วิกฤต..ขาดวิสัญญีแพทย์
   วิกฤตขาด “แพทย์วิสัญญี” ข้อกังวล “ผ่าคลอด” เสี่ยง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
19 สิงหาคม 2553 07:43 น.

https://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9530000114829

ถือว่าก่อให้เกิดกระแสความวิตกกังวลในแวดวงคนรักสุขภาพตลอดจนประชาชนทั่วไปไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับข่าว “รพ.เล็กเจ้าหน้าที่ชั่วโมงบินต่ำ ผ่าท้องคลอดเจอโรคแทรกเพียบ” ที่เมื่อวิสัญญีพยาบาล รพ.อ่างทอง ออกมาเปิดเผยว่า จากการสังเกตการณ์ของบุคลากรในโรงพยาบาล พบว่า การเข้ารับบริการในการผ่าตัดคลอดของหญิงไทย ใน รพ.ท้องถิ่น มักประสบปัญหาเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อน จากการให้ยาชาทางช่องไขสันหลัง หรือ “บล็อกหลัง” ส่งผลให้ผู้ป่วยหลายรายคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว ความดันโลหิตต่ำ โดยปัญหานี้สืบเนื่องมาจากความไม่ชำนาญของแพทย์และบุคลากรการแพทย์ในโรงพยาบาลต่างจังหวัด

...เท็จ? จริง? อย่างไร และทางแก้อยู่ตรงไหน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในทุกวันนี้ คุณแม่ยุคใหม่หลายราย ไม่ว่าจะอยู่ในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด มักจะเลือกความสะดวกในการคลอดลูกด้วยการ “ผ่าตัด” และยังไม่นับเคสผิดปกติที่คลอดเองไม่ได้ ครรภ์มีความผิดปกติ และแพทย์จำต้องผ่าตลอด...จะปลอดภัยหรือไม่อย่างไร...วันนี้ เรามีทัศนคติและข้อเสนอแนะจากแพทย์ผู้เกี่ยวข้องมาฝากกัน
รศ.นพ.วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ จากภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า การบล็อกหลังนั้น ผู้ป่วยทุกรายจะต้องได้รับผลข้างเคียง หรือภาวะแทรกซ้อน โดยขณะผ่าตัดมักจะเกิดอาการความดันเลือดตกส่งผลให้ปวดหัว และหลังผ่าตัดอาจมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ เป็นเพราะความดันไขสันหลังต่ำลงชั่วคราว ซึ่งจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของผู้ป่วยเอง รวมถึงความเชี่ยวชาญของแพทย์ที่ทำการบล็อกสันหลังให้ ทั้งนี้สิ่งแพทย์พึงระวัง คือ เรื่องของการดูแลผู้ป่วยอย่างดี ทั้งระหว่างผ่าตัด และหลังผ่าตัด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีวิสัญญีแพทย์คอยบริการด้านการดูแลร่วมด้วย เพื่อความปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก เพราะเด็กที่ได้รับการผ่าตัดคลอดมักจะเป็นเด็กที่มีความเสี่ยงสูง ต่อการถูกยาชาไปกดทางเดินหายใจของลูก ทำให้หายใจยาก แพทย์จึงต้องเฝ้าระวังอย่างดี

“สำหรับผู้ป่วยที่มีอายุน้อย อาจต้องได้รับการพักผ่อนที่มากกว่าผู้ที่มีอายุมาก เนื่องจากร่างกายอ่อนเพลียง่ายกว่า ดังนั้น เพื่อให้สุขภาพแข็งแรงและให้นมบุตรได้โดยไม่มีอุปสรรค ก็จำเป็นต้องใกล้ชิดกับหมอ เพื่อตรวจดูสภาพร่างกายให้มีความพร้อมตลอดเวลา” รศ.นพ.วิชัย

รศ.นพ.วิชัย บอกด้วยว่า สำหรับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมทางเทคนิคการวางยาสลบ และการให้ยาชามีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากมีเครื่องมือตรวจวัดสภาพร่างกายของคนไข้ก็ละเอียดพอที่จะป้องกันภาวะแทรกซ้อนลงได้ ซึ่งผู้ป่วยเองก็จะได้รับบริการพร้อมคำแนะนำระหว่างพักฟื้น จนกว่าจะแข็งแรง แต่โรงพยาบาลขนาดเล็กนั้นคงต้องอาศัยความร่วมมือจากพยาบาลเป็นหลัก เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจมีน้อย

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ อธิบายต่อว่า ในกระบวนการผ่าคลอดนั้น จำเป็นต้องอาศัยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญอย่างมาก ทั้งแพทย์ผู้ผ่าตัด วิสัญญีแพทย์ วิสัญญีพยาบาล ซึ่งในโรงพยาบาลขนาดใหญ่นั้นการจัดสรรบุคลากรเพื่อเตรียมความพร้อมดังกล่าวไม่ใช่เรื่องยาก ดังนั้น ผู้ป่วยจึงได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถเข้าไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาได้ตลอดระยะเวลาหากเกิดอาการผิดปกติ

แต่กรณีของโรงพยาบาลชุมชน ที่มีขนาดเล็ก เช่น โรงพยาบาลอำเภอ นั้นอาจมีแพทย์ผู้ผ่าตัดพร้อม แต่บุคลากรจำเป็นอย่างวิสัญญีแพทย์นั้นมีอยู่อย่างจำกัด และมีภาระหน้าที่มาก ดังนั้นส่วนใหญ่ผู้ที่ทำหน้าที่ให้บริการผู้ป่วยหลังการคลอดจึงมักเป็นวิสัญญีพยาบาล

นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท บอกว่า กรณีของการบล็อกสันหลังนั้น ตามหลักการทางการแพทย์ต้องกระทำโดยวิสัญญีแพทย์ แต่ปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นในสังคมไทยคือการขาดแคลนแพทย์วิสัญญีในรพ.ตามต่างจังหวัด ภาระหน้าที่นี้จึงจำต้องตกเป็นบนหน้าตักของ “วิสัญญีพยาบาล” ไปโดยปริยาย

“ประเทศไทยอาจต่างจากเมืองนอกตรงที่มีวิสัญญีแพทย์น้อย จึงต้องอาศัยการผลิตวิสัญญีพยาบาลเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือผู้ป่วยร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง” นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าว

นพ.เกรียงศักดิ์ อธิบายอีกว่า ความแตกต่างระหว่างแพทย์ที่บริการในโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือในพื้นที่เขตเมืองนั้นกับแพทย์ในโรงพยาบาลขนาดเล็กในเขตชุมชนหรือชนบทนั้น เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบบุคลากรทางสาธารณสุขที่มีมานานของสังคม

“เรื่องทักษะความเชี่ยวชาญนั้นส่วนหนึ่งแพทย์ในชนบทมีน้อยกว่าแพทย์ในเขตเมือง เนื่องจากส่วนใหญ่แพทย์ชนบทเป็นแพทย์ที่จบเรียนจบใหม่ ดังนั้นประสบการณ์ความรู้ย่อมเทียบไม่ได้ แต่ในด้านภาระการงาน เชื่อว่า มีบทบาทที่หนักไม่ต่างกัน และเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ แพทย์ชนบทอาจมีประสบการณ์ที่พัฒนาให้เก่งได้ แต่ก็อาจต้องรับภาระหนักเช่นเดิม และในกรณีของการบริการผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลพิเศษจากบุคลากรที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมกันหลายท่านก็เป็นไปได้ยากสำหรับโรงพยาบาลขนาดเล็กในชนบท เนื่องจากความพร้อมด้านเทคนิคและบุคลากรไม่อาจเทียบเท่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่”

แพทย์ชนบทรายนี้ อธิบายว่า ข้อจำกัดดังกล่าวทำให้เกิดระบบการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลขนาดเล็กสู่ขนาดใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ป่วยหนักต้องพึ่งแพทย์เฉพาะทางอย่างเร่งด่วน

สำหรับปัจจัยในการเร่งผลิตแพทย์เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการบริการผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาลขนาดเล็กและโรงพยาบาลขนาดใหญ่นั้น ประธานแพทย์ชนบทกล่าวแนะนำว่า ต้องเร่งสร้างศักยภาพทางวิชาชีพ เช่น อบรมความรู้เพิ่มเติม ในการดูแลรักษาเหลือผู้ป่วย และต้องทำควบคู่กับการเร่งสร้างระบบสวัสดิการของแพทย์ในพื้นที่ชนบทให้ดีขึ้นด้วย เพื่อให้บุคลากรที่ต้องแบกรับภาระหน้าที่อย่างหนักมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย และสิ่งสำคัญที่ควรเพิ่มเติม ก็คือ เร่งผลิตแพทย์โดยเน้นความรู้เชิงประสบการณ์ กว่าเชิงวิชาการ
โดย: แล้วจะคลอดไง [19 ส.ค. 53 21:08] ( IP A:58.9.186.151 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   refer เข้ารพ.ที่พร้อมทั้งสูติแพทย กุมารแพทย์ วิสัญญีแพทย์ วิสัญญีพยาบาล เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาหรือให้ยา

ปิดห้องผ่าตัดที่รพ.ขนาดเล็กหากไม่มีวิัสัญญีแพทย์หรือศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำอยู่ที่รพ.
โดย: For safe [19 ส.ค. 53 22:36] ( IP A:202.149.25.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ไม่ผ่าเว่ย referโลด
โดย: ก๊ากๆ [19 ส.ค. 53 23:56] ( IP A:180.183.113.242 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   วิสัญญีพยาบาล เขาก็ใช้กันในประเทศสหรัฐ ทำไมเมืองไทยต้องมีปัญหาเรื่องวิสัญญีแพทย์มากมาย
นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกเขาก็ว่าผ่าตัดใช้ยาชาก็ได้ มีหญิงคลอด 3-4 ท้องก็ผ่าตัดโดยใช้ยาชาตลอด
โดย: จะหาเรื่องหรือเปล่า [20 ส.ค. 53] ( IP A:58.8.9.239 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย ควรมีทีมคอยดูแลอย่างดีที่สุด
รักษาในรพ.ที่มีเครื่องมือที่พร้อมสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นผลจากยาชา หรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
โดย: For safe [20 ส.ค. 53] ( IP A:119.42.122.156 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   https://www.obgyn.net/educational-tutorials/OB_cesarean_section_Hennawy/cesarean_section_hennawy.ppt#275,1,Cesarean section simplified technique (The Silent Knife )
โดย: ฟฟ [20 ส.ค. 53] ( IP A:58.8.9.239 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
    - Local anaesthesia is a safe alternative to general, ketamine or spinal anaesthesia when these anaesthetics or persons trained in their use are not available;
https://www.cgmh.org.tw/intr/intr5/c6700/OBGYN/teaching/CS2/Cesarean%20Section.htm
โดย: พวกชอบเขียนแหกตา [20 ส.ค. 53] ( IP A:58.8.9.239 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ถ้าเีมียหรือ แม่ท่าน มาผ่าคลอดท่านจะยอมให้ฉีดยาชาผ่าคลอดหรือไม่

ผ่านะผ่าได้ ใครๆก็รู้ แต่เค้าใช้เป็น first choice หรือ last choice ครับท่าน
โดย: ถามสั้นๆ [20 ส.ค. 53 6:56] ( IP A:182.52.125.80 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ถ้าไม่มีหมอดมยาก็ผ่าตัดละครับ
ไม่งั้นคงได้เมียใหม่หรือลูกพิการหรือเป็นซากศพ
มีสมองก็หัดคิด ไม่ใช่หาเรื่องแก้ตัวหลอกชาวบ้านไปวันๆ
พยาบาลดมยาก็มีไปกดหัวเขาทำไม
โดย: พวก ห, ย.ม. ดีแต่หลอกชาวบ้าน [20 ส.ค. 53 9:20] ( IP A:58.8.212.210 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   เรื่องวิกฤตประเด็นนี้ เป็นกันมานานนมกาเลแล้ว

ไม่ใช่ของแปลกใหม่เลย

ที่วงการแพทย์และสาธารณสุขมองไม่เป็นเรื่องใหญ่ยิ่งกว่า กลับอยู่ที่

ความฉ้อฉลสกปรกของวงการแพทย์พาณิชย์ที่มีแพทยสภาเป็นหัวหอกนำหน้าแพทยสมาคมมาเป็นแรมปี การที่วงการแพทย์พานิชย์ถูกนำมาเป็นเรื่องชูธงนำพาประเทศได้หน้า (แต่โกยเงินเข้ากระเป๋าหมอนายทุนและนายทุนหมอเพียงไม่กี่สิบคน) ในฐานะที่เป็น "เมดิคอลฮับ" จนความสัมพันธ์แบบเอื้ออาทร พึ่งพาอาศัยกัน เลือนหายไปกลายเป็นความระแวงกัน ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ และประชาชนคนไข้ไม่เชื่อถือหมอวิชาชีพในกลุ่มแพทยสภา อีกต่อไป

นี่แหละ เรื่องวิกฤตที่ก่อความชิบหายมาอย่างช้านานและต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้

แต่คนเพิ่งจะเริ่มยอมรับและมองเห็นบ้าง ขณะที่หมอดีๆส่วนใหญ่ "นิ่งเฉยดูดาย" เฮ้อ !!!!
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [20 ส.ค. 53 9:47] ( IP A:115.87.198.239 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   ...ในการดูแลรักษาพยาบาล"ผู้หญิงท้องแก่ครบกำหนดคลอด"...ต้องมีมาตรฐานวิชาชีพอย่างไร...ต้องมีจริยธรรมแค่ไหน...ที่จะไม่เป็นการประมาทเลินเล่อ...และทุกคนทุกท่านยอมรับว่า หากสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นเป็นเหตุสุดวิสัย...เพื่อให้"บุคคลกรทางการแพทย์และผู้ป่วยตลอดจนถึงญาติ ยินยอมยอมรับ???"...

...1.คงต้องเริ่มตั้งแต่"หญิงที่จะท้อง" และ "ผู้ชายที่จะเป็นผู้ทำให้ผู้หญิงตั้งท้อง" ได้มาตรฐาน ได้จริยธรรม ไม่ประมาท หรือ เป็นเหตุสุดวิสัย???
...2.หญิงที่ตั้งท้อง ต้องรู้ตัวตั้งแต่เมื่อใด และต้องฝากท้องเมื่อใด ฝากท้องกับใคร...แพทย์สูติฯ เท่านั้น...หรือ แพทย์ทั่วไป???...หรือ พยาบาลผดุงครรภ์??? ก็พอ...
......ทั้ง 1 และ 2 สามารถออกเป็น"กฎ" หรือ "บังคับ" ได้หรือ...เอาละ ผ่านไป
...3.เมื่อหญิงที่ท้องแก่จะคลอดมาถึง"สถานพยาบาล"...ต้องกำหนดไหมว่า ต้องใช้เวลาไม่นานเกินกี่นาที คนไข้ต้องได้เข้านอนใน"ห้องรอคลอด"...และผู้ให้บริการต้อง"ได้ข้อมูล(ทั้งที่สอบถามเอง...และย้ำ...ข้อมูลที่คนไข้และญาติแจ้งเพื่อต้องการให้ทราบ) จะได้ไม่ต้องมาเถียงกันว่า บอกแล้ว หรือ ไม่ได้บอก???"...ต้องตรวจอะไรกับคนไข้บ้าง...ต้องถึงขนาดตรวจอัลตร้าซาวด์ ไหม...พยาบายผดุงครรภ์และหรือแพทย์ทั่วไปทำเป็นหรือ???...
...4.แน่นอนหากต้อง"ผ่าตัดคลอด"...ต้องแพทย์สูติฯเท่านั้นใช่ไหม แพทย์ทั่วไปทำได้หรือไม่(คงไม่ต้องบอกถึง พยาบาลผดุงครรภ์)...มีข้อบ่งชี้ในการ"ผ่าตัดคลอด"ถูกต้องครบถ้วน ใช่ไหม...ทำไม ไม่ทำคลอดด้วย"คีม"??? ทำไม ไม่ทำคลอดด้วย"เครื่องดูด" ทำไม่ ไม่พยายาม"กลับหัวเด็กในมดลูก"เพื่อให้คลอดปกติธรรมดา ก่อนพิจารณา"ผ่าตัดคลอด"???...
...5.ต้องมี"วิสัญญีแพทย์" ด้วยใช่ไหม หากไม่มี แล้วเกิด"ปัญหา"ที่เกี่ยวข้องกับทาง"วิสัญญี" ใครต้องรับผิดชอบ...
...6.ยังไม่นับ อุปกรณ์ เครื่องไม้ เครื่องมือ(สิ่งไม่มีชีวิตต่างๆ)ที่ต้องใช้ในการผ่าตัด...ถามว่า"แพทย์ผู้ผ่าตัด"ต้องเป็นผู้ตรวจสอบและเช็คความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผ่าตัดด้วยตนเอง"ใช่ไหม
...7.ต้องจองเลือด เตรียมเลือด ด้วยไหม มีใครรับรองได้ไหมว่า..."ผ่าตัดครั้งนี้ ไม่ใช้เลือดแน่ๆ" ถ้าจำเป็นต้องใช้ แล้วไม่เตรียมไว้ก่อน ประมาท???หรือไม่...
...8.ถามว่าการผ่าตัดคลอด มี"แพทย์ผ่าตัดเพียงผู้เดียว" ทำได้หรือ...ต้องมีพยาบาลส่งเครื่องมือด้วยไหม ต้องมีพยาบาลหยิบอุปกรณ์และเครื่องมืเพิ่มเติมหรือไม่...ย้ำนะครับว่า...การผ่าตัดต้องเป็นทีม...
...9.นี่ยังไม่นับรวม หากหญิงท้องแก่คนนี้มีโรคประจำตัวที่"จำเป็นต้องมีแพทย์เฉพาะทางนั้นๆ"ดูแลใกล้ชิดและร่วมรักษาพยาบาล??? อีกกี่โรค กี่คน...
...10.ไม่ได้มีแต่"หญิงตั้งท้อง"เท่านั้นนะครับ เมื่อคลอดออกมาแล้ว...ย้ำ...ไม่ว่าจะทำคลอดเด็กออกมาด้วยวิธีใด...ต้องมี แพทย์ทั่วไปอีกคนดูแลเด็กทันทีหรือไม่...หรือต้องเป็น"กุมารแพทย์"???เท่านั้น...หรือต้องเป็น"กุมารแพทย์ที่จบเชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิด"???...หรือแค่พยาบาลก็พอ???...หรือต้องถึง"ทีมดูแลเด็ก"...
...11.อุปกรณ์และเครื่องมือที่จะช่วยให้เด็กที่แรกเกิดปลอดภัยครบถ้วนได้มาตรฐาน ได้จริยธรรม ไม่ประมาท เป็นเหตุสุดวิสัย เพียงพอหรือ เช่น เครื่องช่วยหายใจเด็ก ฯลฯ...
...12.กรณีมีปัญหา ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆ...ย้ำ...ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆ...แล้วต้องส่งต่อไปสถานพยาบาลที่อื่น...เป็นการประมาทหรือไม่...ต้องรอถึงเมื่อใด แล้วจะส่งต่อ...คนไข้และหรือญาติพอใจหรือ???...ถามว่า หากใช้เวลาในการส่งต่อไม่นานเกิน หนึ่ง ชั่วโมง...ถือว่าได้มาตรฐาจ ได้จริยธรรม ไม่ประมาท เหตุสุดวิสัย หรือ...หรือใช้เวลาส่งต่อแค่ ครึ่งชั่วโมง แต่"ทั้งหญิงท้องและหรือเด็กมีปัญหา" เป็นการไม่ได้มาตรฐาน ไม่ถูกจริยธรรม ประมาท ป้องกันได้ ใช่ไหม...

......ถามว่า สิ่งเหล่านี้ จะมีสถานพยาบาลในประเทศไทยคิด พูด ทำได้ มีอยู่กี่แห่ง และ ที่ไหนบ้าง...

...และสุดท้าย...บุคคลากรทางการแพทย์ต้องคิด พูด ทำ เยี่ยงไร...เพื่อประเทศชาติและประชาชนโดยที่ตัวเองมีความสุขในระดับพอสมควร...

...Don't ask what your country can do for you , ask what you can do for your country....
โดย: pimsen/policemajor@hotmail.com [20 ส.ค. 53 10:12] ( IP A:124.120.11.129 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ตกลงว่าไง เมียคุณ แม่คุณ จะฉีดยาชาผ่าไม๊ ไม่เห็นมีใครตอบ ถ้าจะฉีดเดี๋ยวผมผ่าให้เอง หลักการรักษาคนไข้ของผมคือ ถ้าผม รักษา เมีย รักษาแม่ รักษาลูกยังไง คนไข้ประชาชน ก็รักษาแบบเดียวกัน

อะไรที่ไม่ทำให้ ลูกเมีย ก็ไม่ทำให้ ประชาชนเหมือนกัน

อย่างฉีดยายาผ่าคลอดผมคงไม่ทำให้เมียผมและ ประชาชน แต่จะยกเว้นให้ แม่และเมีย เครือข่าย
โดย: โธ่ ไม่แน่จริง [20 ส.ค. 53 14:10] ( IP A:182.52.126.163 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
    ความคิดเห็นที่ 8
ถ้าเีมียหรือ แม่ท่าน มาผ่าคลอดท่านจะยอมให้ฉีดยาชาผ่าคลอดหรือไม่

ผ่านะผ่าได้ ใครๆก็รู้ แต่เค้าใช้เป็น first choice หรือ last choice ครับท่าน
โดย: ถามสั้นๆ [20 ส.ค. 53 6:56> ( IP A:182.52.125.80 X: )

--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 9
ถ้าไม่มีหมอดมยาก็ผ่าตัดละครับ
ไม่งั้นคงได้เมียใหม่หรือลูกพิการหรือเป็นซากศพ
มีสมองก็หัดคิด ไม่ใช่หาเรื่องแก้ตัวหลอกชาวบ้านไปวันๆ
พยาบาลดมยาก็มีไปกดหัวเขาทำไม
โดย: พวก ห, ย.ม. ดีแต่หลอกชาวบ้าน [20 ส.ค. 53 9:20> ( IP A:58.8.212.210 X: )


ก็มีคุณหมอมาตอบแล้วนี่นะ
โดย: .. [20 ส.ค. 53 15:40] ( IP A:210.86.181.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   หึๆๆๆ.. ก็แค่ผลกระทบต่อเนื่องจากคดีร่อนพิบูลย์ จากฝีมือเครือข่ายงูเห่านี่เอง จะตกใจอะไรกันขนาดนั้น
โดย: ex-man [20 ส.ค. 53 19:03] ( IP A:112.142.204.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ไม่ได้ตกใจหรอก
แต่เพราะเจียมตัวว่าไม่ได้เป็นทั้งหมอสูติ หมอดมยาหรือหมอเด็ก
เลยไม่อยากเอาชีวิตคนไข้ กับความเสี่ยงจากการทำหัตถการใดๆ
ไว้ที่รพ.เล็กๆ นี่ เพราะฉะนั้น งดผ่าทุกอย่างจ้า
โดย: for safe [20 ส.ค. 53 22:07] ( IP A:61.7.177.63 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ผลกระทบจากคดีร่อนพิบูลย์ จากฝีมือของแพทยสภาซ่องโจรที่ยุให้หมอเบิกความเท็จต่างหาก
โดย: อ้ายเวล [21 ส.ค. 53 9:56] ( IP A:58.9.200.250 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   คห.16
เบิกความเท็จ... ???
แล้วทำไมศาลอุทธรณ์ยกฟ้องล่ะ... แถมเหตุผลที่ยกฟ้อง คือ ได้ฉีดยาชาถูกต้องตามหลักแล้ว
โดย: เซ็งไอ้พวกไม่ยอมรับความจริง [21 ส.ค. 53 10:16] ( IP A:114.128.17.171 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   ให้ไปถามอดีตรัฐมนตรีมงคล ณ สงขลาดู
โดย: เซ็งไอ้พวกเจือกจนหมอโดน3ปีอ้ายเวล [21 ส.ค. 53 13:30] ( IP A:58.9.191.119 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   # 17 เรียนด้วยความเคารพคุณหมอนะครับ คดีนี้ชั้นอุทธรณ์โจทก์เขาไม่เบิกความต่อสู้ครับ เพราะทางกระทรวงดดยหมอมงคลให้เขาไปแปดแสนห้า เพื่อให้ยุติ ได้เงินมากกว่าที่ศาลชั้นต้นตัดสินหน่อยนึง เพราะถ้าโจทก์สู้อุทธรณ์ชนะก็ได้เงินเท่าเดิม แถมหมอติดคุก 3 ปีซึ่งโจทก์เขาไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนั้น

เรื่องจริงเป็นอย่างนี้ เพราะที่นี่คือประเทศไทยครับ
โดย: เจ้าบ้าน [22 ส.ค. 53] ( IP A:124.121.144.201 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   ความคิดเห็นที่ 10
เรื่องวิกฤตประเด็นนี้ เป็นกันมานานนมกาเลแล้ว

ไม่ใช่ของแปลกใหม่เลย

ที่วงการแพทย์และสาธารณสุขมองไม่เป็นเรื่องใหญ่ยิ่งกว่า กลับอยู่ที่

ความฉ้อฉลสกปรกของวงการแพทย์พาณิชย์ที่มีแพทยสภาเป็นหัวหอกนำหน้าแพทยสมาคมมาเป็นแรมปี การที่วงการแพทย์พานิชย์ถูกนำมาเป็นเรื่องชูธงนำพาประเทศได้หน้า (แต่โกยเงินเข้ากระเป๋าหมอนายทุนและนายทุนหมอเพียงไม่กี่สิบคน) ในฐานะที่เป็น "เมดิคอลฮับ" จนความสัมพันธ์แบบเอื้ออาทร พึ่งพาอาศัยกัน เลือนหายไปกลายเป็นความระแวงกัน ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ และประชาชนคนไข้ไม่เชื่อถือหมอวิชาชีพในกลุ่มแพทยสภา อีกต่อไป

นี่แหละ เรื่องวิกฤตที่ก่อความชิบหายมาอย่างช้านานและต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้

แต่คนเพิ่งจะเริ่มยอมรับและมองเห็นบ้าง ขณะที่หมอดีๆส่วนใหญ่ "นิ่งเฉยดูดาย" เฮ้อ !!!!
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [20 ส.ค. 53 9:47> ( IP A:115.87.198.239 X: )
===============================
เกรียนนี่ อ่านหัวข้อออกมั๊ย สักแต่พิมพ์ จะโชว์ว่ารู้หนังสือเหรอไง
โดย: คนรู้จริง รู้ทัน (เรื่องเกรียน) [22 ส.ค. 53 22:40] ( IP A:118.172.84.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   ความคิดเห็นที่ 19
# 17 เรียนด้วยความเคารพคุณหมอนะครับ คดีนี้ชั้นอุทธรณ์โจทก์เขาไม่เบิกความต่อสู้ครับ เพราะทางกระทรวงดดยหมอมงคลให้เขาไปแปดแสนห้า เพื่อให้ยุติ ได้เงินมากกว่าที่ศาลชั้นต้นตัดสินหน่อยนึง เพราะถ้าโจทก์สู้อุทธรณ์ชนะก็ได้เงินเท่าเดิม แถมหมอติดคุก 3 ปีซึ่งโจทก์เขาไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนั้น

เรื่องจริงเป็นอย่างนี้ เพราะที่นี่คือประเทศไทยครับ
โดย: เจ้าบ้าน [22 ส.ค. 53> ( IP A:124.121.144.201 X:
===============================

ขอบคุณศาลไทย อยู่รพ.ชุมชน ไม่ต้องผ่าตัดไส้ติ่งและผ่าตัดคลอดให้อันตรายถูกเอาเข้าคุกเปล่าๆ ไปกระจุกรอคิวกันรพ.จังหวัดให้หมดเลยนะ
โดย: คนรู้จริง รู้ทัน (เรื่องเกรียน) [22 ส.ค. 53 22:42] ( IP A:118.172.84.189 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   ก็คงพอๆกับคนที่เป็นหมอ แต่ดันเกรียนๆ ถ่อไปเรียนกฎหมายเป็นวรรคเป็นเวรจนจบเนติฯ มาเพื่อให้หมอด้วยกันชี้หน้าว่า จอมโกหก กลางเวทีนั่นแหละ

เป็นทั้งหมอยา และ หมอความ ที่โดนตราหน้ากลางตลาดแบบชาวบ้านๆว่าจอมโกหก หรือ เด็กเลี้ยงแกะเนี่ย

ยิ่งกว่าเกรียนอีกไหมเนี่ย???? หรือจะใช้คำว่า น่าสมเพชดี???
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [23 ส.ค. 53 11:28] ( IP A:58.11.73.157 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   หมอคนไหนยังผ่าตัดที่รพช. ก็ให้ถือว่าเค้าไม่รักตัวเอง ไม่รักลูกเมียตัวเอง ไม่ห่วงความปลอดภัยของคนไข้ เพราะสังคมสรุปแล้วว่าผ่าไม่มีหมอดมยาเป็นการกระทำโดยประมาท
โดย: สังคมตัดสินแล้ว [28 ก.ย. 53 12:17] ( IP A:124.157.230.229 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน