ขอมอบแด่..กลุ่มหมอที่ต่อต้านพรบ.
   https://www.posttoday.com/วิเคราะห์/สดจากสนาม/44351/ชะตากรรมจากความผิดพลาด

ชะตากรรมจากความผิดพลาด
15 สิงหาคม 2553 เวลา 12:16 น. | เปิดอ่าน 208 | ความคิดเห็น 6
8 ปีที่ตั้งเครือข่ายเสียหายทางการแพทย์ มีสมาชิกผู้เสียหายเข้าร้องเรียนหลายพันราย แต่จากการตรวจสอบเอกสารและวิเคราะห์ว่ามีมูลในการฟ้องร้องได้นั้นมีกว่า 600 ราย...

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

สังคมไทยเชิดชูวิชาชีพแพทย์ในฐานะผู้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้หลุดพ้นความเจ็บไข้ได้ป่วยอันเป็นทุกข์ ตลอดถึงการยื้อชีวิตในยามที่ความเจ็บป่วยมาถึงปลายสุดระหว่างความเป็นความตาย

สำนึกของสังคมไทยต่อแพทย์ จึงเป็นสำนึกแห่ง “บุญคุณ”

แม้จรรยาวิชาชีพจะเป็นสิ่งกำกับและควบคุมการทำหน้าที่ของแพทย์ให้เป็นไปเพื่อมนุษยธรรม แต่ความผิดพลาดก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ หากการปฏิบัติใดตกอยู่ใต้ความประมาทเลินเล่อ ที่ผ่านมาสำนึกแห่ง “บุญคุณ” ในผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ กดทับให้ผู้รับบริการอยู่ในภาวะทำใจเพื่อจำยอมต่อความบกพร่อง ทั้งที่ควรได้รับสิทธิในการเยียวยาช่วยเหลือจากความผิดพลาดบกพร่องนั้น

ตลอดระยะเวลาที่มีการใช้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ พ.ศ. 2545 มีการใช้บริการโรงพยาบาลตามสิทธิบัตรทองจำนวนถึง 727 ล้านครั้ง เป็นคนไข้ใน 28 ล้านราย ความถี่ของการใช้บริการจำนวนมหาศาลเช่นนี้ จำนวนครั้งของ “ความผิดพลาด” ก็น่าจะมากตามไปด้วย

แต่ทว่า มีคนไข้เพียง 3,200 รายเท่านั้น ที่กล้า “ใช้สิทธิ” ฟ้องร้องความผิดพลาดของแพทย์

เจ้าชายนิทรา

กว่า 5 ปีมาแล้ว ที่ ยงยุทธ ปันนินา เด็กหนุ่มระดับหัวกะทิความหวังของครอบครัว “ปันนินา” ต้องมีสภาพเป็นเจ้าชายนิทรา นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง โดยมี ดวงนภา ปันนินา มารดา ที่ต้องระทมทุกข์แสนสาหัส เสมือนมีคมมีดกรีดกรายหัวใจอยู่ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา


“ทุกวันนี้ลูกเหลือเพียงร่างกับลมหายใจ แม่ทุกคนย่อมรักลูก แต่เมื่อเห็นสภาพแบบนี้แล้วเราก็อยากให้เขาตายไปเลย ตัวเราเองบางครั้งก็อยากกินยาตายเหมือนกัน”

เธอตัดพ้อชะตากรรมอย่างหดหู่ต่อลูกชายวัย 19 ปีเศษ ของเธอประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรงเมื่อเดือน พ.ค. 2547 และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.แพร่ ด้วยการให้ยาและเครื่องช่วยหายใจ เนื่องจากมีอาการสมองบวมและเลือดออกในสมอง โดยรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูถึง 27 คืน กระทั่งอาการดีขึ้นแพทย์เจ้าของไข้จึงตัดสินใจย้ายมาพักฟื้นและสั่งถอดเครื่องช่วยหายใจบริเวณลำคอออก

“ตอนนั้นลูกชายอาการดีขึ้นมากแล้ว กายภาพบำบัดหัดเดินได้ เขียนหนังสือได้ สื่อสารด้วยคำสั้นๆ ได้ เรียกพ่อเรียกแม่ได้ เราก็คิดว่าลูกจะดีขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งหมอสั่งให้ถอดเครื่องช่วยหายใจที่คอออก พอหมอผ่าตัดเสร็จก็เดินออกจากห้องทันที ให้พยาบาลดูแลแทน เราเห็นพยาบาลเอาผ้าก๊อซอุดรูที่คอเอาไว้แล้วเดินออกไปโดยไม่สนใจอะไรเลย ทันใดนั้นลูกก็อาการทรุดลง หายใจไม่ได้” เธอกล่าวด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก แล้วเล่าต่อว่า ทราบภายหลังว่าสมองของบุตรชายขาดออกซิเจน

เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ดิ้นอย่างทุรนทุราย มีอาการคล้ายๆ ชัก ผู้เป็นแม่จึงรีบวิ่งไปแจ้งพยาบาลเวรที่อยู่นอกห้องให้ช่วย แต่คำตอบที่ได้รับกลับมา คือ “เด็กยังไม่ชินกับการหายใจ ปล่อยไว้สักพักเดี๋ยวก็ดีขึ้น” จนสุดท้ายบุตรชายทนไม่ไหว กระเสือก|กระสน ถ่ายเรี่ยราด แพทย์จึงนำเข้าห้องไอซียูรอบ 2 เป็นเวลากว่า 45 คืน

“ลูกก็ทรุดหนัก รอดตายมาได้ด้วยการปั๊มหัวใจขึ้นมา แต่ก็ต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทราแบบนี้ เป็นเพราะความประมาทของแพทย์และพยาบาลที่ไม่ดูให้ดีว่าคนไข้หายใจเองได้หรือไม่” เธอกล่าวตำหนิ

เวลา 4 เดือนที่เข้ารับการรักษา ต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ครอบครัว “ปันนินา” มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 6,000 บาทเท่านั้น

“เราก็คนบ้านนอก ไม่รู้จะทำยังไง พอดีอ่านข่าวเจอเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ จึงได้เขียนจดหมายไปแบบถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง แต่สุดท้ายกลับได้รับการช่วยเหลืออย่างดี ตอนนี้เราฟ้องกระทรวงสาธารณสุขและชนะคดีในชั้นต้นกับอุทธรณ์แล้ว ศาลให้ชดเชยให้เรา 3.9 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอีกกว่า 4 แสนบาท แต่เราบอกเขาว่าไม่เอาดอกเบี้ยก็ได้ ขอให้จบเถอะ อย่าต้องให้ไปสู้อีกศาลหนึ่งเลย เราเหนื่อยและลำบากมาพอแล้ว” ดวงนภาวิงวอน

แอบตัดลำไส้

วนาพร เกริกชัยวัน เป็นเหยื่ออีกรายที่ถูกกระทำ โดยเธอเข้ารับการผ่าตัดพังผืดซึ่งอยู่ระหว่างรังไข่และมดลูก เพื่อสะดวกต่อการมีบุตรเมื่อเดือน พ.ย. 25 ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง หลังการผ่าตัดแพทย์แจ้งว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี มีปัญหาเล็กน้อย คือ |มีดไปสะกิดโดนลำไส้ เนื่องจากพบพังผืดในบริเวณนั้น ทว่าได้เย็บตกแต่งเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อเธอกลับบ้านกลับเกิดอาการอาเจียนและปวดท้องอย่างรุนแรง จึงตัดสินใจกลับมายังโรงพยาบาลอีกครั้ง

แพทย์อีกรายเอกซเรย์และวินิจฉัยว่ามีลำไส้บางส่วนไม่ทำงาน จำเป็นต้องสอดสายยางทางจมูกจนถึงลำไส้ เพื่อทำการดูดน้ำย่อยและน้ำดีออกมา

เป็นเวลา 10 วัน ที่ต้องนอนทรมานโดยมีสายยางระโยงระยางทั่วตัว เธอรู้สึกมีกลิ่นเหม็นออกมาจากภายในร่างกายและพยายามแจ้งพยาบาลตลอดเวลา ซึ่งได้รับคำชี้แจงว่าเป็นกลิ่นน้ำย่อย จึงไม่ต้องวิตกกังวล จากนั้นแพทย์รายใหม่ได้ดูฟิล์มเอกซเรย์ พบว่าลำไส้หลายส่วนไม่ทำงาน จำเป็นจะต้องฉีดรังสีเข้าเส้นเลือด เพื่อทำการเอกซเรย์ในอุโมงค์อย่างละเอียดและผ่าตัดอีกครั้งหนึ่ง

การผ่าตัดครั้งที่ 2 ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง ด้วยความสงสัยจึงสอบถามพยาบาลว่า แพทย์ได้ตัดลำไส้ออกไปบ้างหรือไม่ ได้รับคำตอบว่าตัดไป 8 มิลลิเมตร แต่จากการถามแพทย์อีกครั้ง ทำให้ทราบว่าตัดออกไปครึ่งหนึ่งของลำไส้ทั้งหมด เนื่องจากมีการเน่าเสียเกิดขึ้น

“ดิฉันทราบมาว่าการผ่าตัดครั้งแรกก็มีการตัดลำไส้ไปแล้วครั้งหนึ่ง ไม่ได้โดนใบมีดบาด เมื่อไปสอบถามแพทย์รายแรก เขาจึงยอมรับว่าตัดไป 2 นิ้วจริง” เธอ กล่าว และเล่าว่าค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทั้งหมด 2.4 แสนบาท ทั้งที่ตัวเองเตรียมเงินไว้เพียง 7 หมื่นบาท สำหรับผ่าตัดเพื่อช่วยการมีบุตรเท่านั้น อย่างไรก็ตามเมื่อไปถามแพทย์รายแรกกลับพบว่าการผ่าตัดเพื่อมีบุตรก็ไม่สำเร็จอีกเช่นกัน ทั้งนี้แพทย์คนดังกล่าวได้รับปากจะเจรจากับโรงพยาบาลเพื่อลดหย่อนค่าใช้จ่ายให้ แต่ก็ไม่เป็นผล

“หมอบอกว่าผ่าตัดไม่สำเร็จ และต่อไปจะไม่สามารถมีบุตรได้อีกแล้ว ดิฉันต้องสูญเสียลำไส้ สูญเสียความหวังในการมีบุตร จากความผิดพลาดของหมอและโรงพยาบาล ที่สำคัญยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้ก่อไว้ด้วย”

ทุกวันนี้วนาพรมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายตลอดเวลา และไม่สามารถยึดอาชีพเสริมสวยซึ่งสร้างรายได้ให้เธอถึงวันละ 3,000 บาท ได้เหมือนเก่า

ขูดเลือดด้วย ความหวัง

“แค่หมอบอกว่ามีโอกาสเพียง 1% ที่จะช่วยให้สามีดิฉันรอดจากความตาย ไม่ว่าต้องเสียเงินเท่าไรดิฉันก็จะไปหามา แต่นี่สามีดิฉันเสียชีวิตไปแล้วแต่กลับไม่บอกความจริง บอกแค่ว่ายังมีทางช่วย แล้วสุดท้ายเรียกเก็บเงินถึงคืนละ 5 แสน” นางปุ้ย (นามสมมติ) ตัดพ้อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือคับแค้นใจ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 1 ปีของการจากไปของสามีเธอ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนั้นยังคงฝังอยู่ในความทรงจำ รู้สึกได้ว่าเพิ่งผ่านพ้นไปเพียงชั่วข้ามคืน เธอย้อนเหตุการณ์กลับไปยังคืนวันที่ 11 ส.ค. 2552 ว่า ได้รับแจ้งจากพนักงานรักษาความปลอดภัยว่าสามีล้มหมดสติอยู่ในห้องเซานา จึงรีบลงไปดูแล้วส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเพื่อรับการปฐมพยาบาล จากนั้นจึงส่งตัวไปยังโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีประวัติการรักษาอยู่ที่นั้น

การพยาบาลเป็นไปตามขั้นตอน สามีของเธอถูกส่งไปรักษาตัวยังห้องไอซียู เธอจึงพาบุตรกลับไปพักผ่อนที่บ้าน กระทั่งเช้าของวันที่ 12 ส.ค.2552 เจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลได้โทร.แจ้งว่าให้กลับมาด่วนและต้องปั๊มหัวใจสามี เพราะอาการทรุดตัวลง

เรื่อยมาจนบ่ายคล้อย มีการปั๊มหัวใจถี่ขึ้นอีก 2 ครั้ง แพทย์เจ้าของไข้เข้ามาบอกให้ทำใจเอาไว้ และคาดว่าสามีคงอยู่ไม่พ้นวันนี้ เนื่องจากร่างกายไม่รับยา

“ตอนนั้นดิฉันรีบติดต่อญาติของสามี น้องสะใภ้ เสนอให้ย้ายไปอีกโรงพยาบาลหนึ่งและจะดูแลค่าใช้จ่ายให้ เมื่อดิฉันได้คุยกับแพทย์โรงพยาบาลแห่งใหม่นี้ ได้รับคำยืนยันว่ามีโอกาสรอด จึงตัดสินใจย้ายสามีไปทันที” เธอเล่าถึงความหวังอันริบหรี่

โรงพยาบาลแห่งใหม่เสนอทางยื้อชีวิตสามีไว้ด้วยการฉีดยาเข้าที่หัวใจ แต่ราคายาเข็มละกว่า 7 หมื่นบาท เธอตอบตกลงทันทีด้วยความหวังว่าจะช่วยชีวิตของสามีไว้ได้

“พอฉีดยาปุ๊บ เขาก็บอกว่าทุกอย่างกระเตื้องขึ้น แล้วจึงพาสามีไปอยู่ที่ห้องไอซียู จนถึงกลางดึกสามีกลับมีเลือดจากทุกส่วนของร่างกาย และสุดท้ายแพทย์ก็มาบอกว่าสามีได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่จะให้แพทย์ชำนาญการมาดูเรื่องเลือด เนื่องจากเลือดติดเชื้อ”

“ในเมื่อสามีเสียชีวิตแล้ว จะเอาทั้งหมอทั้งเครื่องฟอกโลหิตหรืออะไรอื่นๆ มาทำไมอีก ดิฉันถามหมอว่า ถามจริงๆ นะคะคุณหมอ ที่ทำทั้งหมดไม่ได้ให้ช่วยให้รอด เพียงแต่พยุงร่างไว้ให้เห็นใช่หรือไม่ คุณหมอก็พยักหน้า ที่สำคัญหมอยังไม่ระบุสาเหตุการเสียชีวิตของสามีด้วย เขียนแต่เพียงว่าตายผิดปกติ แล้วส่งต่อไปสถาบันนิติเวชจุฬาฯ ผ่าพิสูจน์ศพ”

เธอ บอกว่า ค่ารักษาคืนเดียวเป็นเงิน 5 แสนบาท ทั้งที่แพทย์น่าจะรู้แล้วว่าสามีเสียชีวิตตั้งแต่โรงพยาบาลแรกแล้ว แต่ด้วยต้องการทำเพื่อการค้าอย่างไร้จรรยาบรรณ จึงรับปากเพื่อรับคนไข้มารักษาโดยต้องการแต่เงินเพียงอย่างเดียว

“เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับใหม่ที่จะเกิดขึ้นมาเป็นที่สุด เพราะเราไม่มีทางสู้หมอหรือสู้แพทยสภาได้เลย เขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาลกันทั้งนั้น เวลารักษาก็มุ่งแต่จะคิดเงิน ไม่ได้มองถึงคุณค่าของชีวิตและความรู้สึกของคนอื่นสักเท่าไร” เธอกล่าวสรุปอย่างหมดหวัง

ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ บอกว่า กว่า 8 ปีที่ตั้งเครือข่ายมา มีสมาชิกผู้เสียหายเข้าร้องเรียนหลายพันราย แต่จากการตรวจสอบเอกสารและวิเคราะห์ว่ามีมูลในการฟ้องร้องได้นั้นมีกว่า 600 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ที่ไกล่เกลี่ยกันได้ อยู่ระหว่างการไกล่เกลี่ย กำลังเตรียมยื่นฟ้อง และอยู่ระหว่างพิจารณาคดี ที่สำคัญคือมีกลุ่มที่ต่อสู้แล้วเลิกล้มกลางคันเป็นจำนวนมาก

“จากสถิติของประเทศสหรัฐอเมริกาปี 2543 พบการเสียชีวิตจากความผิดพลาดที่ป้องกันได้ 9.8 หมื่น-1.9 แสนราย แต่ในประเทศไทยยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน สหรัฐอเมริกาใช้เวลาตรวจคนไข้เฉลี่ย 20 นาทีต่อคน ในขณะที่ประเทศไทยใช้เพียง 2-3 นาที นั่นเชื่อได้ว่าอัตราความผิดพลาดย่อมสูงกว่า ทั้งนี้ยืนยันว่า พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ จะช่วยแก้ปัญหาได้ทั้งต้นเหตุและปลายเหตุอย่างแน่นอน”

ความหวังของผู้ป่วยที่จะได้รับบริการทางการแพทย์ที่ดีที่สุด คงไม่ต่างกับอุดมการณ์ของแพทย์ผู้ให้บริการ ที่ปราถนาจะทำหน้าที่ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์จนเต็มความสามารถอย่างถึงที่สุด แม้ความผิดพลาดอาจสุดวิสัยที่จะหลีกเลี่ยง แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว การเยียวยาบรรเทาผลกระทบ คือ สิ่งแรกสุดที่จะต้องเร่งทำอย่างเต็มกำลัง
โดย: ขอมอบข่าวนี้ให้คุณ [15 ส.ค. 53 18:16] ( IP A:58.11.29.52 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 2
   ดีครับ เดินหน้าต่อไปไม่ว่าพรบ.จะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร หรือจะถูกล้มไป ถ้าแก้ปัญหาให้ผู้เสียหายตัวจริงเสียงจริงในเครือข่ายเราไม่ได้เราก็ไม่เอา เข้าใจไหม?
โดย: patient safety foundation [15 ส.ค. 53 21:31] ( IP A:124.121.138.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   คลอดออกมาไม่ใช่ลูกเรา เอาลูกชาวบ้านมาให้เราก็ไม่เอา
โดย: มูลนิธิเพื่อความปลอดภัยของคนไข้ไทย [15 ส.ค. 53 21:46] ( IP A:58.11.29.52 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ...

โดย: .. (เจ้าบ้าน ) [15 ส.ค. 53 22:26] ( IP A:124.121.138.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ..

โดย: เจ้าบ้าน [15 ส.ค. 53 22:27] ( IP A:124.121.138.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ..https://www.pwdmedia.com/home/newsdetail.php?page=144&newsid=420
โดย: เจ้าบ้าน [15 ส.ค. 53 22:32] ( IP A:124.121.138.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ..

โดย: เจ้าบ้าน [15 ส.ค. 53 22:35] ( IP A:124.121.138.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ..

โดย: เจ้าบ้าน [15 ส.ค. 53 22:36] ( IP A:124.121.138.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ..

โดย: เจ้าบ้าน [15 ส.ค. 53 22:39] ( IP A:124.121.138.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ..

โดย: เจ้าบ้าน [15 ส.ค. 53 22:39] ( IP A:124.121.138.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ..

โดย: เจ้าบ้าน [15 ส.ค. 53 22:42] ( IP A:124.121.138.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   https://www.tddf.or.th/tddf/constitution/readart.php?id=00115
โดย: เจ้าบ้าน [15 ส.ค. 53 22:54] ( IP A:124.121.138.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   .

โดย: เจ้าบ้าน [15 ส.ค. 53 23:05] ( IP A:124.121.138.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ..

โดย: เจ้าบ้าน [15 ส.ค. 53 23:07] ( IP A:124.121.138.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ลูกชายอาการดีขึ้นมากแล้ว --> หมอสั่งให้ถอดเครื่องช่วยหายใจที่คอออก : มันไม่สมเหตุสมผลตรงใหนฟะ

มีการปั๊มหัวใจถี่ขึ้นอีก 2 ครั้ง แพทย์เจ้าของไข้เข้ามาบอกให้ทำใจเอาไว้ และคาดว่าสามีคงอยู่ไม่พ้นวันนี้ เนื่องจากร่างกายไม่รับยา --> แพทย์ก็บอกเองนี่ ญาติอยากจะสู้ต่อ แพทย์ก็สู้ต่อให้เต็มที่แบบสุดๆ แล้วจะมาโทษกันอีก

8 ปีที่ตั้งเครือข่ายมา มีสมาชิกผู้เสียหายเข้าร้องเรียนหลายพันราย
--> แต่ 8 ปี มีผู้ป่วยมารพ.รักษาหายล้านคน พรบ.เอ็งตั้งจะมากินก็บอกเหอะ ม.41ขยายเพดานเงิน,ทีมใกล่เกลี่ยที่ได้มาตรฐานแต่ละรพ. ก็พอแล้ว

เห็นได้ชัดว่า อะไรก็ เงิน เงิน เงิน
โดย: ส่วนนึงของพรบ.ก็เงินกุเว่ย [16 ส.ค. 53 11:07] ( IP A:112.142.197.223 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ...ขอบคุณความคิดเห็นที่ 15...แต่เนื่องจากพระองค์ท่านไม่ได้อธิบายความหมายและรายละเอียด(อาจได้อธิบายรายละเอียดและให้ความหมายชัดเจนแล้ว แต่ตัวผมเองอาจไม่ได้รู้แต่เพียงผู้เดียว ก็เป็นได้ หากจะมีใครให้"ความสว่าง" จักขอบคุณครับ)...หากผมเข้าใจว่า...สมมติมีหมอคนหนึงอาจดูแลรักษาคนไข้ได้มาตรฐานวิชาชีพ(ตามที่แพทยสภายืนยัน???)และถูกต้องตามจริยธรรม(ตามที่แพทยสภายืนยัน???)และไม่เป็นการประมาทเลินเล่อ(ตามที่แพทยสภายืนยัน???)และสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย(ตามที่แพทยสภายืนยัน???) แต่คนไข้และหรือญาติยังฟ้องร้องต่อหมอ...ความหมายและความเข้าใจของผม หมายถึง...ให้คนไข้และหรือญาติอย่าได้ฟ้องร้องหมอเลย(เพื่อประโยชน์ของตนเอง???) แต่ให้หมอคนนี้ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นอีกมากมายหลายคนดีกว่า...ใช่ไหม???...ความหมายและความเข้าใจแบบนี้...ถูกต้อง...หรือไม่...หรือว่า...เป็น"ศรีธนญชัย"...
โดย: pimsen/policemajor@hotmail.com [16 ส.ค. 53 11:46] ( IP A:124.122.64.154 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   ึึความคิดเห็น 18 นี่บวก 10
โดย: เขาว่าเครือข่ายฯสถุน [16 ส.ค. 53 15:31] ( IP A:118.172.83.227 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   ชือคห 19 บวกสิบล้าน
โดย: สถุนจริงๆ [16 ส.ค. 53 20:06] ( IP A:180.180.54.159 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   ส่วนสิบแปดกลับไปเรียนป.4ใหม่นะไอ้ควาย
โดย: ควายทั้งเครือข่าย [16 ส.ค. 53 20:08] ( IP A:180.180.54.159 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   ใครไม่ชอบความเห็น 21 บ้าง แจ้งลบด้วยผมจะลบให้
โดย: เจ้าบ้าน [16 ส.ค. 53 21:51] ( IP A:124.122.28.9 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   แหม ท่าน pimsen/policemajor@hotmail.com

"คำสุดท้าย" ในความเห็นของท่านน่ะ เป็นคำตอบเบ็ดเสร็จในตัวเองแล้ว

ความเห็นของท่านอันนี้ ท่านมีแต่เสีย + เสีย จริงๆ
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [17 ส.ค. 53 8:47] ( IP A:58.8.116.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   ระดับความแย่ และ/หรือเลว ของบรรดาพวกที่ต่อต้าน พ.ร.บ.อยู่ตอนนี้ ผมแจกแจงออกมาได้ 4 กลุ่มคือ

อย่างแย่ ก็แค่ ผู้ที่ไร้ความสามารถรับรู้ตัวเจตนาและหลักการของตัวกฎหมาย

อย่างเลว ก็แค่ พวกที่ต้องฟังจ้าวนายเลวๆให้ออกมาแสดงตัวต้าน

อย่างเลวมาก ก็พวกหมอวิชาชีพที่มีนิสัยฉ้อฉลพ่วงอคติในตัวตนและไร้สำนึกในจรรยาบรรณเฉพาะวิชาชีพของตัว

อย่างชั่วสุดๆ ก็พวกที่มีผลประโยชน์จากการทุจริตเชิงนโยบายที่เอื้อต่อการแพทย์พาณิชย์แบบไร้มนุษยธรรมและความรับผิดชอบ ซึ่งไม่น่าไว้วางใจให้อยู่ในวิชาชีพนี้ได้อีกต่อไปแล้ว
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [17 ส.ค. 53 9:09] ( IP A:58.8.116.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   พรบ.เอ็งตั้งจะมากินก็บอกเหอะ

โคตรเหง้าศักราชพ่อแม่แกสิที่กินเล็กกินน้อย แล้วมามองว่าจะมีคนมาหาประโยชน์จากกองทุนนี้ มันจะหาได้ยังไงฟระ พวกแกสิที่โกงบ้านโกงภาษีแผ่นดิน รายงานรายรับก็ไม่ตรง สรรพากรเขาเงื้อดาบจะลงพวกแกอยู่รู้ตัวหรือเปล่า อย่ามาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นอยู่เลย
โดย: ไอ้พวกแถ [17 ส.ค. 53 10:09] ( IP A:58.9.183.146 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
    วันหลังไม่ต้องไปที่ไหนหรอก ยกขบวนขันหมากไปที่บ้าน คน ที่ผิดพลาด ประมาท สะเพร่า นั่นแหละ

แต่ขอแบบที่...หลีกเลี่ยงที่จะเกิดความเสียหายได้นะ แต่ไม่หลีกเลี่ยง นั่นแหละ น่ารักที่สุดเลย

เป็นผลให้เสียหาย นั่นแหละ แล้วไม่รับผิดชอบ "หน้าบ้าน" เลย หน้าบ้าน ดีกว่าไหม??????? ไม่รู้ ไม่ลอง ไม่รู้


โทรไปถามก่อน แล้วก็ถามว่า อยู่บ้านไหม????? ไม่อยู่ไม่เป็นไร ถ้ายังไม่ย้ายบ้านหนี
ขำขำ 5555
โดย: ตลกดีท่าจริง [17 ส.ค. 53 11:52] ( IP A:1.47.81.58 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   ...หลักกาลามสูตร...นะครับ อย่าลืม...เวลาที่แต่ละคนแต่ละท่านได้เห็น ได้ยิน ได้ฯลฯ อะไรมา...ท่านต้องสำนึกสำเหนียกให้จงหนัก...อย่าได้บังอาจ"ตีความ"แทนคนอื่นและหรือผู้อื่น...เพราะอาจ"ผิด"ได้...
...ยกตัวอย่างเช่น...มีชายคนหนึ่งชือ"นาย พชร แสงสุข"...แน่นอน "พชร" เป็นชื่อเฉพาะบุคคล ที่ถูกต้องถาม"เจ้าตัวว่าอ่านออกเสียงว่าอย่างไร"...สิ่งที่ผมมักยกตัวอย่างเสมอ คือ "พ่อขุนรามคำแหง" ไม่รู้เรียกว่า...งอ.งู เป็นตัวสะกด...หรือ...งอ.งู มี หอ.หีบเป็นอักษรนำ???...เพียงแต่"เขาว่าต่อๆกันมา กระนั้นหรือ???"...

...อีกอันหนึงที่ผมมักยกตัวอย่าง คือ...สามวันจาก นารีเป็นอื่น...หรือ...สามวันจากนารี เป็นอื่น...

...ฝึกสมองวันละนิด จิตแจ่มใส...คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ...อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา...

...โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ไม่อยากบ้าอยากโง่ ก็ต้องไม่โมโหไม่โกรธ...รู้ได้เยี่ยงไรว่า ผมเรียนจบแค่ปริญญา สาม ใบ...ไม่ขยันพอที่จะกลับไปเรียน ป.4...ปริญญาใบที่ สี่...ชีวิตนี้"พอแล้ว" ไม่อยากเบียดเบียน รังแก ทำร้าย ทำลาย ใครและหรือสิ่งใดมากไปกว่านี้...ทำกรรมมามากพอแล้ว...
โดย: pimsen/policemajor@hotmail.com [17 ส.ค. 53 11:55] ( IP A:124.120.13.30 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   คห.27 คุณครูพึ่งสอนมาเหรอครับ ถึงเอามาพิมพ์ในนี้

ปริญญาสามใบ ก๊าก
โดย: กากว่ะ [18 ส.ค. 53 2:34] ( IP A:58.64.31.242 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   ความคิดเห็นที่ 24
ระดับความแย่ และ/หรือเลว ของบรรดาพวกที่ต่อต้าน พ.ร.บ.อยู่ตอนนี้ ผมแจกแจงออกมาได้ 4 กลุ่มคือ

อย่างแย่ ก็แค่ ผู้ที่ไร้ความสามารถรับรู้ตัวเจตนาและหลักการของตัวกฎหมาย

อย่างเลว ก็แค่ พวกที่ต้องฟังจ้าวนายเลวๆให้ออกมาแสดงตัวต้าน

อย่างเลวมาก ก็พวกหมอวิชาชีพที่มีนิสัยฉ้อฉลพ่วงอคติในตัวตนและไร้สำนึกในจรรยาบรรณเฉพาะวิชาชีพของตัว

อย่างชั่วสุดๆ ก็พวกที่มีผลประโยชน์จากการทุจริตเชิงนโยบายที่เอื้อต่อการแพทย์พาณิชย์แบบไร้มนุษยธรรมและความรับผิดชอบ ซึ่งไม่น่าไว้วางใจให้อยู่ในวิชาชีพนี้ได้อีกต่อไปแล้ว
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [17 ส.ค. 53 9:09> ( IP A:58.8.116.4 X: )
=======================================

ค ว า ย อย่างเ มิ ง มีหน้ามาว่าคนอื่นด้วยเหรอ

คุยกับใครในกระทู้ใหนพอถูกต้อนจนจนก็ย้ายมากระทู้อื่น

นี่สิ ค ว า ย ตัวจริง
โดย: กากว่ะ [18 ส.ค. 53 2:37] ( IP A:58.64.31.242 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   ความคิดเห็นที่ 28
คห.27 คุณครูพึ่งสอนมาเหรอครับ ถึงเอามาพิมพ์ในนี้

ปริญญาสามใบ ก๊าก
โดย: กากว่ะ [18 ส.ค. 53 2:34> ( IP A:58.64.31.242 X: )


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ค ว า ย อย่างเ มิ ง มีหน้ามาว่าคนอื่นด้วยเหรอ

คุยกับใครในกระทู้ใหนพอถูกต้อนจนจนก็ย้ายมากระทู้อื่น

นี่สิ ค ว า ย ตัวจริง
โดย: กากว่ะ [18 ส.ค. 53 2:37> ( IP A:58.64.31.242 X: )
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
สงสัยมันเป็น tourett syndrome พูดไปสำรากไป อย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมาเลยนะ หมอพิเสน
โดย: .สงสารมัน [18 ส.ค. 53 10:18] ( IP A:210.86.181.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 29
   ความคิดเห็นที่ 24
ระดับความแย่ และ/หรือเลว ของบรรดาพวกที่ต่อต้าน พ.ร.บ.อยู่ตอนนี้ ผมแจกแจงออกมาได้ 4 กลุ่มคือ

อย่างแย่ ก็แค่ ผู้ที่ไร้ความสามารถรับรู้ตัวเจตนาและหลักการของตัวกฎหมาย

อย่างเลว ก็แค่ พวกที่ต้องฟังจ้าวนายเลวๆให้ออกมาแสดงตัวต้าน

อย่างเลวมาก ก็พวกหมอวิชาชีพที่มีนิสัยฉ้อฉลพ่วงอคติในตัวตนและไร้สำนึกในจรรยาบรรณเฉพาะวิชาชีพของตัว

อย่างชั่วสุดๆ ก็พวกที่มีผลประโยชน์จากการทุจริตเชิงนโยบายที่เอื้อต่อการแพทย์พาณิชย์แบบไร้มนุษยธรรมและความรับผิดชอบ ซึ่งไม่น่าไว้วางใจให้อยู่ในวิชาชีพนี้ได้อีกต่อไปแล้ว

--------------------------------------------------------------
อย่างแย่ ที่ตรวจคนไข้วันละเป็นร้อย ยอมให้เสี่ยงกับความผิดพลาด
อย่างเลว อยู่เวรดึกแล้วทำงานต่อตอนเช้า คนไข้เสี่ยงตาย รู้ไหม
อย่างเลวมาก เตียงคนไข้ไม่พอ ยังรับมานอนเตียงเสริม ลำบากกันทั้งรพ เสี่ยงกันทั้งรพ
อย่างชั่วสุดๆ หมอใจอ่อน มัวแต่เห็นใจ ตรวจรักษาโรคยากๆ ผ่าตัดให้คนไข้ ไม่อยากให้เดินทางไกล คนไข้ก็เสี่ยง จริงที่ควรคืออะไรไม่100%ก็ส่งต่อให้หมด จะได้ไม่ลำบากใคร
โดย: ขอด่าหมอด้วย [18 ส.ค. 53 23:07] ( IP A:58.137.9.164 X: )
ความคิดเห็นที่ 30
   อย่างแย่............. ที่ตรวจคนไข้วันละเป็นร้อย ยอมให้เสี่ยงกับความผิดพลาด
อย่างเลว ...........อยู่เวรดึกแล้วทำงานต่อตอนเช้า คนไข้เสี่ยงตาย รู้ไหม
อย่างเลวมาก.......... เตียงคนไข้ไม่พอ ยังรับมานอนเตียงเสริม ลำบากกันทั้งรพ เสี่ยงกันทั้งรพ
อย่างชั่วสุดๆ.......... หมอใจอ่อน มัวแต่เห็นใจ ตรวจรักษาโรคยากๆ ผ่าตัดให้คนไข้ ไม่อยากให้เดินทางไกล คนไข้ก็เสี่ยง จริงที่ควรคืออะไรไม่100%ก็ส่งต่อให้หมด จะได้ไม่ลำบากใคร

อยากให้ทุกคนร่วมประณามหมอประเภทนี้ อย่าให้มีอยู่ในสังคมอีกต่อไป เป็นภัยกับคนไข้

ให้หมอที่ทำดังกล่างข้างต้น เข้าข่ายผิดกฎหมาย ให้ออกพรบ ฟ้องหมอข้อหาพวกนี้ทันที ..................ความสูญเสียต่างๆจะได้ลดน้อยลงทันที
โดย: ให้ทุกคนช่วยกัน [18 ส.ค. 53 23:11] ( IP A:58.137.9.164 X: )
ความคิดเห็นที่ 31
   ----------------------------++-------------------------------------

ค ว า ย อย่างเ มิ ง มีหน้ามาว่าคนอื่นด้วยเหรอ

คุยกับใครในกระทู้ใหนพอถูกต้อนจนจนก็ย้ายมากระทู้อื่น

นี่สิ ค ว า ย ตัวจริง

---------------------------------++-------------------------------------

หากจะถูกสมมติว่าเป็นกระบือ ก็จะเป็นกระบือที่พร้อมชน

ไม่ทำตัวเป็นสุนัข วิ่งหนีหางจุกก้นเข้าลิฟท์ เวลาโดนผู้หญิงเพศแม่ท้าชกหน้าหรอกครับ นะจ้าวนาย (ชาติโสนัข)
โดย: ตี๊ต่างควายไล่ขวิดหมา [19 ส.ค. 53 13:30] ( IP A:58.8.124.50 X: )
ความคิดเห็นที่ 32
   ขอมอบให้แด่หมอที่สนับสนุนพรบ.นี้ ^^

>> ริเริ่มทำรพ.นำร่อง ที่่รองรับพรบ.นี้ จัดพื้นที่ภายในกระทรวง เปิดเป็นรพ. สามสิบเตียงก็ได้ มีวอร์ด OPD อยู่เวรเหมือนรพ.อื่นๆ จัดแพทย์ที่เต็มใจเข้าโครงการมาตรวจและอยู่เวร (จำนวนแพทย์เท่่ารพ.สามสิบเตียงทั่วไป) รับรีเฟอร์จากรพ.อื่นๆ ทั่วประเทศ(หากญาิติและผู้ป่วยต้องการเข้าโครงการรพ.นำร่อง)

หลังจากนั้น หกเืดือน ประเมินผลงานของโครงการ เพื่อดูถึงข้อดีและข้อเสีย และจะได้นำไปปรับปรุงในพรบ.ต่อไป
โดย: ขอเสนอ [19 ส.ค. 53 17:04] ( IP A:202.149.25.20 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน