อย่าเพิ่งเชื่อข่าวไส้ติ่งแตก
   https://www.thaiclinic.com/cgi-bin/wb_xp/YaBB.pl?board=doctorroom;action=display;num=1298865075
เชื่อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าตายแน่
โดย: แต่ผมว่าเชื่อได้ 100 % [28 ก.พ. 54 11:13] ( IP A:58.11.71.218 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   และเชื่อได้อีกว่ามีมวยล้ม
โดย: เชื่อหรือไม่ [28 ก.พ. 54 11:14] ( IP A:58.11.71.218 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ชัวร์ป๊าบเลย

เชื่อ 1000 เปอร์เซ็นต์

มวยล้มชัวร์
โดย: ห่วยแตก [28 ก.พ. 54 18:59] ( IP A:180.180.182.218 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ร้อง"ปวีณา"ลูกชายถูกหมอเมินจนไส้ติ่งแตกตาย "รอง ผอ.รพ.พิจิตร" ยันไม่เคยทอดทิ้งคนไข้วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 เวลา 08:00:33 น.
Share

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ นางสมัย พิมพ์อักษร อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ 7 ต.ดงประคำ อ.เมือง จ.พิจิตร ได้เดินทางมาที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี 84/14 หมู่ 2 ถนนรังสิต-นครนายก (คลอง 7) ตำบลลำผัก *** ด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ร้องเรียนขอความเป็นธรรม กรณีที่ ดช.ธนกฤต พิมพ์อักษร อายุ 9 ขวบ บุตรชายของตนเอง มีอาการปวดไส้ติ่งอย่างรุนแรงจนต้องพาไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดพิจิตร แต่แพทย์และพยาบาลกลับไม่สนใจจนกระทั่งลูกชายไส้ติ่งแตกตาย


นางสมัยกล่าวว่า ทางโรงพยาบาลได้รับตัวน้องกายเข้าห้องฉุกเฉินตั้งแต่เวลาประมาณ 13.50 น. แต่รอนานมากก็ยังไม่มีใครมาดูแลให้แต่น้ำเกลือเท่านั้น จากนั้นจึงนำบุตรชายของตนไปอยู่ที่ตึกเด็กเพื่อรอหมอมาตรวจขณะที่บุตรชายคงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลาถึง 2-3 ชั่วโมง เพิ่งจะมีหมอมาดูอาการ แต่หมอที่มาตรวจกลับทำแค่คลำดูท้องของน้องกาย และบอกว่า อาการอย่างนี้ไม่น่าจะเป็นไส้ติ่ง คนไข้คนนี้ผิดปกติมากไม่น่าจะเป็นไส้ติ่ง หลังจากนั้นหมอก็กลับไปแล้วตนยังอยู่กับลูกตลอด



นางสมัยเล่าทั้งน้ำตาว่า น้องกายเริ่มมีอาการปวดท้องมากขึ้นและนอนดิ้นทุรนทุรายขอความช่วยเหลือจากหมอ จากนั้นหมอก็ได้โทรศัพท์ไปเรียกพยาบาล มารุมล้อมตัวน้องกายจับมัดแขน มัดขา ใส่สายออกซิเจน ต่อสายยางเข้าปากและจมูก หลังจากนั้นนางพยาบาลได้เข็นเตียงไปอีกห้องที่ไม่มีคนไข้อื่น และวัดความดันของน้องกายพร้อมกับดันตัวของตนออกมา แต่ตนได้แอบดูลูกอยู่ตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วง กระทั่งน้องกายหมดสติพยาบาลก็นำไปที่ห้องไอซียู ประมาณ 20 นาที พยาบาลก็เรียกตนไปบอกว่าเด็กเสียแล้ว และบอกว่าตายเพราะติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง"


นางสมัยกล่าวอีกว่า ต้องการขอความช่วยเหลือและความเป็นธรรมให้กับบุตรชายและอยากทราบว่าเพราะสาเหตุใดลูกชายของตนถึงต้องตาย จึงเข้าร้องต่อมูลนิธิปวีณา ซึ่งทางมูลนิธิได้ส่งศพไปตรวจที่ รพ.พิษณุโลก จึงทราบว่าบุตรชายเป็นไส้ติ่งแตกตาย

ต่อมานางปวีณา นำนางสมัยเข้าพบ พล.ต.ต.ทวีชัย วิริยะโกศล รองผู้บัญชาการภาค 6 และ ผกก.สภ.เมืองพิจิตร แจ้งความดำเนินคดีเอาผิดต่อโรงพยาบาลพิจิตรและขอความเป็นธรรมให้การช่วยเหลือคดีดังกล่าว โดยพนักงานสอบสวนเชิญน.พ.วิริยะ เอี้ยวประเสริฐกุล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิจิตร และน.พ.เสรี วุฒินันชัย แพทย์เชี่ยวชาญกุมารเวชกรรม เข้าให้ข้อมูลสาเหตุการเสียชีวิตว่าแพทย์ยังไม่แน่ชัดว่าป่วยด้วยโรคไส้ติ่งอักเสบ ซึ่งอยู่ระหว่างรอดูอาการ และรักษาตามขบวนการทางการแพทย์ เด็กมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง จึงให้ยาระงับรุนแรง โดยไม่ได้มีในส่วนการเสียชีวิต ซึ่งโรงพยาบาลพิจิตรยอมรับขบวนการทางการรักษาผิดพลาดไม่มีเจตนากระทำความรุนแรงต่อผู้ป่วยแต่อย่างใด และเป็นขบวนการพยามช่วยเหลือผู้ป่วยให้รอดชีวิตมากกว่า รวมทั้งยืนยันการตายของด.ช.ธนกฤตไม่เกี่ยวกับการใช้ผ้าอุดปาก จมูก และจรรยาบรรณของแพทย์พยาบาลจะไม่กระทำทำแบบนั้น ซึ่งโรงพยาบาลจะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลจะให้การช่วยเหลือด้านจากเงินกองทุนผลกระทบจากการบริการทางการแพทย์สาธารณสุข 2 แสนบาทและช่วยเหลือด้านอื่นๆ เพิ่มเติมอันสมควร อย่างไรก็ตาม ประธานมูลนิธิได้นำนางสมัย แจ้งความลงบันทึกประจำวันต่อพนักงานสอบสวน ข้อหาทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตายแก่พยาบาลดังกล่าว ซึ่งมูลนิธิจะรอผลตรวจสอบการเสียชีวิตและการสอบพยานหลักฐานเพื่อให้การช่วยเหลือมารดา ด.ช.ธนกฤตต่อไป

น.พ.วิริยะกล่าวว่า การร้องเรียนของญาตผู้ตายน่าจะเป็นการเข้าใจผิด ซึ่งเด็กมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด และอาการทรุดตัวลงรวดเร็วมาก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

"ญาติติดใจเรื่องการใช้ผ้าปิดปากปิดจมูก และทำร้ายร่างกายนั้น ช่วงที่เด็กมีอาการเพ้อและดิ้น แพทย์พยาบาลช่วยกันยึดตัวเด็กบเตียง เพื่อป้องกันตกจากเตียง ส่วนการใช้ผ้าปิดปากเพราะเด็กถ่มน้ำลายออกมาตลอดเวลา จึงต้องใช้ผ้าปิดปาก คงไม่มีแพทย์พยาบาลคนไหนอยากทำร้ายคนไข้ ที่สำคัญแพทย์ไม่อยากให้คนไข้ของตนเองเสียชีวิต ส่วนการช่วยเหลือได้คุยกับครอบครัวญาติในเบื้องต้น เนื่องจากจะได้รับเงินช่วยเหลือประมาณ 2 แสนบาทจากได้รับผลกระทบจากการให้บริการทางด้านสาธารณสุข ตามมาตรา 40 เนื่องจากมีบัตรทอง ส่วนการช่วยเหลือด้านอื่นๆ ต้องมีการช่วยเหลือกันต่อไป ทางเราไม่ได้ทอดทิ้งอยู่แล้ว" น.พ.วิริยะ กล่าว
โดย: พวกอีโก้สูง [28 ก.พ. 54 20:46] ( IP A:58.8.5.70 X: )
รายละเอียด :
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)
รูปประกอบ :
.jpg .bmp .gif < 100K
จัดตำแหน่งรูป :
ชิดซ้าย
กึ่งกลาง
ชิดขวา
เสียงประกอบ : .wav .mp3 .wma .ogg < 300K
คลิปวีดีโอ (Youtube) :
ตัวอย่าง : http://www.youtube.com/watch?v=k_ufqno7NaE


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน