สองผัวเมียใจสลาย! ฟ้อง รพ.ดังส่งพยาบาลมือใหม่ทำลูกตาย
   สองผัวเมียใจสลาย! ฟ้อง รพ.ดังส่งพยาบาลมือใหม่ทำลูกตาย
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 19 ตุลาคม 2553 15:08 น.

"พ่อ -แม่" ใจสลาย ฟ้อง รพ.ราษฎร์บูรณะ เรียกค่าเสียหายฐานละเมิด 19 ล้าน ปล่อยผู้ช่วยพยาบาลมือใหม่ดูแลลูกชายแรกคลอดจนตัวซีดเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ

วันนี้ ( 19 ต.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลแพ่งธนบุรี ถ.เอกชัย นายสุรพงษ์ เหล่าทิพย์รักษ์ และน.ส.น้องนุช รักษี สองสามีภรรยา ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้อง บริษัท โรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ น.ส.นิรมล เนินเขา พยาบาลโรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ และ น.ส.ทิพาวรรณ แสนเปา ผู้ช่วยพยาบาลโรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ เป็นจำเลยที่ 1 - 3 เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย จำนวน 19,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค.53 น.ส.น้องนุช คลอดบุตรชายที่โรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ ตั้งชื่อว่า ด.ช.นันทิพัฒน์ เหล่าทิพย์รักษ์ หรือน้องปลื้ม ต่อมาวันที่ 31 พ.ค. 53 น้องปลื้ม ถึงแก่ความตาย ขณะพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องเด็กแรกเกิด ทั้งที่ขณะคลอดและหลังคลอด น้องปลื้ม มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดีทุกประการ ไม่มี ภาวะผิดปกติแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งเป็นลูกจ้างของโรงพยาบาล ที่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพพยาบาล ไม่มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์เพียงพอในการดูแลเด็กแรกเกิด เป็นผู้ให้นมและอาบน้ำ น้องปลื้ม ก่อนทิ้งให้อยู่ตามลำพัง จนน้องปลื้มมีอาการผิดปกติ ไม่หายใจ ตัวซีด และเกิดภาวะหายใจล้มเหลว หากจำเลยที่ 2 อยู่ดูแลใกล้ชิด อาจใช้ความสามารถในฐานะพยาบาลวิชาชีพช่วยชีวิต น้องปลื้ม ได้ทัน ฉะนั้นความตายของน้องปลื้ม จึงเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2 และ 3 อันเป็นการทำละเมิดในทางการจ้างของจำเลยที่ 1 ที่เป็นนายจ้าง จำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 และ 3

โจทก์ ทั้งสองเรียกร้องขอให้จำเลยทั้งสาม ชดใช้สินไหมทดแทน ประกอบด้วย ค่าขาดรายได้ หากน้องปลื้ม เป็นผู้ใหญ่ย่อมมีรายได้ จึงเรียกค่าขาดรายได้ จำนวน 12,600,000 บาท ค่าขาดไร้อุปการะ จำนวน 2,400,000 บาท ค่าเสียหายเมื่อไม่สามารถมีบุตรได้ จำนวน 1,000,000 บาท และค่าสูญเสียบุตร จำนวน 3,000,000 บาท รวมค่าเสียหายจำนวน 19,000,000 บาท คดีนี้โจทก์ทั้งสองเป็นผู้บริโภคเข้ารับบริการจากสถานพยาบาลของจำเลยที่ 1 ดังนั้นโจทก์ทั้งสองจึงขอให้ศาลสั่งให้จำเลยที่ 1 รับผิดชำระค่าเสียหาย เพื่อการลงโทษให้แก่โจทก์ทั้งสองเพิ่มขึ้น ตามบทบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2552 มาตรา 42

ศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีผู้บริโภค หมายเลขดำที่ ผบ.1727/2553 พร้อมนัดกำหนดวันพิจารณาคดีวันที่ 19 พ.ย.53 เวลา 09.00 น.

ภาย หลัง น.ส.น้องนุช กล่าวว่า อยู่กินกับ นายสุรพงษ์ สามี เป็นพนักงานต้อนรับที่โรงแรมบีเอส คอร์ท สาธร ส่วนตนเป็นแม่บ้านไม่มีอาชีพ มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน คือ ด.ช.กิตตินันท์ เหล่าทิพรักษ์ หรือ น้องน็อต อายุ 13 ปี ซึ่งลูกมีปัญหาเรื่องความพัฒนาทางสมองช้า อาจเป็นเพราะตอนคลอดแพทย์ที่โรงพยาบาลในจังหวัดกาญจนบุรี ใช้เครื่องดูดศีรษะลูกออกมา เมื่อน้องน็อต โตขึ้นจึงมีปัญหาทางสมอง ต้องเข้าเรียนโรงเรียนเฉพาะของเด็กพิเศษ กระทั่งเริ่มตั้งท้อง น้องปลื้ม เกิดความกลัวกับการคลอดลูกที่โรงพยาบาลต่างจังหวัด จึงไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ ตามคำแนะนำของสามี เพราะสามีใช้สิทธิประกันสังคมที่โรงพยาบาลดังกล่าว ประกอบกับอยู่ใกล้บ้านเช่า เมื่ออายุครรภ์ได้ 5 เดือนจึงทำการอัลตราซาวด์ ทราบว่าได้ลูกชาย ต่อมาวันที่ 28 พ.ค.53 เวลา 10.00 น. น้ำคร่ำเดินจึงเข้าผ่าตัดลูกในครรภ์ออก เนื่องจากเด็กหัวไม่กลับ หลังผ่าตัดแพทย์ได้อุ้ม น้องปลื้ม ให้ดูพร้อมบอกว่าลูกชายร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดี พร้อมถามตนว่าต้องการจะทำหมันหรือไม่ เมื่อเห็นว่าลูกสมบูรณ์ดีแล้วจึงตัดสินใจทำหมันทันที จากนั้นวันที่ 29 - 30 พ.ค.53 พยาบาลยังนำลูกมาให้เลี้ยงในช่วงเวลากลางวัน ระหว่างที่ตนพักฟื้นจากแผลผ่าตัด

น.ส.น้องนุช กล่าวว่า ต่อมาเช้ามืดวันที่ 31 พ.ค.53 พยาบาลได้แจ้งให้ทราบว่า สามารถเดินทางกลับบ้านได้แล้ว และขอให้เตรียมเงินไปชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่ต่อมาเวลา 08.00 น. วันเดียวกัน พยาบาลเข้าไปแจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้ น้องปลื้ม ไม่หายใจ แพทย์กำลังให้การช่วยชีวิตอยู่ เมื่อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตกใจ รีบเข้าไปดูอาการลูกในห้องแรกเกิด จนแพทย์เข้ามาแจ้งว่ากำลังให้น้ำเกลือเด็ก ขณะนั้นได้แต่ภาวนาขอให้เกิดปาฏิหาริย์กับลูก แต่หลังจากนั้น 20 นาที แพทย์กลับออกมาบอกว่า ไม่สามารถช่วยเด็กไว้ได้ ความรู้สึกตอนนั้นเมื่อใจจะขาด ร้องไห้ฟูมฟาย เมื่อคุมสติได้จึงเข้าไปดูลูก เห็นสภาพลูกที่มีสายน้ำเกลือ สายออกซิเจน ระโยงรยางค์เต็มไปหมด ตัวและริมฝีปากเขียวคล้ำ ยิ่งเห็นยิ่งเจ็บปวด เพราะก่อนหน้านั้น ยังได้อุ้มลูกเลี้ยงดูอยู่ดีๆ

น.ส.น้องนุช กล่าวว่า เมื่อสอบถามพยาบาลทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ช่วยพยาบาลนำ น้องปลื้ม ไปอาบน้ำ และให้นม จากนั้นนำไปนอนพักที่เตียง ราว 30 นาที เมื่อผู้ช่วยพยาบาลกลับไปดูที่เตียง ปรากฏว่า น้องปลื้ม ตัวซีด ไม่หายใจ เมื่อถามแพทย์ว่า ลูกตนตายเพราะเหตุ แพทย์ไม่สามารถตอบได้ จนต้องนำศพ น้องปลื้ม ไปผ่าพิสูจน์ ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ แพทย์นิติเวช ระบุว่า เลือดออกในถุงลมปอด และพบสิ่งแปลกปลอมในถุงลม พร้อมระบุเหตุตายว่า เกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลว เมื่อนำผลแพทย์นิติเวช ไปแจ้งให้ทางโรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ ทราบ ก็ได้รับคำตอบว่าเด็กเสียชีวิตเอง ทางโรงพยาบาลเสนอมอบเงินทำขวัญให้จำนวน 200,000 บาท แต่ตอบปฏิเสธไป เพราะตอนนั้นไม่ต้องการเงิน แต่อยากทราบว่าเพราะอะไรลูกจึงเสียชีวิต เมื่อไม่เข้าใจความหมายในสาเหตุการตาย จึงกลับไปที่สถาบันนิติเวช อีกครั้งว่า สาเหตุที่ลูกตายนั้นเกิดจากอะไร แพทย์นิติเวช อธิบายว่า เลือดที่ออกในถุงลมปอดนั้นอาจเกิดจากการปั๊มหัวใจ แต่สิ่งที่ตั้งข้อสังเกตคือสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในถุงลม ที่ไม่สามารถแยกได้ว่า เป็นนม หรือน้ำ

น.ส.น้อง นุช กล่าวว่า เมื่อนำคำอธิบายจากแพทย์นิติเวช กลับไปแจ้งให้ทางโรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ ทราบอีกครั้ง ทำให้ฝ่ายโรงพยาบาล เสนอจะชดใช้ด้วยการแก้หมันเพิ่มให้อีกจำนวน 100,000 บาท ตนตอบปฏิเสธอีกครั้ง ขณะที่ด้านคดีที่แจ้งความไว้ที่ สน.ราษฎร์บูรณะ ยังไม่มีความคืบหน้า จึงปรึกษาทนายและตัดสินใจยื่นฟ้องขอความเป็นธรรมต่อศาล

https://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9530000147289
โดย: 222 [20 ต.ค. 53 7:09] ( IP A:202.28.179.4 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   ผู้ช่วย พยาบาลก็โดน
แต่หมอทางเลือก หมอแผนไทย ไม่เคยโดน
โดย: ไม่เฉพาะแพทย์ [20 ต.ค. 53 9:38] ( IP A:182.52.123.1 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   เรื่องที่ดิ้นได้ ก็ดิ้นกันไปจริงไหมจ๊ะ??

เรื่องที่ดิ้นยาก ก็ไม่รู้สินะ ???

อย่างดิ้น ดิ้น เนี่ย ก็ต้องใช้ ลิ้น พลิ้ว พลิ้ว. หน่อย ศาสนา คนพวกนั้น ไม่รู้จักลึกซึ้งหรอก ก็แค่ตัวหนังสือ

แต่เสกสรร ว่าตนเอง เป็นเทวดา บนดิน ผู้วิเศษ เหนือมนุษย์
(คนละเรื่องกัน)
...........
โดย: มนุษย์ [20 ต.ค. 53 11:09] ( IP A:119.31.114.132 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   อ้าว ตกลงว่า ผ่าชันสูตรแล้ว ได้คำอธิบายแล้ว รพ.ไกล่เกลี่ยแล้ว เสนอแก้หมันด้วย
โดย: แต่ก็ฟ้องอยู่ดี O__O [20 ต.ค. 53 12:30] ( IP A:119.42.123.92 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ชีวิตผมไม่มีอะไรมี ค่าเท่ากับลูกอีกแล้วครับ
เป็นผม ผมก็สู้สุดใจขาดดิ้นครับ
แถม จะไปเรียนกฏหมายเพิ่มด้วย (คดีแบบนี้ ยึดเยื้อครับ 4-5 ปี)
กว่าจะครบทุกศาล พอดีเรียนจบเป็นทนายว่าความเองซะเลย
เป็นกำลังใจให้ครับ
โดย: คนสู้ชีวิต [21 ต.ค. 53 20:38] ( IP A:124.122.173.29 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   เเล้วไม่สงสารเเม่ที่อุ้มท้องมา 9 เดือนบ้างหรอ ถ้าคลอดลูกเเล้วลุกตายที่เกิดจากมือหมอ หรืออะไรก้เเล้วเเต่ที่จะทำให้เสียชีวิตในขณะที่ยังอยู่ใน รพ.
โดย: jintana_29102519@hotmail.co.th [24 ก.พ. 54 12:32] ( IP A:119.46.233.161 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน