ความเห็นหมอประเวศ
   **“หมอประเวศ” แนะใช้สังคมนำการเมืองปฏิรูปประเทศ เชื่อทำสำเร็จปรองดองจะตามมา
17 มิถุนายน 2553 12:55 น.


“หมอประเวศ” แนะใช้สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาในการปฏิรูปประเทศไทย โดยให้สังคมนำ การเมืองตาม เสริมด้วยอำนาจเงิน เน้นแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างความเป็นธรรม และแก้ปัญหาความยากจน ถ้าทำสำเร็จความปรองดองจะตามมา พร้อมเตือนคนไทยใช้ปัญญาแก้ปัญหามากกว่าคิดแต่จะเอาชนะกัน


ที่อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (17 มิ.ย.) มูลนิธิพัฒนาไท โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้จัดเวทีระดมความเห็นเพื่อหาแนวทางปฏิรูปประเทศไทย โดยมีกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน นักวิชาการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐ เข้าร่วมกว่า 500 คน

นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ได้บรรยายพิเศษเรื่อง “การปฏิรูปประเทศไทย” ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้คือวิกฤตการณ์ลูกที่ 4 ของกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นเรื่องที่เข้าใจยากที่สุด แก้ไขยากที่สุด เพราะเป็นวิกฤตแห่งความซับซ้อนเชิงโครงสร้างซึ่งอำนาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้น จึงต้องใช้สังคมนำและการเมืองตาม เพราะหากใช้การเมืองนำก็จะถูกคัดค้านจากฝ่ายค้าน แต่ถ้าสังคมนำและการเมืองตามจะง่ายขึ้น

นพ.ประเวศกล่าวว่า หากเราดูเรื่องการเคลื่อนของอำนาจ เริ่มจากอำนาจรัฐ ตามด้วยอำนาจเงิน อำนาจจะไม่ลงตัว แต่สิ่งที่อยากเห็นคือ อำนาจทางสังคม หรือสังคมานุภาพ เป็นตัวเชื่อมอำนาจรัฐ และอำนาจเงิน ซึ่งจะไม่ทำร้ายกัน แต่เป็นตัวเชื่อมกันให้เกิดความลงตัว และควรใช้สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ซึ่งจะมีพลังในการทำเรื่องที่ยากๆ และเคยทำสำเร็จมาแล้วในการเคลื่อนไหวของรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่เป็นเรื่องที่ยากที่สุดก็สามารถทำได้สำเร็จ

นพ.ประเวศกล่าวว่า สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ประกอบด้วย 3 พลัง คือ พลังทางปัญญา พลังทางสังคม และพลังของอำนาจรัฐ ที่เชื่อมโยงกัน เพราะในกรณีของประธานาธิบดีอาคีโน ของฟิลิปปินส์ ที่มีทั้งพลังจากอำนาจรัฐและพลังทางสังคม เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากประชาชน แต่ไม่สามารถทำเรื่องการแก้ไขความยากจนและความอยุติธรรมทางสังคมได้สำเร็จ เพราะยังขาดพลังทางปัญญา เช่นเดียวกับประธานาธิบดีคลินตันของสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการทำเรื่องปฏิรูประบบสุขภาพ แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะมีพลังอำนาจรัฐและพลังทางปัญญา แต่ยังขาดพลังทางสังคม ดังนั้นการทำมุมใดมุมหนึ่งก็ไม่สำเร็จ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถือว่ามีอำนาจมากที่สุดทั้งอำนาจรัฐและอำนาจเงิน ก็ไม่สำเร็จ

ดังนั้น การปฏิรูปประเทศไทยต้องใช้พลังทางสังคม โดยสังคมต้องเป็นฝ่ายนำ ซึ่งตอนนี้มีนิมิตหมายที่ดีที่คนในสังคมเริ่มตื่นตัวกันมากขึ้น หากมีการรวมตัวในทุกพื้นที่ ในทุกเรื่อง สังคมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจากโครงสร้างเชิงดิ่ง เป็นเชิงราบ เรียกว่า “ประชาสังคม” ดังนั้น การเคลื่อนไหวของประชาสังคมต้องหนุนให้เกิดขึ้นอย่างอิสระ ไม่ขึ้นตรงกับใคร และต้องมีความหลากหลาย แต่สิ่งที่น่าทำคือ ควรมีการรับรู้ว่ากลุ่มไหนคิดอะไร ควรรับฟังมาทั้งหมด แล้วนำมาสังเคราะห์เป็นเรื่องหลักๆ ว่าสิ่งที่ประชาสังคมเสนอมีเรื่องอะไรบ้าง แล้วนำกลับไปที่สังคมจนเกิดเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมกัน ซึ่งจะเป็นแสงเลเซอร์ทางสังคม ที่ไม่มีอะไรมายุติได้ เช่น การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ด้วยการปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปภาษี ซึ่งถือเป็นเจตนารมณ์ทางสังคมทั้งหมด ไม่ว่าฝ่ายรัฐจะเป็นใคร ก็จะต้องทำตามเจตนารมณ์ทางสังคม

อย่างไรก็ตาม เรายังขาดความสามารถในการสังเคราะห์ประเด็นเชิงนโยบายให้สามารถนำไปปฏิบัติได้ แม้ว่าจะมีหน่วยงานอย่างสภาพัฒน์ สภาพัฒนาการเมือง หรือสภาองค์กรชุมชน แต่ก็ไม่มีพลัง เพราะยังขาดการสังเคราะห์ที่ชัดเจน รวมถึงสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยังขาดการสังเคราะห์ประเด็นเชิงนโยบาย ซึ่งเรื่องนโยบายสาธารณะเป็นเรื่องที่กระทบแทบทุกอณูทางสังคม ดังนั้นจึงต้องโทษมหาวิทยาลัย ที่ไม่สามารถสังเคราะห์นโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยต้องปฏิรูป เพื่อมหาวิทยาลัยเข้าไปหนุนท้องถิ่นทั้งหมด เนื่องจากมหาวิทยาลัยอยู่นอกสังคมไม่รู้ร้อนรู้หนาวทางสังคม ดังนั้นมหาวิทยาลัยต้องสัมผัสชุมชนท้องถิ่น

นพ.ประเวศกล่าวว่า การที่เรามาประชุมในวันนี้ต้องมีการออกแบบกลไกเพื่อส่งเสริมความคิดริเริ่มในสังคม เพื่อสังเคราะห์เป็นนโยบายและนำกลับสู่สังคม เพื่อให้สังคมมีปัญญา นั่นคือประชาธิปไตยทางตรง เพราะปัจจุบันประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ทำให้อยากเข้ามามีส่วนในประชาธิปไตยทางตรงมากขึ้น ซึ่งมาจากการใช้พลังทางสังคมและปัญญา และหากเชื่อมโยงกับประชาธิปไตยโดยอ้อมคือ พลังเชิงนโยบาย ซึ่งนั่นถือเป็นการใช้สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา งานของเราจึงไม่รังเกียจการเมือง อย่าไปรอจนกว่าจะมีนักการเมืองที่ดี เพราะถ้าทำเรื่องพลังทางสังคมและปัญญามาเชื่อมกับนักการเมือง เชื่อว่านักการเมืองก็จะทำในเรื่องที่ดีได้ ดังนั้นอำนาจรัฐที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำนั้นควรให้การสนับสนุน ปล่อยให้เป็นอิสระ และไม่ควรครอบงำอำนาจทางสังคม ปล่อยให้มีการเคลื่อนไหวอย่างอิสระหลากหลายจนได้นโยบายที่สามารถปฏิบัติได้ แล้วภูเขาก็จะเขยื้อน เรื่องที่ยากก็จะทำได้

ทั้งนี้ คนในสังคมปัจจุบันมักคุ้นเคยกับการใช้สมองส่วนหลัง คือ ใช้การต่อสู้และการเอาชนะ ตนอยากให้กลับมาใช้สมองส่วนหน้า คือ สติปัญญาให้มากขึ้น เพราะไม่มีปัญหาอะไรที่ไม่สามารถแก้ได้ ตนไม่อยากเห็นคนไทยมองทางลบว่าแก้ไม่ได้ แต่ทุกอย่างสามารถแก้ได้ด้วยคนไทยด้วยกันเอง

นพ.ประเวศให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ภารกิจสำคัญคือ การปฏิรูปประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างความเป็นธรรม แก้ปัญหาความยากจนเป็นหลัก ไม่ใช่การสร้างความปรองดอง เพราะหากปฏิรูปประเทศไทยได้ ความสามัคคี ปรองดองก็จะตามมาเอง ปัญหาเรื่องความเป็นธรรม การเคารพศักดิ์ศรี เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ภาคสังคมควรเร่งสร้างกลไกในการปฏิรูป โดยมีภาครัฐเป็นผู้สนับสนุน แต่กลไลต้องเป็นอิสระอย่างแท้จริง ไม่มีภาครัฐ หรือการเมืองมาครอบงำ

“การปฏิรูปที่เร่งด่วน คือ การแก้ความเลื่อมล้ำทางสังคมที่ขาดความเป็นธรรม แม้แต่สัตว์ยังต้องการความเป็นธรรม ดังนั้น ศีลธรรมที่สำคัญที่สุดของสังคม ต้องการลดศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นคนของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน สังคมไทยขาดตัวนี้ การเคารพศักดิ์ศรีคนอย่างเท่าเทียมกันเป็นที่มาของประชาธิปไตยกับสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปประเทศไทยไม่ใช่การปรองดอง แต่เป็นการมองไปข้างหน้า เป็นการรวมตัวทำในสิ่งใหม่ที่ดีเพราะการแก้ปัญหาเก่านั้นยาก ยิ่งแก้ยิ่งทะเลาะกัน หมดกำลังในการเคลื่อนไปข้างหน้า ดังนั้นการรวมตัวทำสิ่งใหม่ง่ายกว่า และหากมีความเชื่อถือความไว้วางใจกันแล้วจะกลายเป็นพลังในการขับเคลื่อน” นพ.ประเวศระบุ

นพ.ประเวศกล่าวว่า การสร้างกลไกสามารถทำได้โดยจัดตั้งเป็นมติ ครม. หรือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีคณะทำงานแก้ปัญหา ซึ่งควรจะจัดทำแล้วเสร็จภายใน 3-4 เดือนนับจากนี้ และต้องมีมาตรการแก้ปัญหาที่เข้มข้นและแรงพอที่จะสร้างความเป็นธรรมกับสังคมได้ เช่น มาตรการทางภาษี การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น การสร้างสัมคมสวัสดิการ ระบบยุติธรรม และระบบการศึกษา เป็นต้น ซึ่งกลไกเหล่านี้จะมีความยั่งยืน แม้จะมีการเปลี่ยนรัฐบาลหรือไม่ก็ตาม

“ผมไม่อยากให้สังคมรอให้ภาครัฐจัดโครงการประชานิยมมมาช่วยเหลือ เพราะสุดท้ายแล้วการประชานิยมเป็นการทำลายระบบความเข้มแข็งของสังคม เพราะประชาชนจะมัวรอรับแจก รอความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยที่ตัวเองไม่ช่วยเหลือตัวเองเลย ในทางกลับกันหากส่งเสริมให้ชุมชนมีกระบวนการรวมตัวของชุมชนอย่างเข้มแข็ง จะเกิดพลังขับเคลื่อนงานทุกอย่างได้ด้วยชุมชนเอง สุดท้ายแล้วชุมชนก็จะเข้มแข็ง แก้ปัญหาได้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากใคร” นพ.ประเวศระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะปฏิรูปประเทศไทยได้อย่างไร หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือกลุ่มเสื้อแดงยังคงเคลื่อนไหว นพ.ประเวศกล่าวว่า เป็นกระบวนการแสวงหาความจริงและสมานฉันท์ ดูตัวอย่างที่ประเทศแอฟริกาใต้มีเหตุการณ์ที่รุนแรงมาก คนผิวขาว ผิวดำไล่ฆ่ากัน นายเนลสัน เมนดาลา อดีตประธานาธิบดีถูกจับติดคุก 27 ปี หรือประเทศโคลอมเบียมีคนตายเป็นแสน แต่ในที่สุดก็แก้ปัญหาได้หากมีการคุยกัน แต่เราเข้าใจผิดไม่มีศรัทธาในการคุยกัน การคุยกันไม่ได้แปลว่าต้องมีการตกลงกัน แต่เมื่อมีการคุยจะแก้สามารถปัญหาได้ ดังนั้น หากเรายึดติดกับอดีต การเคลื่อนไปสู่อนาคตก็ไม่มี
โดย: ที่นำไปประยุกต์ใช้ได้ทุกวงการ [17 มิ.ย. 53 14:20] ( IP A:58.8.210.100 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ประธานาธิบดีคลินตันของสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการทำเรื่องปฏิรูประบบสุขภาพ แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะมีพลังอำนาจรัฐและพลังทางปัญญา แต่ยังขาดพลังทางสังคม ดังนั้นการทำมุมใดมุมหนึ่งก็ไม่สำเร็จ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถือว่ามีอำนาจมากที่สุดทั้งอำนาจรัฐและอำนาจเงิน ก็ไม่สำเร็จ
โดย: โอบามากำลังทำ ของเราก็ผู้เสียหายผลักดัน [17 มิ.ย. 53 14:22] ( IP A:58.8.210.100 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ภารกิจสำคัญคือ การปฏิรูปประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างความเป็นธรรม แก้ปัญหาความยากจนเป็นหลัก ไม่ใช่การสร้างความปรองดอง เพราะหากปฏิรูปประเทศไทยได้ ความสามัคคี ปรองดองก็จะตามมาเอง ปัญหาเรื่องความเป็นธรรม การเคารพศักดิ์ศรี เป็นสิ่งสำคัญที่สุด
โดย: ไม่ใช่ปรองดองไกล่เกลี่ย เขี่ยไข่ ให้เสียวเล่น [17 มิ.ย. 53 14:23] ( IP A:58.8.210.100 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   อย่าหวังว่าหมอจะปรองดองกะผู้เสียหาย
โดย: no peace without justice เชื่อเถอะ [17 มิ.ย. 53 14:24] ( IP A:58.8.210.100 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    “ผมไม่อยากให้สังคมรอให้ภาครัฐจัดโครงการประชานิยมมมาช่วยเหลือ เพราะสุดท้ายแล้วการประชานิยมเป็นการทำลายระบบความเข้มแข็งของสังคม เพราะประชาชนจะมัวรอรับแจก รอความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยที่ตัวเองไม่ช่วยเหลือตัวเองเลย ในทางกลับกันหากส่งเสริมให้ชุมชนมีกระบวนการรวมตัวของชุมชนอย่างเข้มแข็ง จะเกิด พลังขับเคลื่อนงานทุกอย่างได้ด้วยชุมชนเอง สุดท้ายแล้วชุมชนก็จะเข้มแข็ง แก้ปัญหาได้ทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากใคร” นพ.ประเวศระบุ

สมัยผมเป็นเด็ก ผวจ นายสันต์ เอกมหาชัย จัดวันพัฒนาการประจำทุกปี ทุกคนต้องไปรวมกันที่สนามหน้าเมือง แล้วไปพัฒนาจังหวัด ตอนนั้นผมไปขุดถนนพัฒนาการที่ถนนหลังเมืองใกล้ๆเจดีย์ที่โดนยักษ์เตะเอียงจำไม่ได้ว่าชื่อว่าอะไร
เชื่อไหมว่าคนเป็นแสน มากกว่าม็อบเสื้อแดงอีก วันเดียวได้ถนนหนึ่งเส้น ชื่อถนนพัฒนาการ ขุดทุ่งนาโยนขึ้นเป็นถนน ทุกคนต้องเอาน้ำและข้าวไปเอง ไม่มีขาย ไม่มีเลี้ยง ผมเป็นนักเรียน ป.5 แต่ผมต้องทำข้าวผัดแต่เช้าเอง ต้องหุงข้าวเช็ดน้ำก่อน พอข้าวสวยสุก ก็เอาไปผัดหัวใช้โปว ที่หั่นเป็นฝอยๆทำข้าวผัด ใส่ซีอิ้วไปนิดหน่อยให้ข้าวเหลืองน่ากิน ใส่มาเค็ม จากนั้นทอดไข่ดาวอีกฟอง พกกระติกน้ำไปหนึ่งใบ กลับบ้านอีกที เย็น เวลาเดินทางก็เดินไป สมัยนั้นไม่มีรถเมล์
โดย: สมัยนี้ดีแต่แบบมือของบ อบต อบจ รวย ไอ้ ห เอ๊ย [17 มิ.ย. 53 14:31] ( IP A:58.8.210.100 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ผมเคยพูดกับลูกบ่อยว่าหากพ่อได้มีโอกาสพาแกไปจังหวัดนครศรีธรรมราช พ่อจะพาแกไปสองที่ ที่แรกก็วัดพระธาตุ แห่งที่สองก็ถนนที่พ่อแกขุดตอนเป็นเด็ก
โดย: ยังไม่มีโอกาสซะที [17 มิ.ย. 53 14:33] ( IP A:58.8.210.100 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ไม่มีปองดอง
แถมคอยสอยร่วงอย่างเดียว



ใครมีเงินก็อยู่ต่อ
ใครจนก็ถอยไป
ใครหมดแรงก็ไปนั่ง
ใครซ่าร์ก็ไปได้เรื่อยๆ
งงมั้ยที่พูดมาเนี่ย
คนพูดก็ งง

โดย: จีเอ็น [19 มิ.ย. 53 22:36] ( IP A:110.49.52.167 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ปรองดองได้งั๊ย เสียทั้งเงิน เสียทั้งเกียรติ เสียทั้งศักดิ์ศรี

แพ้ไม่เป็น ผิดไม่ได้ อายไม่เป็น ด้านสู้อย่างเดียว

ใครก็ไม่รู๊ ไม่รู้ ไม่รู้
โดย: สุภาพบุรุษ [21 มิ.ย. 53 12:24] ( IP A:115.67.17.241 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน