วันนี้เอาแต่เรื่องดีดี ที่ฝรั่งเขาเพิ่งรู้แต่หมอเทพพูดมานานแล้ว
   https://www.medicinenet.com/script/main/art.asp?articlekey=118577

Certified Nurse Anesthetists Can Safely Go Solo, Study Suggests

TUESDAY, Aug. 3 (HealthDay News) -- Patients have no increased risk of death or complications from surgery when nurse anesthetists work without physician oversight, a new study has found.

The findings challenge a requirement that nurse anesthetists be supervised by an anesthesiologist or surgeon in order for an operation to qualify for Medicare reimbursement, according to study authors Jerry Cromwell and Brian Dulisse of the Research Triangle Institute, a nonprofit organization based in North Carolina.

States can opt out of the requirement by petitioning the U.S. Centers for Medicare and Medicaid Services (CMS).

Cromwell and Dulisse analyzed 481,440 hospitalizations covered by Medicare and found that the frequency of nurse anesthetists providing anesthesia without anesthesiologist supervision increased between 1999 and 2005, from 17.6 percent to 21 percent in 14 opt-out states and from 7 percent to 10 percent in non-opt-out states.

The investigators also found no increased risk of patient death or complications in the opt-out states and no significant differences in patient outcomes in any of the three following situations: certified registered nurse anesthetists working without anesthesiologist supervision; anesthesiologists working alone; or the two types of anesthesia providers working together.

The study is published in the Aug. 3 issue of the journal Health Affairs.

"This study shows that patient safety was not compromised by the opt-out policy. We recommend that CMS change the policy so that governors no longer have to petition for their states to opt out of this Medicare requirement," Cromwell said in a news release from the journal's publisher.

Increased use of nurse anesthetists could help save health care costs because they typically earn less than anesthesiologists, Cromwell noted.

-- Robert Preidt
โดย: เจ้าบ้าน [11 ก.ย. 53 23:17] ( IP A:124.121.78.150 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   สงสัยว่าใครลอกความคิดใครระหว่างฝรั่งกับไทย ??
โดย: เจ้าบ้าน [11 ก.ย. 53 23:19] ( IP A:124.121.78.150 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   รพ รัฐ เค้าทำมานานแล้ว

มันตลกตรงที่ เครือข่าย โจร มันเคยประกาศว่า ห้ามไปคลอด รพ ที่ไม่มีหมอสูติ เพื่อคามปลอดภัย ทั้งๆที่ แทกซี่ กับ ตำรวจ จราจร ก็ทำคลอดได้ แต่พวกโจรมันดันกลับคำว่า ดมว่าไม่ต้องใช้หมอก็ได้ พยาบาลก็พอ เราก็เออ รพ รัฐ คนดมยาก็พยาบาลนั่นแหละ แต่จะมีหมอดมยา เป็น superviser อีกทีนึง เผื่อเหตุฉุกเฉิน เพราะ หาก รพ นึง มีหมอดมยาคนเดียว ให้มาดมทุกวัน 24 ชม มันไม่ไหว ซึ่ง พยบ ก็ช่วยได้มาก

แล้วเรื่องฉีดยาชาผ่าคลอด ใครๆก็รู้ว่าทำได้ แต่ไม่มีใครทำ เพราะมันเป็น last choice ไม่ใช่ first choice ถ้าแม่หรือเมียในเครือข่ายโจร อยากลองฉีดยาชาผ่าคลอดก็จะลองให้ก็ได้ ไม่ว่ากัน ปกติผมไม่ทำจะยกให้เครือข่ายโจรซักครั้งก็ได้

เพราะปกติผมยึดคติว่า ผมรักษา พ่อแม่ลูกเมียแบบไหนผมก็รักษาคนไข้แบบเดียวกัน



เคสคลอดก็เหมือนกัน จะให้เฉพาะหมอสูติทำมันก็ไม่ไหว หมอธรรมดาก็ทำได้
โดย: หมอส่วนใหญ่ไม่เอา พรบ โจร [12 ก.ย. 53 7:35] ( IP A:182.52.125.226 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
    แล้วเรื่องฉีดยาชาผ่าคลอด ใครๆก็รู้ว่าทำได้ แต่ไม่มีใครทำ เพราะมันเป็น last choice ไม่ใช่ first choice ถ้าแม่หรือเมียในเครือข่ายโจร อยากลองฉีดยาชาผ่าคลอดก็จะลองให้ก็ได้ ไม่ว่ากัน ปกติผมไม่ทำจะยกให้เครือข่ายโจรซักครั้งก็ได้
ก็พวกคุณชอบอ้างว่าไม่มีวิสัญญีแพทย์ ก็ผ่าตัดไม่ได้ ผมก็บอกว่าผ่าตัดยาชาก็ได้ มันผิดตรงไหน ทำไมชอบตะแบง หรือผ่าตัดไม่เป็น ลืมไปหมด
โดย: ซ่องโจร [12 ก.ย. 53 8:01] ( IP A:58.11.72.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
    มันตลกตรงที่ เครือข่าย โจร มันเคยประกาศว่า ห้ามไปคลอด รพ ที่ไม่มีหมอสูติ เพื่อคามปลอดภัย
คุณก็ ห อีกตะแบงอีก เราพบว่ามีคนไข้หลายรายที่ตายเพราะไปโรงพยาบาลเอกชนที่ไม่มีหมอสูติตลอด 24 ชั่วโมงในโรงพยาบาล ใช้วิธีตามเอามาจากบ้าน ถ้าเขารู้ เขาไม่น่าจะเข้าโรงพยาบาลนั้น เพราะจ่ายแพงแล้ว ทำไมไม่มีหมอสูติ 24 ชั่วโมง แบบนี้ ไปรามา ศิริราช จุฬา หรือหัวเฉียวดีกว่า เพราะเขามี 24 ชั่วโมง ดังนั้นโรงไหนถ้าไม่มี ก็ควรจะปิดป้ายไว้ โรงไหนมีก็ควรจะติดป้ายไว้ว่ามี เขาจะได้เลือกใช้ถูกตามความพอใจ ไม่ได้บอกว่าไม่มีหมอสูติ ห้ามไปคลอด เพราะเราก็เข้าใจดีว่ามันไม่มีทุกคน และก็ทุกที่ ถ้าที่ไหนควรมีแล้วไม่มี ชาวบ้านก็ควรเลือกหรือไม่เลือกใช้ได้ อย่างโรงพยาบาลดังๆ แค่ไม่ได้อยู่ตอนพยาบาลฉีดยาบล็อกหลัง ศาลยังสั่งให้จ่ายเงิน 10 ล้านแม้แพทยสภาบอกไม่มีมูล
โดย: พวกจังไรชอบแก้ผ้า [12 ก.ย. 53 8:07] ( IP A:58.11.72.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   โรงพยาบาลเอกชนจ๋อย? ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับ สั่ง รพ.สมิติเวช จ่าย 10 ล้าน พร้อมดอกเบี้ย 7.5 ให้เสี่ยเจ้าของโรงงานแห-อวน หลังทำคลอดชุ่ยทำให้เมีย-ลูกตาย แถมไม่ดูแลปล่อยน้ำคร่ำไหลย้อนเข้ากระแสเลือดกับปอดจนหัวใจวายตาย เจ้าตัวและแม่เมียระบุไม่ต้องการเงิน แต่ต้องการให้เป็นเยี่ยงอย่าง

วันนี้ (22 เม.ย.) เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่นายบุรินทร์ เสรีโยธิน เจ้าของโรงงานผลิตแห-อวน ด.ช.บดินทร์ ด.ญ.บุษรินทร์ ด.ช.ศุภโชค เสรีโยธิน บุตรของนายบุรินทร์ และนายเขษม นางนารี กีรติธรรมคุณ บิดามารดาของนางจุรีรัตน์ ผู้ตาย และบริษัท ขอนแก่นแห-อวน จำกัด ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1-7 ฟ้องบริษัท สมิตติเวช จำกัด (มหาชน) นพ.เกรียงไกร อัครวงศ์ ผู้อำนวยการรพ.สมิติเวช สาขาสุขุมวิท พญ.สุภัค จันทร์จำปี วิสัญญีแพทย์ และ นพ.ชลัท ตู้จินดา แพทย์เจ้าของไข้ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 เรื่อง ละเมิดเรียกค่าเสียหายจำนวนทุนทรัพย์ 700 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.25

โจทก์บรรยายฟ้องสรุปว่า โจทก์ที่ 1 สมรสกับนางจุรีรัตน์ เสรีโยธิน อายุ 36 ปี ตามกฎหมาย โดยผู้ตายเป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชีของบริษัทโจทก์ที่ 7 ซึ่งมีบุตรด้วยกัน 3 คน คือโจทก์ที่ 2-4 ต่อมานางจุรีรัตน์ ได้ตั้งครรภ์ และโจทก์พาผู้ตายไปฝากครรภ์กับโรงพยาบาลจำเลย กระทั่งวันที่ 6 ก.ย.2538 โจทก์พานางจุรีรัตน์ ไปคลอดที่โรงพยาบาลของจำเลย คณะแพทย์ได้ฉีดยาและให้นอนพักเพื่อดูอาการ วันรุ่งขึ้นผู้ตายมีอาการปวดท้องและน้ำคร่ำเดิน แพทย์ได้ฉีดยาอีก จนเช้าวันที่ 8 ก.ย.2538 ผู้ตายส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด โจทก์ที่ 1 ได้จึงเข้าไปดู แต่ไม่พบแพทย์และพยาบาล จึงไปตามแพทย์ โดยมีจำเลยที่ 4 มาดูอาการ ซึ่ง นพ.ชลัท จำเลยที่ 4 มีอาการตกใจ ต่อมานางจุรีรัตน์ได้ถึงแก่ความตาย พร้อมบุตรในครรภ์ เนื่องจากน้ำคร่ำได้ไหลย้อนเข้ากระแสโลหิต และปอด ทำให้เกิดภาวะหายใจติดขัด เลือดไม่สูบฉีด จนทำให้เกิดอาการหัวใจวายการเสียชีวิตของผู้ตาย ทำให้โจทก์ขาดไร้ค่าอุปการะ ค่าจัดการงานศพ ค่าเลี้ยงดู ขาดค่าการงานในการประกอบอาชีพแห-อวนของบริษัท จึงขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวนตามฟ้องด้วย

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าพยานโจทก์ไม่ได้ยืนยันชัดเจนว่าวิธีเจาะถุงน้ำคร่ำของแพทย์ทำให้ผู้ตายเสียชีวิตโดยตรง โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือ กันโดยละเอียดรอบคอบแล้วเห็นว่ากรณีนี้ แพทย์มิได้ใช้ขั้นตอน และกรรมวิธีในการรักษาดูแลผู้ตายตามหลักเกณฑ์ ปล่อยให้น้ำคร่ำไหลย้อนเข้าเส้นเลือดและปอด ทำให้คนไข้อยู่ในอาการวิกฤตขาดออกซิเจน เป็นเหตุให้นางจุรีรัตน์ และบุตรในครรภ์ถึงแก่ความตาย อันเป็นการจงใจละเมิดต่อกฎหมาย ทำให้เสียหายแก่กาย จำเลยจำต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนฐานละเมิด ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องมานั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์โจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับให้พวกจำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ แต่ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกมานั้นสูงเกินควร ศาลวินิจฉัยให้พวกจำเลยชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 10,330,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 แก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.2538 จนกว่าจะชำระเสร็จ

ภายหลังนายบุรินทร์ เปิดเผยว่า คดีนี้ตนไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการฟ้องให้เป็นเยี่ยงอย่างว่าแพทย์จะต้องเอาใจใส่ดูแลผู้ป่วยอย่างมีวิชาชีพ อยากให้แพทย์เห็นความสำคัญในการดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดมากกว่านี้ ด้านนางนารี กีรติธรรมคุณ มารดา กล่าวเสริมว่า ตนไม่ต้องการเงินเช่นกัน แต่อยากได้ชีวิตของลูกสาวตนคืนมา

ที่มา manager.co.th
โดย: เอาไปอ่านบ้าง ไอ้ ห ซ่องนรก ดีแต่ตะแบง [12 ก.ย. 53 8:09] ( IP A:58.11.72.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ภายหลังนายบุรินทร์ เปิดเผยว่า คดีนี้ตนไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการฟ้องให้เป็นเยี่ยงอย่างว่าแพทย์จะต้องเอาใจใส่ดูแลผู้ป่วยอย่างมีวิชาชีพ อยากให้แพทย์เห็นความสำคัญในการดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดมากกว่านี้ ด้านนางนารี กีรติธรรมคุณ มารดา กล่าวเสริมว่า ตนไม่ต้องการเงินเช่นกัน แต่อยากได้ชีวิตของลูกสาวตนคืนมา
โดย: เท่าที่รู้เขารวยจนไม่มีที่ใช้เงิน ไม่งั้นไม่เข้าสมิติเวชหรอก [12 ก.ย. 53 8:13] ( IP A:58.11.72.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
    เพราะปกติผมยึดคติว่า ผมรักษา พ่อแม่ลูกเมียแบบไหนผมก็รักษาคนไข้แบบเดียวกัน
ขอให้มันจริง จะยกมือไห้วท่วมหัว อย่าดีแต่ปาก ปล่อยชาวบ้านตายแบบหมา หรือโอ๋แต่ดาราดังเวลามาคลอด
โดย: ปากกับใจไม่ตรงกัน นรกจะถามหา [12 ก.ย. 53 8:15] ( IP A:58.11.72.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   พยาบาลบ้านเรา ดมยาได้แต่โรงพยาบาลรัฐ เอกชนกับคลินิกทำไม่ได้
แต่สหรัฐคุณทำแบบนี้กับพวกเขาไม่ได้ เขาไม่ยอมให้กดขี่
พยาบาลทำคลอดบ้านเราทำคลอดได้ แต่ก็จำกัดจำเขี่ย ควรจะสอนเขาทำคลอดได้ ทำคลอดไหล่ได้กรณีไม่มีหมออยู่ ทำอัลตราซาวนด์ได สอนแล้วยัง หรือยังกดขี่เขาอยู่
โดย: อย่ามาแก้ตัว ทำดีกว่าพูด [12 ก.ย. 53 8:18] ( IP A:58.11.72.14 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ผมอยู่ รพ รัฐ รพ เอกชนไม่ได้ขัดสนหมอดมยา รพ รัฐ ขัดสน ก็ขอให้ พยบ ทำให้ โดยมีหมอ เป็น superviser

รพช ขาด หมอ รพช ให้ พยบ เวช ช่วยตรวจ โดยมีหมอเป็น superviser กลับบ้านไป พยบ เวช สามารถ เปิดคลินิคได้เหมือนหมอ ตรวจคนไข้ จ่ายยา มีประสบการณ จาก การตรวจ รพ รัฐ พยบ เก่ง มั่นใจ ใช้ใน private ได้ แถม คนไข้ติดมากกว่าหมออีก เพราะ พยบ พูดดี อธิบายเก่ง แต่หมอชอบปากหนัก คนไข้เลยไม่ติด

แล้ว แม่หรือเมียคุณคนไหนอยากฉีดยาชาผ่าคลอดละ เมื่อไหร่จะมาลองซะที รอนานแล้ว แต่ลูกเมียผมไม่ทำให้หรอกนะ ลูกเมียผม ของแบบ region หรือไม่ก็ GA แบบ local ผมไม่เอาด้วยหรอก แต่จะลองกับลูกเมียคนแถวนี้ให้

เชื่อได้ว่าถ้าตาย ผมจะโดนฟ้องว่า ทำไมไม่ refer ไปในที่ที่ทำแบบ GA หรือไม่ก็ region
โดย: g=njv,jt [12 ก.ย. 53 9:15] ( IP A:182.52.123.109 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   องค์การอนามัยโลกแนะนำและสนับสนุนให้ใช้วิธีนี้ ในกรณีที่ประเทศนั้นไม่มีหมอดมยา ไม่มีเครื่องดมยา
มีคนไข้ทำผ่าตัดคลอดถึง 3 ครั้ง 3 ท้อง ก็เรียบร้อยดีผ่าตัดยาชาทั้งสามท้อง
เขาก็มองว่าเป็นทางเลือกที่ดี แต่หมอไม่ค่อยทำกัน
สมัยผมหัดผ่าตัดหู ผ่าตัดทอนซิล โรงพยาบาลผมไม่มีหมอดมยา และหมอที่เป็นอาจารย์ผมเขาก็รุ่นเก่าที่เทรมมาแบบไม่มีหมอดมยาก็ใช้ยาชาทั้งสิ้น ก็เรียบร้อยดี แต่เพื่อนผมอยู่อีกที่ มีแต่หมอดมยาเต็มไปหมด ทำผ่าตัดห่าอะไรก็ดมหมด ผ่าหู ผ่าทอนซิล ดมหมด เวลาทำยาชาก็ทำไม่ได้ คนไข้ก็จ่ายแพง เฉพาะค่าดมยาก็ตายห่าแล้ว ไม่นับความเสี่ยงอีก
ผมเคยผ่าตัดเสริมสวย ร่วมกับหมอสูติ ให้มาช่วยทำหมัน มันบอกว่าพี่ผมทำหมันใช้ยาชาไม่ได้ เพราะที่เทรนมาทำแต่ดมยา ทำไงดี ผมก็เลยบอกว่างั้นเองถอยไปเดี๋ยวข้าจัดการเอง
เองอยากดมก็ดมไป ไม่ว่าหรอก ไม่มีดมยา ปล่อยตาย ส่งต่อตายเมื่อไหร่ก็โดนฟ้องแน่ ศาลจะตัดสินยังไงก็อีกเรื่องหนึ่ง
โดย: ไม่มีปัญหา [12 ก.ย. 53 10:53] ( IP A:58.8.240.202 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   เอ่อ ในฐานะหมอทั่วไปอะนะ ไม่เคยนะผ่าคลอดโดยใช้ยาชา
ไม่เคยเเม้เเต่เรียน นายคิดว่าจะให้หมอปกติทำในสิ่งที่ไม่เคยเรียนไม่มีประสบการณ์ เหรอ
เราคิดว่านายค่อนข้างมั่วอะใช้ความคิดเเละความรุสึกมาตัดสินว่าหมอคนอื่นควรทำอะไร
โดย: เบื่อหมอเครือข่ายมั่วๆ [12 ก.ย. 53 18:46] ( IP A:202.28.24.162 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   เองอยากดมก็ดมไป ไม่ว่าหรอก ไม่มีดมยา ปล่อยตาย ส่งต่อตายเมื่อไหร่ก็โดนฟ้องแน่ ศาลจะตัดสินยังไงก็อีกเรื่องหนึ่ง
_______________________________________________________
ถ้าฉีดยาชาผ่าแล้วคนไข้ตาย เชื่อว่า จะโดนเครือข่ายฟ้อง ว่าทำไมไม่ส่งไปในที่ที่พร้อม

คนพวกนี้มันกระหายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะทำหรือจะส่งมันฟ้องได้หมด เพราะพวกมันหมดสินความเป็นคนแล้ว เพราะพวกมันนรกสั่งมาเกิด

นี่ก็รออยู่นะ เมื่อไหร่จะมาให้ผ่าซะที จะได้ลองฉีดยาชาผ่า ลองกับเครือข่ายนี่แหละ
โดย: เบื่อท้าแล้วนะ มาเร็วๆหน่อย [12 ก.ย. 53 20:31] ( IP A:182.52.126.83 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   แต่ที่ผ่านมา เราก็ไม่เคยฟ้องแบบ ห ห ที่แกว่าแม้แต่คดีเดียว
ส่วนคนเป็นหมอ ควรที่จะทำได้หลายๆรูปแบบ เพราะกรณีฉุกเฉิน ก็ควรทำได้ ไม่ใช่เรื่องยาก
โดย: ไม่ทำก็ไม่ว่ากัน ฟ้องหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง [12 ก.ย. 53 20:44] ( IP A:58.8.240.202 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   เข้ามาเชียร์เครือข่ายฯ
สู้ ๆ กับหมอตะแบง
โดย: เชียร์พรบ. [12 ก.ย. 53 22:12] ( IP A:61.90.87.13 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน