ยุบ กพ เสียเลยดีกว่า จะได้อิสระทุกวงการ ยากอะไร
   https://www.komchadluek.net/detail/20100620/63532/แพทยสภาเสนอร่างกม.แยกขรก.สธ.จากกพ..html
โดย: ไหนๆก็ใครๆไม่อยาออยู่ กพ [20 มิ.ย. 53 14:40] ( IP A:58.11.71.214 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2553
คมชัดลึก > ศาสนา ศิลปะ-วัฒนธรรม สาธารณสุข > ข่าวทั่วไป
แพทยสภาเสนอร่างกม.แยก"ขรก.สธ."จากกพ.
คมชัดลึก : "แพทยสภา” เดินหน้าเสนอร่าง กม. แยกข้าราชการ สธ. ออกจาก กพ. คาดรวบรวมรายชื่อครบภายใน 1 เดือน พร้อมให้ยุบ สปสช.เป็นกรมสังกัด สธ. ขณะที่ “ รองปลัด สธ. ” ขอเวลาศึกษาผลดี-ผลเสียก่อน เตรียมเชิญเชิญ ครู – อบต.ให้ข้อมูลเปรียบเทียบ ขณะที่ “ รองเลขาสปสช. ” ชี้ ยุบ สปสช.ต้องถามประชาชนก่อน ยันปัญหาบุคลากรเกิดจากการบริหาร ไม่ควรแก้ไขที่ระบบ
นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ กรรมการแพทยสภา เปิดเผยถึงผลสรุปการประชุมระดมความเห็นเรื่อง “ การแยกข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขออกจาก กพ. ” ซึ่งมีผู้บริหารโรงพยาบาล แพทย์ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมกว่า 1,000 คนว่า ผู้เข้ารวมประชุมต่างเห็นด้วยกับการแยกข้าราชการด้านสาธารณสุข แยกออกจาก กพ. เพื่อให้การบริหารกำลังคนในระบบสาธารณสุขมีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายหลังจากที่ ครม. มีมติให้สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จำกัดและลดจำนวนข้าราชการในระบบลง สวนทางกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงบริการรักษาอย่างทั่วถึง ส่งผลกระทบเกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากไม่มีตำแหน่งบรรจุ ทำให้บางส่วนเลือกที่จะลาออกจากระบบไป ทำให้บุคลากรที่เหลือต้องแบบรับภาระ จนกระทั่งโรงพยาบาลหลายแห่งต้องนำเงินบำรุงมาจ่ายค่าตอบแทนเพื่อจ้างบุคลากรเพิ่มแทนเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งขณะนี้ได้มีการรวบรวมรายชื่ออย่างน้อย 10,000 รายชื่อ เพื่อเสนอ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการสาธารณสุขและบุคลากรสาธารณสุข พ.ศ. ... ตามกรอบรัฐธรรมนูญปี 2550 แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ทางคณะผู้จัดการประชุมยังได้ทำเอกสารสรุปผลการประชุมในครั้งนี้ โดยระบุว่า จะทำการรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ค. นี้ และจะเข้ายื่นต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 1 ส.ค. ต่อไป นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า ที่ประชุมมีความเห็นให้มีการยุบ สปสช. เป็นกรมและให้กลับมาสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เช่นเดิม เพราะหลังมีการแยกหน่วยงาน ส่งผลให้เกิดปัญหาทั้งในด้านการบริหารและงบประมาณ
นพ.เสรี หงษ์หยก รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาข้อดีข้อเสียของแนวทางการดำเนินการแยกข้าราชการของกระทรวงสาธารณสุข ออกจาก กพ. กล่าวว่า ตนได้รับมอบจากปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้มาศึกษาในเรื่องนี้ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะประกอบผู้แทนจากสายอาชีพต่างๆ ในกระทรวงสาธารณสุข ชมรมต่างๆ สาธารณสุขอำเภอ นอกจากนี้ยังจะเชิญผู้แทนจากหน่วยงานซึ่งออกจากราชการไปแล้วมาร่วม นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ( กพ. ) คณะกรรมการเงินเดือนแห่งชาติ กรมบัญชีกลาง คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก . ถ .) คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก . ค . ศ.) ร่วม เพื่อร่วมกันพิจารณาข้อดีข้อเสียให้รอบด้าน ดูจากตัวอย่างของข้าราชการหน่วยงานอื่นๆ ที่ได้แยกออกจาก กพ.ไปแล้ว เช่น ครู องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าเป็นอย่างไร สามารถแก้ปัญหาบุคลากรได้หรือไม่ โดยนำมาเปรียบเทียบกับข้อจำกัดการอยู่ภายใต้ กพ.

ส่วนที่มีการเสนอให้ สปสช. เป็นกรมและเข้าสังกัดกระทรวงสาธารณสุขนั้น นพ.เสรี กล่าวว่า ไม่ทราบเจตนาของผู้เสนอ แต่ส่วนตัวมีความเห็นว่าเป็นเรื่องของกฎหมาย ต้องดูข้อดีข้อเสีย ซึ่งจุดประสงค์แรกที่แยก สปสช. ออกจากกระทรวงสาธารณสุขก็เพื่อเกิดระบบผู้ซื้อบริการ และผู้ให้บริการ จึงต้องดูว่ามีการทำตามวัตถุประสงค์และก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการให้บริการหรือไม่ ถือเป็นเรื่องที่สังคมต้องพิจารณา
ด้าน นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ข้อเสนอที่ให้มีการยุบ สปสช.เป็นกรมอยู่ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะที่ผ่านมามักมีกระแสที่ไม่เห็นด้วยกับบทบาท สปสช. ตั้งแต่แรกเริ่มอยู่แล้ว ซึ่ง ระบบบริการสาธารณสุขเดิมเป็นการรวมศูนย์ในการจัดบริการให้ประชาชน โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดำเนินการ แต่ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาให้เป็นระบบหลักประกันสุขภาพเพื่อให้อำนาจต่อรองแก่ประชาชนในการเข้าถึงบริการเช่นเดียวกับต่างประเทศ โดยแยกผู้ซื้อและผู้ขายบริการจึงได้แยกเป็น สปสช. เพื่อให้เป็นผู้ซื้อบริการจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งการแยกระบบนี้ย่อมมีผลกระทบเกิดขึ้นทั้งในเรื่องของใจ การบริหารและงบประมาณ
นพ.ประทีป กล่าวว่า ก่อนมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กระทรวงสาธารณสุขมีเงินบำรุงโรงพยาบาล 20,000 ล้านบาท แต่ในปี 2552 เงินบำรุงโรงพยาบาลเพิ่มเป็น 40,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่ารายได้ของโรงพยาบาลยังเต็มอยู่ เงินบำรุงโรงพยาบาลไม่ได้ลดลง แต่หลังจากปี 2552 กระทรวงสาธารณสุขมีการเพิ่มค่าตอบแทนให้บุคลากรในระบบสาธารณสุขทั้งหมด ไม่แต่เฉพาะพื้นที่ห่างไกล จึงเกิดปัญหางบประมาณเกิดขึ้น ดังนั้นจึงควรแก้ไขให้ตรงจุด
“การที่จะให้ สปสช. กลับไปสังกัดกระทรวงเช่นเดิมนั้น นอกจากถาม สปสช. และ สธ. แล้ว ยังต้องถามประชาชนที่เป็นเจ้าของภาษีว่าต้องการให้ระบบสาธารณสุขกลับไปเป็นแบบเดิมหรือไม่ และที่ผ่านมาหลังจากที่ปรับระบบแล้ว ได้รับบริการที่ดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้หากมีปัญหาต้องแก้ที่ปัญหาไม่ใช่ที่หลักการ ” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว และว่า ทั้งนี้ผลที่จะเกิดขึ้นหาก สปสช. กลับไปเป็นกรม จะทำให้การพัฒนางานบริการใหม่ๆ ที่ให้ประชาชนจะหายไป และอาจกระทบต่อประสิทธิภาพการให้บริการรักษาโรค เพราะต้องยอมรับว่า ในกลุ่มโรครักษายาก เช่น มะเร็ง หัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง ที่ผ่านมาสามารถช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาจำนวนมาก
โดย: aa [20 มิ.ย. 53 14:42] ( IP A:58.11.71.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ผมว่าพวกหมอทำอะไรก็คงจะไม่เจริญ เวลามีปัญหดันโทษโน่นโทษนี่
ตอนนี้ สปสช ก็เป็นเหยื่อรายใหญ่ อะไรไม่ดี ลำบากไม่มีตังค์ใช้ งานหนัก ก็โทษ สปสช
ดูนี่ก่อน





CRILE, GEORGE WASHINGTON, SR. (11 Nov. 1864-7 Jan. 1943), surgeon, researcher, and a founder of the CLEVELAND CLINIC FOUNDATION, was born in Chili, Ohio, to Michael and Margaret Deeds Crile. He received his A.B. from Ohio Northern University (1885), his medical degree from Wooster Medical College (1887), and additional training in Europe. Along with FRANK E. BUNTS†, he worked for Dr. Frank Weed and served several Cleveland hospitals including Lakeside Hospital where he served as Chief of Surgery. He is reputed to have performed the first successful human blood transfusion at ST. ALEXIS HOSPITAL MEDICAL CENTER in 1906. During the SPANISH-AMERICAN WAR, Crile worked in the U.S. Army Medical Corps and studied military surgery, field sanitation, and tropical diseases. During WORLD WAR I, he served in Army hospitals in France and researched war neurasthenia, shell concussion, effects of poison gas, wound infection, and shock. He received the French Legion of Honor (1922). Along with Drs. WM. E. LOWER†, Frank E. Bunts, and JOHN PHILLIPS†, Crile founded the Cleveland Clinic, a medical group practice modeled after Mayo Clinic. Crile was president (1921-40) and trustee (1921-36) of the foundation. Crile perfected operations for goiter and thyroid disease and also studied intelligence and personality, theorizing that the human organism is an electrochemical mechanism. Crile was a founding member and second president (1916-17) of the American College of Surgeons, and taught at the University of Wooster (1890-1900) and Western Reserve School of Medicine (1900-43). He married Grace McBride of Cleveland and had 4 children: George, Jr., Robert, Margaret, and Elizabeth. Crile was buried in LAKE VIEW CEMETERY.


--------------------------------------------------------------------------------

Crile, George. An Autobiography (1947).

Geo. W. Crile, Sr. Papers, WRHS.

ตาหมอคนนี้ แกผ่าตัดไทรอยด์ เฉลี่ยวันละ 22 ราย เยอะที่สุด 34 รายใน 1 วัน ในยุคที่ไม่มียาสลบ ใช้แต่ยาชาโคเคนเป็นหลักใหญ่
สมัยนี้ ผมว่ายังหาคนทำแบบแกได้ยาก ถามว่าทำไมแกทำได้
ถ้าทำแบบนี้ได้ในเมืองไทย ไม่ว่า ไส้ติ่ง ไส้เลื่อน ริดสีดวง เต้านม ฯลฯ ทำแค่ครึ่งปี อีกครึ่งปีไปนั่งบี้สิวหรือตีกอล์ฟ ยังได้เลย
ถ้าว่ารุ่นเก่าไป เอารุ่นใหม่ก็ได้ ทำผ่าตัดตาต้อกระจก ยุคนี้ ได้รางวัลมหิดลบีบราวน์ด้วย ทำวันละตั้งหลายราย
ดูนี่เลย
https://www.cureblindness.org/who/dr-sanduk-ruit/
นายแพทย์ ซานดุ๊ก รูอิท (Dr. Sanduk Ruit) ผู้อำนวยการศูนย์จักษุทิลกานกา (Tilganga Eye Centre) กรุงกาฎมาณฑุ ประเทศเนปาล

นายแพทย์ ซานดุ๊ก รูอิท ได้พัฒนาวิธีการผ่าตัดต้อกระจกแบบที่ไม่ต้องเย็บ (suture-less operation) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง ใช้เวลาการผ่าตัดน้อย ทำให้สามารถรักษาผู้ป่วยต้อกระจกในพื้นที่ห่างไกลได้ จำนวนมาก นายแพทย์ ซานดุ๊ก รูอิท ยังมีบทบาทสำคัญในการ
พัฒนาการผลิตเลนส์ตาเทียม (intraocular lens) ซึ่งมีคุณภาพสูงขึ้นได้ในประเทศกำลังพัฒนา โดยเริ่มที่ประเทศเนปาล เลนส์ที่ผลิตขึ้นนี้มีราคาถูกกว่าเลนส์ตาเทียมที่นำเข้าถึง 50 เท่า ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถเข้าถึงการรักษาโดยวิธีการดังกล่าวได้

นายแพทย์ ซานดุ๊ก รูอิท ยังได้จัดตั้งหน่วยผ่าตัดตาเคลื่อนที่ทำการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยต้อกระจกในพื้นที่ห่างไกลของประเทศเนปาลและแถบเทือกเขาหิลามัย โดยพัฒนาวิธีการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพแต่สามารถทำได้ในหน่วยผ่าตัดเคลื่อนที่ ต่อมาได้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ขยายหน่วยผ่าตัดตาเคลื่อนที่นี้ไปสู่ประเทศอื่น ๆ เช่น จีน อินเดีย บังคลาเทศ กัมพูชา เวียดนาม และเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้ นายแพทย์ ซานดุ๊ก รูอิท และคณะ ยังได้ฝึกอบรมและถ่ายทอดวิธีการผ่าตัดและวิธีการจัดการนี้ให้แก่จักษุแพทย์ และบุคลากรจากประเทศต่าง ๆ กว่า 500 คน ทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา จากทวีปเอเซีย อเมริกาเหนือ ยุโรป และออสเตรเลีย ซึ่งบุคลากรเหล่านี้ได้นำวิธีการนี้ไปรักษาผู้ป่วยโรคต้อกระจกแล้ว จำนวนมากกว่า 35 ล้านคนทั่วโลก

ผลงานของ นายแพทย์ ซานดุ๊ก รูอิท ซึ่งเป็นจักษุแพทย์ในประเทศกำลังพัฒนา ได้รับการยอมรับในระดับโลก เป็นผลงานการแก้ไขความผิดปกติทางสายตาให้แก่ผู้ป่วยต้อกระจกในประเทศยากจนจำนวนมากด้วยวิธีที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่าย และสามารถทำได้แบบครบวงจร ทั้งในส่วนวิธีการผ่าตัด วัสดุทางการแพทย์ และระบบบริการทางสาธารณสุข ก่อประโยชน์ทั้งในด้านสุขภาพอนามัยและสุขภาพจิตของมวลมนุษย์หลายสิบล้านคนทั่วโลก
โดย: เคยถามไหมว่าทำไมทำได้ ไม่ต้องลา กพ [20 มิ.ย. 53 15:40] ( IP A:58.11.71.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ยุบไปเลย ยุบ กพ หรือ สปสช แล้วงานเดิน เงินเหลือ
โดย: สมองมีไว้ทำอะไร [20 มิ.ย. 53 15:45] ( IP A:58.11.71.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   In his large practice, Crile saw a large number of patients with multinodular goitres that often grew to large size. He became intensely occupied with the operative treatment of Morbus basedow and with the causes of spontaneous and operative Basedow death. This became a speciality for Crile, who performed over 25,000 thyroidectomies during his career. He performed as many as 20 operations a day at St. Alexis Hospital, and in the 1930s, on one date, Crile performed 32 thyroidectomies at the Cleveland Clinic In the beginning of the 20th century, Crile described and performed the first radical neck dissection for laryngeal and other cancers of the neck. In 1887 he was the first to perform major operations with intraneural injections of cocaine.
https://www.ispub.com/ostia/index.php?xmlFilePath=journals/ijorl/vol2n2/crile.xml
โดย: เดี๋ยวหาว่าโม้ ผมเคยผ่าตัดวันละ 24 ราย [20 มิ.ย. 53 15:51] ( IP A:58.11.71.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ยุบแพทยสภาตัวดีก่อน
ประเทศชาติจึงจะเจริญ
โดย: แพทยสภาตัวปัญหา [20 มิ.ย. 53 23:02] ( IP A:61.90.87.184 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   « ความเห็นที่ #9 เมื่อ: 06/20/10 เวลา 22:56:32 »



.....
การมี กพ. คือ กฏที่ถ่วง ความเจริญ
ล้าหลัง

คนละกรม กอง คนละงาน
จะรับเงินเดือนเท่ากันได้ไง

โหลโท่ย....


มันน่าจะแยก มาตั้ง ยี่สิบ สาม สิบปีแล้ว

ล้าหลัง จริงๆ



ถ้าให้ถูก
ทุกกระทรวง ควร มีอัตราเงินเดือน ของตัวเองด้วยซ้ำ

จะมี กพ.ไว้ทำไมให้เปลือง งบประมาณ

« แก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ: 06/20/10 เวลา 23:15:31 by = MaximuS = »

--------------------------------------------------------------------------------

อ้อยอิ่งเอื้อน เอ่ยเอ๋ยอ่อย อ๋อยอ่ออ้อ
ลึกลับล่อ ลนละลาน แลหลุกหลิก
ยึกยักยุ่ง ตุงนุงนัง ดัง"ยิกยิก"
โปรดอย่าคิดลึก เค้ากะลัง นั่งแต่งกลอน

V12 Vantage
ส่งโดย: = MaximuS =
สถานะ: Executive Member
จำนวนความเห็น: 7437
โดย: นี่ไง ว่าแล้วไหมละ ยุบไปเลย [21 มิ.ย. 53] ( IP A:58.11.71.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ทุกอย่างมันมีเหตุและผลในตัวเอง ในสภาวะที่ทรัพยากรจำกัดถ้าไม่มีใครคุมถามว่ามีหน่วยงานไหนอยากได้น้อย และหน่วยงานไหนคิดว่าตัวเองทำงานที่สำคัญน้อยกว่าคนอื่นไหม
ตุลาการท่านว่าเสี่ยงต่อการเอนเอียง จะดำรงความเป็นธรรมได้ยากหากค่าตอบแทนไม่เพียงพอ
ตำรวจ รักษากฏหมาย ปราบโจรผู้ร้าย เสี่ยง งานเต็มมือสุดๆ แต่ค่าตอบแทน... เป็นสาเหตุหนึ่งที่ต้องหาพิเศษไหม
ทหาร เสี่ยงตายรับใช้ชาตินะเนี่ย ค่าตอบแทนตำๆได้ไง
ปกครอง ที่ดิน สรรพากร คุมงบเยอะแยะ อำนาจในมือมากมาย ขอรายได้ให้เพียงพอ จะได้ไม่ไปรีดเอาจากประชาชน
หมอ งานหนัก เสี่ยง เงินเยอะกว่าชาวบ้านเว้นศาลนิดๆอยู่แล้ว มีลำไพ่นอกเวลาจากเวรหรือคลินิก
ตกลงใครควรได้น้อยกว่าเนี่ย แล้วถ้าไม่มีใครคุม จะเอาเงินไหนมาจ่ายอะ





ส่งโดย: Kielland
สถานะ: Junior Member
จำนวนความเห็น: 65

อันนี้มีเหตุผลหน่อย
โดย: คำตอบคือ ปสภ ประสิทธิภาพ [21 มิ.ย. 53] ( IP A:58.11.71.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยนะว่า "ทุกอย่างมีเหตุผลในตัวเอง"

ในกระทรวง สธ. เองหมอที่เป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวงนี้จากระดับอธิบดีขึ้นไปถึงระดับปลัดกระทรวง ล้วนมีการทุจริตฉ้อฉลมาด้วยกันกับแพทยสภาแล้วทั้งนั้น ที่ให้ท่านอาจารย์วิชัยและอาจารย์บรรลุ ทำการตรวขสอบและจับผิด ก็ได้แต่ระดับรัฐมนตรีเซ่อซ่าที่ไม่ใช่หมอ แต่โกงกินไม่เนียนไม่ดูตาม้าตาเรือ ก็เลยถูกจับเชือดซะ แต่ไม่ยักกะเชือดได้ตัวหมอซักคน มีแต่ที่เราเห็นๆก็หมอชมรมแพทย์ชนบทออกมาร้องแรกแหกกระเฌอกล่าวหาการทุจริตของหมอด้วยกันเอง แล้วลองนึกดูว่า ขนาดระดับปลัดกระทรวง (อดีต) อย่างหมอปราชญ์ ที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลทุจริตอย่างจะแจ้ง ก็ยังลอยนวลอยู่ในตำแหน่งจนอายุครบเกษียณได้อย่างหน้าตาเฉย ผมว่าป่านนี้คดีคงเกือบจะหมดอายุความแล้วมั๊ง

ส่วน แพทยสภา ไม่ว่าจะเป็นของวันนี้ เรื่อยย้อนลงไปเป็นสิบปี ก็ทุจริตเป็นสันดานถาวรแก้ไม่หาย ที่ไปกระทุ้ง ส.ป.ส.ช. ไปกระทุ้ง ก.พ. เนี่ย ตามความเห็นผมนะ ก็คงเพราะกิจกรรมหรือการทำงานของสองหน่วยงานนี้บางส่วนหรือส่วนสำคัญ " เกิดไปขวางการได้ผลประโยชน์หรือการเสียผลประโยชน์ที่อาจไม่ชอบธรรมไปจนกระทั่งฉ้อฉล " ของกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน และ/หรือ เครือข่ายเมดิคอลฮับเข้า ก็เลยออกมาแสดงหน้าป่าวร้องกระทุ้งทั้ง สปสช. และ กพ.

ที่น่าสังเกตุของความเป็นไปทั้งหมดนี้ ก็ต้องเพ่งเล็งที่ แพทยสภา ที่เวลาเคลื่อนไหวเรื่องที่ "อ้างว่า" เพื่อความชอบธรรมและ/หรือเพื่อคนไข้นั้น มหาชนชาวไทยโดยเฉพาะสื่อแลเครือข่ายฯนี้ต้องมีข้อมูลออกมาแฉทุกทีว่า ตอแหล

แต่ที่แพทยสภากลับทำได้ดี (เมื่อมองในแง่ความสามารถในการสร้างภาพให้ดูดีในหมู่วิชาชีพด้วยกัน แต่แฝงการเบี่ยงเบนหรือกลบเกลื่อนเรื่องฉ้อฉลในกลุ่มพวกพ้องเพียงไม่กี่คน) ก็คือเรื่องการทำเรื่องปกป้องสวสดิภาพและสิทธิ (อย่างมีอภิสิทธิ์) ของคนในวิชาชีพนี้

ซึ่งผมก็ขอสรุปเห็นด้วยเต็มๆว่า ทุกเรื่องทุกอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวให้เห็นน่ะ มีเหตุมีผลอยู่ในตัวเองทั้งนั้น

ขึ้นอยู่กับว่า ที่เห็นที่ว่าเป็น "เหตุผล" นั้น ของจริงหรือว่าแค่ของที่เคลือบที่ฉาบอยู่แค่ผิวๆชิวๆ

ก็เหมือนอย่างกับที่วงการแพทย์ชิบหายอยู่ทุกวันนี้ ที่เป็นเพราะแพทยสภาและเมดิคอลฮับส่วนที่เอื้อผลประโยชน์อยู่กับแพทยสภานั้น ทำเรื่องทุจริตงามหน้าท้าทายชาวไทยและชาวโลกมาจนทุกวันนี้ แล้ววงการแพทย์ส่วนใหญ่กลับปล่อยเลยตามเลย ไม่ได้มีการออกมาตรวจสอบติดตามขับไล่ นิ่งดูดายกันอยู่เฉยๆ ปล่อยให้เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์นี้เติบโตขึ้นเป็นธรรมชาติราวดอกเห็ดหลังฝน

นี่แหละ คือ ความเป็นเหตุเป็นผลในตัวมันเอง เฮ้อ!
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [21 มิ.ย. 53 9:42] ( IP A:61.90.11.118 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   เคยมีคนรู้จัก สอบกพ.ได้ (แต่เป็นตัวสำรอง) และใกล้ถึงเวลาเรียกตัว กลับตัดออกเพราะถึงรอบสอบบัญชีใหม่

เลยอดเข้าทำงาน ทั้งที่รอมานาน กลับรอเก้อ หลาย 10 ปีมาแล้ว
แปลกใจ กติกา แปลก ๆ
โดย: กติกาคืออะไร [21 มิ.ย. 53 12:41] ( IP A:115.67.39.225 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ควรยุบสำนักงานกพ ได้แล้วเพราะไม่เห็นทำอะไรเลย วัน ๆ ก็คิดแต่จะให้ข้าราชการทำรายงานๆๆๆๆๆๆๆๆ บ้าบออะไรไม่รู้ งานที่ทำทุกวันนี้ก็หนักอยู่แล้วยังต้องมาทำรายงานประเมินสมรรถนะอะไรก็ไม่รู้ ไหนบอกว่า พอเปลี่ยนตำแหน่งจากระบบเดิมเป็นระบบใหม่ การเลื่อนขั้นเงินเดือนจะเป็นธรรม บ้าเอ้ย มันก็เหมือนเดิมอีกละน้า เพราะมันกำหนดว่าถ้าตัวชี้วัดผ่านกันหมด ให้วัดกันที่ตัวสมรรถนะ อย่างนี้หัวหน้าใครอยากให้ลูกน้องคนไหนได้เงินเดือนมาก ก็ให้คะแนนสมรรถนะมาก ๆ ไม่ตกเลย อย่างนี้ไม่ต้องปรับหรอก แล้วอยากถามว่ากพ. ทุกวันนี้ทำอะไร นั่งตบยุงไปวัน ๆ พอใกล้สิ้นปีงบประมาณก็ขอโอที อ้างว่าทำงานนั้นงานนี้ ซึ่งก็เอาผลงานมากจากข้าราชการหน่วยงานอื่น ๆ นั่นแหละ อย่างนี้สมควรยุบไหม
โดย: buddy220@gmail.com [9 ส.ค. 53 20:48] ( IP A:110.168.71.68 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน