วิปรัฐบาลให้สธ.กลับไปทำความเข้าใจหมออีกรอบ
   https://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9530000154021

วิปรัฐบาลตีกลับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองฯ ให้ สธ.ทำความชัดเจน-เข้าใจกับบุคลากรทางการแพทย์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
1 พฤศจิกายน 2553 19:06 น.

ที่ประชุมวิปรัฐบาลให้ สธ.กลับไปทำความชัดเจนเรื่องร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ พร้อมทำความเข้าใจกับบุคคลากรทางการแพทย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิทยา แก้วภราดรัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แถลงผลการประชุมวิปรัฐบาลว่า วิปรัฐบาลได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ.... และข้อสรุปคณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์ในระบบบริการสาธารณสุขโดยได้เชิญปลัดกระทรวงสาธารณสุขและคณะกรรมการมาให้ข้อมูลเรื่องข้อสรุปร่วมกัน ซึ่งวิปรัฐบาลเห็นว่าข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ที่จะมีการปรับปรุงร่างกฎหมายฯ 12 ประเด็น โดยวิปรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขกลับไปทำความชัดเจนว่าในการแก้ไขนั้นจำเป็นจะต้องยกร่างฯ ขึ้นมาใหม่หรือให้การแก้ไขเป็นภาระของสภาผู้แทนราษฎรหรือให้ปรับปรุงกันในชั้นกรรมาธิการ และให้กระทรวงสาธารณสุขไปทำความเข้ากับบุคลากรทางการแพทย์ในขอบข่ายทั่วประเทศ เพราะหลายคนยังกังวลต่อกฎหมายฉบับนี้

นายวิทยา กล่าวว่า เบื้องต้นวิปรัฐบาลยังไม่ได้มีการเลื่อนระเบียบวาระการพิจารณาเรื่องร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ หรือขอถอนออกจากวาระ แต่ได้ขอให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเร่งดำเนินการทำความเข้าใจกับบุคลากรทางการแพทย์และทำความชัดเจนเรื่องกฎหมาย โดยไม่ได้มีการกำหนดกรอบเวลาอะไร หากระหว่างที่ยังไม่มีความชัดเจนจากกระทรวงสาธารณสุขแต่เมื่อถึงวาระที่จะต้องพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้แล้ววิปรัฐบาลก็จำเป็นจะต้องดำเนินการพิจารณาไปตามกระบวนการโดยไม่รอกระบวนการภายในของกระทรวงสาธารณสุข

แหล่งข่าวจากแกนนำวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า 12 ประเด็นที่วิปรัฐบาลมอบหมายให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปพิจารณานั้นมีประเด็นที่น่าสนใจคือ 1.เปลี่ยนชื่อจากร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ.... มาเป็น ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการรับบริการสาธารณสุขหรือร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับบริการและผู้ให้บริการที่ได้รับความเสียหายจากการบริการสาธารณสุข 2.เปลี่ยนหลักการของร่างกฎหมายฟให้เป็น “ให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการรับบริการสาธารณสุข” ซึ่งจะคุ้มครองทั้งผู้เสียหายและแพทย์ผู้ให้บริการ 3.เปลี่ยนคำนิยามของผู้เสียหาย ที่หมายความถึงผู้ได้รับความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขจากสถานพยาบาล ให้เป็น “ผู้เสียหาย” ในหลักการควรคุ้มครองเฉพาะประชาชนชาวไทย เนื่องจากเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนชาวไทยที่ควรจะได้รับความคุ้มครอง ซึ่งวิปรัฐบาลได้ตั้งข้อสังเกตว่าควรคุ้มครองแรงงานต่างด้าวด้วยหรือไม่

แหล่งข่าวระบุว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ 8 เรื่องของการทำสัญญาประณีประนอมยอมความเมื่อรับเงินชดเชยไปแล้ว “เป็นการทำสัญญาประณีประนอมยอมความเพื่อยุติการดำเนินคดี” โดยในสัญญาประณีประนอมยอมความดังกล่าวควรมีเนื้อหาที่กำหนดให้ผู้เสียหายยินดีที่จะยุติการฟ้องร้องคดีทางแพ่งและอาญา และประเด็นที่ 9 การฟ้องร้องคดีอาญาและบทลงโทษ ซึ่งเห็นว่าในหลักการเมื่อรับเงินไปแล้วควรยุติการฟ้องคดีทางแพ่งและอาญา และเพื่อคลายความกังวลของทั้ง 2 ฝ่ายในสัญญาประณีประนอมยอมความควรกำหนดว่า “เมื่อรับเงินช่วยเหลือไปแล้วก็จะไม่มีการฟ้องคดีทางแพ่งและอาญาต่อไป” อย่างไรก็ตาม กฎหมายจะยุติได้เฉพาะคดีแพ่ง แต่ทางอาญาก็จะได้ประโยชน์ในการพิจารณาคดีในชั้นศาล โดยให้คงมาตรา 45 ที่ระบุถึงการให้ศาลนำเรื่องการที่ผู้เสียหายไม่ติดใจให้จำเลยได้รับโทษ มาพิจารณาประกอบด้วยในการนี้ ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดหรือไม่ลงโทษเลยก็ได้
โดย: พวกหมอต้านพรบ.นี่เข้าใจอะไรยาก [2 พ.ย. 53 19:34] ( IP A:58.9.231.49 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
    มากหมอ มากความ ดังโบราณท่านว่าไว้ไม่มีผิด
โดย: เจ้าบ้าน [3 พ.ย. 53 20:28] ( IP A:124.122.2.131 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน