พรบ จากมติชน
   วันที่ 08 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 21:02:54 น. มติชนออนไลน์


คณะทำงานกม.คุ้มครองผู้เสียหายฯจี้สภาชะลอพิจารณา กลุ่มแพทย์-บุคลากรสธ.4เหล่าทัพ 10ร.ร.แพทย์ค้าน100%

คณะทำงานร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯจี้สภาชะลอการพิจารณา เผยประชาพิจารณ์คืบ30% เตรียมสรุปเบื้องต้นเสนอที่ประชุมกก.สมานฉันท์ฯ 12 ต.ค. กลุ่มแพทย์-บุคลากรสาธารณสุข 4 เหล่าทัพ 10โรงเรียนแพทย์ค้าน 100% "หมอวิชัย"ซัดแพทย์ที่จะตรวจคนไข้50คน/วัน ชี้ไม่เหมาะสมเหมือนจับผู้ป่วยเป็นตัวประกัน ล่อแหลมต่อจรรยาบรรณ




คณะทำงานพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ได้รับความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ…จำนวน 9 ชุด ประกอบด้วย 1.โรงเรียนแพทย์/มหาวิทยาลัย 2.กรุงเทพมหานคร 3.กรมแพทย์ 4 เหล่าทัพ 4.ผู้แทนผู้ตรวจราชการ 5.แพทยสมาคม/โรงพยาบาลเอกชน/คลินิก 6.สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./รพท.) 7.แพยสภา/ภาคีสหวิชาชีพ 8.คณะทำงานปกป้องประชาชนด้านสาธารณสุข (คปส.) และภาคประชาชน และ 9.สมาพันธ์ผู้ประกอบวิชาชีพ ได้ประชุมเมื่อร่วมกันเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม เพื่อรับทราบการจัดทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว


พล.อ.ต.นพ.การุณ เก่งสกุล โฆษกคณะทำงานพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า หลังจากคณะทำงาน 9 ชุด ดำเนินการจัดทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ในช่วงเวลา 6 เดือน สามารถดำเนินการได้แล้วประมาณ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 30 ผลเบื้องต้นพบว่า มีหน่วยงานที่ไม่เห็นด้วยทั้ง 100 % คือ แพทย์และบุคลากรด้านสาธารณสุขสังกัด 4 เหล่าทัพ โรงเรียนแพทย์ 10 แห่ง จากที่มีทั้งหมด 18 แห่ง แพทย์และบุคลากรด้านสาธารณสุขใน รพศ./รพท. และประชาชนใน 25 จังหวัด อาทิ ร้อยเอ็ด ชลบุรี ฯลฯ จากนี้จะมีการดำเนินการต่อไปให้ครบทั้งหมด แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าจะใช้เวลานานเท่าใด นอกจากนี้ รัฐบาลควรทำประชาพิจารณ์ในกลุ่มประชาชนทั่วไป เนื่องจากในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่า กฎหมายที่กระทบกับประชาชนต้องทำประชาพิจารณ์


"ผลประชาพิจารณ์เบื้องต้นนี้ น่าจะใช้เป็นข้อมูลในการเสนอต่อ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ในฐานะประธานคณะกรรมการเสริมสร้างสมานฉันท์ในระบบบริการสาธารณสุข ที่จะประชุมในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ แต่จะไม่สามารถนำไปใช้อ้างว่า เป็นข้อสรุปของกลุ่มแพทย์และบุคลากรได้ หากจะใช้อ้างควรจะรอให้ผลการดำเนินการแล้วเสร็จ 50% เพราะเป็นเรื่องที่กระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยส่วนรวม ส่วนในกระบวนการออกกฎหมายคงจะเป็นไปตามขั้นตอน แต่หากเห็นแก่ประโยชน์ประชาชนจริง ควรจะรับฟังเสียงสะท้อนนี้ และสภาผู้แทนราษฎรควรจะชะลอการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ก่อน" พล.อ.ต.นพ.การุณ กล่าว


ด้าน นพ.อุสาห์ พฤฒิจิระวงศ์ รองประธานสหพันธ์ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขแห่งประเทศไทย (สผพท.) กล่าวว่า ข้อสรุปความคิดเห็นของกลุ่มแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขที่คณะกรรมการเสริมสร้างสมานฉันท์ฯ จะนำไปยืนยันว่ากลุ่มแพทย์ได้เสนอความคิดเห็นให้กับคณะกรรมการฯ เพื่อใช้เป็นข้อมูลให้รัฐมนตรี สธ.นำไปประกอบการพิจารณาในสภาฯ จะต้องเป็นในส่วนของความคิดเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกฎหมายรายมาตรา ซึ่งเป็นอีกขึ้นตอนหนึ่ง ขณะนี้ยังอยู่เพียงขั้นตอนประชาพิจารณ์ว่าแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข และประชาชนเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.นี้หรือไม่เท่านั้น


วันเดียวกัน น.ส.รสนา โตสิตระ *** ล ส.ว.กทม.กล่าวในการเสวนาเรื่อง ปฏิรูปสุขภาพ ปฏิรูปประเทศไทย ที่สยามพารากอน ว่ากรณีความขัดแย้งใน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ที่กลุ่มแพทย์จำนวนหนึ่งเห็นว่า เป็นกฎหมายที่คุกคามการปฏิบัติหน้าที่ โดยต่อต้านด้วยการประชดประชัน หาเหตุผลในการจำกัดการรักษาผู้ป่วยนั้น ไม่เป็นผลดีกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และต้องหาจุดร่วมในการพูดคุย รวมทั้งจะต้องดึงประชาชนภายนอกเข้าไปมีส่วนร่วมเรื่องสุขภาพให้มากขึ้น


นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ในฐานะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย กล่าวว่า ต้องวัดใจรัฐบาลว่า จะสามารถผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ให้มีผลบังคับใช้ได้หรือไม่ เพราะการที่มีกลุ่มแพทย์ออกมาเคลื่อนไหวโดยใช้ข้ออ้างว่า จะตรวจคนไข้วันละ 50 คน เพื่อให้มีการตรวจวินิจฉัยที่นานขึ้นแบบเดียวกันในต่างประเทศนั้น เป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสม เหมือนกับเอาคนไข้มาเป็นตัวประกัน ซึ่งล่อแหลมต่อจรรยาบรรณวิชาชีพ ส่วนที่ นพ.สมศักดิ์ โล่เลขา นายกแพทยสภา ระบุว่า การกระทำดังกล่าวไม่ขัดต่อจรรยาแพทย์และสามารถทำได้นั้น เชื่อว่าคงเป็นความเห็นส่วนตัวหรือกรรมการแพทยสภาบางคน ไม่น่าจะมาจากมติของแพทยสภา


นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า การตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยอย่างละเอียดนั้น ถือเป็นเรื่องดี เนื่องจากประโยชน์จะได้รับกับผู้ป่วยตรง ไม่ต้องกังวลว่าจะเสี่ยงได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันแพทย์ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความเสียหายขึ้น และนำไปสู่การฟ้องร้อง แต่การจะดำเนินการนี้อาจต้องพิจารณาถึงความพร้อมหลายๆ ด้าน ทั้งบุคลากร ระบบสาธารณสุขไทย การหารือในเรื่องร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ก็ควรคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย


ผศ.ยุพดี ศิริสินสุข กรรมการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ในฐานะผู้แทนเครือข่ายภาคประชาชน ที่จะเข้าร่วมในการประชุมคณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์ฯ กล่าวว่า ขณะนี้ต้องแยกเป็น 2 ประเด็น คือ 1.ควรหารือเพื่อหาข้อยุติซึ่งจะก่อประโยชน์ต่อส่วนรวมมากกว่า ดังนั้น เครือข่ายภาคประชาชนมีมติชัดเจนว่า จะเข้าร่วมประชุมวันที่ 12 ตุลาคมนี้ 2.กรณีที่กลุ่มแพทย์จะตอบโต้ หากมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ โดยเน้นการตรวจคนไข้อย่างละเอียดขึ้น ข้อเท็จจริงถือเป็นเรื่องดีในการพัฒนาระบบ คิดว่าผู้ป่วยไม่น่าได้รับผลกระทบ แต่การตรวจโดยละเอียด ในทางกลับก็จะมีคนไข้อีกจำนวนหนึ่งไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัย ตรงนี้เป็นปัญหาของระบบสาธารณสุข ที่จำเป็นต้องเรียกร้องรัฐบาลในการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยต่างๆ


ขณะที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า ได้คุยกับทั้งฝ่ายแพทย์และภาคประชาชนแล้ว ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายต่างหวังดี และมุ่งดูแลประชาชนผู้รับบริการ แต่ทั้งสองฝ่ายมีจุดยืนต่างกัน ดังนั้นทั้งสองฝ่ายต้องประนีประนอมกันให้ได้ในหลักการ แล้วค่อยไปว่ากันในสภา
โดย: ที่มีคนทำตกข่าว [8 ต.ค. 53 23:45] ( IP A:58.8.5.184 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   สมัยหนึ่งผมทำงาน โรงพยาบาลอำเภอ สมัยนั้น เรียก รพอ เขาก็เอา ผอ. โรงพยาบาลไปอบรมที่เชียงใหม่ คนจัดการชื่อชิณโอสถ หัสบำเรอ(รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขสมัยนั้น) มีสัมนากลุ่ม กลุ่มละ 12 กลุ่ม หลายกลุ่มมาก ผมเถียงแพ้คนในกลุ่มอีก 11 คน เขาเห็นอีกด้านเป็นเอกฉันท์ ผมก็เถียงหัวชนฝา ก็มันไม่ถูก อีกหลายกลุ่มก็อีหรอบเดียวกัน แต่ตอนเฉลย ผมถูกคนเดียว
ผมไม่ได้อวดเก่งหรอก แต่อยากนำเสนอว่าบางครั้ง เสียงส่วนใหญ่ก็ไม่ถูก
ผมไปทดสอบไอคิวที่โรงพยาบาลบ้านสมเด็จ (โรงพยาบาลคนบ้า) อาจารย์เขาว่าข้อนี้ข้อสุดท้าย พวกเธอทำไม่ได้หรอก ฉันทดสอบรามาธิบดีมา 7 รุ่นไม่มีใครทำได้ สุดท้ายเสร็จผม
ผมเถียงเรื่องข้อบังคับแพทยสภาเรื่องโฆษณาก็เถียงหัวชนฝา ถูกลงโทษก็ไปเซ้นชื่อรับคำสั่งว่า ในสังคมประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิออกเสียง การกระทำให้ทำตามเสียงส่วนใหญ่ (มติกรรมการแพทยสภา) ซึ่งไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป (ไปดูได้ในสมุดลงชื่อรับคำสั่ง พ.ศ.2530-33) สุดท้ายปี 49 กรรมการแพทยสภาก็มีมติแก้ข้อบังคับเรื่องโฆษณาของแพทย์
ให้มันมีประชามติ 1000 % ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องถูก ก็ไม่ว่ากัน พวกมากก็ลากกันไป
กาลิเลโอก็ว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์มาก่อนเป็น 100 ปี
โดย: ทำใจเถอะครับ คนโง่ย่อมมากกว่าคนฉลาด [8 ต.ค. 53 23:54] ( IP A:58.8.5.184 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ก็อย่างว่าแหละ

คนบ้าแต่ดี มีน้อยมากๆ (.000001%)มั๊ง !!

คนโง่แต่เลว มีเต็มวงการหมอ
โดย: ทำถูกเป็นเรื่องตลก โกหกเป็นเรื่องธรรมดา [9 ต.ค. 53 8:56] ( IP A:58.9.106.42 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ท่านก็เขียนเพื่มนิดนึงสิว่าถ้ารับเงิน พรบ เเล้วห้ามฟ้องต่อ
โดย: ท่านคนฉลาด [9 ต.ค. 53 8:59] ( IP A:125.26.68.113 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   กฏหมายเขาเขียนไม่ได้ เพราะการลงโทษทางอาญายกเว้นด้วยเงินไม่ได้ เช่นออกกฎหมายว่าฆ่าคนแล้วจ่ายสองล้านห้ามฟ้องต่อแบบนี้ไม่ได้ หรือขับรถชนคนตายจ่ายสองล้านห้ามฟ้องต่อ แบบนี้ก็ไม่ได้ เพราะคนรวยก็ได้เปรียบ คนจน
แต่โดยหลักการแล้ว เวลาเขารับเงินมีเรื่องมีราวกัน คุณทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันได้ ถ้าคุณสละสิทธิ์ไม่ฟ้อง คุณก็หมดสิทธิ์ทันที แต่กฎหมายต้องให้สิทธิ์ก่อน
เช่นว่าคุณเป็นพ่อเด็กในท้องหญิง คุณก็มีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะฟ้องขอรับรองเป็นบุตร แต่ถ้าคุณเขียนหนังสือสละสิทธิให้แม่เขาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยว ก็เป็นอันจบกัน
แต่แม้คุณจะสละสิทธิ์ คดีอาญาอัยการก็มีสิทธิ์ฟ้อง แต่น้อยคนจะทำหากผู้เสียหายไม่เอาเรื่อง เว้นแต่ว่ากรณีร้ายแรงแย่จริงๆ
คุณอยากเป็นอภิสิทธิ์ชนโดยขอกฎหมายให้แพทย์ พยาบาล ฯลฯ เป็นกรณีพิเศษไม่ได้
โดย: เขียนไม่ได้ผิดหลักการ [9 ต.ค. 53 12:23] ( IP A:58.8.5.184 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน