ฟ้อง รพ.เอกชนชื่อดังเปลี่ยนคนดีเป็นคนป่วย ร้องค่าเสียหาย 14 ล้านบาท
   ฟ้อง รพ.เอกชนชื่อดังเปลี่ยนคนดีเป็นคนป่วย ร้องค่าเสียหาย 14 ล้านบาท

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 กันยายน 2553 01:08 น.






นางวนาพร เกริกชัยวัน หรือ ณิชาพร ไทยเจียมอารีย์ วัย 45 ปี


ฟ้องเรียกค่าเสียหายโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง 14 ล้านบาท แก้หมันพลาดมีดแกี่ยวไส้ บานปลายไส้เน่า เปลี่ยนคนดีให้เป็นคนป่วย ระบบขับถ่ายมีปัญหา แถมมีลูกไม่ได้ ขู่ไม่ได้ความเป็นธรรม ฆ่าตัวตายประชด

นางวนาพร เกริกชัยวัน หรือ ณิชาพร ไทยเจียมอารีย์ วัย 45 ปี ผู้ได้รับความเสียหายทางการแพทย์เดินทางมาร้องเรียน “ASTVผู้จัดการรายวัน” โดย นางวราพร กล่าวว่า เข้ารับการรักษาแก้หมัน เนื่องจากอยากมีบุตร ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งก่อนจะมีการผ่าตัดมีการตรวจร่างกายอย่างละเอียด และทำการผ่าตัดเมื่อเดือน พ.ย.2552 แต่เนื่องจากพบว่า มีพังผืดซึ่งอยู่ระหว่างรังไข่และมดลูก ทำให้การผ่าตัดได้ลำบาก แก้หมันไม่สำเร็จ และพบปัญหาเล็กน้อย คือ มีดไปโดนลำไส้ แต่ได้เย็บตกแต่งเรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร และนอนพักรักษาอยู่โรงพยาบาล 4 วัน ก็กลับบ้าน และทราบในภายหลัง ว่า แพทย์ได้ตัดลำไส้ออกไป 8 มิลลิเมตร

นางวนาพร กล่าวอีกว่า เมื่อกลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน ก็เกิดอาการอาเจียนและปวดท้องอย่างรุนแรง จึงตัดสินใจกลับมายังโรงพยาบาลอีกครั้ง แพทย์อีกรายได้ทำการเอกซเรย์ และวินิจฉัย พบว่า มีลำไส้บางส่วนไม่ทำงาน จำเป็นต้องสอดสายยางทางจมูกจนถึงลำไส้ เพื่อทำการดูดน้ำย่อย และน้ำดีออกมา ซึ่งในระหว่างที่เข้ารับการรักษาในวันที่ 7 ตนได้กลิ่นเหมือนเหม็นเน่า และบอกกับพยาบาล แต่เมื่อได้รับคำตอบว่าเป็นกลิ่นน้ำย่อย ไม่ต้องวิตกกังวล จึงอดทนถึงวันที่ 10 ซึ่งในที่สุด แพทย์ก็สั่งให้ทำการผ่าตัดโดยด่วนในวันที่ 10 ธ.ค.พบลำไส้หลายส่วนไม่ทำงาน ซึ่งแพทย์บอกเพียงว่า รักษาแล้วพักต่ออีก 2 เดือน อาการจะดีขึ้น และทราบภายหลังว่า ลำไส้เน่าต้องตัดออกครึ่งหนึ่งของลำไส้ทั้งหมด
“หลังจากนั้น 2 เดือน ทางโรงพยาบาลเรียกให้ไปเจรจาไกล่เกลี่ยโดยจะจ่ายให้ 2 แสนบาทแล้วให้เซ็นชื่อว่าได้รับความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลแล้ว แต่พี่ไม่เอา เงินที่เอามาชดเชย 2 แสนบาท ยังไม่ได้ครึ่งของเงินที่เราเสียเป็นค่ารักษาเลย แล้วอนาคตเราจะเป็นอย่างไรต่อก็ยังไม่รู้”นางวนาพร กล่าว

นางวนาพร กล่าวด้วยว่า ในการเปลี่ยนคนดีให้กลายเป็นคนป่วยครั้งนี้ เสียค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทั้งหมด 2.4 แสนบาท ทุกวันนี้เปลี่ยนไปรักษาที่โรงพยาบาลหัวเฉียว แต่ก็มีปัญหาเรื่องการขับถ่ายตลอดวันละ 7-8 ครั้ง โดยแพทย์วินิจฉัยว่า เป็นลำไส้อักเสบ ทำงานแทบไม่ได้ จากที่เคยทำอาชีพเสริมสวย ซึ่งสร้างรายได้สูงวันละ 3,000 บาท ก็ทำไม่ได้ ไปฟ้องร้องที่ไหนเรื่องก็เงียบหาย แพทยสภาไม่ต้องพูดถึง ที่กระทรวงสาธารณสุขก็ฟ้องร้องมาแล้ว แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า ขณะนี้จึงฟ้องคดีทางแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 14 ล้านบาท กับทางโรงพยาบาลและแพทย์ออกมารับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเรา ไม่ใช่เอาเงินมาให้แล้วจบ และหากยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็จะฆ่าตัวตายให้สังคมได้รับทราบถึงความไม่เป็นธรรมครั้งนี้

“ส่วนเรื่อง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ได้รับความเสียหายทางการแพทย์ พ.ศ. … ที่แพทย์ออกมาเดินขบวนแต่งดำ ไม่เข้าใจว่า ทำไมหมอถึงใจดำขนาดนี้ หมอบางคนก็ไม่มีจรรยาแพทย์จริงๆ ผู้ป่วยไม่มีใครอยากฟ้องร้องจริงๆ แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จะให้เขาทำอย่างไร ให้ยอมรับกรรม อย่างที่แพทย์ที่ให้การรักษาพี่บอกให้เราไปตัดกรรม ฟังแล้วมันเจ็บจริงๆ ก็เลยบอกหมอว่า ถ้าจะให้ไปตัดกรรมก็ต้องไปด้วยกัน เพราะทั้งหมอและพี่ ถือว่า มีเวรกรรมต่อกัน บางคนได้รับผลกระทบจากการรักษาจนตายก่อนที่คดีจะจบก็มี ขณะที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการเยียวยาทันท่วงที และแพทย์ระวังในการรักษามากยิ่งขึ้น”นางวนาพร กล่าว

https://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9530000128620
โดย: เขาว่าชุดดำใจดำ เถียงไหม [14 ก.ย. 53 1:27] ( IP A:58.8.11.73 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   หน้าตาเจ๊

โดย: เป็นแบบนี้ [14 ก.ย. 53 1:29] ( IP A:58.8.11.73 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   อืม
อาการนี้น่าเป็นห่วง
คุงหมอจะว่าไงกัน
แพทยสภาปกป้องอีกซิ
เดิมๆ กรรมเวรคนไข้ไทยอีกซิ
อธิบายหน่อยคุงหมอ

โดย: จีเอ็น [14 ก.ย. 53 7:56] ( IP A:111.84.38.160 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   หน้าตาคล้ายคุณรวีวรรณเลย
งานนี้ไม่รพ.ไม่น่าปล่อยให้เรื่องบานปลายเลย
ทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิดชอบเขา
โดย: ก็สมควรอยู่หรอก [14 ก.ย. 53 11:17] ( IP A:58.9.200.77 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   แพทยสภาโต้กรณีผู้เสียหายฟ้อง รพ.เอกชนผ่าตัดแก้หมันทำลำไส้เน่า

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
14 กันยายน 2553 17:16 น.

https://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9530000129199




แพทยสภา แจงยังไม่ทราบกรณีผู้เสียหายเข้าผ่าตัดแก้หมัน ใน รพ.เอกชน แล้วลำไส้เน่า พร้อมรับปากช่วยหากมีหลักฐานครบ ชี้ กรณีแพทย์ผิดจริง รพ.จ่าย 2 แสน ถือว่ายังน้อย

นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวถึงกรณีที่นางวนาพร เกริกชัยวัน หรือ ณิชาพร ไทยเจียมอารีย์ ผู้ได้รับความเสียหายทางการแพทย์ จากกรณีที่ได้เข้ารับการรักษาแก้หมันในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แล้วพบกับความผิดพลาด มีมีดไปเกี่ยวลำไส้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายจนปลายลำไส้เน่า จึงตัดสินใจฟ้องโรงพยาบาลที่เข้ารับบริการ และเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินมูลค่า 14 ล้านบาท ว่า ในกรณีดังกล่าวนั้น ตนเองยังไม่ทราบรายละเอียดชัดเจนว่ามีการฟ้องร้องของผู้เสียหายรายดังกล่าว ว่า เกิดขึ้นเมื่อใดแล้วได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง โรงพยาบาลแห่งใดที่กระทำการตามที่ผู้เสียหายได้กล่าวอ้าง ดังนั้น ก็ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่า จะดำเนินการช่วยเหลืออย่างไร แต่ทั้งนี้หากมีกรณีความผิดพลาดดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ผู้เสียหายสามารถนำหลักฐานการเข้ารับการรักษาและเอกสารที่แสดงถึงรายละเอียดความเสียหายมายื่นต่อแพทยสภาได้เสมอ โดยทางแพทยสภาจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเวชระเบียนของทางโรงพยาบาล ที่ให้บริการให้ชัดเจน เพื่อติดตามช่วยเหลือในขั้นต่อไป



นางวนาพร เกริกชัยวัน หรือ ณิชาพร ไทยเจียมอารีย์


“โดยหลักการนั้นความเสียหายในลักษณะนี้ สามารถดำเนินการฟ้องร้องได้ แต่ก็ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน เพราะเรื่องแบบนี้นั้น เราจะฟังความฝ่ายเดียวไม่ได้ เราต้องฟังความจากฝ่ายโรงพยาบาล และแพทย์ผู้รักษาร่วมด้วยว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งหากผู้ป่วยเดือดร้อน และอยากจะยื่นเรื่องต่อแพทยสภา เราก็พร้อมจะรับเรื่องอยู่แล้ว” นพ.สัมพันธ์ กล่าว

นพ.สัมพันธ์ กล่าวด้วยว่า หากเกิดความเสียหายในลักษณะอาการตามที่ผู้ป่วยรายนี้กล่าวอ้าง คือ ผ่าตัดแก้หมันจนเกิดอาการปลายลำไส้เน่าจริงๆ และทางโรงพยาบาลมีการเจรจาเพื่อขอจ่ายเงินให้ชดเชยในจำนวน 2 แสนบาทนั้น ส่วนตัวเห็นว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม หากคนมีความผิดพลาดเกิดขึ้น และมีการเจรจาจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจ แล้วผู้เสียหายยุติการเอาผิดจากโรงพยาบาล ก็สามารถทำได้เฉพาะการยุติคดีแพ่ง แต่จะยุติคดีอาญา คงเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ตนยังไม่สามารถบอกได้ว่าใครผิดใครถูก และจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างไรจนกว่าจะทราบข้อมูลที่แน่ชัดว่าผู้เสียหายยื่นเรื่องกับต่อแพทยสภาเมื่อใด แล้วใครรับเรื่องแต่หากผู้เสียหายจะมีการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าวอีก แพทยสภายินดีจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
โดย: เขาคงจะไปหาคุณหรอกนะคุณสัมพันธ์ จำคดีไตหายได้หรือเปล่า คุณไม่ใช่หรือที่พาเขาไปทำMRI แล้วเบี้ยวเขา [14 ก.ย. 53 23:33] ( IP A:58.9.200.77 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ทำไมคนไข้ถึงกลัวสภาวิชาชีพ
โดย: ก็คงไม่ต้องอธิบาย [15 ก.ย. 53 9:15] ( IP A:58.8.210.182 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เสริมสวย รายได้วันละ 3000 บาท

เนอะ น่าลาออกไปเสริมสวยวะ
โดย: วันที่ได้วันละ 20 บาทไม่บอก [15 ก.ย. 53 12:26] ( IP A:125.24.86.238 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   เรียน ประธานมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค
เมื่อว้นที่ 16 กันยายน 2553 ผมได้รับโทรศัพท์จากผู้หญิงคนหนึ่ง แนะนำตัวเองว่าชื่อ เสาวลักษณ์ ไม่ทราบนามสกุล เจ้าของเบอร์โทรหมายเลข 0840880565 อ้างว่าโทรจากโรงพยาบาลสมิติเวช แจ้งว่า ทางโรงพยาบาลต้องการโปรโมทเครื่องตรวจสุขภาพรุ่นใหม่ และขอให้ผมเข้าไปตรวจร่างกายกับเครื่องตรวจสุขภาพดังกล่าว โดยขอให้ไปในวันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2553 ฟรี ซึ่งผมปฏิเสธไป เพราะติดธุรอื่น
ต่อมาในวันที่ 17 กันยายน 2553 คุณเสาวลักษณ์ ได้โทรมาอีก ขอให้ผมไปตรวจร่างกายในวันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2553 เพื่อโปรโมทเครื่องมือใหม่ดังกล่าว ผมเข้าใจได้ว่า เขาต้องการที่จะหาลูกค้าเข้าโรงพยาบาล และคงต้องโปรโมทสินค้าอย่างอื่นด้วย ผมก็รับปากไป จากนั้นเขาก็ได้ส่ง อีเมล์ โดยคุณธีรชา สีด(Theeratcha Seidl) หมายเลขโทรศัพท์ 0839886830โดยส่งจากอีเมล์ของโรงพยาบาล เชิญไปดังกล่าว ผมได้ไปตามนัด ปรากฎว่าเขาได้มีพนักงานมาต้อนรับแนะนำตนเองว่า ชื่อ ตัก ได้ทำการเชิญชวนให้เข้ารักษาพยาบาลโดยการตรวจสุขภาพ ตามโปรแกรมของเขาซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 31,500 บาท รวมทั้งไดนำไปชมเครื่องมือต่าง ๆ ในการตรวจสุขภาพ จากนั้นได้นำเอาเอกสารเกี่ยวกับโรคภัยต่าง ๆ มาอธิบาย จนในที่สุดผมจะได้รับการตรวจสุขภาพเมื่อใหร่ หล่อนตอบว่าให้รอสักครู่ จากนั้นก็พูดเรื่องการเชิญชวนให้เข้ารับการตรวจสุขภาพต่อ สักครู่หนึ่งได้มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งมาบอกคูณตั๋กว่ามีโทรศัพท์มาให้ไปรับโทรศัพท์ คุณตั๋ก ก็ลุกออกไป ผมนั่งรอสักครู่หนึ่ง ก็มีผู้ชายคนหนึ่งมาบอกว่าให้ผมกลับไปได้ พร้อมทั้งแจกคูปองส่วนลดการตรวจรักษาให้ ผมถามว่าเรื่องการตรวจสุขภาพว่าอย่างไร เขาบอกว่าให้มาวันหลัง วันนี้มีผู้ป่วยเต็มไม่สามารถทำให้ได้
ผมเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการหลอกลวงประชาชน เพื่อต้องการโฆษณาสินค้าของตนเอง โดยหลอกให้ผมไปพบที่โรงพยาบาลเพื่อรับฟังการโฆษณาของเขา แล้วก็ไล่กลับ ผมมีความประสงค์ให้มูลนิธิได้โปรดพิจารณาเรื่องนี้ อย่างน้อยก็จะไม่ทำให้คนอื่นถูกหลอกอีกต่อไป อันเป็นการเอาเปรียบประชาชนของโรงพยาบาล และกรณ๊นี้เป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณของโรงพยาบาลหรือไม่ ที่หลอกลวงประชาชนให้ไปซื้อสินค้าของตนอันเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ
ขอได้โปรดพิจารณา
โดย: sukonkarn@hotmaill.com [18 ก.ย. 53 20:34] ( IP A:125.24.228.250 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน