เราสามารถฟ้องคนไข้ได้ไหม
   ก่อนอื่นก็ต้องขออกตัวก่อนว่าที่ฟ้องนี่ไม่ได้อย่างได้เงิน ถ้าชนะยินดีมอบเงินทั้งหมดให้รัฐ เราแค่อย่างให้เกิดกรณีศึกษา เกิดการเรีนรรู้ มีเกิดขึ้นแล้วจะได้ไม่เกิดขึ้นอีก เพื่อความปลอดภัยของคนไข้หรือประชาชนคนต่อๆไป

ตัวอย่างเช่น คนไข้กินเหล้าประจำ มา รพ ด้วย อาเจียนเป็นเลือด เราขอให้คนไข้หยุดด้วยคำอธิบายต่างๆนาๆ แต่คนไข้ไม่หยุด กลับบ้านไปกินต่อ และกลับมาด้วย อาเจียนเป็นเลือดอีก เราสามารถฟ้องได้หรือไม่ ฐานไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ ทำให้เกิดการสูญเสียมาซึ่งทรัพยากรของประเทศชาติ
โดย: อยากให้เรียนรู้ ไม่ได้อยากได้ต [20 เม.ย. 53 6:41] ( IP A:113.53.45.194 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ทุกคนมีสิทธิ์ฟ้องคนอื่นเสมอ ฟ้องได้ทุกวัน ทุกคน ศาลจะรับหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง
ศาลจะรับต่อเมื่อเข้าข่ายมาตรา 55 ของ ป.วิแพ่งที่บัญญัติว่า
เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่องบุคคลใดตามกฎหมายแพ่ง หรือบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิทางศาล บุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนแพ่งที่มีเขตอำนาจได้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายแพ่ง และประมวลกฎหมายนี้
พูดง่ายๆ คือใครทำให้คุณเสียหาย คุณก็มีสิทธิฟ้องได้ เช่นนาย ก. ทุบรถคุณ คุณก็ฟ้องนาย ก.ได้ แต่ถ้านาย ก. ทุบรถน้องชายคุณ คุณจะฟ้องนาย ก.ไม่ได้ ต้องน้องชายคุณฟ้องเอง เพราะคุณไม่ได้ถูกกระทบสิทธิ
หรือถ้าพ่อแม่คุณตาย แล้วมีลูกคือคุณคนเดียว คุณอยากโอนโฉนดบ้านที่ชื่อพ่อแม่เป็นของคุณ คุณก็ต้องไปร้องต่อศาล (ไม่ได้ฟ้อง ไปร้องขอต่อศาลให้โอนชื่อเป็นของคุณ) เรียกว่าต้องใช้สิทธิทางศาล
กรณีที่คุณยกมา คุณไม่ได้เสียหาย และรัฐก็ไม่ได้เสียหาย เพราะว่า รัฐก็อนุญาตให้กินเหล้าและขายเหล้าเอง รวมทั้งการกินก็ไม่ได้ต้องมีเลือดออกเสมอ และคุณก็ห้ามเขาไม่ได้ คุณไม่มีอำนาจ ไม่เหมือนจราจร ห้ามจอดรถตรงนี้คุณก็ห้ามจอด เพราะกฏหมายให้อำนาจห้าแก่จราจร กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจหมอในการสั่งคนไข้ให้ขวาหันซ้ายหัน เพราะความเสียหาย เกิดแก่เขาเอง เรื่องของเขา จะตายก็เรื่องของ กรู คุณก็เลยไม่มีอำนาจห้ามเขา
กรณีมีเฉพาะเด็ก คุณมีอำนาจไปร้องศาลให้จับตัวเด็กไปผ่าตัด เช่นเด็กเป็นไส้ติ่งหรือเนื้องอกมะเร็ง ต้องผ่าตัดถ้าพ่อแม่ไม่ยอมคุณไปร้องศาลให้บังคับจับเด็กไปผ่าตัดได้ หรือถ้าเด็กอ้วนมากเป็นเบาหวาน ควบคุมไม่ได้ คุณอาจจะร้องศาลให้ห้ามให้เด็กกินของหวานได้
ถ้ากรณีเป็นคดีอาญา
คุณจะฟ้องได้ต้องเป็นผู้เสียหายเอง หรือไม่ก็เป็นญาติ เช่นเป็นพ่อแม่ เป็นลูก เป็นสามีภรรยา ฟ้องแทนกันได้ หากคนเสียหายเจ็บหนัก ตาย ฟ้องเองไม่ได้ คุณก็ไปฟ้องแทน
กรณีที่คุณยกตัวอย่าง ยิ่งฟ้องไม่ได้ เพราะรัฐอยากให้ประชาชนกินเหล้าจะได้ภาษี ขืนไม่ขาย ก็มีเหล้าเถื่อน อย่างในซาอุ ห้ามขายเหล้า มันก็มีเหล้าเถื่อน หรือนั่งรถไปกินประเทศเพื่อนบ้าน
ผมว่าคุณเอาเวลาคิดฟ้องคนไข้ ไปนั่งอ่านหนังสือ emergency surgery/medicine ดีดีจนจำได้ขึ้นใจสักเล่ม จะถูกฟ้องน้อยกว่า
หรือหาหนังสือฟ้องแพทย์ กรณีศึกษา อ่านสักเล่ม จะโดนฟ้องน้อยกว่า ดีกว่าไหม
โดย: ฟฟ [20 เม.ย. 53 11:22] ( IP A:58.8.9.233 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   แต่ความจริงแล้ว หลังจากอ่านหนังสือ สิ่งที่ดีกว่าไม่ถูกฟ้อง ก็คือคุณได้เป็นหมอที่ดีรักษาคนไข้หายได้ดี คุณจะรู้สึกอยากเป็นหมอมากขึ้น
แต่ถ้าคุณเป็นหมอความรู้ไม่ได้เรื่อง โหลยโท่ย สักพักคุณจะท้อ เพราะคุณรักษาเขาไม่ได้ดี
เป็นหมอ นอกจากใจที่ต้องมีจิตใจดีน้ำใจดีแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความรู้ความสามารถในการรักษาโรค ปราศจากสิ่งนี้แล้ว คุณก็ไม่ใช่หมอที่ดี
โดย: ฟฟ [20 เม.ย. 53 11:26] ( IP A:58.8.9.233 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   วันจันทร์ที่ 19 เมษายน 2553
คนอ่าน 537 คน ส่งต่อ พิมพ์ ขนาดตัวอักษร Reset

คมชัดลึก > การเมือง > ข่าวทั่วไป
ยกฟ้องพท.ร้องอภิสิทธิ์-สุเทพตัดสัญญาณพีทีวี
Share Share คมชัดลึก : ศาลแพ่งยกฟ้อง “พร้อมพงศ์” ร้อง “ครม.-นายก-เทพเทือก” สั่งตัดสัญญาณพีทีวีขัด รธน. ชี้ “มาร์ค-เทพเทือก” มีอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะที่ “เสด็จพี่” ไม่ใช่ผู้เสียหาย ด้าน “พร้อมพงศ์” ขอหารือทนายยื่นอุทธรณ์ หรือหาผู้เสียหายยื่นฟ้องใหม่

โฆษณาโดย Google
น้ำมันตัดกลึงPTT Hikut 66
จำหน่าย น้ำมันตัดกลึง ราคาพิเศษ พร้อมจัดส่งทั่วประเทศฟรี สอบถามได้
https://www.somsakpetro.com/Hikut66
หยุดปัญหาผมร่วงผมบาง
เลือกยงยุทธคลินิกเพื่อสุขภาพผมที่ดี ถูกจริง ขึ้นจริง เริ่มต้น 400 บาท/ด
https://www.Hair-3b.com
ชาเขียว ลด ***
ลดทั้งหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา สะโพก รับ *** ซิคะ+ รับรอง! ไม่ผิดหวัง
https://www.Health2Shape.com
ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 19 เม.ย.53 เวลา 16.00 น. ศาลแพ่งมีคำสั่งยกฟ้อง คดีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นฟ้อง คณะรัฐมนตรี (ครม.) , นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นจำเลยที่ 1-3 เรื่องละเมิด ที่ออกคำสั่งตัดสัญญาณสถานีโทรทัศน์พีทีวีชาแนล

โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มีเจตนารมณ์ที่จะให้อำนาจนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อบังคับใช้ทั่วราชอาณาจักรหรือในบางเขตท้องที่ได้ตามความจำเป็นในสถานการณ์

ซึ่ง พ.ร.ก. ดังกล่าว มาตรา 4 ให้ความหมายของ “สถานการณ์ฉุกเฉิน” ว่าสถานการณ์อันกระทบหรืออาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐหรืออาจทำให้ประเทศหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของประเทศตกอยู่ในภาวะคับขัน หรือมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา การรบหรือการสงคราม ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เอกราชและบูรณภาพแห่งอาณาเขต ผลประโยชน์ของชาติ การปฏิบัติตามกฎหมาย ความปลอดภัยของประชาชน การดำรงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชนการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ความสงบเรียบร้อยและประโยชน์ส่วนรวมหรือการป้องปัดหรือแก้ไขเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะอันมีมาอย่างฉุกเฉินและร้ายแรง

ดังนั้นการที่ ครม.จำเลยที่1 ให้การเห็นชอบแก่นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 2 ในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 7 เม.ย.53 ย่อมเป็นการใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่และดุลพินิจของฝ่ายบริหารโดยเฉพาะ ศาลไม่อาจก้าวล่วงไปพิจารณาหรือทบทวนการใช้ดุลพินิจของฝ่ายบริหารได้

และการที่นายอภิสิทธิ์ นายกฯจำเลยที่ 2 มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ พิเศษ 1/2553 ให้นายสุเทพ รองนายกฯ จำเลยที่ 3 เป็นผอ. ศอฉ.โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ดังกล่าว และคำสั่งจำเลยที่ 2 ที่ พิเศษ 2/2553 ให้จำเลยที่ 3 เป็นผู้กำกับการปฏิบัติงานในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯ จำเลยที่ 2 - 3 ย่อมมีอำนาจตามความใน ม.9 (2) และ (3) แห่ง พ.รก.ดังกล่าว ที่จะใช้มาตรการอันจำเป็นเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ตามรัฐธรรมนูญ 2550 ม.45 วรรคสี่ ที่ว่าการห้ามหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเสนอข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นทั้งหมดหรือบางส่วน หรือการแทรกแซงด้วยวิธีการใดๆ เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ

ส่วนที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำพิพากษา ยกเลิกคำสั่งของจำเลยที่ 2-3 ที่ยุติการแพร่ภาพสถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนล และมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองสั่งห้ามหน่วยงานของรัฐกระทำการโดยอ้างว่าเป็นการละเมิดสิทธิรับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องเป็นจริงตาม รธน.ปี 2550 มาตรา 61 นั้น ศาลเห็นว่า เจตนารมณ์บทบัญญัติดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่จะได้รับข่าวสารที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริโภคตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ไม่ใช่เป็นการรับทราบข้อมูลข่าวสารทั่วไป โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายหรือเป็นผู้ถูกโต้แย้งสิทธิการกระทำของจำเลยที่ 2 - 3 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

ขณะที่นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า จะกลับไปหารือว่าจะยื่นอุทธรณ์ หรือหาผู้เสียหายโดยตรงมายื่นฟ้องเป็นคดีใหม่
โดย: ถ้าไม่ใช่ผู้เสียหายก็ฟ้องไม่ได้ [20 เม.ย. 53 11:31] ( IP A:58.8.9.233 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ผมค่อนข้างเห็นใจท่าน จขกท ซึ่งแสดงตัวว่าเป็นหมอ

ในฐานะที่เป็นคนไข้ ที่ยังคงมีสำนึกที่ดีต่อวิชาชีพนี้ ก็อยากให้

ท่านได้ลองนึกดูว่า ท่านสมควรทำตามที่ท่าน "ถามมานั้น หรือไม่?"

ในฐานะหมอนั้น ผมว่าท่านได้ทำหน้าที่ถูกต้องตามความรับผิดชอบแล้ว

แต่การที่คนไข้ "ดื๊อ" ไม่ทำตามคำแนะนำทางการแพทย์ที่ท่านให้ไว้

นั่นก็เป็นเรื่อง "สุดวิสัย" ที่ท่านจะไปบังคับให้คนไข้ทำตามได้

การที่ท่านคิดจะไปเอาเรื่องเอาราวทางกฎหมายกับคนไข้นั้น ผมว่าเสียเวลาเปล่า และทำให้ตัวเองอารมณ์เสียได้ตลอดตราบเท่าที่ทำเรื่องฟ้องคนไข้เช่นนี้ ยังมิพักที่ ผมยังสงสัยว่า จะมีช่องกฎหมายอยู่ให้ท่านทำเช่นนี้ได้หรือเปล่า?

ในฐานะหมอที่ต้องมีใจ "เอื้อ" ต่อสวัสดิภาพคนไข้ในความรับผิดชอบ ผมว่าท่านน่าจะใช้กุศโลบาย ผลักภาระการติดตามการประพฤติตัวของคนไข้ให้ทำตามคำแนะนำ (สั่ง) ของท่านไว้กับ เมีย หรือ ลูก หรือ ญาติที่มีอิทธิพลต่อตัวเขาไปดูแลต่อ จะไม่ดีกว่าหรือครับ ???

และอยากจะเรียนท่าน จขกท อีกทีว่า ผู้คนในที่ขุมนุมแห่งนี้ ไม่ได้จ้องที่การฟ้องร้อง หรือ ใช้มาตรการทางกฎหมาย ในการจัดการกับการฉ้อฉลเรื่องทางการแพทย์ "เป็นหลักหรือเสมอไป" นะครับ

การฟ้องร้องทางกฎหมายกับแพทย์หรือกับโรงพยาบาลคู่กรณีของคนไข้ในเครือข่ายเรานี้ เราจะทำก็ต่อเมื่อ "เป็นหนทางสุดท้ายที่พวกเราที่นี้ถูกบังคับ และ/หรือ ถูกต้อนให้เลือก" เท่านั้น แม้ว่า พวกเราที่นี่ไม่เคย "อยากที่จะเลือกวิธีเลยแม้แต่น้อย ก็ขอให้ท่าน และ คุณหมอที่ผ่านไป-มาได้อ่านกระทู้นี้ ได้โปรดเข้าใจตามนี้ไว้ด้วย

ผมก็ได้แต่หวังว่า พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายทางการแพทย์ รวมทั้งตัวกองทุนฯ ฉบับที่เครือข่ายเราทุ่เท/ผลักดันให้ออกมาบังคับใช้ จะได้ถูกประกาศใช้ออกมาอย่างถูกต้อง ตรงตามฉบับต้นเรื่อง โดยไม่มีการสอดไส้ใดๆไว้ และอยู่ในความดูแลของหน่วยงานที่เหมาะสม ไม่หมกเม็ด ไม่ลำเอียง ไม่ถูกใช้ไปเพื่อประโยชน์ทางฉ้อฉลส่วนตน หรือพวกพ้องเฉพาะอาชีพ จนกลายเป็นการยื่นเนื้อหมูเข้าปากสุนัขไปเสียนะครับ

ก็ได้แต่หวังนะครับ ได้เท่านั้นจริงๆ!!!!
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [20 เม.ย. 53 11:44] ( IP A:58.8.98.95 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ขอบคุณทั้งจขกท และท่านเจ้าของสองคำตอบครับ
ไปร่วมแสดงพลังหลากสีบ้างหรือยังครับท่าน ฟฟ และ ท่านพี่คนรู้ทันฯ smile
โดย: เจ้าบ้าน [20 เม.ย. 53 17:29] ( IP A:210.86.181.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   สรุปว่า คนไข้ฟ้องหมอได้ฝ่ายเดียว หมอไม่มีสิทธิ์ฟ้องคนไข้
ไม่ว่าคนไข้จะทำร้ายตัวเองซักขนาดไหน หมอไม่มีหน้าที่ไปห้าม แต่มีหน้าที่รักษา ไม่ว่าจะกินเหล้าอาบเหล้าแค่ไหน หมอก็ห้ามไม่ได้ มีหน้าที่รักษาก็รักษาไป

อย่างที่บอกไม่ได้อยากได้เงิน หอยากให้เลิกกินเหล้ามากกว่า
อยากให้ฟ้องเพื่อเป็นกรณีศึกษา เป็นตัวอย่าง คนอื่นๆจะได้ยำเกรงบ้าง
โดย: อยากตาย แล้วมาหาหมอทำไม [21 เม.ย. 53 10:59] ( IP A:113.53.46.173 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   คุณหมอดีๆ ฉันก็รัก แต่หมอเลวๆ ต้องช่วยกันกำจัดนะค่ะ เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้สังคมไม่เป็นสุข ในกรณีที่คนไข้ไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ทำให้แพทย์รักษาไม่หายฯ คนไข้จะมาฟ้องแพทย์ อย่างนี้ต้องเอาคนไข้ให้เข็ด ดิฉันเป็นกำลังใจให้คุณหมอที่ดีๆ ทุกท่านค่ะ
โดย: เหยื่อทางการค้าแพทย์ [21 เม.ย. 53 14:54] ( IP A:124.120.170.215 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   เหมือนคุยคนละเรื่องกันอยู่ - -''
โดย: อนาถ [21 เม.ย. 53 17:02] ( IP A:203.154.66.94 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ที่จริง พวกเราสมาชิกเครือข่ายฯในที่นี้ ล้วนคุยกันรู้เรื่องเดียวกันทั้งนั้น

ผมขอตั้งข้อสังเกตว่า หลายคนที่แสดงตัวเป็นหมอไม่ค่อยจะรู้จักแยกแยะว่า ใจกลางของเรื่องที่พวกเราที่นี้คุยกันอยู่ มันมีเรื่องปลีกย่อยที่ ฉ้อฉลบ้าง โกหกบ้าง พูดไม่หมดบ้าง พูดเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้ชาวบ้านบ้าง มีวาระซ่อนเร้นแอบแฝงอยู่บ้าง อื่นๆอีกจีปาถะ

ซึ่งก็น่าเห็นใจว่า บางคน แม้จะร่ำเรียนมาสูงๆ บางคนเป็นถึงหมอ แต่วุฒิภาวะทางจิตใจและอารมณ์ก็ขาดตกไปบ้าง บกพร่องไปบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา ที่หนักข้อเอามากๆ ก็ตรงบางคนที่เป็นหมอมานานจากรุ่นๆจนแก่เป็นปู่ย่าตายายกันแล้ว ก็ยังหลงตัวเอง หลงยึดว่าอาชีพที่ตัวเองเป็นอยู่มาช้านาน สูงส่งและศักด์สิทธิ์จนเป็นเหมือนพระเจ้า ทำคนไข้หรือสั่งให้คนไข้ตายหรือเจ็บได้ตามอำเภอใจ ไม่รู้สึกผิดชอบแต่อย่างใด

ตรงนี้ซิที่น่ากลัว ตรงนี้ซิที่เป็นปัญหาหนักหนาสาหัส

และตรงนี้ซิที่ผมกลัวว่า สักวันหนึ่งเร็วๆนี้ จะมีกรรมการแพทยสภาหรือหมอเหลือขอบางคนอาจเสียชีวิตโดยไม่คาดคิด แม้ว่าจะมีเสื้อเกราะหรือหมวกสวมติดตัวอยู่ก็ตามเหอะ เฮ้อ
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [23 เม.ย. 53 8:11] ( IP A:58.8.100.94 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ^
^
^
^
น่ากลัวครับ เมื่อเดือนกรกฎา 52 โชคดีมากเกลี้ยกล่อมไปได้รายหนึ่งลุงแกเอาจริงด้วยจำได้ไหมครับ
โดย: เจ้าบ้าน [23 เม.ย. 53 9:21] ( IP A:210.86.181.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   อย่าฟ้องเลยครับ เครียดเปล่าๆ ปล่อยไปเถอะทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการใช้ชีวิต หมอทำงานไปวันๆดีแล้วอย่าเอาเรื่องงานมาสานต่อที่บ้านตัวเองเลย
โดย: dora_r1@hotmail.com [23 เม.ย. 53 22:43] ( IP A:203.147.40.3 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   บางคนเขากำหนดโชคชะตาให้ต้องเดิน ก็ต้องให้เขาลอง
จะได้รู้ว่าเดินแล้วเจออะไร หรืออาจเป็นบรรทัดฐานใหม่ก็ได้

ลอง หากคุณต้องการ
แต่ขอบอกก่อนนะ มาตรฐานความเป็นธรรมในบ้านเมืองเรา
มีหลายปัจจัยคอยสอดแทรกอยู่ ซึ่งคุณอาจคาดหวังได้ไม่
100%
โดย: เครือข่ายฯ [24 เม.ย. 53 14:21] ( IP A:58.9.196.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   อันนี้ผมเจอบ่อย คนไข้ประเภทกินเหล้าแล้วอาเจียนเป็นเลือดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเนี่ย ล่าสุดมีรายนึง เด็ดสุดๆ ประมาณปลายปีที่แล้วก็มาด้วยอาเจียนเป็นเลือดจากกินเหล้าอีก เพื่อนผมเป็นคนรับเป็นเจ้าของไข้ เพื่อนผมพูดแล้วพูดอีกให้หยุดกินเหล้า แกก็ไม่หยุด ยืนยันเลยไม่ได้ แถมพูดเหตุผลได้น่ารักน่าถีบมากกว่า " ก็เหล้ามันถูกกว่ายา " อีก เพื่อนผมฉุนมาก แม้จะรักษาเต็มที่แต่ก็ไม่ไปแนะนำอะไรแล้ว ( เพราะเกินเยียวยาจริงๆ ) เมื่อเดือนที่แล้วนี้เอง แกก็มาด้วยอาเจียนเป็นเลือดอีก ทุกคนในโรงพยาบาลเห็นแล้วทักเป็นเสียงเดียวเลยว่า " เอ็งอีกแล้วเหรอ " ญาติก็ดูปลงๆกับแกเต็มที เพราะห้ามไม่ฟัง

พูดตรงๆ หากผมเจออย่างนี้ผมคงไม่ฟ้องอ่ะ คิดซะว่าเป็นกรรมของแก เพราะมานอนโรงพยาบาลคนที่ทรมานคือตัวแกเอง ผมมีหน้าที่รักษาและแนะนำ จะทำตามรึเปล่านี่ก็ตามใจ ผมไม่ได้มีสิทธิไปบังคับ แต่ขออย่างเดียว ไม่ใช่ว่าผมรักษาเต็มที่ อธิบายทุกอย่างแล้ว แต่กลับไปกินเหล้าทุกวันอีก แล้วกลับมาด้วยอาการเดิมอีกแต่มาหาว่าผมไม่แนะนำหรือรักษาแย่อย่างนั้นอย่างนี้นี่ อันนี้ผมก็อยู่เฉยๆไม่ได้ล่ะ
โดย: แพทย์ผู้อยากระบาย [27 เม.ย. 53 23:51] ( IP A:125.25.151.9 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ระบายแล้วสบายใจขึ้นมั้ยหมอ
โดย: ดีใจที่คุณได้ระบาย [28 เม.ย. 53] ( IP A:61.90.87.228 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   เปล่า ผมใช้ชื่อนี้มานานแล้ว ตอนแรกก็คิดเล่นๆว่าชื่ออะไรดี ก็มาเป็นชื่อนี้แหล่ะ
โดย: แพทย์ผู้อยากระบาย [28 เม.ย. 53 8:32] ( IP A:58.181.149.27 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   เครือข่ายฯ เข้าใจหมอ หมอเข้าใจเครือข่ายฯ เราต่างมีปัญหา
ของแต่ละฝ่าย สิ่งไหนไม่เข้าใจกันก็คุยกันได้ ไม่มีแยกสีนะ
เห็นบ้านเมืองมีปัญหาอย่างทุกวันนี้ ไม่อยากทะเลาะกับหมอแล้ว
หมอก็เห็นใจคนไข้ที่เสียหายบ้างก็แล้วกัน
โดย: สงสารประเทศชาติ [29 เม.ย. 53 19:59] ( IP A:58.9.220.106 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น ฟ้องคนอื่นได้ก็ย่อมมีสิทธิโดนคนอื่นฟ้อง

เวรกรรมใครเป็นคนเริ่มก็ต้องรับกันไป
โดย: ตาต่อตา ฟันต่อฟัน [10 ส.ค. 54 15:09] ( IP A:58.8.42.108 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน