบทุนนิยม) or “the Soviet Union,” and thereby become vulnerable to simplistic thinking and symbolic manipulation. We tend to retreat from complex issues into apathy, acquiring only “inches of facts” about political life instead of the yards or miles actually required to make sense of contemporary issues.
Impaired thinking reduces the intelligence of policy making because each individual is less capable of playing his or her role in partisan interaction. Policy making also becomes less democratic, because impaired thinking makes it easier for elite
โดย: [0 3> ( IP )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 2
s to preserve their advantages. Consider the evidence.
Schooling and other sources of impairment
Research in many nations has documented the extent to which education, the very institution on which we rely most heavily for helping children learn inquiry and thinking skills, has been conceived and used as an instrument to control the masses. As if responding to Adam Smith’s early concerns about education leading to “disorder,” educational policy has attempted to construct schooling to induce habits of compliance (การร่วมมือ การเชื่อฟัง) at the expense of children’s development of skills useful for thoughtful dissent and inquiry.
Contemporary business leaders, teachers, and government officials proclaim it “our highest duty to pronounce enthusiastically, and with unanimous voice, for the supremacy of law and the maintenance of social and political order.” Employers in particular have sought from schooling a docile workforce accustomed to following assignments with little question and to accepting the existing social, economic, and political order.” Employers in particular have sought from schooling a docile workforce accustomed to following assignments with little question and to accepting the existing social, economic, and political order.
Most of us want order, of course. The problem arises when it becomes a dogma and interferes with children learning to think, question, and negotiate. As found in a study of 12,000 schoolchildren.
Compliance to rules and authority is the major focus of civics education in elementary schools. The three items rated as more important than basic subjects (reading and arithmetic) by a majority of second-and third-grade teachers were the law, the policeman, and the child’s obligation to conform to school rules and laws of the community.
Schools discriminate by socioeconomic class, generally preparing lower-status students for even less thoughtful lives than the relatively impaired and indoctrinated middle to upper-status students.
Studies of French secondary education compare pupils there with bureaucrats and assembly-line workers, and speak of “traditionally designed textbooks that are dogmatic in style.” A United Nations study of twenty-one countries found that schools tend to make “people easy to govern” and to “cultivate unthinking respect for hierarchies. Even in the 1990s, after there has been ample time for the social criticisms of the previous decades to seep into curricula throughout the world, existing political economic institutions generally still are applauded rather than probed.

Parent
Parents are themselves impaired probers, scarred by schooling and other social forces. In turn, a great many parents teach their children not to be very reflective about much of life. Starting from infancy, most caregivers tell their children “no” many dozen times during the course of a day. A few of those episodes concern undeniable, serious dangers like fire or automobiles; most, however, are more for the parent’s convenience than because the child’s exploration actually threatens his or her well-being.
Slightly more subtle are parental inculations not to fuss, not to talk back to talk back to adults, and to obey. Superficially, these typical parental behaviors do not appear alarming, since children need to develop socially acceptable ways of behaving. But there is a large body of research suggesting that even minor forms of indoctrination and command, repeated often and strongly enough, can help imprison the mind and create lasting habits of subservience.
Inculate ions
Working-class parents seem to be even more likely than middle-class parents to opt for power-oriented childrearing. “They are less likely to give reasons for their commands or to encourage the child to make his own decisions in family matters. They appear to be less concerned with the child’s opinion and to give him fewer alternatives for action or for thought.” Lower levels of verbal skill coupled with jobs where there is not much room for self-direction appear to account for p
โดย: [0 3> ( IP )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 3
art of the differences in childrearing techniques among classes.
โดย: อุ้ม [10 ก.ย. 51 14:13> ( IP A:58.8.194.71 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 4
แวะมาทักทายจ้า ปะกิตของน้องฟร้อนไม่แข็งแร็งจ้าๆๆ ต้องรอป้าโกะ กับป้าสามาช่วยแล้วงานนี้คุณอุ้ม อิอิ
โดย: ฟร้อน [10 ก.ย. 51 19:01> ( IP A:60.54.54.160 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 5
สวัสดีค่ะคุณอุ้ม และหนูฟร้อน

ข้อความยาวมากๆค่ะ และเราเองภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงเลยค่ะ คงต้องคอยป้าโก๊ะหรือเพื่อนๆที่มีความชำนาณด้านแปลภาษามาช่วยแล้วละค่ะ ขอมานั่งคอยเป็นเพื่อนนะค่ะ
โดย: ชมพู่ (เจ้าบ้าน ) [11 ก.ย. 51> ( IP A:213.114.231.133 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 6
ภาษาอังกฤษต้นโอ๊คก็ไม่แข็งแรงค่ะ ลองไปหาสำนักงานแปลดีไหมคะเพราะงานแปลนี่เขาจะมีเจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญสายต่าง ๆ เช่น สายการเมืองและกฎหมายนี่ถ้าไม่ใช่คนพูดคล่องแบบภาษาแม่จริง ๆ นี่คงจะไม่ง่ายค่ะ สมัยก่อนต้นโอ๊คทำงานต้องใช้ภาษาต่างด้าวมานานก็จริงแต่เป็นลักษณะการพูด(ไปเรื่อย) มากกว่าที่จะเขียน หากมีงานเขียนแบบทางการนี่ต้นโอ๊คต้องไปหาเพื่อนที่เขาเป็นเชี่ยวชาญด้านภาษาจริง ๆ ช่วยเหมือนกันค่ะ อีกอย่างภาษาทางการเมืองและยาว ๆ แบบนี้ไม่สันทัดเลยค่ะ
โดย: ต้นโอ๊ค [11 ก.ย. 51 2:05> ( IP A:71.123.131.81 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 7
ขอบคุณทุก ๆ คนนะคะ ...พอดีแปลเอง...จากเวปแปลไปแปลมางง...ค่ะ...ข้อความมันไม่ค่อยได้ใจความเท่าไหร่.....อยากทราบความหมายที่แท้จริง ....น่ะค่ะ...เพราะต้องไป present น่ะค่ะ....ขอบคุณทุก ๆ คนมากนะคะ
โดย: อุ้ม [11 ก.ย. 51 15:08> ( IP A:58.9.187.201 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 8
...สวัสดีทุกท่านครับ แวะเข้ามาทักทายครับ
โดย: จินจง [11 ก.ย. 51 15:15> ( IP A:125.24.137.242 X: )

--------------------------------------------------------------------------------

ดำ ขาว น้ำเงิน แดง เขียว เหลือง ส้ม น้ำตาล ม่วง ฟ้า เขียวมะนาว

รายละเอียด :
ชื่อ / e-mail : แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
รูปประกอบ :
.jpg .bmp .gif < 100K
จัดตำแหน่งรูป :

ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา

เสียงประกอบ : .wav .mp3 .wma .ogg < 300K
โดย: เจ้าบ้าน [14 พ.ย. 51 12:21] ( IP A:213.114.231.167 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live

คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน