ค้านตลอด ค้านๆๆๆๆๆๆๆๆ
   1) ก.ม.ฉบับนี้ผู้ที่ริเริ่มร่างและผลักดันอย่างเอาการเอางานต่อเนื่องและเป็นร ะบบก็คือกลุ่มเอ็นจีโอและเครือข่ายโดยร่วมมือกับกลุ่มแพทย์ตระ *** ลส.ที่ไม่ได ้ทำการรักษาผู้ป่วยแล้วโดยมีพฤติกรรมเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนหลายครั้งใน การฟ้องหมอเป็นอาชีพอยู่แล้ว
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((เราต้องเห็นใจว่า มีหมอที่ไหนเห็นใจคนไข้ที่เขาทำเสียหาย เพราะมีแต่คนไข้ ตายพิการ หมอไม่เป็นไร หมอไม่เป็นแบบนักบินที่เครื่องตกก็ตายตามคนไข้ ดังนั้นจึงมีเอ็นจีโอ ซึ่งก็เป็นทั้งคนไข้ และหมอที่เห็นปัญหาและพยายามแก้ไข ส่วนการฟ้องหมอนั้นก็เป็นทางออกเดียวที่มีในการเยียวยาผู้เสียหายที่หมอทำเสียหาย ที่มีตั้งแต่ เจ็บ พิการ จนถึงขั้นตาย

2) ชื่อก.ม.ก็บอกอยู่แล้ว.............คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข
= ผู้ให้บริการสาธารณสุขก่อให้เกิดความเสียหาย
= ผู้ให้บริการสาธารณสุขกระทำละเมิด
= ผู้ให้บริการสาธารณสุขเป็นจำเลย
= ผู้ให้บริการสาธารณสุขต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((อันนี้ถูกต้อง เพราะหมอทำเขาเสียหายจริงๆ หมอไม่ใช่เทวดาหรือมี 4 ขาจึงจะไม่พลาด และถึงแม้หมอมี 4 ขา หมอก็ยังพลาด ตามที่โบราณว่า 4 ขา ยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
ถ้าหมอยังรับไม่ได้ว่าทำพลาดเขาเสียหายตาย ก็คงไม่ต้องคุยกัน เพราะพวกหมออีโก้สูงจนรับว่าตัวเองทำผิดไม่ได้ นี่เอง จึงแก้ปัญหาไม่ได้ซะที่ แม้กระทั่งชื่อผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขยังรับไม่ได้ แบบนี้ก็แก้ปัญหากันลำบาก คุยกันลำบาก หรือหมอเป็นเทวดา

3) ตามมาตรา5,มาตรา6,ประกอบมาตรา27วรรค1ตีความได้ว่าถ้าคณะกรรมการฯจ่ายเงินช่ว ยเหลือเบื้องต้นเมื่อใด ผู้ให้บริการสาธารณสุขจะมีความผิดตามมาตรา6ทันที
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((เห็นด้วย และต้องเป็นแบบนั้น ถ้าไม่ผิดจะไปจ่ายตังค์ทำไม และถ้าผิดจ่ายตังค์ก็ถูกต้องตรงไปตรงมา

ก็จะเป็นประเด็นนำไปสู่การฟ้องร้องได้ เพราะเห็นความได้เปรียบในข้อกฏหมาย และคณะกรรมการฯซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกัน ก็พร้อมจะไปเป็นพยานให้ในชั้นศาล
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((ก็เห็นด้วยอีก ถ้าเขาจะไปฟ้อง ก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ถามว่าฟ้องไปได้อะไร เงินก็ได้แล้ว การฟ้องต้องเตรียมเอกสาร พยาน หาทนาย ต้องใช้เงินเสียเวลทำมาหากิน ถ้าไม่เหลือทนใครอยากไปศาล

4)ตามมาตรา34วรรค1กรณีผู้เสียหายไม่ยินยอมรับเงินชดเชยเปิดโอกาสให้ฟ้องร้อง เป็นคดีต่อศาลได้และบัญญัติว่า “ให้สำนักงานยุติการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ และผู้เสียหายหรือทายาทไม่มีสิทธิ์ที่จะยื่นคำขอตามพระราชบัญญัตินี้อีก”
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((ไม่มีกฎหมายไหนเปิดโอกาสให้ฟ้องร้องเป็นคดีต่อศาล เพราะการฟ้องร้องคดีเป็นสิทธิพื้นฐานใครจะฟ้องใครก็ได้ มียกเว้นอยู่แค่พระมหากษัตริย์ที่ใครจะละเมิดมิได้ และเด็กต่ำกว่า 10 ขวบ

แต่ในวรรค3กลับเขียนว่า “หากศาลยกฟ้อง......คณะกรรมการอาจพิจารณาจ่ายค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายหรื อไม่ก็ได้ ทั้งนี้ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((ก็เป็นได้อีก เพราะการสู้คดีไม่ใช่ว่าคุณถูกแล้วคุณจะชนะตลอด เช่นว่าทนายหรือคนฟ้องลืมไปศาล ศาลยกฟ้อง หรือฟ้องขาดอายุความ หรือฟ้องดีทุกอย่างแต่พยานหลักฐานสู้ไม่ได้ แต่ตรวจสอบแล้วผิดจริง หรือพยานไม่ยอมไปศาล ไม่มีพยาน แบบนี้ก็แพ้คดีได้ แต่ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าผิดจริง ก็อาจจะให้เงินก็ได้

ซึ่งงข้อความในวรรค3ขัดแย้งกับวรรค1เพราะผู้เสียหายหมดสิทธิ์ยื่นคำขอไปตั้ง แต่ปฏิเสธเงินชดเชยและได้ยื่นฟ้องแล้ว
ไม่ควรจะได้สิทธิ์ในค่าเสียหายอีกเมื่อศาลยกฟ้อง
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((ก็ไม่เห็นเสียหายตรงไหน คดีคุณดลพรก็เป็นตัวอย่างอันดี ฟ้องแพ้แต่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บอกให้เยียวยาตามสิทธิมนุษยชนเด็กซึ่งไม่มีอายุความ
และกรณีนี้น่าจะเป็นกรณีที่ทีแรกคณะกรรมการบอกให้ใช้เงินแล้ว แต่ไปแพ้ในศาล คณะกรรมการจะใช้เงินตามคำวินิจฉัยเดิมของตน ก็ไม่เห็นจะน่าเกลียด หรืออาจจะไม่ใช่ตามคำวินิจฉัยของศาลก็ได้ เพราะกฎหมายก็เขียนว่า อาจพิจารณาจ่ายค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด (ซี่งก็ยังไม่กำหนดว่าเป็นอย่างไรเลย จะรีบโวยวายไปไหน ถ้ากำหนดระเบียบเฮงซวย ก็ฟ้องศาลปกครองได้อยู่แล้ว)

และการหมดสิทธิ์ยื่นคำขอตามมาตรา34วรรค1ก็ย่อมครอบคลุมไปถึงสิทธิในมาตรา37ด ้วย คือหมดสิทธิ์ยื่นคำขอรับเงินชดเชยในกรณีสารสะสมที่ต้องใช้เวลาในการแสดงอากา รเพราะมาตรา34วรรค1ใช้คำว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะยื่นคำขอตามพระราชบัญญัตินี้อีก
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((คุณก็คิดแต่จะเอาเปรียบเขาตลอด หากมีหลักฐานใหม่ ก็น่าจะอนุญาต เพราะแม้แต่คดีในศาล หากมีหลักฐานใหม่เขายังให้ฟ้องใหม่ได้เลย คุณจะเอาเปรียบชาวบ้านไปถึงไหน

5)ในมาตรา35ส่งเสริมให้ฟ้องคดีต่อศาลได้แม้ขณะกำลังพิจารณาคำขอรับเงินค่าเส ียหายอยู่หรือสามารถฟ้องคดีต่อศาลก่อนแล้วค่อยกลับมายื่นขอรับเงินค่าเสียหา ยอีกทีก็ได้ซึ่งทั้งสองกรณีจะได้เงินช่วยเหลือเบื้องต้นและถ้าศาลยกฟ้องในภายหลังก็อาจพิจารณาจ่ายค่าเสียหายได้อีกตามมาตรา34วรรค3
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((เราช่วยคนไข้ทำคดีมาเยอะ บอกตรงๆ เหนื่อย ถ้าไม่มีความรู้ไม่มีเงินจริงๆ ไปไม่รอดหรอก ใครเขาอยากสู้คดี ส่วนการฟ้อง หากเขาอยากฟ้องก็เป็นสิทธิ์ของเขาจะไปว่าเขาทำไม

6)ในบทหลักการและเหตุผลได้กล่าวถึง “กรณีถูกฟ้องคดีอาญาข้อหากระทำการโดยประมาทด้วย”
และในหมวด๗ ตั้งชื่อหมวดว่า “การฟ้องคดีอาญาและบทกำหนดโทษ”
มาตรา45 “ในกรณีที่ผู้ให้บรีการสาธารณสุขถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีอาญาฐานกระทำการโดยปร ะมาทเกี่ยวเนื่องกับการให้บริการสาธารณสุข หากศาลเห็นว่าจำเลยกระทำผิด ให้ศาลนำข้อเท็จจริงต่างๆของจำเลยเกี่ยวกับ - ประวัติ
-พฤติการณ์แห่งคดี
-มาตรฐานทางวิชาชีพ
- การบรรเทาผลร้ายแห่งคดี
-การรู้สำนึกในความผิด
-การที่ได้มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ตาม มาตรา33(ยินยอมรับเงินชดเชย)และมาตรา39 (ตกลงไกล่เกลี่ยในเรื่องอื่น)
- การชดใช้เยียวยาความเสียหาย
-และการที่ผู้เสียหายไม่ติดใจให้จำเลยได้รับโทษ
-เหตุผลอื่นๆอันสมควรมาพิจารณาประกอบ
ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฏหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดหรือจะไม่ลงโท ษเลยก็ได้

ความหมายของหมวด7และมาตรา45นี้ก็คือ

(1)ร่างกฏหมายฉบับนี้ ให้การรับรองให้มีการฟ้องคดีอาญา เกี่ยวเนื่องกับการให้บริการสาธารณสุขอย่างเป็นทางการ

และถือว่าเป็นกฏหมายเฉพาะฉบับแรกและฉบับเดียวใน
ประวัติศาสตร์ที่บัญญัติไว้เช่นนี้
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((อันนี้คุณบิดเบือนได้ ห มาก ไม่สมศักดิ์ศรีนักกฎหมาย เนื่องจากการฟ้องคดีอาญาไม่ว่าคดีประเภทไหนคุณฟ้องได้เป็นสิทธิ์โดยแท้ตามกฎหมายอาญาและรัฐธรรมนูญ แต่หมวดนี้ เจตนารมย์เขาพยายามบรรเทาโทษและเว้นโทษให้หากคุณถูกฟ้อง แต่คุณยังเอามาอ้างด่าชาวบ้านและด่าคนออกกฎหมายอีก ห จริงๆ

ซึ่งเดิมทีการฟ้องอาญานั้นมีน้อยมาก และต้องฟ้องจากหลักกฏหมายทั่วไป ว่าด้วยกระทำการโดยประมาทตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 59 ประกอบมาตรา 291(ตาย) และมาตรา 300 (อันตรายสาหัส)

ซึ่งหลักกฏหมายอาญา ผู้ฟ้องต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าผู้ให้บริการสาธารณสุขกระทำผิดจริง โดยไม่มีข้อสงสัย

และมีกฏหมายอาญามาตรา172,174,175. เกี่ยวกับการแจ้งความเท็จ หรือการฟ้องเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา

และมาตรา 326, 328 เกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งสามารถถูกฟ้องกลับได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นผู้จะฟ้องต้องคิดให้หนักก่อนฟ้องอาญา
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((อันนี้คุณก็รับอยู่ในตัว ว่าเดิมก็ฟ้องได้อยู่แล้ว และการถูกฟ้องกลับก็มีได้ตลอดมาเช่นกัน แม้กฏหมายนี้ออกมาก การฟ้องและการถูกฟ้องกลับได้ ก็ยังเหมือนเดิมไม่ได้ต่างกันตรงไหน คุณก็โกหกตัวเองได้น่าเกลียดมาก หลักฐานมันก็หักล้างกันในตัวเอง ความจริงก็เป็นความจริงวันยังคำ คุณโกงหลักกฎหมายไม่ได้หรอก สุดท้ายคุณก็ไปไม่รอด สดุดตีนตัวเอง

แต่ถ้ามีกฏหมายเฉพาะแบบนี้ ในชั้นพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ สามารถมีความเห็นสั่งฟ้องได้ง่ายขึ้น หรือในชั้นไต่สวนมูลฟ้องในศาล ก็สามารถอ้างอิงกฏหมายฉบับนี้ได้
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((คุณรู้จักตำรวจหรืออัยการดีไหม สำรวจกี่ที่ ก็ไม่เคยตกสำรวจเลยว่าโกงกินทุจริต ทั้งตำรวจและอัยการ เคยเจอไหมที่มีเงินมีอิทธิพลก็สั่งฟ้อง หรือสั่งยกฟ้องได้ ไม่ต้องอ้างอิงหรอก หนังสือขอความร่วมมือแพทยสภาในสมัย ผบ. โกวิท ก็เป็นตัวอย่างว่าการฟ้องหรือการสั่งฟ้องมันแทรกแซงได้ไหม คนไข้ไปแจ้งความกว่าตำรวจจะยอมรับแจ้งความนี่ ต้องทั้งขู่ทั้งปลอบและต้องเอาทนายไปกำชับที่โรงพัก ยังไม่อยากจะรับแจ้งความเลย

(2) ข้อความในเหตุแห่งการบรรเทาโทษนั้น เห็นได้ว่าแม้จะมีการชดใช้เยียวยาความเสียหาย หรือมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว ก็ยังสามารถ ฟ้องร้องต่อได้อีกในคดีอาญา
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((อันนี้อ่านดีดี มันฟ้องก่อน แล้วจึงบรรเทาโทษ และต้องศาลเห็นว่าจำเลยกระทำผิด ซึ่งก็เป็นหลักทั่วไปของศาลอยู่แล้ว ความจริงมาตรานี้ไม่ต้องเขียนหรอก เป็นหลักและเป็นดุลยพินิจของศาลตามปกติประจำวันอยู่แล้ว แต่พวกคุณก็เขียนให้เปลืองกระดาษเหมือนข่มขืนกระทำชำเรากฎหมายรัฐธรรมนูญที่ทำมาก่อนหน้านี้แล้ว
ส่วนการประนีประนอมยอมความกันนั้นก็ล้มคดีอาญาไม่ได้เพราะคดีอาญาเป็นความผิดแผ่นดิน

และเหตุแห่งการบรรเทาโทษนี้ ก็มีบัญญัติไว้นานแล้วในป.อาญามาตรา78 และศาลก็นำมาใช้เป็นปกติอยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุผลใด ที่ต้องบัญญัติขึ้นมาอีก ให้ดูเหมือนมีความหวังดีต่อวงการสาธารณสุข
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((อันนี้ก็เห็นด้วย ถามว่าใครเป็นคนใส่ไว้ หวังว่าคงไม่ใช่กลุ่มหมอ เหมือนการกระทำชำเรารัฐธรรมนูญ

(3) การบัญญัติข้อความในมาตรา45นี้เปรียบเทียบเพื่อให้เข้าใจง่ายๆก็คือ เหมือนคนใช้ในบ้านแอบเปิดประตูบ้านให้โจรเข้ามาจี้เจ้าของบ้าน เสร็จแล้วคนใช้ก็บอกเจ้าของบ้านว่าให้พูดจาดีๆ ทำตัวให้เรียบร้อยกับโจร หรือยอมสำนึกผิดกับโจรซะเพื่อโจรจะได้เห็นใ จ และเหลือเงินหรือทรัพย์สินไว้บ้างไม่เอาไปจนหมด
แล้วคนใช้ก็กลับมาทวงบุญคุณเอากับเจ้าของบ้าน ว่าเป็นผู้มีส่วนช่วยทำให้โจรใจอ่อน ไม่เอาทรัพย์สินไปจนหมด ถือว่าเป็นการช่วยเจ้าของบ้านซะอีก โดยไม่ได้ดูถึงพฤติกรรมการแอบพาโจรเข้าบ้านของตัวเองเลย
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((ผมว่าไม่เหมือนหรอก ยกตัวอย่างได้ไม่เกี่ยวข้องกันเลย คุณมองคนไข้เป็นโจรทั้งทั้งที่คุณทำเขาเสียหายและเขามีสิทธิ์ได้เงินตามกฎหมายเขาไม่ได้มาปล้นหรือขโมยคุณ แต่คุณต่างหากที่ขโมยทุกอย่างไปจากชีวิตเขาด้วยการทำที่ประมาทเลินเล่อ

7) คณะกรรมการฯจะมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์การมาใช้สิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายจะทำให้มีผู้มาร้องเรียนมากยิ่งขึ้นไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องน้อยเ พราะเห็นช่องทางที่จะได้เงินและไม่ว่าคณะกรรมการฯจะจ่ายเงินหรือไม่จ่ายหรือ จ่ายแต่ไม่พอใจจำนวนเงินก็ล้วนแล้วแต่นำไปสู่การฟ้องร้องทั้งสิ้นและผู้ให้บ ริการสาธารณสุขในฐานะผู้ปฏิบัติงานก็จะถูกดึงเข้ามาเป็นจำเลยเสมอ
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((คุณต้องใจกว้าง การฟ้องคดีเป็นวิธีหนึ่งในการปรับปรุงคุณภาพ แม้ว่าจะเป็นยาแรง ศาลท่านยังทำวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคและมีการประชาสัมพันธ์กันแพร่หลาย ก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน คุณก็ทำงานดีดี มีปัญหาก็เคลียร์ไป อย่ามีปัญหาก็โบ้ยตลอดอย่างในอดีต ปัญหาก็จะเบาบางลง ดีทั้งสองฝ่ายแล้วจะโวยทำไม หรือคุณทำเขาเสียหายแล้วไม่เคยเห็นใจเขา หรือคุณไม่เคยผิด พวกเทวดาละซิ ห เอ้ย





กรณีเรื่องอายุความตามมาตรา25และมาตรา37ที่กำหนดว่า...........ภายใน3ปีนั บแต่วันที่รู้ถึงความเสียหายและรู้ตัวผู้ให้บริการสาธารณสุขซึ่งก่อให้เกิดค วามเสียหายแต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน10ปี
นับแต่วันที่รู้ถึงความเสียหาย ทั้ง 2มาตราสรุปได้ว่า “ไม่มีอายุความ”เพราะผู้เสียหายจะอ้างได้เสมอว่าเพิ่งรู้ถึงความเสียหายแม้เ วลาจะผ่านไปกี่ปีแล้วก็ตามเปรียบได้ว่าถ้าให้การรักษาคนไข้ไป
เมื่อใดก็ตามผู้ให้การรักษาจะต้องตกเป็นเบี้ยล่างของคนไข้ไปตลอดชีวิตเพราะค นไข้นึกอยากจะฟ้องเรียกค่าเสียหายเมื่อใดก็ได้โดยอ้างว่าเพิ่งรู้ถึงความเสี ยหาย
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((แม้ว่าจะเขียนระบุไปเลยว่าไม่มีอายุความ ผมก็ว่าน่าจะทำใจได้ คุณเป็นหมอ เป็นราชการ ควรจะใจกว้างๆสู้กันด้วยเหตุผลว่าผิดหรือไม่ผิด ไม่ควรน็อคเอ้าท์ด้วยเรื่องอายุความกับคนไข้ซึ่งไม่มีความรู้ทางการแพทย์พอจะสู้กับคุณ ใจกว้างๆหน่อย นี่เพียงกำหนดอายุความยาวๆหน่อยคุณก็รับไม่ได้แล้ว

9)การยืดอายุความออกไปโดยไม่มีกำหนดเช่นนี้ขัดต่อหลักความเป็นธรรมทางกฏหมาย (หลักEquity) และถือเป็นการเลือกปฏิบัติเฉพาะกับผู้ให้บริการสาธารณสุขเท่านั ้นซึ่งจะกระทำมิได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา30
การกำหนดอายุความมีเหตุผลที่สำคัญประการหนึ่งก็คือเป็นนิตินโยบาย(Legal Policy)ของรัฐเพื่อดำรงความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงในการอ้างสิทธิของบุคคลอันเป็นการห้ามปรามมิให้มีการนำเรื่องราวที่เกิดมาเนิ่นนานแล้วมาเรียกร้อง ต่อกันเพราะพยานหลักฐานจะสูญหายเสื่อมสภาพหรือคลาดเคลื่อนส่งผลให้การวินิจฉ ัยข้อพิพาทไม่อาจเป็นธรรมได้อย่างแท้จริง และการที่อายุความยาวนานขึ้นโอกาสในการฟ้องร้องกันก็เพิ่มมากขึ้น
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((อันนี้เป็นลักษณะของการสู้ระหว่างช้างกับมด ซึ่งกฏหมายประเทศไหนเขาก็ยืดอายุความทำนองนี้ เพราะชาวบ้านรู้น้อย และผลเสียหายบางอย่างมันแสดงออกช้า แม้แต่กฏหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคเขาก็ออกแบบนี้ คุณหมอก็ได้ประโยชน์เช่นซื้อรถซื้อบ้านมีปัญหา ก็ไม่เห็นออกมาโวยวาย อย่าพูดเอาแต่ได้ เวลาเสียแล้วโวยวาย ผมว่าคุณต้องกลับไปเรียนกฎหมายใหม่ และเอาใจที่ยุติธรรมไปเรียนด้วย เวลาคุณจะวิจารณ์ ต้องเอาตัวอยู่ตรงกลาง ไม่เป็นทั้งหมอทั้งคนไข้ใจเขาใจเรา จึงจะวิจารณ์ได้น่านับถือ และเป็นธรรม แต่หากแม้ใจบอดเสียแล้ว ไปทางไหนคุณก็จะติดกับดักตัวเอง ไปไม่รอดหรอก

10) ในมาตรา37แม้จะตกลงทำสัญญาประนีประนอมกันแล้วผู้เสียหายก็ยังมีสิทธิยื่นคำขอรับเงินชดเชยได้อีกไม่จำกัดเวลาและถ้าไม่พอใจเงินชดเชยก็มีสิทธิฟ้องร้องได ้อีกตามมาตรา34วรรค1และถ้าศาลยกฟ้องก็กลับมารับค่าเสียหายได้อีกตามมาตรา34ว รรค3 การเรียกร้องก็จะวนเวียนอยู่อย่างนี้ไม่จบสิ้นการเรียกร้องค่าเสียหายและการ ฟ้องร้องก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวขณะที่สังคมก็จะวุ่นวายไม่รู้จบอันเป็นผลมาจากร่างกฏหมายฉบับนี้ จะเกิดอาชีพใหม่คือรับเป็นนายหน้าพาคนมาเรียกร้องค่าเสียหายพอได้เงินแล้วก็ แบ่งกันหรือเป็นช่องทางให้ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องจำนวนเงินค่าเสียหายก ระทำการทุจริตได้เพราะการพิจารณาจ่ายเงินหรือไม่ ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของหลักวิชาการเหมือนเป็นการตั้งโต๊ะแจกเงินกันเองโดยไม ่ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาที่มีมาตรฐานเป็นธรรมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((ผมว่าคุณบิดเบือนได้ ห มาก เพราะหากประนีประนอมยอมความแล้วสิทธิย่อมระงับไป หากประนีประนอมยอมความแล้ว ยังฟ้องร้องได้อีก คนออกกฏหมายรวมทั้งกฤษฏีกาก็ต้องเป็นคนบ้าแล้ว มาตรานี้ เขาว่า หากตกลงยอมกันแล้ว แต่ภายหลังมีปัญหาที่โผล่มาใหม่ ซึ่งเขาไม่รู้ก่อนยอมความกัน ซึ่งถือว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้ยอมกัน หรือที่ยอมกันมานั้นยอมโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงที่สำคัญ หลักกฏหมายถือว่าที่ยอมกันมานั้นโมฆะ ก็ถูกต้องแล้ว เป็นนักกฏหมาย ห อะไร เขียนบิดเบือนแบบนี้ ผมบอกตรงๆ คุณหมดสิทธิ์เขาร่วมพิจารณากฎหมายฉบับนี้แล้ว เพราะพฤติกรรมนี้ของคุณ ใครเอาคุณเข้าห้องประชุม คุณก็เข้าไม่ได้แล้ว พฤติกรรมแบบนี้ และที่ว่าศาลยกฟ้องแล้วก็มาขอรับเงินได้อีกนั้น เขาต้องเริ่มที่ว่าคณะกรรมการตัดสินให้จ่ายเงินก่อน จากนั้นเขาไปฟ้องศาลแล้วแพ้มา (อาจจะแพ้ทางเทคนิค เช่นว่า แพ้อายุความ หรือทิ้งฟ้อง หรือหาพยานไม่ได้) คณะกรรมการอาจจะจ่ายก็ได้ อาจจะไม่จ่ายก็ได้ ตามระเบียบที่ยังไม่ได้ตั้งเลย จะโวยวายอะไรกันหนักหนา เงินที่จ่ายก็เงินเขาเอง ห เอ้ย การจ่ายเงินก็ไม่ได้ง่ายเหมือนที่พวกแกคิดหรอก ขนาดมาตรา 41 กันไว้ 1000 ล้าน จ่ายจริงแค่ 73 ล้านบาท จ่ายได้อุบาทว์มากขอด่าทีเถอะ ยังมีหน้ามาบอกชาวบ้าน สังคมที่เจริญคือสังคมที่ฟ้องร้องมาก ประเทศที่เจริญคดียิ่งมาก มีแต่ประเทศที่กดขี่ไม่เจริญ คดีจึงน้อย สิ่งที่คุณว่ามีนายหน้าพามาฟ้อง มาร้องแล้วแบ่งเงินนั้นคุณดูถูกเขามาก และคิดแต่เรื่อง ห ห ด่าหมอไปในตัว เพราะในเมืองนอกคนที่พาเขามาฟ้อง ร่างหนังสือให้คนไข้มาร้องมาเอาเงินนั้นคือหมอที่ดูแลเขา ตามประสบการณ์ในสวีเดน เพราะเขาเห็นใจคนไข้ที่เสียหายและเงินก็ไม่ใช่เงินหมอ จะไปหวงทำไม ก็ช่วยเขียนให้เขาไปเอาเงินมาเยียวยาความเสียหายที่ตัวเองก่อ ก็มีคุณธรรมดี จะไปด่าเขาทำไมว่าเป็นนายหน้า
โดย: ค้านแม่งทุกเรือ่ง ห จริงๆ [13 ส.ค. 53 21:17] ( IP A:58.8.212.132 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   (3) การบัญญัติข้อความในมาตรา45นี้เปรียบเทียบเพื่อให้เข้าใจง่ายๆก็คือ เหมือนคนใช้ในบ้านแอบเปิดประตูบ้านให้โจรเข้ามาจี้เจ้าของบ้าน เสร็จแล้วคนใช้ก็บอกเจ้าของบ้านว่าให้พูดจาดีๆ ทำตัวให้เรียบร้อยกับโจร หรือยอมสำนึกผิดกับโจรซะเพื่อโจรจะได้เห็นใ จ และเหลือเงินหรือทรัพย์สินไว้บ้างไม่เอาไปจนหมด
แล้วคนใช้ก็กลับมาทวงบุญคุณเอากับเจ้าของบ้าน ว่าเป็นผู้มีส่วนช่วยทำให้โจรใจอ่อน ไม่เอาทรัพย์สินไปจนหมด ถือว่าเป็นการช่วยเจ้าของบ้านซะอีก โดยไม่ได้ดูถึงพฤติกรรมการแอบพาโจรเข้าบ้านของตัวเองเลย
ค้านๆๆๆๆๆๆๆ(((((ผมว่าไม่เหมือนหรอก ยกตัวอย่างได้ไม่เกี่ยวข้องกันเลย คุณมองคนไข้เป็นโจรทั้งทั้งที่คุณทำเขาเสียหายและเขามีสิทธิ์ได้เงินตามกฎหมายเขาไม่ได้มาปล้นหรือขโมยคุณ แต่คุณต่างหากที่ขโมยทุกอย่างไปจากชีวิตเขาด้วยการทำที่ประมาทเลินเล่อ
โดย: คุณต่างหากที่เป็นโจรทำเขาเสียแล้วขโมยสิทธิ์เขา [13 ส.ค. 53 21:26] ( IP A:58.8.212.132 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   คุณต่างหากที่ขโมยทุกอย่างไปจากชีวิตเขา
ด้วยการทำที่ประมาทเลินเล่อ
โดย: ใช่..หมอขโมยทุกอย่างไปจากชีวิตเรา [13 ส.ค. 53 21:45] ( IP A:58.9.189.169 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ผมว่า อาจารย์พูดดีครับ
โดย: เครือข่ายฯสถุน [13 ส.ค. 53 23:48] ( IP A:58.8.146.197 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   งงจัง เดี๋ยวนี้ นอกจากมี "ชมรมเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์"

ยังมี "เครือข่ายสถุน" ด้วย

ว้าว เพิ่งรู้นะเนี่ย ดีจัง มี เครือข่ายสถุน ด้วย

ชาวบ้านได้รับรู้กันวันนี้แล้ว ว่า..มีแล้ว เฮ้ รู้แล้ว
โดย: ชัดเลย [14 ส.ค. 53 12:32] ( IP A:115.67.213.186 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ก้อมาฟ้องกันเหมือนเดิมดิ พรบ.นี้แม่งจ่ายมัว พวกมิงอยากกินตังนี่หว่า
โดย: คนรู้จริง รู้ทัน (เรื่องเกรียน) [14 ส.ค. 53 20:01] ( IP A:58.64.31.242 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   กักไว้ 1000 ล้าน จ่าย 73 ล้าน นี่ไม่ได้จ่ายมั่วใช้ไหม ห เอ้ย เลวจริงๆ
โดย: ห ทั้งนั้น [14 ส.ค. 53 22:01] ( IP A:58.8.17.108 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ความคิดเห็นที่ 6
ผมว่า อาจารย์พูดดีครับ
โดย: เครือข่ายฯสถุน [13 ส.ค. 53 23:48> ( IP A:58.8.146.197 X: )

ไม่ทราบว่าอันเดียวกับ คบส. หรือเปล่า 5555 ดูสมกันดีนะ
โดย: เจ้าบ้าน [14 ส.ค. 53 23:07] ( IP A:124.121.78.49 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน