คุณจะเป็นอภิสิทธิ์ชนหรืออย่างไร
   แพทยสภา ไม่เห็นด้วยเอาผิดผู้ทำการรักษา
เขียนโดย Administrator
23 มิ.ย. 2010 14:10น.
https://www.thaitrl.org/index.php?option=com_content&task=view&id =53&Itemid=45
images/stories/new2.gifศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวถึงร่าง พรบ.คุ้มครองความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ...ว่า แพทยสภาเห็นด้วยที่จะมี พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย แต่ไม่เห็นด้วยในวิธีการโดยเฉพาะประเด็นที่จะเอาผิดกับแพทย์ พยาบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ทำการรักษา และการให้ผู้ประกอบวิชาชีพอื่นร่วมเป็นคณะกรรมการในการพิจารณาเรื่องเกี่ยว กับทางการแพทย์ที่มีลักษณะเฉพาะ เพราะเป็นเหมือนการใช้ระบบเสียงข้างมากในการตัดสินหลักการทางการแพทย์ โดยไม่คำนึงถึงข้อมูลเชิงวิชาการด้านการแพทย์ใดๆ ทั้งสิ้น


นายกแพทยสภา กล่าวด้วยว่า จากศึกษารายงานกฎหมายในลักษณะใกล้เคียงกันถึง 10 ฉบับ พบว่า หลักการดำเนินการในเรื่องนี้ของประเทศสวีเดน เหมาะที่ประเทศไทยจะนำมาปรับปรุง เนื่องจากการจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ได้รับความเสียหาย โดยยึดหลักหากแพทย์รักษาด้วยวิธีการที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้แล้วเกิดความ ผิดพลาดขึ้น จะไม่มีการจ่ายเงินชดเชย แต่หากเกิดความผิดพลาดจากการรักษาที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จึงจะมีการจ่ายชดเชย การดำเนินการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นี้ในไทยจะทำแบบผิวเผินไม่ได้ ควรมีทบทวน พิจารณา และศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้ง โดยเทียบกับประเทศต่างๆ ที่มีการดำเนินการเช่นนี้ เมื่อได้ข้อสรุปควรเริ่มทดลองใช้ในบางพื้นที่ก่อนไม่ใช่เริ่มพร้อมกันหมด ทั้งประเทศ


"ท้ายที่สุดหากร่าง พ.ร.บ.นี้มีผลบังคับใช้โดยไม่มีการศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้ง และรอบด้าน ผลเสียจะเกิดกับประชาชนเอง แพทย์ไม่เสียอะไรถ้าไม่อยากเสี่ยงกับการถูกฟ้องร้อง ก็แค่ไม่รักษา แต่ผู้ป่วยจะไม่มีคนรักษาโรค และจะเป็นช่องโหว่ให้คนหาเงิน ด้วยการไปพบแพทย์บ่อยๆ แล้ว อ้างว่า เกิดความเสียหายจากการรักษาของแพทย์เพื่อหวังได้เงินชดเชยโดยที่ไม่ต้องรอ พิสูจน์ถูกผิดใดๆ ทั้งสิ้น เช่น ไปพบแพทย์แล้วบอกว่าแพ้ยา ก็จะได้เงินทันที ซึ่งเงินที่นำมาจ่ายก็ได้จากรัฐบาลและประชาชนที่ต้องเสียเงินมากขึ้นทั้ง สิ้น" ศ.นพ.สมศักดิ์ กล่าว



นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีแพทยสภามีหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ให้มีมติทบทวนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ.... ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 ว่า เป็นเพียงการเข้าใจผิดเท่านั้น และยืนยันว่า ข้อเท็จจริงนั้น ตนไม่ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ของฝ่ายใดเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเป็นหลัก เพียงแต่ระหว่างที่เข้ามาบริหารงานนั้นเลขาธิการ ครม.สอบถาม ว่า ตนเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ของ สธ.ที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือไม่ ซึ่งตนก็เห็นด้วยและยืนยันร่างดังกล่าว เพื่อให้เข้าสู่ที่ประชุม ครม.และนำไปสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร


นายจุ รินทร์ กล่าวด้วยว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีประโยชน์กับทั้งฝ่ายผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากหากเกิดกรณีอุบัติเหตุ หรือความเสียหายใดๆ ก็จะมีคณะกรรมการชุดหนึ่งมาพิจารณาเพื่อชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยลดคดีการฟ้องร้องของแพทย์ และยังช่วยเหลือผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม สำหรับรายละเอียดในกฎหมาย หากกลุ่มใดไม่เห็นชอบ หรือมีอะไรเพิ่มเติมสามารถเสนอเพื่อแก้ไขได้ในขั้นของกรรมาธิการสภาผู้แทน ราษฎร แต่หากยังไม่แล้วเสร็จก็สามารถแก้ไขเพิ่มเติม โดยการตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎรและสภาวุฒิสภา เพื่อหาข้อสรุปได้เช่นกัน


ด้านนางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 7 ร่าง ประกอบด้วย ร่างของ สธ.ที่รวมกับร่างของแพทยสภาและของภาคประชาชนเขย่ารวมกัน เป็นร่างหลัก แต่ประเด็น คือ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ สธ.มีความพยายามในการจัดตั้งสำนักงานกองทุนคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับ บริการสาธารณสุขไปอยู่ภายใต้กระทรวง โดยให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นผู้บริหาร ซึ่งไม่ถูกต้อง เนื่องจากสำนักงานกองทุนฯ ควรเป็นองค์กรอิสระ ไม่ควรอยู่ในสังกัดของ สธ.ที่มีฐานะเป็นผู้ให้บริการ ซึ่งเป็นคู่กรณีกับผู้เสียหายอยู่แล้ว



นางปรียนันท์ กล่าวอีกว่า ส่วนร่าง พ.ร.บ.อีก 6 ฉบับ แบ่งเป็นของภาคประชาชน ซึ่งเสนอเข้าไปด้วยการรวมรวม 10,000 รายชื่อ โดยเน้นการตั้งสำนักงานกองทุนฯที่เป็นอิสระ ทั้งนี้ ที่ภาคประชาชนต้องเสนอร่วมด้วยนั้น เพื่อต้องการมีสิทธิเข้าเป็นกรรมาธิการ 1 ใน 3 ส่วน ซึ่งจะมีประโยชน์ในการเสนอความคิดเห็นในสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่อีก 5 ร่างนั้นเป็นของ ส.ส. อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่อยากมาถกเถียง แต่ขอให้ไปสู้กันในสภาเพื่อหาข้อยุติ ว่า ร่าง พ.ร.บ.ลักษณะใดจะดีที่สุด ซึ่งคาดว่าจะมีการนัดประชุมในช่วงเดือนสิงหาคมจากเดิมเข้าเป็นวาระเมื่อ 12 พ.ค.2553


มีรายงานข่าวด้วยว่า ขณะนี้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ กำลังมีความเคลื่อนไหวที่จะเข้าชื่อเพื่อคัดค้าน ร่าง พรบ.ฉบับนี้ โดยมีการเปิดให้ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการลงชื่อคัดค้านในเว็บไซต์ทางการแพทย์ แล้ว



เรียบเรียงจาก https://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=953000008607, หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และเว็บไซต์ทางการแพทย์อื่นๆ
โดย: บ้าชิบ [11 ก.ค. 53 15:44] ( IP A:58.8.17.174 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   คนทำผิดทุกคน ต้องถูกฟ้องได้ จะได้ไม่พยายามทำผิดอีก หนักเบาศาลจะพิจารณาโทษให้ ท่านต้องให้เกียรติศาล ว่าท่านจะตัดสินด้วยหลักกฎหมายและหลักเมตตาธรรม แก่ผู้ทำผิดที่สำนึกผิด
การไม่ถูกฟ้องร้องจะเป็นเรื่องอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ อย่าพยายามดึงดัน มันอายคนอื่นเขา
เราต้องใช้หลักว่าฟ้องได้ แต่มีคนจ่ายแทน ซึ่งหลักประกันภัยเขาใช้หลักนี้ แทนที่จะมาขอเป็นอภิสิทธิ์ชนว่าห้ามฟ้องห้ามเอาผิด
คุณไม่ต้องกลัวหมอไม่กล้ารักษาหรอก ก็เห็นมันรวยเอารวยเอา ในเอกชน เรื่องไม่จำเป็นมันก็เอาหัวใจคนดีดีไปบายพาสเล่น มีทั้งไทยทั้งเทศ
โดย: อายชาวบ้านเขาบ้าง [11 ก.ค. 53 15:48] ( IP A:58.8.17.174 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ผมจะบอกให้ ต่อให้แพทย์มาเป็นหมื่น มาเจอผู้เสียหายรายเดียว คุณก็เอาไม่อยู่หรอก ผมจะบอกให้
โดย: ไม่เชื่อก็ลองดู [11 ก.ค. 53 15:52] ( IP A:58.8.17.174 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   การแพทย์ไทยเป็นของนายกแพทยสภาคนเดียว
ใครไม่เกี่ยวก็ถอยไป ๆ ๆ ไกลๆ เลย




เดี๋ยวแม่งยกประเทศไทยให้ไปครองเลยนิ
แหม๋ๆ
โดย: บ้าบรรไลเลย แก แก่ผักแก่ไม้จริงๆ [11 ก.ค. 53 16:03] ( IP A:110.49.77.142 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน