ว่าด้วยเรื่อง [b] Detoxification ([font:red] ดีท๊อกซ์ [/fon) [/b] เรื่องจริง หรือ อุบายหลอกเอาเงิน
   "Detoxification" Schemes and Scams
ว่าด้วย เรื่องดีท๊อกซ์ และ/หรือ การขจัดสารพิษ, อุบายและการหลอกลวง
โดย ดร. Stephen Barrett, M.D.
จากเว็บ https://www.quackwatch.org/01QuackeryRelatedTopics/detox_overview.html


Many quacks tell people they have accumulated toxins and need "detoxification." The method they choose depends on what they want to sell and, if they have a license, the scope of their license. Naturopaths, for example, are prone to claim that:
ในการหลอกลวงเชิงการค้าหลายๆเรื่องเรามักจะได้รับการบอกเล่าว่ามีการสะสมพิษ (toxin) อยู่ในตัวเราและจำเป็นต้องมีการทำดีท๊อกซ์ ซึ่งวิธีที่เราถูกชี้ชวนให้เลือกทำจะขึ้นกับว่าพวกนักหลอกลวงเหล่านั้นต้องการขายอะไรให้เรา และหากพวกเขามีใบอนุญาตให้ขายผลิตภัณฑ์นั้นได้ ขอบข่ายของในอนุญาตนั้นก็โน้มเอียงหรือชอบที่จะกล่าวอ้างว่า

Toxins damage the body in an insidious and cumulative way. Once the detoxification system becomes overloaded, toxic metabolites accumulate, and sensitivity to other chemicals, some of which are not normally toxic, becomes progressively greater. This accumulation of toxins can wreak havoc on normal metabolic processes [1>.
สารพิษจะทำลายร่างกายของเราภายในด้วยการสะสมตัว ครั้นเมื่อระบบขจัดสารพิษภายในร่างกายเราอยู่ในสภาพเกินกำลังที่จะทำหน้าที่ได้ สารพิษที่เป็นโลหะหนักก็จะจะเกิดสะสมและไวต่อการทำปฏิกิริยากับสารเคมีตัวอื่นๆในร่างกาย ซึ่งบางตัวที่โดยปรกติไม่เป็นพิษก็จะกลับมีสภาพเป็นพิษอย่างต่อเนื่องขึ้นได้ และกระบวนการสะสมสารพิษเช่นนี้อาจก่อความปั่นป่วนต่อกระบวนการเผาผลาญพลังงานตามปรกติภายในร่างกายได้

Some detoxification proponents claim that intestinal sluggishness causes intestinal contents to putrefy, toxins are absorbed, and chronic poisoning of the body results. This "autointoxication" theory was popular around the turn of the century but was abandoned by the scientific community during the 1930s. No such "toxins" have ever been found, and careful observations have shown that individuals in good health can vary greatly in bowel habits.
ในผู้สาธิตผลิตภัณฑ์ดีท๊อกซ์บางรายก็อ้างว่าระบบย่อยอาหารที่เฉื่อยเป็นสาเหตุของการเน่าเสียของอาหารภายในระบบ สารพิษจะถูกดูดซึม และยังผลให้ร่างกายแสดงอาการถูกพิษ (Chronic poisoning) ออกมา และนี่คือทฤษฎี "autointoxication" หรือ การรับพิษแบบอัตโนมัตินี้ เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางเมื่อประมาณก่อนสิ้นศตวรรษที่ผ่านมา แต่ก็ถูก ยกเลิกกันไปโดยประชาคมทางวิทยาศาสตร์ในระหว่างช่วงทศวรรษ ปี ค.ศ. 1930 . ทั้งนี้ สภาพของสารพิษเช่นว่านั้นไม่เคยถูกค้นพบและจากการเฝ้าสังเกตอย่างระมัดระวังแสดงว่าการมีสุขภาพที่ดีของคนเราแต่ละคนนั้นจะขึ้นอยู่กับอุปนิสัยในการบริโภคอาหารเป็นส่วนใหญ่ ( กินอย่างไรก็ได้อย่างนั้น )

Marketers also suggest that fecal material collects on the lining of the intestine and causes trouble unless removed by fasting, laxatives, colonic irrigation, special *** s, and/or various herbs or food supplements that "cleanse" the body. The falsity of this notion is obvious to doctors who perform intestinal surgery or look inside the large intestine with a diagnostic instrument. Fecal material does not stick to the intestinal lining.
นอกจากนี้ผู้ทำตลาดผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ยังชี้ต่อไปว่าของเสียที่ถูกรวบรวมขึ้นในลำไส้ใหญ่เป็นอุจจาระและจะก่อปัญหาขึ้นเว้นเสียแต่จะถูกขจัดออกไปโดยหนึ่งหรือมากกว่าของกลไกเหล่านี้ เช่น การรวมตัวเป็นก้อน, การใช้ยาระบาย, การระคายเคืองของลำไส้, การอดอาหารด้วยวิธีพิเศษ, และ/หรือสมุนไพรที่หลากหลายต่างๆ หรืออาหารเสริมซึ่งสามารถ “ล้างทำความสะอาดภายในร่างกาย” ได้ ข้อผิดพลาดของความเข้าใจเช่นนี้เป็นที่เห็นได้ชัดของบรรดาคุณหมอที่ทำการผ่าตัดรักษาอาการทางลำไส้ หรือมีการตรวจภายในลำไส้ใหญ่ด้วยเครื่องมือตรวจวิเคราะห์โดยเฉพาะ ความจริงก็คืออุจจาระจะไม่ติดค้างอยู่ในแนวทางเดินภายในลำไส้
(Note: Standard medical practice uses the word "detoxification" to describe programs to minimize withdrawal symptoms for people who stop habitual use of using alcohol or controlled drugs. Such detoxification is not relevant to this article.
หมายเหตุ: ด้วยข้อปฏิบัติมาตรฐานทางการแพทย์จะใช้คำว่า Detoxification เพื่อให้คำอธิบายของโปรแกรมการบำบัดรักษาเพื่อลดทอนอาการ “ถอนยา” ของผู้ที่ต้องการละหรือหยุดพฤติกรรมเสพติดแอลกอฮอลล์หรือเพื่อการควบคุมการเสพยาที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุม ซึ่งการดีท๊อกซ์ที่ว่านี้อยู่นอกเหนือประเด็นของบทความนี้ จากนี้เรามาลองพิจารณาแยกประเด็นสำคัญๆออกเป็นส่วนๆดังนี้

ต่อความเห็นที่ ๑
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ [26 พ.ค. 53 12:52] ( IP A:58.8.105.198 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ต่อจาก คห ที่ ๑

"Colon Cleansing" การทำความสะอาดลำไส้ใหญ่
Colon cleansers are marketed as powders to which water is added before use. The ingredients vary from one product to another, but the basic ingredients include fiber (e.g. psyllium, flaxseed, bentonite) and laxatives such as cascara and magnesium oxide. Other ingredients include vitamins, minerals, amino acids, herbs, and probiotics, all of which are variously claimed to promote detoxification, boost the immune system, promote weight loss and restore helpful bacteria. Magnesium oxide is claimed to release nascent oxygen. The laxative ingredients may be included in the powder or as a separate herbal tea. Users are generally instructed to drink 6-10 glasses of water daily. The recommended duration of use varies from a few days to several months. Some people have reported expelling large amounts of what they claim to be feces that have accumulated on the intestinal wall. However, experts believe these are simply "casts" formed by the fiber contained in the "cleansing" products. In the absence of constipation, concern about regularity should be met with reassurance. If hard stools are a problem and no underlying pathology is suspected, increasing *** ary fiber or using a stool softener should help. “Cleansing” products offer no additional benefit, and some can cause unnecessary bloating, cramps and diarrhea.
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดลำไส้จะถูกเสนอสู่ตลาดในรูปของผงซึ่งจะต้องมีการผสมน้ำเพื่อใช้บริโภค ด้านส่วนผสมก็หลากหลายจากผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งสู่อีกตัวหนึ่ง แต่องค์ประกอบพื้นฐานจะประกอบด้วยใยอาหารจำพวก ไฟเบอร์ (e.g. psyllium, flaxseed, bentonite) และพวกยาระบาย เช่น cascara และ magnesium oxide ส่วนผสมอื่นๆนอกจากนี้ยังมีวิตามิน, เกลือแร่, กรดอมิโน, สมุนไพร และ probiotics ซึ่งทั้งหมดนั้นต่างก็ถูกอ้างว่าส่งเสริมการดีท๊อกซ์, กระตุ้นภูมิคุ้มกัน, ช่วยในการ *** , และฟื้นฟูแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ตัว Magnesium oxide ถูกอ้างว่าจะทำหน้าที่ปลดปล่อย nascent oxygen ขณะที่ส่วนผสมของยาระบายอาจปนอยู่ในผงผลิตภัณฑ์หรือแยกออกมาในรูปของชาสมุนไพร ผู้บริโภคมักได้รับคำแนะนำให้ให้ดื่มน้ำ 6-10 แก้วต่อวัน ระยะเวลาที่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะหลากหลายจากไม่กี่วันไปจนถึงนานนับเดือน ผู้บริโภคบางคนมีรายงานว่าเกิดการขับถ่ายจำนวนมากของของเสียที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นอุจจาระที่สะสมอยู่ตามผนังลำไส้ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเชื่อว่าของเหล่านั้นเป็นเพียงการหลอมรวมเข้าด้วยกันของใยอาหารบรรดาที่อยู่ในผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเอง ในกรณีที่อาการท้องผูกหายไปก็ควรเพ่งเล็งเรื่องความถี่ห่างในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดจากปัจจัยด้านอื่น แต่หากมีปัญหากับอาการท้องผูกคืออุจจาระเป็นก้อนแข็งและไม่มีสมุหฐานของโรคอื่นๆแทรกอยู่ให้สงสัย การเพิ่มปริมาณบริโภคใยอาหารหรือใช้ยา Stool softener ก็ควรบรรเทาอาการนี้ได้ กล่าวโดยสรุป “ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเหล่านี้” ไม่ก่อประโยชน์เพิ่มต่อสุขภาพแต่อย่างใด และผลิตภัณฑ์บางตัวสามารถก่ออาการท้องอืด, แน่นท้อง, และท้องเสียโดยไม่จำเป็น

Other Powders and Potions
Various herbal and *** ary supplement concoctions are claimed to detoxify through metabolic action that is vaguely described or simply assumed to take place. One product, for example, is claimed to "promote balanced activity of the Phase I and Phase II detoxification pathways." The substances such products supposedly remove are seldom identified, and no studies have demonstrated that they actually detoxify anything. Testing any such products would be simple: Merely take a few blood samples from volunteers and measure whether any identifiable toxin is eliminated from the body faster than normal. No such studies exist because such products have no real detoxification effects.
เครื่องดื่มจากผงชงละลายและเครื่องดื่มพร้อมดื่มอื่นๆที่อ้างกันเพื่อล้างสารพิษ
บรรดาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อ *** และที่ผสมขึ้นจากสมุนไพรที่หลากหลายล้วนกล่าวอ้างสรรพคุณในการขจัดสารพิษอย่างที่เข้าใจว่าคือการ Detoxification ทั้งนี้โดยเป็นการผ่านไปในกระบวนการ Metabolism ภายในร่างกายซึ่งมีการอธิบายให้เข้าใจกันอย่างคลุมเครือหรือเพียงทึกทักเอาว่าจะเกิดกระบวนการเหล่านั้นขึ้น อย่างเช่นผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งอ้างว่า “ส่งเสริมกระบวนการที่เป็นไปอย่างสมดุลระหว่างวงจรของ detoxification ของเฟส 1 และ เฟส 2” และสารพิษที่ผลิตภัณฑ์ตัวนั้นถูกอ้างว่าได้รับการขจัดออกมาก็มักไม่ได้รับการบ่งชี้ให้ชัดเจน และก็ ไม่ได้มีผลการศึกษาวิจัยใดๆที่แสดงให้เห็นว่าพวกมันได้ขจัดสารพิษใดๆ แม้กระนั้น การทดสอบผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ก็ทำได้ง่ายโดยเพียงเราเจาะเลือดตัวอย่างเล็กน้อยออกจากอาสาสมัครจำนวนหนึ่งและตรวจวัดดูว่าสามารถระบุชี้สารพิษใดๆที่ถูกขจัดออกมาจากร่างกายได้เร็วกว่าปรกติหรือไม่? ซึ่งเราก็ ไม่ได้พบว่ามีผลการทดสอบเช่นว่านี้ปรากฏให้รับรู้ และนั่นเป็นเพราะผลิตภัณฑ์เช่นว่าไม่ได้มีผลใดๆต่อการเกิด detoxification อย่างแท้จริง
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [26 พ.ค. 53 12:56] ( IP A:58.8.105.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ต่อจาก คห ที่ 3

Colonic irrigation (ยังเรียกอีกอย่างว่า colon hydrotherapy) มีจุดประสงค์ในการชะล้างทำความสะอาดไปตลอดความยาวของลำไส้ใหญ่ และเป็นวิธีการที่ทำกันทั้งที่บ้านและแม้แต่ในสำนักงานทั่วไป ของเหลวที่ใช้ก็อาจเป็นน้ำธรรมดาหรือผสมด้วยเอ็นไซม์หลายตัว, กาแฟ, สาร probiotics, โอโซน, และ/หรือสมุนไพร ข้อมูลจากเว็บไซด์หลายแห่งก็ยังชี้ว่าปริมาณที่ใช้จะอยู่ระหว่างไม่กี่แกลลอน (1 แกลลอน = 3.81 ลิตร) จนกระทั่งมากถึง 30 แกลลอน เลยทีเดียว กระบวนการนี้ตัวของเหลวจะถูกส่งผ่านเข้าไปในท่อหรือ Speculum ที่ถูกสอดเข้าไปในทวาร อุปกรณ์พวกนี้ส่วนใหญ่จะอาศัยแรงโน้มถ่วงในการส่งน้ำและกระบวนการบีบรัดตัวของลำไส้เพื่อการขับเคลื่อนของเหลวในกระบวนการและของเสียไปตามทางเดินอาหาร สำหรับชุดอุปกรณ์ที่ใช้กันตามบ้านจะทำให้ผู้ใช้สามารถชะล้างอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากถังขนาด 5 แกลลอน สำหรับชุดอุปกรณ์ที่ทำงานเป็นระบบ (Closed-system colonic machines) จะมีท่อหนึ่งชิ้นที่ทำหน้าที่ส่งผ่านของเหลวเพื่อการชะล้างร่วมกับสารอื่นๆเพื่อกระบวนการนี้ สำหรับชุดอุปกรณ์ที่เป็นระบบเปิดจะใช้ท่อที่มีขนาดเล็กกว่าต่อเข้ากับถังน้ำและอ่างรองรับของเสียที่ออกแบบเป็นชิ้นเดียวกันกับตัวถัง วงรอบของกระบวนการชะล้างนี้โดยทั่วไปจะกินเวลาระหว่าง 25 ถึง 50 นาที และอาจต้องนวดบริเวณท้องไปด้วย นอกจากนี้ระบบบางแบบก็จะมีชิ้นสวนทวารและท่อแบบที่ใช้แล้วทิ้งได้ด้วย สำหรับชิ้นอุปกรณ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้จะถูกนำไปฆ่าเชื้อด้วยการทำสเตอริไรซ์หลังการใช้งานแต่ละครั้ง กระบวนการชะล้างลำไส้นี้จะมีใช้กันในกระบวนการทางการแพทย์อย่างเป็นไปตามกฎหมายในเพียงไม่กี่กรณี อย่างเช่น การเตรียมการเพื่อทำผ่าตัดหรือเพื่อการตรวจอวัยวะภายในผ่านการส่องกล้อง และเพื่อการบำบัดอาการ fecal incontinence (การสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อหูรูดที่ปลายทวาร) แต่การใช้กระบวน การชะล้างลำไส้นี้เพื่อการ detoxification หรือการล้างสารพิษนั้นเป็นวิธีการที่ไร้เหตุผล

อุปกรณ์ที่เป็นการหลอกลวงสำหรับการทำ Detox
เราจะพบอุปกรณ์สำหรับการทำดีท๊อกซ์ซึ่งเป็นการหลอกลวงอยู่สองแบบด้วยกันที่ได้รับการส่งเสริมให้แพร่หลายอย่างกว้างขวาง คือ อุปกรณ์ที่เรียกว่า Ionic cleansing devices (อุปกรณ์ชะล้างแบบใช้ประจุไฟฟ้า) และ Detox foot pads (แผ่นแปะฝ่าเท้าเพื่อดูดสารพิษ) สำหรับในระหว่างวงรอบกระบวนการ ionic cleansing /เท้าของลูกค้าผลิตภัณฑ์จะถูกจุ่มอยู่ในภาชนะรองรับซึ่งบรรจุไว้ด้วยน้ำเกลือที่มีการผ่านกระแสไฟฟ้าโวลท์ต่ำๆเข้าไป ในระหว่างนั้นเองน้ำในภาชนะก็จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมแดง ซึ่งผู้ค้าก็จะอ้างว่ากระบวนการนี้กำลังดึงสารพิษออกมาจากร่างกาย และสีของน้ำที่เปลี่ยนไปนั้นเกิดจากสารพิษที่ถูกคายออกสู่น้ำในภาชนะ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าสีของน้ำที่เปลี่ยนไปนั้นเป็นผลของการกลั่นตัวของสนิมหรือเกลือของธาตุเหล็กจากปฏิกิริยาเคมีทางอ๊อกซิเดชั่นที่แท่งอีเล็คโทรดเกิดการกร่อนตัว และน้ำจะเปลี่ยนสีไปเองอยู่แล้วไม่ว่าเท้าจะจุ่มลงในน้ำหรือไม่ก็ตาม

สำหรับแผ่นพลาสเตอร์ติดฝ่าเท้าที่หลากหลายรูปแบบและยี่ห้อก็มักจะกล่าวอ้างถึงสรรพคุณในการขจัดสารพิษออกจากร่างกายเมื่อผู้ใช้ได้ติดเข้าไว้ในอุ้งฝ่าเท้าแล้วทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นในวันรุ่งขึ้นตามที่ผู้ขายกล่าวอ้างแผ่นดังกล่าวก็จะดูดสารพิษและเปลี่ยนสีตัวเองเป็นสีน้ำตาลแก่หรือสีดำ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบหลายต่อหลายครั้งเราพบว่าการที่แผ่นดังกล่าวกลายเป็นสีดำไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆกับการมีสารพิษในแผ่นนั้น ตัวแผ่นพลาสเตอร์เองมีส่วนประกอบทางเคมีที่ทำปฏิกิริยากับความชื้นจนปรากฏเป็นสีดำที่แผ่น

การระบายสารพิษ ( ที่แอบอ้างว่า ) ออกทางเหงื่อ

ในคำแนะนำบางกรณีของการทำดีท๊อกซ์จะอิงอยู่กับการตรวจเลือดซึ่งสามารถที่จะวัดหาความเข้มข้นของสารเคมีที่แสดงได้ในหน่วยของจำนวนส่วนในล้านส่วน และนี่เองที่ทำให้ระดับปริมาณของสารเคมีจากการตรวจวัดวิธีนี้ซึ่งน้อยเกินกว่าที่จะมีนัยสำคัญต่อการประเมินทางคลินิกกลับถูกตีความให้เข้าใจผิดว่าอยู่ในระดับที่เป็นอันตราย และด้วยระดับของสารพิษใดๆที่ถูกตีความว่ามากเกินปรกตินี้ คนไข้ก็อาจได้รับคำแนะนำให้ออกกำลังกาย อบเซาน่า อาบน้ำ นวดตัว หุ้มตัวด้วยสมุนไพร และ/หรือ รับ Niacin ในปริมาณสูงๆ (ซึ่งอาจเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปที่ผิวหนัง) ในขณะที่การขจัดสารแปลกปลอมที่เป็นการดีท๊อกซ์ที่เกิดขึ้นจริงๆนั้นจะอยู่ที่ตับ ซึ่งจะแปลงรูปสารเหล่านั้นทางโครงสร้างเคมีเพื่อที่จะได้ถูกขับออกทางปัสสาวะร่วมกับสารเคมีอื่นๆที่ละลายปะปนมาด้วย สำหรับต่อมเหงื่อที่บริเวณอุ้งเท้านั้นสามารถขับเหงื่อออกมาร่วมกับสารอื่นที่ละลายมาพร้อมกันได้ในเหงื่อที่ขับออกมา แต่ บทบาทหน้าที่รองของมันในการขจัดสารที่ร่างกายไม่ต้องการออกไปก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงได้โดยการทำอะไรก็ตามกับผิวหนังตรงบริเวณนั้นเลย
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [26 พ.ค. 53 13:05] ( IP A:58.8.105.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ต่อจาก คห ที่ ๕

การหลอกลวงในเรื่องเกี่ยวกับวัสดุอุดฟัน ดั้งเดิมที่เรียกกันว่า Amalgam
เรามักจะได้ยินได้ฟังหมอฟันบางคนบางกลุ่ม หรือหมอโรคทั่วไป, และพวกคนดัง/นักโฆษณาชวนเชื่อบางส่วนที่มักพูดถึงอันตรายของการอุดฟันวิธีดั้งเดิมซึ่งใช้ วัสดุที่เรียกว่า amalgam ซึ่งรับรู้มาตั้งนานแล้วว่ามีปรอทปนอยู่ และควรเปลี่ยนแปลงไปใช้วิธีอื่นได้แล้ว หมอฟันที่ต่อต้านการใช้ amalgam หลายคนถึงกับบางครั้งใช้เครื่องตรวจวิเคราะห์ไอปรอทเพื่อชี้ชวนให้คนไข้เห็นว่าจำเป็นต้องมีการทำดีท๊อกซ์หรือขจัดสารพิษได้แล้ว วิธีการที่ทำกันก็คือหมอฟันจะให้คนไข้ขบหรือบดฟันในปากอย่างขมักขะเม้นเป็นเวลา 10 นาที ซึ่งจะทำให้เนื้อวัสดุอุดฟันที่ปนด้วยปรอทหลุดออกมาบ้างจากร่องฟันที่ถูกอุดในปริมาณที่น้อยมาก และแม้ว่าการมีไอปรอทสลายออกมาและค้างอยู่ในปากเพียงไม่กี่วินาที และ ส่วนใหญ่ของไอปรอทที่เกิดขึ้นนั้นก็ถูกพาหายไปกับลมหายใจ มากกว่าส่วนที่จะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และเจ้าเครื่องตรวจวิเคราะห์จะให้ผลการวิเคราะห์แสดงค่าสูงอย่างผิดๆซึ่งทำให้ฑัณตแพทย์ตีความว่าเป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม จากการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ได้แสดงว่าปริมาณของปรอทซึ่งร่างกายดูดซึมเข้าไปจากการใช้สาร amalgam อุดฟันนี้น้อยเกินกว่าที่จะส่งผลเสียใดๆ การรื๊อรอยอุดฟันที่ทำไว้ดีอยู่แล้วเพียงเพราะอ้างเหตุสภาพความเป็นพิษจากสารอุดฟันแบบดั้งเดิมนี้นอกจากเป็นการเสียของเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์แล้ว บางครั้งยังก่อผลเป็นการสูญเสียเนื้อฟันดีดั้งเดิม (ซึ่งอาจมีน้อยอยู่แล้ว) ที่อยู่รอบๆรอยอุดโดยไม่จำเป็น และอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของเนื้อฟันข้างเคียงด้วยอีกต่างหาก

Chelation Therapy (กระบวนการบำบัดทางอายุรกรรมวิธีหนึ่งเกี่ยวกับการขจัดสารพิษผ่านปัสสาวะ)
กระบวนการ Chelation Therapy ก็คือการบริหารจัดการสารเคมี (ในร่างกาย) ซึ่งมีส่วนผสมของสารโลหะหนักเพื่อให้ไตขจัดออกไปผ่านปัสสาวะ รูปแบบของ วิธีการนี้ที่รู้จักกันมากที่สุดคือ การทำชุดของกระบวนการ intravenous infusions ซึ่งควบการใช้ chelating agent (EDTA) และสารเคมีอื่นๆอีก แพทย์ผู้แนะการบำบัดด้วยวิธีนี้ไว้เป็นขั้นตอนของการบำบัดรักษาประจำวันมักจะอ้างถึงประสิทธิภาพของตัววิธีการซึ่งสามารถต่อต้านอาการ Autism และโรคหัวใจ, รวมทั้งอาการผิดปรกติอื่นใดได้ ซึ่งทั้งหมดนั้นก็ไม่ได้มีการพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพหรือมีคำอธิบายที่มีเหตุผลซึ่งมีน้ำหนักน่าเชื่อถือได้แต่อย่างไร

สำหรับการทำ Urine Toxic Metal Test จะถูกใช้เป็นกลเม็ดในการทำให้คนไข้เชื่อว่าพวกเขาถูกพิษของสารตะกั่วหรือสารปรอทเข้าแล้ว จุดใหญ่ใจความของวิธีการนี้อยู่ที่เป็นการทดสอบที่ถูกยุส่ง/ปลุกปั่นให้ทำซึ่งจะมีการเติมใส่ตัว chelating agent ไว้ก่อนที่ตัวอย่างน้ำปัสสาวะจะถูกเก็บขึ้นมา ซึ่งนี่เท่ากับเป็นการ “ถูกทำให้เพิ่มขึ้น” โดยจงใจของปริมาณสารตะกั่ว, ปรอท, และ/หรือสารโลหะหนักอื่นใดก็ตามที่จะปรากฏในน้ำปัสสาวะที่จะทำการตรวจวัด และในรายงานผลการทดสอบ (ซึ่งจะให้สำเนากับคนไข้ไว้ด้วย) ก็จะระบุว่าค่าที่ใช้อ้างอิงนั้นใช้สำหรับตัวอย่างที่เป็น non provoked specimen (แปลว่า ตัวอย่างที่ไม่ได้มีการกระตุ้น, ซึ่งไม่จริง) อย่างไรก็ตาม ค่าที่ตรวจวัดได้จากตัวอย่างสูงกว่าค่าอ้างอิง (ซึ่งมักจะเป็นเช่นนั้น) ก็จะถูกบันทึกไว้ว่า “elevated” (เพิ่มสูงขึ้น) แม้ว่าที่จริงแล้วควรระบุว่า “insignificant” (ไม่มีสาระสำคัญ) จากนั้นคนไข้ก็จะได้รับคำแนะนำให้ทำ Detoxification ควบกับการบำบัดทาง Chelation Therapy บ้าง, กับ intravenous treatments อื่นๆ (เข้าใจว่าหมายถึงการฟอกเลือด), กับการใช้อาหารเสริม, หรือแม้กระทั่งอะไรก็ตามที่พวกเขา (แพทย์+บุคลากรอื่นๆ) มีพร้อมที่จะขายให้ และคำแนะนำเช่นนี้เป็นเรื่องที่ผิดมากๆอย่างยิ่ง และไม่ควรที่จะทำการตรวจหาสมุหฐานของการถูกพิษจากสารตะกั่วหรือสารปรอทนอกเสียจากว่าคนไข้แสดงอาการของการได้รับพิษของสารโลหะหนักร่วมกับการตรวจพบ non-provoked blood level ที่สูงขึ้นมากๆเท่านั้น และแม้กระทั่ง blood level มีการยกระดับสูงขึ้น (ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เมื่อคนไข้เคยอยู่ในที่ทำงานที่ไม่ปลอดภัย) หรือได้กลืนสีทาของที่ผสมสารตะกั่วเข้าไป ทั้งหมดที่จำเป็นต้องทำก็เพียงแต่ขจัดการสัมผัสกับสารนั้นๆ (ซึ่งตามความเข้าใจง่ายๆก็คือ ล้างท้องในกรณีที่กลืนกินเข้าไป)
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [26 พ.ค. 53 13:13] ( IP A:58.8.105.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    ข้อสรุปของการทำ “ดีท๊อกซ์” ในความหมายทางการแพทย์, อันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

คำว่า Detoxification ตามที่ได้อธิบายไว้ในบทความชิ้นนี้เป็นกระแสนิยมของวิธีปฏิบัติทางการแพทย์หรือที่อ้างอิงทางการแพทย์ซึ่งเป็นการหลอกลวงหรือทำให้เข้าใจผิดๆ ทั้งนี้โดยอ้างอิงกับองค์ความรู้ซึ่งเกี่ยวพันกับเรื่องของสุขภาพ, โรคภัยไข้เจ็บ, และการบำบัดรักษาทางการแพทย์ซึ่งได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวางอยู่แล้วโดยประชาคมทางวิทยาศาสตร์ อันตรายของข้อปฏิบัติเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับว่ามันถูกนำมาใช้มากน้อยเพียงใด? และเป็นการทดแทนวิธีการบำบัดทางการแพทย์ที่จำเป็นจริงๆหรือไม่? อันตรายที่มีอยู่อาจเป็นเรื่องของความคุ้มค่าใช้จ่าย, ผลต่อร่างกาย, และ/หรือทางอารมณ์และจิตใจ ยกตัวอย่าง

การผ่านกระบวนการที่รวดเร็วและเสร็จในวันเดียวน่าจะไม่เป็นอันตราย (แม้ว่าจะไม่มีประโยชน์) แต่การทำบ่อยๆเป็นระยะเวลายาวนานอาจเป็นอันตรายได้ในที่สุด

การทำความสะอาด/ชำระล้างใดๆภายในร่างกาย โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยสมุนไพรและใยอาหารนั้นไม่น่าที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องอยู่ด้วยในกระบวนการก็อาจมีราคาแพงมาก

การชะล้างลำไส้ (ใหญ่) ไม่เพียงไม่ก่อประโยชน์ใดๆต่อสุขภาพเท่านั้น แต่อาจก่อสภาพการขาดสมดุลทางประจุไฟฟ้า (electrolyte imbalance) ที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง และ เคยปรากฏรายงานของลำไส้ทะลุและการติดเชื้อจากอุปกรณ์ที่ไม่สะอาด มาแล้ว

ความเกรงกลัวที่ไม่สมกับความเป็นจริงอาจทำให้ผู้คนเข้าใจว่าควรเปลี่ยนรอยอุดฟันที่ทำไว้ดีอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นใดๆเลยก็ได้

การบำบัดด้วยวิธี Chelation therapy จะนำไปสู่การขาดสมดุลทางประจุไฟฟ้า (electrolyte imbalance) และความเสียหายของอวัยวะอื่นๆได้เป็นครั้งคราว และอันตรายที่มากที่สุดจะมาจากความจริงที่ว่ามันเป็นวิธีการที่ถูกชี้นำทางการตลาดให้ทดแทนการทำผ่าตัดเพื่อ bypass ลำไส้ใหญ่ (Coronary bypass surgery) และ คนไข้ที่เลือกทำวิธี Chelation therapy ทดแทนการบำบัดรักษาหรือการผ่าตัดทางการแพทย์ที่จำเป็นกำลังเสี่ยงชีวิตของตัวท่านเองอยู่

References:

Pizzorno JE, Murray MT. Textbook of Natural Medicine. London: Churchill Livingstone. 1999, p 437.
Colon cleansing and “detoxification.” The Medical Letter on Drugs and Therapeutics (in press).
Barrett S. The Aqua Detox scam. Device Watch, Dec 28, 2004.
Barrett S. The detox foot pad scam. Device Watch, Feb 5, 2009.
Position paper on amalgam fillings. National Council Against Health Fraud, 2002.
Green S. Chelation therapy: Unproven claims and unsound theories. Quackwatch, July 24, 2007.
Barrett S. How the "Urine Toxic Metals" test is used to defraud patients. Quackwatch, Feb 18, 2009.
This article was revised on May 8, 2009.
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [26 พ.ค. 53 13:17] ( IP A:58.8.105.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   หมอนะครับ
โดย: ไม่ใช้พนักงานล้างส้วม [26 พ.ค. 53 21:53] ( IP A:113.53.44.217 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เค้าเรียกแบบนี้ ว่า....ผิดธรรมชาติหรือเปล่า???

ถ้าเป็นโรค แล้วค่อยรักษา แต่ถ้ายังไม่เป็น จะทำทำไม????
โดย: งง [27 พ.ค. 53 8:51] ( IP A:115.67.173.225 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   คนเราจะเป็นหมอ หรือ พนักงานล้างสิ่งโสโครก

คงจะตัดสินเองไม่ได้ อยู่ที่พฤติกรรมและความนึกคิดที่แสดงออกมาครับ

คนที่เรียนจบปริญญาตรี แม้กระทั่งถึงจบ ด๊อก..... นิสัยทรามก็เยอะ

ขณะที่คนกวาดถนน กับลูกสาวอายุแค่ 8 ขวบ ยังอุตส่าห์สละเงินรายวันของตัวแม่กับเงินเหลือเก็บค่าขนมของคุณลูกส่งไปช่วยเหยื่อซือนามิ

หรืออย่างท่าน อาจารย์วิชัย โชควิวัฒน์ ที่ยอมรับผิดตรงๆว่าเบิกเงินค่าน้ำมันรถไปใช้ผิดประเภท แม้ว่าอย่างผมเห็นเป็นเรื่องเล็ก แต่แกกลับเห็นเป็นเรื่องใหญ่ออกมาให้ข่าวยอมรับด้วยตัวเอง พร้อมคำชี้แจงจะแจ้งแทงทะลุตลอด นี่แหละ " คนจริง "
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (แต่ไม่ไร้เดียงสา) [27 พ.ค. 53 9:28] ( IP A:58.8.91.125 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   เยี่ยมครับ
โดย: เจ้าบ้าน [29 พ.ค. 53 13:55] ( IP A:58.10.90.105 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน