กลุ่มคนไทยเห็นด้วยกับพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ
   เชิญร่วมกลุ่มแสดงพลังภาคประชาชน

https://www.facebook.com/#!/group.php?gid=147010441981798&ref=mf
โดย: เครือข่ายฯ [2 ส.ค. 53 7:19] ( IP A:58.9.224.197 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   กฎหมายคุ้มครองผู้ป่วย ต้องทบทวนบนพื้นฐานเท่าเทียม
บทบรรณาธิการ2 สิงหาคม 2553 - 00:00

ความเคลื่อนไหวแต่งชุดดำของเครือข่ายสมาพันธ์แพทย์ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปแห่งประเทศไทย และเครือข่ายสหวิชาชีพด้านสาธารณสุข เพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการเข้ารับบริการด้านสาธารณสุขที่คาดว่าจะมีการนำเข้าสู่พิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรเดือนสิงหาคมนี้อาจจะประสบความสำเร็จในเบื้องต้น หลังจากที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศเลื่อนวาระนำกฎหมายฉบับดังกล่าวเข้าสู่สภา แต่ไม่น่าจะเป็นเป้าหมายที่พึงพอใจ ตราบเท่าที่ความขัดแย้งทางความคิดในการรักษาผลประโยชน์ระหว่างผู้ป่วยหรือผู้รับบริการด้านสาธารณสุขกับผู้ประกอบวิชาชีพให้บริการด้านสาธารณสุขยังหาข้อยุติที่ลงตัวไม่ได้
ผู้นำเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ให้เหตุผลว่าการมีกฎหมายคุ้มครองผู้ป่วยก็เพื่อที่จะเยียวยาความเสียหายจากการที่ประชาชนไปรับการบริการสาธารณสุขอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ไม่ต้องฟ้องร้อง อีกทั้งส่งเสริมให้มีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ประกอบการวิชาชีพด้านสาธารณสุขและประชาชนผู้เจ็บป่วย แต่ผู้คัดค้านระบุว่าร่าง พ.ร.บ.นี้ดูดี แต่รายละเอียด "พิกลพิการ" เพราะไม่ได้รับการพิจารณาอย่างละเอียดรอบด้านเพียงพอทั้งจากประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบ และบุคลากรด้านสาธารณสุขหลายๆ สาขา ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ และผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและประชาชนต่อไปในอนาคต
การมองมุมต่างระหว่างผู้รับบริการทางการแพทย์กับผู้ให้บริการ หรือผู้ประกอบวิชาชีพทางสาธารณสุข มิได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ดูเหมือนว่าการเกิดปัญหาความไม่เข้าใจกันในแต่ละครั้งแต่ละหนนั้น ประชาชนผู้รับบริการหรือผู้ป่วยปราศจากเครื่องมือใดๆ ที่จะต่อรองกับองค์กรวิชาชีพที่มีสถานะมั่นคงและเป็นที่เคารพเชื่อถือในสังคมอย่างวงการแพทย์และพยาบาล นอกจากสะท้อนความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาถึงสภาพปัญหาผ่านคำพูดและใบหน้าที่เศร้าหมอง แต่ในทางตรงกันข้าม สภาวิชาชีพต่างๆ ในด้านสาธารณสุขกลับสามารถเรียกร้องหาความเป็นธรรมและสร้างความชอบธรรมอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยื่นเงื่อนไขต่างๆ นานา
แต่ในบรรดาเงื่อนไขเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้การคัดค้านของ "คุณหมอ" ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลผู้เสนอกฎหมายนั้น มีการระบุหนทางเพื่อ "ชัยชนะ" ในการต่อรองที่อ่านแล้วต้องรู้สึกเสียใจและคลางแคลงใจว่า นี่เป็นการต่อสู้คัดค้านของกลุ่มบุคคลที่ต้องการพิทักษ์ผลประโยชน์ของประเทศชาติ หรือเป็นการกระทำของคนเห็นแก่ตัวเพื่อพรรคพวกตนเองกันแน่ เพราะมีตั้งแต่ 1.หยุดตรวจ OPD (ไม่ตรวจรักษาผู้ป่วยนอกทั่วไป ตรวจรักษาเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น) 2.ควบคุมมาตรฐานการทำงานโดยไม่รับเตียงเสริม ตรวจผู้ป่วยโดยจำกัดจำนวนที่เหมาะสม แสดงหนังตัวอย่างจำลองให้ประชาชนเห็นจะเข้าใจผลกระทบที่ตามมาได้อย่างดี และ 3.ยี่นใบลาออกพร้อมกันทั้งประเทศ
บทบาทการต่อสู้เพื่อให้มีการทบทวนร่างกฎหมายคุ้มครองผู้ป่วยใหม่นั้น อาจจะเป็นสิทธิเสรีภาพที่สามารถกระทำได้ในฐานะผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายย่อมต้องรู้รักษาหน้าที่และมีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพของตนเองด้วย โดยเฉพาะคุณหมอที่คนไข้ทุกคนรัก เกรงใจ และให้ความไว้วางใจฝากชีวิตไว้ในมือนั้น สมควรแล้วหรือที่จะกระทำกับคนป่วยที่ไม่เคยเรียกร้องผลประโยชน์ใดๆ มากกว่าขอให้คุณหมอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ดังนั้น ความเคลื่อนไหวใดๆ จากนี้ไปก็แล้วแต่ เราหวังว่าคุณหมอทั้งหลายจะระลึกว่า สิทธิความเป็นมนุษย์ของทุกคนนั้นก็ควรจะได้รับการเคารพและปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันด้วย.
https://www.thaipost.net/news/020810/25621
โดย: ไทยโพสต์ [2 ส.ค. 53 8:50] ( IP A:58.11.85.39 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   แล้วสิทธิของหมอล่ะครับ

ไม่ต้องมีใช่มั้ยอะ
ที่ทำงานไม่ได้พักผ่อนเนี่ย ไม่มีสิทธิในการทำงานในปริมาณที่เหมาะสมเนอะ
โดย: งุงิคริครี mkII [2 ส.ค. 53 9:15] ( IP A:61.19.199.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   คุณหมอความเห็นที่ 2

สิทธิของคุณหมอก็คือรักษาแล้วเกิดผิดพลาดมีกองทุนจ่ายแทน
นี่ก็คือคุ้มครองคุณหมอแล้ว เครือข่ายฯ เห็นใจคุณหมอนั่นแหละ
เราถึงได้เรียกร้องให้มีกองทุนมาชดเชยให้ผู้เสียหายแทนที่จะผลัก
ภาระไปให้คุณหมอที่ทำงานหนัก อย่างเสียสละในรพ.ของรัฐที่
คนไข้มากแต่หมอมีน้อย

เห็นใจเราเถอะ อันไหนที่จะเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายก็น่าจะคุยกันได้
เพราะนั่นเป็นเพียงตัวหนังสือในกฎหมาย แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือความ
จริงใจต่อกัน ยอมรับว่าความผิดพลาดมีจริงและเกิดขึ้นได้ เราจะมา
หาทางออกร่วมกันอย่างไร

คนไข้มีอำนาจต่อรองน้อยกว่าวิชาชีพมาก แต่ขอให้เห็นใจว่าชีวิตหลัง
ได้รับความเสียหายนั้นมันทุกข์ทรมานเพียงใด ไม่มีรอยยิ้ม มีแต่
ความเครียด

ส่วนเรื่องหมอทำงานไม่ได้พักผ่อน เราเห็นใจ จะให้เราช่วยอะไรได้
ก็บอกมา เราจะช่วยท่านเท่าที่กำลังอันน้อยนิดของเราจะทำได้

ขอให้หยุดทำการกวนน้ำให้ขุ่นได้แล้ว
เรากำลังจะมีทางออกร่วมกัน
รอดูเย็นนี้ว่าจะคุยกันรู้เรื่องหรือไม่
หากไม่แล้ว เราจะมาเปิดศึกกันอีกรอบก็ยังไหวนะคุณหมอ
โดย: เครือข่ายฯ [2 ส.ค. 53 9:40] ( IP A:58.9.224.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   เดี๋ยวก็รู้
โดย: ไม่ต้องทำอะไร [2 ส.ค. 53 10:19] ( IP A:125.24.25.254 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   สิทธิ์หมอ
ก็ไปพูดกับหัวหน้าที่บริหารเวลาการทำงานของหมอซิ


ไปบอกการจัดการเวลาใหม่
หาหมอมาให้พอกับคนไข้
แก้ไขไม่ได้ก็ไม่ได้ตลอดไปแหล่ะ
ปัญหาพวกนี้มันเกิดมากี่สิบปี
ทุกคนรู้ว่าหมอไม่พอ แต่ก็ไม่มีใครแก้ได้
เพราะอะไร ?
หมอรู้ รัฐบาลรู้
แต่มีใครแก้ไขอะไรมั้ย




ประชาชนต้องมาแก้ไขให้หมอมะ
ต้องมา รพ น้อยครั้งเหรอ?
ไม่ป่วย ไม่เป็น ไม่เจ็บ ไม่มีใครอยา่กไป หาหมอหรอก
เชื่อดิ



เห็นใจหมอนะ
ทำงานดีดี
ไม่มีใครฟ้องหรอก
คนไข้ไม่ได้ใจดำขนาดนั้น
นอกจากรักษาแบบลวก ๆ มันเกิดความเสียหายมันก็โดนเป็นธรรมดาแหล่ะ

ตอนนี้ พรบ นี้เขาจะช่วยหมอไม่ให้ถูกฟ้อง ยังไมดีอีกเหรอ?
เพราะความผิดพลาดมันเกิดได้เสมอ ตราบใดที่คุณเป็นหมอ
นะจะบอกให้
โดย: จีเอ็น [2 ส.ค. 53 10:23] ( IP A:1.46.203.138 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ...ปุจฉา...สิทธิของคุณหมอก็คือรักษาแล้วเกิดผิดพลาดมีกองทุนจ่ายแทน
นี่ก็คือคุ้มครองคุณหมอแล้ว เครือข่ายฯ เห็นใจคุณหมอนั่นแหละ
เราถึงได้เรียกร้องให้มีกองทุนมาชดเชยให้ผู้เสียหายแทนที่จะผลัก
ภาระไปให้คุณหมอที่ทำงานหนัก อย่างเสียสละในรพ.ของรัฐที่
คนไข้มากแต่หมอมีน้อย...
...วิสัชนา...สิทธิของคุณหมอก็คือรักษาแล้วเกิดผิดพลาดมีกองทุนจ่ายแทน...แล้วถ้าหมอรักษาไม่ผิดพลาดละ(ตายเพราะโรคของมันเอง พิการเพราะโรคของมันเอง ฯลฯ ซึ่งจะให้"ใครและหรือองค์กรใดเป็นผู้ตัดสิน")กองทุนก็จ่ายด้วยมิใช่หรือ เพราะกฎหมายบัญญัติให้จ่ายโดยไม่สนถูกผิด...
...ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค...กลายเป็นว่า"บุคคลากรด้านสาธารณสุข" โดยเฉพาะ"แพทย์" คือ อยากได้หมอที่ดี มีความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา มีมนุษยธรรม ฯลฯ...ปัญหาก็คงไม่เกิด กฎหมายนี้ก็คงไม่ต้องมี...ย้ำเสมอว่า...อย่าเอาแต่ได้...การ"รับ" และ การ"ให้" ต้องสมดุลย์และพอประมาณ???...แล้วหมอเองไม่อยากได้คนไข้และญาติที่เป็นคนดีบ้างหรือ...ผมถึงย้ำเสมอว่า...ขอเพียงคนไทยทุกคนทุกท่านเป็น"คนดี" ประเทศไทยและคนไทยก็ไม่หายนะเยี่ยงทุกวันนี้...แต่ความที่ไม่มีใครทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ จึงอยู่ที่การสนับสนุนคนดี ให้คนดีมีอำนาจปกครองบ้านเมือง ควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจและเข้ามาสร้างความเดือดร้อนวุ่นวาย(พระบรมราโชวาทขององค์ในหลวง)...

...เพราะฉะนั้น...ถ้าต้องการ"หมอที่ดี" ก็ต้องเริ่มจาก"คัดเลือกคนที่ดีเข้าเป็นนักศึกษาแพทย์"...แล้วคนดีมีคำนิยามคำจำกัดความความหมายว่าอย่างไร...แต่ละคนแต่ละท่านตรงกันเหมือนกันหรือไม่...

...ยอมรับร่วมกับผมในคำนิยามคำจำกัดความความหมายของคำว่า"คนดี" คือ คนที่คิด พูด ทำ โดยไม่ละเมิดและหรือผิดต่อกฎหมายที่ยังมีผลบังคับใช้ ณ ปัจจุบัน(อาจยกเว้นความผิดโดยประมาทและหรือความผิดลหุโทษ) และ ถ้าเป็นคนที่นับถือศาสนาพุทธ ก็ต้องเพิ่มเติมด้วยว่า ต้องคิด พูด ทำ โดยไม่ละเมิดและหรือผิดต่อศีลห้า...ปัญหาคือ"หาได้ไหม???"...จริงๆแล้ว...โดยส่วนตัวผม ผมเรียกร้องให้บัญญัติ"คนดี"อันนี้ไว้เป็นคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับชั้น...เพราะ"นักการเมืองไม่ใช่อาชีพ ต้องได้"คนดี"เท่านั้น...

...เพราะฉะนั้น ในความเห็นส่วนตัวของผม...ผมว่า"หมอที่ดี"คือหมอที่คิด พูด ทำโดยไม่ละเมิดและหรือผิดต่อกฎหมายที่ยังมีผลบังคับใช้ ณ เวลานั้น ยกเว้นความผิดโดยประมาทและหรือความผิดลหุโทษ...
โดย: pimsen/policemajor@hotmail.com [2 ส.ค. 53 11:31] ( IP A:110.168.111.225 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ^
^
^
^ ถ้ามัวแต่หาเงินไม่มีเวลาวิเคราะห์พรบ.เหมือนคุณหมอในสวรส. สปสช. สช. ก็ไปห่างๆเถอะครับ อย่ามารบกวนบอร์เราเลย คนทุกข์ยากเขาต้องการพื้นที่บอร์ด ขอเตือนพี่น้องเครือข่าย สมาชิกหยุดโต้ตอบกับท่านนี้อีกถ้ายังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ปล่อยท่านเพ้อไปคนเดียวเถอะ
โดย: ซอสายขาด [2 ส.ค. 53 11:41] ( IP A:210.86.181.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ...อยากครองเมืองครองโลกโยกกันใหญ่...
...ไม่มีใครเมตตาใครให้สับสน...
...ขอศีลธรรมได้กลับมาพาหมู่คน...
...ได้หลุดพ้นวิกฤตการณ์ทันเวลา...

......ท่านพุทธทาสภิกขุ......

...อนิจจัง...ทุกขัง...อนัตตา...สัตว์โลกทั้งหลายอย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย...กรรมใดใครก่อ ก็รับกันไปเอง...อยากมี อยากได้ อยากเป็น คงต้องคิด พูด ทำด้วยตัวเอง...อย่าได้บังอาจแบมือเรียกร้องให้ผู้อื่นคิด พูด ทำให้เลย...หากพยายามทำตนเป็น..."งูเห่าในอ้อมแขนของชาวนา"...
โดย: pimsen/policemajor@hotmail.com [2 ส.ค. 53 13:54] ( IP A:58.10.128.78 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ทำงานดีดี
ไม่มีใครฟ้องหรอก
^
^
^
T-T
โดย: silz [2 ส.ค. 53 18:05] ( IP A:114.128.95.218 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   คนไข้ที่เขาป่วยตายโดยสมเหตุสมผล...หรือหมดอายุขัยตามสภาพ ก็ไม่มีใคร...น่ามืดกับเงินกองทุนชดเชยหรอกนะ....และก็คงไม่มีใครอยากจะตั้งใจ๋ ตั้งใจนะ ที่จะพิการ ป่วย เสียชีวิต โดยตั้งใจเพื่อที่จะได้เงินก้อนนี้ หรือทางคุณอยากได้เงินบรรเทาความเดือดร้อนก้อนนี้ เขามีไว้ใช้เพื่อบรรเทาทุกข์มากให้ทุกข์น้อยลงไป....ให้ลดความเสียใจ ความคับแค้นใจ...ความเจ็บใจ....จากทางตันที่ไม่เคยได้รับความยุติธรรมจากแพทยสภา หรือองค์การประกอบโรคศิลป์ จากหมอชุ่ย ๆ ที่ไร้จรรยาบรรณ จะได้ลดการเสียใจมาก เป็นเสียใจน้อยลงไป และไม่คิดฟ้องหมอ..เพราะฟ้องไปก็รู้ รู้กันอยู่ว่าผลออกมาเป็นยังงัย...

โดย: คนเดิม [2 ส.ค. 53 21:19] ( IP A:124.122.76.39 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ขอกราบองค์พระขาวอันสวยงามองค์นี้....พวกเราชาวบ้านธรรมดา ธรรมดา.....ขอให้ พรบ.ฉบับนี้ผ่านไปได้ด้วยดี....ขอองค์พระจงประทานความสว่างไสวให้เกิดขึ้นในจิตใจของคนที่คัดค้านด้วยเถิด....สาธุ.....
โดย: คนเดิมเดิม [2 ส.ค. 53 21:27] ( IP A:124.122.76.39 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ก็ดีนะ พรบ.นี้น่ะ พวกเราจะได้ทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น เวลาที่มีให้กันมากขึ้น ตรวจละเอียดและคุยกับคนไข้แบบ holistic care ได้ดีขึ้น ทำงานด้วยความสบายใจกันทั้งสองฝ่าย เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เลย OPD 12 case/day เลิศ..
โดย: ดีจัง [3 ส.ค. 53 20:43] ( IP A:61.7.171.221 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   พรบ.นี้ดีมากในหลักการและบางมาตรา

ผมว่ากลุ่มที่เค้าไม่เห็นด้วยเค้าก็ไม่เห็นด้วยตรงบางมาตราที่มันไม่เหมาะสม เป็นการเปิดโอกาสการฉ้อฉลหรือช่องว่างมากเกินไป ทำไมต้องมาแต่ว่ากล่าวภาพรวมว่ามันดีมาก มันช่วยคนไข้ หมอทำไมใจดำอมหิต

ไม่เห็นจะมีกลุ่มเครือข่ายคนไหนที่มาแจกแจงว่ามาตรานั้นที่มันควรจะแก้ไข มาตรานั้นดีแล้ว ตรงตามหลักการ

คุณหมอในสวรส. สปสช. สช. ที่ไม่ได้ตรวจคนไข้ กับคุณหมอที่ตรวจคนไข้นั้นเราแยกกันทำงาน คนละหน้าที่ ไม่ใช่ว่าคุณหมอที่ไม่ทำงานที่นี่จะมัวแต่หาเงิน หน้าเงินกันหมดหรอกนะครับคุณ

ผมเป็น นศพ. ผมรู้สึกว่าทำไมทุกคนถึงมองหมอในแง่ร้ายตลอด มีอคติตลอด อาจารย์ที่สอนผมอยู่ทุกวันนี้เค้าสอนพวกผมให้เป็นหมอที่ดี มีจริยธรรม มีความสัมพันธ์กับคนไข้ให้ดีที่สุด การจะทำอะไรแต่ละอย่างต้องคำนึงถึงคนไข้หมดเลยนะครับ แต่ทำไมคนไข้ถึงมองหมออย่างนี้กันหมด

ตอนนี้ ผมมาอ่านที่นี่ กำลังใจจะเป็นหมอของผมมันลดลงมาก คนไข้มาผมต้องระแวงไว้ก่อนใช่ไหมครับ

อยากให้คุณหรือลูกของคุณมาเรียนหมอซักคนเถอะครับ เรียน 6 ปี แล้วจะรู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกเช่นนี้
โดย: samuki [3 ส.ค. 53 21:15] ( IP A:202.28.179.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   เพิ่มนิดนึงนะครับ

หลายๆ คน อาจคิดว่า ทำไมคุณไม่ตั้งหน้าตั้งตารักษาคนไข้ให้ดีๆ จะไปกลัวทำไมกับการถูกฟ้อง

อันนี้ผมไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะไม่มีอะไรแน่นอนใน medicine เลยนะครับ สิ่งที่รักษากันอยู่ทุกวันนี้ใช้สถิติ การลองผิดลองถูกทั้งนั้น ยาทุกตัวที่ใช้อยู่มีข้อควรระวังที่สามารถถึงแก่ชีวิตได้ทั้งนั้น หัตถการทุกอย่างไม่ได้ทำเหมือนๆกันทุกคน เพราะร่างกายคนมันไม่เหมือนกันเลย

สิ่งที่เลือกรักษาก็คือสิ่งที่จะเป็นประโยชน์มากกว่าโทษนะครับ แต่โทษนั้นไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดเมื่อไร กับใคร บางทีคนไข้ไม่เข้าใจ ฟ้องหมอ 1 คน มันทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับ เสียชื่อเสียอนาคตทั้งชีวิตนะครับ ซึ่ง พรบ. นี้นั้นดีมากครับที่พยายามจะปิดช่องว่างตรงนี้ แต่มันมีบางสิ่งบางอย่างที่มันต้องแก้ไขนะครับ ไม่ใช่ว่ารีบๆ ดันๆๆ ให้มันรีบได้ใช้ คนไข้จะได้ไม่ลำบาก ทำไมเราไม่แก้ให้มันดีตรงตามหลักการกันก่อนล่ะครับ
โดย: samuki [3 ส.ค. 53 21:23] ( IP A:202.28.179.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   น้องครับ ที่พวกพี่คิดไม่ได้ เพราะถ้าพี่คิดได้เร็ว ก็จะประุชุมเสร็จเร็ว แล้วเบี้ยประชุมกับ สปสช.ครั้งละ 6000 บาทก็จะอดไปสิครับ

ประธานเครือข่ายเรื่องแบบนี้ไม่โง่หลอกครับ

วันๆพี่ไม่ทำงาน ถ้าพี่ไม่ได้เบี้ยประชุมกับ สปสช. แล้วพี่จะเอาอะไรไปกินละครับ
โดย: เครือข่ายฯ [4 ส.ค. 53] ( IP A:125.24.94.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ความเห็น 15

มีที่ไหนเบี้ยประชุม 6000 บาท เครือข่ายฯ จะได้ตามไปตรวจสอบเหมือนที่ตรวจสอบวงการแพทย์

ถ้าอย่างนั้นหากมีใครเขาบอกว่าแพทยสภามีเบี้ยประชุมครั้งละ 6000 บาทคุณจะเชื่อหรือไม่
โดย: เล่นสกปรกกันแล้วหรือ [4 ส.ค. 53 2:35] ( IP A:58.9.186.74 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   คุณ samuki

คุณกำลังพยายาม "เน้น" เรื่องที่เป็นเหดสุดวิสัยที่ป้องกันไม่ได้ แม้ทำตามมาตรฐานการแพทย์อย่างสุดจริตก็เจ็บก็ตายอยู่แล้ว ใช่ไหม??

พ.ร.บ. ฉบับที่ว่านี้ เขาไม่ได้ชดเชยในกรณีแบบนี้ ไม่ใช่หรือ???

ที่เครือข่ายฯ นี้วิ่งเต้น เสียแรง เสียเวลามาจนทุกวันนี้ ก็เพื่อช่วยเหลือเยียวยา "กรณีความผิดพลาดที่ป้องกันได้เท่านั้น ใช่ไหม"

ผมก็ไม่เข้าใจว่า คุณจะมุ่งเน้นตรงนี้ทำไม????

เฉพาะความผิดพลาดทางการแพทย์ที่ถึงตาย "ซึ่งป้องกันได้" ที่เมืองไทยเรานี่ ปีละกว่า 25000 ศพ เป็นอย่างน้อยอยู่แล้ว ที่เดี้ยงเป็นผักหรือพิการถาวร ไม่นับ

แล้วเราจะมาเสียเวลาเอากับเรื่องเหตุสุดวิสัยทางการแพทย์ ที่ยังไงก็เกิดอยู่แล้ว ทำไม ทำไม ทำไม?????
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [4 ส.ค. 53 14:56] ( IP A:58.8.108.166 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   ผมก็รู้แล้วครับ ว่า พรบ เค้าไม่ได้ให้พวกที่เหตุสุดวิสัย

แต่ผมแค่รู้สึกว่า ความรู้สึก หรือคำพูดที่ออกมาแต่ละอย่างมันมีแต่มองในแง่ร้ายกับหมอทั้งนั้น ไม่ค่อยมีใครเข้าใจว่าอันไหนมันสุดวิสัยจริงๆ ก็เท่านั้นเองครับ

"เน้น" เรื่องที่เป็นเหดสุดวิสัยที่ป้องกันไม่ได้ อันนี้แหละครับที่ต้องเน้น ต้องแก้พรบ. ควรมีผู้ที่เชี่ยวชาญที่สามารถตัดสินได้ในกรรมการตัดสิน เพื่อที่จะได้รู้ว่ามันคือเหตุสุดวิสัยจริงๆ และส่วนใหญ่ผู้ป่วยไม่เคยเข้าใจเลยว่าอันนี้คือเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นกับตัวญาติของเค้า

ผมทราบครับว่าเราควรลงโทษกับหมอที่รักษาประมาทเลินเล่อ หรือไม่ได้ตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น ทำให้เกิดทุพลภาพแก่ผู้ป่วย อันนี้ผมเห็นด้วยครับ

ผมขอโทษพี่ คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) นะครับที่ทำให้เสียเวลามาอ่านความคิดเห็นของผม มันก็เป็นความรู้สึกของผมเท่านั้นแหละครับ ถ้าพี่คิดว่าสิ่งที่พรบ.นี้มันมีแต่ข้อดีอย่างเดียวละก็อาจจะไม่ถูก ผมคิดว่ามันมีข้อเสียด้วยนะครับ ที่ควรจะมานั่งถกกันและแก้ไข

แต่ตอนนี้มันกลายเป็นศัตรูกันไปแล้วล่ะสิครับ แต่ละฝ่ายต่างมองเฉพาะด้านเดียว เครือข่ายก็ไม่มองมุมมองของแพทย์ แพทย์ก็มองข้ามบางอย่างไป เหมือนเสื้อแดงเสื้อเหลืองเลยล่ะครับ ไม่มีใครยอมลดละ ไม่มีใครยอมใครเลย
โดย: samuki [4 ส.ค. 53 17:08] ( IP A:202.28.183.10 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   ยิ้มรับพรบ..แล้วถือใบ refer ไว้เถอะน้องเอ๋ย
รพช.กลายเป็นสถานีอนามัยไปซะแล้ว
โดย: เยี่ยม [4 ส.ค. 53 17:27] ( IP A:119.42.123.174 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   -ตรวจ 12 case ต่อวันก็พอ จะได้มีคุณภาพ ดูได้ทุกโรคไม่หลุด
-ผ่าวันละ 3 case / วัน ก็พอ ผ่ามากก็เสี่ยงโดนฟ้องมากและเหนื่อยจนมาตรฐานลดลงได้
-รับคนไข้นอนโรงพยาบาลในมือ ไม่เกิน 10 คน/หมอ 1 คน ก็พอ มากกว่านี้เดี๋ยวดูแลไม่ไหวไม่
ทั่วถึง
โดย: iphone.in.sky@gmail.com [5 ส.ค. 53 1:03] ( IP A:161.200.100.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   ฉันเหนื่อยฉันท้อแท้ ฉันอ่อนแอฉันสิ้นหวัง สิ่งดีดีที่ยึดถือไว้เป็นพลัง ความเมตตาที่ยึดไว้ในใจ
เคยสู้แม้นเหนื่อยยากไม่ท้อแท้ คนไข้คือพ่อแม่ไม่หวั่นไหว ไม่ได้กินข้าวกัดฟันบอกไม่เป็นไร
ฉันจะตรวจต่อไปคนไข้ต้องได้ตรวจทุกคน
เผลอเหนื่อยนอนหลับยังไม่ได้อาบนำ้เปลี่ยนเสื้อ ตื่นมาคนไข้มากเหลือจะต้องรีบมาตรวจไหม่
สิ่งเหล่านี้ฉันทำไปเพื่ออะไร.......... ในเมื่อทำไปใครก็ไม่เห็นค่าของเรา
โดย: iphone.in.sky@gmail.com [5 ส.ค. 53 1:19] ( IP A:161.200.100.2 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   คนใกล้ตัวเรา เป็นพยาบาล วิชาชีพ มากกว่า 15 ปีแล้ว แต่ไม่ระบุว่า นานกว่า..เท่าไร ทำงานรพ. รัฐ

ไม่เคยบ่นเลย ว่าเธอเหนื่อย เบื่อ เครียด จนอยากลาออก แต่เธอจะเครียด ขึ้นมาทันที หากมีปัญหา รอบด้านเข้ามาปะดัง

เช่น ญาติที่เคารพ อย่างบิดา มารดา มีอาการเจ็บป่วย ช่วงนั้น เพราะเธอรักและห่วงใย คนที่เธอรัก

ปกติ เธอ ...ก็ทำงานโอทีเพิ่ม และงานผู้ป่วยนอก เพิ่มด้วย

อย่างไร ก็ขอเป็นกำลังใจให้ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ทุกท่าน ที่ตั้งใจทำงานด้วยดี เต็มกำลังความสามารถ

(เราเชื่อว่า กรรมดี จะคุ้มครองคุณ เราหวังเช่นนั้น และเชื่อเช่นนั้นจริง ๆ คนจะตาย คนจะสูญเสีย จริง เป็นสิ่งที่ห้ามกันไม่ได้)

ยกเว้นแต่ว่า ....คิดเอาเอง (คนเราไม่เหมือนกันทุกคน ในบางอารมณ์ บางขณะ)
โดย: ธรรมะ [5 ส.ค. 53 9:46] ( IP A:115.67.89.53 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   ผมว่านะ เราไม่ได้ตัดสินความชอบธรรม หรือ ถูกต้อง ของการมีการใช้พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ "ความรู้สึก" ได้หรอกนะ

คงต้องยึดเหต และ ผล พ่วงด้วยกับ "สภาพความเป็นจริง" ที่เห็นตำตาอยู่ตรงหน้าเป็นสำคัญ

ในร่าง พ.ร.บ. (ที่คุณความอ่านและทำความเข้าใจให้เที่ยงตรงก่อนมาแสดงความเห็นในเวทีแห่งนี้) ไม่ว่าในคณะกรรมการระดับนโยบายและในการชดเชยความเสียหาย ต่างล้วนมีหมออยู่ด้วยทั้งนั้น ผิดแต่ว่า ไม่ได้ "มีแต่หมอทั้งหมด" อย่างในแพทยสภาหรือกรรมการเฉพาะกิจหลายๆคณะที่ สธ. เคยมีมา ซึ่งมีแต่ไม่หมอและพยาบาลเท่านั้น

แล้วผมถามว่า เรื่องที่ผ่านสองกลุ่มหน่วยงานกรรมการที่ว่ามานี่ มีซักกรณีไหมที่จบลงอย่างถูกต้อง ชอบธรรมและรวดเร็วน่ะ

เช่นเดียวกัน

คห ที่ 19 20 21 และ 22

ต่างก็ใช้ความรู้สึกแสดงออก ที่มีใจความคุกคามข่มขู่แบบนิ่มๆในแบบของ " ผู้ที่มีความเลือดเย็นอยู่ในที และมี ความเป็นมนุษย์ที่ควรรู้จักเอื้อต่อคนด้วยกันอยู่ น้อย "

ผมก็ต้องขอเตือนท่านทั้งหมดนั้นด้วยความหวังดีว่า หากท่านรักที่จะอยู่ในอาชีพนี้ต่อๆไป ท่านควรเปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่ เพราะอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ "ยังมี" เกียรติสูงส่งและเป็นที่ยอมรับเช่นนี้ในสังคมไทยเราอยู่ แต่นั้นหมายความว่า ท่านต้องทำงานหนักและเสียสละมากกว่าอาชีพอื่นๆอยู่มากๆ ที่สำคัญ ท่านต้องมีความเป็นมนุษย์ที่รู้จักเอื้อต่อเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บไข้ได้ป่วยให้มาก มีเมตตาสูงจนกลบความเห็นแก่ตัวตนได้ ท่านจึงจะได้รับเกียรติเช่นนั้น

แต่หากท่านจะข่มขู่โดยการใช้ถ้อยคำที่แสดงความเป็น "คนที่มีภูมิความรู้สูงกว่าชาวบ้านคนไข้ที่ต้องมาขอพึ่งความสามารถทางวิชาชีพเฉพาะของท่านนี้" ท่านก็อย่าลืมว่า คนที่เก่งกว่าท่านน่ะ ยังมีอยู่ คนที่เก่งเท่าท่านที่เป็นหมอ ยิ่งมีเยอะ และโดยเฉพาะคนที่รู้เท่าทันความคิดท่านหรือผมยิ่งมีเยอะมาก โดยเฉพาะที่ไม่แสดงตัว

ท่านอาจคิดว่าผมท้าทายท่านมาก ใช้ถ้อยคำขัดใจจาบจ้วงตัวตนของท่านมากไป

ก็ขอให้ท่านลองนึกดูว่า หาก ศพ กว่า 25,000 ศพ ต่อปีเป็นอย่างน้อยที่กองทับถมกันทุกๆปีนั้น ที่ตายจากความผิดพลาดทางการแพทย์เฉพาะที่ป้องกันได้ เป็นใครซักคนที่คุณรู้จักหรือสนิทชิดชอบด้วย เป็นคนข้างตัวที่พวกคุณต้องพึ่งพาอยู่ทุกวี่วัน หรือคุณรักสุดจิตสุดใจ

ท่านก็น่าจะพอเข้าใจว่า พวกเราชาวเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์เจ็บปวดอย่างไรกันอย่าง??

และคงจะพอเข้าใจได้ว่า ทำไมเราหรือผู้คนเยอะแยะที่พากันดาหน้าออกมาต่อต้านกลุ่มหมอ (เด็กเลี้ยงแกะ) ถึงไม่ได้ "กลัว" หมอหรือคำขู่แบบใช้คารมแสดงความเลือดเย็นของคุณกันเลย

ซึ่งมาจนถึงบรรทัดนี้ หากท่านตอบมาอย่างไม่เข้าใจเลยว่าผมได้อธิบายอะไรมาให้

ผมก็เสียใจที่จะบอกว่า "ก็ขอหวังว่า ท่านจะโชคดีตลอดไปในวิชาชีพนี้ครับ" พูดได้เท่านั้นจริงๆ
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [5 ส.ค. 53 10:51] ( IP A:58.8.110.34 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
    ความคิดเห็นที่ 23 คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ)
คุณ..กำลังเข้าใจ ความคิดเห็นที่ 22 ผิด อย่างมหันต์


ความหมาย ที่กล่าวในความคิดที่ 22 หมายถึง ถ้าทำงานดีที่สุดแล้ว จะกลัวอะไร ความดีจะตอบแทนด้วยความดีเอง


ยกเว้นแต่ว่า ....คิดเอาเอง (คนเราไม่เหมือนกันทุกคน ในบางอารมณ์ บางขณะ)

หมายถึง คุณมีความประมาท เลินเล่อ สะเพร่า หรือไม่ซื่อสัตย์ในวิชาชีพ อย่างใดอย่างหนึ่ง

เช่น ปกปิดคนไข้ หลอกลวงคนไข้ ช่วยเหลือคู่กาละกิณี ปากงปากัง อะไรทำนองนั้น

อื่น ๆ อีกมากมาย ที่ไม่รู้ ที่ไม่รู้ เพราะคนเสียหาย บางคน ไปเจอ บางครั้ง บางเรื่องราว อาจคนละแบบกัน ไม่เหมือนกัน

สัจจะธรรม มีใครไม่เคย ทำผิด ทำผิดมาก ทำผิดน้อย สร้างความเสียหายแค่ไหน
(แล้วตั้งใจทำดีแล้วหรือยัง...ดีที่สุดแล้วใช่ไหม??)

และ สิ่งที่ดีที่สุด ผิดแล้ว ยอมรับผิด เป็นสิ่งที่วิเศษ ที่สุด ที่ใครก็จะนับถือ ยกย่องคุณ เพราะเชื่อว่า ความผิดพลาด เป็นครู แล้วจะไม่ผิดพลาดซ้ำซ้อน

การทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิดชอบ พร้อมจะต่อสู้ทุกรูปแบบ เพื่อให้ตัวเองถูกต้อง นั่นคือสิ่งที่สกปรกที่สุด
โดย: ธรรมะ [5 ส.ค. 53 17:36] ( IP A:115.67.252.15 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   คนเราทุกคนย่อมรู้ขีดความสามารถของตัวเอง
หากรู้ว่า ล้าแล้ว ทำต่อไปไม่เกิดผลดี ก็ควรหยุดพักมิใช่หรือ
ในขณะที่ หลายๆ คนต่างคิดว่า ไม่เน้นการตรวจให้ได้ปริมาณมาก
แต่เน้นการตรวจให้มีคุณภาพมากต่างหาก
ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว การที่เราหยุดตรวจเมื่อล้า ก็จะไม่ทำให้คนไข้เกิดผลเสียมากขึ้นมิใช่หรือ
โดย: หรือเราจะเข้าใจผิดไปเอง [7 ส.ค. 53] ( IP A:119.42.122.44 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   ถ้าอย่างนั้นขอความคิดเห็นร่วมกันหน่อยนะ
ช่วยจัดตารางงานของเราให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อคนไข้ที
เพราะตอนนี้เริ่มงงกับชีวิตของตัวเองละ ว่าต้องจัดยังไง

เอาเป็นว่า ตอนนี้มีคนไข้ 40 คนในวอร์ด ต้องไปราวน์เช้าก่อน
แล้วไปออก OPD มีคนไข้ 150 คน ตอนเย็นอยู่เวรต่อถึงเช้า
ฝากจัดให้ทีนะ ว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง ขอบคุณมาก
(อันนี้อยากรู้จริงๆ ไม่ได้จะกวน อยากรู้ว่า ทำงานช่วงไหน กี่โมง ต้องไปตั้งแต่กี่โมง ได้พักกินข้าวนานแค่ไหน จะได้ลองเอาไปปรับใช้ดู)
โดย: อยากรู้ [7 ส.ค. 53 15:41] ( IP A:110.49.193.65 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   เวลา round คนไข้ ก็ใช้เวลาคนละ 3-5 นาที แล้วแต่ความหนัก คูณแล้วได้ 120-200 นาที (2-3.3 ชม.)
ตรวจผู้ป่วยนอก ก็น่าจะใช้เวลามากกว่านิดนึง ตีสัก 6-7 นาที (15-17.5 ชม.)

รวมกันแล้ว ยังไงก็ไม่เกิน 24 ชม. น่าจะพอบริหารเวลาได้
โดย: ลองดูนะ [7 ส.ค. 53 23:14] ( IP A:58.8.109.254 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน