ถ้าโรงพยาบาลนี้ทำจริง นาย เ ห ย มากๆ
   ปล้นแท็กซี่-แทงปางตาย รุมจวก รพ.เอกชนชื่อดังไม่รับรักษา-ให้ย้ายไปรับสิทธิบัตรทอง

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 1 ตุลาคม 2553 17:22 น.






คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

นายสมชาย ทองอนันต์ อายุ 49 ปี โชเฟอร์รถแท็กซี่ ที่ได้รับบาดเจ็บถูกคนร้ายลวงไปส่งแล้วปล้นทรัพย์






4 คนร้ายเมาปลิ้นลวงแท็กซี่จากหน้าห้างฟิวเจอร์พาร์ค บางแค ไปส่งถนนราชมนตรี พอถึงทางเปลี่ยวแสดงสันดานโจร ใช้แขนล็อกคอ-จ้วงแทงหน้าอก มีดจนมิด ก่อนปล้นทรัพย์หนีลอยนวล โชเฟอร์เจ็บปางตายกระเสือกกระสนฝืนขับรถออกมาขอความช่วยเหลือจนถูกนำส่ง รพ.เกษมราษฎร์ บางแค แต่ดวงซวยซ้ำ เจอปฏิเสธไม่รับรักษา ให้ *** ้ภัยพาไปส่งตาม รพ.ใช้สิทธิบัตรทองเอง เพราะถ้าให้รถของ รพ.ไปส่งต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายพัน รุมจวกยับ เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนปฏิเสธแบบนี้

วันนี้ (1 ต.ค.) เมื่อเวลา 02.30 น.ขณะที่ พ.ต.ท.ณัฐวัส สอนบุญ สวป.สน.หลักสอง กำลังปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจพื้นที่ได้รับแจ้งจาก นายวิเชียร แซ่ลิ้ม อายุ 46 ปี โชเฟอร์แท็กซี่พลเมืองดีว่า พบเหตุคนขับแท็กซี่ถูกก่อเหตุชิงทรัพย์ และทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส กำลังรอความช่วยเหลืออยู่บริเวณหน้าร้านส้มตำช้างยิ้ม ริมถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางไผ่ เขตบางแค จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม ร.ต.ท.ประเสริฐ เกื้อเพชร พนักงานสอบสวน (สบ1) สน.หลักสอง เจ้าหน้าที่สายตรวจ และฝ่ายสืบสวน สน.หลักสอง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบ นายสมชาย ทองอนันต์ อายุ 49 ปี โชเฟอร์รถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว-แดง หมายเลขทะเบียน ทศ 4102 กทม.ของสหกรณ์แท็กซี่เพชรเกษม จำกัด นั่งร้องขอความช่วยเหลืออยู่ภายในรถแท็กซี่คันดังกล่าว ตรวจสอบเบื้องต้นพบบาดแผลถูกแทงเข้าที่ราวนมซ้ายจนเป็นแผลฉกรรจ์ 2 แผล จนเลือดท่วมตัว เจ้าหน้าที่มูลนิธิต้องช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันที

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสมชาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับผู้โดยสารเป็นชายวัยรุ่น 4 คน ที่อยู่ในสภาพมึนเมา กลิ่นเหล้าฟุ้ง จากหน้าห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค บางแค ให้ไปส่งที่ถนนราชมนตรี โดยตนจำได้ว่า คนร้ายคนแรกรูปร่างผอม สูงประมาณ 170 ซม.สวมเสื้อลายสก๊อต นุ่งกางเกงยีนส์ ขึ้นมานั่งเบาะหน้าคู่กับตน ส่วนคนที่สอง รูปร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อยืดสีแดง นุ่งกางเกงยีนส์

คนที่สาม สวมเสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ ส่วนอีกคนตนไม่ทันได้สังเกต เพราะเดินมาขึ้นด้านหลัง ซึ่งตนรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีตั้งแต่แรกแล้ว เพราะถนนราชมนตรีนั้น เป็นเส้นทางลัดจากถนนพุทธมณฑลสาย 1 กับ ถนนกาญจนาภิเษก ที่ช่วงเวลากลางคืนถนนเส้นนี้จะเปลี่ยว เพราะไม่ค่อยมีคนผ่านไปมามากนัก

นายสมชาย ให้การต่อว่า เมื่อตนขับรถมาถึงบริเวณปากซอยราชมนตรี 9 หนึ่งในคนร้ายที่นั่งเบาะหลังได้ใช้มือล็อกคอตนพร้อมสั่งให้หยุดรถ เพื่อเลี้ยวรถย้อนกลับไปทางเดิม ซึ่งคนร้ายได้ใช้แขนล็อกคอตนแน่นจนเริ่มหายใจไม่ออก ทำให้ต้องพยายามดิ้นขัดขืน จึงถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดจ้วงแทงตนที่หน้าอกด้านซ้าย 2 ครั้งจนมิดด้าม จากนั้นคนร้ายที่นั่งเบาะหน้าคู่ตนก็ล้วงเอาทรัพย์สิน ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง กับกระเป๋าสตางค์ ซึ่งมีเงินสด 2,000 บาท และเอกสารประจำตัวไปจากตน ก่อนจะพากันหลบหนีไป

นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า หลังจากนั้น ตนได้พยายามรวบรวมสติ และฝืนขับรถออกมาที่ถนนกาญจนาภิเษก พร้อมขับย้อนศรกลับมาจนเจอสะพานกลับรถ ซึ่งตอนนั้นตั้งใจว่า จะกลับรถมาลงถนนกาญจนาภิเษกฝั่งขาออก แต่เกิดอาการหน้ามืดจึงพยายามบังคับรถเข้าช่องทางซ้าย เพื่อมาจอดที่หน้าร้านส้มตำดังกล่าว ก่อนจะใช้ศีรษะกดแตร เปิดไฟกะพริบไว้ จนมีพลเมืองดีมาพบในที่สุด

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า ตนจำหน้าคนร้ายทั้ง 4 ได้แม่นยำ และรู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยเห็นมาก่อน เพราะปกติตนเป็นหน่วยบรรเทาสาธารณภัย สมุทรปราการ รหัส ธน 57-11 เคยช่วยเหลือคนที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่บ่อยๆ ซึ่งเมื่อคืนก่อนได้ไปอำนวยการจราจรอุบัติเหตุรถเก๋งชนประสานงากับรถพ่วง 18 ล้อ แล้วคนขับแขนขาดเสียชีวิต ที่บริเวณหน้าสถานีดับเพลิงหนองแขม ถนนพุทธมณฑลสาย 3 แต่ไม่นึกว่าจะต้องมาเจอเหตุร้ายแบบนี้กับตัวเอง

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้นำตัว นายสมชาย ส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค ซึ่งใกล้ที่เกิดเหตุมากที่สุด เพราะเจ้าตัวอาการหนัก แต่เมื่อถึงโรงพยาบาลดังกล่าว นายสมชาย ได้แจ้งว่า มีบัตรทองที่โรงพยาบาลตากสิน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ จึงบอกให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญดำเนินการเคลื่อนย้ายนายสมชาย ไปส่งที่โรงพยาบาลตากสินเอง แต่เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูไม่กล้านำส่ง เพราะเกรงว่านายสมชายจะเป็นอันตราย หากเกิดเสียชีวิตในรถ *** ้ภัยก็จะถูกทางญาติของคนเจ็บต่อว่าเอาได้

แต่ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ยืนยันว่า ได้ทำการตรวจอาการเบื้องต้นของนายสมชายแล้ว พบว่าอาการยังไม่อันตราย และหากจะให้นำรถของโรงพยาบาลไปส่งต้องมีค่าใช้จ่ายหลายพันบาท แม้ นายสมชาย จะแจ้งว่า รู้สึกอาการไม่ดี เพราะเลือดไหลจากบาดแผลไม่หยุดก็ตาม จึงทำให้ในที่สุดเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ต้องเคลื่อนย้ายนายสมชายไปส่งโรงพยาบาลศรีวิชัย 2 ย่านหนองแขม เพื่อใช้รถโรงพยาบาลศรีวิชัย 2 ส่งนายสมชายต่อไปยังโรงพยาบาลตากสิน เพื่อทำการรักษาจนอาการอยู่ในขั้นปลอดภัย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน่วย *** ้ภัยของมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่นำนายสมชาย ส่งโรงพยาบาลได้โทรศัพท์เข้ารายการที่สถานีวิทยุ จส.100 และได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมของทางโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค ที่ไม่คำนึงถึงชีวิตของผู้บาดเจ็บและมัวแต่ห่วงเรื่องผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกปฏิเสธจากทางโรงพยาบาลแห่งนี้
โดย: คิดเอาเอง [1 ต.ค. 53 22:11] ( IP A:58.8.2.132 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   คำว่า "ปางตาย" นี่โผล่มาจากไหนครับ
โดย: 000 [1 ต.ค. 53 22:28] ( IP A:58.8.119.126 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ถ้าไม่ใช้คำว่า "ปางตาย" จะให้ใช้คำไหนพ่อคุณ
หรือให้ใช้คำว่า "ปล้มแท็กซี่ แทงจนสนุกสนานมีความสุข" หรือไง
โดย: แค่คำพูดยังยอมรับไม่ได้บ้าจริง ๆ [2 ต.ค. 53] ( IP A:58.9.93.142 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   แต่นี่เค้าพาไปเอกชนปะครับ
ถ้าใช่
ผมว่าผมก้อเข้าใจเค้าในระดับหนึ่ง
เราสามสิบบาทฉุกเฉิน นี่ ขาดทุนอะครับ
โดย: เอกชนนะครับ [2 ต.ค. 53] ( IP A:202.28.24.162 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ถ้าความเห็นที่ สี่ เป็นหมอจริง
ประโยคพวกนี้ที่แสดงความเห็นออกมา
ก็เรียกว่า เห่ยสุดๆเช่นกัน

จะรักษาคนให้รอดตายทั้งที เป็นหมอคิดได้เท่านี้นะ
อยากจะเอามีดแทงตัวเองตายอีกรอบเลยนี่เรา
โดย: อือเชื่อว่าเป็นเอกชน [2 ต.ค. 53 8:15] ( IP A:111.84.238.186 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ไหนว่าคนไข้เป็นลูกค้าผู้ยิ่งใหญ่
เพราะไอ้เครือข่ายเวรไม่กี่คน ทำให้ รพ มองคนไข้เป็นขี้ไปหมด
โดย: กรรม [2 ต.ค. 53 8:53] ( IP A:1.47.62.225 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   ถึงหมอจะรักษาก้อรักษาไม่ได้หรอกน่า
มันเคลียสิทธิไม่ผ่าน
มันเป็นที่ระบบของโรงบาลหรือเปล่า
อย่าโทษหมอเลย
เอกชนที่ไหนก้ออย่างงี้ เพราะโรงบาลเอกชนเค้าทำเพื่ออะไรล่ะครับ
คงไม่ใช่การกุศลแน่
โดยส่วนตัวผมคิดว่าเฉยๆอะ ถ้าไม่รุนแรงไรมากก้อต้องทำตามระเบียบโรงบาล
ถ้าหนักก้อเท่าที่ทำได้

ปล นายหวังอะไรกะโรงบาลเอกชนเหรอ
ช่วยคนไข้โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์โรงบาลเหรอ
หมอเอกชน ก้อใช่ว่าจะเลือกไรได้นะ ต้องทำตามระเบียบ
โดย: คห 4 อะแหละ [2 ต.ค. 53 9:23] ( IP A:202.28.24.162 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ยืนยันว่า ได้ทำการตรวจอาการเบื้องต้นของนายสมชายแล้ว พบว่าอาการยังไม่อันตราย และหากจะให้นำรถของโรงพยาบาลไปส่งต้องมีค่าใช้จ่ายหลายพันบาท
1 ......................สรุปว่า"อาการหนักจริง" หรือไม่? หรือเข้าใจไปเองว่าหนัก
หากอาการหนักจริงก็ต้องช่วย

2. ไม่ควรโทษหมอเพราะหมอก็อยู่ในระบบ "รพ เอกชน" คงมีระบบและกฏเกณฑ์ แต่หากอันตรายถึงแก่ชีวิต เช่นความดันตก ช็อคต้องช่วยแน่นอน ถ้าไม่ช่วยก็มีความผิด

3. ไม่มีข้อมูลว่า ไปยังโรงพยาบาลตากสิน เพื่อทำการรักษาจนอาการอยู่ในขั้นปลอดภัย แต่ไม่ระบุว่ามีการผ่าตัด หรือใส่ท่อระบายเลือด หรืออื่นๆอย่างใดที่ระบุว่า" สาหัส " (ปกติพวกข่าวมักจะระบุว่าผ่าตัดช่วยชีวิตจนอยู่ในขั้นปลอดภัย)
ซึ่งถ้าอาการสาหัสจริงแต่รพ ไม่ยอมช่วยส่งต่อ ก็ไร้มนุษยธรรมจริงน่าประนาม

4. หากรักษาในรพเอกชน แล้วค่ารักษาแพง ใครจ่าย?

ในแง่คิดของรพ เอกชน น่าจะมีเกณฑ์ว่าบาดเจ็บแค่ไหนถึงจะรักษาเอง แค่ไหนจะส่งต่อ
เพราะหากเกณฑ์ต่ำเกินไป พวกฉุกเฉินก็จะส่งคนไข้มามากแล้วจะสูญเงินมาก แต่หากตั้งเกณฑ์สูงไปแล้วมีคนไข้เสียชีวิตก็เป็นความผิดของรพ.
โดย: ควรโทษ รพ ไม่ใช่หมอ [2 ต.ค. 53 12:18] ( IP A:118.173.17.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   หากคุณเป็นหมอในเหตุการณ์ คุณดูแล้วว่าอาการยังไม่ถึงแก่ชีวิต ไม่เข้าเกณฑ์ของรพ
แต่หากคุณจะรักษา ก็ต้องควักเงินในกระเป๋าไปช่วย เพราะรพ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

คุณช่วยไปหนึ่งคน ก็ประมาณเงินเดือนของทั้งเดือน
ช่วยไป1คน แล้วคนอื่นๆละครับ เขาก็จะทยอยมาเรื่อยๆ
ทางมูลนิธิคิดว่าส่งได้ไม่มีปัญหา ก็จะส่งมาเรื่อยๆ
คุณจะยอมควักเนื้อตัวเองหรือไม่

เหตุการณ์นี้จะไม่มีปัญหา เพียงแค่
1. มูลนิธิร่วมกตัญญูแจ้งว่า "จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนย้าย"
ทุกอย่างก็จบ คนไข้ถูกย้ายไปรพ ที่ต้องการ

2. หรือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ไปส่งให้ฟรี แต่จะให้ฟรีทุกคนหรือ?
แล้วใครเป็นคนพิจารณาให้ฟรี?
แสดงว่า ปัญหาอยู่ที่โรงพยาบาล ตั้งเกณฑ์อย่างไร หรือไม่มีให้ฟรีทุกกรณี

เจ้าหน้าที่ตรงนั้นก็ทำตามระบบที่ตั้งไว้ ต้องไปโทษผู้บริหาร ไม่ใช่คนปฏบัติการ
โดย: ควรโทษ รพ ไม่ใช่หมอ [2 ต.ค. 53 12:35] ( IP A:118.173.17.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   ผมจะเคลียร์ให้นะ
คนถูกแทงหน้าอกเลือดสาดแบบนั้น ต้องถือว่าอันตรายไว้ก่อน ถ้าไม่เข้าปอดก็ต้องล้างแผลและเอ็กเรย์ดูหน่อย แล้วก็เย็บให้เขาจากนั้นส่งกลับบ้านก็ได้ ยังไงก็ต้องเย็บ ฉีดยาชาเขาหน่อย ให้ยาเขากินสักนิด
ค่ารักษากรณีฉุกเฉินนี่ เบิก 30 บาทได้ทันที
ปกติโรงนี้มีข่าวเบิกเกินอยู่แล้วไม่ใช่หรือ
แต่ถ้ายังต้องส่งไปโรงพยาบาลอื่นอีก แสดงว่ายังไม่แนใช่ไหมว่าปลอดภัย การส่งก็ต้องเอารถ รพ ไปส่ง ถ้าไม่อยากจ่ายตังค์ ก็เรียก รพ ตากสินเอารถมารับ ถ้าไม่รับก็เอาไปส่งพร้อมเบิกเงิน 30 บาทได้กรณีฉุกเฉิน
ดังนั้นไม่ว่ากรณีไหนก็มองไม่ออกว่าทำไม่ไม่ไปส่งไม่มารับ ทำไมต้องไปรถร่วมกตัญญู
ส่วนเรื่องค้ากำไร นั้นไม่เถียง เพียงแต่โดยรวมค้ากำไร แต่กรณีบางกรณีต้องค้ามนุษย์(มนุษยธรรม)
ผมเสียดายที่คดีเจาะคอคราวที่แล้วศาลชั้นต้นให้คนไข้แพ้ (ตอนนี้อุทธรณ์อยู่)
โดย: ฟังไม่ขึ้นหรอก [2 ต.ค. 53 13:30] ( IP A:58.8.210.186 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   แต่กรณีนี้นะ ผมว่าคุณควรจะรับตัวเขาไว้ดูอาการสักวันนะ
อย่างน้อยด้านจิตใจ เขาก็หนักหนาไม่น้อย คนถูกปล้นถูกแทง
ดูอาการหน่อย เช้าไปเยี่ยมคุยเขาหน่อย พูดจากดีดี เห็นอกเห็นใจกัน
คุณลุงเป็นไงบ้าง ดวงไม่ดีเลยนะ แล้วแจ้งความแล้วยัง ตำรวจมาดูแล้วยัง
ดีกว่าไปจ่ายเงินโฆษณาเป็นไหนๆ
โดย: ฟฟ [2 ต.ค. 53 13:34] ( IP A:58.8.210.186 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   คิดกันไปเองทั้งนั้น
ความจริงเป็นอย่างไรก็ไม่รู้
แต่ด่ากันแล้วเรียบร้อย
โดย: เย้ [2 ต.ค. 53 14:08] ( IP A:58.8.230.156 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ถ้าคิดดูดีๆ
"ได้ทำการตรวจอาการเบื้องต้นของนายสมชายแล้ว พบว่าอาการยังไม่อันตราย "
"หากจะให้นำรถของโรงพยาบาลไปส่งต้องมีค่าใช้จ่ายหลายพันบาท "
ก็ไม่ใช่จะไม่ส่ง แต่ปฎิเสธการส่งเอง

แสดงว่า ปัญหาเรื่อง "เงิน"

"คุณควรจะรับตัวเขาไว้ดูอาการสักวันนะ อย่างน้อยด้านจิตใจ"
คุณจะจ่ายให้ใช่ไหม
โดย: แสดงว่า ปัญหาเรื่อง \"เงิน\" [2 ต.ค. 53 22:27] ( IP A:118.173.17.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ความคิดเห็นที่ 6
ไหนว่าคนไข้เป็นลูกค้าผู้ยิ่งใหญ่ เพราะไอ้เครือข่ายเวรไม่กี่คน ทำให้ รพ มองคนไข้เป็นขี้ไปหมด
โดย: กรรม [2 ต.ค. 53 8:53> ( IP A:1.47.62.225 X: )


เป็นเพราะไอ้หมอเวรบางกลุ่มต่างหากเห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน ไม่มีคุณธรรม ทำให้สังคมไทยวุ่นไปหมด ลองสำรวจความเห็นคนไทยดูว่าเขาเห็นกับเครือข่ายฯ หรือหมอเวรไม่กี่คนนั้น
โดย: ไอ้หมอเวรไม่กี่ตัว [3 ต.ค. 53] ( IP A:58.9.107.96 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   กรณีฉุกเฉิน เข้าโรงพยาบาลไหน 30 บาทก็จ่าย
คุณไม่รับผิดชอบเขาต่างหาก
เขายังต้องแวะศรีวิชัยกลางทาง
แวะได้ดีซะด้วย กรณีลืมสายยางก็เป็นครู่กรณีกัน
น่าจะออกมาช่วยกันหรือแฉกันอีกสักคดี
ผอ.ศูนย์ผู้ป่วยใน รพ.เกษมราษฏร์ ระบุ นส.สุวารี ที่พบสายยาง ในกระเพาะปัสสาวะได้รับการรักษาอย่างดีแล้ว
31 ส.ค. 52 22.25 น. พิมพ์หน้านี้ สนับสนุนเนื้อหา (+ให้คะแนนบทความ) Cancel Rating
12345.เปิดอ่าน 214 ความคิดเห็น 1ผู้อำนวยการศูนย์ผู้ป่วยในโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ระบุ การรักษา นางสาวสุวารี ฉัตราภิวัฒน์ ที่พบสายยางยาว 25 เซนติเมตร ในกระเพาะปัสสาวะ ได้รับการรักษาอย่างดีแล้วตามคำวินิจฉัยของแพทย์ นายแพทย์พิชัย ไตรภัทร ผู้อำนวยการศูนย์ผู้ป่วยใน โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ แถลงต่อผู้สื่อข่าวและญาติของ นางสาวสุวารี ฉัตราภิวัฒน์ ผู้ป่วยที่พบสายดับเบิลเจ ยาว 25 เซนติเมตร ในท่อปัสสาวะ ซึ่ง นายสุริยา ศรีสุขสอาด ญาติของ นางสาวสุวารี ที่พาพวกปิดล้อมโรงพยาบาล ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดทางโรงพยาบาลเกษมราษฎร์จึงเลือกใช้วิธีผ่าตัดแทนการส่องกล้องยิงเลเซอร์สลายนิ่ว และไม่มีการรับรองผลการผ่าตัด อีกทั้งเมื่อผู้ป่วยปฏิเสธการรักษา เนื่องจากต้องการเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี กลับไม่มีการบริการทางการแพทย์ปล่อยให้ต้องเดินทางไปเอง โดย นายแพทย์พิชัย ระบุว่า ความจริงแล้ว นางสาวสุวารี ได้เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม ด้วยอาการปัสสาวะกระปิดกระปอย และจากการฉีดสี ดูไต ทั้งระบบ พบก้อนนิ่วขนาด 3 เซนติเมตร กับสายดับเบิลเจ ยาว 25 เซนติเมตร มีหินปูนเกาะจำนวนมาก ทีมแพทย์วิเคราะห์แล้วเห็นควรให้ผ่าตัด แต่คนไข้ปฏิเสธทั้งที่ได้นำเข้าห้องผ่าตัดแล้ว เนื่องจากต้องการดำเนินคดีฟ้องร้องโรงพยาบาลเดิมที่เคยรักษาเมื่อครั้งถูกยิง แต่ทิ้งสายดับเบิลเจไว้ โดยไม่มีการติดต่อให้นำออก ทั้งนี้ผู้ป่วยไม่มีการแจ้งว่าจะเข้ารับการรักษาต่อที่ใด ทาง รพ.เกษมราษฎร์ จึงไม่สามารถให้บริการด้านการแพทย์ได้ อย่างไรก็ตามก่อนที่ นายแพทย์พิชัย จะแถลงจบ นายสุริยา และพวกประมาณ 10 คน ได้ออกจากห้องแถลงข่าวกะทันหัน ด้วยเหตุผลว่า ต้องการฟังคำชี้แจงไม่ใช่คำแก้ตัว และได้เดินลงไปสมทบกับผู้มาปิดล้อมโรงพยาบาลที่ชั้นล่าง รวมประมาณกว่า 60 คน ก่อนจะสลายตัวกลับบ้าน ทั้งนี้ นายแพทย์สุวิทย์ โฆษิตสุรังคกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ที่เดินทางมาถึงภายหลัง กล่าวว่า ยังไม่ทราบข้อเรียกร้องของทางฝ่ายผู้ป่วย แต่ตนเองขอยืนยันว่าโรงพยาบาลได้ดูแลผู้ป่วยเป็นอย่างดี และการเลือกวิธีรักษาที่ต่างจากโรงพยาบาลราชวิถี ไม่ใช่เพราะผู้ป่วยใช้บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค แต่มาจากการวินิจฉัยของแพทย์อย่างถี่ถ้วนแล้ว
โดย: ฟฟ [3 ต.ค. 53 9:16] ( IP A:58.8.7.60 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ประวัติอดีตมันมี
โดย: เลวหรือดี ก็ตัดสินกันได้เอง [3 ต.ค. 53 9:18] ( IP A:58.8.7.60 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   เป็นเพราะไอ้หมอเวรบางกลุ่มต่างหากเห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน ไม่มีคุณธรรม ทำให้สังคมไทยวุ่นไปหมด ลองสำรวจความเห็นคนไทยดูว่าเขาเห็นกับเครือข่ายฯ หรือหมอเวรไม่กี่คนนั้น

...........ขอแก้นะครับ ไม่ควรด่าว่าหมอเวร เพราะหมอที่อยู่เวร จำเป็นต้องไปตามระบบ

ต้องด่าหมอที่ไม่ได้ตรวจคนไข้ แต่นั่งบัญชาอยู่โดยไม่ยอมรับรู้สภาพความเป็นจริงของผู้ปฏิบัติงาน
ควรด่า หมอผู้บริหารรพ เอกชน + หมอผู้บริหารกองทุน
ที่มองปัญหาแค่ "เงิน" แต่ไม่ลงมาดูการทำงานจริงๆ

กรณีฉุกเฉิน เข้าโรงพยาบาลไหน 30 บาทก็จ่าย .......แต่ไม่ทราบว่าจ่ายเต็มหรือไม่ ขนาดรพ รัฐเองก็ยังต้องทำใจ
ขนาดว่ารพ รัฐไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้ข้าราชการยังขาดทุน

ถ้า30 บาท จ่ายให้เต็มจำนวน ก็ไม่มีรพไหนปฏิเสธได้หรอกครับ กลับจะรีบรับไว้รักษาด้วย แต่ต้องยอมรับว่า

ระบบบัตรทองมันยุ่งยาก ยิ่งมีหลายสิทธิเช่นข้าราชการ ปกส ที่สิทธิประโยชน์และการเบิกจ่ายไม่เหมือนกัน ทำให้ซับซ้อน คนไข้มารพ รัฐ ไม่ถือบัตรมาก็ต้องจ่ายเงินเองทุกราย
เพราะไม่รู้ว่าถือสิทธิไหนจริง และเบิกได้ครบตามเกณฑ์หรือไม่ + คนไข้รักษาไปแล้วมักจะไม่กลับมาส่งหลักฐานมาส่งให้รพ เรียกเก็บเงินคืน ทำให้สรุปไปเลยว่า ไม่ถือบัตรมาแต่รกษาไปก่อน เสื่ยงเงินหายมาก
...............หากมีการรวมทุกสิทธิเป็นหนึ่งเดียว ทุกคนมีสิทธิพื้นฐานเท่ากัน รัฐบาลจ่ายค่ารักษาให้คนที่อยุ่ในประเทศไทยทุกคน การเบิกจ่ายเป็นระบบเดียวและง่าย และไม่กดราคา
............การรักษากรณีฉุกเฉินก็จะไม่มีกำแพงเงินมากั้น หรือให้นำมาอ้างได้

แต่ก็น่าคิดว่า โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ก็มีประวัติฉาวหลายเรื่องแล้ว น่าคิดนะว่าผู้บริหารเป็นอย่างไร
โดย: กำแพงเงิน [3 ต.ค. 53 12:49] ( IP A:118.173.19.32 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   รับไว้แล้วใครจ่ายเงินอะ
30 บาทฉุกเฉินไม่ทำกำไร
รพ ไม่รับหรอก
หมอจะสั่งยาสั่งแลปยังไม่ได้เลย
เคยเจอสถานการประมานนี้มาเเล้ว
ก้อต้องตามน้ำอะ
โดย: ไม่มีเงิน นี่แหละปัญหา [3 ต.ค. 53 12:55] ( IP A:202.28.24.162 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
    อีกทั้งเมื่อผู้ป่วยปฏิเสธการรักษา เนื่องจากต้องการเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี กลับไม่มีการบริการทางการแพทย์ปล่อยให้ต้องเดินทางไปเอง
โดย: แบบเดิมๆ ไปเอง [3 ต.ค. 53 13:17] ( IP A:58.8.210.151 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   คห. 19 ทุกรพ.ก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วนะ ถ้าคนไข้ปฏิเสธการรักษา ไม่ว่าจะรพ.ไหนก็ตาม ทั้งรัฐและเอกชน หากต้องการไปรักษารพ.อื่น ต้องเดินทางไปเองอยู่แล้ว เพราะมันไม่ใช่การรีเฟอร์ไปรักษาอีกที่ ยกเว้นต้องการให้รถของทางรพ.ไปส่ง นั่นต้องคุยรายละเอียดกับทางรพ.อีกที แต่คิดว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
โดย: ก็เป็นทุกรพ.นี่ [3 ต.ค. 53 19:41] ( IP A:110.77.143.156 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน