แนะนำเว็บดังของอเมริกาสำหรับตรวจสอบเรื่องหมอๆและหยูกยา
   ผมเจอเว็บไซด์ของอเมริกาที่มีอิทธิพลมากในหมู่ประชาชนของเขาเกี่ยวกับเรื่องหมอๆและยา ที่นี่เลย

https://www.quackwatch.org/index.html

แล้วก็เลยค้นเข้าไปดู พบข้อมูลเยอะ น่าสนใจ เอามาฝากกัน และขอแปลบางส่วนจากหน้าเว็บมาให้ได้รู้กัน

Quackwatch เว็บไซด์ของเรานี้ได้เติบโตขึ้นไปมาก และเพื่อช่วยให้บรรดาท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือนเราด้วยประเด็นหรือปัญหาที่เพ่งเล็งเป็นพิเศษเราจึงได้คงไว้ซึ่งพื้นที่เว็บอีก 21 แห่งต่างหากที่ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับ autism, chiropractic, ฑัณตกรรม, การตลาดแบบเครือข่าย, and ประเด็นร้อนๆอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้เรายังเป็นพันธมิตรอย่างใกล้ชิดกับ National Council Against Health Fraud (กรรมาธิการแห่งชาติว่าด้วยการต่อต้านการสาธารณสุขที่ฉ้อฉล) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนร่วมกับเราในการออกจดหมายเวียนฟรีรายสัปดาห์ของเรา และเรายังร่วมมือกับ Bioethics Watch ซึ่งเป็นเว็บที่ ไขความสว่างในประเด็นเกี่ยวกับการวิจัยในมนุษย์ที่อาจมีข้อน่าสงสัยขึ้นได้ ที่ยิ่งกว่านี้คือ จาก Internet Health Pilot site ของเราจะให้จุดเชื่อมโยง (link) ไปสู่เว็บไซด์เกี่ยวกับสุขภาพที่น่าเชื่อถืออีกนับร้อยๆ และที่เว็บ Casewatch ของเราก็จะบรรจุไว้ด้วยคลังข้อมูลเกี่ยวกับกรณีทางกฎหมาย, กิจกรรมด้านการออกใบอนุญาตด้านต่างๆ, มาตรการแทรกแซง/คว่ำบาตรของรัฐบาล, และข้อปฏิบัติ/กฎระเบียบต่างๆต่อผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่น่าที่จะตั้งข้อสงสัยได้ เว็บไซด์ที่ว่ามาทั้งหมดนี้สามารถเข้าถึงได้โดยผ่านทางเว็บไซด์ที่ร่วมเครือข่ายกับเรา (Affiliated sites) ซึ่งจะพบซ่อนอยู่ใน drop-down menu เหนือ index นอกจากนี้ข้อมูลในนั้นยังถูกค้นหาได้ด้วยอย่างเจาะจงผ่าน WebGlimpse ซึ่งเป็น search engine ทำงานค้นหาแบบผสานหลายไซด์พร้อมกัน หรือค้นหาผ่าน Google ได้ด้วย

ผู้ก่อตั้งเว็บนี้คือ Stephen Barrett, M.D. เป็นหมอที่ผมคะเนอายุคงจะเกิน 75 ปีแล้ว และแกมีคำขี้แจงเกี่ยวกับเว็บนี้ว่า

Quackwatch เป็นหนึ่งในเครือข่ายนานาชาติของประชาชนผู้ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับความฉ้อฉลที่เกี่ยวพันกับเรื่องของสุขภาพ, การหลอกลวง, กระแสนิยม, และการบิดเบือนทางความคิด ซึ่งการเพ่งเล็งหลักของเว็บไซด์เราจะอยู่ที่ข้อมูลทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงซึ่งยากหรือเป็นไปไม่ได้ที่จะหามาได้จากที่อื่นใด องค์กรของเราถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1969 ในชื่อว่า Lehigh Valley Committee Against Health Fraud และถูกแปรรูปเป็นวิสาหกิจในปี ค.ศ. 1970 และในปี 1997 จึงได้รับการขนานนามใหม่ตามชื่อที่เป็นอยู่ในปัจจุบันพร้อมกับเริ่มต้นพัฒนาเครือข่ายในระดับโลกในการรวบรวมบรรดาอาสาสมัครและที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเข้าไว้ด้วยกัน

Quackwatch เราไม่มีลูกจ้างที่รับเงินเดือนประจำ เราดำเนินการด้วยค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด ซึ่งเราได้รับเงินทุนสนับสนุนหลักจากการรับบริจาคของปัจเจกชนทั่วไป รวมทั้งค่านายหน้าจากการขายสินค้า/บริการบนเว็บไซด์ที่เราอ้างอิงไปให้ การเชื่อมโยงเว็บไซด์กับผู้ให้การสนับสนุน และกำไรจากการขายสิ่งพิมพ์ต่างๆ เงินที่บริจาคให้กับ Quackwatch จะสนับสนุนงานวิจัย ข้อเขียน และการดำเนินการทางกฎหมายที่สามารถปกป้องประชาชนจำนวนมากจากการโฆษณา/ชักนำที่ผิดๆ

หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า Quackwatch เป็นหน้าฉากให้กับ American Medical Association (เทียบได้กับแพทยสภา/แพทยสมาคมของไทย), กลุ่มอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์, กลุ่มผลประโยชน์ทางการแพทย์, หรือกลุ่มใดก็ตามที่อาจไม่ชอบกิจกรรมทำนองนี้หรือไม่???? ซึ่งเกือบจะทุกอาทิตย์ที่ผมได้รับข้อความทาง อีเมล์กล่าวหาผมในทำนองนี้และที่แย่ยิ่งกว่านั้นด้วย ก็ขอพูดตรงๆว่า ที่ว่ากล่าวมานั้นเป็นความคิดที่ไร้สามัญสำนึก

ผมไม่ได้มีความเกี่ยวพันทางการเงินกับองค์กร/หน่วยงานเชิงพาณิชย์หรือองค์กรทางอุตสาหกรรมใดๆเลย และวิสัยทัศน์ของผมก็ไม่ได้มีไว้เพื่อรับจ้าง ซึ่งหากสมมติจะเป็นอย่างนั้นแล้วล่ะก็ คงไม่มีใครก็ตามของผู้ที่สามารถให้เงินทุนสนับสนุนซึ่งผมพอจะนึกออกได้จะมีเหตุผลที่จริงจังใดๆที่จะจ้างผมให้มาทำเรื่องเช่นนี้

การแพทย์มาตรฐานและการแพทย์ทางเลือกนั้นที่จริงก็ไม่ได้แข่งขันกันเพื่อดึงเงินจากคนไข้ และจากการศึกษาเรื่องนี้ที่ได้รับการออกแบบไว้อย่างดีได้แสดงว่า การแพทย์ทางเลือกส่วนใหญ่นั้นถูกใช้ “เสริม” มากกว่าที่จะ “ทดแทน” การแพทย์มาตรฐาน

สำหรับค่าใช้จ่ายโดยรวมในการดำเนินงานของเว็บไซด์เราจำนวนมากเหล่านี้ก็ตกปีละประมาณ 7000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ซึ่งหากเงินบริจาคที่ได้รับน้อยกว่าที่ว่านี้ส่วนที่เหลือนอกนั้นผมก็เป็นผู้ออกเอง

สำหรับท่านผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมผ่านเครือข่ายออน์ไลน์ ท่านสามารถบริจาคผ่านระบบ PayPal ซึ่งหากท่านมีบัญชีอยู่กับระบบนี้ ท่านสามารถโอนเงินตรงให้กับเราได้เลย หรือมิฉะนั้น ก็ใช้เครดิตการ์ดได้ หรืออาจสั่งจ่ายเช็ค หรือ Money Order ได้ตามที่อยู่ด้านล่างนี้
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง(เรื่องหมอ) [26 เม.ย. 53 11:47] ( IP A:58.8.109.196 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
    Quackwatch
Chatham Crossing, Suite 107/208;
11312 U.S. 15-501 North;
Chapel Hill, NC 27517.
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง(เรื่องหมอ) [26 เม.ย. 53 11:52] ( IP A:58.8.109.196 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   น่าจะแปลว่า กรรมาธิการแห่งชาติว่าด้วยการต่อต้านความฉ้อฉลในสาธารณสุข มากกว่า

ไม่เอียงเหมือนคำแปลเดิม
โดย: 9634 [26 เม.ย. 53 18:54] ( IP A:203.154.66.94 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   โกหก = ตอแหล ใช่หรือไม่ ???

สลายการชุมนุม = ขอพื้นที่คืน ใช่หรือไม่ ???

บิดเบือน = เบี่ยงเบน ใช่หรือไม่ ???

แล้วที่พิสูจน์กันชัดเจนแล้ว และพิสูจน์กันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าแพทยสภานั้นทั้งฉ้อฉล (ซึ่ง = โกง) และโกหก (ซึ่ง = ตอแหล)

ผมก็ไม่เห็นว่า เราจะเล่นคำกันไปทำไม???

เหมือนอย่างชื่อ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายฯ ก็ยังพยายามดันทุรังเปลี่ยนชื่อเป็น พ.ร.บ. สร้างเสริมความสัมพันธ์ ตะหวักตะบวยห่วยแตกอะไรก็ไม่รู้

ไปมาผมก็เห็นว่า บรรดาวงการแพทย์ส่วนใหญ่เท่าที่ปรากฎตัวออกมาผ่านสื่อฯต่างๆ ล้วนแต่พยายามบิดไปบิดมา ไม่ยอมรับ ไม่แม้แต่พยายามที่จะแก้ไขปัญหากันแบบตรงไปตรงมา เห็นมีแต่โกงไปโกงมา

เพราะแม้แต่ขึ้นชื่อต้นเรื่อง ก็พยายามตะแบง บิดๆเบี้ยวๆ

เฮ้อ น่าสมเพชสำหรับลิ่วล้อหมอๆที่คิดว่าตัวเองทรงภูมิรู้วิชาสูงส่งจนชาวบ้านธรรมดาเขารู้ไม่ทัน มองไม่เห็นความจริงแบบตรงไปตรงมา
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [27 เม.ย. 53 10:07] ( IP A:58.8.231.219 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   เรื่องเก่าที่อเมริกา แต่มาใหม่ที่เมืองไทยเรา

ที่แม้ สคบ. และ อ.ย. ก็นอนหลับอุตุ

The Detox Foot Pad Scam
เรื่องฉ้อแลเกี่ยวกับแผ่นแปะฝ่าเท้าเพื่อดูดสารพิษ

ข้อเขียนของคุณหมอ Stephen Barrett, M.D. เรียบเรียงจากเว็บ Quakwatch

เรารู้จักหลายยี่ห้อของแผ่นพลาสเตอร์สำหรับแปะติดที่ฝ่าเท้าซึ่งอ้างว่าสามารถดูดซับสารพิษออกจากร่างกายได้ และที่รู้จักกันดีคือยี่ห้อ Ki….. Detox foot pad ซึ่งอ้างว่าสามารถขจัดพิษและฟื้นฟูความสมดุลภายในร่างกายเรารวมทั้งกระตุ้นให้ร่างกายเพิ่มพลังงานขึ้น ส่วนแผ่นแปะฝ่าเท้ายี่ห้ออื่นๆก็อ้างว่าสามารถเสริมความแข็งแรงให้กับระบบภูมิคุ้มกันภายในร่างกายคนเรา ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น หลับสบายขึ้น เสริมสร้างสมาธิ ลดอาการปวดหัว/ปวดตามข้อ คำอธิบายสรรพคุณที่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้กล่าวอ้างยังคลุมไปถึงการสามารถบำบัดทาง reflexology (กระบวนการกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและเสริมการไหลเวียนเลือดซึ่งยังผลในการบรรเทาอาการปวดตามมือ/เท้า), คลายการอุดตันของ lymphatic passages (ต่อมใต้รักแร้), และสร้างไอออนลบเพื่อปล่อยพลังงานคลื่น far infrared ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านั้นทั้งหมดควรถือว่าเป็นของไม่จริง และกลไกการทำงานที่บอกเล่ามานั้นควรถือว่าไม่สามารถรับรู้ได้จากประสาทสัมผัส (Nonsensical)

ลูกค้าผู้ใช้ผลิตภัณฑ์จะได้รับคำแนะนำให้ติดพลาสเตอร์ผลิตภัณฑ์นี้ไว้กับอุ้งเท้าแล้วทิ้งไว้ข้ามคืน หลังจากนั้นในวันรุ่งขึ้นแผ่นพลาสเตอร์จะถูกอ้างว่ามีการดูดซับสารพิษออกมาแล้วเปลี่ยนสีเนื้อพลาสเตอร์เป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ

อย่างไรก็ตาม ผู้ทำตลาดแผ่นบำบัดเหล่านี้ก็ไม่ได้มีผลการศึกษาใดๆที่สามารถระบุได้ว่า “พิษหรือสารใดบ้างที่อ้างกันว่าถูกขจัดออกจากร่างกาย” หรือมีการตรวจวัดระดับของสารเหล่านั้นภายในร่างกายก่อน และตรวจดูว่ามีสารเหล่านั้นสะสมอยู่ในเนื้อพลาสเตอร์หลังใช้หรือไม่? และระดับของสารเหล่านั้นในร่างกายลดลงหรือไม่หลังใช้ผลิตภัณฑ์แล้ว? และก็ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่เคยคิดที่จะลองทำการศึกษาในประเด็นนี้ด้วยซ้ำ นี่คงเป็นเพราะหลักการพื้นฐานที่อ้างว่าสารพิษถูกขจัดด้วยการคัดหลั่ง (Excreted) ออกทางผิวหนังสู่เนื้อพลาสเตอร์นี้ขัดกันอย่างรุนแรงกับสิ่งที่เรารู้อยู่นานมาแล้วจากวิชากายวิภาคและกายภาพของมนุษย์ (human anatomy and physiology ) กล่าวคือ การขจัดสารพิษซึ่งเป็นสารแปลกปลอมออกจากร่างกายที่เป็นจริงจะเกิดขึ้นที่ตับ ซึ่งจะทำหน้าที่แปลงโครงสร้างทางเคมีของสารเหล่านี้แล้วพาออกด้วยการคัดหลั่งที่ไต ซึ่งจะทำหน้าที่กรองสารที่ถูกแปลงโครงสร้างแล้วนี้ออกจากกระแสเลือดออกไปในรูปของปัสสาวะอีกที แม้ว่าต่อมเหงื่อที่อุ้งเท้าของเราสามารถคัดหลั่งน้ำและสารละลายบางชนิดออกได้ อย่างไรก็ตาม บทบาทเพียงเล็กน้อยที่มีอยู่นี้ในการขับสารที่ร่างกายไม่ต้องการออกไปก็ไม่ได้ถูกเปลี่ยนไปเพียงการที่เราติดพลาสเตอร์นี้เข้าไปเท่านั้น

ต่อ คห ถัดไปครับ
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [27 เม.ย. 53 12:38] ( IP A:58.8.231.219 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ในเดือน เมษายน ปี ค.ศ. 2008 หน่วยงาน ABC's "20/20" ได้ทำการสอบทานผลิตภัณฑ์แบบนี้สองยี่ห้อคือ Ki… และ Av…. Pads และได้รายงานไว้ว่า

เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์นี้ชั่วข้ามคืนแผ่นพลาสเตอร์จะเปลี่ยนเป็นสีดำ แต่เมื่อหยดน้ำกลั่นลงบนแผ่นพลาสเตอร์นี้ก็สามารถทำให้แผ่นนั้นเป็นสีดำเช่นกัน !

จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการโดยใช้แผ่นพลาสเตอร์นี้กับอาสาสมัครจำนวน 8 คน สรุปได้ว่า ไม่พบร่องรอยที่มีนัยสำคัญใดๆของสารโลหะหนัก (สารพิษต่อมนุษย์ที่อยู่รอบๆตัวเรามักเป็นสารประกอบของโลหะหนัก) หรือสารละลายที่คนมักใช้กันจากแผ่นที่อาสาสมัครเหล่านี้ใช้

และเมื่อถามหาผลการทดสอบจากบริษัทผู้ผลิตที่สามารถแสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีสรรพคุณตามที่กล่าวอ้าง กลับไม่สามารถแสดงผลการศึกษาใดที่ยอมรับได้ทางวิทยาศาสตร์

ไม่กี่เดือนถัดมา นักจัดรายการวิทยุสตรีท่านหนึ่งในแคลิฟอร์เนียทำการทดสอบคล้ายกันนี้อีกครั้ง โดยเธอให้สามีติดแผ่นพลาสเตอร์ข้ามคืน จากนั้นต่างพากันไปที่ห้องปฏิบัติการแห่งหนึ่งเพื่อทำการทดสอบ ผลการทดสอบของห้องปฏิบัติการนั้นพบว่า ปริมาณของสารโลหะหนักในแผ่นพลาสเตอร์ที่ใช้แล้วเป็นเช่นเดียวกันกับที่อยู่ในแผ่นที่ยังไม่ได้ใช้ ซึ่งหมายความว่า แผ่นพลาสเตอร์นี้ไม่ได้ดูดซับสารพิษใดๆออกมาเลย จากนั้น เธอยังทดลองนำแผ่นที่ยังไม่ได้ใช้ไปอังไอน้ำจากกาต้มน้ำที่เดือดก็พบว่าไอน้ำก็ทำให้แผ่นเปลี่ยนเป็นสีดำเช่นกัน เท่ากับชี้ว่า สีดำที่เกิดจากการติดแผ่น Ki… และ Av…. Pads นี้เข้าที่ฝ่าเท้าเกิดจากการที่สารเคมีในแผ่นนั้นทำปฏิกิริยากับความชื้น

ยิ่งกว่านี้ หน่วยงาน Better Business Bureau (สถาบันจัดลำดับความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ทางการค้า) ได้กำหนดระดับของผลิตภัณฑ์ Ki…. Detox Foot Pads ไว้ที่ระดับ “ไม่น่าใช้” หรือ Unsatisfactory

และผลิตภัณฑ์แผ่นดูซับสารพิษนี้ควรถือว่าเป็น เป็นของหลอกลวง

เอกสารอ้างอิง :

Stossel J. Ridding yourself of toxins or money? Company says Kinoki Foot Pads 'capture toxins from your body.' ABC News, April 11, 2008.
Varney S. Japanese foot pad is latest health fad. KQED, Aug 18, 2008.
Kinoki Detox Foot Pads. BBB reliability report, Aug 23, 2008.
Barrett S. The Aquadetox scam. Device Watch, Dec 28, 2004

ข้อเขียนนี้ได้รับการปรับปรุงเมื่อ August 23, 2008
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [27 เม.ย. 53 12:42] ( IP A:58.8.231.219 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ที่มาของคำว่า Quackery (การสาธารณสุขที่ฉ้อฉล) ตามประสบการณ์ของหมออเมริกัน โดยนายแพทย์ Stephen Barrett

คำว่า Quackery มีที่มาจากคำว่า quacksalver (หมายถึงคนที่ป่าวร้องเกี่ยวกับปัญหาหรืออคติของตนเอง) สำหรับในพจนานุกรม (ภ.อังกฤษ) ให้นิยามของคำนี้ไว้ว่า “ผู้ที่แอบอ้างการมีความชำนาญทางการแพทย์ (เรียกอีกอย่างว่า Charlatan)” หรือ “ผู้ที่แสร้งถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องใดๆโดยที่ไม่มีความรู้จริงในเรื่องที่กำลังถกอยู่นั้น” ซึ่งจากนิยามเหล่านี้เท่ากับชี้ว่าการสนับสนุนใดๆในกิจกรรม Quackery จะเกี่ยวข้องกับ “เจตนาที่จะหลอกลวง” แต่ก็เป็นไปในลักษณะที่บรรดาผู้สนับสนุน (เหล่านั้น) เชื่ออย่างสนิทใจในเรื่องที่พวกเขากำลังสนับสนุนอยู่นั้น ในแง่ของ Quackery ของกิจกรรมทางการแพทย์ ที่เรียกว่า Health fraud (การหลอกลวงทางการแพทย์) นี้ อ.ย. ของสหรัฐฯ ให้นิยามคำนี้ไว้ว่า “คือการส่งเสริมเพื่อการหาผลประโยชน์ต่อการฟื้นฟูทางการแพทย์ใดก็ตามที่รับรู้ได้ว่าเป็นเรื่องที่ผิดหรือไม่ได้มีการพิสูจน์ความถูกต้อง” ซึ่งจากประเด็นนี้ยังอาจก่อความสับสนขึ้นมาอีกเนื่องจากในความเข้าใจทั่วไปและในกระบวนการทางศาลคำว่า “Fraud” จะเท่ากับหมายถึงเจตนาที่จะหลอกลวงในเวลาเดียวกันด้วย ตัวกิจกรรม Quackery นั้นมีลักษณะสำคัญตรงที่การสุมรวมกันสนับสนุนให้แพร่หลายออก ไปมากกว่าที่จะอยู่ที่ประเด็นเพียงการฉ้อฉล, ความละโมบ หรือการทำความเข้าใจที่ผิดๆ

อย่างไรก็ตาม Quackery ก็ไม่ใช่ตราประทับสำหรับติดได้อย่างอัตโนมัติกับบรรดาวิธีการใดก็ตามที่ถูกติดป้ายว่า “เป็นธรรมชาติ (Natural)”, หรือ “เป็นทางเลือก (Alternative)”, หรือ “นอกมาตรฐาน (Nonstandard)”, ซึ่งเราควรใช้วิจารญาณ ในแต่ละวิธีการเหล่านั้น โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานการเพ่งเล็งที่ว่ามีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นเหตุเป็นผลซึ่งเข้าใจได้ที่แสดงประสิทธิภาพของวิธีการนั้นๆอยู่หรือไม่?
สำหรับคนธรรมดาทั่วไปนั้นมักคิดว่า quackery ถูกสนับสนุนโดยผู้ที่แอบอ้างความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ซึ่งเจตนาเอาประโยชน์จากเหยื่อของตน ซึ่งที่จริงแล้วผู้สนับสนุนกิจกรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็กลายเป็นเหยื่อเสียเองโดยไม่รู้ตัว และเป็นผู้ซึ่งร่วมเผยแพร่ความเข้าใจและประสบการณ์ส่วนตัวที่ผิดๆออกไปกับผู้คนรอบข้าง โดยเฉพาะบรรดาผู้จัดจำหน่ายของบรรดาบริษัททางธุรกิจเครือข่ายด้านผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ โดยแบบแผนแล้วก็จะเป็นผู้ชักชวนเพื่อนๆ, ญาติพี่น้อง, และเพื่อนบ้านให้เชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่ตนทำตลาดอยู่นั้นมีประสิทธิภาพตามที่บอกเล่า ด้านเภสัชกรเองก็ได้รับประโยชน์จากการขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีลูกค้าเพียงไม่กี่รายที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ ซึ่งในกรณีส่วนใหญ่แล้วเภสัชกรไม่ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเกิดการยอมรับอย่างกว้างขวางแต่เป็นเพียงได้ประโยชน์จากการส่งเสริมความเข้าใจที่ผิดๆของผู้อื่น กิจกรรม quackery จำนวนมากเช่นกันที่เป็นเพียงการบอกให้ผู้คนทั่วไปรับรู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ดีสำหรับพวกเขา (เช่นสารปรุงแต่งอาหารหลายๆตัว) เพื่อขายบางสิ่งบางอย่างที่เป็นของทดแทน (เช่น อาหาร Organic หรือ อาหารธรรมชาติ) เข้าไป นอกจากนี้ quackery ยังเกี่ยวข้องกับการโฆษณาชวนเชื่อให้เข้าใจผิดในผลิตภัณฑ์จำพวก อาหารเสริมเพื่อ *** , ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาพื้นบ้าน, สมุนไพร, และยานอกใบสั่งแพทย์บางตัว ซึ่งในบางขณะของกิจกรรมเหล่านี้ก็ไม่ได้มีการหลอกลวงกันเป็นกรณีเดี่ยวๆ แต่เป็นการหลอกลวงโดยผู้ผลิตและบรรดาตัวแทนโฆษณาของเขา
กิจกรรม Quackery เองก็ไม่ใช่ปรากฏการณ์แบบ “เหมารวมทั้งหมด” หรือ “ไม่มีอะไรในกอไผ่” เสียทีเดียว ผู้ประกอบอาชีพเองก็อาจมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนในหลายแง่มุมและเพียงส่วนน้อยมากที่ไม่เป็นไปอย่างวิทยาศาสตร์ในทางปฏิบัติ นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์และวิธีการหลายอย่างก็อาจเป็นประโยชน์เพื่อจุดประสงค์บางอย่างแต่ก็ไร้ประโยชน์สำหรับเรื่องอื่นๆ ตัวอย่างเช่น

การฉีดวิตามิน B12 อาจเป็นการช่วยชีวิตในกรณีการรักษาโรค pernicious anemia แต่หากเป็นการให้บ่อยๆเพื่อที่จะกระตุ้นการฟื้นตัวอาจเป็นสัญญาณของการตัดสินใจที่ไม่ได้ ความละโมบ หรือทั้งสองอย่าง
หรือการทำอะไรบริเวณกระดูกสันหลังอาจมีประสิทธิภาพในการบรรเทาการปวดหลังบริเวณด้านล่างในกรณีที่มีการคัดเลือกให้ทำอย่างเหมาะสม แต่การดำเนินการเพื่อแก้ไขอาการทาง chiropractic ที่ทึกทักว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นนั้นเป็นการหลอกลวง

ต่อ คห ถัดไป
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [4 พ.ค. 53 13:54] ( IP A:58.8.230.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ต่อจาก คห ที่ 7

สำหรับ quackery และ การบำบัดทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐานนั้นแม้ทั้งสองลักษณะนี้จะเหลื่อมกันอยู่แต่ก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว quackery นั้นมีเงื่อนไขอยู่ที่การใช้วิธีการซึ่งไม่ได้มีการยอมรับทางวิทยาศาสตร์ ส่วนการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือทุรเวชปฏิบัตินั้นเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่ปฏิบัติไม่เป็นไปตามมาตรฐานการตรวจ/รักษาที่ยอมรับได้ นี่ยังรวมถึงกรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพเองละเลยการปฏิบัติขณะที่ทำงานตามวิธีการมาตรฐานของการบำบัด ตัวอย่างเช่น การลืมอุปกรณ์ผ่าตัดไว้ในช่องท้องของคนไข้หรือการผ่าตัดที่ไว้ผิดตำแหน่งบนร่างกายของคนไข้ ซึ่งเป็นทุรเวชปฏิบัติที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหลอกลวง

นอกจากนี้เรายังให้นิยามกว้างของ quackery ได้ว่า “คืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม/สนับสนุนมากจนเกินไปในเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ" นิยามเช่นนี้จะคลุมถึงแนวคิดที่น่าสงสัยเท่าๆกับผลิตภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ใดๆที่น่าตั้งคำถามด้วย ทั้งนี้โดยไม่คำนึงว่าผู้สนับสนุนต่อสิ่งเหล่านั้นจะมีความจริงใจหรือไม่ และที่เป็นแนวเดียวกับนิยามนี้ด้วยคือคำว่า fraud ซึ่งถูกสงวนไว้ใช้เพียงกับกรณีที่เกี่ยวข้องกับการมีเจตนาที่จะหลอกลวง

ส่วนวิธีการบำบัดรักษาที่ยังไม่ได้พิสูจน์ความถูกต้องนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเป็น Quackery เสมอไป พวกวิธีการซึ่งกลมกลืนกับแนวคิดทางวิทยาศาสตร์อาจพิจารณาให้เป็นเรื่องของการทดลองได้ สำหรับนักวิจัยและผู้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมายจะไม่สนับสนุนวิธีการบำบัดที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ให้นำออกมาใช้กัน แต่จะผูกมัดไว้กับการศึกษาวิจัยที่ได้รับการออกแบบไว้อย่างถูกต้องเหมาะสมและมีความรับผิดชอบ ส่วนวิธีการบำบัดซึ่งไม่กลมกลืนกับขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกวางไว้แล้วก็ควรจัดให้เป็นวิธีที่รับรู้ไม่ได้หรือรอการพิสูจน์หักล้างมากกว่าที่จะเป็นเรื่องของการทดลอง สำหรับวิธีที่ดูเหมือนเป็นวิทยาศาสตร์แต่ไม่สามารถรับรู้ได้ตามสามัญสำนึกก็ควรถูกจัดเป็นวิทยาศาสตร์แบบลวงๆ

สำหรับยาตำรับพื้นบ้านนั้นแม้เมื่อเรารู้ว่ามีความคลาดเคลื่อนโดยทั่วไปก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องหลอกลวง ทั้งนี้ตราบเท่าที่มันไม่ได้มีหรือแพร่หลายออกไปเพื่อผลประโยชน์ของใครโดยเฉพาะ ดังนั้น กาบำบัดรักษาด้วยตนเอง การักษากันภายในบ้าน การแนะนำทางหยูกยาจากเพื่อนบ้าน และกิจกรรมของนักบำบัดตามภูมิปัญญาชาวบ้านซึ่งไม่มีผลประโยชน์ทางการค้าก็ไม่ควรถูกตีตราว่าเป็น quackery อย่างไรก็ตาม ตำรับยาพื้นบ้านและ quackery จะถูกโยงเข้าหากันอย่างใกล้ชิดเนื่องจากยาตำรับพื้นบ้านเหล่านี้มักจะเป็นพื้นฐานของการเอาประโยชน์ทางการค้า ตัวอย่างเช่น บรรดาสมุนไพรที่มีการเก็บรวบรวมเพื่อใช้ส่วนตัวกันมาอย่างยาวนานก็จะถูกบรรจุหีบห่อและส่งเสริมกันโดยผู้ประกอบการทางการค้าสมัยใหม่และผู้ประกอบอาชีพซึ่งครั้งหนึ่งเป็นผู้อาสาบริการเพื่อนบ้านของเขาอย่างให้เปล่า ก็อาจทำการตลาดเพื่อตัวเขาเองนอกเขตชุมชนดั้งเดิมของเขา

เมื่อพิจารณาทุกๆอย่างโดยรอบแล้ว ผมพบว่ามันเป็นเรื่องที่น่าจะเป็นประโยชน์มากที่สุดหากเราจะให้คำนิยามของ quackery ไว้ว่า คือการส่งเสริม/สนับสนุนวิธีการใดก็ตามที่ไม่มีสาระซึ่งขาดคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งการส่งเสริมเช่นว่านี้ก็มักจะเกี่ยวข้องกับแรงจูงใจทางผลประโยชน์ คำว่า “ไร้สาระ” ในที่นี้หมายถึงไม่มีการพิสูจน์ความถูกต้องหรือพิสูจน์ความถูกต้องไม่ได้ (Unproven or disproven) สำหรับคำว่า Implausible หมายความว่า เรื่องนั้นคัดง้างกับข้อเท็จจริงที่วางรากฐานมาอย่างดีแล้ว หรือไม่ก็มีน้ำหนักของเหตุผลอยู่น้อยมากจนไม่คุ้มที่เราจะทดลองหรือตรวจสอบเรื่องนั้น

ข้อเขียนนี้ได้รับการปรับปรุงเมื่อ 17 มกราคม 2009
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [4 พ.ค. 53 14:00] ( IP A:58.8.230.214 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน