ดีก็แล้วไป ขอให้ดีจริง
   หมอเมธี ฟุ้งร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบฯ ประชาชนทั้งทางตรง-ทางอ้อม ชี้ ดีกว่า พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ฉบับเดิมทั้ง 7 ร่าง

นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ศัลยแพทย์ประสาท รพ.ราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และนักกฎหมาย ในฐานะผู้ยกร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากระบบสาธารณสุข พ.ศ. ...ฉบับที่แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขทุกสาขา ทุกสังกัด และประชาชนเข้าชื่อ 1 หมื่นรายชื่อ เสนอกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กล่าวว่า หลักการของร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวเน้นประโยชน์ทั้งบุคลากรสาธารณสุข และแก่ประชาชน โดยเฉพาะประชาชนนั้นรับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงคือ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะได้รับการช่วยเหลือและทางอ้อม จะทำให้ได้รับการรักษาโดยที่ผู้ให้การรักษาไม่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความหวาดกลัว เหมือนกับตำรวจที่จับโจร แต่กลับต้องโทษอาญาภายหลัง ตำรวจก็คงจะใส่เกียร์ว่าง ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ....ทั้ง 7 ฉบับที่มีการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯก่อนหน้านี้ เน้นคุ้มครองเฉพาะผู้รับบริการโดยลืมผู้ให้บริการสาธารณสุข

นพ.เมธี กล่าวอีกว่า ข้อแตกต่างที่ชัดเจนของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ได้แก่ 1.ร่างฉบับนี้จะกำหนดให้ผู้ที่รับความช่วยเหลือตามร่าง พ.ร.บ.นี้แล้วต้องยุติการฟ้องร้องทั้งทางแพ่งและอาญา เพื่อลดการฟ้องร้องแพทย์ ขณะที่ร่างเดิมผู้เสียหายที่รับความช่วยเหลือยังสามารถฟ้องทั้งแพ่งและอาญาต่อแพทย์ได้ โดยไม่มีอายุความ และ 2.องค์ประกอบของคณะกรรมการที่จะทำหน้าที่ในตัดสินว่า สมควรได้รับการช่วยเหลือหรือไม่ ร่างเดิมจะใช้มติเสียงข้างมากในการตัดสิน โดยมีเอ็นจีโอร่วมตัดสินความผิดของผู้ให้บริการสาธารณสุข เท่ากับให้ผู้ที่ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้มาตัดสินผู้ที่ประกอบวิชาชีพว่าทำถูกหรือผิด แต่ในร่างใหม่ จะมีผู้แทนจากสภาวิชาชีพด้านสาธารณสุข ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ในเรื่องการรักษาเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ และมีคนนอกเข้ามามีส่วนร่วมด้วย หากมีการบังคับใช้ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบฯ จะช่วยให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างแท้จริง

“นอกจากนี้ จะช่วยให้โรงพยาบาลต่างๆ เดินหน้าให้การรักษาพยาบาลประชาชนต่อไปได้อย่างสบายใจ เพราะหลังจากกรณีการฟ้องคดีอาญาแพทย์โรงพยาบาลร่อนพิบูลย์ ส่งผลให้โรงพยาบาลชุมชนบางแห่งไม่ทำการผ่าตัดส่งต่อผู้ป่วยไปโรงพยาบาลอื่น ทำให้มีผู้ป่วยส่วนหนึ่งต้องตายโดยไม่ควรจะตาย เนื่องจากในร่าง พ.ร.บ.นี้กำหนดไว้ชัดว่า การช่วยเหลือคนในกรณีฉุกเฉินต้องได้รับการคุ้มครอง อีกทั้งจะไม่เกิดการทำงานในลักษณะทำมากเสี่ยงมาก ทำน้อยเสี่ยงน้อย ไม่ทำดีกว่า เหมือนกับที่จะเกิดขึ้นหากใช้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับเดิม” นพ.เมธี กล่าว
โดย: อย่าเหม็นฟุ้งก็แล้วกัน [10 ก.ย. 53 14:58] ( IP A:58.11.71.11 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ส่งไปกฤษฎีกาก่อนดีไหม ให้เขาตรวจสอบหน่อย
ผิดถูกแก้ไขก่อน
โดย: ก่อนส่งเข้าสภา [10 ก.ย. 53 14:59] ( IP A:58.11.71.11 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   แล้วพรบเก่า กฤษฎีกาบอกให้แก้ชื่อ ไม่ให้ใช้ชื่อ "ผู้เสียหาย"
ก็ไม่เห็นจะรับฟังและปฎิบัติตามเลย

ไม่ต้องส่งก็ได้ ใช่ไหม
โดย: ก่อนส่งเข้าสภา 2 [10 ก.ย. 53 16:48] ( IP A:118.173.7.228 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   เด็กเมื่อวานซืน
ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเลย
โดย: จบอะไรมา [10 ก.ย. 53 17:23] ( IP A:58.9.200.78 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   จบนิติศาสตร์ มสธ. ค่ะ
โดย: padoong [10 ก.ย. 53 18:30] ( IP A:110.77.136.156 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ไม่ส่งอาจจะถูกยำเละเทะในสภา
ส่งก่อนดีไหม
โดย: ปัญญาอ่อน [10 ก.ย. 53 19:36] ( IP A:58.11.71.11 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เชียร์ให้ส่งกฤษฎีกาก่อน
ส่งเลย ๆ
ส่งเลย ๆ ๆ ๆ ๆ

ไม่กล้าส่งหรอก เชื่อสิ
โดย: ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม [10 ก.ย. 53 23:37] ( IP A:58.9.200.78 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน