แพทยสภากับเสื้อแดงจากระบอบทักษิณ ความต่างในความเหมือน
   แพทยสภาที่เคลื่อนไหวต่อต้าน พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายทางการแพทย์ตอนนี้ ก็คล้ายๆกับที่กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมที่ราชดำเนินก่อนเคลื่อนไปยึดพื้นที่ราชประสงค์ แล้วทำการเผาบ้านเผาเมืองในที่สุดนั่นแหละ

แพทยสภานั้น เป็นตัวแทนของความฉ้อฉลทางการแพทย์โดยมีการเล่นเส้นสายพ่วงกับอำนาจตามหน้าที่ที่กฎหมายมอบให้ และยังร่วมมือกับบรรดาข้าราชการหมอ (และเครือญาติบริวาร) ใน ส.ธ. มาช้านาน ซึ่งที่ว่ามาจนถึงบรรทัดนี้ผมคิดทบทวนเอานะ (หรือเดา ก็เดาจากความเป็นไปที่ติดตามเห็นได้ด้วยตาจริงๆตลอดหลายปีของบรรดาข่าวสารที่พรั่งพรูกันออกมา หรือใครจะเถียง ??)

เราก็รู้มาอย่างนมนานแล้วว่า มีการทุจริตขนาดใหญ่มากๆในกระทรวงนี้มานานปีเต้มที สอบกันไปจับกันมาก็ไม่เคยลงโทษได้คนทุจริตที่เป็นหมอใหญ่ๆซักกะที ทั้งๆที่เป็นกระทรวงที่พิเศษคล้ายๆกับกระทรวงกลาโหม คือ มีแต่บุคคลในวิชาชีพเฉพาะเท่านั้นนั่งเป็น “จ้าวนายระดับอธิบดีขึ้นไป” แต่การจับทุจริตจริงจังเพียงครั้งเดียวเท่าที่รับรู้กลับได้แค่ ร.ม.ต. จากคนนักการเมืองต่างวิชาชีพที่เซ่อซ่าไปเชื่อลูกน้องที่รอบไม่จัดพอ ทุจริตอย่างมูมมามและโจ่งแจ้งลุแก่อำนาจมากเกิน ก็เลยไม่รอดมาตรา 157 (แต่ก็แอบดีใจเล็กๆว่า อดีตหมอปลัดกระทรวงคนนึง โดน ป.ป.ช. ตีตรารอลงแส้ไว้แล้ว แต่ดันมาเจอรัฐบาล 2-3 ก๊กที่ผ่านๆมาและต่อเนื่องจนถึงชุดปัจจุบันไม่ทำงาน สงสัยก็คงหลุดรอดอาญาแผ่นดินไปอีกตามเคย)

แต่การทุจริตเชิงนโยบายของการสาธารณสุขของไทยเรานี้ มีนานแล้วก่อนที่ระบอบทักษิณจะเข้าครอบซะอีก ที่ผมว่าอย่างนี้ สังเกตจากการที่เป็นกระทรวงที่มีแต่คนชั้นมันสมอง มีงบประมาณเป็นก้อนเงินแต่ละปีมากมายและมากแบบที่ไม่เคยหล่นจากอันดับ 3-4 ของบรรดางบที่แต่ละกระทรวงฯต่างๆได้กัน แต่ทำไม กี่ ปี กี่ปี หมอก็ไม่พอ หมอบ้านนอกเงินเดือนก็ไม่คุ้ม งานก็หนัก กี่ปี กี่ปีเครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่พร้อม ร.พ. ก็เตียงไม่พอ กี่ปีกี่ปีก็เพิ่มจำนวนไปทันกับประชากรซะที ขณะที่

อีกด้านหนึ่ง ดั๊นมีการเติบโตของ ร.พ. เอกชนขึ้นมาแข่ง โดยเฉพาะตั้งในทำเลหรือในที่ๆมีคนไข้หนาแน่นและตามหัวเมืองใหญ่ๆซะด้วย แล้ว ร.พ. พวกนี้นะ ก็เติบโตเร็วเป็นดอกเห็ดหลังฝนขยายตัวเป็นเครือข่ายไปทั่วประเทศแข่งกับโรงพยาบาลของรัฐ แต่ด้วยเงินทุนที่มากกว่ามหาศาล ฟันกำไรที่มากมายหลายเท่าอย่างไร้ขีดจำกัดและการควบคุม และเท่าที่ประมวลจากข่าวสารที่ออกมา โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับระบอบทักษิณ ที่ทำโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค พ่วงกับวิกฤตต้มยำกุ้งที่ทักษิณรู้ตัวว่านายกฯบิ๊กจิ๋วจะลดค่าเงินบาทล่วงหน้าเป็นวันๆ ฟันกำไรก้อนเงินมหาศาลจากส่วนต่างอัตราค่าเงินบาทที่หล่นฮวบฮาบ กลายเป็นจัวหวะพอดีสอดรับกับบรรดา ร.พ. เอกชนที่เติบโตเป็นกิจการหอมหวนอยู่แล้วพ่วงกับหนี้เงินกู้ต่างประเทศ มาโดนพิษค่าเงินบาทพ่นใส่ไปด้วย เลยล้มระเนระนาดให้ระบอบทักษิณเข้าช้อนซื้อไว้ได้ราคาถูกๆเพื่อทำกำไรต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ เอ ใช่เครือ ร.พ. พญาไท เป็นตัวอย่างไหมน๊อ????

ภาพรวมทั้งหมดที่ผมเห็นนะ ความเป็นไปทั้งหมดนี้มันมาจากการทุจริตทั้งเชิงนโยบายและทั้งในระดับข้าราชการประจำและข้าราชการการเมือง ที่ทำกันพร้อมกับส่งต่อกันมาเป็นทอดๆก่อนที่ระบอบทักษิณจะเข้าครอบบ้านครองเมืองซะอีก เป้าหมายก็คือ ตอนไม่ให้การสาธารณสุขภาครัฐที่มาจากภาษีของประชาชนได้เติบโตรับกับจำนวนประชากร ทำให้ “เป็นสภาพตลาดทางบริการขนาดยักษ์ซึ่งสามารถผูกขาดได้ และให้ขาดแคลนเข้าไว้” ขณะที่เร่งให้การแพทย์เชิงพานิชย์เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด ไม่มีเกณฑ์ในการควบคุมราคา ทั้งไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องในการทำงานตามวิชาชีพ เพราะกลไกการตรวจสอบอย่างแพทยสภาและกองประกอบโรคศิลปะ ต่าง “เดี้ยงสนิท” อยู่ในกำมือของใครเราท่านพอจะรู้ไหมครับ???

อะไรนะ?! ไม่ได้ยินครับ! ขอโทษ ดังอีกนิดครับ

ไม่เป็นไรไม่ต้องกลัวครับพูดมาเลย ผมรับผิดชอบเอง..

อพิโธ่ ก็บรรดากรรมการแพทยสภาและแพทยสมาคมที่เป็นเจ้าของหรือมีหุ้นอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนน่ะเอง นึกว่ามีใครอื่นที่ไหน??

---------------------------------------

ต่อ ค.ห. ถัดไปครับ
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ [22 ก.ค. 53 10:30] ( IP A:58.8.229.23 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ที่ว่ามานี้ พวกเราพอจะดูออกหรือยัง??? ว่าเป็นการทุจริตเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

เอ แล้วหลายคนอาจสงสัยว่า มันเหมือนกันตรงไหน? ระหว่างแพทยสภา กับ เสื้อแดงจากระบอบทักษิณ

อ้าว ก็พวกท่านลองนึกดู ตอนนี้ แพทยสภา แล้วก็บรรดาคุณหมอหญิงหมอชายของชมรม สมาคม ซ่อง เอ้ย ขอโทษ ครับท่านจ้าวบ้าน ผิดพลาดเล็กน้อย เผอิญไปพาดพิงสถานที่อโคจร ที่ไม่สมควรพาดพิง แต่ขออกตัวก่อนนะครับ ผมไม่ได้เจตนาพาดพิงซ่องโจรนะครับจริงๆด้วย เพียงแต่ตั้งใจ (เล็กน้อย) ที่จะพาดพิงซ่องอย่างอื่นมากกว่า ขอโทษอีกทีครับ (ว่าแต่ ท่านจ้าวบ้าน มีอะไรดีๆ บอกกันมั่งเด้อ)

คือหมอทั้งหลายที่เคลื่อนไหวให้ถอนร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายฯ ฉบับนี้ ต่างพากันอ้างเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั้งนั้นใช่ไหมครับ? ทั้งอ้างว่าไม่มีหมอที่ทำงานมีประสบการณ์ตามวิชาชีพร่วมเป็นกรรมการด้วย ใช่ไหมครับ?? ผมไม่เห็นคนไหนในหมู่เหล่านี้อ้างว่า เพื่อวิชาชีพหมอซักคน แต่หมอที่ออกหน้าเคลื่อนไหว แค่เช็คดูง่ายๆก็รู้ว่าเกี่ยวข้องหรือพัวพันอยู่กับแพทยสภาหรือกองประกอบฯ ทั้งนั้น
เหมือนกับที่คนเสื้อแดงอ้างการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล+ รัฐธรรมนูญ 2550 ว่า เพื่อประโยชน์ของประชาชน+ประชาธิปไตย ใช่ไหมครับ?? แต่ขอโทษ หลังจากนั้น ก็เผาบ้านเผาเมือง แล้วยังไปฉวยข้าวของราคาแพงล้วนมีแบรนด์มียี่ห้อ แบบโจรชัดๆ เป็นนิสัยเลวที่ไม่เว้นแม้แต่ระดับแกนนำที่ขี่รถหรูราคาเหยียบล้าน (ไม่รู้ว่าได้มาจากไหน จากอาชีพที่ทำอยู่ที่เป็ฯไปไม่ได้ที่จะทำเงินได้มา)

ที่เหมือนกันอีกอย่างก็คือ หมู่หมอเหล่านี้ ตั้งชมรม สมาคมชื่อดีดูขลัง (แต่ดูคำพูดและประวัติ์หมอที่มีชื่อในสมาคมเหล่านั้น นึกดูแล้วไม่เห็นจะเกี่ยวจะเข้ากันได้เลย) แต่ไม่เคยได้ยินการเคลื่อนไหวแต่ก่อนมาที่เกี่ยวกับชื่อของสมาคมเหล่านั้นเลยครับ คล้ายกับพวกเสื้อแดงที่ไปเที่ยวหลอกชาวบ้านมาชุมนุม โดยเลือกหลอกชาวบ้านที่อยากได้เงินหรือผลประโยชน์จากกลุ่มชมรม กลุ่มก๊วนระดับท้องถิ่นที่อุปโลกขึ้น แล้วก็มีข้อมูลน้อยหรือไม่สามารถนึกรู้ได้ว่าถูกหลอกใช้เพื่อผลประโยชน์ของนายใหญ่ซึ่งพวกเขา ไม่รู้เห็นความเลวแต่หนหลัง และไม่สามารถเล็งเห็นความฉ้อฉลในเบื้องหน้าเบื้องลึก จากการถูกหลอกถูกล่อด้วยเศษเงิน/ซากผลประโยชน์ก้อนน้อยนิด

พวกเรา/ท่านพอจะนึกออกตามที่ผมชี้มานี้หรือยัง???

ประเด็นใจกลางของการต้าน พ.ร.บ. ฉบับนี้คงอยู่ที่ การต้องให้ ร.พ. เอกชนจ่ายสมทบเข้ากองทุน ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ ต้องมีการรายงานบัญชีเพื่อหัก % รายหัวคนไข้ที่รับเข้ารักษา หมายความว่า การทำบัญชีต้องละเอียดถูกต้องมากยิ่งขึ้น ลักไก่น้อยลงหรือไม่ได้เลย แล้วยังเป็นข้อมูลนำไปสู่การตรวจสอบต่อเนื่องตามมาภายหลังได้อีกหลายๆดอก เช่น การตรวจสอบอัตราค่ารักษา (มั่วได้น้อยลง ควบคุมได้มากขึ้น) การรายงานภาษีที่ต้องละเอียดและโปร่งใส แล้วยังอาจเรื่อยไปถึงการตรวจสอบย้อนหลัง ซึ่งตรงนี้แหละ ที่ผมว่า เป็นจุดหักดิบที่สำคัญ โดยเฉพาะพวกโรงพยาบาลที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ไปแล้ว นั่นน่ะ โดนๆเลยล่ะ

เท่านี้ก่อนครับ อยากฟังเสียงตอบรับกันหน่อย ด่าได้ ชมก็ดี แต่หวังคนติมากกว่าครับ ผมว่าต้องอย่างนี่หล่ะ ประชาธิปไตยแท้ๆ ที่พวกแอบจิตคิดหลอกชาวบ้านซื่อๆไม่ประสีประสาหาความรู้ "กลัวกันนักหนา"
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [22 ก.ค. 53 10:40] ( IP A:58.8.229.23 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   แล้วงานนี้จะมีมือเผามะ





อยากรู้ ว่าจะมีหรือเปล่า ?





เก็บกด ๆ

โดย: จีเอ็น [22 ก.ค. 53 10:56] ( IP A:111.84.3.151 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   รอฟังต่อ....
โดย: จ้าวบ้าน [22 ก.ค. 53 13:56] ( IP A:210.86.181.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   งั้นเล่นงาน รพ เอกชนไปเลยมั้ย จะได้ตรงจุด เราไม่รู้ว่า พรบ จะทำอะไรเค้าได้มากหรือป่าว แล้วจะมีผลกระทบกับคุณหมอที่ตั้งใจรักษาหรือป่าว เพราะญาติเราที่เป็นหมอ รพ รัฐบาลก็กังวลเหมือนกันค่ะ จะได้อธิบายเหตุผลให้เค้าเข้าใจค่ะ
โดย: คนตรงกลาง [22 ก.ค. 53 22:08] ( IP A:125.24.249.239 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   จะไปเล่นงานรพ.เอกชนเครือข่ายฯ ก็ไม่เห็นด้วย เขามีสิทธิทำธุรกิจเพียงแต่เราต้องการให้เขาร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม จะมาอ้างว่าคุณรับผิดชอบปัญหาของคุณได้อยู่แล้วไม่ได้ เพราะพวกคุณส่วนใหญ่ก็เป็นกรรมการแพทยสภา เป็นประธานกรรมาธิการสาธารณสุขวุฒิสภา เป็นผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อน และมีอำนาจเหนือกว่าชาวบ้านทุกด้าน ใครจะสู้พวกคุณไหว สายป่านคุณก็ยาวกว่า คุณมีแพทยสภาไว้ช่วยกันอีก เงินคุณก็มากกว่า จ้างทนายเป็นทีมโดยคุณไม่เคยย่างกรายไปศาลให้เครียดเหมือนชาวบ้าน

ที่สำคัญตอนนี้คุณชักใยอยู่เบื้องหลังสมาพันธ์แพทย์ที่อยากได้เงินเพิ่มจากรัฐบาลพอดี ทุกอย่างก็เลยมาแมชท์กัน อีกคนไม่อยากจ่ายสมทบ อีกคนอยากได้เงินเพิ่ม
โดย: เลยมาลงที่พรบ.นี้ไง [23 ก.ค. 53] ( IP A:58.9.223.126 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   มาว่ากันต่อครับ

ผมบอกไปแล้วว่า มันมีการทุจริตเชิงนโยบายระดับสูงเรื่อยจากบนลงไปถึงระดับล่าง ที่จับกันมาได้มั่ง ก็ได้แต่ระดับปลาซิวปลาสร้อย หรือ ร.ม.ต. นอกอาชีพหมอบางคนที่เซ่อและมูมมามเกินไป ก็เลยโดนจั๋งๆ แต่กลับฟันไม่โดนคนในอาชีพหมอหรอกครับ นอกจากอดีต ปลัด ส.ธ. คนดังคนเดียวในประวัติศาสตร์ ที่โดน ปปช. ชี้มูลแล้ว แต่จนคลาดแคล้วเกษียณอายุราชการไปโดยไม่ถูกดำเนินคดี และผมก็เชื่อว่ากว่าจะถูกฟ้อง แกก็คงสิ้นอายุไขเสียก่อน เหมือนๆอย่างอดีต รมต. คลังสมัยทักษิณ ในคดีของ TPI

พวกเราเคยลองนึกเปรียบเทียบไหม ว่าทำไมเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนที่เป็นหมอ "ตั้งหลายสิบคน" ถึงได้รวยเป็นร้อยเป็นพันล้านจากการทำมาหาได้ "ในแค่ชั่วอายุคนเพียงรุ่นเดียว"

พวกเราเคยคิดเทียบจากประสบการณ์ชีวิตของเราไหมว่า ทำไมทั้งๆที่อาชีพหมองานหนักมาก เวลาให้ครอบครัวกับตัวเองก็แทบจะไม่พอ รายได้จากการเป็นหมอภาครัฐเป็นส่วนใหญ่ก่อOหน้านี้ ก็ไม่มากมายพรวดพราด แต่ทำไมแพร็บเดียวพอมีโรงพยาบาลเอกชนเริ่มผุดขึ้น ก็เบ่งบานรวดเร็วปานดอกเห็ดหลังฝนในเวลาชั่วไม่ถึง 10 ปีหลังมานี้ นอกจากทักษิณ ชินวัตรที่เรารู้กันทั่วแล้ววันนี้ว่า "โกงเป็นกระบวนการขนาดมหึมา" แล้วลองเทียบกับกิจการคนไทยเก่าแก่อื่นๆ เช่น

ดูบริษัทคนไทยอย่าง สหพัฒน์ฯ เครือธนาคารใหญ่ๆของไทย เครือเจริญโภคภัณฑ์ เขาต้องทำงานข้ามอย่างน้อยคนสองรุ่นจึงจะร่ำรวยขนาดร้อยล้านพันล้าน และใช้คนหลากหลายจำนวนมาก

แต่ในวง ส.ธ. หมอก็น้อย ผลิตออกมาก็ได้ช้า แล้วบุคลากรข้างเคียงเพื่อสนับสนุนก็ยังผลิตได้ช้าเหมือนกันเพราะเป็นวิชาชีพพิเศษ และต้องขอโทษที่จะแสดงความเห็นว่า ได้คนคุณภาพต่ำกว่าที่ควรด้วย

แล้วทำไม โรงพยาบาลเอกชนถึงได้โตเร็วทำกำไรได้มหึมาในเวลาเพียงสั้นๆ

คำตอบอยู่ที่ อัตรากำไรที่เป็นผลตอบแทนการลงทุน "ที่สูงมาก" พร้อมกับการดูดเอาหมอและบุคลากรข้างเคียงจากภาครัฐมาใช้งาน ทั้งนี้ โดยไม่ต้องเสียเวลา "สอนงาน" บนเลือดเนื้อและชีวิต และแน่นอนความผิดพลาดเสียหายของมนุษย์คนไข้ ที่ไม่ต้องรับผิดชอบ และ ไม่ต้องมีการตรวจสอบ ด้วยความที่ "คนไข้ไทยเชื่องๆ+ให้ความยอมรับอาชีพนี้ด้วยความรู้สึกมีบุญคุณต่อมนุษย์สูง จึงไม่กล้าแตะต้อง"

ผลพวงจากกระแสนึกคิดที่ผมว่า ทำให้เปิดช่องให้การคิดค่ารักษาพยาบาลในภาคเอกชน "ทำได้ตามอำเภอใจ อย่างไม่มีมาตราฐาน" ที่ยิ่งกว่านั้น "คนไข้กระเป๋าหนัก หรือที่ตกอยู่ในภาวะจำยอม เพราะหมูพาดบนเขียง ไม่ทำก็ไม่รอด" จึงทำให้คนไข้ไทยยอมจ่ายทุกบาท "ตามจำนวนเงินที่ถูกเรียก เพราะชีวิตรอดสำคัญกว่าเงิน" แล้วก็หน่วยงานอย่างแพทยสภา แพทยสมาคม กองประกอบโรคศิลปะ หรือแม้แต่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือมูลนิธิต่างๆ ไม่มีการแตะต้องเรื่องนี้ ไม่พูดถึงแม้ซักแอะเดียว ทั้งที่เรารู้กันมาตั้งนานแล้วว่า ค่าบริการในโรงพยาบาลเอกชนก็โคตรแพง แล้วกิจการโรงพยาบาลก็ทำกำไรเติบโตกันพรึบพับ (ขณะที่ก็ได้ยินหนาหู และหมอกรรมการแพทยสภาบางคนเผลอหลุดออกมาให้เข้าใจว่า รายงานเสียภาษีไว้ต่ำ)

พวกเราลองนึกดูในวันนี้ มีโรงพยาบาลของรัฐตามแหล่งชุมชนใหญ่ในกทม. เราหรือหัวเมือง ตรงไหนบ้าง? ที่ไม่มี โรงพยาบาลเอกชนใหญ่ๆตามประกบอยู่ใกล้ๆ

หนึ่งนั้น เพราะตลาดการบริการด้านนี้ขาดแคลนใช่ไหม?? คนไข้มีเยอะ แต่หมอและบุคลากรข้างเคียงขาดแคลนและปั้นไม่ทันใช่ไหม?

ถ้าจะทำกิจการด้านนี้ ก็ต้องอาศัยไปตั้งโรงพยาบาลเอกชนใกล้กับโรงพยาบาลของรัฐเข้าไว้ เพื่อดึงทั้งคนไข้ในภาวะจำยอมเข้ามา และสะดวกทั้งหมอและบุคลากรข้างเคียงในการ "วิ่งรอกทำงาน" ใช่ไหม??

พวกเราลองนึกกันดูว่า มีเครือโรงพยาบาลเอกชนอยู่ซักกี่เครือกัน?? แต่ละเครือมีกันเยอะแยะกี่ที่บ้าง???

แล้วทั้งหมดนั้น ท่านจะพบเจ้าของที่เป็นหมอได้ที่ไหน?? ถ้าไม่ใช่ที่แพทยสภา???

เท่านี้ก่อนครับ เจอกันใหม่วันถัดๆไปครับ

คุณหมอท่านไหนจะแย้ง ก็ยินดีครับ โดยเฉพาะท่าน Dr. Echo
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [23 ก.ค. 53 9:34] ( IP A:58.8.90.111 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน