ตื่นเสียที
   วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 21:25:50 น. มติชนออนไลน์


"อัมมาร-หมอวิชัย"ค้านระบบเบิกค่ารักษาพยาบาล ขรก.ใหม่ แนะฝากไว้กับกองทุนเดิมดีกว่า เหน็บคลังเพิ่งตื่น

"อัมมาร-หมอวิชัย" ไม่เห็นด้วยตั้งระบบใหม่รับมือ ขรก.เบิกค่ารักษาพุ่ง แนะคลังให้ฝากไว้กับกองทุนเดิม ทั้งประกันสุขภาพหรือประกันสังคมก็ได้ ยันใช้ได้กับ ขรก.ใหม่เท่านั้น แต่ต้องขึ้นเงินเดือนทดแทนสิทธิที่หายไป


เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ศาสตราจารย์อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงกรณีกระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายยาของสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในหลักการให้มีการตรวจสอบ และควบคุมการเบิกจ่ายค่ายาบางกลุ่ม พร้อมทั้งเสนอให้ใช้ระบบการออมเพื่อสุขภาพ ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนของระบบดังกล่าว แต่หากจะใช้จริงควรมีการศึกษาข้อดีข้อเสีย อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นแนวทางใดการควบคุมค่าใช้จ่ายสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ ถือเป็นเรื่องจำเป็น เนื่องจากเมื่อเปรียบเทียบกับระบบประกันสุขภาพของไทย 2 ระบบแล้วพบว่า แตกต่างกันมาก โดยกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติดูแลคนจำนวน 4.7 ล้านคน ใช้งบประมาณราว 9 หมื่นกว่าล้านบาท ขณะที่กองทุนประกันสังคมใช้งบรักษาพยาบาล 3-4 หมื่นล้านบาท ส่วนข้าราชการใช้งบรักษาพยาบาลสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท ขณะที่สัดส่วนข้าราชการมีเพียงร้อยละ 10 ของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือประมาณ 4 ล้านคนเท่านั้น ถือเป็นการฟุ่มเฟือย


ศาสตราจารย์อัมมารกล่าวอีกว่า วิธีที่ง่ายที่สุดในการควบคุมค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลของข้าราชการ คือฝากไว้กับกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง หรืออาจจะฝากไว้กับกองทุนประกันสังคม เนื่องจากมีระบบการบริหารจัดการอยู่แล้ว แต่การจะดำเนินการในส่วนนี้ควรจะเริ่มกับข้าราชการใหม่เท่านั้น และต้องเพิ่มเงินเดือนให้ข้าราชการกลุ่มนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาข้าราชการได้รับเงินเดือนน้อย จึงเป็นที่มาของสวัสดิการรักษาพยาบาลที่มากมาย จนนำไปสู่ปัญหาการควบคุมค่าใช้จ่ายที่บานปลาย ส่วนการตั้งระบบการออมทรัพย์เพื่อสุขภาพนั้น ต้องศึกษาดีๆ และต้องมีคณะกรรมการเข้ามาดูแลบริหารกองทุน ทำคล้ายๆ กับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ อย่างไรก็ตาม ทางที่ดีที่สุดควรใช้ระบบประกันสุขภาพของไทยที่มีอยู่แล้ว เพราะการบริหารจัดการจะง่ายกว่า


"ถึงเวลาแล้วที่กระทรวงการคลังจะรับรู้ปัญหานี้เสียที ข้อเท็จจริงควรรับรู้มานานแล้ว ถือว่าเป็นบุญแล้ว หลับหูหลับตาเป็นเวลานาน ทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายโดยไม่สามารถควบคุมได้ เพราะเมื่อเทียบกับอีก 2 กองทุนของไทยถือว่าสูญเงินไปมหาศาล" ศาสตราจารย์อัมมารกล่าว


ด้าน นพ.วิชัย โชควิวัฒน คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า เชื่อว่าระบบการออมเพื่อสุขภาพน่าจะนำมาจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งไม่เหมาะสมกับประเทศไทย เนื่องจากการตั้งระบบออมเพื่อสุขภาพ จะต้องมีคณะกรรมการมาคอยดูแล รวมทั้งอาจต้องทำเป็นกองทุน จะยุ่งยาก และควรมีการศึกษารอบด้านด้วย อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีระบบควบคุมค่าใช้จ่าย 2 ระบบอยู่แล้ว คือ ระบบประกันสังคม และระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง ซึ่งเป็นระบบเหมาจ่าย การบริหารจัดการมีอยู่แล้วก็ควรนำมารวมกัน ส่วนจะเป็นระบบของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ กองทุนประกันสังคม ก็ต้องมาหารือกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่เชื่อว่าไม่ยุ่งยาก


"สิ่งสำคัญหากจะรวมกองทุนต้องเน้นที่ข้าราชการใหม่ๆ และต้องเพิ่มเงินเดือนให้ด้วย เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ส่วนข้าราชการชุดเก่า ก็ให้ใช้ระบบเดิมไปก่อน แต่หากข้าราชการคนไหนต้องการเข้าระบบใหม่ ก็จะเป็นไปโดยความสมัครใจ ซึ่งอาจต้องลาออกจากระบบราชการแบบเดิม และขอเข้าบรรจุเข้าระบบใหม่แทน ซึ่งต้องมีการหารือในรายละเอียดอีกครั้ง แต่ยังดีกว่าต้องมาลอกเลียนแบบของสิงคโปร์ เพราะทราบมาว่า ระบบนี้เป็นเพียงระบบเล็กๆ ของสิงคโปร์เท่านั้น" นพ.วิชัยกล่าว
โดย: ระบบตรวจสอบ ตาย ห มานาน [23 มี.ค. 53 9:45] ( IP A:58.8.1.45 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   เห็นด้วยกับสรุปใจความของท่าน จขกท

ระบบราชการของไทย ดีแต่ส่งคนที่เป็นลูกท่านหลานเธอผ่านระบบอุปถัมภ์ ไปเรียนไปศึกษาต่อต่างประเทศ แล้วเก่งแต่ "ลอกเลียน" วิธีคิดวิธีทำงานคนอื่นเขามา โดยไม่มีวุฒิภาวะ (เรียกง่ายๆว่า ไม่มีกึ๋น) ที่จะประยุกต์หรือดัดแปลงให้เข้ากับสภาพของสังคมไทย

ที่ยอดแย่ยิ่งกว่านี้ ก็เห็นจะเป็นระบบการศึกษาของเราที่ "ห่วยแตกซ้ำซาก" มาตลอดกว่า 20 ปี โดยเฉพาะสิบปีหลังมานี้ในยุครัฐบาลขายชาติของทักษิณ ที่ทำระบบการศึกษาให้วุ่นวายและล้มระเนระนาดได้อย่างเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึงระดับอุดมศึกษา ในรูปของคำกล่าวอ้างที่สวยหรูว่า "ปฏิรูปการศึกษา" ที่ยังความวอดวายให้กับอนาคตของเด็กในยุคนี้รวมทั้งกระเป๋าตั้งค์ของพ่อแม่ได้นับล้านๆคน

เป็นความ "ห่วยแตกระดับพระกาฬ" จริงๆ
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [25 มี.ค. 53 9:10] ( IP A:58.8.205.215 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน