จะตั้งมูลนิธิต้องทำอย่างไร
   จะตั้งมูลนิธิต้องทำอย่างไร
หมวด : ข้อมูล และความรู้
สร้างเมื่อ 01-09-2008 โดย 4311015
รายละเอียดคำถาม


1. อยา *** ้ว่าถ้าจะต้องมูลนิธิต้องทำอย่างไร

2. แล้วมีกฎหมายอะไรที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิบ้าง

3. วิธีการดำเนินการทำอย่างไร

4.ชั้นตอนการจดทะเบียนทำอย่างไร








คำตอบ



โดย :Benzcup

สร้างเมื่อ 01-09-2008

แนวทางการปฏิบัติ ทะเบียนมูลนิธิ



ความหมาย มูลนิธิได้แก่ ทรัพย์สินที่จัดสรรไว้โดยเฉพาะสำหรับวัตถุประสงค์ เพื่อการกุศล สาธารณะ การศาสนา ศิลปะ วิทยาศาตร์ วรรณคดี การศึกษา หรือเพื่อสาธารณประโยชน์อื่น โดยมิได้มุ่งหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน และได้จดทะเบียนตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (บ.ป.พ.มาตรา 110)



แนวทางในการปฏิบัติงานหรือดำเนินงาน



ต้องมีบุคคล หรือคณะบุคคลตกลงยกทรัพย์สินของตนเองให้เป็นกองทุนมูลนิธิ โดยมีมูลค่าทรัพย์สินเป็นกองทุน ในการขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ถ้ามีทรัพย์สินอย่างอื่น จะต้องมีเงินสดไม่น้อยกว่า 250,000 บาท (สองแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) และเมื่อรวมกับทรัพย์สินอย่างอื่นแล้ว ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) แต่ถ้าหากมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการสังคมสงเคราะห์ส่งเสริมการศึกษา การกีฬา ศาสนา สาธารณภัย และเพื่อบำบัดรักษา ค้นคว้าป้องกันผู้ป่วยจากยาเสพติด เอดส์ หรือมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยหน่วยงานของรัฐก็ให้ได้รับการผ่อนผันให้มีทรัพย์สินเป็นกองทุนมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) ถ้ามีทรัพย์สินอย่างอื่นจะต้องมีเงินสดไม่น้อยกว่า 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) และเมื่อรวมกับทรัพย์สินอย่างอื่นแล้ว ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน)



การขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ ให้ยื่นคำขอตามแบบ ม.น.1 พร้อมด้วยหลักฐานจำนวน 3 ชุด ดังนี้

1) รายชื่อเจ้าของทรัพย์สินและรายการทรัพย์สินที่จะจัดสรรสำหรับมูลนิธิ

2) รายชื่อ ที่อยู่ อาชีพ ของผู้จะเป็นกรรมการทุกคน

3) ข้อบังคับของมูลนิธิ

4) คำมั่นว่าจะให้ทรัพย์สินแก่มูลนิธิของเจ้าของทรัพย์สินตาม (1) ที่มีผลตามกฎหมาย

5) สำเนาพินัยกรรม (กรณีตั้งโดยพินัยกรรม)

6) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวอื่นที่ส่วนราชการออกให้ และสำเนาภาพถ่ายทะเบียนบ้าน

7) แผนผังโดยสังเขปแสดงที่ตั้งของมูลนิธิ

8) หนังสืออนุญาตให้ใช้สถานที่

9) สำเนารายงานการประชุม (ถ้ามี)



โดยให้ยื่นที่ที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอ หรือสำนักงานเขต ซึ่งสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิจะตั้งอยู่ในท้องที่นั้นแล้วแต่กรณี และเมื่ออำเภอ กิ่งอำเภอ สำนักงานเขต รับเรื่องแล้ว ให้ตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติผู้จะเป็นกรรมการ แล้วเสนอความเห็นต่อนายทะเบียน โดยส่งเรื่องไปจังหวัด/กรุงเทพมหานคร เมื่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร ตรวจดูแล้ว หากเห็นว่ามูลนิธิมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับงานของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ก็ให้ส่งเรื่องไปให้สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พิจารณาอนุญาตก่อน แล้วจึงเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด (กรณีมูลนิธิตั้งในเขตจังหวัด) ในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัด หรือเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทย (กรณีมูลนิธิตั้งในเขตกรุงเทพมหานคร) ในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร พิจารณาอนุญาต โดยจะออกใบสำคัญ (มน.3) พร้อมเก็บค่าธรรมเนียม และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา แล้วสำเนาเรื่อง 1 ชุด รายงานให้กระทรวงมหาดไทย



การขอจดทะเบียนแต่งตั้งกรรมการของมูลนิธิขึ้นใหม่ทั้งชุด หรือเปลี่ยนแปลงกรรมการมูลนิธิ ให้ยื่นคำขอตามแบบ มน.2 พร้อมด้วยหลักฐาน 3 ชุด ดังนี้



1) บันทึกการประชุมให้แต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ทั้งชุด หรือให้เปลี่ยนแปลงกรรมการ

2) บัญชีรายชื่อกรรมการชุดเดิม

3) รายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้จะเป็นกรรมการใหม่

4) สำเนาข้อบังคับของมูลนิธิ

5) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาภาพถ่ายทะเบียนบ้าน



อำเภอ/กิ่งอำเภอ หรือเขต ตรวจสอบหลักฐานเห็นว่าถูกต้องให้เสนอนายทะเบียนพิจารณาอนุญาต โดยออกใบสำคัญตามแบบ มน.4 เก็บค่าธรรมเนียมแล้วสำเนาเรื่อง 1 ชุด รายงานให้กระทรวงมหาดไทย



การขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ให้ยื่นคำขอตามแบบ มน.2 พร้อมด้วยหลักฐาน 3 ชุด ดังนี้

1) สำเนารายงานการประชุม

2) สำเนาข้อบังคับฉบับใหม่

3) แผนผังโดยสังเขปแสดงที่ตั้ง พร้อมหนังสืออนุญาตให้ใช้สถานที่กรณีเปลี่ยนแปลงที่ตั้ง



ขั้นตอนปฏิบัติเช่นเดียวกับการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ



ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ให้มูลนิธิรายงานผลการดำเนินงานต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งหลักฐานดังนี้

1) รายงานการดำเนินการของมูลนิธิในปีที่ผ่านมา

2) บัญชีรายได้รายจ่าย และสำเนางบดุลของมูลนิธิในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตได้รับอรงความถูกต้องแล้ว

3) สำเนารายงานการประชุมของคณะกรรมการของมูลนิธิทุกครั้งในปีที่ผ่านมา



ที่มา https://www.phrae.go.th/dopaphrae/page13.htm

รับปรึกษาบัญชีภาษีอากรฟรี - https://www.thanyaniti.com
ราคาพิเศษ สำหรับลูกค้าใหม่ ช่วงนี้ ติดต่อคุณณัฐศลัญศ์ โทร 089-896-2120
โดย: โฆษณา [19 ส.ค. 53 10:03] ( IP A:210.86.181.20 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
    เป็น NGO ไม่ยาก ยากตรงที่จะรักษาความซื่อสัตย์ต่อตัวเองและเพื่อนมนุษย์
โดย: .. [19 ส.ค. 53 10:06] ( IP A:210.86.181.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
    สุดทึ่ง !!!! เศรษฐีออสเตรียพบสัจธรรมเบื่อชีวิตร่ำรวย "ยิ่งมียิ่งทุกข์" ขายทุกอย่าง หันไปอยู่ในกระท่อมเล็ก

"เดลี่ เมล์"รายงานเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ตีแผ่ชีวิตของนาย"คาร์ล ราเบเดอร์"มหาเศรษฐีออสเตรีย

ซึ่งได้ค้นพบสัจธรรมเบื่อชีวิตที่ร่ำรวย เพราะเห็นว่าคนเรายิ่งรวยก็ยิ่งไม่มีความสุข และได้หันมาขายทุกอย่างในชีวิต และเตรียมใช้ชีวิตอย่างสมถะในกระท่อมเล็ก ๆ โดยรายงานระบุว่า นายราเบเดอร์ ขณะนี้ได้เตรียมขายคฤหาสน์หรู 3,455 ตร.ฟุต ติดทะเลสาบ,ห้องซาวน่า และมุมวิวเหนือภูเขาแอลป์ เป็นมูลค่า 1.4 ล้านปอนด์ โดยก่อนหน้านี้ เขาได้เริ่มขายบ้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 17 เฮคเตอร์ ด้วยมูลค่า 613,000 ปอนด์ และที่ได้ขายไปแล้วก็คือ เครื่องร่อนจำนวน 6 ลำ มูลค่า 350,000 ปอนด์ รถยนต์หรูออดี้ มูลค่า 44,000 ปอนด์
นอกจากนี้ เขายังได้ขายธุรกิจขายเครื่องอุปกรณ์และเครื่องตกแต่งภายใน ที่สรางความร่ำรวยให้แก่เขาด้วย

ขณะที่รายได้ทั้งหมดของเขาจะยกให้มูลนิธีที่เขาตั้งขึ้นในลาตินอเมริกาและอเมริกากลาง โดยเขาจะหันไปอาศัยยังกระท่อมไม้เล็ก ๆ แถบภูเขา หรือเตียงนอนธรรมดา ในเมืองอินน์บรัค

เศรษฐีออสเตรียรายนี้เปิดเผยว่า ความคิดของเขาตอนนี้ก็คือไม่ต้องทิ้งอะไรเหลือไว้เลยในชีวิต

และเงินจะเป็นสิ่งที่ขัดขวางไม่ให้ความสุขเข้ามาในชีวิต และที่ผ่านมา เขารู้สึกว่า ตัวเองกำลังเป็นทาสแห่งการแสวงหาทางวัตถุที่เขาไม่ได้ต้องการหรือจำเป็นต้องมี นายราเบเดอร์บอกว่า จุดพลิกผันที่ทำให้เขาค้นพบสัจธรรมดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่เขาพักผ่อนลองวีค 3 สัปดาห์กับภรรยาที่เกาะฮาวาย เขารู้สึกว่าเขาไม่สามารถพบกับความสุขกับชีวิตระดับห้าดาว และแม้ว่าเขาและภรรยาจะใช้เงินไปเท่าไหร่ แต่กลับพบว่าทุกคนนั้นไร้ตัวตน ทั้งเจ้าหน้าที่โรงแรม หรือแขก ต่างเล่นบทบาทของตัวเองบนโลกแห่งวัตถุทั้งสิ้น และเมื่อเดินทางไปเที่ยวแอฟริกา เขาก็รู้ว่าว่า ความร่ำรวยของคนเรานั้นยืนอยู่บนความยากจนของคนอื่น และนั่นทำให้เขาตระหนักขึ้นมาทันว่า "ถ้าเขาคิดจะไม่ทำอะไรเสียตั้งแต่ตอนนี้ เขาก็จะสบายไม่ต้องทำอะไรอีกในชีวิตที่เหลือ"

-----------------------++--------------------------------

นี่ก็เป็นเครื่องยืนยันพุทธโอวาทที่ว่า

ธรรมนั้นเป็นความจริงอยู่เองโดยธรรมชาติ ตถาคตเป็นเพียงผู้บอก

และคนเราอาจจะเข้าถึงสัจจธรรมได้ด้วยตนเอง ที่เรียกว่า "ปัจจัตตัง"

โดย: พบสัจธรรมเมื่อตอนรวย !! [19 ส.ค. 53 13:47] ( IP A:58.8.124.50 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   รางวัลเปลี่ยนชีวิต ( ทั้งคนให้ และ คนรับ)

ประกาศผลรางวัลบ้านที่เศรษฐีแจกไปแล้ว ที่นี่เลย

https://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/91860.html

ดีใจด้วยครับ ทั้งสองฟากของผู้ให้และผู้รับ
โดย: สมบัติที่เปลี่ยนมือ โชคหรือทุกข์? [19 ส.ค. 53 13:56] ( IP A:58.8.124.50 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   เยี่ยมครับ
โดย: ฟฟ [19 ส.ค. 53 23:57] ( IP A:180.183.113.242 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน