หมอวินิจฉัยโรคผิด เกือบตาย หมดไปหลายหมื่น
   เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กย. มีอาการปวดหน้าอกเวลาหายใจเข้าทุกครั้งซึ่งอยู่ดีๆก็เกิดอาการนี้ขึ้นมา จากตอนเช้าปวดนิดเดียว ไม่น่าตกใจ ตกเย็นปวดหนักขึ้นแต่คิดว่าเดี๋ยวหาย พอค่ำปวดมากขึ้นจนนอนไม่ได้เจ็บมากๆทุกครั้งที่หายใจ เลยคิดว่าถ้ามากกว่านี้ตอนเช้าจะไปหาหมอ แต่ไม่ทันเช้า ตี 4 ต้องตื่นเพราะมีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง ต้องไปหาหมอทันที พอไปถึงโรงพยาบาลย่านคลองตัน ก็ลงทะเบียนคนไข้ประกันสังคมหน้าห้องฉุกเฉิน แล้วนั่งรอพยาบาล(หน้าตางัวเงีย)วัดความดันอีก 15 นาที (ทั้งที่ไม่มีคนไข้รอ) วัดความดันเสร็จก็รอหมอเวรห้องฉุกเฉินตรวจ นานมากเกือบครึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มีพยาบาลเรียกตรวจ ทั้งๆที่ไม่มีคนไข้ก่อนหน้าผม สักพักมีหมอหน้าตาตี๋ๆวัยรุ่นเดินออกมาจากห้องตรวจอายุรกรรมปกติ หน้าตาเพิ่งตื่น เดินขยี้ตาออกมาเดินเข้าห้องฉุกเฉิน (ผมนึกในใจไอ้ตี๋นี้แน่ๆ) รออีก 15 นาทีพยาบาลเรียกตรวจ เปิดประตูเข้าไปไอ้หมอตี๋วัยรุ่นจริงๆด้วย หมอถามว่าเป็นไรมา ผมตอบว่าเป็บหน้าอกใต้ราวนมน่าจะเป็นที่ปอดเพราะเจ็บทึกครั้งที่หายใจเข้า หรือว่าเยื่อหุ้มปอดอักเสบหรือเปล่าครับ (ก่อนมาผมหาข้อมูลว่าอาการที่เกิดกับผมน่าจะเป็นโรคอะไร ก็เข้าข่าย อาการของเยื่อหุ้มปอดอักเสบ 80%) หมอบอกว่าไม่เข้าข่ายเพราะว่าผมไม่มีอาการไอ ไม่มีไข้ ผมเลยบอกว่าผมอ่านมาไม่จำเป็นต้องมีอาการไข้ / ไอ ร่วมด้วยก็เป็นนะหมอ อ่ะงั้นหมอตรวจหน่อยว่าเป็นอะไร หมอก็จับผมตรวจคลื่นหัวใจ เพราะคิดว่าอาจจะเป็นโรคหัวใจ ผมค้านเพราะผมเจ็บเวลาหายใจเข้าทุกครั้ง และเป็นอย่างต่อเนื่องไม่ เป็นๆหายๆ เหมือนโรคหัวใจ แต่หมอก็ให้ตรวจคลื่นหัวใจ ตรวจเสร็จ กราฟปกติไม่มีเส้นแสดงว่าจะเป็นโรคหัวใจ หมอก็เลยถามประวัติคนไข้ต่อ ยกของหนักมามั้ย / ไม่ครับ , อุ้มเด็กมาหรือเปล่า / ป่าวครับ , ออกกำลังกายหักโหมมั้ย / ไม่ได้ออกกำลังกายครับ , ทำงานอะไร / รับจัดงาน event ครับ แต่ไม่ได้ใช้แรงเพราะนั่งทำงานกับโต๊ะ , หมอเลยบอกนั่นแหละเพราะคุณนั่งทำงานนานกล้ามเนื้อเลยอักเสบ ผมนี้งง เรียนจบมาจากไหนวะ เจ็บหน้าอกมากๆทุกครั้งที่หายใจเข้า ก็ต้องระบบการหายใจดิ ดันมาบอกว่ากล้ามเนื้ออักเสบ สรุป ให้ยาคลายกล้ามเนื้อ + ยานอนหลับ ,มากิน กลับถึงบ้าน 7 โมงกว่า
จากนั้น ก็มีอาการเจ็บหน้าอกอยู่ตลอดหลังจากกลับจากโรงพยาบาล และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะท่านอนทุกท่า จนต้องนั่งหลับ เอาหลังพิงกำแพง คิดว่าเอาวะผ่านคืนนี้ไปน่าจะทุเลา ที่ไหนได้เริ่มนอน อาการเจ็บทรุดหนักขึ้นจนหายใจไม่ได้เลยเพราะหายใจเข้าไม่ได้เจ็บหน้าอกมากๆ ออกไปโรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้ที่สุดทันที เข้าห้องฉุกเฉินทันที รพ.แห่งใหม่ไม่ใช่ตอนเช้า (ตอนอยู่บน taxi จะตายให้ได้) เจอ อ. หมอเข้าเวร ใจดี เอาใจใส่ ถามอาการ ฟังคนไข้ จับเอ็กซ์เรย์ปอดทันที สรุปปอดอักเสบ และมีน้ำในปอด ระหว่างที่นอนในห้องฉุกเฉิน ก็เลือกห้องเดี่ยวเพื่อ admit ก็มีอาการวูบ การเต้นของหัวใจลดลงเหลือไม่ถึง 40 ครั้ง/นาที อ.หมอเลย จับเข้า ICU ดูอาการเลย 1 คืน จากนั้นก็นอน รพ.นี้ห้องเดี่ยว อีก 1 คืน แล้วทำเรื่องย้ายไป รพ.ประกันสังคม นอนอีก 3 คืน ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นทั้งหมดเกือบ 4 หมื่น เรื่องไม่เป็นเรื่อง ถ้าหมอคนแรกที่เราพบในตอนที่อาการเริ่มมีฟังคนไข้ ก็ไม่เกิดเรื่องอย่างนี้ อยากฟ้องร้องเรียกเงินคืนมา เพราะได้คืนไม่กี่พันหรอกครับจากประกันสังคม และต้องการให้เป็นกรณีตัวอย่างด้วยครับ ผมเกือบตายเพราะหมอคนนั้นที่วินิจฉัยผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยครับ
โดย: krit [29 ก.ย. 53 18:22] ( IP A:124.120.18.104 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   คุณอายุเท่าไหร่ครับ
โดย: Garcia [29 ก.ย. 53 18:47] ( IP A:203.155.165.35 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   อาการนอนแล้วหายใจไม่ได้ เป็นข้อมูลใหม่ที่หมอ รพ. เอกชน ได้ มากกว่าหมอคนแรกครับ
โดย: 222 [29 ก.ย. 53 20:13] ( IP A:202.28.179.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   วินิจฉัยโรคผิด เหตุเกิดเพราะหมอจบใหม่ไร้ซึ่งประสบการณ์ ตายไปหลายรายแล้วนี่ แล้วหน่วยงานไหนออกมารับผิดชอบบ้าง ก็รวมหัวหันออกมาปกป้องแพทย์หมด ยังไง ๆ แพทย์ก็ไม่ผิด เป็นไปตามสภาพพยาธิของโรค คำแก้ตัวหน้าด้าน ๆ ของหมอผู้ไม่มีมนุษย์ธรรมในกมลสันดาน ขอสนับสนุนร่างพรบ.
โดย: 555+ด่าหมาว่ะ [29 ก.ย. 53 20:16] ( IP A:118.172.125.211 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   น่าแปลกใจไหม ประเทศไทย จะให้หมอที่มีประสบการณน้อยที่สุด มาอยู่ในสถานที่ที่อันตรายมาที่สุด(ER) เป็นแบบเดียวกันทั่วประเทศ

มีประเทศไหนทำอีกบ้าง
โดย: ไทยแลนด์ [29 ก.ย. 53 20:27] ( IP A:182.52.126.148 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ไม่รู้มีประเทศไหนทำบ้าง แต่มันก็เป็นจริงตามนั้นครับ ตอนนี้มีโรงเรียนแพทย์บางแห่ง ถ้าจำไม่ผิดนะครับ(ไม่แน่ใจ) เป็นที่ โรงพยาบาลศรีครินทร์ คณะแพทย์ มข ที่มีการพูดถึงประเด็นแบบนี้กันมาก ทำให้เค้าเริ่มมีการปรับเปลี่ยนระบบ เพื่อให้ผู้มีประสบการณ์และเชียวชาญสามารถมาดูแลผู้ป่วยได้แบบทันที โดยในปัจจุบันก็มีความพยายามจะแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยจะเห็นว่า จะมีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ประจำอยู่ที่แผนกฉุกเฉิน แต่มีเพียงตามโรงพยาบาลขนาดใหญ่,โรงพยาบาลศูนย์และโรงเรียนแพทย์เท่านั่น ซึ่งก็มีเพียงแห่งละ 1-2 คน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ว่าจะให้ อยู่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเรืองเหตุผลด้านกำลังคน คงต้องรออีกหลายปีที่จะมีแพทย์เฉพาะทางด้านนี้มากขึ้น เพื่อทำให้การบริการด่านหน้าที่เป็นแผนกฉุกเฉินมีประสิทธิภาพมากขึ้น

และอีกแนวทางที่ตามโรงพยาบาลศูนย์และเครื่อข่าย(ของรัฐบาลตามต่างจังหวัด) หลายๆแห่งมีการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวโดยการเพิ่มช่องทางการรักษาที่รวดเร็ว(FAST TRACT)เพื่อให้ทันกับการดำเนินของโรค เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตเช่น กลุ่มคนไข้ที่มีอาการเจ็บหน้าอกเหมือนมีอะไรมากดทับ(อาการสามารถมาได้หลายรูปแบบมากแต่อาการแบบนี้พบบ่อยมากที่สุด) ร่วมกับอาการอื่นๆ รวมถึงผลการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ถ้าประเมินแล้วเข้าได้กับ กลุ่มอาการโรคกล้ามเนื้อหัวใขขาดเลือดผู้ป่วยจะถูกส่งเข้ารับการรักษาทันทีและมีทีมที่ดูแลรวมถึงแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจให้การดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด นี่เป็นตัวอย่างถึงที่แสดงให้เห็นว่า ในระบบการแพทย์ของประเทศไทยยังคงตระหนักถึงปัญหาที่บอกว่า การให้แพทย์ผู้มีประสบการณ์น้อยมาอยู่แผนกฉุกเฉิน แต่ภายใต้การให้บริการดังกล่าว ยังมีช่องทางที่ช่วยผู้ป่วยในกลุ่มโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น แต่ต้องอย่าลืมว่า ด้วยข้อจำกัดด้านกำลังคนของผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ไม่สามารถทำให้เกิดการบริการดังกล่าวได้เหมือนกันทุกโรงพยาบาลในประเทศไทย(ของรัฐบาล)
โดย: kenta [29 ก.ย. 53 21:11] ( IP A:58.147.80.233 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ผมอายุ 30 ปี ครับ
คืออยากจะบอกว่าสิ่งที่ผมต้องการสื่อสารให้ทุกท่านทราบคือ
1.ผมศึกษาและวิเคราะห์อาการของตัวเองจากช่องทางต่างๆที่มีอยู่รอบตัวเพื่อให้มีข้อมูลที่เพียงพอต่อการไปพบแพทย์ เพื่อที่จะเป็นหนทางท่นำไปสู่การรักษาโรคที่ถูกต้องต่อไปครับ
2.การที่แพทย์วินิจฉัยอาการผิดพลาดอย่างมหันต์อันอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต ทั้งที่ผู้ป่วยได้ท้วงติงแล้ว ทางแพทย์ที่ได้อ่านแล้วคิดยังไงครับ
3.จากการที่แพทย์วินิจฉัยผิดพลาด ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะผมได้ไปพบแพทย์ในครั้งแรกที่อาการทรุดหนัก ในตอนเช้ามืด ถ้าแพทย์ฟังผมและลองวินิจฉัยตามที่อาการที่ผมแจ้งว่าเจ็บในหน้าอกมากๆทุกครั้งที่หายใจเข้า ย้ำว่าทุกครั้งที่หายใจเข้า เป็นท่านที่อ่านคิดว่าจะเกิดจากระบบอะไร
ก.ระบบทางการหายใจ
ข.ระบบหัวใจ
ตอบกันมานะครับ แล้ว หมอที่รักษาผมจบมาได้ไง ????? แค่นี้วิเคราะห์ไม่แตก
เพียงแค่คุณวิเคราะห์ตามที่ผู้ป่วยแจ้ง คุณก็จะส่งผมไปยังขั้นตอนต่อไปคือ
ก.เอ็กซ์เรย์ปอด
ข.ตรวจคลื่นหัวใจ
ตอบมานะครับ หลังจากที่ผลออกมา หมอก็จะทราบว่า
ก.ปอดอักเสบ มีน้ำในปอด ส่งต่อเพื่อทำการรักษา
ข.คลื่นหัวใจปกติ กลับบ้านได้ เอายาบำรุงไปกิน
โรงพยาบาลเอกชน แถวคลองตัน ใช้สิทธิ์ประกันสังคม
หมด เกือบ 4 หมื่น ทั้งที่ไม่ควรจะเสียเงินเลยสักบาทเดียว
โดย: Krit [29 ก.ย. 53 23:27] ( IP A:115.87.117.53 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ตอบคุณ คห.2 >> คุณหมอทั้ง 2 ท่านได้ข้อมูลไม่ต่างกันครับ คุณหมอท่านแรกได้ข้อมูลมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะได้คุยกันมากกว่าคุณหมอท่านที่ 2 เพราะผมถึงมือคุณ อ.หมอท่านที่ 2 ก็ร่อแร่แล้วไม่มีเวลาพูดมากเท่าหมอท่านแรกหรอกครับ รพ.เอกชนเหมือนกัน ต่างตรงที่ รพ.เอกชนที่ 1 ใช้สิทธิ์ประกันสังคม รักษาโดยใช้หมอเด็กที่นอนรอคนไข้ในห้องตรวจอายุรกรรม , รพ.เอกชน2 ไม่รับสิทธิ์ประกันสังคมใช้เงินสด รักษาโดย อ.หมอที่รับฟังอาการของคนไข้ และพบสาเหตุของโรคที่แท้จริงครับ
คนไข้ทุกคนไม่ได้กินหญ้านะครับ ฉนั้นฟังเค้าบ้างแล้ววิเคราะห์ให้ถี่ถ้วน คิดว่าคนที่คุณรักษา คือพ่อ-แม่คุณ ถ้าทุกคนได้รับการรักษาเหมือนพ่อ-แม่ คงดี หมอคงไม่อยากให้พ่อ-แม่หมอ ได้รับการรักษาที่ไม่ดีแล้วตายใช่ไหมครับ
โดย: Krit [29 ก.ย. 53 23:38] ( IP A:115.87.117.53 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   เข้ามารับฟังหมอ (ที่ไม่ใช่ที่ปรึกษาเครือข่ายฯ ) เข้ามาตอบปัญหาของคนไข้ จะดูห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ
โดย: เข้ามาสังเกตการณ์ [30 ก.ย. 53 1:20] ( IP A:58.9.138.214 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   เจ็บหน้าอกทุกครั้งที่หายใจ ยังมีอาการเจ็บจากกล้ามเนื้อซี่โครง / กระดูกซี่โครง อีกครับ
โดย: เพิ่มเติมเฉยๆ [30 ก.ย. 53 8:12] ( IP A:202.28.179.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   แล้วคุณจะจับคนไข้เอ็กซ์เรย์ / ตรวจวัดคลื่นหัวใจ
อีกอย่างตัวหนังสือ ไม่อาจอธิบายได้เท่ากับการพูดจากปาก ซึ่งผมมั่นใจว่าผมได้อธิบายกับหมอถึงอาการ รวมถึงเกือบชี้นำด้วยซ้ำไป แล้วผมเกือบตายหมอว่าไง????
โดย: krit [30 ก.ย. 53 9:04] ( IP A:124.120.18.104 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ขอฟังอย่างเดียวก่อนยังไม่วิจารณ์
โดย: เจ้าบ้าน [30 ก.ย. 53 10:02] ( IP A:210.86.181.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ผมเป็นหมอนะ
ถ้าสิ่งที่คุณโพสต์มาเป็นความจริงทั้งหมดและไม่กั๊กข้อมูลบางเรื่อง หมอคนแรกพลาดแล้วครับ
ประเด็นต่อมา ในเมื่อคุณมีสิทธิ์ ปกส.และต้องการใช้สิทธิ์ คุณก็ควรกลับไปตรวจซ้ำที่รพ.แรกแต่ถ้าไม่ไหวคุณบอกว่าใกล้ที่สุดคือรพ.เอกชนที่คุณไปนอนมา คุณก็สามารถใช้สิทฺธิ์ปกส.แบบฉุกเฉินได้ไม่ใช่หรือครับ

แล้วก็จากบ้านคุณไปรพ.แรก กับ ไปรพ.อันหลัง อันไหนใกล้กว่ากันครับ
โดย: Garcia [30 ก.ย. 53 10:32] ( IP A:203.155.165.35 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ไม่กั๊กครับ ว่ากันไปตามจริง แต่ที่อยากขอความเห็นจากคุณ Garcia ในฐานะที่เป็นหมอคือ เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ทำให้ผมเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่น่าจะเกิด เพราะผมได้ไปพบแพทย์แต่เนิ่นๆแล้ว หมอจะรับผิดชอบมั้ยครับ ในฐานะที่ทำให้ผมเสี่ยงแก่ชีวิต และเสียเงินเสียทอง
ส่วนเรื่องการเบิก ปกส.เบิกได้ดังนี้ครับ
ผู้ป่วยในจ่ายให้ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ดังนี้

- ค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง ไม่เกินวันละ 1500 บาท
- กรณีผ่าตัดใหญ่ไม่เกิน 2 ชั่วโมง ไม่เกิน 8,000 บาท
- กรณีผ่าตัดใหญ่เกิน 2 ชั่วโมง ไม่เกิน 14,000 บาท
- ค่าห้อง ค่าอาหาร ไม่เกินวันละ 700 บาท (ค่าห้อง รวมค่าอาหาร จ่ายจริง 4500/1)
- ค่ารักษาพยาบาลเพิ่ม กรณีที่ต้องรักษาในห้อง ICU จ่ายไม่เกินวันละ 2,000 บาท (ค่า ICU ที่จ่าย คืนละ 7000 / 1 )
- กรณีการตรวจรักษาด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง ได้แก่ CT SCAN หรือ MRI จ่ายไม่เกิน 4,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
แล้วมีค่าใช้จ่ายอื่นๆท่ไม่เข้าประเด็นที่สามารถเบิกได้อีก 2 หมื่นกว่าบาท เช่นค่าวินิจฉัย , ค่าตรวจรังสี,ค่าตรวจทางเทคนิคการแพทย์,ค่าพยาบาล,ค่าวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์,ค่ายาผู้ป่วยใน บลา บลา บลา ......


ใครรับผิดชอบค่่าใช้จ่ายเหล่านี้ครับ ???
เพราะถ้าหมอคนแรกตรวจถูกต้อง ผมก็นอนอยู่ รพ. ปกส. เรียบร้อย ไม่เสียเงิน ไม่เสี่ยงชีวิต คุณ Garcia ว่าจริงมั้ยครับ
โดย: krit [30 ก.ย. 53 11:08] ( IP A:124.121.249.217 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ขอโทษครับพิมพ์ตกไปทำให้คลาดเคลื่อน เป็น

แล้วมีค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่เข้าประเด็นที่ ไม่ สามารถเบิกได้อีก 2 หมื่นกว่าบาท
โดย: krit [30 ก.ย. 53 11:14] ( IP A:124.120.18.104 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   จากบ้านคุณไปรพ.แรก กับ ไปรพ.อันหลัง อันไหนใกล้กว่ากันครับ
ถ้ารพ.แรกใกล้กว่าหรือพอพอกัน คุณพลาดครับ
ถ้ารพ.อันหลังใกล้กว่า รพ.แรกต้องรับผิดชอบครับ

แต่ผมสงสัยว่า
กรณีที่คุณไปร้องเรียนที่รพ.แรกให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่รพ.สอง
แล้วเค้า(รพ.แรก)บอกไม่รับผิดชอบเพราะคุณไม่ยอมมารักษากับเค้าเอง
โดยยกตัวอย่างคุณปวดท้อง ไปตรวจรพ.A บอกเป็นโรคกระเพาะ คืนนั้นอาการไม่ดีขึ้น คุณไปบำรุงราษฎร์ ปรากฏเป็น ไส้ติ่งอักเสบ ผ่าที่นั่นหมดไป แสนห้า คุณกลับไปรพ.A ขอให้รับผิดชอบ แสนห้า
คุณคิดว่ายังไง

บอกตามตรงนะ กรณีคุณนี่มันยากที่จะบอกว่า ใครควรรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสี่หมื่นของคุณนะ
แต่เห็นใจนะว่า ถ้ารพ.แรก x-rays ก็จบแล้ว
โดย: Garcia [30 ก.ย. 53 11:26] ( IP A:203.155.165.35 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ตอบคุณ Garcia
ณ เวลานั้น รพ.อันหลังที่หมดไปเยอะใกล้ที่พักกว่าเยอะ สรุปรพ. แรกต้องรับผิดชอบใช่มั้ยครับ
ส่วนเรื่องการร้องเรียน ผมยังไม่ได้เริ่มร้องเรียนอะไรที่ไหนกับใครทั้งสิ้น เพราะผมดำเนินการเบิกเงินในกรณีฉุกเฉินกับประกันสังคมอยู่ สรุปยอดได้มาไม่กี่พัน ดังรายการก่อนหน้านี้ อีกหลายหมื่นที่เสียไปทำไง กลับไปเรียกร้อง รพ.ปกส. ได้มั้ย อยากทราบด้วยครับ

ส่วนเรื่องกรณีผมไม่เห็นจะยากเลยครับว่าใครควรรับผิด ก็เห็นกันอยู่ตั้งแต่ต้นเรื่อง (คห.ที่ 12 คุณ Garcia ยังเห็นว่าหมอพลาด ผมไม่กั๊กข้อมูลด้วยตามที่แจ้ง) ว่าหมอผิด ทำให้ผมเสี่ยงอันตราย และเสียหาย แล้วตัวอย่างที่คุณ Garcia ยกมาก็ บอกว่า รพ. A ผิดไม่ถี่ถ้วน ก็ต้องยอมรับผิด ผมทราบว่าทุกคนเคยผิดพลาด แต่ถ้าคนที่เรียนมาเยอะอย่างคุณหมอทุกท่าน มีชีวิตสบายเงินเดือนหลักแสน จะเห็นใจ/เข้าใจคนหาเช้ากินค่ำที่ไม่มีเงินรักษาพยาบาล รักษาและวินิจฉัยด้วยความเต็มใจ เต็มที่ ทุ่มเท เสมือนเป็นญาติพี่น้องคุณ เรื่องอย่างนี้คงไม่เกิด (ประโยคนี้ผมเคยพูดให้นักศึกษาแพทย์ฟังใน class แต่ไม่ทราบว่าจะซึมลึกไปถึงหัวใจน้องๆเค้าได้นานแค่ไหน) คุณ Garcia คิดว่าไงครับ เรื่องใครผิด ตอบตามผิดถูกเลยครับ สังคมไทยต้องการความจริงใจ
ขอบคุณครับ
โดย: kri [30 ก.ย. 53 11:59] ( IP A:124.121.249.217 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   คืออย่างนี้ครับ
กรณีตัวอย่างที่ยกขึ้นมา ผมคิดว่าไม่ค่อยถูกที่จะให้รพ.A ต้องรับผิดชอบ แสนห้า งั้นเอาใหม่ คุณเปิดอู่ซ่อมรถ มี BMW มาซ่อมกับคุณเรื่องเครื่องเดินสะดุด ช่างของคุณตรวจสอบพบแบตเตอรี่ขั้วสกปรก ทำการล้างให้ เจ้าของนำรถกลับไปขับอีก 2-3 วัน เครื่องยังสะดุดอยู่ เลยเอารถเข้าศูนย์ BMW ช่างตรวจพบ ฝากรองน้ำมันฉีก ทำการซ่อมเปลี่ยนให้ใหม่ ค่าซ่อม แปดหมื่น เจ้าของรถนำใบเสร็จกลับมาหาคุณเจ้าของอู่ ให้รับผิดชอบเพราะวินิจฉัยอาการผิดพลาด คุณจะจ่ายเค้ามั๊ยครับ แปดหมื่น

พอเข้าใจมั๊ยครับ ผมไม่ได้กวนนะครับ แต่ผมรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

ส่วนในกรณีของคุณ ผมว่าคุณควรแจ้งรพ.แรกว่ามีการวินิจฉัยพลาด ตั้งแต่ทราบผล x-rays (โดยให้รพ.อันหลังนี้ ดำเนินการให้) เพื่อใช้สิทธิ ปกส.
ผมเชื่อว่า รพ.แรกจะส่งรถพยาบาลมารับคุณไปรักษาต่อที่เค้าอย่างเร็วแน่ๆ

แต่ในกรณีคุณเรื่องมันก็ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ถ้าถามผมนะ รพ.แรกพลาดจริง แต่เรื่องการรับผิดชอบค่ารักษารพ.อันหลัง มันไม่สมเหตุสมผล
ผมแนะนำคุณควรไปคุยกับเค้าดูละกัน คุณจะเป็นเหมือนอาจารย์ที่สอนหมอท่านนั้นว่า เจ็บหน้าอกตามการหายใจ อายุ 30 ต้องส่ง x-raysปอด ทุกราย
ส่วนเรื่องความรับผิดชอบ ผมไม่ขอตอบละกัน เพราะไม่ทราบจริงๆว่าอย่างใดจะยุติธรรมกับทั้งสองฝ่ายมากที่สุด

หมอที่เก่งที่สุด ละเอียดที่สุด ถ้าโชคไม่ดี มันก็พลาดได้
โดย: Garcia [30 ก.ย. 53 15:07] ( IP A:203.155.165.35 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
    อาการของเยื่อหุ้มปอดอักเสบ 80%
หมายความว่า 80%เยื่อหุ้มปอดอักเสบ มีเจ็บอก หรือ เจ็บอกมีโอกาสเป็นเยื่อหุ้มปอดอักเสบ 80% อันนี้ไปหาอ่านกันก็ดีนะเผื่อคนอื่นๆ
โดย: ตี4 ER R/O MI มันไม่พอ [30 ก.ย. 53 15:36] ( IP A:61.7.235.230 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   ขอบคุณครับ ท่านความคิดเห็นที่ 18
ผมลืมเล่าให้คุณ Garcia ฟังด้วยว่าก่อนเจ็บหน้าอก ผมเป็นไข้หวัดใหญ่ด้วย แต่หายแล้ว 2 สัปดาห์ ก็มาเกิดอาการเจ็บหน้าอก (แต่ผมเล่าให้หมอทุกท่านฟังหมดเรื่องอาการป่วยก่อนหน้าครับ) ท่านที่เป็นไข้หวัดช่วงนี้ระวังหน่อยนะครับ อาการแบบผมอาจเกิดได้โดยไม่คาดคิด ส่วนมากอาการนี้เกิดหลังจากที่เป็นไข้หวัดใหญ่ครับ หลักๆคือเจ็บแปลบที่หน้าอกทุกครั้งที่หายใจเข้า อาจมีไข้ อาจไอ หรือไม่มีไข้ ไม่ไอ พบแพทย์เพื่อเอ็กซ์เรย์ปอดซะ ถ้าหมอไม่เอ็กซ์เรย์ให้ ยอมเสียตัง 300 เอ็กซ์เรย์เองก็ได้ครับแล้วเอาผลเอ็กซ์เรย์ มาให้หมอที่เรียนมาไม่ครบหลักสูตร/ไม่ใฝ่หาความรู้เพิ่มเติม วินิจฉัยอาการไม่ตาม step ต้องให้คนไข้มาสอน คราวหน้าก็ไม่ต้องไปหาหมอเพราะหมอช่วยคุณไม่ได้ ทุกโรค (โทษครับที่ระบายเยอะ หมอดีๆก็มีเยอะ แต่ถ้าคุณไม่เจอกับตัวไม่มีวันรู้หรอกครับว่าคนที่เจอปัญหารู้สึกอย่างไร)
โดย: krit [30 ก.ย. 53 18:10] ( IP A:124.120.75.246 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   สำหรับ คห.ที่ 17 ของคุณ Garcia กรณีที่คุณยกมาผมเป็นเจ้าของอู่แรก ผมก็ไม่จ่ายครับ เพราะเหตุและผลมันชัดเจน คนที่ทานข้าวก็น่าจะตีความออกว่าใครผิดถูก แต่ผมว่าเอามาเปรียบกับกรณีการเจ็บป่วยไม่ได้ครับในกรณีที่คุณยกมา เพราะความเสียหายไม่เยอะ เปรียบเทียบกับคนไข้จะตายไม่ได้ครับ
สมมติว่าถ้าจะเปรียบกับการซ่อมรถลองมาดูกรณีที่ผมยกตัวอย่างนะครับ
นายAเอารถเข้าซ่อมเบรคที่อู่เสร็จเรียบร้อยแล้วผมขับรถออกมา สักพักพอถึงสี่แยกไฟแดงนายA เหยียบเบรคลงไปจนสุดแล้วก็ไม่สามารถเบรคได้ ทำให้โดนประสานงากลางสี่แยกไฟแดง เหตุการณ์นี้คุณ Garcia คิดว่าอู่ซ่อมรถที่นายA เอารถไปซ่อมผิดมั้ยครับ
ผมว่าแต่ละกรณีมันมีข้อสรุปที่ต่างกัน ต้อง case by case ครับ ถ้ากรณีที่คุณ Garcia ยกตัวอย่างมาเจ้าของรถไปเรียกร้องกับอู่แรกก็ดูเป็นการแสดงความไม่ฉลาด และเห็นแก่ตัว รวมถึงเอาแต่ได้ไปหน่อยนะครับ
ขอบคุณครับ
โดย: krit [30 ก.ย. 53 18:23] ( IP A:124.120.75.246 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   เรียนจบมาจากไหนวะ เจ็บหน้าอกมากๆทุกครั้งที่หายใจเข้า ก็ต้องระบบการหายใจดิ ดันมาบอกว่ากล้ามเนื้ออักเสบ
^
^
คุณเข้าใจถูกไม่หมด (ถ้า strict มากๆ ก็ต้องถือว่า คุณเข้าใจผิด)

"ได้ยาคลายกล้ามเนื้อแล้ว อาการไม่ดีขึ้น" เป็นข้อมูลที่หมอคนที่สอง ได้มากกว่าคนแรกครับ
โดย: 222 [30 ก.ย. 53 19:24] ( IP A:202.28.179.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 22
   ปอดอยู่ด้านในสุด...

หุ้มด้วยเยื่อหุ้มปอด...

แล้วคลุมด้วยกระดูกซี่โครง..ที่แต่ละซี่ยึดไว้ด้วยกล้ามเนื้อซี่โครง..

ในขณะหายใจเข้า....ปอดขยายตัวมาดันเยื่อหุ้มปอด...ทำให้เจ็บมากขึ้น..เป็นอาการของเยื่อหุ้มปอดอักเสบจริง...

แต่ในขณะหายใจเข้านั้น...ก็สามารถกระเมือนมาถึงบริเวณกล้ามเนื้อชายโครงได้เช่นเดียวกัน..

อาการเจ็บหน้าอก....เป็นอาการที่ปราบเซียนมานักต่อนักแล้ว..

การทำEKGแม้ว่าลักษณะอาการจะไม่เข้ากับภาวะหัวใจขาดเลือดเท่าใดนัก...แต่โรคดังกล่าวนั้น...รุนแรงจนอาจถึงแก่ชีวิต....การตรวจเพื่อแยกโรคดังกล่าวออกไป..จึงไม่น่าจะผิดอะไร...

ส่วนการทำCXR...ลำพังมีอาการเจ็บหน้าอกขณะหายใจเข้าสุด...ถ้าผมฟังเสียงปอดแล้วปกติ...ผู้ป่วยไม่ได้มีอาการหายใจเร็วรึหอบเหนื่อย..อากาศในเลือด(O2sat)ปกติ....พูดง่ายๆคือ..ไม่ได้ส่อเค้าว่ามีอาการติดเชื้อในปอร่วมด้วย

ผมก็ไม่ส่งCXRครับ....เพราะมันจะไม่เห็นอะไร...

กรณีที่คุณเข้าใจว่าหมอคนแรกวินิจฉัยผิด....จึงไม่อยู่ี่ที่เรื่องอาการเยื่อหุ้มปอดอักเสบของคุณ...

แต่อยู่ที่ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่หมอทั้ง2คนตรวจพบ....เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ต่างกัน....โดยพิจารณาสัญญาณชีพอื่นๆในขณะนั้นมาประกอบ

จากที่คุณเล่ามาทั้ง2เหตุการณ์ใน2รพ.ระยะเวลาที่แทบจะต่อเนื่องกัน

และคุณบอกว่า..."สรุปปอดอักเสบ และมีน้ำในปอด ระหว่างที่นอนในห้องฉุกเฉิน ก็เลือกห้องเดี่ยวเพื่อ admit ก็มีอาการวูบ การเต้นของหัวใจลดลงเหลือไม่ถึง 40 ครั้ง/นาที"

แสดงว่าอาการรุนแรงมาก...หากไม่เป็นการรบกวน..น่าจะขอฟิล์มCXRมาประกอบให้ดูด้วยครับ...

คำว่ามีน้ำรั่วในปอดของคุณ....หมายถึง..มีน้ำรั่วในเนื้อปอด...หรือรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดครับ?

และที่บอกว่ามีชีพจรลดต่ำลงนั้น...เกิดจากอะไร?....มีน้ำรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดปริมาณมากไปกดเบียดหัวใจ?(Cardiac tamponade)...แต่จากที่เล่า..ไม่ได้พูดถึงการเจาะปอด

แสดงว่ามีอาการปอดติดเชื้อร่วมกับมีภาวะเยื่อหุ้มปอดอักเสบ?

โดยไม่มีไข้....ไม่ไอ...ไม่มีหายใจเร็ว?...อากาศในเลือดปกติ?

ถ้าอย่างไรขอข้อมูลเพิ่มด้วยครับ
โดย: Dr.Tum [30 ก.ย. 53 20:48] ( IP A:124.122.4.63 X: )
ความคิดเห็นที่ 23
   ฟิล์มตอนที่เข้า ER ที่รพ. แห่งที่ 2 เวลา 00.44 on 20/09/53

โดย: krit [30 ก.ย. 53 23:02] ( IP A:124.120.75.246 X: )
ความคิดเห็นที่ 24
   ฟิล์มตอนที่เข้า ER ที่รพ. แห่งที่ 2 เวลา 12.58 on 21/09/53

โดย: krit [30 ก.ย. 53 23:05] ( IP A:124.120.75.246 X: )
ความคิดเห็นที่ 25
   โทษทีครับรูปใหญ่ไปหน่อย
ภาพแรก ตอนที่เพิ่งถึง ER รพ.2 ผมไม่สามารถหายใจได้ปกติ = หายใจเข้าได้เพียงเล็กน้อยมาก
ส่วนภาพที่สอง ผ่านไป 1 วัน หายใจเข้าได้มากกว่าเดิมเพียงเล็กน้อย และยังคงไม่สามารถนอนราบได้ ต้องปรับเตียงนอนประมาณ 75 องศา ตลอด (เหมือนนั่งหลับบนรถทัวร์เลยครับ)
โดย: krit [30 ก.ย. 53 23:09] ( IP A:124.120.75.246 X: )
ความคิดเห็นที่ 26
   จากนั้นก็ส่งตัวเข้า รพ.ประกันสังคม CRX อีก 4 ฟิล์ม แต่ไม่ได้นำกลับมา
โดย: krit [30 ก.ย. 53 23:12] ( IP A:124.120.75.246 X: )
ความคิดเห็นที่ 27
   wow
ตอนแรกที่ผมอ่าน ยังไม่เห็นฟิล์ม ผมนึกว่าต้องมีน้ำในปอดเยอะแน่ๆ เพราะเห็นว่านอนราบไม่ได้ ต้องเข้า ไอซียู แต่เท่าที่ดูใน film มันน้อยกว่าที่คิดไว้เยอะเลยครับ
น้ำในปอดเนี่ย ถ้าน้อยกว่า 300 cc ตรวจร่างกายปกติครับ
ส่านที่เห็นใน film น่าจะประมาณ 200-300 ซีซีเท่านั้น โดยเฉพาะ film แรกซึ่งมีน้ำนิดเดียว จะเห็นว่ามุมปอดถูกเงาน้ำบังไปหน่อยเดียว ตรวจร่างกายไม่เจออะไรแน่นอน

แบบนี้เนี่ยจะโทษหมอคนแรกก็พูดยากนะครับ ประเด็นสำคัญคือสัญญาณชีพแรกรับที่รพ.แรกเป็นยังไง หายใจเร็วมั๊ย ออกซิเจนในเลือดปกติมั๊ย ความดันดีมั๊ย มีไข้มั๊ย ถ้าปกติดีหมด อย่าว่าแต่ x-ray ปอดเลยครับ คลื่นหัวใจหมอบางคนเค้าก็ไม่ตรวจหรอกนะครับ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ไปพบแพทย์ท่านอื่นมาแล้ว กินยาแล้วไม่ดีขึ้น อันนี้แหละครับเป็นข้อได้เปรียบของหมอคนที่สอง ที่มักจะตรวจ x-rays คลื่นหัวใจ เจาะเลือด บลา บลา ให้คนไข้

หมอคนแรกพลาดครับ แต่ต่อให้เป็นหมอท่านไหนก็พลาดครับ
(กรณีสัญญาณชีพปกติหมดทุกตัวนะครับ)
โดย: Garcia [1 ต.ค. 53 11:21] ( IP A:203.155.165.35 X: )
ความคิดเห็นที่ 28
   สงสัยคุณ Garcia จะเอาความเป็นหมอของคุณมาใส่ในความเห็นเยอะไปหน่อยครับ
เข้าใจครับว่าต่อให้เป็นหมอท่านไหนก็พลาด ผมเข้าใจดี
แต่ไม่ใช่กรณีผม
ที่ผมโทษคุณหมอท่านแรกเพราะผมเป็นคนไข้ที่ได้ทำการหาข้อมูลศึกษาอาการก่อนที่จะพบแพทย์ รวมทั้งเกือบชี้นำด้วยซ้ำไปว่าเกี่ยวกับปอดของผมมั้ย แต่หมอไม่ใส่ใจในคำพูดของคนไข้ และไม่ฉุกคิดว่ามันก็เข้าข่ายนี่หว่า และยังเชื่อมั่นว่าตัวเองถูก ก็เลยสรุปว่าผมแค่กล้ามเนื้ออักเสบ

ส่วนเรื่องน้ำในปอดผมคงไม่เถียงเพราะผมไม่ทราบ เพราะผมไม่ได้เป็นหมอครับ
แต่คุณหมอเฉพาะทางเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เข้ามาอธิบายให้ผมฟังว่า จุดขาวๆที่ผมวงไว้ หมอคิดว่ามันคือปัญหา และหมอคิดว่าไม่น่าจะเป็นน้ำ อาจจะเป็นเมือก / ของเหลวข้น เพราะว่ามันไม่กลิ้งเหมือนน้ำ ส่วนเรื่องที่เกิดได้ไง หมอบอกว่า เกิดจากเชื้อไวรัส / แบคทีเรีย ซึ่งก็มีหลายตัวและหมอไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเชื้ออะไร ถ้าอยากทราบต้องเจาะปอดแล้วเอามาวิเคราะห์ ส่วนตอนนี้รักษาโดยใช้ยาฆ่าเชื้อที่ พบปกติก่อน (เนื่องจากยังไม่ระบุได้ว่าเป็นเชื้ออะไรจึงใช้ยาฆ่าเชื้อที่ครอบคลุมรักษาก่อน)

อย่างที่บอกครับว่า ตัวหนังสือบอกได้ไม่ละเอียดเท่ากับตอนที่คุยกับหมอตอนมีอาการ
โดย: krit [1 ต.ค. 53 12:07] ( IP A:124.122.120.149 X: )
ความคิดเห็นที่ 30
   300 cc เหรอ ครับ ผมว่า ไม่น่าถึง 30 cc ด้วยซ้ำ

ที่ว่านอน ICU นี่ ได้เจาะปอดหรือป่าว
โดย: งง ฟิล์มหรือแอนนี่ ผิดคนรึป่าว [1 ต.ค. 53 15:04] ( IP A:182.52.124.160 X: )
ความคิดเห็นที่ 31
   ถึงลูกหมา คห.3

เก็บปากหมาๆไว้เห่าคุยกับพ่อแม่มรึงเถอะ
โดย: ด่าไอ้ลูกหมา [2 ต.ค. 53 4:53] ( IP A:124.157.180.205 X: )
ความคิดเห็นที่ 32
   แล้วทำไมไม่ติดต่อโรงบาลแรกไปรับอะถ้าหนักจริง
เพราะว่าที่โรงบาลที่สองน่าบอกนินาว่าเสียเงิน
โดย: เค้าไม่บอกเหรอว่าอาจต้องเสียเงิน [2 ต.ค. 53 13:13] ( IP A:202.28.24.162 X: )
ความคิดเห็นที่ 33
   กรุณาอ่านที่ผม post ด้วยครับว่าลำดับขั้นตอนของผมทำอย่างไร

ส่วนเรื่อง รพ.ที่2 เสียเงินผมทราบ แต่ถ้าคุณฉึกเฉินคุณจะไปเข้า รพ.ที่ไกลบ้านกว่าเหรอครับ "ฉุกเฉินครับ" เสียเงินก็ต้องยอม เอาชีวิตรอดไว้ก่อน หรือคุณจะเสียงชีวิตเพราะเสียดายเงิน
โดย: krit [2 ต.ค. 53 13:51] ( IP A:110.168.91.39 X: )
ความคิดเห็นที่ 34
   เราหมายถึงพอนายรู้การวินิจฉัยเเล้วทำไมไม่ติดต่อให้รพ เเรกมารับ
จะได้ไม่เสียเงินหรือไม่เก้อให้โรงบาลสองไปส่งจะได้เสียเงินน้อย
เข้าใจยัง
โดย: เอ่ออออ [2 ต.ค. 53 14:55] ( IP A:202.28.24.162 X: )
ความคิดเห็นที่ 35
   ครั้งต่อไปไม่มีแล้วครับ
เป็นเพราะไม่รู้และไม่มีใครแนะนำ ผมอาจผิดเอง แต่พยายามทำตามขั้นตอนอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ผมพยายามแล้วครับ

แต่ที่บอกว่าถ้าหมอคนแรกฟังคนไข้เรื่องก็ไม่ยืดยาวครับ
โดย: krit [2 ต.ค. 53 15:02] ( IP A:110.168.91.39 X: )
ความคิดเห็นที่ 36
   ตกลง ที่ว่าเกือบตายนี่ มันยังไง แล้วที่ว่ามีน้ำในปอดนี่ ได้เจาะปอดเพื่อระบายน้ำรึป่าว เพราะดูฟิล์มที่เบลอๆไม่ชัดเนี่ย มันมีน้ำ น้อยถึงน้อยมาก

ผมว่า แทนที่ จะไปเอาเหลือจากหมอคนที่ 1 น่าจะ เอาเรื่อง หมอ รพ ที่2 ดีหรือป่าว ฐานหลอกคนไข้ นอน ICU เพื่อให้เกิดค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้น เพื่อเรียกเงิน จากคนไข้แพงๆ ไง

ICU รพ เอกชน มักไม่หนักจริง เอาคนไข้ธรรมดาประโคมว่าหนักแล้วเอาเข้า ICU เรียกเก็บเงินคนไข้แพงๆ พอหาย ก็บอกว่ารักษาแบบเต็มที่จนพ้นขีดอันตราย คนไข้็ภูมิใจ+ศรัทธา คิดว่า รพ นี้เก่ง ทำให้ตัวรอดจากความตาย แท้จริงแล้ว ICU เตียงว่าง เลยหลอกกินตังค์ซะเลย

ถ้าหนักจริง มีน้ำในเยื่อหุ้มปอด แล้วได้เจาะปอดเพือระบายน้ำรึป่าว ได้เอาน้ำในเยื่อหุ้มปอดไปส่งตรวจหา วัณโรครึป่าว ระวังนะ วัณโรคเยื่อหุ้มปอดมันเจอเยอะ
โดย: ระวังจะโดนหลอกโดยไม่รู้ตัว [2 ต.ค. 53 16:02] ( IP A:182.52.121.120 X: )
ความคิดเห็นที่ 37
   หมอบางคนแค่รู้ว่าเป็นผู้เสียหายก็ต้านเอาไว้ก่อนแล้ว เขาไม่ฟังหรือคุณ krit อย่าพยายามสีซอให้หมอบางคนฟังเลย
โดย: ภาษาคนเขาฟังไม่รู้เรื่อง [3 ต.ค. 53 1:00] ( IP A:58.9.107.96 X: )
ความคิดเห็นที่ 38
   น้ำน้อยมากๆ ถึง U/S guide tap ก็คงยากมากๆอ่ะ
โดย: ... [3 ต.ค. 53 8:28] ( IP A:110.77.143.156 X: )
ความคิดเห็นที่ 39
   ตกลงได้เจาะปอดมั๊ยครับ นอน ICU กี่คืน

รักษาไปยังไงบ้าง ฉีดยาอย่างเดียว เหรอครับ

จขกท.ออกมาให้ความกระจ่างด้วยครับ
โดย: มันชักจายังไงอยู่นา [3 ต.ค. 53 11:53] ( IP A:125.24.23.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 40
   ผมเข้า รพ.ที่2 คุณหมอทุกท่านเข้ามาอธิบายถึงอาการที่เกิดขึ้นกับผมว่า เกืดอะไรขึ้นกับผม แล้วอาการจะเป็นอย่างไรบ้าง จะหายอย่างไร มีขั้นตอนวิธีการรักษาอย่างไร เริ่มที่หมออายุรกรรม ต่อด้วยหมอโรคหัวใจ และคุณหมอทางเดินหายใจ และในคืนที่ผมเข้า icu คุณหมอเวรที่รับตัว ย้ำกับคุณหมอเฉพาะทางทุกท่านที่เข้าตรวจผมรายงานผลการวินิจฉัย ให้ท่านทราบทุกครั้งไม่ว่าจะดึกอย่างไรก็ให้โทรเข้ามือถือเพื่อสรุปอาการคนไข้ภายในคืนนั้นให้ได้
ส่วนเรื่องการเจาะน้ำในปอดเอามาวิเคราะห์ กรุณาอ่านคห.ที่ 28 ผมว่าเป็นการรักษาที่เป็นขั้นตอนดี เพื่อทำให้คนไข้เจ็บตัวน้อยที่สุด และไม่ใช่เอะอะก็เจาะก็ผ่า เพื่อรีดเงินกับคนไข้
ผมมีความรู้ถึงจะป่วยแทบตายก็ยังกระเสือกกระสนคุยกับหมอทุกขั้นตอน การวินิจฉัย การรักษา กับคุณหมอที่ดูแลผมทุกท่าน และผมยินยอมให้หมอรักษาตามขั้นตอนที่ผมเห็นสมควรด้วย ไม่ใช่ฟังหมอแล้วเออ ออ ตามอย่างเดียวครับ
ผิด ก็ ว่า ตาม ผิด ครับ
ทำใจให้เป็นกลาง
อย่างที่บอก ตัวหนังสือบรรยายได้ไม่เท่าคำพูด
การวินิจฉัยตามฟิล์มที่เห็นไม่สามารถสรุปได้ทั้งหมดว่าเป็นอะไร
ต้องดูจากอาการคนไข้ ออกซิเจนในเลือด ความดัน อุณหภูมิของร่างกาย อัตราการเต้นของหัวใจ เอามาประกอบกัน
ส่วนท่านที่พูดเรื่องน้ำในปอดน้อยนิดเดียว ไปขอความเห็นต่อกับคุณหมอ Garcia ต่อได้ครับเพราะเค้าบอกว่าต้องมีน้ำ 300 cc ในปอดถึงจะปกติ (สงสัยคุณหมอในนี้เรียนมาคนละตำรากัน)
ถ้าคุณหมอทุกท่านงงกันเรื่องการรักษา/อาการก็กลับไปหา อ.หมอของท่าน เพื่อสอบถามcaseนี้ หรือศึกษาหาความรู้เพื่มเติมกันนะครับ คนไข้คนต่อไปจะได้ปลอดภัยเพิ่มขึ้น
โดย: krit [3 ต.ค. 53 11:55] ( IP A:110.168.97.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 41
   คุณ คห.39 ผมไม่ได้เจาะปอดเพราะรักษาตามอาการก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นถึงเจาะเอามาวิเคราะห์
ส่วนเรื่องการรักษาโดยให้ยาฆ่าเชี้อ ร่วมกับน้ำเกลือ และทานยา ตลอดการรักษาครับ ถ้าสงสัยเพิ่มเติมกรุณาไล่อ่านมาเรื่อยๆครับ เพลียที่จะอธิบายซ้ำ
โดย: krit [3 ต.ค. 53 12:02] ( IP A:110.168.97.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 42
   งันที่บอกว่าเกือบตาย ก็ไม่จริง โดนหลอกนอนICU ซะแล้ว ถ้าไม่ได้เจาะปอดก็อย่าพูดเลยว่าเกือบตาย
โดย: ระวัง TB Pleuritis นะ [3 ต.ค. 53 12:55] ( IP A:182.52.123.114 X: )
ความคิดเห็นที่ 43
   ใจเย็นสิครับอย่าว่าพี่ krit เค้าเลย
เค้าก้อป่วยจิง
แถมต้องเสียเงินแค่น้เค้าก้อเซ็งแย่เเล้ว
จะไปว่าเค้าทำไม
โดย: สงสาร [3 ต.ค. 53 12:58] ( IP A:202.28.24.162 X: )
ความคิดเห็นที่ 44
   ไม่เป็นไรครับให้เค้าแสดงความเห็นมาจะได้เห็นความจริงของสังคมครับว่ามีคนหลายประเภท
ฉนั้น เราทุกท่านต้องรักษาสุขภาพให้ดี อย่าป่วยจะดีที่สุด
คุณ คห.ที่42 คุณอาจจเก่งเหมือนหมอ รพ.ที่ 1 ที่ผมเข้าผมเข้าใจครับ
ผมขอเจอหมอแบบ รพ.ที่ 2 ดีกว่าครับ เพราะว่าเค้าวิเคราะห์จากทุกอย่างโดยรวม ไม่ใช่เอะอะก็เจาะปอดอย่างที่คุณบอก ถ้าคุณหมายถึงว่าต้องเจาะปอดต้องเข้าข่ายเกือบตายคุณกำลังแสดงความโง่ออกมา อย่าให้หมอโง่ๆอย่านี้ออกมารักษาคนไข้เลยครับ
ที่ผมออกมาPostผมไม่ได้อยู่ในเครือข่ายใดๆทั้งสิ้น ผมเป็นคนที่อยู่ในวังคม คนธรรมดาคนหนึ่ง และก็ได้รับทราบทัศนคติของแพทย์บางคนในที่นี้ที่ตั้งแง่ไว้ก่อน
ลดฐิถิ ลงมาบ้างครับคุณไม่ได้ถูกเสมอครับคุณหมอ
แล้วเรื่องส่วนได้ส่วนเสียกับ บ.ยาที่มาขายถึงในห้องตรวจคนไข้ ขอเถอะครับหมอ
กินเงินเดือนหมอกับ clinic ที่คุณทำเสริมก็รวยพอแล้วครับ อย่าเอาชีวิตคนไข้เข้ามาเสี่ยงเพราะการเอื้อประโยชน์ให้ บ.ยาเลยครับ (หรือหมอว่าไม่จริง)
โดย: krit [3 ต.ค. 53 13:25] ( IP A:110.168.97.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 45
   ขอบคุณคุณ คห.43 ไม่เป็นไรครับ ผมผ่านมาเยอะ และเห็นมาเยอะเกี่ยวกับทุกสาขาอาชีพ
รวมทั้งหมอด้วย เพราะผมทำ event ในระดับบริหาร ต้องคุยเรื่องเงินๆทองๆ ผลประโยชน์กับทุกคนที่มาทำ event รวมทั้งไอ้การพาหมอสัมมนาเพื่อขายยา เอา sale สวยๆมาล่อหมด บ้ากาม เห็นมาเยอะ
นักการเมืองโกงกิน จ้างทำ event 2 ล้านตั้งงบ 8 ล้าน (งงมะหายไปไหนคิดเอาเอง)
สังคมไทยมันต้องแก้ทั้งระบบ
ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองและมีน้ำใจให้คนในสังคมให้ดีที่สุดเป็นพอครับ
โดย: krit [3 ต.ค. 53 13:31] ( IP A:110.168.97.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 46
   ให้กำลังใจคุณ krit ที่อดทนกับหมอบางประเภท พวกเราสีซอมาเยอะแล้ว เลยเหนื่อยแทน
โดย: ให้กำลังใจ [3 ต.ค. 53 14:38] ( IP A:58.9.40.237 X: )
ความคิดเห็นที่ 47
   วันอังคารที่5ตุลา ถ้าว่างขอเชิญมาคุยกันที่หน้ารัฐสภาหน่อยนะครับ คุณKrit เครือข่ายเราจะชุมนุมอยู่ตรงทางฝั่งเขาดิน ตั้งแต่ 8โมงเช้าเป็นต้นไป
โดย: เครือข่าย [3 ต.ค. 53 19:34] ( IP A:124.122.27.136 X: )
ความคิดเห็นที่ 48
   "ส่วนท่านที่พูดเรื่องน้ำในปอดน้อยนิดเดียว ไปขอความเห็นต่อกับคุณหมอ Garcia ต่อได้ครับเพราะเค้าบอกว่าต้องมีน้ำ 300 cc ในปอดถึงจะปกติ (สงสัยคุณหมอในนี้เรียนมาคนละตำรากัน)"

เอาใหม่นะครับ น้าในปอดเนี่ย ถ้ามีน้อยกว่า 300 cc ตรวจร่างกายปกติ แต่ถ้ามากกว่า 300 ซีซี ตรวจร่างกายฟังเสียงหายใจที่ปอด เสียงมันจะเบาลงครับเมื่อเทียบกับอีกข้าง

ตอนแรกที่ผมอ่านอาการคุณ+การนอน ICU ผมคิดว่าน่าจะมีน้ำในปอดมากกว่า 300 ซีซีแน่ๆ ทำไมหมอคนแรกตรวจร่างกายไม่เจออะไร เค้าถึงไม่ได้ส่ง x-rays ผมจึงคิดว่าเค้าพลาดแล้ว แต่เมื่อเห็น film ที่คุณนำมาให้ดูจึงเห็นว่า น้ำน้อยมากๆ ตรวจร่างกายไม่น่าจะเจออะไร

ประเด็นคือ การส่ง x-rays ตามคำขอของคนไข้ จะทำหรือไม่ หมอคนแรกเค้าอาจจะเชื่อมั่นในการตรวจร่างกายของเค้า เลยไม่ได้ส่ง x-rays ซึ่งคุณเป็นฝ่ายถูก
โดย: Garcia [4 ต.ค. 53 8:19] ( IP A:203.155.165.35 X: )
ความคิดเห็นที่ 49
   ขออีกนิดครับ

คุณถูก ที่ขอตรวจ x-rays ปอด

แต่หมอคนแรกก็ไม่ผิดครับ เพราะน้ำในปอดคุณน้อยมาก

ไม่มีตำราเล่มไหนหรืออาจารย์หมอคนไหนเคยสอนว่า เจ็บหน้าอกตามการหายใจ ตรวจร่างกายปกติ ต้องเอ๊กซเรย์ปอด ทุกราย ครับ
โดย: Garcia [4 ต.ค. 53 8:29] ( IP A:203.155.165.35 X: )
ความคิดเห็นที่ 50
   ขอบคุณครับคุณ Garcia ที่อธิบาย
ถ้างั้นคุณหมอท่านที่ได้อ่านทั้งหลายที่ได้อ่านก็ลองดูนะครับเดี๋ยวนี้โรคมันอาจพัฒนาไปเร็วกว่าที่คุณหมอเรียนมา ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมกันนะครับ อย่าเชื่อมั่นเพียงแค่ในตำราที่เรียนมาอย่างเดียว
เพราะเดี๋ยวนี้อาการของโรคแปลกๆมันมีเยอะครับ
โดย: krit [4 ต.ค. 53 9:40] ( IP A:124.120.19.129 X: )
ความคิดเห็นที่ 51
   ถ้ามีคนจะจ่ายค่า X-Ray ให้คนไข้ทกคนที่มีอาการนั้น ก็ยอมครับ หมอก็สบายใจครับ

ในความเป็นจริงมีมั้ยครับ ถ้า X-Ray เยอะเกินความจำเป็น ใครล่มจมครับ
โดย: 222 [4 ต.ค. 53 19:26] ( IP A:202.28.179.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 52
   โอ้โฮ..51 ความเห็น

ว่ากันเข้าไป จะเข้ามาอ่าน
โดย: ไม่ยุ่ง [4 ต.ค. 53 21:31] ( IP A:58.9.106.169 X: )
ความคิดเห็นที่ 53
   คุณ คห.ที่51 อย่าเอาชีวิตพ่อแม่คุณ มาเสี่ยงกับค่าเอ็กซ์เรย์ 300 บาทเลยครับ หมอไม่ได้จ่ายสักหน่อย ถ้าหมอไม่แน่ใจก็ลองเอ็กซ์เรย์ดูก็ได้ รพ.ไม่คาดโทษหมอหรอก ยังไงก็เบิกประกันสังคมได้ สรุป ประกันสังคมจ่าย + สปสช.จ่ายให้พ่อแม่คุณครับ สบายใจได้
โดย: krit [5 ต.ค. 53] ( IP A:124.120.76.23 X: )
ความคิดเห็นที่ 54
   ปัญหาขอคนมีเงินและคิดว่าตัวเองฉลาด เป็นอะไรนิดหน่อยคิดว่าต้องได้นั่นได้นี่ถึงจะหาย ต้องเสียเงินแพงๆ
เหมอนบางคนนะ เป็นไข้ ตะเวนไปหาหมอ 3 วัน 3 ที่ จนมาถึงผม ผมเห็นยาเพียบเลย ดีๆทั้งนั้น ผมเลยฉีด น้ำเปล่า(nss) เข้าไปแล้วบอกว่ายาอย่างดี เก็บเงินแพงๆ คนไข้ได้จ่ายเงินแพงๆก็คิดว่ายาดี มีความสุขที่ได้เสียคน แถมวันรุ่งขึ้นก็หายอีกแนะ

เหมือนผูหญิงเดินซื้อเสื้อที่ marget พบเสื้อสวย + แพง ก็ตัดสินใจ พอเดินเลยมาอีกร้าน พบเสื้อเหมือนกันแบบเดียวกันแต่ราคาถูกกว่ามาก ก็เกิดเสียดดาย แต่ก็คิดเข้าข้างตัวเองว่า ของปลอมรึป่าว เย็บตะเข็บดีรึป่าว

เหมือนกรณี จขทก โดนหลอกนอน ICU หึหึ น้ำนิดเดียว ไม่ได้เจาะปอดด้วยซ้ำ โดนจับนอน ICU เรียกเงินแพงๆแล้วมาบอกคุณตอนเช้าว่าเมื่อคืนเกือบตายนะ เก็บเงินแพง คุณก็เชื่อ นี่แหละปัญหาของคนรวยและคิดว่าตัวเองฉลาด เหมือนฟิล์ม กินยายคลายเครียดไม่กี่เม็ด ก็เข้า ICU แระ สงสัย ฟิล์มกับ จขกท อาการจะหนักเกือบตายเท่าๆกัน
โดย: งงม่ะ [5 ต.ค. 53 6:28] ( IP A:182.52.125.48 X: )
ความคิดเห็นที่ 55
   เฮ้อออ เหนื่อยจะอธิบายว่าทำไมผมถึงไม่เจาะปอด
อีกอย่างผมไม่ได้รวย ก็คนธรรมดานี่แหละ เงินเดือนก็พอเหลือเก็บนิดหน่อยก็เสียดายเป็นธรรมดา
อีกอย่างสงสัยคุณคงหลอกคนไข้นอน ICU บ่อยจนคิดว่าคนอื่นทำแย่ๆอย่างคุณ ผมมีวิจารณญาณพอว่าจะนอนหรือไม่นอนซึ่งหมอให้นอนดูอาการ เพราะมีอาการแทรกซ้อนทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะโดยไม่ทราบสาเหตุ ผมว่าเหตุผลของหมอฟังได้ผมก็โอเคนอน ICU
และวันนี้ผมไปอ็กซ์เรย์ปอดมาอีกรอบ ทุกอย่างจบ ปอดเคลียหมด ไม่มีจุดขาวที่อักเสบ ร่างกายดูดซับน้ำในปอดออกไปหมด จบปัญหา
เหลืออีกสองเรื่องที่ต้องเคลีย
1.อุทรณ์ประกันสังคมที่เคลียเงินคืนมาให้น้อยมากๆ (ตามเกณฑ์ฉุกเฉินเป๊ะ)
2.เตะปาก คห.ที่54 ที่ดูถูกคนอาชีพเดียวกันว่าหลอกคนใข้ให้นอน ICU เพราะตัวเองทำบ่อย ภาพของหมอมันก็เลยเสียทั้งหมด
โดย: krit [6 ต.ค. 53 23:55] ( IP A:115.87.79.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 56
   สรุปว่าไม่ได้นอน ICU เพราะน้ำในปอด แต่นอน ICU เพราะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (ซึ่งคุณไม่ได้พูดถึงมาก่อนเลย เพิ่งพูดใน #55)
โดย: อืมๆ [6 ต.ค. 53 23:58] ( IP A:202.28.179.4 X: )
ความคิดเห็นที่ 57
   อ่านให้หมด เรื่องมันเยอะ ผมระบุด้วยว่าอัตราการเต้นเท่าไร ออกซิเจนในเลือดยังไง
ผมพูดอย่างก็ตีไปอย่าง ถ้าคุณอ่านมาจะทราบ
หรือให้ซ้ำอีกรอบมะว่าอาการอะไรบ้างในคืนนั้น
ถ้าขี้เกียจอ่านบอกมาจะพิมพ์ให้อ่านใหม่
โดย: krit [7 ต.ค. 53] ( IP A:115.87.79.198 X: )
ความคิดเห็นที่ 58
   อ่านเจอ คห.54 ที่อย่างเซ็ง

บอกก่อนนะ ผมไม่ใช่หมอเครือข่าย แล้วก็เกลียดมากด้วยทั้งประธานโรคจิต เจ้าคิดเจ้าแค้น ไม่สนับสนุนพ.ร.บ.สู้แล้วรวยของ NGO บางคน

แต่ความเห็นคุณมันแย่จริงๆ โดยเฉพาะฉีดน้ำเกลือ เก็บเงินคนไข้แพงๆ มันแสดงว่าอะไรรู้มั๊ย

คุณอย่าดีใจเลยว่าคุณรักษาคนไข้หาย คนไข้หายเพราะเค้าเชื่อใจ (TRUST) ในน้ำเกลือ ถ้าคุณเจ๋งจริงทำให้คนไข้เค้า TRUST คุณสิ ถ้าเค้า TRUST คุณ ไม่ต้องใช้น้ำเกลือหลอกเค้าด้วย แค่อธิบายให้เค้ามั่นใจว่าเค้าไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่ต้องกังวล เค้าก็หายเหมือนกัน

เพราะมีหมออย่างคุณ คอยยั่วโมโห กวนบาทาคนไข้อย่างนี้แหละ วงการหมอถึงได้มีภาพลักษณ์ที่แย่ลงเรื่อยๆ

ด่าเครือข่ายยังไม่เคยพิมพ์ยาวอย่างนี้เลย แต่อาชีพเดียวกันขอเถอะ
โดย: Garcia [7 ต.ค. 53 10:05] ( IP A:203.155.165.35 X: )
ความคิดเห็นที่ 59
   ขอบคุณคุณ Garcia
ผิดก็ว่าไปตามผิดครับ
โดย: Krit [7 ต.ค. 53 11:07] ( IP A:124.122.68.201 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน