strokeเองกระทันหันแล้วไปโทษปี่โทษกลอง
    « ความเห็นที่ #12 เมื่อ: 06/19/11 เวลา 22:35:49 »



คุ้นๆว่าเรื่องนี้เป็นของคุณไพร่รัดมิใช่เหรอ

strokeเองกระทันหันแล้วไปโทษปี่โทษกลอง

ส่วนอีกรายก็สปสช สะเหร่อมารับลูกเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาว อ๊วก

เป็นยากลุ่มเดียวกันนี้ แคลเซี่ยมแชนแนลบล็อกเกอร์
ผมว่าคงมีอีกเยอะ จะดีไหมถ้าหากสอบสวนแล้วหาความจริง คนจะได้ไม่ตายต่อ ไหนว่าเป็น HEALERS ไม่ใช่ KILLERS
แต่ถ้าสอบสวนแล้วเหมือนกรณีมาร์เคน ก็ไม่ต้องสอบให้เปลืองตังค์หลวงเลย
https://elib.fda.moph.go.th/library/default.asp?page2=subdetail&id_L1=27&id_L2=15636&id_L3=1053
โดย: ผมมีคดีร้องมา3คดี เป็นทำนองนี้ [20 มิ.ย. 54 2:50] ( IP A:58.8.4.55 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   คุ้นๆว่าเรื่องนี้เป็นของคุณไพร่รัดมิใช่เหรอ

strokeเองกระทันหันแล้วไปโทษปี่โทษกลอง

.......คุณหมอที่ให้ความเห็นนี้..ได้เห็นเวชระเบียนของคนไข้หรือเปล่าถึงฟันธงว่าคนไข้เกิด stroke เอง....ขนาดกองการประกอบโรคศิลปะ แพทยสภา มีเวชระเบียนในมือ 3 ปี ยังไม่ชี้มูลเลย
โดย: Adalat [21 มิ.ย. 54 9:11] ( IP A:202.29.9.12 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ความเห็นที่ #9 เมื่อ: 11 ก.ย. 2553 เวลา 12:03 » ตอบกลับพร้อมข้อความ แก้ไขข้อความ


ผมกลับไปอ่านfbของนายไพรัชที่เขาเขียนเอง สรุปว่าใจความได้ว่าแม่เป็นกระดูกสะโพกหักเมื่อปี๕๑ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโ พกโดยใช้วิธีบล๊อกหลัง หลังผ่าตดเกิดstrokeเป็นโรคแทรกซ้อนของคนแก่ทั่วไปและมีประวัติเบาหวานด้วย

ทุกอย่างอธิบายตัวเองหมดแล้วว่าตายจากโรคเอง(แต่บังเอิญมันมาเกิดตอนมาโรงพย าบาลพอดี)

นี่ไงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญมาพิสูจน์ถูกผิดเราจึงจะรู ้ความจริงทั้งหมดได้กระจ่าง ลำพังคนนอกทั่วไปที่ไม่ได้เรียนหมอไม่อาจมาเป็นกรรมการตัดสินการแพทย์ได้เพร าะไม่ชำนาญแต่ใช้ความรู้สึกมาตัดสินแทนครับ
โดย: แค่เอามา [21 มิ.ย. 54 12:10] ( IP A:110.77.178.80 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ต้องให้ข้อมูลหน่อยครับ....ที่แม่ผมเกิด stroke นั้นหลังจากได้รับยา Adalat 10 mg. อมใต้ลิ้น...ซึ่งผลข้างเคียงของตัวยามันทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำและยากต่อการแก้ไข (ตำราบอกไว้แยะเลย) ประกอบกับต้องถามหมอสมชายว่า สั่งให้ยาแล้วมาประเมินคนไข้หรือเปล่า ตอนที่ตัวยาออกฤทธิ์สูงสุดหมออยู่ที่ไหน ซึ่งเป็นหลักใช่หรือไม่ที่แพทย์ต้องมาประเมินคนไข้ว่าตอบสนองอย่างไรหลังยาออกฤทธิ์สูงสุด...ถ้าไม่มาประเมินคนไข้ แบบนี้ได้มาตรฐานหรือ...ประกอบกับยาตัวนี้ อย.และตำราแพทย์ก็บอกไว้ว่าไม่ควรใช้เพราะมีตัวอื่นปลอดภัยกว่า จนมีคำเตือนในบัญชียาหลักแห่งชาติปี 47 และปี 51............ถ้าแม่ผมไม่ได้รับยา Adalat 10 mg. อมใต้ลิ้นแล้วเกิด stroke เอง ผมคงไม่ต้องมาเรียกร้องความเป็นธรรมหรอกครับ...........
โดย: Adalat [22 มิ.ย. 54 9:14] ( IP A:202.29.9.12 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   อ่าน ค.ห. ที่ 2 แล้วอ่านข้อมูลแย้งใน ค.ห. ที่ 3 แล้ว

ผมก็รอว่า ท่าน จขคห ที่ 2 จะโต้ตอบขยายความอย่างไรต่อ สนใจมากครับ

อ้อ เรื่องต้องใช้แพทย์ตัดสินเรื่องหมอๆเท่านั้นน่ะ ผมว่ามันเชยไปมากแล้วครับ ยิ่งท่าน จขคห ที่ 2 เล่นขมวดปิดท้ายเลยว่าใช้คนนอกวิชาชีพที่ถือเอาความรู้สึกมาตัดสินเรื่องหมอๆว่าผิดหรือถูกนั้น ไม่อาจเป็นกรรมการที่ถูกต้องชอบธรรมได้ ผมก็ขอแย้งบรรลัยเลยว่า

ข้อคิดนี้ของท่าน เคยยอมรับกันได้โดยดุษฎีก่อนหน้านี้นาน นานจนหลายสิบปีมาแล้ว แต่บนเงื่อนไขที่ว่ากรรมการ ซื่อสัตย์ ไม่โกง ไม่โกหก และไม่เข้าข้างลำเอียง

แต่ระยะสิบปีหลังมาจนถึง ณ. วันนี้ กรรมการที่ว่ามีหลักฐานปรากกชัดว่ามีสภาพขี้โกง + โกหก + ทุจริตต่อหน้าที่ชัดเจนตามที่ประกาศในคำพิพากษาคดีท่านประธานเครือข่ายฯของเรานี้และอีกหลายคดี

ฉะนั้น ประเด็นนี้ตกไปครับ ข้ออ้างที่ต้องใช้หมอเท่านั้นมาพิจารณาตัดสินความผิด/ถูกเรื่องหมอๆนั้น ใช้ไม่ได้ 100% สำหรับในประเทศไทยครับ อาจได้อย่างมาก ข้อย้ำ ความเห็นผมนะ อย่างมากสุดก็แค่

50/50 หรือ 2 ต่อ 1 กล่าวคือ

ทุกๆคดีที่ให้หมอด้วยกันตัดสินเรื่องหมอๆ ไม่ว่าจะที่แพทยสภา ไม่ว่าจะที่แพทยสมาคม ไม่ว่าจะเป็นกองประกอบโรคศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นสมาคมหมอๆเหม็นๆมั่วๆที่จู่ๆโผล่มาจากที่ไหนก็ตาม เมื่อตัดสินออกมาแล้ว ให้คิดว่าประเด็นที่ตรงข้ามกับคำตัดสินที่หน่วยงานเหล่านี้ทำออกมานั้นจึงเป็นเรื่องถูกต้อง

พูดง่ายๆก็คือ คำตัดสินเหล่านั้น "มักจะ" เชื่อถือไม่ได้ไว้ก่อนครับ

เอ้า รอ ท่าน จขคห ที่ 2 แย้งครับ ขอกรุณาอย่าพยายามขายความน่าเชื่อถือของหมอที่เป็นกรรมการแพทย์ หรือพยายาม "เกทับแบบฉวยโอกาส" นอกประเด็นที่กำลังโต้กันครับ

ผู้คนแถวนี้ แม้จะไม่ใช่หมอ แม้จะถูกกล่าวหาว่า รู้ไม่จริงและบ้องตื้นอย่างผมเป็นต้น

แต่รับรองว่า จับพอได้ ไล่พอทัน ไม่โงข่ม งมโข่งเชื่อทุกๆความเห็นที่สำแดงออกมาหรอกครับ ทุกคนมีโอกาสโง่เพราะความไม่รู้พอๆกัน แต่สามัญสำนึก หรือเรียกว่า ความไม่บ๊องตื้นน่ะ มีกันอยู่เป็นส่วนใหญ่ของสมาชิกในเครือข่ายฯนี้ครับ

ไม่งั้น คงไม่มีพวกที่แสดงตัวเป็นหมอ แล้วก็พวกที่ "จู่ๆโผล่" แบบตีหัวเข้าบ้านมา พอเข้ามา เจอตอ แล้วล่าถอยสูญหายกันไป ไม่กล้าแสดงตัวหรอกครับ
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [29 มิ.ย. 54 14:58] ( IP A:115.87.238.163 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน