สังคมไทย
   เปลวสีเงิน

คิดว่าทุกท่านคงมีความสุขกับการได้ติดตามชม-ติดตามฟังการ "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" ของฝ่ายค้านเมื่อวานนี้นะครับ และวันนี้ (๑ มิ.ย.๕๓) ยังมีต่ออีกวัน ขอบอกว่าลืมได้ แต่พลาดไม่ได้ ถ้า (ทน) ฟังจบทั้ง ๒ วันแล้วได้ความว่าอย่างไร และท่านรู้สึกตอบสนองอย่างไร อย่าลืมเล่าให้ฟังบ้างละกัน หะแรกผมก็ตั้งท่าจะดูให้ครบทุกเม็ดอยู่หรอก แต่ "ใจไม่ด้านพอ" ลงท้ายต้องปิดเสียง แช่แต่ภาพไว้ชำเลือง
เฮ้อ....ดูแล้ว ฟังแล้วก็ต้องปลง พวกฝ่ายค้านนี่เขาเก่ง เมืองไทยแทบเหลือแต่ซาก แต่เขาก็ยังสามารถขุดซากแห่งความอัปยศขึ้นมาเลือกแทะหน้าจอได้หน้าตาเฉย ก็ต้องยอมเขาละ...แบบนี้!
ผมมองไม่เห็นประโยชน์อันใดจากประชาธิปไตย ระบบรัฐสภา ถ้าระบบยังไม่สามารถคัดกรอง "คนคุณภาพ" ด้วยคุณธรรมเข้ามาทำหน้าที่ และถ้าจะยึดตามคำกล่าวอ้างของบาง ส.ส.ที่อภิปรายว่า "ผมเป็นตัวแทนประชาชน...ประชาชนเลือกผมมา" ในเชิงตรรกะมันก็สะท้อนความจริงสังคมชาติวันนี้ว่า
คุณภาพสังคมไทย เท่ากับคุณภาพ ส.ส.!?
มัน เป็นความจริงที่เจ็บปวดมากทีเดียว ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็คิดอย่างนั้น แต่ก็คนส่วนใหญ่อีกนั่นแหละ ในทางปฏิบัติ จะพูด-จะทำ "ตรงข้าม" กับสิ่งที่คิด
จะว่าไปแล้ว ประเทศไทยวันนี้ "ตกหล่ม-จมปลัก" ประชาธิปไตยรูปแบบ จนกลายเป็น "เหยื่อ" ถาวรของนักเลือกตั้งอาชีพไปแล้ว!
พัก เรื่องตัวเงิน-ตัวทอง มาคุยเรื่องเป็นเงิน-เป็นทองของผมดีกว่า มีแฟกซ์ค้างอยู่ในตะกร้าตั้งแต่วันเสาร์ อ่านเดาๆ ลายเซ็นเพรียวลมตอนท้ายของข้อความ ๒-๓ บรรทัดว่า น่าจะเป็น "คุณอรทัย"
บอกว่า ดีใจที่คนไทยโพสต์ "หนีไปตั้งหลัก" จากเหตุการณ์ ๑๙ พฤษภา ปลอดภัยกลับมาทุกคน ก็เลยโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทสารสู่อนาคตมา ๓,๐๐๐ บาท เป็นการสนับสนุน "เว็บไซต์ไทยโพสต์" ที่อ่านฟรีทุกวัน แล้วอย่างนี้จะให้ผมพูดอะไรได้นอกจาก "ขอบคุณ" และ "ขอบคุณ"
และไม่อิดออดใดๆ รับไว้ทันทีเลย!
คุณ อรทัยบอกว่า "ดีใจ" ผมก็พลอยโล่งอก-โล่งใจไปด้วย เพราะยังขวัญผวา นอนละเมอยังไม่หายกับรหัสลับ "ตกใจ" ของคุณณัฐวุฒิเขา ที่ว่า คนเสื้อแดงตกใจวิ่งเข้าร้านเพชร ร้านขายกระเป๋า ขายนาฬิกา-แว่นตา ในห้างเซ็นทรัล และ..
ตกใจ เผาเลย!!!!
อันที่จริง ที่พวกกบฏทักษิณ "เผาบ้าน-เผาเมือง" ครั้งนี้ มันก็มีอานิสงส์เป็นสิ่งดีอยู่เหมือนกัน เท่าที่เห็นชัดเจนคือ ทำให้คนไทย "รักบ้าน-รักเมือง" มากขึ้น และที่น่าดีใจคือ ทำให้หันมารัก-สามัคคีกันเหนียวแน่น ซึ่งเห็นได้จากภาพที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ร่วมแรง-ร่วมใจ ออกไปกวาดถนน และ...ช็อปกระจาย!!
ที่ ต้องแอบดีใจสุดๆ คือ ทำให้หนุ่ม-สาว-เยาวชน "คนรุ่นใหม่" ตื่นตัว หันมาสนใจเรื่องบ้าน-เรื่องเมืองในรอบ ๓๐ ปีเลยก็ว่าได้ และไม่เพียงตื่นตัวเฉยๆ ยังแสดงออกซึ่งความรักหวงแหนบ้านเมืองและสถาบันด้วย "ปฏิบัติการร่วม" เป็นงานเป็นการกันไปเลย
เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว ในเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา และ ๖ ตุลา ประชาชน คนหนุ่มสาว "เกลียดทหาร" ชนิดว่า ทหารออกจากบ้านไปทำงานต้องแต่ง "นอกเครื่องแบบ" ถึงที่ทำงานแล้วค่อยเอาเครื่องแบบมาสวม
แต่ครบ ๓๐ ปีรอบนี้ตรงกันข้าม ประชาชน คนหนุ่มสาวกลับ "รักทหาร" เต็มหัวใจ เพราะครั้งก่อน ทหารเป็นผู้กระทำ แต่ครั้งนี้ ทหารตกเป็นผู้ถูกกระทำ และใช้ความอดทน-อดกลั้น กอบกู้รักษาประเทศชาติ-สถาบัน ให้รอดจากพวกกบฏทักษิณ ยอมตาย ยอมขายขี้หน้า และยอมให้ ส.ส.บางคนใช้สภาเป็นฐานโจร
ก่น-กล่าวโทษ!?
บทสรุปที่ได้จาก ๑๙ พฤษภา ก็คือ ไม่ว่าการบ้าน-การเมือง-การทหาร "ทุกการ" แหละ ใครจะทำอะไร ถ้าเอาหลังอิงมหาประชาชนไว้ แคล้วคลาดปลอดภัย แถมมีโชค-มีชัยทุกรายไป...บอกไม่เชื่อ!
พูดถึงแต่ทหาร ลืมตำรวจไป ความจริงมีข้อความหนึ่งถูกส่งเข้าอีเมล์ผมต่อเนื่องเป็นสัปดาห์แล้ว เป็นบันทึกภาคสนามของ "นักข่าวเนชั่นทีวี" ผมอ่านแล้ว เป็นคำตอบถึงบทบาท-หน้าที่ตำรวจได้อย่างดี อ่านดูนะครับ
นภพัฒน์จักร อัตตนนท์ **Nation Channel*
ที่เห็นและเป็นอยู่* *: บันทึกเหตุการณ์ 19 พฤษภา '53**
เรา ถือเป็น 48 ชั่วโมงที่ประเทศไทยพบกับความเปลี่ยนแปลงทั้งในหน้าประวัติศาสตร์การเมือง และแน่นอนในเรื่องผลกระทบกับชีวิตของประชาชน ตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 19 พฤษภาคม จนถึงตกเย็นของวันที่ 20 พฤษภาคม ผมได้ลงไปเกาะติดรายงานข่าวจากภาคสนาม ซึ่งหลายอย่างผมได้นำเสนอผ่านหน้าจอโทรทัศน์ แต่อีกหลายสิ่งอย่างที่ไม่สามารถพูดออกไป...
บันทึก 'ที่เห็นและเป็นอยู่' มีเจตนาเพื่อเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แน่นอนด้วยวิกฤติทางการเมืองตอนนี้ หลายสิ่งอย่างไม่ใช่เรื่องดีนัก และบันทึกนี้อาจสร้างอารมณ์โกรธแค้นไม่พอใจคนบางคน หรือองค์กรบางองค์กรได้ แต่เจตนาที่เขียนบันทึกนี้ไว้เพื่อให้ได้ถ่ายทอดความจริงให้เราได้จดจำและ เรียนรู้ต่อไป
19/05/53 ราวเที่ยงคืนกว่าๆ: ผมได้รับโทรศัพท์ บอกว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีความพยายามของทหาร ในการเข้ามากดดันการชุมนุมที่เวทีราชประสงค์ แหล่งข่าวที่รายงานผมน่าเชื่อถือพอสมควร แต่สิ่งที่ผมทำได้ก็เพียงแค่การเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมโทรศัพท์ไปบอกทีม งานออกอากาศให้เตรียมพร้อม และเข้านอนไปตอน 01.00 น. พิเศษหน่อยคือคืนนั้นผมเปิดเสียงโทรศัพท์ทิ้งไว้ตอนนอน
03.30 น.: โทรศัพท์ดังระหว่างผมนอนหลับไปได้ไม่ถึง 3 ชั่วโมง แหล่งข่าวคนเดิมโทรมารายงานความคืบหน้าว่าปฏิบัติการทางทหารกำลังจะเริ่ม แล้ว ผมโทรไปย้ำกับทีมออกอากาศโทรไปรายงานให้ บก.ที่โต๊ะ ตอนแรกเตรียมตัวออกจากบ้านทันที แต่ บก.ที่โต๊ะเตือนสติไว้ว่าให้ออกจากบ้านหลังพระอาทิตย์ขึ้นดีกว่าเพื่อความ ปลอดภัย
07.00 น.: ออกจากบ้าน มุ่งหน้าราชประสงค์ ตั้งใจไปที่จุดไข่แดงของการชุมนุมของกลุ่ม นปช.แต่มาตรการอันรัดกุมของทางทหารทำให้ต้องจอดรถอยู่ที่หน้าจามจุรีสแควร์ ไม่สามารถเข้าไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเหมือนทุกครั้งได้ บวกกับเหตุการณ์การปะทะกันระหว่าง นปช.กับทหารที่บริเวณสามย่าน ทำให้ตัดสินใจลงไปทำข่าวตรงจุดนี้ และทิ้งการทำข่าวการสลายการชุมนุมที่บริเวณแยกศาลาแดงไป
12.00 น.: หลังการปะทะกันรวม 3 รอบ มีทั้งระเบิด M79 ประสุนจริงและกระสุนยาง มีคนเจ็บอย่างน้อย 2 ราย เมื่อสงบลงผมจึงตัดสินใจเดินเท้าจากสามย่านมุ่งหน้าอังรีดูนังต์ เพื่อไปติดตามสถานการณ์ที่เวทีราชประสงค์ ซึ่งบรรยากาศการเดินเท้า ณ จุดนั้น ระยะทางอย่างมาก 3 กิโลเมตร แต่สำหรับผม มันเป็น 3 กม.ที่วังเวงที่สุดในชีวิต เพราะบรรยากาศการปะทะกันเกิดขึ้นตลอดทั้งเช้าช่างดูรุนแรงจริงๆ
13.00 น.: รายงานสดรอบ 12.30 น. เสร็จ ก็ได้รับข่าวการประกาศมอบตัวของแกนนำ นปช. ซึ่ง ณ นาทีนั้นผมประหลาดใจ ระคนดีใจเพราะการมอบตัวของแกนนำ นปช.เท่ากับการยุติการชุมนุม และนั่นก็จะหยุดการเข้ามาสลายที่จุดไข่แดงของทหาร ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงคนนับสิบนับร้อยอาจต้องสูญชีวิตลง รวมถึงหลายคนที่ผมเกาะติดสัมภาษณ์มาตลอดเวลา ซึ่งในขณะนั้น การประกาศยุติการชุมนุมของคุณณัฐวุฒิและคุณจตุพร เกือบทำให้ผมรู้สึกว่า นปช.นี่แหละคือผู้ชนะในการประลองศึกการเมืองครั้งนี้แล้ว
14.00 น.: ไม่กี่นาทีหลังจากการมอบตัวของ 6 แกนนำ นปช. จากความรู้สึกที่ดีที่ ณ นาทีนั้นผมมอบให้กับเหล่าแกนนำ ที่แม้ว่าหลายอย่างที่ผ่านมาผมไม่เห็นด้วย แต่การปักหลักอยู่กับผู้ชุมนุมจนนาทีสุดท้ายก็ทำให้รู้ว่าแกนนำกลุ่มนี้ไม่ ทิ้งคนของตัวเอง และ เมื่อถึงวินาทีสุดท้ายก็รักษาชีวิตของผู้ชุมนุม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี ความรู้สึกที่ดีเหล่านั้นก็หมดลงด้วยเหตุการณ์ต่อไปนี้
14.20 น.: ท่ามกลางควันดำที่ก่อตัวขึ้นหลังเวที นปช. นาทีนั้นผมยังเข้าใจว่าเกิดจากความคึกคะนองของผู้ชุมนุมไม่กี่คน (ในทีวียังรายงานไปเช่นนั้น) ไม่ได้มีความคิดเรื่องการเจตนาวางเพลิงห้าง Central World แม้แต่น้อย แต่ทันใดนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่น่าตกใจ ผมเห็นคนพยายามจุดไฟเผาสวนรอบๆ ตัวอาคาร จากนั้นก็ขว้างยางรถยนต์สลับกับระเบิดขวดเข้าใส่เพื่อให้ไฟลุกมากขึ้น และภาพสุดท้ายที่จะได้เห็นจากในวิดีโอนี้ คือ ผมเห็นคนขว้าง 'ถังแก๊ส' เข้าใส่กองเพลิง ย้ำชัดเจนถึงเจตนา ที่จะเผาอาคาร Central World ให้เสียหายได้มากที่สุด
15.30 น.: กว่าชั่วโมงที่ผมเป็นสักขีพยานกับความพยายามของ *กลุ่มก่อการร้าย *(ก่อนหน้านี้ไม่เคยเรียก แต่ครั้งนี้ผมว่าคำเรียกนี้เหมาะสมแล้ว) ที่ตั้งใจแผดเผาอาคาร Central World ให้ราบคาบแบบที่ผมขอใช้คำว่า 'พยายามแล้ว พยายามอีก' เพราะหลายครั้ง ไฟก็มอดก็ดับไป แต่คนกลุ่มนี้ก็จะใช้วิธีการเดิม คือจุดไฟเผา-ขว้างระเบิดขวด-ปาถังแก๊สเพื่อบรรลุเป้าหมายให้ได้ จนถึงจุดหนึ่งผมก็เห็นควันไฟเหล่านี้ออกมาจากตัวอาคาร Central World ซึ่งเป็นจุดที่ผมเริ่มเศร้าใจกับความจริงที่ว่าอาคารแห่งนี้อาจจะกลายเป็น อดีตในอีกไม่นาน
16.00 น.: เมื่อเริ่มตั้งสติได้ ผมก็เริ่มเดินสำรวจความพยายามของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในรอบรั้วสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ (ตรงข้าม Central World) ที่น่าเศร้าคือ ตำรวจกว่า 300-400 คน ไม่มีใครแสดงถึงความพยายามในการหยุดยั้งการกระทำของกลุ่มก่อการร้าย หนำซ้ำผมเห็นหลายคน 'ซี้ดปาก' ด้วยความสะใจ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงระเบิดดังๆ ตำรวจหลายคนควักกระเป๋าล้วงกล้องดิจิตอลเก็บภาพตัวเองกับควันโขมงเหนืออาคาร Central World ไว้เป็นที่ระลึก ราวกับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าจดจำแห่งหนึ่ง
16.30 น.: หลังประสบความสำเร็จกับเป้าหมายเผาผลาญห้าง Central World กลุ่มก่อการร้ายเริ่มหันมาให้ความสนใจกับสื่อมวลชน รถถ่ายทอดสดของช่อง 3 หลังได้ยินข่าว นปช.กลุ่มหนึ่งไปบุกที่อาคารสำนักงานที่พระราม 4 ถึงกับต้องถอยรถมาจอดหลบ และแกะป้ายสติกเกอร์โลโก้ช่อง 3 ออก
16.45 น.: ความรุนแรงลุกลามขึ้น กลุ่มก่อการร้ายบางคนชี้นิ้วเข้ามาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการชักปืนขึ้นยิงสาดกระสุนเข้ามาข้างใน ช่างภาพหลายสำนักพยายามเก็บภาพสำคัญนี้ไว้ นักข่าวหลายคนวิ่งหลบหนีแต่ก็ยังพยายามทำหน้าที่ในการรายงานข่าวของตัว เองอยู่ ผมหันไปสำรวจบรรยากาศโดยรอบที่น่าตกใจ (หรือไม่น่าตกใจ?) คือผมเห็นตำรวจก้มหลบหลังตัวอาคารแทบทุกคน เรียกได้ว่าหลบก่อนช่างภาพบันทึกข่าวซะอีก
17.00 น.: ผมเดินเท้าออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้เส้นทางถนนอังรีดูนังต์ ครั้งนี้แค่เดินไม่ได้ครับ ผมวิ่งจ้ำอ้าว มุ่งหน้าจุดออกอากาศให้ได้เร็วที่สุด สาเหตุที่กลัวมากกว่าปกติ เพราะได้แวะสอบถาม อปพร.ที่พยายามเข้าไปดับไฟที่สยามสแควร์แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากกลุ่มก่อการร้ายระดมยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ อปพร. ทั้งคำพูดนี้ไว้กับผมว่า "ไอ้น้องเดินออกไประวังละกัน กระสุนมันก็วิ่งไปทุกทิศแหละ"
18.00 น.: ออกอากาศรอบสุดท้ายสำเร็จ ผมเดินทางออกจากถนนอังรีดูนังต์ทันทีพร้อมกับถอดปลอกแขนนักข่าวสีเขียวออก หลังทราบข่าวว่าแกนนำ นปช.ที่ดินแดง ปราศรัยมุ่งหมายทำร้ายสื่อมวลชน ระหว่างนั่งรถกลับมาที่บ้าน สิ่งที่อยู่ในสมองผมคือพระบรมราโชวาทขององค์ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" เรื่องของ 'หน้าที่' อย่างที่ผมทำหน้าที่นักข่าวของผมเกาะติดรายงานสถานการณ์ หลบกระสุน-หลบระเบิดเพื่อได้รายงานความคืบหน้าให้กับประชาชนได้รับทราบ
ทำ ให้ผมสงสัยว่าตำรวจ 300-400 คนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ นาทีนั้น นาทีที่คุณมีกำลังคนและอาวุธมากกว่ากลุ่มก่อการร้ายหลายเท่า พวกคุณไม่ได้มี 'หน้าที่' ที่ต้องออกปกป้องคุ้มครองชีวิตของประชาชนหรือ?
ครับ..จบลงแค่นี้ "คุณนภพัฒน์จักร" กลั่นออกมาได้ใส..บริสุทธิ์ ไม่จำเป็นที่ผมจะไปแตะต้องอะไรให้ของเขาหมอง.
คนเหนือ
โดย: ไทยเป็นรัฐล้มเหลว [1 มิ.ย. 53 10:23] ( IP A:58.9.201.208 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   .....ได้ใจจริงๆ ตำรวจ
โดย: เลวว่ะ [2 มิ.ย. 53 14:17] ( IP A:210.86.181.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ให้กำลังใจตำรวจดี ๆ แต่ตำรวจเลว ๆ ก็มีจนล้นสตช.
ไม่รู้จะพึ่งใครได้
โดย: ล้มเหลวไปแล้ว [4 มิ.ย. 53 8:55] ( IP A:61.90.86.100 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน