กดดันปลดหมออำพล หมอวิชัย และหมอพงษ์พิสุทธิ์
   SEARCH: Thu, August 5, 2010 |For all today's latest news, visit HOME THE GIRLS PAGE 3 IDOL LODGE ARCHIVE GOLD VIDEO PAGE 3 EXTRA SHOP BINGO HOME Fantasy football Fancy pitting your managerial skills against Rosie, Rhian and Hollie in The Sun's brilliant fantasy football game? We have 100 free entries to give away, but you'd better be quick! Tottie on the oche We asked you to vote for one of four Page 3 beauties who share a weird connection. It turned out to be one of the closest polls we've ever run, so click here to see the result. Page 3 TV Naughty-cal Staci is the star of Page 3 TV this week. We joined her on the for her new Hello Sailor Lodge. Also new this week: Classic Lodge star Amie and our darts babes Rhian and Kelly. wallpaper We have another fine collection of Page 3 wallpaper for you this week. Our new batch of desktop stars include Rosie, Becky, Hollie, Staci, Elle and Amie and the best thing is they're all free. It's a Hollie day Hooray, hooray, it's a Hollie-Hollie day! Our 30F beauty is celebrating her birthday this week and what better excuse to gather together a few gorgeous shots of our Manchester muse. classic lodge During the early Noughties a sexy little Essex lovely called Amie appeared on the nation's favourite page. The 32C beauty didn't stick around for long, but left a big impression. Behind the scenes Most people who sneak about capturing covert footage of barely dressed girls end up in trouble with the authorities, but here at Page3.com we positively encourage it! We call it Behind the Scenes. KELLY 20, from Daventry

SEND PIC TO A FRIEND ป GET MY PICTURE ON YOUR MOBILE ป KELLY'S LINKS GO TO MY PAGE DOWNLOAD MY WALLPAPERS VIEW MY SLIDESHOW Picture by: Alison Webster 2 of 4
SEARCH OUR GIRLSBROWSE PAGE 3HomeJoin The LodgeCurrent GirlsGold GirlsWallpaperLodgeVideoshootsDaily ArchiveGamesSlideshowsMobile DownloadsShopYour Top TenOur MySpaceSun BingoThe SunDreamteamSubmit your picsREADERS' REQUEST SIGN UP Terms & Conditions | Privacy Policy | Newspaper Ad Rates | Online Ad Rates | Contact Us | Sitemap
'The Sun', 'Page 3' and 'Page Three' are registered trademarks. All rights reserved. ฉ News Group Newspapers Ltd, 2010. CREATE A BOOKMARK
GIRLS

A-Z index of Page3 Girls
Wannabes
Page 3 Idol
Archive
Gold

LODGE

Sign-up
Lodge Archive
TV

Page3 Videoshoots
News and Footie at The Sun

PAGE3 EXTRA

Wallpaper
Your Top 10
Online Games
Slideshows
Mobile
SHOP

The Page3 Shop

GAMBLING

Play Bingo online
CONTACT US

Contact us via e-mail
Contact us via post
Submit your pictures
How to become a Page 3 Girl

LINKS

Page 3 MySpace
The Sun
News of The World



PLAY SUN BINGO
โดย: หมอบ้าเลือดแล้ว ฮาๆๆ สนุกจริง [5 ส.ค. 53 17:32] ( IP A:58.8.2.95 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   แพทย์ศิริราช-จุฬาฯ กองทัพอากาศพร้อมเข้าร่วมเป็นกรรมการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ฟ้องหมอ ขณะที่เครือข่ายองค์กรแพทย์กดดันรัฐบาลปลด “วิชัย-อำพล-พงษ์พิสุทธิ์” จากตำแหน่งบริหารองค์กรด้านสาธารณสุข...

ความ เคลื่อนไหวคัดค้านการเสนอร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสา ธารณสุขพ.ศ....ยังคงเป็นประเด็นที่มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 ส.ค.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยกรณีแพทย์จากสมาพันธ์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมบางส่วนขอถอนตัวไม่ร่วม เป็นคณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์ในระบบบริการสาธารณสุข ว่า ยังไม่ทราบข้อมูลว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ได้ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขประสานงานหาข้อเท็จจริง ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน และขอเวลาให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ทำหน้าที่ก่อน สิ่งที่อยากเห็นก็คือ ทั้ง 2 ฝ่ายที่ได้พูดคุยกัน มีโอกาสได้พบปะเจรจากัน บนพื้นฐานที่สามารถสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันได้ เพื่อประโยชน์สุขของทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการจริงๆ

รม ว.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้วาระการพิจารณา ของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังอยู่อีกไกลพอสมควร ยังมีเวลาที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะได้หารือกัน ไม่อยากให้กังวลเรื่องระเบียบวาระ โดยประสบการณ์ในการประชุมสภา ทราบว่ายังมีระยะเวลาพอสมควรกว่าจะถึงระเบียบวาระที่บรรจุไว้ ที่สำคัญก็คือขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายมีโอกาสได้หารือกัน ให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน ซึ่งได้รับรายงานจาก

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา ประธานคณะกรรมการฯ ว่า จะนัดประชุมครั้งแรกวันเสาร์ที่ 7 ส.ค.นี้ ส่วนกรณีที่ที่มีผู้เสนอให้เพิ่มตัวแทนแพทย์จากหน่วยงานสังกัดอื่นๆ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า หากคณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์ฯ ได้หารือกันแล้ว เห็นว่าควรมี ฝ่ายใดเพิ่มเติมจากในคำสั่งที่ได้แต่งตั้งไปแล้ว ก็ยินดีช่วยดำเนินการให้ เพื่อให้เกิดความสบายใจกับทุกฝ่ายและเริ่มต้นดำเนินการต่อไปได้

ด้าน นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ หัวหน้าฝ่ยประสานงานสื่อมวลชน เครือข่ายคุ้มครองประชาชนด้านสาธารณสุข(คบส.) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ ถอดถอนหมอเอ็นจีโอผู้ใส่ร้ายหมอรักษาประชาชน ออกจาก คณะกรรมการสมานฉันท์ สธ.” ระบุว่า คบส.ไม่เห็นด้วยกับสัดส่วนคณะกรรมการที่รมว.สาธารณสุขลงนามแต่งตั้ง ซึ่งมีสัดส่วนภาคประชาชน 8 คน แพทย์ 8 คน และสธ. 4 คน โดยในสัดส่วนของสธ.พบว่ามี นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และนพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข ผูอำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธาณสุข(สวรส.) ซึ่งบุคคลทั้ง 2 ได้แสดงความเห็นค้านกับกลุ่มแพทย์มาโดยตลอด และมักกล่าวให้ร้าย โจมตีการเคลื่อนไหวของแพทย์ที่ทำหน้าที่รักษาคนไข้ ผ่านสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง

หากบุคคลทั้งสองเข้าร่วมเป็นคณะ กรรมการอาจทำให้เกิดปัญหาในการมีสร้างบรรยากาศการปรองดองขึ้นได้ และว่าอยากให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อการรับฟังความคิดเห็นในระดับชาติ ให้แพทย์ที่อยู่นอกกระทรวงสาธารณสุขมีส่วนร่วมและมีตัวแทนจากสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสื่อมวลชนเข้าร่วม เพื่อพิจารณาเรื่องการใช้งบประมาณของกองทุนดังกล่าว ยืนยันว่ากลุ่มแพทย์มีวุฒิภาวะ ไม่ได้เป็นเด็กดื้ออย่างที่ถูกกล่าวหา

นพ.ฐาปน วงศ์ กล่าวด้วยว่า การที่เครือข่ายคุ้มครองประชาชนด้านสาธารณสุข (คปท.)ขอเรียกร้องให้ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ และ นพ.วิชัย โชควิวัฒน ซึ่งให้สัมภาษณ์กล่าวหาใส่ร้ายแพทย์ที่ทำงานผ่านสื่อมวลชนทำให้ประชาชน เกลียดชังแพทย์ผู้รักษาคนไข้ แสดงความบริสุทธิ์ใจต่อสาธารณชน ว่า จะเข้าร่วมหรือเป็นกรรมการในกองทุนเยียวยาซึ่งคาดว่าจะมีเงินไม่ต่ำกว่า หมื่นล้าน ตามที่มีการเขียนไว้ในมาตรา 50 ของพ.ร.บ.นี้ ตลอดระยะเวลา 10 ปีหลังจากที่มีการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว นอกจากนี้เครือข่ายคุ้มครองประชาชนด้านสาธารณสุข จะเข้าชื่อเสนอถอดถอนผู้บริหารระดับสูง โดยใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญต่อประธานวุฒิสภาเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ให้ถอดถอน นพ.วิชัย โชควิวัฒน์ ถอดจากประธานบอร์ด องค์การเภสัชกรรม ประธานคณะกรรมการ บริหารสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กรรมการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รองประธานกรรมการ สสส. กรรมการปฏิรูปประเทศ 2 คณะ และทุกตำแหน่งบริหาร

นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ถอดจาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์ในระบบสาธารณสุข ตามคำสั่งที่เป็นข่าว 4 สิงหาคม 2553 และทุกตำแหน่งบริหาร

นพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข ถอดจาก ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์ในระบบสาธารณสุข ตามคำสั่งที่เป็นข่าว 4 สิงหาคม 2553 และทุกตำแหน่งบริหารด้วย

ขณะที่ ศ.นพ.อาวุธ ศรีสุกรี ประธานกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย(กสพท.) กล่าวถึงกรณีมีการเสนอให้ตั้งคณะกรรมการระดับชาติมีตัวแทนบุคลากรทางการ แพทย์จากทุกสังกัด เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการ สาธารณสุข พ.ศ....ว่า กสพท.พร้อมที่จะเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ ส่วนใครจะเป็นผู้แทนนั้นจะมีการหารือในวันที่ 6 ส.ค.นี้

ทั้งนี้ เห็นว่าหาก พรบ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ในเวลานี้ จะเป็นจุดทำให้มีความแตกแยกเพิ่มขึ้น เนื่องจากพรบ.เป็นการทำโทษข้างเดียว ไม่ช่วยสร้างความสามัคคี และไม่อยากให้แพทย์และผู้ป่วยเป็นคนละฝ่าย อยากให้เป็นฝ่ายเดียวกัน การมีคณะกรรมการระดับชาติจะเป็นการดีที่จะทำให้ได้ความคิดเห็นในวงกว้าง ศ.คลินิก

นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า หากมีการเชิญศิริราชเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการระดับชาติ ก็พร้อมที่จะเข้าร่วมและถือเป็นการดีที่จะได้หารือร่วมกัน เนื่องจากองค์กรแพทย์และสาธารณสุขมีในทุกสังกัดไม่เฉพาะกระทรวงสาธารณสุข เท่านั้น และว่าหลักการของร่างพรบ.นี้ดี แต่ในส่วนของรายละเอียดกระบวนการการดำเนินการอาจจะยังไม่เข้าใจกัน จึงเป็นเรื่องดีหากจะมีเวทีสร้างความเข้าใจกันได้

ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผอ.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า หากมีการเชิญจุฬาฯเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการระดับชาติก็พร้อมที่จะเข้าร่วม โดยจะส่งศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชระศิลป์ ผู้ช่วยผอ.ฝ่ายความเสี่ยงเข้าร่วมในฐานะผู้แทนคณบดี เนื่องจากเป็นผู้ที่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่แล้ว พล.อ.ต.ชูพันธ์ ชาญสมร ผอ.รพ.ภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ กล่าวว่า พรบ.นี้มีทั้งประโยชน์และข้อเสีย ข้อดี คือ ประชาชนจะได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วและรู้สึกว่าได้รับการช่วยเหลือ แต่อาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าการจ่ายเงินหมายถึงการกระทำผิด ทำให้เกิดเป็นการฟ้องร้องต่อ ซึ่งส่วนนี้ทำให้แพทย์และพยาบาลไม่สบายใจ เรื่องนี้ควรจะต้องมีการหารือร่วมกัน หากมีการให้แพทย์ทหารอากาศเข้าร่วมก็ยินดี



วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ.2553
โดย: ส่งผิด [5 ส.ค. 53 17:33] ( IP A:58.8.2.95 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   อ่านนี่ก่อน
*******************************************
บทเรียนจากประเทศสวีเดนต่อประเทศไทย กรณี “การชดเชยความเสียหายจากบริการสาธารณสุข”

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 สิงหาคม 2553 16:59 น.





โดย...คาร์ล เอสเพอร์สสัน
ที่ปรึกษากฎหมายสมาคมประกันสุขภาพแห่งสวีเดน

ประเทศไทยกำลังพิจารณาว่า จะสร้างระบบชดเชยแก่ผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุขอย่างกว้างขวางหรือไม่. ขณะที่ในปัจจุบัน, ผู้ป่วยในประเทศไทย ที่หวังว่า จะได้รับค่าชดเชยความเสียหายจากการรักษาพยาบาลไม่มีทางเลือกอื่น ยกเว้นการนำเรื่องขึ้นสู่ศาล, ซึ่งจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าบุคลากรทางการแพทย์นั้น เป็นผู้กระทำผิดพลาดหรือละเลย. ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องยาก สาเหตุหนึ่งก็คือ บริบทในการดูแลสุขภาพมักมีความซับซ้อน ยากในการสืบสวนโดยปราศจากผู้เชี่ยวชาญพิเศษ. นอกจากนี้, ในกระบวนการทางศาลก็มักจะต้องใช้เวลายาวนาน, และต้องใช้เงินจำนวนมาก.





มีหลายแนวคิดที่เสนอเรื่องการชดเชยนี้ในประเทศไทย. แนวคิดใหม่ ก็คือ การจ่ายค่าชดเชยโดยไม่คำนึงถึงว่าจะมีบุคลากรทางการแพทย์ผู้กระทำผิดหรือไม่. เป็นระบบหนึ่งที่รู้จักกันในนาม "a no-fault system,” (ระบบที่ไม่มีผู้ผิด) ซึ่งที่ถูกควรเรียกว่า "a no-blame system”(ระบบที่ไม่มีการคาดโทษ).

จากการถกเถียงกันในประเทศไทยถึงขณะนี้, ระบบนี้จะดูแลโดยองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะที่จะรับมือกับการชดเชยความเสียหาย. แนวคิดคือใช้กระบวนการบริหารจัดการแทนที่จะขึ้นศาลเพื่อประหยัดเวลาและประหยัดเงิน. ระบบนี้ของประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงระหว่างระบบชดเชยกับการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้จากบริการสาธารณสุข.

การออกแบบระบบชดเชยความเสียหายฯของประเทศไทยอาศัยบทเรียนจากประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย, รวมถึงประเทศสวีเดน, ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1975.

ในปี ค.ศ.1975, ระบบประกันสุขภาพโดยสมัครใจถือกำเนิดขึ้นในประเทศสวีเดน ทั้งในภาครัฐและเอกชน. เพียงสองสามปีผ่านไป, เกือบร้อยละ 99 ของผู้ให้บริการก็เข้าสู่ระบบนี้. ในปี ค.ศ.1997, ระบบประกันสุขภาพโดยสมัครใจถูกแทนที่ด้วย พ.ร.บ.ผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข (Patient Injury Act). กฎหมายนี้มีพื้นฐานมาจากระบบประกันสุขภาพโดยสมัครใจ และผลกระทบจากระบบนั้น. จาก พ.ร.บ.ผู้เสียหายฯ, ผู้ให้บริการทุกแห่งในประเทศสวีเดน จะต้องรับประกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย. ผู้ให้บริการจะชดเชยความเสียหายผ่านระบบประกันสุขภาพ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับการดูแลรักษา. ทำให้ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่เสียหายไม่ไปฟ้องศาลเพื่อพิสูจน์ความผิด. การจ่ายค่าชดเชยความเสียหายเป็นไปอย่างสมเหตุผลโดยไม่ต้องพิจารณาว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นหรือไม่.

หลักการสำคัญในระบบของประเทศสวีเดน ก็คือ จ่ายชดเชยในทุกกรณีความเสียหายแม้จะหลีกเลี่ยงความเสียหายได้ด้วยวิธีอื่น. อย่างไรก็ตาม, ความเสียหายที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้แม้จะใช้เทคนิคและความรู้สมัยใหม่ล่าสุดตามมาตรฐานแล้ว จะไม่ได้รับค่าชดเชย. มาตรฐานการดูแลรักษาที่ว่านี้หมายถึงมาตรฐานที่ผู้เชี่ยวชาญผู้มีประสบการณ์ในด้านนั้นๆเคยใช้อยู่. บริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบการเรียกร้องค่าเสียหายในเบื้องต้น. บริษัทประกันรายเดียวคือ County Councils’ Mutual Insurance Company (LÖF), รับผิดชอบมากกว่าร้อยละ 90 ของการเรียกร้องค่าชดเชย. ถ้าคนไข้รายใดไม่พอใจการประเมินของบริษัทประกัน, เขาสามารถขอให้คณะกรรมการพิจารณาข้อร้องเรียนของคนไข้ (Patient Claims Panel) ทำการทบทวนใหม่ได้. แม้ว่าคณะกรรมการนี้จะเป็นเพียงที่ปรึกษา, แต่บริษัทประกันต่างๆก็มักจะยอมรับการตัดสินนั้นๆ. การประเมินทั้งของบริษัทและคณะกรรมการฯดังกล่าวไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกิดกับคนไข้, ดังนั้น คนไข้จึงไม่มีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจในการยื่นข้อร้องเรียน. ถ้าคนไข้ไม่พอใจการประเมินของคณะกรรมการ, ก็สามารถไปยื่นฟ้องต่อศาลต่อไปได้. อย่างไรก็ตาม, คนไข้ก็จะมีความเสี่ยงที่จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการดำเนินคดีที่เกิดขึ้นทั้งสองฝั่งถ้าแพ้คดี. จากการเรียกร้องค่าเสียหาย 10,000 รายต่อปี, มีเพียง 5-10 รายเท่านั้นที่ไปยื่นฟ้องต่อศาล.

เนื่องจากมากกว่าร้อยละ 90 ของการดูแลทางการแพทย์ในประเทศสวีเดนเป็นภาครัฐ, ดังนั้นระบบการชดเชยนี้ส่วนใหญ่จึงจ่ายด้วยภาษีอากร.

ระบบประกันสุขภาพของชาวสวีเดนทำงานอย่างไร, และประเทศไทยจะเรียนรู้อะไรได้บ้างจากประเทศสวีเดน?

จ่ายชดเชยตามความเสียหายที่ปรากฏ

จากหลักการสำคัญของระบบสวีเดน, ทุกความเสียหายที่หลีกเลี่ยงได้จะได้รับค่าชดเชย. คนไข้ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่ามีบุคลากรการแพทย์ที่กระทำความผิดพลาด.

คนไข้จำนวนมากขึ้นได้รับค่าชดเชยความเสียหาย

ก่อนหน้าระบบประกันสุขภาพจะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1975, มีคนไข้ประมาณ 100 รายต่อปีได้รับค่าชดเชยความเสียหายตามบทบัญญัติในกฎหมายความเสียหาย (tort law rules). ขณะนี้, คนไข้ประมาณ 5,000 รายต่อปี ได้รับค่าชดเชยความเสียหาย. ดังนั้น ผลก็คือ จึงมีคนไข้ในสวีเดนจำนวนมากขึ้นอย่างมากที่ได้รับค่าชดเชยความเสียหายภายใต้ระบบไม่คาดโทษ (no-blame system) ในปัจจุบัน.

จัดการปัญหาการร้องเรียนได้เร็วขึ้น

คดีในศาลใช้เวลาหลายปี. แต่เมื่อใช้วิธีบริหารจัดการแบบนี้แทน จะใช้เวลาไม่ถึงปี. ร้อยละ 50 ของการร้องเรียนเรียกค่าเสียหาย, คนไข้จะได้รับแจ้งว่าจะได้รับค่าชดเชยหรือไม่ภายใน 6 เดือนนับจากวันยื่นร้องเรียน. ร้อยละ 80 ของทั้งหมดจะได้รับแจ้งผลการพิจารณาภายในหนึ่งปี.

เป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของบริษัทประกันในการจัดการนี้ คือ ประมาณ 1,100 US$, ขณะที่การพิจารณาของคณะกรรมการมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,200 US$ต่อราย. เมื่อเปรียบเทียบกับคดีทางศาลซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 27,000 US$.ดังนั้น วิธีทางการบริหารแบบนี้จึงมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่ามากๆ.

ไม่มีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจสำหรับคนไข้

ดังได้กล่าวแล้วว่า วิธีทางการบริหารไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับคนไข้, คนไข้จึงไม่มีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่จะยื่นร้องเรียนในระบบประกันของประเทศสวีเดน.

สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งเมื่อเปรียบเทียบระบบของประเทศสวีเดนกับระบบของประเทศสหรัฐอเมริกา, ซึ่งใช้กฎหมายความเสียหาย (tort law) ก็คือ ประมาณร้อยละ 70 ของเงินในระบบประกันของประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นค่าทนายและค่าบริหารจัดการ. ส่วนระบบของประเทศสวีเดนมีค่าบริหารจัดการน้อยกว่าร้อยละ 20, ดังนั้น คนไข้จึงรับไปมากกว่าร้อยละ 80 ของเงินในระบบประกัน. ที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งในระบบของประเทศสหรัฐอเมริกาก็คือ ทนายสหรัฐฯทำงานด้วยความหวังเงินสำรอง,คอยรับส่วนแบ่งบางส่วน (ระหว่างร้อยละ 30 ถึง 40) ของเงินที่คนไข้ควรจะได้รับจากความเสียหาย. ดังนั้น, จึงไม่มีทนายความผู้ใดรับว่าความคดีที่จะได้รับค่าชดเชยน้อยกว่า 200,000 US$. ส่งผลให้คนไข้ผู้เคราะห์ร้ายจำนวนมากในสหรัฐอเมริกายากที่จะหาทนายมาว่าความให้ตนได้.

ลูกจ้างผู้ประกันตนเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกัน, ดังนั้น จึงไม่มีความเสี่ยงทางเศรษฐกิจสำหรับแพทย์

ในระบบของสวีเดน, การที่ลูกจ้างเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกันในระบบประกันสุขภาพเป็นการขจัดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจแก่แพทย์แต่ละคน.

ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนไข้กับบุคลากรทางการแพทย์

การแก้ปัญหาของสวีเดน, โดยแยกเรื่องออกจากันระหว่างเรื่องสิทธิของคนไข้ในการเรียกร้องค่าชดเชยกับเรื่องความผิด, มิเพียงแต่ทำให้คนไข้ได้รับค่าชดเชยความเสียหายจากการรักษาทางการแพทย์ได้ง่ายขึ้น, แต่ยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนไข้กับบุคลากรทางการแพทย์ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญด้วย. คนไข้ที่ต้องการเรียกค่าชดเชยไม่จำเป็นต้องค้นหาสาเหตุของความผิดพลาดหรือความประมาทในการรักษา. คนไข้เข้าใจได้มากขึ้นว่า ความเสียหายอาจเกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการรักษาโดยที่ไม่ได้มีแพทย์หรือเจ้าหน้าที่คนใดละเลยหรือกระทำการผิดพลาด. ในทางตรงข้าม, คนทำงานในทีมดูแลรักษา, ก็ไม่ต้องระแวงว่าจะเกิดการเรียกร้องค่าชดเชยได้ในทุกขณะ, หรือเกรงว่าจะถูกตรวจสอบพฤติกรรมอย่างเข้มข้นเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดละเลยหรือกระทำผิดพลาด. ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์เต็มใจช่วยเหลือคนไข้ผู้เคราะห์ร้ายจากการรักษาของตนให้ได้รับค่าชดเชยโดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะเป็นผู้รับผิดในความเสียหายนั้น.

ดังได้กล่าวแล้วข้างต้น, ระบบของประเทศสวีเดนได้ให้ประสบการณ์เชิงบวกมากมาย, ซึ่งระบบนี้ทำงานได้อย่างดีเยี่ยมมาเป็นเวลามากกว่า 30 ปี. อย่างไรก็ตาม, ต้องเน้นย้ำว่า ประเทศหนึ่งประเทศใดไม่ควรลอกเลียนแบบระบบของประเทศอื่นในทุกแง่ทุกมุม. แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ เช่น ระบบสวัสดิการสังคมของประเทศ, ระบบการดูแลรักษาสุขภาพ, และปัจจัยทางด้านวัฒนธรรม, ซึ่งอาจแตกต่างอย่างมากระหว่างประเทศหนึ่งกับอีกประเทศหนึ่ง. การชดเชยความเสียหายแก่คนไข้ในสวีเดนเกิดขึ้นในบริบทที่มีระบบสวัสดิการสังคมอย่างกว้างขวางแล้ว.

อย่างไรก็ตาม มีแนวคิดพื้นฐานมากมายในระบบประกันสุขภาพของประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียที่ประเทศไทยสามารถนำมาใช้ในการพิจารณาได้เนื่องจากระบบคล้ายกัน. ข้อดีประการหนึ่งที่มีในระบบของประเทศไทยก็คือ ความเชื่อมโยงอย่างเหนียวแน่นระหว่างระบบชดเชยกับกิจกรรมต่างๆที่มุ่งป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับคนไข้ในอนาคต. นี่คือ องค์ประกอบที่ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียสามารถเรียนรู้จากประเทศไทย. ที่น่าประทับใจ ก็คือ การที่ประเทศไทยกำลังพิจารณานำระบบไม่คาดโทษ(no-blame system)มาใช้ในขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป, สหรัฐอเมริกา, และประเทศที่พัฒนาแล้วอื่นๆอย่างเช่น ญี่ปุ่น ยังไม่ได้นำระบบนี้มาใช้เพื่อชดเชยคนไข้อย่างเป็นธรรม. ถึงวันนี้, มีเพียงประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียและนิวซีแลนด์เท่านั้นที่มีระบบบริหารจัดการอย่างรอบด้านเพื่อการชดเชยความเสียหายที่เกิดกับคนไข้. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า, ประเทศไทยจะเข้ามาร่วมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยในไม่ช้า.

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบนี้ในประเทศสวีเดนได้จาก https://www.patientforsakring.se และ “Medical Liability in the Land of the Midnight Sun” by Kaj Essinger, CEO, The Regions’ (The County Councils) Mutual Insurance Company for Patient Injuries (LÖF). สำหรับเนื้อหาใน พ.ร.บ.ผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข ของประเทศสวีเดน และข้อคิดเห็นเกี่ยวกับระบบของประเทศสวีเดน ดูได้ที่ https://www.pff.se
โดย: ซวยแน่มรึง [5 ส.ค. 53 17:53] ( IP A:58.11.72.192 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน