ผมลองค้านดูนะพี่ ไม่ต้องเชื่อผมนะ
   ฉบับที่ 116 : 6 สิงหาคม 2553

เพื่อนแพทย์ที่รัก :

ตลอดระยะเวลา 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ เรื่อง พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ซึ่งผ่าน ครม.ไปแล้ว และเข้าที่ประชุม ส.ส. ไม่ทัน เนื่องจากสภาปิดไปเสียก่อน เมื่อสภาเปิดแล้ว ก็จ่อที่จะเข้าสภาใน 3 สิงหาคม แต่พวกเพื่อน ๆ แพทย์เราก็ไม่ยอม เพราะคิดว่าจะทำให้เกิดปัญหากับผู้ป่วย และโรงพยาบาลอย่างแน่นอน เพื่อน ๆ จะเห็นได้จากตามสื่อต่าง ๆ ทั้ง น.ส.พ. วิทยุ และ TV ซึ่งผมอยากจะให้เพื่อน ๆ ติดตามดังนี้ครับ

1.1 เราจะเห็น นายแพทย์บางคน ที่ในขณะปัจจุบันนี้ไม่ได้เป็นหมอที่ทำการรักษาคนไข้ จะออกมาพูดดี ๆ ให้ประชาชนรัก และ บางครั้งก็ติเตียนหมอคนอื่น ๆ นายแพทย์เหล่านี้มักจะพูดในสิ่งที่ประชาชนจะต้องได้รับจากการไปหาหมอ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ในสภาปัจจุบันนั้นทำไม่ได้ คนพูดจึงเป็นคนดี เพราะไม่ได้ต้องทำแล้ว แต่คนที่ทำอยู่ คือ รักษาคนไข้อยู่ กลายเป็นคนไม่ดีไปเลย ผมจึงอยากให้เพื่อน ๆ คิดดูด้วยครับว่ามันเป็นจริงอย่างที่ผมตั้งข้อสังเกตหรือเปล่า
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ค้าน//// ผมว่าพูดอย่างนี้ก็ไม่แฟร์ เพราะเขาเป็นฝ่ายบริหาร เขาก็ไม่ได้รักษาคนไข้อยู่แล้วที่ไหนในโลกก็เป็นอย่างนี้ แต่เขาก็ฟังตัวแทนแพทย์ที่รักษาคนไข้เวลาถกเถียงร่างกฎหมาย และอย่าลืมว่า แพทย์ที่ไม่ได้รักษาคนไข้นี่แหละ แบบนายแพทย์สงวนเพื่อนผมที่ตายไป ที่เป็นคนจ่ายเงินนอกเวลาให้แพทย์ที่รักษาคนไข้ ทีระเบียบแบบนี้ไม่เห็นอ้างว่าเองไม่เคยรักษาคนไข้แล้วเสือกออกระเบียบจ่ายเงินให้ข้าได้อย่างไร กลุ่มพวกนี่ไม่ได้รักษาคนไข้กลุ่มนี้ ก็เป็นกลุ่มเดียวกันที่เป็นคนจ่ายเงินนอกเวลาให้แพทย์
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

1.2 เพื่อนแพทย์โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป ได้มาเป็นผู้นำในการต่อสู้เรื่อง พรบ.ฉบับนี้ จนกระทั่งสภาเปิดมา
3-4 วันแล้ว ก็ยังไม่ได้ผ่านเข้าไป แพทย์หลายสังกัดก็ออกมาสนับสนุนกันเกือบจะทั้งหมด ยกเว้นพวกนายแพทย์ตามข้อ 1.1 ผมอยากให้เรารวบรวมกำลังกันสู้ต่อไปครับ โดยเฉพาะ อาจารย์เชิดชู อาจารย์พจนา และเพื่อนแพทย์อีกหลายคน ที่เรียกว่าต่อสู้ไม่ยอมถอยเลย แม้ว่าจะโดนโจมตีจากนายแพทย์ตามข้อ 1.1 ซึ่งผลของมันคือ ในวันที่ 6 สิงหาคม นี้ ร่าง พรบ.ยังคงอยู่นิ่งนะครับ ยังไม่ได้เข้าสภา พวกเราคงจะได้เห็นหน้า ได้ยินเสียง และได้อ่านข่าวของ อาจารย์เชิดชู อยู่บ่อย ๆ ผมอยากให้เพื่อน ๆ ติดตามข่าวดูว่าไปถึงไหนแล้ว หรือจะโทรมาถามก็ได้ครับ
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
แย้ง//// อันนี้ผมเห็นด้วยนะพี่ ผมเห็นว่าพวกพี่จะคัดค้านออกเสียยังไงก็ได้ ไม่ว่ากัน เป็ฯสิทธิ์ของพวกพี่ แต่ต้องต่อสู้กันด้วยปัญญา โกหกก็ได้ไม่ว่ากัน คนเขาจับโกหกเป็น แต่แน่จริงต้องดีเบตสดๆกัน และดีเบตกันในสภา เอาเหตุผลมาสู้กัน อย่าทำตัวเป็นสมัคร ไม่ดีเบตกะใคร
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

1.3 ผมอยากให้เพื่อนแพทย์ทุก ๆ คนที่กระจายอยู่ทุกจังหวัดย่อมมีโอกาสที่จะได้พบกับ ส.ส. ซึ่งจะเป็นผู้ผ่านร่าง
กฎหมายฉบับนี้ ช่วยกันอธิบายให้เข้าใจว่า
1.3.1 กฎหมายที่ออกมาแล้วไม่ได้ทำให้แพทย์ตั้งใจที่จะรักษามากขึ้น เพราะยิ่งรักษามาก จำนวนที่ไม่พึงประสงค์ก็จะมาก แม้ว่าจะไม่มีบทลงโทษ ตามที่กล่าวอ้าง (จริงหรือเปล่าก็ไม่ทราบ) แต่ต้องถูกเชิญไปให้การ แล้วต้องกลับมาเขียนวิธีการแก้ไข (ให้ใครก็ไม่รู้ ซึ่งไม่แน่ใจว่ารู้จริงหรือเปล่า) มันเพิ่มภาระทั้งนั้น ผลสุดท้ายจะทำให้ความอยากที่จะช่วยคนไข้ให้หายจากโรคจะลดลงไปเรื่อย ๆ เพราะรู้แล้วว่าช่วยมาก จำนวนก็มาก ก็มีโอกาสมีเรื่องมาก สู้ทำน้อย ๆ เฉพาะรายที่แน่ใจมาก ๆ ไม่ดีกว่าหรือ ก็ส่งต่อไปเรื่อย ๆ สัมพันธภาพที่เคยดีอยู่ ก็จะค่อย ๆ น้อยลงไปอีก ผลเสียก็จะตกอยู่กับคนไข้เป็นอันดับหนึ่งและหมอก็จะถูกคนไข้ตำหนิว่า ไม่ใช้ความพยายามที่จะช่วยเขา จึงทำให้ความสัมพันธ์ในขณะนี้ซึ่งยังดีอยู่มาก ๆ (ยกเว้นพวกที่เป็นเครือข่ายซึ่งยังมีอยู่น้อยนิด เมื่อเปรียบกับจำนวนคนไข้ที่พวกเราได้ให้การรักษาไป)
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
แย้ง ///// ผมว่าเรื่องนี้ต้องถามองค์การอนามัยโลกนะ พวกคุณเป็นสมาชิกเขาไม่ใช่หรือ เขาก็บอกว่าต้องป้องกัน เยียวยา ความผิดพลาดทางการแพทย์มันเยอะ อันตรายและเสียเงินของประเทศ ที่เครือข่ายกำลังทำก็ทำตามแนวทางองค์การอนามัยโลก วันหลังเอาตัวแทนเขามานั่งฟังดีไหม
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
1.3.2 กองทุนที่จะจ่ายก็เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งมีปัญหา เพราะกองทุนมาจากภาษีส่วนหนึ่ง และมาจากโรงพยาบาลส่วนหนึ่ง ซึ่งเราไม่รู้ว่าจะจ่ายเท่าไร เพราะไปกำหนดที่หลัง แต่จากประสบการที่ดูแล มาตรา ๔๑ มา 7 ปี จำนวนเม็ดเงินจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 50% ทุกปี ยิ่งนานวันก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะผู้จ่ายก็อยากจะจ่าย เพราะจ่ายแล้วก็เหมือนได้ทำบุญ จ่ายไปมาก ๆ กองทุนก็ต้องมีมาก ถ้ารัฐบาลให้มาไม่พอใช้ (เพราะเป็นเงินภาษี สำนักงบฯ คงมีข้อจำกัด) ก็ต้องมาเอาจากโรงพยาบาล และคงจะเอาเพิ่มขึ้นทุกปีดังกล่าวแล้ว โรงพยาบาลพวกที่รับมาเป็นรายหัวเลยมีเงินค่ายาน้อยลง เพราะต้องไปจ่ายให้กองทุน โรงพยาบาลเลยตกหนัก ไม่มีค่ายาเพียงพอ คนไข้ก็ได้น้อยลงไปเพราะส่วนหนึ่งเอาไปให้กองทุนเสียแล้ว คนไข้ยิ่งมามากครั้ง เงินโรงพยาบาลก็หดลงไปเรื่อย ๆ น่าปวดหัวไหมครับ ส่วนมากโรงพยาบาลเอกชนและคลินิก ซึ่งเป็นทางเลือกของประชาชน เมื่อต้นทุนสูงขึ้นเพราะต้องส่งส่วยให้กองทุน ราคาเรียกเก็บจากผู้ป่วยก็ต้องสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว และคงต้องเพิ่มขึ้นทุกปี โดยสรุปแล้วผู้ป่วยก็เป็นผู้เสียประโยชน์เช่นเดิม ผมจึงคิดว่าต้องมองผลกระทบของมันให้ชัดเจน มาตรา ๔๑ ก็มีตัวอย่างแล้ว แต่มาตรา ๔๑ กำหนดสูงสุดไม่เกิน 1% แต่กองทุนที่กล่าวนี้ไม่ได้กำหนดเพดานขั้นสูงไว้ น่าจะอันตรายมาก ๆ ครับ
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
แย้ง/////// ผมว่าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ก็คิดคนไข้ทุกบิล บิลละ 1-3 % เขาจ่ายเพิ่มได้อยู่แล้ว ของหลวงก็หลวงจ่าย ปกติก็หักเครดิตการ์ด 3 % ก็เห็นติดว่ายินดีรับบัตร วีซ่า amex ไดเน่อร์ บัตรทุกธนาคาร ฯลฯ และบัตรอื่นๆทุกชนิดยกเว้นบัตรทอง 30 บาท จะไปอ้างว่าไม่พอจ่ายก็ไม่ได้ จะอ้างว่าเงินมากก็ไม่ได้ ส่วนที่จ่ายเพิ่มทุกปี ก็ถูกต้องแล้ว เขามีไว้จ่าย เพราะตามสถิติ ตัวเลข ต้องจ่ายแบบนั้น กันไว้ 1000 ล้านก็ต้องจ่ายทั้งพันล้าน ไอ้พวกขี้เหนียวจ่ายแค่ 73 ล้าน ยังมีหน้ามาคุย ผมถือว่าเลวมากๆ มีรายหนึ่งแม่คลอดลูกจนช่องคลอดฉีกขาดกระจุย ลูกขาดอากาศ แขนเดี๊ยง ปัญญาอ่อน เขาชดเชย 8 หมื่นแถมคำว่าสุดวิสัย เขาถามผมว่ารับเงินได้ไหม ผมบอกรับไปก่อน ไปจ่ายค่านมลูก รับแต่เงิน แต่คำว่าสุดวิสัยนี่ไม่รับ ให้ไปฟ้องเอา คดีไกล่เกลี่ย จบกันที่ 6 ล้านบาท นี่คือสาเหตุที่ว่า ทำไมมีพันล้าน จ่าย 73 ล้าน พวกคนจ่ายนี่เลวจริงๆ ใจคอทำด่วยอะไร
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ขอให้พวกเราทุก ๆ คนช่วยกันนะครับ

นายแพทย์เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์
E-mail : aurchart@gmail.com
Fax: 02-3740804
โดย: ผมปากและสมองไม่ค่อยดี [6 ส.ค. 53 20:58] ( IP A:58.8.211.181 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   อยู่ยังไงก็ไม่เกินร้อย
ทุกวันนี้ก็กินมาทุกชนิดที่ว่าอร่อย ไปมาทุกที่ที่ว่าสวย ผ่านมาทุกชนิดที่ว่าน่าสนใจ น่ารู้
จะเอาอะไรอีก เงินทองที่หามาทั้งหมด ก็คงไม่ได้ตามไปชาติหน้า
ทำอะไรที่ถูกที่ควรน่าจะดีกว่าทำอะไรที่ไม่ถูกไม่ควร
โดย: เวลาเหลือน้อย [6 ส.ค. 53 21:02] ( IP A:58.8.211.181 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   คิดดี ได้ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ใจกว้างดี
มีเหตุผล ฟังแล้วให้คิดตาม




แพรดสภาไม่มาอ่านมั่งอ่ะ
โดย: จีเอ็น [6 ส.ค. 53 21:09] ( IP A:115.67.252.245 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   เขาอ่านไม่ออกหรอกความมืดบอดมันบังตาหมดแล้ว
โดย: จีเอ็นโพสภาพได้เต็มที่แล้วนะ [7 ส.ค. 53] ( IP A:124.122.28.70 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ถึงวันที่รพ.รัฐ
-คิวตรวจแค่วันละ 12 คน ให้เวลาคนละ 30 นาที
-ใครอยากตรวจด้วยต้องสมัครสมาชิกและนัดคิวไว้ล่วงหน้า
-ผู้ป่วยในมีจำกัดเตียง เต็มแล้วไม่มีรับเพิ่ม

วันนั้นมาเมื่อใหร่แล้วจะรู้สึก
โดย: มาตรฐานเมืองนอกที่พวกเมิงต้องการไง [7 ส.ค. 53 9:44] ( IP A:222.123.85.31 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ก็ไม่ได้ยาก ก็ผลิตมากๆ กินแป๊ปตีนมากๆ อยากเป็นหมอ กินแล้วสมองดีเรียนหมอได้ แป๊ปตีน เปิปมือ คือเด็กไทยสมัยนี้
โดย: สบม ยห [7 ส.ค. 53 12:31] ( IP A:58.11.71.125 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   แหม๋ ความคิดเห็นที่ 5
วางมาตรฐานไว้อย่างกับหมอนวดเลยนะ
ตามหลักหมอนวดเขานวดกันนาน 1 ชม นะ
อันนี้จะให้ 30 นาที
เตียงเต็มจะไม่ให้รับเพิ่มอีก แหม้ ขอนอนหน้าห้องรอก็ได้อะ

เรื่่องมากชิบเป๋งความคิดหมอไทยบางคน บางเหล่านะ
เอาตรวจเต็มที่ 10 นาทีก็พอ แต่เวลาตรวจ เอาเนื้อๆ น้ำไม่เอา
เอาสมอง ปัญญา จรรยาบรรณเข้าห้องตรวจไปด้วย
แค่นี้คนไข้ก็ซึ้งตายห่าแล้ว 10 นาที ที่ได้มาตรฐานและจริงใจ
เริ่มทำตั้งแต่วันนี้อย่าให้ประเทศไทยได้เอกราชใหม่อีกครั้งเลย
คนไทย ประชาชนไทย จะเสียศูนย์กันหมดประเทศแล้ว
ไม่ต้องเอาให้เท่ามาตรฐานเมืองนอกหรอก
หมอไทยทำได้ที่เรียกว่า รักษาคนแบบคน น่ะ
ไม่ใช่หมอมารักษาคน เหมือนรักษาหมา ฉีดยาคุม หยอดยากันเห็บกัดก็จบ ตายก็ฝังไม่ใช่ อันนี้มันคน มนุษย์มีจิตใจ


หัดใจกว้างสักนิดนะความเ็ห็นที่ห้า
ไม่ได้เป็นหมอก็ ทำอาชีพอื่นให้มันแฟร์ ๆ หน่อย
หรือถ้าเป็นหมอแฝงตัวมาป่วนด่ามั่วๆอย่างนี้
ก็คุมมาตรฐานความคิด ความประพฤติตัวเองได้แล้ว
อย่าแก่แล้วแก่เลย อย่าให้เด็กเมื่่่อวานซืนอย่างจีเอ็น
ถอนหงอกเอา ไม่ดี เดี๋ยวมันจะไม่เอามือถอนแล้วจะยุ่งกันใหญ่
มารยาทดีดีเรามีให้กับคนที่มีให้เรา
คนเครือข่ายฯ ไม่ใช่หมาข้างถนนที่ใครมาด่าก็ได้
ใครมาดูถูกก็ได้ เพราะว่า ไม่ได้ขอใครแดร็ก
และไม่ได้โกงใครแดร็กด้วย

โดย: จีเอ็น [7 ส.ค. 53 21:10] ( IP A:115.67.1.0 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   10 นาที ว้าวววววววววววววว
ปล่อยคนไข้ที่เหลือตรวจไม่เสร็จกลับบ้านไปก่อนดีกว่าาาาาาาา
โดย: 222 [7 ส.ค. 53 22:58] ( IP A:58.8.109.254 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ยกตัวอย่างไง
จะตรวจ 3 นาทีก็ได้ไม่ว่ากัน
แต่ไม่เอาแบบชุ่ยๆ ไง


เพราะมันเป็นสาเหตุให้คนเดี๊ยงอ่ะ
และมันก็เป็นสาเหตุให้หมอโดนฟ้องอีก
เพราะไอ้ 2-3 นาทีนี่แหล่ะ

ทำไงก็ได้อะ
ให้มันนรู้สึกว่า ตรวจดีแล้วอ่ะ
โดย: เบื่อจะเถียง [9 ส.ค. 53 8:34] ( IP A:115.67.56.48 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ทำไงดีล่ะ บอกทีสิ
ที่ตรวจทุกวันนี้ ก็ไม่ได้ตรวจชุ่ย
ตรวจดีที่สุดแล้ว เท่าที่เวลามันจะอำนวย
โดย: 222 [9 ส.ค. 53 10:51] ( IP A:110.164.139.21 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   เอาน่าๆ ก็ตามๆ เค้าไปเถอะ พรบ.น่ะ อยากให้ออกก็ออกมา
เราไม่มีปัญหาในการทำงานอยู่แล้ว
ทุกวันนี้ก็ตรวจแบบสบายใจ ทำเท่าที่ทำได้
อันไหนทำไม่ได้ก็บอกไปเลยว่า ต้องรอหมอด้านนู้นนี้นั้นมาดูก่อนละกันนะ
ไม่มีใครบังคับให้รีบตรวจ ก็ไม่เห็นต้องรีบ
ถ้าหมดเวลาราชการ ก็ยังมี OPD นอกเวลาอีกนี่นา
โดย: ชักรู้สึกดีที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแฮะ [9 ส.ค. 53 12:06] ( IP A:110.49.193.242 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ความคิดเห็นที่ 10

เอ่อนะ พอดีไม่ได้กินเป๊บตีนตอนเด็ก
ก็เลยไม่ได้เป็นหมอนะ
จะยกตัวอย่างให้ดู ในประสบการณ์ที่ฟ้องหมอมานะ
การที่หมอจะให้เวลาตรวจกี่นาทีไม่ใช่ประเด็นของการดูแล
มันอยู่ที่วิจารณญาณของการตรวจของหมอแต่ละคน
คนไข้บางคนก็ไม่ได้ต้องการถึง 10 นาีที
และคนไข้บางคนก็ต้องการแค่ 2 นาทีก็มี
มันก็ถัวเฉลี่ยเวลากันไป ไม่ต้องมีนาฬิกามาตั้งเวลาเป๊ะๆ
เพราะว่า คนไข้บางคนมันเกือบตายแล้ว อย่างแรกที่หมอมาเจอ
หมอน่าจะวินิจฉัยโรคอย่างละเอียดเลย แฟ้มเวชระเบียนมีไหน
เอามาดูอาการคนไข้อาการหนักคนนี้หน่อยซิ ใช้เวลาจริงๆ ก็ไม่น่าเกิน 10 นาที แต่เสือกไม่ทำ ดันเอาเวลาอ่านเวชระเบียนคนไข้ที่อาการหนัก มายืนด่าคนไข้ซะนี่ นี่แหล่ะมันเป็นสาเหตุที่บอกว่าหมอชุ่ย มันไม่ใช่รีบนะ มันเรียกว่า ชุ่ย มากๆ เลยแหล่ะ จะมาบอกว่าไม่มีเวลามากคนไข้ตึกเยอะ ไม่ได้ๆ มันเอามาอ้างไม่ได้ เพราะว่า เวลาคุณมี และมีพอด้วยบางที แต่คุณไม่ใช้เวลานั้นให้เป็นประโยชน์ต่อคนไข้ มันทำให้คนไข้รู้สึกว่าหมอทอดทิ้งและละทิ้งหน้าที่ ที่ควรจะเป็นต่างหาก

อธิบายเท่านี้เข้าใจหรือยัง ?
เป็นหมอน่าจะเข้าใจง่ายๆนะเนี่ย

ถึงได้บอกว่า เวลาการตรวจคนไข้มันอยู่ที่จิตวิญญาณหมอแต่ละคน
ว่ามีความอยากมากน้อยแค่ไหน ในการใส่ใจคนไข้แต่ละเคส
คนไข้แต่ละเคสก็ใช่ว่า ต้องการเวลาเท่าๆกันในการตรวจนานๆ
พอแระ เนี่ย ไม่อธิบายมากไปกว่านี้ คนเข้าใจอะไรง่ายๆ ก็แปลความหมายความรับผิดชอบได้ไม่ยาก คนอ่านไม่เข้าใจ พูดไปให้ทะลุถึงตูดก็ไม่เข้าใจหรอก

เบื่อจะเถียง

โดย: จีเอ็น [9 ส.ค. 53 21:43] ( IP A:111.84.14.181 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน