เรื่องเล่าจากแพทยสภา
   สำนักงานเลขาธิการแพทยสภาได้รับเรื่องร้องเรียนจากสามีผู้ป่วยซึ่งได้ร้องเรียนแพทย์โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ว่าผู้ร้องได้พาภรรยาไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลชุมชน ที่จังหวัดเลย แต่เมื่อช่วงใกล้คลอดได้ตัดสินใจรับการคลอดบุตรที่โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดกาญจนบุรี และได้ไปตรวจร่างกายกับแพทย์ที่โรงพยาบาลดังกล่าวแพทย์แจ้งว่า ให้มาคลอดวันที่ 17 มีนาคม



ต่อมาผู้ร้องได้พาภรรยาไปคลอดหลังจากวันนัด 3 วัน โดยที่ยังไม่มีอาการเจ็บครรภ์ แพทย์ได้ทำการคลอดให้โดยให้ยาระงับความรู้สึก หลังจากคลอดแล้วภรรยาผู้ร้องได้ถูกตัดมดลูกทิ้ง ส่วนทารกที่คลอดมานั้นมีความเจริญเติบโตไม่เหมือนเด็กปกติทำให้ครอบครัวได้รับความทุกข์ทรมานอย่างมาก เลขาธิการแพทยสภาจึงได้ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ ดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริง คณะอนุกรรมการจริยธรรมฯ พิจารณาแล้วมีความเห็นว่า ควรนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวนโดยยังไม่ถือว่าผู้ถูกร้องเรียนมีความผิดด้านจริยธรรม จึงได้มีมติ คดีมีมูล



คณะอนุกรรมการสอบสวน ได้ดำเนินการทำหนังสือสอบถามข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวไปยังประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้ให้ความเห็นมาในรูปองค์คณะสรุปได้ความสำคัญว่า



ถาม 1 จากข้อมูลการตรวจภายในผู้ป่วยพบปากมดลูกเปิดกว้างเท่ากับหนึ่งนิ้วมือ ศีรษะเด็กลงมาระดับกลาง สมควรที่แพทย์จะทำการกระตุ้นคลอดหรือไม่



ตอบ ในรายนี้ การกระตุ้นคลอดขึ้นกับว่ามีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์หรือไม่ ถ้าหากมีข้อบ่งชี้ก็ควรทำ ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้ชัดเจน แต่ผู้ป่วยและแพทย์ได้ทำความตกลงที่จะกระตุ้นคลอด โดยอธิบายทางเลือกของการคลอด รวมทั้งข้อดี ข้อเสียของวิธีต่างๆ จนเป็นที่เข้าใจดี ในรายนี้อายุครรภ์ 38 สัปดาห์ การกระตุ้นคลอดสามารถทำได้โดยใช้ความระมัดระวัง



ถาม 2 การใช้ยา ไซโตเทก ในสภาวการณ์เช่นนี้ ในผู้ป่วยรายนี้สมควรหรือไม่ อย่างไร



ตอบ การใช้ยา ไซโตเทก เพื่อกระตุ้นคลอดในรายนี้มีจุดประสงค์เพื่อเตรียมปากมดลูกไว้ เนื่องจาก Bishop scores ไม่ดี จึงสามารถใช้ได้ แต่ขณะเกิดเหตุการณ์นี้ ราชวิทยาลัยสูติฯ ยังไม่มีข้อแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยา



คดีนี้มีการฟ้องศาล แต่ได้ประนีประนอมกันแล้ว ตามข้อมูลที่นายแพทย์ผู้ถูกร้องเรียนมอบให้คณะอนุกรรมการพิจารณาตามคำสั่งศาลแพ่งลง โดยนายแพทย์ผู้ถูกร้องเรียนกับโรงพยาบาลได้จ่ายเงินให้แก่ผู้เสียหายจำนวน 1,400,000 บาท (หนึ่งล้านสี่แสนบาท) ผู้ร้องรับว่าจะถอนคำร้องจากหน่วยงานต่างๆ ที่มีการร้องเรียนเมื่อได้รับเงินครบถ้วน และจะถอนฟ้องคดีอาญาด้วย ส่วนการฟ้องแพทยสภาเมื่อฟ้องแล้วถอนไม่ได้



คณะอนุกรรมการสอบสวน ได้พิจารณาข้อมูลทั้งหมดแล้ว สรุปความสำคัญได้ว่า ผู้ป่วยอายุ 33 ปี ท้องที่สอง มีบุตรแล้วหนึ่งคน ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลชุมชน จังหวัดเลย แต่มาคลอดที่โรงพยาบาลเอกชน จังหวัดกาญจนบุรี ขณะฝากครรภ์อายุครรภ์ 38 สัปดาห์ ไม่มีใบฝากครรภ์ ไม่มีข้อมูลบ่งชี้การกระตุ้นคลอด มีข้อมูลการตรวจภายในพบว่าปากมดลูกเปิดเพียงหนึ่งนิ้วมือ ศีรษะอยู่ระดับกลาง แพทย์ทำการกระตุ้นให้เกิดการคลอด โดยใช้ยาไซโตเทก ครึ่งเม็ด เหน็บทางช่องคลอด ทำการคลอดชนิดที่ไม่ให้ปวดเมื่อเวลาประมาณ 10.10 น. มีน้ำเดินตอนเที่ยง เติมยาเข้าไขสันหลัง เป็นพักๆ ประมาณ 14.00 น. ศีรษะเด็กค้างไม่เคลื่อนลงแพทย์จึงทำการผ่าตัดมดลูกเพื่อเอาเด็กออกเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. ได้ทารกเพศหญิง น้ำหนัก 3,200 กรัม น้ำคร่ำใส มี ก้อนเลือดซ่อนอยู่หลังรก ประมาณ 30% ของรก ขณะผ่าตัดคลอดมดลูกไม่หดตัวทำให้ เสียเลือดประมาณ 2,000 ซีซี ในที่สุดทำการตัดมดลูกออก ผู้ป่วยฟื้นดี ทารกหลังคลอดมี สัญญาณชีพดี นายแพทย์ผู้ถูกร้องเรียน ได้ทำหนังสือชี้แจงว่า “กรณีที่ผู้ป่วยถูกตัดมดลูกนั้นมีเหตุนำมาจากการสูญเสียเลือดมากหลังจากที่ได้ทำการผ่าตัดคลอดบุตร เหตุที่ต้องผ่าตัดเอาทารกออกเพราะทารกในครรภ์มีอาการแสดงของอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติส่อว่ามีเหตุบางอย่างที่ทำให้เกิดภาวะการขาดออกซิเจนระหว่างคลอดซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อทารกได้ ตนจึงตัดสินใจทำผ่าตัดคลอดอย่างเร่งด่วน ซึ่งก่อนการตัดสินใจดังกล่าวก็ได้แจ้งให้ทางมารดาและสามีทราบ หลังจากที่ได้นำทารกออกจากครรภ์แล้ว



เมื่อทารกคลอดจึงได้พบว่าสาเหตุที่นำไปสู่ภาวการณ์เต้นผิดปกติของหัวใจทารกนั้นน่าจะเกิดจากรกมีการลอกตัวของรกก่อนกำหนด เนื่องจากพบก้อนเลือดครอบคลุมพื้นที่บ่งชี้ประมาณหนึ่งในสามของรกและเป็นชนิดซ่อนเร้น ทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยได้ก่อนการผ่าตัดเพราะไม่มีอาการแสดงของการตกเลือดก่อนคลอดให้ประจักษ์ นอกจากนี้ผลแทรกซ้อนตามมาของภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดทำให้เกิดการแข็งตัวของเลือดผิดปกติไป หลังจากที่เย็บแผลที่มดลูกเสร็จแล้วพบว่ายังมีเลือดซึมค่อนข้างมากตามรอยเย็บและมีเลือดออกมากทางช่องคลอดร่วมกับมดลูกที่ไม่แข็งตัวตามที่ควรจะเป็น การรักษาขณะนั้นได้ให้ยากระตุ้นให้มดลูกบีบรัดตัว โดยให้ Oxytocin (ยาเร่งให้มดลูกหดตัว) หยดทางน้ำเกลือ ตามด้วย Methergine ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ เมื่อพบว่ายังไม่ได้ผล จึงให้ Nalador หยดทางน้ำเกลือ โดยระหว่างนั้นได้ช่วยบีบกดมดลูกแบบใช้สองมือบีบมดลูกตลอดเวลาร่วมกับได้ขอเลือดและให้ไปทันที 2 หน่วย พบว่าการพยายามช่วยเหลือดังกล่าวยังไม่ประสบผลสำเร็จ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสียเลือดต่อเนื่องซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้ป่วยได้แพทย์จึงตัดสินใจทำการตัดมดลูกซึ่งเป็นต้นกำเนิดของการเสียเลือดออก ตนมิได้ตัดสินใจโดยประมาทเนื่องจากผู้ป่วยมีบุตรมาแล้วหนึ่งคนและได้เซ็นยินยอมให้ทำหมันไปแล้ว ตลอดจนการพยายามที่จะรักษามดลูกเอาไว้นั้นดำเนินการมาเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมงโดยไม่ประสบผลสำเร็จและผู้ป่วยได้สูญเสียเลือดประเมินได้ว่าไม่น้อยกว่า 1,500 มิลลิลิตรแล้ว หลังการผ่าตัดผู้ป่วยฟื้นตัวปกติ ทั้งนี้มีอายุรแพทย์ของทางโรงพยาบาลร่วมดูแลรักษาโดยตลอด



ส่วนทารกนั้น แรกคลอดแม้ว่าคะแนนสัญญาณชีพที่นาทีแรกไม่ค่อยดีนัก แต่หลังจากให้การช่วยเหลือแล้วก็ได้คะแนนเพิ่มเป็นประมาณ 7 ที่ 5 นาที ซึ่งก็ถือว่าน่าพอใจ กุมารแพทย์ที่ดูแลได้ให้การช่วยเหลือตั้งแต่ในห้องผ่าตัด ซึ่งมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตครบครัน จึงมิอาจกล่าวได้ว่าประมาทในการให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามทารกเกิดมีอาการแทรกซ้อนคือมีอาการชัก ซึ่งทางกุมารแพทย์ก็ได้ให้การแก้ไขที่เหมาะสม”



นายแพทย์ผู้ถูกร้องเรียนได้ใช้ยา ไซโตเทก กับคนไข้รายนี้ โดยมีข้อบ่งชี้ว่า



1. ตำราข้อมูลทางวิชาการที่มีอยู่ให้ใช้ได้



2. ประเด็นที่เลือกให้เป็นข้อบ่งชี้ที่พิจารณาตามความเป็นจริงที่ตรวจพบคือ



2.1 เด็กมีขนาดตัวโต (ขนาดครรภ์ครบ 38 สัปดาห์)



2.2 มารดาอ้วน



2.3 ตรวจภายในมดลูกเปิด 1 FB



2.4 เพื่อหลีกเลี่ยงการผ่าตัดคลอด



2.5 สามีอยู่ไกล (จังหวัดเลย) ไปมาลำบาก ผู้ป่วยมีความประสงค์ต้องการให้แพทย์ ทำการชักนำการคลอด เพราะอยากให้ครอบครัวอยู่พร้อมหน้า



คณะอนุกรรมการสอบสวน พิจารณาข้อมูลทั้งหมดแล้ว เห็นว่า นายแพทย์ผู้ถูกร้องเรียน ได้ให้การรักษาผู้ป่วยรายนี้ ตามความเหมาะสมในสถานการณ์นั้นๆ ดังนั้นจากข้อมูลดังกล่าว จึงเห็นควร ยกข้อกล่าวโทษนายแพทย์ผู้ถูกร้องเรียน กรณี มาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม



ภาวะการตกเลือดหลังคลอดพบได้ประมาณร้อยละ 5 ของการคลอด สาเหตุที่สำคัญกว่าร้อยละ 90 คือมดลูกไม่หดตัว ในการคลอดปกติมารดาเสียเลือดประมาณ 200 - 300 มล. แต่รายนี้เสียเลือดถึง 2,000 มล.สาเหตุของรายนี้น่าเกิดจากรกลอกตัวก่อนกำหนดและมีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ การตกเลือดหลังคลอดเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญของมารดา ในรายนี้แพทย์ได้ช่วยให้ทั้งแม่และลูกรอดตายแต่ไม่สามารถเก็บมดลูกไว้ได้ ถ้าพยายามเก็บมดลูกไว้มารดามีโอกาสตายสูง แพทย์ไม่ผิดแต่ทำไมผู้ป่วยฟ้องและทำไมต้องจ่ายเงินเป็นล้าน เหตุเป็นเพราะไม่มีการอธิบายให้เข้าใจตั้งแต่แรก ขาดการไกล่เกลี่ย ปล่อยให้เรื่องถึงศาล แพทย์ไม่แน่ใจในการพิจารณาของศาลเพราะผู้พิพากษาไม่มีความรู้ทางการแพทย์ ตัดสินผิดจากหลักวิชาทางการแพทย์บ่อย ผู้ป่วยฟ้องอาญาเพื่อบีบให้แพทย์เจรจายอมความด้วย แพทย์คิดแล้วไม่คุ้มที่จะสู้คดี เพราะต้องเสียค่าทนาย เสียเวลา และเสียความรู้สึกทางจิตใจมากทำอะไรไม่ได้ จ่ายเงินทำบุญไปแล้วสบายใจไม่ต้องมาคิดเรื่องนี้อีกทำงานต่อไปได้ เงินทองหาใหม่ได้ การซึมเศร้าและวิตกกังวลเสียหายมากกว่า ผู้ป่วยที่ได้เงินจากแพทย์ที่ช่วยเหลือตนเองเป็นเงินก้อนเหมือนถูกลอตเตอร์รี เก็บเงินไว้ไม่อยู่ใช้หมดในเวลารวดเร็ว เท่าที่ติดตามดูลงท้ายผู้ป่วยเหล่านี้แย่ทุกรายเหมือนเวรกรรมตามทัน
โดย: copy มาฝาก [2 มิ.ย. 53 23:17] ( IP A:58.9.193.236 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ผู้ป่วยที่ได้เงินจากแพทย์ที่ช่วยเหลือตนเองเป็นเงินก้อนเหมือนถูกลอตเตอร์รี เก็บเงินไว้ไม่อยู่ใช้หมดในเวลารวดเร็ว เท่าที่ติดตามดูลงท้ายผู้ป่วยเหล่านี้แย่ทุกรายเหมือนเวรกรรมตามทัน

อ่านประโยคนี้แล้ว..คุ้น ๆ กับสำนวนของนายกแพทยสภา ที่ชอบดูถูกคนไข้และญาติ
โดย: บางคนแก่ไม่น่าไหว้ [2 มิ.ย. 53 23:20] ( IP A:58.9.193.236 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   https://www.weitzlux.com/drugs/cytotec/lawsuit/_1345.html
เขาว่าไม่ควรใช้ไซโตเทคในการเร่งคลอด
ก็ไม่รู้ว่าใครโกหก ฝรั่งโกหก หรือแพทย์โกหก
โดย: ได้มาตรฐานดีแล้ว ตามแบบที่เจอกันบ่อยๆ [3 มิ.ย. 53 8:41] ( IP A:58.8.17.129 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   Cytotec Should Never be Used to Induce Labor; Lawsuit Information
Weitz and Luxenberg is no longer accepting Cytotec cases.
Cytotec is approved solely for the treatment of ulcers. Yet many obstetricians risk their patients' lives by prescribing Cytotec for the off-label use of inducing labor.

This use has not been approved by the Food and Drug Administration. According to the FDA, there can be serious side effects, including a torn uterus (womb), when misoprostol is used for labor and delivery. A torn uterus may result in severe bleeding, having the uterus removed (hysterectomy), and death of the mother or baby. These side effects are more likely in women who have had previous uterine surgery, a previous Cesarean delivery (C-section), or several previous births.

If your doctor gave you Cytotec to induce labor, filing a Cytotex Lawsuit will hold them responsible for your suffering.

We'll worry about the legal deadlines; you focus on healing. Our short form below will start the process.
โดย: อ่านดูก่อน [3 มิ.ย. 53 8:42] ( IP A:58.8.17.129 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   Cytotec Should Never be Used to Induce Labor;
ไม่ควรใช้ยาไซโตเทรในการกระตุ้นเร่งให้เกิดการคลอด
Cytotec is approved solely for the treatment of ulcers.
ยาไซโตเทคถูกรับรองให้ใช้เป็นยารักษาแผลในทางเดินอาหาร
Yet many obstetricians risk their patients' lives by prescribing Cytotec for the off-label use of inducing labor.
แต่สูติแพทย์หลายคนเอาคนไข้ไปเสี่ยงชีวิตโดยการใช้ยาไซโตเทคสำหรับรักษาเรื่องอื่นที่ไม่ใช่แผลทางเดินอาหาร
This use has not been approved by the Food and Drug Administration.
วิธีใช้ดังกล่าวคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐไม่เคยรับรองให้ใช้
According to the FDA, there can be serious side effects, including a torn uterus (womb), when misoprostol is used for labor and delivery.
ในความเห็นของคณะกรรมการอาหารและยา ยานี้ทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงได้ รวมถึงมดลูกแตกเมื่อใช้ยาไซโตเทคในการคลอดบุตร

A torn uterus may result in severe bleeding, having the uterus removed (hysterectomy), and death of the mother or baby. These side effects are more likely in women who have had previous uterine surgery, a previous Cesarean delivery (C-section), or several previous births.
มดลูกที่ฉีกขาดอาจจะทำให้เกิดเลือดออกรุนแรง ต้องตัดมดลูกและทำให้แม่หรือเด็กตายได้ ผลข้างเคียงดังกล่าวเกิดในหญิงที่เคยผ่าตัดมดลูกมาก่อน เคยคลอดบุตรโดยการผ่าตัดมาก่อนหรือคลอดมาแล้วหลายครั้ง

If your doctor gave you Cytotec to induce labor, filing a Cytotex Lawsuit will hold them responsible for your suffering.

ถ้าแพทย์ของคุณใช้ไซโตเทคกับคุณเพื่อกระตุ้นเร่งคลอด ฟ้องเรื่องไซโตเทคอาจจะทำให้เขาต้องจ่ายสำหรับความเจ็บปวดของคุณ
โดย: ฟฟ [3 มิ.ย. 53 15:17] ( IP A:58.8.240.41 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   เรื่องเล่าจากแพทยสภานี้ เป็นคอลัมม์ของไอ้สากเหล็ก
ผู้ลืมกำพืดของตัวเอง ดูถูกชาวบ้านเหมือนมันไม่ใช่ลูกเจ๊ก
ที่เคยยากจนมาก่อน เที่ยวใช้ปากอันเหน่าเหม็นเหมือนตูด
เป็นอาวุธระรานชาวบ้านที่เขาเสียหาย
โดย: ไอ้สากเหล็ก...ใจดำ [4 มิ.ย. 53 8:52] ( IP A:61.90.86.100 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ถูกล๊อตตารี่ ร่างกายต้องปกติดี

ไม่ใช่ร่างกาย ไม่ปกติ

แลกกัน ยังดีกว่า แลกกันไปเลย
ใครอยากแลก ยกมือขึ้นไปเลย
โดย: มันส์กว่าเยอะ [5 มิ.ย. 53 12:39] ( IP A:111.84.183.76 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   คงเป็ฯเวรกรรมของหมอโรงพยาบาลเอกชน ที่เวลาคนจะตายเข้าไปรักษา เดินออกมาถามว่าค่ารักษาxxx,xxxสู้ไหวไหม มากกว่านะครับถึงต้องเสียทรัพย์ 555
โดย: ห [6 มิ.ย. 53 14:47] ( IP A:113.53.190.177 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน