KHAN ค้านพยาบาลสภา
   รายงานความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ...
สภาการพยาบาลแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรพยาบาลจากสังกัดต่างๆทั้งภาครัฐและภาคเอกชนตามรายชื่อดังนี้
๑. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.วิจิตร ศรีสุพรรณ ที่ปรึกษา
๒. รองศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ ประธานคณะทำงาน
๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อังคณา สริยาภรณ์ ผู้ทำงาน
๔. นางสารา วงษ์เจริญ ผู้ทำงาน
๕. นางสาวชูศรี คูชัยสิทธิ์ ผู้ทำงาน
๖. นางสาว พูนพิศ บูรณะการเจริญ ผู้ทำงาน
๗. นางสาววรรณี บุญช่วยเหลือ ผู้ทำงาน
๘. ดร.กฤษดา แสวงดี ผู้ทำงาน
๙. รองศาสตราจารย์ ดร. ศิริพร ขัมภลิขิต ผู้ทำงาน
๑๐. นายยรรยง ศรีตะวัน ผู้ทำงาน
๑๑. นายครรชิต หนากลาง ผู้ทำงาน
๑๒. นางกาญจนา เหมะรัตน์ ผู้ทำงาน
๑๓. นางศิริวรรณ วินิจสร ผู้ทำงาน
๑๔. พอ.หญิงโสภิต พูลสวัสดิ์ ผู้ทำงาน
๑๕. นางเพลินพิศ ปานสว่าง ผู้ทำงาน
๑๖. นาวาเอกหญิง สุรีย์ เรืองอารีย์รัชต์ ผู้ทำงาน
๑๗. นาวาอากาศเอก หญิง ศศินัดดา ฤาธาภัย ผู้ทำงาน
๑๘. พันตำรวจเอก หญิง ชุติมา พันธุ์โกศล ผู้ทำงาน
๑๙. ผู้ช่วยศาสตราจาย์ ดร.อรทิพา ส่องสิริ ผู้ทำงาน
๒๐. ดร.ชุติมา ปัญญาพินิจนุ *** ร ผู้ทำงาน
๒๑. นางศิริวันต์ ยิ้มเลี้ยง ผู้ทำงาน
๒๒. นางกรรณิกา ปัญญาอมรวัฒน์ ผู้ทำงานและเลขานุการ
๒๓. นางสาวยอดขวัญ เรืองรัตน์ ผู้ช่วยเลขานุการ
๒๔. นางสาวณิญดา จรรยาโมทย์ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
คณะทำงานฯได้มีการประชุมพิจารณาร่าง พรบ.คุ้มครองความเสียหายฯ จำนวน ๒ ครั้ง ในวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๐.๓๐ -๑๔.๐๐ น. และวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๓๐-๑๖.๓๐ น. คณะทำงานฯได้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ โดยใช้กรอบการพิจารณาจากคณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์ในระบบบริการสาธารณสุข ที่ให้ไว้เพื่อให้คณะทำงานทุกฝ่ายนำไปศึกษาร่าง พ.ร.บ.ฯนี้ในกลุ่มวิชาชีพของตนโดยกำหนดเวลา4สัปดาห์แล้วนำมาเสนอในที่ประชุมในครั้งถัดไปดังนี้
๑. ศึกษา รวบรวมประเด็นปัญหาเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. ....
๒. เสนอแนะมาตรการการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการรับบริการสาธารณสุข
๓. เสนอแนะมาตรการการสร้างหลักการปฏิบัติงานอย่างมีความสุขของผู้ให้การรักษาโดยมาตรการลดการฟ้องร้อง
๔. เสนอแนะมาตรการในการพัฒนาระบบบริการผู้ป่วย เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

การประชุมครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๐.๓๐ -๑๔.๐๐ น. คณะทำงาน พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้รับทราบข้อมูลร่างพรบ.คุ้มครองฯ ทั้งสิ้น ๗ ร่าง(เอกสารเปรียบเทียบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ...) และได้ศึกษา รวบรวมประเด็นปัญหาเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขร่วมกัน โดยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับร่างพรบคุ้มครองฯ ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีโดยศึกษาและพิจารณาร่างพ.ร.บ. ตามรายมาตราจนครบทุกมาตรา และได้มีการอภิปรายให้ความเห็นเบื้องต้นกันอย่างกว้างขวางดังนี้
๑. เห็นด้วยกับเจตนารมณ์ของร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายฯ ซึ่งเป็นความต้องการที่จะลดการฟ้องร้องผู้ให้บริการและเยียวยาให้กับผู้รับบริการ แต่ยังไม่มั่นใจในเรื่องการลดการฟ้องร้อง นอกจากนี้ควรเพิ่มการชดเชยความเสียหายหรือการเยียวยาความเสียหายที่เกิดจากการให้บริการแก่ผู้ให้บริการ เช่นพยาบาลและแพทย์เป็นต้น
๒. กรณีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อน(๓-๑๐ปี) และมารับรู้ถึงความเสียหายภายหลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.นี้ ผู้เสียหายจะสามารถใช้สิทธิ์การคุ้มครองย้อนหลังได้หรือไม่
๓. ขั้นตอนของแนวทางปฏิบัติและกระบวนการพิจารณาต่างๆตลอดจนหน่วยงานที่จะดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้ยังไม่สร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบวิชาชีพซึ่งได้ดำเนินการและมีประสบการณ์มาบ้างแล้ว
๔. มาตรา ๖ ไม่มีความชัดเจนว่าใครเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดและด้วยกระบวนการพิจารณาอย่างไร
๕. ให้เพิ่มสัดส่วนของผู้แทนสภาวิชาชีพที่เกี่ยวข้องในองค์ประกอบของผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการ อนุกรรมการ ทั้ง ๔ ชุด

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะทำงานทุกท่านไปดำเนินการรับฟังและรวบรวมข้อความเห็นกับผู้ปฎิบัติงานในหน่วยงานของตนให้กว้างขวางขึ้นและนำเสนอความเห็นในการประชุมครั้งต่อไป โดยมีกรอบความคิดให้การรับฟังความเห็นดังนี้
๑. ศึกษากรณีฟ้องร้องในการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกิดขึ้นมาแล้ว โดยใช้ ร่างพรบ.ฉบับนี้ ว่าเมื่อมีกฎหมายฉบับนี้จะคุ้มครองได้จริงหรือไม่ (คุ้มครองมากขึ้นหรือน้อยลง )หรือลดการฟ้องร้องลงหรือไม่และพยาบาลจะต้องเตรียมตัวปฎิบัติอย่างไรบ้าง(ต้องประสานงานหรือหลักฐานต่างๆ)เมื่อมีการบังคับใช้กฎหมาย
๒. ศึกษา รวบรวมประเด็นปัญหาเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. ....
๓. เสนอแนะมาตรการการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการรับบริการสาธารณสุข
๔. เสนอแนะมาตรการ การสร้างหลักการปฏิบัติงานอย่างมีความสุขของผู้ให้การรักษาโดยมาตรการลดการฟ้องร้อง
๕. เสนอแนะมาตรการในการพัฒนาระบบบริการผู้ป่วย เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

ในการประชุมคณะทำงานครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ – ๑๖.๓๐ น. ที่ประชุมได้มีการพิจารณาความเห็นจากงานพยาบาลจากหน่วยงานพยาบาลของคณะทำงานฯ แต่ละสังกัด และมีมติเห็นชอบให้สรุปข้อคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหาย ฯ ดังนี้
๑. วิชาชีพการพยาบาลเห็นด้วยกับเจตนารมณ์ของร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายฯ ซึ่งเป็นความต้องการที่จะลดการฟ้องร้องผู้ให้บริการและเยียวยาให้กับผู้รับบริการ แต่ยังไม่มั่นใจในเรื่องการลดการฟ้องร้อง นอกจากนี้ควรเพิ่มการชดเชยความเสียหายหรือการเยียวยาที่เกิดจากให้บริการแก่ผู้ให้บริการเช่นพยาบาลและแพทย์เป็นต้น
๒. วิชาชีพการพยาบาลไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาบางประเด็นของร่างพรบ.ฯฉบับนี้ ได้แก่ มาตรา ๓ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา๑๑(๓) มาตรา๑๒ มาตรา๑๓ มาตรา๑๙(๒) มาตรา ๒๒ มาตรา ๓๘- ๔๑ มาตรา๔๒- ๔๔ และ บทเฉพาะกาล มาตรา๕๐ ประกอบด้วยความเห็นและประเด็นต่อไปนี้
-มาตรา๓ ความหมายของผู้เสียหาย ควรเพิ่ม ....จากการให้และการรับบริการสาธารณสุข......
KHAN ค้าน คงไม่ได้ เพราะเงินคนไข้ หมอพยาบาลไม่ควรเอาของเขา
ของหมอและพยาบาล ฯลฯ ต้องไปเก็บเอาเอง หรือเอาจากรัฐ
-มาตรา ๖ ในกระบวนการพิจารณาในมาตรานี้จะมีผลกระทบมากในการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือและเงินชดเชยความเสียหายเกี่ยวโยงไปถึงองค์ประกอบคณะกรรมการชุดต่างๆที่จำเป็นต้องมีผู้รู้ตามหลักวิชาการและสภาวิชาชีพซึ่งเป็นผู้ควบคุมการประกอบวิชาชีพและกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติ
KHAN ค้าน จะมีสภาวิชาชีพก็ไม่ได้มีปัญหา แต่การจะอ้างว่าต้องสภาวิชาชีพจึงตัดสินได้และยุติธรรม นี่ยังไม่แน่ เพราะแพทยสภาบอกไม่มีมูล ศาลก็ลงโทษบ่อย และลูกขุนศาลในสหรัฐก็ตัดสินคดีแพทย์ได้โดยการฟังหมอสองฝ่ายโต้แย้งกัน และหมอนิติเวช ก็บอกสองแม่ลูกรถชนตาย แต่น้องที่เป็นหมอธรรมดาบอกว่าโดนฆ่า คนที่ตัดสินได้ดี ต้องเป็นคนดีที่ฟังคนเก่งโต้กัน ไม่ใช่ต้องเป็นคนเก่งแต่เลว
และพยาบาลก็ยังว่าหมอผิดได้เลย https://www.nytimes.com/2010/02/12/us/12nurses.html
บ้านเราจะมีไหม
-มาตรา ๖ บทบัญญัติในมาตรา๕ มิให้ใช้บังคับในกรณีทั้ง๓และ มีความเห็นว่าควรมีการกำหนดรายละเอียดไว้ให้เห็นก่อนเพราะกรณีความเสียหายทั้ง๓นั้นต้องมีการพิจารณาพิสูจน์ ใครเป็นผู้ตัดสินสุดท้ายและด้วยกลไกใด
KHAN ค้าน อันนี้ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539

-มาตรา ๗ และ๘ ให้เพิ่มสภาวิชาชีพทุกวิชาชีพเข้าในองค์ประกอบของคณะกรรมการใน(๓)และควรเพิ่มผู้ประกอบวิชาชีพที่เป็นผู้แทนใน(๕)
KHAN ค้าน จะมีสภาวิชาชีพก็ไม่ได้มีปัญหา แต่การจะอ้างว่าต้องสภาวิชาชีพจึงตัดสินได้และยุติธรรม นี่ยังไม่แน่ เพราะแพทยสภาบอกไม่มีมูล ศาลก็ลงโทษบ่อย และลูกขุนศาลในสหรัฐก็ตัดสินคดีแพทย์ได้โดยการฟังหมอสองฝ่ายโต้แย้งกัน และหมอนิติเวช ก็บอกสองแม่ลูกรถชนตาย แต่น้องที่เป็นหมอธรรมดาบอกว่าโดนฆ่า คนที่ตัดสินได้ดี ต้องเป็นคนดีที่ฟังคนเก่งโต้กัน ไม่ใช่ต้องเป็นคนเก่งแต่เลว
และพยาบาลก็ยังว่าหมอผิดได้เลย https://www.nytimes.com/2010/02/12/us/12nurses.html
บ้านเราจะมีไหม

-มาตรา๑๒ (๑)และ (๒)ควรเพิ่มผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ
-มาตรา๑๓ ควรเพิ่มผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ
-มาตรา๑๙(๒) การประสานงานที่เกิดขึ้นเพื่อให้ข้อมูล เอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องมีเงื่อนไขด้านเวลาอย่างไร มีกลไกอย่างไร ควรให้เวลาอย่างเพียงพอในการให้ข้อมูล การเสนอเอกสาร หลักฐาน
KHAN ค้าน ไปตาม พรบ ข้อมูลข่าวสาร ถ้าเป็นเอกชน ก็ พระราชบัญญัติสถานพยาบาลและประกาศสิทธิผู้ป่วย

-มาตรา ๒๒ ควรเป็นเงินอุดหนุนจากรัฐบาลโดยตรงเพื่อจะไม่เป็นการเพิ่มภาระให้กับสถานพยาบาล
KHAN ค้าน เก็บจากคนไข้ ไม่เป็นภาระใคร
-มาตรา ๓๘-๔๑ ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยที่ให้สำนักงานดำเนินการนั้นผู้ให้บริการยังไม่มีความมั่นใจ ควรเสนอหลักเกณฑ์วิธีการและรูปแบบให้เห็นชัดเจนก่อน
KHAN ค้าน อันนี้ต้องมาออกระเบียบใหม่เขียนไว้ใน พรบ ไม่ได้ ยาวไป
-มาตรา ๔๒-๔๔ การพัฒนาระบบความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายตามที่คณะกรรมการกำหนดจะมีลักษณะอย่างไรควรเป็นร่างประกาศให้เข้าใจกันก่อน
KHAN ค้าน อันนี้ต้องมาออกระเบียบใหม่เขียนไว้ใน พรบ ไม่ได้ ยาวไป

-มาตรา ๔๕ บัญญัติไว้ไม่น่าจะถูกต้อง ควรบัญญัติเฉพาะเป็นการใช้หลักฐานต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อมีการนำคดีขึ้นสู่ศาลเท่านั้น
KHAN ค้าน ผมว่าเขาเขียนดีแล้ว

-บทเฉพาะกาล มาตรา ๕๐ วรรค ๒ ต้องมีผู้แทนสภาวิชาชีพการแพทย์และการสาธารณสุขทุกวิชาชีพ
๓. วิชาชีพการพยาบาลฯ ประสงค์ให้ร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับนี้มีบทบัญญัติที่สะท้อนความคุ้มครอง ชดเชยและเยียวยาให้กับผู้ประกอบวิชาชีพสาธารณสุขที่เป็นผู้ได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุข ในทำนองเดียวกับผู้รับบริการ
KHAN ค้าน อันนี้ต้องไปออก พรบ ตัวเอง และออกเงินเอง เอาเงินคนไข้คงไม่เหมาะ
๔. วิชาชีพการพยาบาลฯ เสนอแนะมาตรการการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการการรับบริการสาธารณสุขมีการดำเนินการในการชดเชยที่รวดเร็ว และวงเงินที่กำหนดต้องมากพอที่จะจูงใจในการลดการฟ้องร้องได้
๕. เสนอแนะมาตรการในการพัฒนาระบบบริการผู้ป่วย เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
๕.๑ มีการสนับสนุนงบประมาณและการจัดสรรอัตรากำลังให้มีจำนวนบุคลากรพยาบาลเพียงพอต่อปริมานการให้บริการตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพที่กำหนด ตลอดจนมีนโยบายและมีมาตรการในการใช้และการกระจายกำลังคนที่เหมาะสมและ สร้างแรงจูงใจให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐาน และมีการพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
KHAN ค้าน รพ เอกชน และสหรัฐ อังกฤษ ออสเตรเลีย ก็มีทุกอย่างก็ยังเดี๊ยงทุกวัน ต้องแก้สาเหตุไม่ใช่ใส่คนใส่เงิน ผิดแล้วไม่ตักเตือน ไม่แก้ไข
๕.๒ มีการสนับสนุนให้มีอุปกรณ์ เครื่องมือในการรักษาพยาบาลที่เพียงพอต่อปริมาณและคุณภาพการให้บริการให้บริการมีมาตรฐาน
KHAN ค้าน รพ เอกชน และสหรัฐ อังกฤษ ออสเตรเลีย ก็มีทุกอย่างก็ยังเดี๊ยงทุกวัน ต้องแก้สาเหตุไม่ใช่ใส่คนใส่เงิน ผิดแล้วไม่ตักเตือน ไม่แก้ไข

๕.๓ มีการนำเงินจากกองทุนมาพัฒนาคุณภาพบริการของหน่วยบริการเป็นเชิงบวก หรือการสร้างแรงจูงใจให้กับหน่วยงานที่ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น
๕.๔ สถานพยาบาล ต้องจัดให้มีระบบการทบทวนการให้บริการที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ และให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรฐานการให้บริการและมาตรฐานการปฏิบัติการขององค์กรวิชาชีพ
๖. วิชาชีพการพยาบาลฯ เสนอแนะมาตรการการสร้างหลักการปฏิบัติงานอย่างมีความสุขของ
ผู้ให้บริการการรักษาพยาบาลโดยมาตรการลดการฟ้องร้อง
KHAN ค้าน เรื่องนี้คุณต้องการความยุติธรรมและความโปร่งใสมากว่า

๖.๑ ควรมีมาตรการในการทำความเข้าใจกับภาคประชาชนในข้อจำกัดของระบบบริการ สาธารณสุขที่สามารถรองรับความต้องการบริการของผู้บริโภคได้ เพื่อลดความคาดหวังจากผู้รับบริการและทราบในปัญหาข้อจำกัด เช่น ข้อจำกัดเรื่องเตียงที่สามารถรับผู้ป่วยได้ หรือกรณีเครื่องช่วยหายใจไม่เพียงพอในแผนกผู้ป่วยหนัก การรับผู้ป่วยไว้นอนเกินจำนวนเตียงในหอผู้ป่วย
KHAN ค้าน รพ เอกชน และสหรัฐ อังกฤษ ออสเตรเลีย ก็มีทุกอย่างก็ยังเดี๊ยงทุกวัน ต้องแก้สาเหตุไม่ใช่ใส่คนใส่เงิน ผิดแล้วไม่ตักเตือน ไม่แก้ไข

๖.๒ มีมาตรการในการป้องกันความเสี่ยงและความปลอดภัย ให้กับผู้ให้บริการ เช่น การถูกคุกคามจากผู้ใช้บริการ คู่กรณี หรือญาติ หรือสถานการณ์ความไม่สงบเช่น การส่งต่อในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน ควรมีมาตรการ ช่วยเหลือ ชดเชย เยียวยา หากมีความเสียหายเกิดขึ้นกับผู้ให้และผู้รับบริการด้วย
KHAN ค้าน นอกประเด็น พรบ
๖.๓ ควรมีการกำหนดหน่วยงานที่ทำหน้าที่ปรึกษาทางกฎหมาย ให้คำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือ เมื่อมีสถานการณ์เกิดขึ้น หรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยในระดับพื้นที่
KHAN ค้าน สภาพยาบาลก็ต้องทำเอง ส่งพยาบาลไปเรียนกฎหมายและเป็นทนายความ ผมยินดีให้ทุน เอาไหมละ
ทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะทำงานได้ชี้แจงและรับฟังข้อคิดเห็นจากสมาชิก และเสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติมต่อสภาการพยาบาล เป็นการประชุมครั้งที่ ๓ ในการประชุมคณะกรรมการสภาการพยาบาลวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๗.๐๐ น. เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ “ ร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... และข้อคิดเห็นจากฝ่ายกฎหมาย ของสภาการพยาบาล เพื่ออภิปรายทั่วไป และมีมติดังนี้
สภาการพยาบาลเข้าใจในเจตนารมณ์ที่จะให้มีร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เพื่อเป็นการช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายแก่ผู้ป่วย แต่มีข้อสังเกต ดังนี้
๑. ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดหลักเกณฑ์การคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขเท่านั้น ซึ่งข้อเท็จจริงผู้ให้บริการก็อาจได้รับความเสียหายจากการให้บริการได้เช่นเดียวกัน จึงควรเพิ่มความหมายของคำนิยาม “ผู้เสียหาย” ในร่างมาตรา ๓ ให้รวมถึงผู้ให้บริการสาธารณสุขจากสถานพยาบาลด้วย
KHAN ค้าน ต้องไปออกกฎหมายใหม่เอง และหาเงินเอง อันนี้เงินคนไข้
๒. ร่างมาตรา ๖ เป็นการกำหนดยกเว้นที่ผู้เสียหายไม่มีสิทธิจะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นและเงินชดเชยจากกองทุน ๓ ประเด็น (ความเสียหายที่เกิดขึ้นตามปกติธรรมดาของโรค แม้มีการให้บริการสาธารณสุขตามมาตรฐานวิชาชีพ ความเสียหายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากการให้บริการตามมาตรฐานวิชาชีพ และความเสียหายเมื่อสิ้นสุดการให้บริการแล้ว ไม่มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตตามปกติ) และอาจมีประกาศกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมภายใต้หลักเกณฑ์ดังกล่าวได้นั้น ในร่างพระราชบัญญัติไม่ได้กำหนดว่าใครเป็นผู้วินิจฉัยประเด็นดังกล่าว จึงควรกำหนดให้มีคณะกรรมการแพทย์ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนของทุกสภาวิชาชีพเป็นผู้พิจารณาและวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะในร่างมาตรา ๖
KHAN ค้าน ดูที่ค้านไว้แล้ว
๓. ร่างมาตรา ๗ องค์ประกอบของคณะกรรมการสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข ประกอบด้วยผู้แทนสถานพยาบาล จำนวน ๓ คน ผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้านคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพ จำนวน ๓ คน แต่ไม่มีผู้แทนองค์กรวิชาชีพด้านการแพทย์และสาธารณสุขแม้แต่ผู้เดียว จึงเห็นควรกำหนดให้มีผู้แทนองค์กรวิชาชีพแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกรรม กายภาพบำบัดและเทคนิคการแพทย์ จำนวน ๖ คน เป็นกรรมการด้วย ทั้งนี้ ให้เพิ่มผู้แทนจากสภาวิชาชีพในคณะอนุกรรมการ และคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ทุกคณะ ในมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๕๐ วรรคสอง ด้วย
KHAN ค้าน ดูที่ค้านไว้แล้ว
๔. ร่างมาตรา ๒๑ คำว่า “สถานพยาบาล” นั้น ในร่างมาตรา ๓ ไม่รวมถึงสถานพยาบาลในกำกับดูแลของรัฐ ยกเว้นจะออกประกาศกำหนดในภายหลัง ดังนั้น หากสถานพยาบาลดังกล่าวไม่จ่ายเงินสมทบหรือไม่เสียเงินเพิ่ม จะมีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพื่อให้ชำระเงินด้วยหรือไม่
KHAN ค้าน คงไม่ทารุณขนาดนั้น และเงินคนไข้เก็บเขาแล้วก็ส่งต่อจะไปอมทำไม
๕. ร่างมาตรา ๓๔ วรรคสอง ควรตัดข้อความ “หรือไม่เพียงใด” ออก เนื่องจากหากศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้ผู้ให้บริการ.. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย ให้อนุกรรมการประเมินเงินชดเชยพิจารณาจ่ายเงินจากกองทุน เพื่อชำระค่าสินไหมทดแทนตามคำพิพากษาตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพหรือหน่วยงาน ซึ่งได้จ่ายเงินสมทบแล้วมีความมั่นใจในร่างกฎหมายฉบับนี้
KHAN ค้าน ของเก่าเขาเขียนดีแล้ว
๖. ร่างมาตรา ๔๓ ควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ชดเชยผู้เสียหายที่เป็น ผู้ให้บริการเข้าไปด้วย
KHAN ค้าน ไปออกกฎหมายใหม่ เอาเงินคนไข้น่าเกลียด
๗. ร่างมาตรา ๔๕ กำหนดให้ศาลนำข้อเท็จจริงต่างๆ ของจำเลยในร่างพระราชบัญญัตินี้มาพิจารณาประกอบ โดยศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดเพียงใดหรือจะไม่ลงโทษเลยก็ได้นั้น น่าจะกำหนดในลักษณะที่ให้จำเลยสามารถนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตนตามร่างมาตรา ๔๕ เสนอต่อศาลเพื่อให้พิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาผลร้ายแห่งคดีจะเหมาะสมกว่าการกำหนดให้ศาลปฏิบัติโดยจำเลย มิได้ยกประเด็นดังกล่าวเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล
KHAN ค้าน อันนี้เป็นรายละเอียดปลีกย่อย ตามหลักแล้วอะไรก็ได้ที่มีเหตุผลศาลจะอนุญาตหมด
อนึ่ง สภาการพยาบาลใคร่เสนอแนะมาตรการเพิ่มเติม เรื่องการพัฒนาระบบบริการผู้ป่วยเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและสร้างหลักการปฏิบัติงานอย่างมีความสุขของผู้ให้บริการ ดังนี้
(๑) มีการสนับสนุนงบประมาณและการจัดสรรอัตรากำลังให้มีจำนวนบุคลากรพยาบาลเพียงพอต่อปริมาณการให้บริการตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพที่กำหนด ตลอดจนมีนโยบายและมีมาตรการในการใช้และการกระจายกำลังคนที่เหมาะสมและสร้างแรงจูงใจให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐาน และมีการพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
KHAN ค้าน นอกประเด็น พรบ นี้
(๒) มีการสนับสนุนให้มีอุปกรณ์ เครื่องมือในการรักษาพยาบาลที่เพียงพอต่อปริมาณและคุณภาพการให้บริการให้บริการมีมาตรฐาน
KHAN ค้าน นอกประเด็น พรบ นี้
(๓) มีการนำเงินจากองทุนมาพัฒนาคุณภาพบริการของหน่วยบริการเป็นเชิงบวก หรือการสร้างแรงจูงใจให้กับหน่วยงานที่ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น
KHAN ค้าน นอกประเด็น พรบ นี้
(๔) ควรมีมาตรการในการทำความเข้าใจกับภาคประชาชนในข้อจำกัดของระบบบริการสาธารณสุขที่สามารถรองรับความต้องการบริการของผู้บริโภคได้ เพื่อลดความคาดหวังจากผู้รับบริการและทราบในปัญหาข้อจำกัด เช่น ข้อจำกัดเรื่องเตียงที่สามารถรับผู้ป่วยได้ หรือกรณีเครื่องช่วยหายใจไม่เพียงพอในแผนกผู้ป่วยหนัก การรับผู้ป่วยไว้นอนเกินจำนวนเตียงในหอผู้ป่วย ข้อจำกัดในกรณีบุคลากรไม่เพียงพอต่อการให้บริการ หรือต้องให้บริการอย่างต่อเนื่องจนขาดการพักผ่อนตามธรรมชาติของมนุษย์ปกติ
KHAN ค้าน เอกชน สหรัฐ อังกฤษ เตียงมาก เงินมาก หมอพยาบาลมาก ก็ยังทำคนไข้ตายมากกว่ารถยนต์ชนกันตาย
มีมาตรการในการป้องกันความเสี่ยงและความปลอดภัยให้กับผู้ให้บริการ เช่น การถูกคุกคามจากผู้ใช้บริการ คู่กรณี หรือญาติ หรือสถานการณ์ความไม่สงบ เช่น การส่งต่อในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ควรมีมาตรการ ช่วยเหลือ ชดเชย เยียวยา หากมีความเสียหายเกิดขึ้นกับผู้ให้และผู้รับบริการด้วย
(๕) ควรมีการกำหนดหน่วยงานที่ทำหน้าที่ปรึกษาทางกฎหมาย ให้คำปรึกษา ให้ความช่วยเหลือ เมื่อมีสถานการณ์เกิดขึ้น หรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยในระดับพื้นที่
KHAN ค้าน สภาพยาบาลต้องหาทนายเอง เอาพยาบาลไปเรียนกฏหมาย ผมยินดีให้ทุน
โดย: ฟฟ [11 ต.ค. 53 20:24] ( IP A:58.8.1.219 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   เงินคนไข้หรือเงินประชาชน
โดย: ใครเสียภาษี [11 ต.ค. 53 23:27] ( IP A:182.52.124.132 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   อุเหม่ งานนี้สมาคมพยาบาลก็เอากะพวกหมอ (ซ่องโจร) ด้วย

เราเห็นหมอกรรมการแพทยสภาเป็นเด็กเลี้ยงแกะ เป็นเนติฯ โจร เป็นนักสื่อสารประชาสัมพันธ์ (โจร) ขั้นสูง หลากหลายจิปาถะ

เปลี่ยนมาดูทางนี้มั่ง

ว่าแต่ ทางสภาพยาบาลเนี่ย ตอนแพทยสภาระดมสัมนา "การเขียนเวชระเบียนป้องกันการฟ้องร้องจากคนไข้" เนี่ย

ก็ไม่เห็นออกมาคัดค้างซักแอะ !!!!

คราวนี้ถึงกับระดมดาหน้าเอาบรรดาผู้มีตำแหน่ง, มียศออกมาทำเรื่องศึกษาหาข้อไม่ดีทางกฎหมาย "ได้ตั้งยาวยืด+ละเอียดยิบ"

ต้องขอชมเชยด้วยความจริงใจครับ

พวกท่านพยาบาลเก่งกล้าสามารถทางกฎหมายจริงๆ

ใช้เวลาแค่ ไม่ถึงเดือน (ดูแล้วพยาบาลตั้งหลายสิบคน เป็นพยาบาลวิชาชีพกันท้างน้าน) แต่พากันออกมาวิพากวิเคราะห์แง่มุมทางกฎหมายของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้แตกฉาน แบบฟันธงว่าไม่ดีเบ็ดเสร็จ

แหมผมว่านะ ท่าน ร.ม.ต. จุรินทร์, ท่านนายกอภิสิทธิ์, ท่านบรรดาที่ปรึกษา, ท่าน wall paper, ท่านบรรดาอดีตประธานศาลฎีกาเอย, อดีตผู้พิพากษาเอย, อดีตประธานกรรมการกฤษฎีกา, อดีตนายกสภาทนายความเอย, อดีตเลขาธิการแพทยสภา 4-5 สมันเอย ฯลฯ อีกหลายๆท่าน อ้อ รวมถึงท่านอดีต ร.ม.ต. สาธารณสุข ท่านอาจารย์หมอมงคล ณ. สงขลา ซึ่งเป็นผู้สั่งให้ยกร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายทางการแพทย์นี้ขึ้น

พวกท่านเหล่านี้กำลังถูกกล่าวหาอย่างซึ่งๆหน้าว่า ได้ร่วมกันออกร่าง พ.ร.บ. นี้ออกมาที่อาจก่อให้เกิดความอยุติธรรมทั้งต่อคนไข้ (ตามที่พากันกล่าวอ้างกันอย่างสวยหรู หน้าฉาก ) และอาจรวมทั้งก่อความเสียประโยชน์ทางอคติและ/หรือทางฉ้อฉล ( ที่หลังฉาก อันนี้ผมว่าเอง เป็นความเห็นในระบอบประชาธิปไตยอันมีองค์พ่อหลวงเป็นประมุข ซึ่งท่านได้ทรงพระราชทานสอนสั่งเป็นนักหนาบ่อยๆตอนที่รับพระราชทานปริญญาบัตรว่า อย่าเห็นแก่ตัวและพวกพ้อง ต้องเห็นแก่ส่วนรวมก่อน)

มันแปลกดีนะ พยาบาลวิชาชีพกลุ่มเบ้อเริ่ม ออกมาฟันธง ในเวลาเพียง 2-3 อาทิตย์ ว่า ร่างกฎหมายที่กำกับและ/จัดทำขึ้นโดยกลุ่มปรมาจารย์และมืออาชีพที่ครำหวอดทางกฎหมายและทางการแพทย์ที่อุตส่าห์ลงแรงและเสียเวลาร่างกัน เป็นปี

ว่าเป็นร่างกฎหมายที่พูดแบบภาษาชาวบ้านว่า "ไม่ได้ความน่ะ"

คงไม่มียุคสมัยใดของ "เมืองอโยธยา" นี้ ที่บ้านเมืองจะเกิดความมั่วซั่วเหลวไหลได้มากกว่านี้แล้ว
โดย: ปิดประตูตีแมว [12 ต.ค. 53 10:02] ( IP A:115.87.198.104 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ฝากเรียนถามทุกๆท่านที่เป็นคณะทำงานของสมาคมพยาบาลนี้ด้วยครับว่า

แล้วพวกท่านทุกๆคนไปอยู่ที่ไหนกันมา ?????? !!!!!!!!!!!!!!

ตอนที่บรรดาคนไข้ในเครือข่ายฯนี้เรียกร้องความรับผิดชอบจากหมอ/โรงพยาบาลคู่กรณีของคนไข้

แล้วพวกท่านทุกๆคนไปอยู่ที่ไหนกันมา ?????? !!!!!!!!!!!!!!

ตอนที่พวกเราบรรดาคนไข้ผู้เสียหายทางการแพทย์ออกมาปาวๆว่าแพทยสภาเป็นซ่องโจรหมอ แพทยสภาโกหก แพทยสภาเตะถ่วงการพิจารณาคดีร้องเรียน

ซึ่งหากพวกท่านไม่เห็นด้วย หรือเห็นว่าเป็นการเข้าใจผิด ทั้งหมดที่พวกเราคนไข้และชาวบ้านรับรู้และเห็นกันมาเป็นแรมปี ก็คือ

พวกท่านพยาบาลนิ่ง+เงียบเชียบ ไม่ส่งเสียงเป็นพยานหรือแม้แต่คัดค้าน

แต่พอมาถึงงานนี้ กลับออกหน้ามาได้อย่างมีฟอร์มน่าเกรงขาม น่าเชื่อถืออย่างนี้

ปัดโธ่ แล้วจะให้ชาวบ้านคิดเป็นอื่นได้ไง??

นอกจากเห็นว่า พวกท่านเป็นส่วนหนึ่งของการเล่นจำอวดหลอกชาวบ้านที่ไม่ได้ติดตามข่าวมาแต่ต้นหรือรู้ไม่ทันเรื่องราวความเป็นมาแต่หนหลัง

งานนี้ขอเรียกร้องให้พยาบาลวิชาชีพคนอื่นๆที่ยังมีสำนึกถึงความถูกต้องส่วนรวม ออกมาแสดงความเห็นกันหน่อยเทอะ ผมไม่เชื่อหรอกว่าแค่พยาบาลที่ออกมาในสมาคมตอนี้เรื่องนี้น่ะ จะเป็นเสียงของตัวแทนพยาบาลวิชาชีพทั้งประเทศ

คณะแพทยศาสตร์รามา ก็ไม่ได้คัดค้าน พ.ร.บ. ฉบับนี้

ผมก็ไม่เชื่อว่า หมอโจรในแพทยสภาและแพทยสมาคมจะจูงจมูกคนในอาชีพหมอทั้งประเทศนี้ได้

ถ้าสมาคมพยาบาลไทยจะเดินตามแพทยสภาไทย ก็ขอให้ตื่นรู้หันไปดูสมาคมพยาบาลอเมริกัน สมาคมพยาบาลของรัฐเท็กซัสเป็นตัวอย่างหน่อย ตอนนี้ทางนั้นตื่นตัวเรื่องการรายงานความผิดพลาดทางการแพทย์ของหมอกันขนานใหญ่แล้ว ถึงขนาดระดมทุนกันทั้งประเทศเป็นกองทุนเพื่อต่อสู้ทางคดีกับเรื่องที่หมอโรงพยาบาลรัฐร่วมมือกับอัยการและตรวจแกล้งฟ้องนางพยาบาลสองคนที่ปากโป้งร้องเรียนหมอจะให้นางพยาบาลติดคุก ตอนนี้คดีกลับตาลปัตรกลายเป็นพยาบาลจะเอาทั้งหมอ+อัยการ+นายอำเภอ (ทำหน้าที่ตำรวจในคดี) ติดคุกหัวโต

เรื่องนี้กำลังเป็นข่าวใหญ่คับประเทศและศาลสูงสหรัฐฯนัด ไกล่เกลี่ยรอบสองในไม่กี่วันนี้ หากรอบนี้ไม่ลงตัวแล้วคดีเดินสู่ศาลสูงละก็

งานนี้เราได้เห็น หมอ + อัยการ + ตำรวจ (นายอำเภอ) ติดคุกฐานกลั่นแกล้งพยาบาล ชัวร์ไม่มั่วนิ่ม รับรอง และไม่มีมวยล้มต้มคนดูอย่างที่เมืองไทยเราชอบทำกัน !!!!!!
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [12 ต.ค. 53 10:28] ( IP A:115.87.198.104 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ข่าวล่า คัดจาด นิวยอร์คไทมส์ ที่นี่เลย

https://www.nytimes.com/2010/08/11/us/11whistle.html

ข่าวจาก New York Times เมื่อ (อังคาร) August 10, 2010

รายงานโดย Kavin Sack


ในที่สุด คดีซึ่งโด่งดังและเป็นที่โจษจรรย์กันในวงการแพทย์/พยาบาล ที่ Winkler County Memorial Hospital ก็มาถึงข้อยุติ สองนางพยาบาล Mitchelle วัย 53 และ Galle วัย 54 ได้ตกลงใจยุติคดีที่เธอทั้งสองเป็นโจทย์ยื่นฟ้องทางโรงพยาบาลและทางการเมือง Kermit ร่วมกับเจ้าหน้าที่อื่นๆอีกหลายคนฐานดำเนินคดีโดยมิชอบต่อศาลสูงสหรัฐฯ (Federal court)

สองนางพยาบาลตกลงใจในวันนี้ที่จะแบ่งรับเงินจำนวน $ 750,000 (22.5 ล้านบาท) ที่จะได้จาก Winkler County Memorial Hospital เป็นค่าชดเชยในการยุติคดีนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทั้งสองถูกไล่ออกจากงานและถูกจับและตั้งข้อหาว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการได้มาและเผยแพร่ข้อมูลทางราชการเพื่อการให้ร้ายแก่ผู้อื่น ทั้งนี้เพื่อรายงานถึงการปฏิบัติรักษาทางการแพทย์ที่ไม่ถูกต้องของหมอท่านหนึ่งที่โรงพยาบาลแห่งนั้น ทั้งหมดเป็นการให้สัมภาษณ์ของทนายของเธอทั้งสอง

พยาบาล Anne Mitchelle ถูกดำเนินคดีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมาในข้อหาอุกฉกรรจ์ฐานใช้ข้อมูลของทางราชการที่มิชอบในการรายงานอย่างไม่เปิดเผยต่อ State Medical Board (คณะกรรมการแพทย์แห่งรัฐเท็กซัส) เมื่อปี ค.ศ. 2009 ซึ่งพาดพิง Dr. Rolando G. Arafiles ส่วนข้อกล่าวหาที่มีต่อพยาบาลคนที่สอง, Vickilyn Galle ถูกยกเลิกไปก่อนที่จะเริ่มการไต่สวนในคดีนี้เล็กน้อย

บรรดาผู้เชี่ยวชาญหลายท่านด้านกฎหมายปกป้องผู้เปิดโปงเพื่อประโยชน์สาธารณะที่เรียกว่า Whistle-blower protection law ต่างกล่าวว่าการดำเนินคดีแบบนี้ยังไม่เคยมีมาก่อน และคดีนี้ทางสมาคมพยาบาลแห่งรัฐเท็กซัสและสมาคมพยาบาลอเมริกันก็เข้าร่วมดำเนินการด้วย เพื่อเป็นการเตือนให้ระวังถึงผลของกระแสการปิดปังการรายงานเรื่องการปฏิบัติทางการแพทย์ที่ผิดๆที่อาจเกิดขึ้นตามมา

พยาบาล Mitchelle วัย 53 กล่าวในคำให้สัมภาษณ์ว่าเธอรู้สึกดีใจที่ได้จบเรื่องคดีนี้ไว้เบื้องหลัง “แล้วเราก็จะได้มีชีวิตของเราตามปรกติต่อไปได้” หล่อนกล่าวต่อว่า “เรานึกไม่ถึงว่าจะตกมาอยู่ในสภาพเช่นที่เป็นอยู่นี้ ในเมื่อควรเป็นจังหวะเวลาที่เราจะได้ตั้งหลักและเฝ้ารอเวลาที่จะได้เกษียณจากงาน”

พยาบาล Mitchelle และ พยาบาล Galle ปัจจุบันต่างก็อาศัยอยู่ที่เมือง Jal มลรัฐ New Mexico และก้ไม่สามารถหางานในวิชาชีพเดิมนี้ได้ตั้งแต่เมื่อทั้งสองถูกไล่ออกจากงานพยาบาลบริหาร/จัดการเมื่อปีที่แล้ว ทั้งนี้โดนการให้สัมภาษณ์ของ Brian Carney ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมทนายของเธอทั้งสอง

คดีซึ่งทั้งสองยื่นฟ้องต่อศาลสูงสหรัฐฯ เป็นที่ยืนยันว่าพวกเธอได้รับสิทธิในการแก้ต่างข้อกล่าวหาจากการถูกดำเนินคดีและการถูกปฏิเสธสิทธิเบื้องต้นในการฟอกตัวจากข้อกล่าวหา (First amendment rights) ด้านโรงพยาบาลรวมทั้งจำเลยคนอื่นๆในคดีนี้ต่างเห็นชอบในข้อตกลงยุติคดีครั้งนี้โดยไม่ได้ยอมรับผิดทางกฎหมาย

ส่วนนายแพทย์ Arafiles ซึ่งได้เข้าเรียนโรงเรียนแพทย์ที่บ้านเกิดในฟิลิปินส์ก่อนที่จะรับการฝึกอบรมในสหรัฐอเมริกานี้ถูกตั้งข้อหาโดย Texas Medical Board เมื่อปลาย มิ.ย. เรื่องการละเมิดกฎระเบียบหลายข้อด้วยกัน รวมทั้ง การไม่ระวัง/เก็บรักษาข้อมูลเวชระเบียนอย่างเพียงพอ, การมีดุลยพินิจทางการแพทย์บกพร่อง, การตัดสินใจที่บกพร่อง, การเก็บค่ารักษาที่แพงเกินจริง, การแจ้งรหัสงานแพทย์ที่ไม่ถูกต้อง, การสั่งจ่ายยาและ/หรือบำบัดรักษานอกการบำบัดรักษาทางอายุรเวชฏิบัติ, และการข่มขู่พยาน

---------------------------------------------

ต่อ คห ถัดไป
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [12 ต.ค. 53 14:23] ( IP A:115.87.198.104 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ในข้อกล่าวหาที่ว่านั้นได้ระบุถึงการบำบัดรักษาที่ต่ำกว่ามาตรฐานของคนไข้จำนวน 9 รายด้วยกันในระหว่างปี 2008 และ 2009 นอกจากนี้นายแพทย์ Arafiles ยังถูกกล่าวหาเรื่องอื่นๆเช่น การใช้ปลายกรรไกรยางเย็บติดกับปลายนิ้วผู้ป่วย, การใช้สารละลายของน้ำมันมะกอกซึ่งไม่ได้รับการรับรองในคนไข้ซึ่งติดเชื้อแบคทีเรียที่มีความต้านทานยาสูง, การบกพร่องในการวินิจฉัยโรคไส้ติ่งอักเสบ, และการทำผ่าตัดปลูกถ่ายผิวหนังในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลโดยไม่มีสิทธิพิเศษโดยเฉพาะ

นายแพย์ Arafiles ยังคงทำงานอยู่ที่ Winkler County Memorial Hospital ต่อไป ขณะที่เขายังคงรอรับการไต่สวนของ Administrative law judge (เข้าใจว่า คือตุลาการศาลปกครอง) ตามข้อกล่าวหาของ Texas Medical Board ซึ่งผลที่ได้อาจหมายถึงการจำกัดหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบอาชีพ

ในปี 2007 Texas Medical Board ได้วางข้อจำกัดต่อใบอนุญาตประกอบอาชีพของนายแพทย์ Arafiles ไว้เพียง 3 ปีหลังจากที่ได้พิจารณาข้อกล่าวหาที่มีต่อตัวเขาในประเด็นเรื่องความประพฤติที่ไม่เหมาะสมในการประกอบวิชาชีพ และการกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไม่เพียงพอในคลินิก *** ที่เขาเคยทำงานอยู่

อย่างไรก็ตาม ทั้งนายแพทย์ Arafiles และ Stan Wiley เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของโรงพยาบาลผู้ซึ่งไล่พยาบาลทั้งสองออกจากงานต่างก็ไม่เปิดโอกาสให้เข้าถึงตัวได้เพื่อสอบถามความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ พยาบาลทั้งสองได้ระบุชื่อพวกเขาทั้งสองคนในฐานะจำเลยร่วมกับทางการเมือง Kermit, โรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอีกหลายคนด้วยกัน

ในเดือนเมษายน Department of State Health Services ได้ตั้งค่าปรับต่อโรงพยาบาลเป็นจำนวนเงิน $ 15,850-. ตามเพดานสุงสุดของค่าปรับทางกฎหมายในฐานที่ไม่กำกับดูแลนายแพทย์ Arafiles อย่างเพียงพอ และ ฐานที่ไล่ออกนางพยาบาล Mitchelle และ พยาบาล Galle โดยไม่มีเหตุอันควร

พยาบาลทั้งสองคนซึ่งทำหน้าที่ดูแลด้านการประกันคุณภาพของงานบริการและการควบคุมการปฏิบัติตามกฎระเบียบกล่าวว่า พวกเธอเริ่มเพ่งเล็งการทำงานของนายแพทย์ Arafiles ทันทีหลังจากที่เขาถูกว่าจ้างเข้ามาโดยทางโรงพยาบาลในปี 2008 อันเป็นช่วงที่ยากลำบากในการจัดหาหมอมาประจำในเมือง Kermit ที่ห่างไกลทางตะวันตกของรัฐเท็กซัสนี้ เมืองซึ่งมีประชากรเพียง 5,200 คนท่ามกลางแหล่งน้ำมัน Permian Basin oil field

และโดยที่รู้สึกว่าการแจ้งเตือนเป็นการภายในของพวกเธอไม่ได้รับการใส่ใจ พยาบาลทั้งสองซึ่งมีประสบการณ์ทำงานรวมกันถึง 47 ปีที่โรงพยาบาลนี้ จึงได้เขียนคำร้องส่งถึง Texas Medical Board อย่างไม่เปิดเผยและอ้างอิงเพียงหมายเลขเวชระเบียนโดยไม่เปิดเผยชื่อคนไข้ให้แก่เจ้าหน้าที่สอบสวนเพื่อการติดตาม

หลังจากนั้น เมื่อนายแพทย์ Arafiles ได้รับการสอบถามอย่างเป็นทางการจาก Texas Medical Board เขาจึงหว่านล้อมให้นายอำเภอเมือง Kermit, Robert L. Robert ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนส่วนตัวและคนไข้ให้ช่วยสอบสวนหาผู้ที่แจ้งเรื่องร้องเรียนนี้ นายอำเภอจึงได้ขอหมายค้นจากศาลเข้าตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ของพยาบาลทั้งสองและพบร่างคำร้องเรียนในเครื่องคอมพิวเตอร์ของพยาบาล Mitchelle จากนั้นจึงนำเรื่องสู่การไต่สวนของคณะลูกขุนใหญ่

ในระหว่างการไต่สวน อัยการได้ยืนยันว่าพยาบาล Mitchelle ไม่ได้กระทำด้วยศรัทธาของความดีงาม ตามที่บัญญัติไว้ใน กฎหมายปกป้องผู้เปิดโปงเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ Whistle-blower protection law เมื่อร้องเรียนเรื่องของนายแพทย์ Arafiles อย่างไรก็ตามขณะลูกขุน ใช้เวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมงในการตัดสินยกข้อกล่าวหาอย่างเป็นเอกฉันท์

จบข่าว

หาอาจข่าวตั้งต้นได้ที่ กระทู้ 1642

อ่านแล้วดีใจกับคนไข้อเมริกัน ที่มีพยาบาลที่ทุ่มเทและซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ หาญกล้าท้าตีกับหมอและอัยการ และคนของเขาก็มีคุณภาพด้วย

ของพี่ไทยเราตอนนี้ พยาบาลหัวขบวนไม่กี่คน กำลังเนียนๆ หันหัวไปซุกใต้ปีกหมอโจรชราแค่ไม่กี่คนเหมือนกัน

นี่ถ้าสมเด็จย่า ท่านทรงรู้เข้า จะทรงกรรแสงไหมน๊อ ??? เฮ้อ
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [12 ต.ค. 53 14:33] ( IP A:115.87.198.104 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน