จากวงเสวนา
   หนุนออกกฎหมายคุ้มครองผู้เสียหาย
วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2553
วันนี้ (30 ก.ค.) ที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ มีการจัดเวทีเสวนา “ปัจจุบันและอนาคตของความสัมพันธ์หมอกับคนไข้ : บทเรียนจากโรงพยาบาลขอนแก่น” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นายวันชัย สอนศิริ เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวว่า กรณีที่เกิดปัญหาขัดแย้งหมอและผู้ป่วย เราพยายามไกล่เกลี่ยและให้การฟ้องร้องเป็นเรื่องสุดท้าย เพราะการฟ้องหมอเป็นเรื่องยาก จากประสบการณ์ฟ้องหมอ 12 คดี ชนะเพียงแค่ 1 คดีเท่านั้น นอกนั้นไกล่เกลี่ยหมด โมเดลของโรงพยาบาลขอนแก่นที่เยียวยาผู้ป่วยผ่าตัดต้อกระจกถือเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างมาก ทั้งนี้ตนไม่เข้าใจว่าทำไมหมอทั่วไปถึงตื่นตระหนกต่อ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข เพราะตนนั่งอ่านรายละเอียดแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์กับหมออย่างมาก ตนไม่รู้ว่าหมอที่เคลื่อนไหวต่อต้านได้อ่านร่าง พ.ร.บ.หรือไม่ เพราะเป็นกฎหมายที่สอดคล้องกับโมเดลที่โรงพยาบาลขอนแก่นสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหมอและคนไข้ ดีกว่าเมื่อเกิดเหตุความเสียหายขึ้นแล้วมาโยนความผิดกันไปมาแล้วเกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้น

นายวันชัย สอนศิริกล่าวว่า ส่วนที่หมอต่างกังวลเรื่องการถูกฟ้องร้องทางคดีนั้น เห็นว่าเรื่องนี้หมอไม่น่าตื่นตระหนกเกินไป ตนอยู่ในอาชีพทนายมา 30 ปี ทุกวงการมีการฟ้องร้องมากขึ้นไม่แต่เฉพาะแพทย์ เพราะมนุษย์เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ 50 ปีที่แล้วที่ยอมจำนนท์ที่รู้น้อย การศึกษาน้อย แต่ปัจจุบันประชาชนรู้มากขึ้น แม้แต่ตนที่เป็นทนายยังถูกฟ้องไม่ตำกว่า 40 คดี การฟ้องถือเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ดีกว่าเมื่อมีความขัดแย้งแล้วคนไข้เอาปืนมาดักยิงหมอ มาด่า มาประท้วงหมอ ซึ่งการฟ้องถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์

“ผมเป็นทนายถือว่าการฟ้องเป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับหมอที่เห็นความเป็นความตายปกติ หากหมอรักษาด้วยมาตรฐานวิชาชีพ ใช้ความรู้ความสามารถเต็มที่ หากใครจะมาฟ้องเชิญ เพราะศาลเข้าใจ มนุษย์ตายคือตาย เจ็บคือเจ็บ แต่ปัญหาการฟ้องร้องที่เป็นปัญหาเกิดขึ้น ต้องดูว่าหมอได้ดำเนินการตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่” นายวันชัย กล่าว

ด้าน ศ.นพ.วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์ อดีตกรรมการแพทยสภา กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ที่จะออกมาใหม่เป็นความพยายามสร้างระบบเพื่อยกระดับสร้างกลไกช่วยเหลือเยียวยา เป็นเครื่องมือของรัฐเพื่อให้สังคมพัฒนาต่อไป โมเดลของกฎหมายฉบับนี้ได้มาจากต่างประเทศ แต่ตนไม่เข้าใจว่าทำไมตอนนี้หมอถึงออกมาประท้วง นอกจากนี้มาตรา 41 ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า สามารถช่วยแบ่งเบาปัญหาการฟ้องร้องได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งตอนจะออกมาตรา 41 ก็มีหมอออกมาประท้วง พอจะออกกฎหมายนี้จะออกมาประท้วงหนักกันอีก

“ผมเห็นว่า หลังๆ หมอชักจะลืมตัวมากขึ้น หมอทำคนตายไม่ใช่เพิ่งมี แต่มีหลาย 10 ปีแล้ว เพียงแต่เดิมไม่เคยมีการฟ้องร้องเพราะคนไทยไม่อยากค้าความ แต่ว่าตอนนี้สังคมเปลี่ยนไป ไม่ใช่เหมือน 50 ปีก่อนที่คนไข้ไม่รู้เรื่อง แต่ปัจจุบันรู้เรื่องหมด หมอจึงต้องปรับตัว รู้จัดตัวเอง รู้จักสังคม” นพ.วิฑูรย์ กล่าว และว่า การที่หมอออกมาต้านกฎหมายนี้ เพราะหลงตัวว่าเป็นอภิสิทธิ์ชนหรือไม่

ด้านนางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ กล่าวว่า โมเดลการเยียวยาผู้ป่วยตาต้อกระจกที่ตาบอดจากการรักษาของโรงพยาบาลขอนแก่นเป็นสิ่งที่ตนอยากเห็นมาก เพราะผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นออกมาแถลงข่าวขอโทษด้วยตนเอง แถมทีมงานยังดูแลผู้ป่วยและญาติเป็นอย่างดี มีการเยียวยาและขอโทษโดยที่เรื่องไม่ต้องถึงแพทยสภา และผู้ป่วยก็พอใจ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ได้ในทุกกรณี เครือข่ายฯ ของตนคงต้องสลายไปเลย ทั้งนี้ขอเรียนว่าหากไม่ถึงที่สุดคนไข้ไม่เลือกฟ้องร้อง และส่วนใหญ่เกิดจากระบบการตรวจสอบที่ไม่เป็นธรรม

“หมอแต่งชุดดำก็แต่งไป เราไม่ปะทะกับท่าน แต่ที่ทราบล่าสุด รมว.สาธารณสุข ยืนยันแล้วว่า จะเดินหน้า ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขแล้ว” นางปรียนันท์ กล่าว.
โดย: ขอบคุณสื่อมวลชน [1 ส.ค. 53 2:43] ( IP A:58.11.28.171 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ขอสนับสนุนให้เดินร่าง พรบ. นี้ให้สำเร็จ เพื่อความเป็นธรรม
โดย: เหนื่อยแทน [2 ส.ค. 53 14:51] ( IP A:115.67.110.149 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน