วันนี้ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน
   **Friday, 02 May 2008
ศาลชั้นต้นตัดสิน สธ.จ่าย 3.9 ล้าน ให้เหยื่อทางการแพทย์ ฐานละเมิด ประมาทเลินเล่อ ทำให้พิการสมองทุพพลภาพตลอดชีวิต แม่เหยื่อวอนเห็นใจอย่าอุทธรณ์ ขณะที่ “ไชยา” รับปากไม่อุทธรณ์ พร้อมมอบเงินส่วนตัวช่วย 5 พันบาท เร่งผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ลดฟ้องร้องแพทย์

วันที่1 พ.ค. ศาลจังหวัดนนทบุรี มีคำพิพากษาในคดีที่นายยงยุทธ ปันนินา หรือน้องโจ้ โดยนางดวงนภา ปันนินา ผู้อนุบาล เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกระทรวงสาธารณสุข ฐานละเมิดและเรียกค่าเสียหาย 10,187,000 บาท โดยศาลสั่งให้กระทรวงสาธารณสุข ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นจำนวนเงินรวม 3.9 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าอาหาร 4 แสนบาท ค่าทำให้ทุพพลภาพถาวร 2 ล้านบาท ค่าเสียโอกาสในการประกอบอาชีพในอนาคต 1.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5%

นางดวงนภา มารดาของนายยงยุทธ อยู่บ้านเลขที่ 317/1 หมู่ที่ 3 ต.แม่ยางฮ่อ อ.ร้องกวาง จ.แพร่ กล่าวว่า ตนยื่นฟ้องต่อ สธ. เนื่องจากเห็นว่าแพทย์และพยาบาลรักษาลูกชายด้วยความประมาทเลินเล่อ ไม่ระมัดระวัง โดยเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2547 ขณะที่ลูกชายอายุ 19 ปี ได้ประสบอุบัติเหตุขับรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลง และหมดสติ และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลร้องกวาง จนส่งตัวต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลแพร่ ซึ่งแพทย์ได้รักษาโดยการให้ยาและเครื่องช่วยหายใจ เนื่องจากมีสมองบวมและมีเลือดออกในสมอง

นางดวงนภา กล่าวต่อว่า จากนั้น 1 สัปดาห์ต่อมาแพทย์ได้เจาะคอ ให้อาหารทางสายยางและให้ออกซิเจนทางท่อเจาะคอ ประมาณ 2 สัปดาห์ ลูกชายมีอาการดีขึ้น สมองเริ่มตอบสนอง ยกแขนขาและสื่อสารกับแม่และแพทย์ได้บ้าง แม้ยังพูดไม่ได้ และรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูเป็นเวลา 27 วัน เริ่มหายใจเองได้ จึงนำตัวมารักษาต่อที่ตึกผู้ป่วยธรรมดา ลูกชายเริ่มเดินได้ ทานอาหารทางปาก พูดคำสั้นๆ ได้ เขียนหนังสือได้ นับเลขได้ และแยกสีลูกบอลได้

นางดวงนภา กล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 13 ก.พ.2548 แพทย์ได้แจ้งให้พยาบาลเวรถอดท่อเหล็กที่คอออก แต่พยาบาลเวรบอกว่าคนไข้หายใจเองไม่ได้ จึงเอาท่อเหล็กใส่กลับคืนเข้าไปที่เดิม วันที่ 14 ก.พ.2548 แพทย์มาตรวจลูกชายและสั่งให้เอาท่อเหล็กที่คอออกอีก จากนั้นแพทย์และพยาบาลก็ออกไป หลังจากเอาท่อที่คอออก แต่เพราะความประมาท และไม่ระมัดระวัง แพทย์และพยาบาลไม่ได้อยู่ดูว่าลูกชายตนหายใจเองได้หรือไม่ ซึ่งลูกชายตนหายใจไม่ออกดิ้นรนกระเสือกกระสนอยู่นาน ตนจึงวิ่งไปตามพยาบาลแต่พยาบาลยืนดูโดยไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ ด้วยการให้เหตุผลว่า ปล่อยไว้สักพักเดี๋ยวก็ดีเอง จนลูกชายหัวใจหยุดเต้น ต้องปั๊มหัวใจ แต่สมองขาดออกซิเจนเสียหายใช้การไม่ได้ ไม่ได้สติและหายใจเองไม่ได้ จึงได้รับการรักษาโดยใช้เครื่องช่วยหายใจและเจาะคอเช่นเดิม กระทั่งวันที่ 13 พ.ค.2548 ได้ออกจากโรงพยาบาล ในสภาพที่กลายเป็นคนพิการถาวร ไม่รู้ตัวแขนขาเกร็ง นอนอยู่กับที่ เดินไม่ได้ ทานอาหารเองไม่ได้ ถ่ายอุจจาระปัสสาวะไม่รู้สึกตัว จนทุกวันนี้กลายเป็นผู้สมองพิการทุพพลภาพตลอดชีวิต

“ค่าเสียหายที่ศาลสั่งให้ สธ.ชดใช้ให้ คงไม่คุ้มเพราะทุกวันนี้เหมือนตายทั้งเป็น ลูกชายที่เป็นความหวังของครอบครัว ซึ่งสอบเข้าเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.นเรศวร จ.พะเยาได้ แต่กลับต้องมาอยู่ในสภาพคนพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ฉันต้องคอยดูแล ไม่มีอาชีพ ส่วนสามีทำงานก่อสร้างมีรายได้วันละ 200 บาท แต่ต้องเสียค่าอุปกรณ์การรักษาลูก เช่น ที่ดูดเสมหะและอื่นเดือนละเป็นหมื่น จึงอยากให้สธ.เมตตาและเห็นใจ โดยไม่ยื่นอุทธรณ์ จะขอบคุณมาก” นางดวงนภากล่าว

จากนั้น เวลา 12.20 น. นางปรียานันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ พร้อมด้วยนางดวงนภา และนายยงยุทธ ได้เดินทางมาเข้าพบนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สธ. เพื่อเรียกร้องให้ สธ.ไม่อุทรณ์คำสั่งศาล โดยนายไชยา ได้ออกมารับเรื่องด้วยตนเอง และได้มอบเงินสดช่วยเหลือให้กับนายดวงนภา จำนวน 5,000 บาท และให้นายนฤพนธ์ ประคุณวงศ์ ผู้เสียหายทางการแพทย์อีกราย ที่มีปัญหาฟ้องร้องกับโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุขาภิบาล 3 และสำนักงานหนักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สปสช.) กรณีประมาทในการทำคลอด ทำให้บุตรสาวขาดอากาศหายใจเพราะติดอยู่ระหว่างช่องคลอดนาน 10 นาที ซึ่งศาลอนาถา นัดไกล่เกลี่ยในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ อีกจำนวน 10,000 บาท

ซึ่งนายไชยา กล่าวว่า จะสั่งการให้ สธ.ไม่อุทรณ์คำสั่งศาล และจะชดใช้ค่าเสียหายโดยเร็ว เพราะวงเงิน 3.9 ล้านบาท อยู่ในอำนาจของ สธ. โดยจะหารือกับอัยการเพื่อดำเนินการตามที่ศาลสั่งทันที โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ซึ่ง สธ. ซึ่งขณะนี้ สธ.ได้เร่งผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ.... เพื่อให้ลดปัญหาการฟ้องร้องแพทย์ ทั้งนี้ ตนเห็นใจทั้งฝ่ายแพทย์ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่หนัก และคนไข้ที่ได้รับความเสียหายจากการรักษาของแพทย์

ด้านนางปรียนันท์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ตนได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี โดยได้เสนอ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ.... ซึ่งหากนายกรัฐมนตรี เห็นชอบจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหลักจากนั้นตนจะเข้าชื่อ 10,000 ชื่อ เพื่อเสนอเป็นกฎหมายอีกทางหนึ่งด้วย เพื่อให้ได้มีสิทธิ์เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการวิสามัญร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองฯ ร่วมพิจารณา พ.ร.บ.ดังกล่าวด้วย เนื่องจากยังมีข้อถกเถียง 2 ประเด็นที่ยังถกเถียงกันอยู่ คือ กรณีที่รับเงินชดเชยแล้วจะต้องไม่ฟ้องร้องแพทย์อีก และให้ยกเลิกการฟ้องร้องคดีอาญากับแพทย์
https://www.consumerthai.org/old/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=1082&Itemid=57
โดย: กระทรวงหรือคนไข้ชนะ ดูเอาเอง [27 พ.ค. 53 10:26] ( IP A:58.11.72.182 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   หวังว่าท่านคงจะไม่ฎีกา
โดย: แต่ถ้าจะใช้สิทธิ์ ก็ไม่ว่ากัน [27 พ.ค. 53 10:27] ( IP A:58.11.72.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   แล้วจะเอาคำพิพากษามาให้อ่าน
โดย: ฟฟ [27 พ.ค. 53 13:33] ( IP A:58.11.85.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ฝ่ายคนไข้อุธรณ์ได้ ฝ่ายหมอห้ามอุธรณ์
ศาลตัดสินคนไข้ชนะ คือศาลยุติธรรม
ศาลตัดสินให้หมอชนะ คือศาลลำเอียง
โดย: กฏเหล็กเครือข่าย [27 พ.ค. 53 14:36] ( IP A:113.53.45.95 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   กระทรวงสาธารณสุขสู้คดี โดยกลุ่มกฎหมาย(บางคน)ที่มุ่งชนะเอาผลงาน โดยไร้เมตตาธรรมต่อคนไข้ การเรียนกฎหมายแล้วทำให้หัวใจขาดความเป็นมนุษย์ก็ไม่รู้จะเรียนไปทำไม ทุกข์ยากของผู้คนหวังพึ่งข้าราชการที่ดีมีใจเป็นธรรม ไม่ควรสวมหัวใจอมนุษย์สังคมจะอยู่ไม่ได้เพราะคุณมีอำนาจอยุ่ในมือ หากทำงานโดยไร้จิตสำนึกก็ควรลาออกไปตั้งสำนักงานกฎหมายแล้วหากินโดยออกนอกหน้าไปเลย
โดย: กฎหมายมีไว้ช่วยประชาชนที่ทุกข์ยาก [27 พ.ค. 53 17:56] ( IP A:115.87.130.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   คือการอุทธรณ์ฎีกานั้น กฏหมายเขาก็มีหลักว่าข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ฏีกานั้น ต้องเป็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทีควรยกขึ้นว่ากล่าว
หากมันผิดชัดเจนไม่สมควรก็ไม่น่าจะอุทธรณ์ฎีกา โดยเฉพาะการเยียวยาเขาก็มีกฎหมายให้อำนาจเยียวยาได้เองไม่ต้องให้คนไข้ฟ้อง
ส่วนคนไข้เขาไม่มีสิทธิ์เลือก เขาสิ้นทางไปเขาก็ต้องดิ้นรน ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกต้องแดกดันกัน แต่ก็ไม่ว่าหรอกครับ ขอกันกินมากกว่านี้ เพียงแต่เรามองว่าความมีเหตุผลมันไปไหนหมด ไม่ต้องพูดถึงเรื่องคุณธรรม
โดย: ฟฟ [27 พ.ค. 53 18:43] ( IP A:58.11.85.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   งานนี้เขาไม่ได้ฟ้องหมอ ฟ้องกระทรวง
โดย: ฟฟ [27 พ.ค. 53 18:44] ( IP A:58.11.85.61 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ดาวน์โหลดคำพิพากษาได้ที่นี่

https://www.upload-thai.com/download.php?id=facad8d8fd1f062655ce959e3d70f8aa

โดย: เชิญตามสบาย [27 พ.ค. 53 21:10] ( IP A:58.9.223.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   คดีนี้หลังจากศาลชั้นต้นตัดสิน รัฐมนตรีไชยาฯรับปากว่าจะไม่อุทธรณ์ได้ไม่นานก็เปลี่ยนรัฐบาล ดวงนภาหอบลูกไปพบรัฐมนตรีสธ.คนใหม่ทุกรัฐบาล มีการเจรจาไกล่เกลี่ยหลายครั้ง จนได้ข้อตกลงกันแล้ว แต่ทางกระทรวงยื่นอุทธรณ์โดยให้เหตุผลว่าให้เหตุผลว่ากระทรวงฯไม่มีเงินจ่าย อีกทั้งกระทรวงการคลังจะจ่ายก็ต่อเมื่อคดีสิ้นสุดทั้งสามศาล

ต่อมาศาลจังหวัดแพร่รับฟ้องคดีอาญา ดวงนภาสงสารแพทย์จึงถอนฟ้องให้โดยไม่รับเงินทองแม้แต่บาทเดียว แม้จะมีการเสนอเงินให้ดวงนภาเพื่อแลกกับการถอนฟ้องถึง 4 แสนบาทก็ตาม เธอยืนยันว่าจะขอรับเงินตามที่ศาลแพ่งสั่งให้สธ.จ่ายเท่านั้น และเห็นว่าแพทย์คู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้รับผิดชอบแทนแพทย์ควรเป็นกระทรวงสาธารณสุขในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด ตามพรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.539

วันนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดวงนภาอายทีจะไปขอร้องกระทรวงไม่ให้ฎีกา เธอบอกว่าในเมื่อเขาไม่เมตตาก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปกราบกรานเขาอีก
โดย: ข้อเท็จจริง [27 พ.ค. 53 21:39] ( IP A:58.9.223.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ไม่มีใครรู้สึก ถึงผู้เสียหายได้แท้จริง

อยากรู้ถึงซึ่งความรู้สึก ต้องไปเป็น "ผู้เสียหาย" เอง

ใครที่เข้าข้างคนผิด เท่ากับรับกรรมของผู้ที่ทำผิดไปครอบครอง เป็น "กฎแห่งกรรม" หากผิดนั้นผิดจริง แต่คิดช่วยกัน

ไม่ได้ระบุว่าเป็นเรื่องไหน เรื่องใด หรือใคร ใครเข้าข่ายนี้ ก็รับไป รับไปถึงลูกหลานทายาท ตน คือ กรรมคืนสนอง
โดย: แค่คนมอง [29 พ.ค. 53 21:34] ( IP A:111.84.249.65 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ชนะแบบนี้แล้วก็จ่ายไปง่ายๆ
อย่าทรมานเด็กเลย เพราะพ่อแม่ต้องหอบไปมาศาล
เงินที่ได้มาแค่นี้มันไม่มากมายอะไรหรอก
เพราะถ้าเขาเป็นคนปกติเหมือนเดิมได้ เขาก็คงไม่เอาเงินจำนวนนี้ ถ้าให้แลกกัน
เป็นกำลังใจให้ทั้งสองฝ่าย น้ำใจจากกระทรวงเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากกว่าสิ่งอื่นใด ในสถานการณ์แบบนี้
โดย: จีเอ็น [30 พ.ค. 53 13:29] ( IP A:110.49.164.159 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ไม่ใช่น้ำใจจากกระทรวง...ต้องพูดว่า...น้ำใจจากกลุ่มกฎหมายของกระทรวง เพราะข้อเท็จจริงคือนิติกรของกระทรวงคือคนชงเรื่องเสนอรัฐมนตรี เขาจะเสนอดีหรือร้ายอย่างไรก็ได้ (ทุกหน่วยงานมี
ทั้งคนดีและคนโคตรเลว)
โดย: คนดีไม่ได้เป็นใหญ่..เพราะหน้าไม่ด้านและใจมีเมตตา [30 พ.ค. 53 14:29] ( IP A:58.9.224.233 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ผมเจอนิติกรที่ศาลบ่อย คนเหล่านี้เขาเป็นนักกฎหมาย เขาดูเขาก็รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก และคนเหล่านี้คนคนฝ่ายโน้นที่เห็นใจผู้เสียหาย
โดย: ฟฟ [30 พ.ค. 53 19:11] ( IP A:58.8.12.212 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   (ทุกหน่วยงานมีทั้งคนดีและคนโคตรเลว)
โดย: รัฐมนตรีต้องหูหนัก ๆ [30 พ.ค. 53 19:59] ( IP A:58.9.221.148 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   บางคนก็เห็นใจจริง ๆ อย่างจริงใจ
บางคนก็เห็นใจแต่ปากว่า แต่ตาขยิบ
บางคนก็ปากขยับและตาขยิบแถมมุ่งหวังเอาชนะผู้เสียหาย
ให้ร้ายผู้เสียหายแบบหน้าตัวเมียก็ทำมาแล้ว
โดย: หน้าตัวเมีย [31 พ.ค. 53 20:22] ( IP A:58.9.196.23 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   เอาใจเขามาใส่ใจเราทั้ง 2 ฝ่าย
และพึงสำนึกถึงความรอบคอบและไม่รู้เปลี่ยนเป็นให้รู้ ในกรณีของหมอ
ความเจ็บป่วยของคนไข้คือครู ชีวิตใครเค้าก็รักรวมถึงคนที่รักเค้า
ถ้ามารพ.แล้วต้องเจ็บมากขึ้น อย่างน้อยสาเหตุ1ในนั้นคือเรานะคุณหมอ
โดย: doc... [23 มิ.ย. 53 22:30] ( IP A:125.26.195.211 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ขอบคุณทุกความเห็นครับ โดยเฉพาะ ความเห็นที่6
โดย: เจ้าบ้าน [7 ก.ค. 53 8:33] ( IP A:210.86.181.20 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน