เรียน ส.ส. ทำไมต้องมี พรบ
   
โดย: อย่าให้เขาล้างสมอง [1 ต.ค. 53 13:08] ( IP A:58.8.14.243 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ทำไมต้องมี พรบ คุ้มครองผู้เสียหายทางการแพทย์

เราพบความจริงว่า ความผิดพลาดทางการแพทย์ ทำคนไข้โรงพยาบาลสหรัฐตายจากความผิดพลาดที่ป้องกันได้ (เจ็บพิการไม่นับ, คลินิก ร้านยาไม่นับ) ปีละ 44000 คน ถึง 98000 คน มากกว่าตายจากอุบัติเหตุรถยนต์ มะเร็งเต้านม หรือเอดส์ คลิกดูข่าว :
https://www.usatoday.com/news/health/2004-10-27-who-mistakes_x.htm
เชื่อกันว่าในประเทศที่ไม่เจริญ จำนวนคนตายจากความผิดพลาดทางการแพทย์จะมีอัตราสูงว่าในสหรัฐ และความศูนย์เสียทางเศรษฐกิจนั้นมหาศาลไม่นับความเสียหายทางจิตใจที่ประเมินค่าไม่ได้ และคนไข้ที่ตาย เขามีครอบครัว บางครั้งเป็นเสาหลัก จึงเป็นเรื่องที่ต้องช่วยเหลือกัน และเขาเองก็ควรได้สิทธิที่จะได้ค่าชดเชยตามกฎหมายเมื่อเกิดความผิดพลาดที่ป้องกันได้จนถึงตาย หรือพิการ หรือบาดเจ็บ
อย่างไรก็ตาม การที่จะให้แพทย์หรือผู้เกี่ยวข้องจ่ายเงินชดเชยซึ่งบางครั้งเป็นจำนวนมาก แพทย์ก็จ่ายไม่ไหว จึงควรจะมีกองทุนเพื่อเป็นผู้จ่ายแทน ซึ่งเงินที่จ่ายกันนั้นมีหลักฐานว่า 2-3 % ของรายจ่ายทางการแพทย์ก็เพียงพอ และเป็นเรื่องที่คนไข้ยินดีช่วยกันออกเพื่อช่วยเหลือคนไข้ด้วยกันเอง โดยจ่ายเพิ่มอีก 2-3 % เช่นหากรักษาหวัด เดิมเสีย 100 บาท ก็จ่ายเพิ่มเป็น 103 บาท ถ้าเดิมเสีย 300 บาทก็จ่ายเพิ่มเป็นเงิน 309 บาท ก็จ่ายไหว (เหมือนเก็บภาษีแวต) แพทย์ก็ไม่ควรจะเดือดร้อน และไม่ควรจะโกหกอ้างว่าจะทำให้ค่ารักษาแพง ในเมื่อเขาเป็นคนจ่ายและก็เพิ่มอีกเพียง 2-3 % เงินที่ทาง สปสช กันไว้ 1 % ก็ไม่เคยใช้หมดในแต่ละปี (หักจากเงินแสนล้านที่รัฐให้ขาดแก่เพื่อประชาชนใช้รักษาโรคไม่ได้ขอเพิ่ม จึงเป็นเงินของคนไข้) การจ่ายเงินจะมีการสอบสวนหาสาเหตุ ซึ่งทำให้รู้สาเหตุและหาทางป้องกันแก้ไข ไม่ใช่หมกเม็ดแล้วก็ตายแบบเดิมซ้ำๆซากๆ ซึ่งเรื่องนี้ องค์การอนามัยโลก ถือเป็นนโยบายที่สมาชิกต้องปฏิบัติตาม และตั้งโครงการความปลอดภัยของผู้ป่วยโดยผู้ป่วยเนื่องจากเห็นว่าพวกหมอแก้ปัญหาไม่ได้เพราะไม่ได้ตายแบบคนไข้เวลาเกิดเรื่อง https://www.who.int/patientsafety/about/en/index.html ไม่เหมือนการแก้ปัญหาความปลอดภัยทางการบิน ที่เวลาเกิดเรื่อง กัปตันก็ตายตามผู้โดยสารด้วย บริษัทก็เสียเครื่องบินลำละหลายตังค์ สายการบินและกัปตันจึงแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องอาศัยผู้โดยสาร และความปลอดภัยทางด้านการบินเป็นต้นแบบของความปลอดภัย
https://heavenshelpers.org/image/cache/accidentaldeaths.jpg

การออกมาต่อต้านของแพทย์ รวมทั้งกล่าวหาคนไข้ต่างๆนาๆ และเรียกร้องเป็นอภิสิทธิ์ชนที่ห้ามฟ้องแพทย์เป็นคดีอาญาจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ได้ และยอมรับไม่ได้ ในเมื่อแพทย์ไม่ได้เสียอะไร คนไข้เสียอีกที่เสียเงินเพิ่มช่วยเหลือคนไข้ด้วยกันเองเวลาเกิดเรื่อง และการฟ้องร้องเป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคนที่จะฟ้องใครก็ได้ หากเขาได้รับการเยียวยา ช่วยเหลือใครจะไปฟ้องศาลให้เหนื่อยยากเสียเวลา และการกล่าวหาว่าเรื่องทางการแพทย์หากผู้ไม่รู้วิชาการแพทย์มาตัดสินคดี หรือหากมีการร้องเรียน จะไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้อง ต้องแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นจึงจะตัดสินได้ถูกต้อง อันนี้รับฟังไม่ได้ ขาดเหตุผล ในเมื่อในการตัดสินคดีนี้เขาถามผู้รู้มาเรียบร้อยก่อนจะทำการตัดสินรวมถึงแพทยสภาด้วย มีการโต้แย้งได้ แพทยสภาก็โต้แย้งได้ ราชวิทยาลัยแพทย์ต่างๆ ก็โต้แย้งได้ จนเกิดข้อสรุปที่เป็นธรรม และที่สำคัญ ในอดีต การตัดสินโดยผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ที่ลำเอียง ช่วยเหลือแพทย์ด้วยกันเอง รวมทั้งแพทยสภา ไม่ยอมหาทางเยียวยา จึงนำมาซึ่งการฟ้องร้องคดีรกศาล และเป็นเหตุให้เกิดปัญหาต้องตั้งกองทุน และต้องมีคนนอกคอยตรวจสอบ คลิก
https://www.pantown.com/board.php?id=12163&area=&name=board12&topic=1257&action=view
หรือคลิก
https://www.sin-medicalmistakes.org/AboutSIN2.html
แพทยสภาเสียอีกที่ไปขัดขวางกระบวนการยุติธรรมโดยการไปทำหนังสือตกลงกับ สตช ว่าหากมีการฟ้องคดีอาญาแพทย์ให้ตำรวจสอบถามแพทยสภาว่ามีมูลหรือไม่ก่อน ก่อนสั่งฟ้อง ซึ่งไม่ถูกต้อง หนังสือ สตช. ต้องเพิ่มอีกท่อนหนึ่งว่าหากแพทยสภาเห็นว่าไม่มีมูล แพทย์ไม่ผิด แต่หากมีหลักฐานอื่น เช่นมีพยานแพทย์ที่เป็นธรรม มีหลักฐานน่าเชื่อถือก็ให้สั่งฟ้อง ไม่ต้องฟังแพทยสภา แต่ส่วนนี้ไม่ได้เขียนไว้ แสดงให้เห็นถึงความไม่บริสุทธิ์ใจและผิดหลักวิชาสอบสวน คดีสองแม่ลูกศรีธนะขัณฑ์ เป็นตัวอย่างที่ดี เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนิติเวชลงความเห็นว่าตายจากอุบัติเหตุ แต่น้องชายผู้ตายซึ่งไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่หาความรู้และหาข้อมูลมาแย้ง จนนำไปสู่การสั่งฟ้องและลงโทษแพทย์นิติเวชผู้เชี่ยวชาญ
https://blog.eduzones.com/applezavip/35733
การออกมาพูดจากข่มขู่โดยแพทย์ ว่าจะตรวจช้าๆ ตรวจละเอียดและส่งต่อไม่รักษา จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะที่แย่ของแพทย์ สังคมจะรุมประนาม ทั้งๆที่เรื่องนี้ก็ชัดเจนโดยนโยบายขององค์การอนามัยโลกที่บอกว่าความผิดพลาดทางการแพทย์นั้นอันตรายและพบมาก ต้องรีบแก้ไขเยียวยา แพทย์จึงควรจะต้องหาทางแก้ไข มากว่าแก้ตัวและมาข่มขู่คนไข้ ซึ่งเป็นผู้ที่เป็นวัตถุดิบให้แพทย์เรียนรู้ และเป็นผู้ให้เงินแพทย์ใช้ รวมทั้งเป็นผู้จ่ายเงินช่วยเหลือกันเอง เมื่อแพทย์ทำผิดพลาด การออกมาเรียกร้องของคนไข้เป็นการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือแพทย์ด้วยนอกจากช่วยกันเองหลังจากบรรดาแพทย์ปัดภาระมาตลอด
https://news.bbc.co.uk/2/hi/health/1931661.stm
ประเทศที่มีกองทุนก็มีให้เห็นเช่น สวีเดน นิวซีแลนด์ ทำไมเมืองไทยจึงมีเสียงค้านมากมาย แล้วจะเอาพวกที่แพทย์ไทยทำพลาดจนตายและพิการไปไว้ที่ไหน หรือไปที่หน้ากระทรวง หรือหน้าแพทยสภา หรือหน้าสำนักนายก หรือสภาผู้แทนราษฎร ใครช่วยตอบที
โดย: vjkof^ [1 ต.ค. 53 13:09] ( IP A:58.8.14.243 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   Monday, 15 April, 2002, 16:59 GMT 17:59 UK
Medical error victims call for action


Medical errors can cause much misery

Victims of medical errors have called for the government to provide better protection for patients.
A group of around 50 campaigners handed a petition to the Department of Health on Monday.

They say doctors must be made more accountable, and patients must be given better access to the facts of their treatment.
เขาว่าหมอต้องถูกตรวจสอบได้เหมือนคนอื่นๆ




We want an end to the denial and cover-up culture
เขาไม่ต้องการการโกหกปกปิด

Gillian Bean
The demonstration was organised by the pressure group Sufferers of Iatrogenic Neglect (SIN).
An iatrogenic illness is one caused by the treatment a patient receives.

SIN founder member Gillian Bean said: "The unpalatable truth is that the victim of a medical blunder will find that their ensuing healthcare has been put into jeopardy because to give remedial care would be to disclose the fact that damage has occurred, thereby giving evidence for a potential legal action.
เขาว่าหมอกลัวความจริงจะเปิดเผย
"We are fighting for a more civilised and humane way of dealing with medical errors.

"We want an end to the denial and cover-up culture.

"We want an open and honest culture in which doctors will be able to acknowledge their mistakes."

Soaring costs

Ms Bean said in an effort to contain compensation pay outs, the NHS defended every case and therefore sent legal costs soaring.

In order to reduce the legal bill, SIN wants a victims' compensation fund to be set up.

Ms Bean said the chief medical officer has acknowledged that one in 10 patients attending hospitals will be subjected to a medical error.

Recent research has estimated 34,000 people die needlessly each year in UK hospitals.
ที่อังกฤษตายปีละ 34000 (ประชากรเขาพอๆกับไทย)

Marilyn Lewis, of Action Against Unnecessary Hysterectomy (AAUH), said: "We have the right not to have our bodies unnecessarily invaded.

"Having a womb is part of being a woman, and many of us can no longer have physical relationships.

"All of us feel we have been misled and betrayed by the medical profession."

Missing files

Ellen Williams, 46, from Liverpool, was implanted with HRT despite having endometriosis, or bleeding of the womb lining.

She said: "HRT exacerbates the problem and now I bleed from the vagina and bowel, and have no womb.

"I have been unable to seek any sort of compensation because medical files mysteriously went missing and we have no evidence."

Derek Bye, of Poole, Dorset, became a member of Parents Recognition of Paediatric Errors because his daughter suffered a reaction to an injection given for diagnosing a urine infection.

"She had an inflammation of the brain and the consultant diagnosed epilepsy and prescribed drugs for the condition.

"Despite the fact I was not at all happy with giving the drugs, I had to because they threatened to have her taken into care if I did not comply."

His daughter died and the family was now helping police with manslaughter inquiries.
โดย: อ่าน [1 ต.ค. 53 13:24] ( IP A:58.8.2.132 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   งงกับความเห็นข้างบนมานานละ ที่ว่าตรวจละเอียดและส่งต่อ เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ในเมื่อพวกคุณอยากให้วินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง การตรวจละเอียดถือเป็นเรื่องจำเป็นมิใช่หรือ

การส่งต่อเพื่อพบผู้เชี่ยวชาญก็ถือว่าเหมาะสม หากแพทย์ในรพช.ไม่แน่ใจในการวินิจฉัยหรือรักษา ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์แก่ตัวผู้ป่วยแท้ๆ กลับกลายเป็นเรื่องไม่ถูกต้องไปแล้วหรือ

ในเมื่อพวกคุณคิดว่าหากทำผิดก็ต้องยอมรับ แล้วถ้ายอมรับว่าไม่แน่ใจในการวินิจฉัยหรือรักษา การส่งต่อก็เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้วนี่

พยายาม กับ ดันทุรัง มันไม่เหมือนกันนะ
โดย: อยากให้ทำยังไง [1 ต.ค. 53 16:43] ( IP A:61.7.177.66 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   คุณบอกตรวจละเอียด แบบที่เล่ากัน ว่า ปวดหัว ตัวร้อน ก็ตรวจล้วงก้น ล้วงช่องคลอด ฯลฯ แบบประชด
ไม่ใช่ตรวจละเอียดด้วยเหตุด้วยผล
โดย: ไม่มีใครต้องการแบบนั้น [1 ต.ค. 53 21:05] ( IP A:58.8.2.132 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ใครเล่ากันงั้นหรือ ในความเป็นจริง ไม่มีใครทำแบบนั้นหรอก ถ้ามันไม่จำเป็น
โดย: ไม่ลองคิดดูดีๆ ล่ะ [1 ต.ค. 53 21:32] ( IP A:61.7.177.66 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน