ผู้ป่วย 2คนยื่นฟ้องหมอ-ร.พ.ศาลนัด 25ต.ค.
   ผู้ป่วย 2คนยื่นฟ้องหมอ-ร.พ.ศาลนัด 25ต.ค.

เครือ ข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์นำคนไข้ 2รายยื่นร.พ.ปทุมราชอำนาจเจริญทำหูหนวก อีกรายร.พ.ตาคลี ทำคลอดพลาดทารกไหปลาร้าหัก ติดเชื้อปอดเรื้อรัง

เมื่อเวลา 10.30 น. นางปรียานันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ พร้อมกับผู้เสียหายจากการรักษาของแพทย์ 2 คน คือ นายสังคม สว่างแก้ว อายุ 31 ปี อดีตดีเจคลื่นมหาชนคนปทุมราช 97 อำนาจเจริญ แพทย์โรงพยาบาลปทุมราชวงศา รักษาผิดพลาดทำให้หูหนวก

อีกราย นางศรีวรรณ โพนสุข อายุ 35 ปี มารดาของ ด.ช.สุทธิพงษ์ มาก๋ง วัย 1 ขวบ ถูกพยาบาลโรงพยาบาลตาคลี จ.นครสวรรค์ ทำคลอดผิดพลาดทารกกระดูกไหปลาร้าหักและสำลักขี้เทา เป็นเหตุให้เกิดอาการปอดอักเสบเรื้อรังต้องรักษาตัวเป็นประจำตั้งแต่คลอด

ทั้งสองได้ยื่นคำฟ้อง ต่อศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ต้นสังกัดของโรงพยาบาลของรัฐ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ.2539 ซึ่งนายสังคม สว่างแก้ว กลายเป็นคนหูหนวก และตกงาน ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 4,138,750 บาท ส่วนนางศรีวรรณ โพนสุข มารดาของ ด.ช.สุทธิพงษ์ มาก๋ง หรือ น้องโดมิโน ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 1,612,500 บาท โดยศาลจังหวัดนนทบุรี ได้รับฟ้องและนัดไต่สวนทั้ง 2 คดีในวันที่ 25 ตุลาคม 2553

นายสังคม แสวงแก้ว อดีตดีเจที่กลายเป็นคนหูหนวก ต้องเขียนหนังสือสื่อสารกับผู้สื่อข่าวว่า วันที่ 11 กันยายน ปี 2551 ไปหาหมอโรงพยาบาลปทุมราชวงศา หลังเกิดอาการปวดศีรษะและเป็นไข้หนาวสั่น พยาบาลได้เจาะเลือดไปตรวจและให้ยากลับไปกินต่อที่บ้าน แต่อาการไม่ดีขึ้น จนกลางดึกต้องกลับมาหาหมออีกครั้ง และพยาบาลได้นำยามาฉีดให้ 1 เข็ม และให้กลับบ้านไป

ต่อมา เช้าวันที่ 12 อาการก็ไม่ดีขึ้น ญาติๆ ช่วยกันนำตัวมาหาหมอที่โรงพยาบาลปทุมราชวงศา อีกครั้ง แต่กลับถูกปล่อยให้นอนรออยู่ครึ่งวัน ทางญาติจึงตัดสินใจนำตนส่งโรงพยาบาลอำนาจเจริญ ซึ่งแพทย์ของโรงพยาบาลอำนาจเจริญมาตรวจดูก็วินิจฉัยว่า ตนเองป่วยเป็นโรคเยื้อหุ้มสมองอักเสบติดเชื้อ จึงส่งตัวไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ อุบลราชธานี ในเย็นวันที่ 12 กันยายน และแพทย์ของโรงพยาบาลสรรพสิทธิ์ได้นำตนไปตรวจเอ็กซเรย์สมองก็พบติดเชื้อใน ระบบประสาทส่วนกลางและให้ยาปฎิชีวนะ

แต่ต่อมาวันที่ 13 กันยายน ตนเองเกิดอาการหูสองข้างไม่ได้ยินเสียง หมอบอกอาการหูหนวกเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในเยื่อหุ้มสมอง ทำให้หูทั้งสองข้างหนวกถาวร ไม่มีทางรักษากลับมาให้หายได้ ทำให้ตนเองต้องกลายเป็นคนพิการทางหูและตกงานจากอาชีพดีเจคลื่นเพลงลูกทุ่ง ที่มีรายได้เดือนละ 4 พันบาท จนต่อมาภรรยาที่อยู่กินด้วยกันจนมีบุตรสาวหนึ่งคน ได้อุ้มลูกหนีไป ต้องอยู่โดดเดี่ยว ไม่มีรายได้เลี้ยงตนเองต้องอาศัยพี่ชายช่วยทำนา กรีดยาง แต่ก็ทำไม่ได้นานเพราะจะเกิดอาการเวียนหัวจนช่วยทำงานไม่ไหว ต่อมาญาติได้แนะนำให้มาขอคำปรึกษากับเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ และตัดสินใจยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายในที่สุด

ด้าน นางศรีวรรณ มารดาของน้องโดมิโน กล่าวว่า ตนเองตั้งครรถ์ครบกำหนด และเกิดอาการปวดท้องใกล้จะคลอดจึงเดินทางไปทำคลอดที่โรงพยาบาลตาคลี จนกระทั่งในช่วงบ่ายโมงเศษ ๆ ขณะที่กำลังคลอด และหัวเด็กคาช่องคลอดอยู่เพราะเด็กมีขนาดใหญ่ โดยที่ทางพยาบาลไม่ยอมผ่าทำคลอดให้ตนเองทั้ง ๆ ที่เด็กในท้องมีขนาดใหญ่และน้ำหนักตัวมาก กลับปล่อยให้ตนเองคลอดตามธรรมชาติ

เมื่อคลอดและหัวเด็กมา ติดอยู่ที่ช่องคลอด จึงมีพยาบาลหลายคนมาช่วยกันกดหน้าท้องตนเองเพื่อช่วยกันดึงเด้กออกมา จนในที่สุดตนจึงได้คลอด ด.ช.สุทธิพงษ์ ออกมา ในสภาพที่ไหปลาร้าหักทั้งสองข้างและเกิดอาการสำลักขี้เทา และกลายเป็นโรคปอดอับเสกเรื้งรังตั้งแต่นั้นมาจนต้องพาเข้ารับการรักษาตัว บ่อยครั้ง

ส่วนตนเองก็ได้รับผล กระทบการจากการคลอดเช่นกัน โดยมีอาการปวดหลังร้าวไปที่ขา ทำให้ต้องหยุดขายเสื้อผ้ามือสองซึ่งเป็นรายได้หลักมาเลี้ยงครอบครัว เพราะต้องพาบุตรชายไปหาจากโรคปอดอับเสกเรื้อรัง ซึ่งทางแพทย์ของโรงพยาบาลได้นำเงินมาให้ 6 หมื่นบาท และขอร้องให้ตนเองไม่เอาเรื่องดังกล่าวไปร้องเรียน แต่เงินจำนวนดังกล่าวไม่เพียงพอกับค่ารักษาพยาบาลและรายได้ที่หายไป ตนเองจึงมาปรึกษากับทางเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์และตัดสินใจยื่นฟ้อง ร้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขต้นสังกัดของโรงพยาบาล แห่งนี้ด้วยเช่นกัน

นางปรียานันท์ ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์กล่าวว่า อยากวิงวอนให้กระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาล หันมาให้ความสนใจกับชีวิตของคนไข้ไทยด้วย และอยากทวงสัญญากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขด้วยว่า ที่เคยรับปากกันไว้ว่า จะเร่งให้มี พรบ.คุ้มครองคนไข้ล้านเปอร์เซ็นต์ ขณะนี้ไปถึงไหนแล้ว ทำไมดูเหมือนว่า จะฟังแต่ฝ่ายหมอที่ต้าน พรบ.

"อยากจะขอวิงวอนว่า ให้รีบนำพ.ร.บ.คุ้มครองฉบับนี้เข้าสู่สภาไวๆ อย่าไปต้าน พ.ร.บ.ฉบับนี้เลย เพราะทั้งหมอทั้งแพทย์ ยังมีพ.ร.บ.คุ้มครองตั้งหลายฉบับ แต่คนไข้และผู้ป่วย ที่เสียหาย ยังไม่มี พ.ร.บ.คุ้มครองสักฉบับ ก็อยากจะขอให้เห็นใจและเมตตากับผู้ป่วย เพื่อให้เป็นที่พึ่งของคนไข้ไทยบ้าง เพราะปัจจุบันนี้ มีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการรักษาของแพทย์ มาปรึกษามาขอความช่วยเหลือกับเครือข่ายในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก" นางปรียานันท์ กล่าว

.....กรุงเทพธุรกิจ
โดย: ผู้ป่วย 2คนยื่นฟ้องหมอ-ร.พ.ศาล [27 ก.ย. 53 18:30] ( IP A:202.28.179.4 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ควรจะเริ่มมาตรฐานใหม่่ให้คลอดที่รพ.จังหวัดได้หรือยัง
บางคนบอกว่า ควรฝึกให้พยาบาลทำคลอดได้ีดีกว่านี้
อย่าไปกดหัวเขา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าข่าวออกมาแบบนี้
ต่อไปคงมีการส่งตัวไปคลอดที่รพ.จังหวัดมากขี้น

ไม่มีความคิดเห็นทางคดีนี้ แต่คิดถึงเคสคลอดต่อๆไปในอนาคต
โดย: เฮ้อ [27 ก.ย. 53 18:54] ( IP A:61.7.177.8 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ความเห็นที่ 2
คุณลองทำใจกว้างๆ ว่าการฟ้องทำให้รู้ความผิดพลาดที่ป้องกันได้หรือไม่ หากเขาฟ้องไม่มีเหตุผล ก็คงไม่ชนะคดี
แต่ถ้าเขาฟ้องมีเหตุผลและคุณแพ้คดี คุณก็ควรปรับปรุง ไม่ใช่ประชดด้วยการส่งต่อ
หรือคุณเป็นพวก ต่อว่าไม่ได้ ติติงไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้ ผิดไม่ได้ ฯลฯ ไม่เอาหน่า มีสมองก็ใช้ให้ถูกวิธี ใจต้องกว้าง เป็นหมอสมองดีต้องใจนักเลงด้วย อย่าใจเสาะ พวกหัวดีใจเสาะ ผมว่าปัญญาอ่อนใจสู้ดีกว่า
โดย: ฟฟ [27 ก.ย. 53 21:50] ( IP A:58.8.15.173 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ที่ส่งต่อไม่ใช่เพื่อประชดหรอกนะ
แต่เพราะทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน
หากมีภาวะแทรกซ้อนที่รับมือไม่ได้ขึ้นมาล่ะ
ใครเป็นคนได้ผลเสีย ไม่ใช่คนไข้หรือ
คนเรามันก็ต้องรู้ขีดจำกัดของตัวเองบ้าง
ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ตาม guideline ของทุกโรค
ไม่อย่างนั้น คงไม่ต้องมีหมอเฉพาะทางแล้ว
โดย: เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า [27 ก.ย. 53 22:05] ( IP A:61.7.177.8 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ท่าน จข คห ที่ 3 เนี่ย

ผมขอคาราวะให้หมดไหรวดเดียวจริงๆ

ผมถือว่า "เป็นความเห็นสุดยอดแห่งปีนี้"

และจะเป็นอุทาหรณ์สอนใจบรรดาคุณหมอวัยละอ่อน เป็นสัจจธรรมสำหรับคนในอาชีพหมอไม่เฉพาะในเมืองไทยนี้นะ แต่ใช้ได้กับโลกทั้งใบเลย
ซึ่งเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์นี้ สามารถใช้เป็นคำสอนคุณหมอคู่กรณีกับสมาชิกในเครือข่ายฯนี้ได้ตลอดไปจนกว่า "จะเลิก" เครือข่ายฯนี้ได้

สำคัญตรงที่ว่า ไม่รู้ว่าจะเลิกกันได้ไหมอะ "ในชาตินี้" เฮ้อ เวร!!!!
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [28 ก.ย. 53 7:48] ( IP A:115.87.214.159 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ก็ส่วนมาก เขาฟ้องไม่มีเหตุผล ก็เลยไม่ชนะคดีแพ่ง
ก็เลยเล่นอาญาซะส่วนมาก

บ.คุ้มครองฉบับนี้เข้าสู่สภาไวๆ อย่าไปต้าน พ.ร.บ.ฉบับนี้เลย เพราะทั้งหมอทั้งแพทย์ ยังมีพ.ร.บ.คุ้มครองตั้งหลายฉบับ แต่คนไข้และผู้ป่วย ที่เสียหาย ยังไม่มี พ.ร.บ.คุ้มครองสักฉบับ " นางปรียานันท์ กล่าว

แต่NGO ยังไม่มีกฏหมายควบคุมซักฉบับ
รับเงินแบบ ไม่มีที่มาที่ไป มีส่วนในการเปลี่ยนแปลงสังคม แต่ไม่มีการตรวจสอบทุจริตเลย
เขาเรียกว่า มีอำนาจ แต่ไม่มีคนตรวจสอบ
โดย: สตอ [29 ก.ย. 53 18:51] ( IP A:61.7.166.224 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เห็นด้วยกับความเห็นที่ 6
เมือไรเราจะมี พ.บ.ร.องค์กรพัฒนาเอกชน(NGOs)
วัตถุประสงค์หลัก จะได้รู้กันว่าใครตัวจริง ตัวปลอม ได้รับเงินสนับสนันจากไหน เอาไปใช้ทำอะไร

ไม่ใช่ ใครๆ ก็อ้าง NGOs ใครสนับสนุน (องค์กรที่ไม่หวังที่กับประเทศไทยหรือเปล่า) เงินได้มาแล้วเอาไปทำอะไร

ปล.NGOs ที่ดี ก็มีะนะครับ คุณทำดี ผมก็ชื่นชมครับ
โดย: kenta [29 ก.ย. 53 21:36] ( IP A:58.147.80.233 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน