แพทย์ไทย สุดยอด
   โรงพยาบาลศิริราช - เมื่อเวลา 10.00 น. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล แถลงข่าวครั้งแรกของไทย "ศิริราชใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวน โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่” โดยมี นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เป็นประธาน

นพ.ศุภกร โรจนนินทร์ หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ กล่าวว่า ในอดีตโรคลิ้นหัวใจตีบมักเกิดจากโรครูห์มาติก ผู้ป่วยส่วนใหญ่อายุไม่มาก แต่ในปัจจุบันโรคนี้มักเกิดจากการเสื่อมสภาพของลิ้นหัวใจ ยิ่งอายุมากขึ้น สภาพร่างกายถดถอย ทั้งยับมีหินปูนเกาะ โอกาสที่จะป่วยด้วยโรคลิ้นหัวใจตีบก็จะสูงขึ้น ทั้งยังมีแนวโน้มพบผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น เนื่องจากทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยมีผู้สูงอายุมากขึ้น หรือ 11% ของจำนวนประชากร

นพ.สุวัจชัย พรรัตนรังสี แพทย์ประจำสาขาวิชาหทัยวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ กล่าวว่า ลิ้นหัวใจเป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย ในขณะที่หัวใจกำลังบีบตัว เมื่อเลือดไหลผ่านออกไป ลิ้นหัวใจจะปิดไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับมา ทำหน้าที่เป็นประตูปิด - เปิด ให้เลือดในหัวใจไหลไปทิศทางเดียวสู่ปอด แต่เมื่อลิ้นหัวใจตีบ เลือดจะไหลผ่านลิ้นหัวใจได้ลำบาก โดยผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอก ใจสั่น ขาบวม ตามมาด้วยหัวใจเต้นผิดจังหวะ เสียงฟู่บริเวณลิ้นหัวใจ จนถึงขั้นเป็นลมหมดสติบ่อยๆ ยิ่งลิ้นหัวใจตีบมาก หัวใจก็ยิ่งไม่สามารถจะบีบเลือดออกสู่ร่างกายได้ ทำให้เกิดภาวะเลือดคั่งและหัวใจล้มเหลวในที่สุด โดยสถิติแล้วเมื่อผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจตีบมีสภาวะหัวใจล้มเหลว มีโอกาสเสียชีวิตภายใน 2 ปี สูงถึง 50 %

ด้านนพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ แพทย์ประจำสาขาวิชาศัลยศาสตร์หัวใจและ ทรวงอก ภาควิชาศัลยศาสตร์ กล่าวว่า วิธีรักษาโรคลิ้นหัวตีบที่เป็นมาตรฐานทั่วโลก คือ การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เป็นการรักษาที่ได้ผลดีเยี่ยม ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตเพียง 1-2 %เท่านั้น แต่ยังมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่ง ที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เช่น ผู้ป่วยที่มีอายุมากๆ ผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัดในช่องอกมาก่อน ผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายโรค ซึ่งหากใช้วิธีผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจจะมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 20% หรือมากกว่า

นพ.ปรัญญา กล่าวว่า ปัจจุบันมีวิธีรักษาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยลิ้นหัวใจตีบกลุ่มดังกล่าวให้รอด ชีวิตได้ ด้วยการใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนเข้าไปแทนที่ลิ้นเดิมที่เสื่อมสภาพโดย ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ คือการใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวน โดยนำลิ้นหัวใจเทียมแบบใหม่ที่ได้รับการออกแบบให้สามารถหดและขยายตัวได้มา ใส่ที่ปลายของสายสวน จากนั้นใช้สายสวนนำลิ้นหัวใจเทียมเข้าไปอยู่ระหว่างลิ้นหัวใจเดิม แล้วจึงทำการขยายลิ้นหัวใจเทียมด้วยบัลลูนให้ขยายใหญ่ขึ้นคล้ายๆ กับการกางร่ม ลิ้นหัวใจเทียมที่กางขยายออกจะเข้าไปแทนที่ลิ้นหัวใจเดิมที่เสื่อมสภาพแล้ว ซึ่งวิธีการใส่สายสวนสามารถใส่ผ่านขาหนีบ หรือในกรณีที่เส้นเลือดบริเวณขาหนีบเล็กเกินไป จะใส่ผ่านแผลเล็กที่ชายโครงเข้าไปทางปลายหัวใจ โดยตรง โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดกระดูกหน้าอก ไม่ต้องใช้เครื่องปอดหัวใจเทียม และไม่ต้องหยุดหัวใจ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น อีกทั้งผู้ป่วยพักรักษาตัวในโรงพยาบาลสั้นกว่าและฟื้นตัวได้เร็วกว่าด้วย

ที่ผ่านมาคณะแพทย์ศิริราชได้ทำการใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนในผู้ป่วย ไปแล้ว 2 ราย เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2552 นับเป็นผู้ป่วยรายแรกและรายที่2ของประเทศไทย และเป็นรายที่ 14 และ 15 ของเอเชีย ซึ่งขณะนี้มีเพียงประเทศสิงคโปร์ และญี่ปุ่นเท่านั้นที่ใช้วิธีนี้ และในเดือนมีนาคม 2553 จะมีผู้ป่วยเข้ารับการใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนเพิ่มอีก 3 ราย ซึ่งมีอายุ 85-87 ปี ทั้งนี้เนื่องจากลิ้นหัวใจเทียมที่จะนำมาใส่ให้กับผู้ป่วยโดยผ่านสายสวนนั้น มีราคาสูงถึง 1.2 ล้านบาทต่อชิ้น ดังนั้นเทคโนโลยีการรักษานี้ควรจำกัดเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงใน การผ่าตัดเท่านั้น

นางนิภา หิรัญบำรุง อายุ 86 ปี ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาโรคลิ้นหัวใจตีบ กล่าวว่า ก่อนหน้าเข้ารับการรักษา มีอาการเหนื่อยหอบอย่างมาก ซึ่งปกติชอบทำงานบ้าน แค่รดน้ำต้นไม้ หรือเดินเข้าห้องน้ำในบ้านก็เหนื่อยแล้ว ต้องนั่งพักก่อน ลูกจึงพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลและบอกว่าต้องผ่าตัด แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่เพราะอายุมากแล้ว ได้ยินแบบนั้นก็กลัว จึงย้ายมารักษาตัวที่ศิริราช ซึ่งในการรักษาก็เวลาเพียงแค่ 1 ชั่วโมง โดยคุณหมอเจาะที่ชายโครงเพื่อใส่ลิ้นหัวเทียมให้ หลังจากผ่าตัดแล้ว ดีขึ้นมาก ทำงานบ้านเบาได้ ใช้ชีวิตตามปกติแล้ว

ด้าน นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่า แม้การใส่ลิ้นหัวใจเทียมแบบใหม่ผ่านสายสวนจะเป็นวิธีที่ดี แต่ขณะนี้ยังมีราคาแพง ฉะนั้นผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ลิ้นหัวใจแบบใหม่นี้ แต่ไม่สามารถเสียค่าใช้จ่ายได้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ได้จัดตั้ง “กองทุนรักษาลิ้นหัวใจด้วยสายสวนเพื่อผู้ป่วยสูงอายุ” ซึ่งผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคเงินเข้ากองทุนเพื่อนำมาซื้อ ลิ้นหัวใจให้แก่ผู้ป่วยสูงอายุยากไร้ได้ทุกวันที่ ศิริราชมูลนิธิ ตึกมหิดลบำเพ็ญ ชั้น 1 โรงพยาบาลศิริราช โทร. 0 2419 7658 - 60
โดย: ล้านสองต่อลิ้น แม่จ้าว [13 ก.พ. 53 7:02] ( IP A:125.26.111.108 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน