ตอบ......doctor know nothing (ใน tcc)
   ผมให้ความเห็นตามสถิติความน่าจะเป็นน่ะครับ(จากคำให้การคุณไพรัชที่โพสไว้ใน เฟสบุ้คนั่นแหละว่าอาการเข้าได้กับstrokeมากที่สุด)

ผมไม่เคยเห็นหลักฐานใดๆเลยนอกจากคำให้การของคุณไพรัชเท่านั้น

จะเป็นไปได้มั้ยถ้าจะมีการเปิดเผยเวชระเบียนและภาพct brian or mriออกมาให้หมอท่านอื่นดูเป็นประจักษ์พยาน ผมรับรองว่าจะไม่เข้าข้างหมอด้วยกันเองอย่างแน่นอน อีกอย่างถ้าคดียังไม่ถึงที่สุดไม่อยากให้คุณไพรัชกล่าวหาหมอผู้มีพระคุณว่าท ำร้ายแม่ของคุณ ทั้งๆที่เขาตั้งใจรักษาแม่ของคุณ

ปล ถ้าสมมุติว่านะสุดท้ายศาลตัดสินออกมาแล้วว่าเห็นพ้องกับคำกล่าวหาของคุณไพรั ช อยากถามคุณไพรัชว่าคุณไม่สามารถจะให้อภัยหมอที่เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายกับแม่ค ุณเลยมิได้เชียวหรือ และถ้าคุณไม่อภัยคุณคิดว่าจะให้รับผิดชอบอย่างไรถึงจะเหมาะสม? สุดท้ายถ้าศาลตัดสินว่าคำกล่าวหาของคุณไม่ถูกต้องคุณจะรับผิดชอบอย่างไรกับค วามเสียหายของแพทย์ที่รักษา รวมทั้งคุณจะเสียใจมั้ยว่าคุณได้กระทำการเยี่ยงคุณอกตัญญูไปแล้ว ผมว่ามันบาปมากนะครับ
โดย: Adalat [23 มิ.ย. 54 17:00] ( IP A:202.29.9.12 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   1. ขอบคุณคุณหมอที่ยอมรับว่าที่ บอกว่าแม่ผมเกิด stroke เองนั้น ยังไม่ได้เห็นเวชระเบียนหรือหลักฐานใดๆเลย....ก็ถือว่าเป็นลูกผู้ชาย เป็นคนจริงคนหนึ่งครับ

2. การเปิดเผยเวชระเบียนในที่นี้คงไม่เหมาะครับ เพราะพยานหลักฐานอยู่ในมือผู้เกี่ยวข้องหมดแล้ว...คงต้องรอผลครับ

3. ผมรอให้อภัยมานานแล้วครับ ตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่ไม่มีวี่แววว่าจะเกิดจากผู้ที่เกี่ยวข้องเลย...บอกแต่เพียงว่า "รักษาได้มาตรฐานแล้ว ถ้าให้รับผิดชอบก็ให้ไปฟ้องเอา"....คดีนี้หากจำเลยยอมรับผิดโดยดี คงไม่ต้องรอให้ศาลตัดสิน นอกจากจะไม่ยอมรับผิดแล้วต่อสู้ผมแบบยิบตา อันนี้ก็ว่ากันไปครับ

4. หากคดีนี้ศาลท่านเห็นว่าแพทย์ไม่มีความผิด...ท่านก็สามารถดำเนินการตามกฏหมายได้ถ้าเห็นว่าท่านเสียหาย...ผมว่าระบบมันก็แฟร์อยู่แล้ว

5. ผมว่าผมเป็นลูกกตัญญูนะ...เพราะหากแพทย์ทำไม่ได้มาตรฐานจนเป็นเหตุให้แม่ผมได้รับความเสียหายจริง...ผมอยู่เฉยก็คงเป็นลูกอกตัญญูแน่ๆ
โดย: Adalat [23 มิ.ย. 54 17:20] ( IP A:202.29.9.12 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ผมว่าผมเป็นคนที่การศึกษา มีหลักมีเกณฑ์ สามารถแบ่งความดีความชั่วได้ครับ...ผมขอถามคุณหมอ doctor know nothing หน่อยว่าหากมีคนๆหนึ่งขับรถไปชนคนตาย(คนขับอาจจะเพลีย พักผ่อนน้อยจากงานที่ทำ) แล้วก็รีบขับหนีไปโดยไม่ลงมาดูเลย พอกลับถึงบ้านก็รีบเอารถไปซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมเพื่อปกปิดความผิดตนเอง....คนจำทะเบียนรถได้ก็ไปให้รับผิดชอบก็ปฏิเสธ ท้าให้ไปฟ้องเอา..............คุณหมอ doctor know nothing ครับ..สมมุติว่าคนถูกรถชนเป็นคนในครอบครัวที่คุณหมอรัก คุณหมอจะทำอย่างไร

สำหรับผม หากคนขับรถชน ถึงแม้ว่าจะเป็นคนทำให้คนที่รักผมตายแต่หลังจากชนแล้วก็รีบลงมาดูแล เอาตัวไปส่ง รพ. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดและไปร่วมไว้อาลัยที่งานศพบ้าง และเข้ามาขอโทษและอธิบายว่าเหตุมันเกิดขึ้นได้อย่างไร.........แค่นี้มันก็จบไปพร้อมกับพิธีศพแล้วครับ
โดย: Adalat [23 มิ.ย. 54 17:33] ( IP A:202.29.9.12 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   กรณีนี้ผมฟ้องแพ่ง....ก็เพราะเห็นว่าคู่กรณีปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้มาตรฐานจนทำให้เกิดความเสียหาย และไม่ได้ฟ้องอาญาเพราะเห็นว่าไม่มีเจตนา..........ต่อมาไปแจ้งความดำเนินคดีอาญาก็ในกรณีที่คุณหมอท่านเคยออกใบรับรองแพทย์(ก่อนมีเรื่องมีราวกัน)ไว้อย่างหนึ่ง ภายหลังผมไปฟ้องคดีเป็นคดีแพ่ง คุณหมอท่านเดียวกันกลับทำคำให้การต่อสู้มีข้อความที่เป็นตรงกันข้ามกับใบรับรองแพทย์ที่เคยออกไว้(คงลืมไปแล้วเคยออกให้)....ซึ่งผมมองว่าในกรณีหลังนี้ เป็นกรณีที่จงใจกระทำความผิด โดยมาดูวุฒิภาวะของคุณหมอแล้ว ผมไม่เห็นตรงไหนที่จะบอกว่าท่านไม่มีเจตนาทำความผิดอาญาเลย....ซึ่งก็กำลังมีคดีความอาญากับหมอและพยาบาลที่เกี่ยวข้องขึ้นอีก ซึ่งก็จงใจที่จะทำความผิดอาญาเพื่อปกปิดความผิดอีก...........ดูแล้วผมเห็นว่าท่านแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด ยิ่งแก้ยิ่งพัน.....ก็หวังใจว่าท่านจะไม่ทำให้มันยุ่งไม่มากกว่านี้ครับ
โดย: Adalat [23 มิ.ย. 54 18:08] ( IP A:202.29.9.12 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ผมคงตอบคำถามของคุณไพรัชไม่ได้ในตอนนี้นะครับเพราะยังไม่ทราบข้อเท็จจริงใดๆและยังไม่มีคำพิพากษาจากศาล ผมคงต้องขอยืนเป็นกลางไว้ก่อนนะครับ

ส่วนการดำเนินการฟ้องร้องของคุณไพรัชนั้นถ้าคุณคิดมาดีแล้วว่าเหมาะสมก็คงต้องดำเนินการไปตามขบวนการ เป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย โดยคุณก็บอกชัดแจ้งแล้วว่าจะรับผลของการกระทำทั้งหมด

เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น(คือการจากไปของบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งของคุณไพรัช)

คงมีคำถามสุดท้ายที่อยากรู้มานานมากว่า"คุณไพรัชปักใจเชื่อว่าคุณแม่เสียชีวิตจากยาadalatกี่เปอร์เซ็นครับ? รู้ได้อย่างไรหรือมีหมอท่านไหนชี้แนะว่าเกิดจากสิ่งนี้?เคยคิดมั้ยว่าอาจเกิดจากสาเหตุอื่นก็ได้เช่นstrokeที่ผมยกตัวอย่างมาครับ?

ในคดีของคุณไพรัชกับสิบล้อขี้เมาชนคนตามที่ยกตัวอย่างมาคงคล้ายกันครับแต่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียวดังนี้
๑ สิบล้อชนคุณฟ้องใคร?คนขับขี้เมาหรือบริษัท?แต่คดีนี้คุณฟ้องคุณหมอผู้รักษา(คนขับ)เป็นหลัก
๒สิบล้อชนคุณวัดalcoholในเลือดถ้าสูงกว่าปกติถือว่าประมาทแน่ แต่ในคดีผมว่าคุณยังมีไม่มีหลักฐานว่าหมอเป็นเหตุ(เพราะไม่มีการตีแผ่หลักฐาน)และที่แน่ๆคุณพูดเองว่า3ปีแล้วขนาดแพทย์ท่านอื่นยังสรุปไม่ได้เลย แสดงว่ายังเป็นที่สงสัยอยู่
๓จุดมุ่งหมายไม่เหมือนกัน คนหนึ่งประมาทโดยไม่ได้ทำความดีแต่อีกคน(หมอ)ประมาทมาจากความตั้งใจที่จะรักษาให้หาย ข้อนี้มันต่างกันชัดเจน

ปล อย่างไรก็ตามผมไม่ได้หมายความว่าแพทย์ทุกคนจะเข้าข้างกันนะครับ ผิดว่าตามผิด ถูกว่าตามถูก หากมีแพทย์คนไหนประพฤติตนเลวตั้งใจทำร้ายคนไข้หรือประมาทร้ายแรงเราก็ฟันไม่เลี้ยงครับ เรายินดีที่จะร่วมช่วยเหลือคุณหาคนกระทำผิดด้วยซ้ำ แต่ แต่ แต่ ประชาชนต้องเคารพกติกานิดหนึ่งว่าหมอเท่านั้นจึงจะพิพากษาหมอได้(เพราะวิชาแพทย์ลึกซึ้งมากต้องใช้แพทย์เท่านั้นตัดสิน)และควรไว้ใจหน่วยงานที่แพทย์จัดขึ้นมาว่าเป็นกลาง ไม่ใช่ถ้าตัดสินว่าชนะจึงจะบอกว่ายุติธรรมอย่างเดียว ฝากเท่านี้แหละครับ
โดย: doctor know nothing [24 มิ.ย. 54 1:55] ( IP A:110.168.195.158 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ขอยกตัวอย่างนิทานสักเรื่องครับคุณหมอ doctor know nothing

มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินเล่นอยู่ก็เหลีอบไปเห็นหญิงตาบอดคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ริมถนนเพื่อรอจะข้ามถนนบริเวณสัญญาณไฟแดง.....หนุ่มคนนี้ก็มีจิตใจดี ตั้งใจจะไปช่วยจูงหญิงตาบอดคนนี้ให้ข้ามถนนไปได้ด้วยความปลอดภัย....แต่ขณะที่กำลังจูงหญิงตาบอดคนนี้นั้นมันยังเป็นสัญญาณไฟแดง(ซึ่งต้องรู้กันโดยสำนึกว่ายังไม่ควรข้าม) แต่หนุ่มคนนี้เห็นว่า ถึงสัญญาณไฟจะเป็นสีแดงแต่ไม่มีรถวิ่งไปมา จึงตัดสินใจจูงหญิงตาบอดนี้เดินข้ามไป พอไปถึงกลางถนนกลับมีรถวิ่งมาด้วยความเร็วเพราะคงเห็นว่าสัญญาณไฟฝั่งของตนยังเป็นสีเขียวและกำลังจะเป็นสีเหลืองและแดงโดยไม่ได้สังเกตุเห็นเด็กหนุ่มกับหญิงตาบอดอยู่กลางถนน......ทันใดนั้นรถคันดังกล่าวก็พุ่งชนหญิงแก่เต็มที่หัวน๊อคพื้นนอนเป็นเจ้าหญิ่งนิทรา 45 วันและเสียชีวิต ส่วนเด็กหนุ่มนั้นวิ่งหลบทันเพราะคล่องแคล่วกว่าหญิงตาบอด

นิทานเรื่องนี้ให้อะไรบ้าง..สำหรับผมแล้วคิดดังนี้
1.เด็กหนุ่มคนนี้ตั้งใจดีในเบื้องต้น คิดว่าถ้าไม่เข้าไปช่วย หญิงตาบอดคนนี้ก็อาจจะเป็นอันตรายในการข้ามถนน....แต่ในทางปฏิบัติแล้วเขากลับประมาท ไม่เชื่อสัญญาณไฟจราจรที่เตือนไว้และคิดไปเองว่ามันปลอดภัย รถไม่มีวิ่งมาและเขาเองคงจะจัดการได้หากมีรถวิ่งมาจริงๆเพราะเขายังหนุ่ม....แต่เมื่อเกิดเหตุเขากลับไม่ได้ทำอย่างที่คิดไว้
2.ถ้าหญิงตาบอดคนนี้ ได้คนอื่นช่วยพยุงหรือจูงข้ามถนนที่เชื่อสัญญาณไฟจราจรอย่างเคร่งครัด รอให้ไฟสัญญญาณเป็นไฟเขียวก่อนแล้วค่อยจูงข้ามไป....หญิงตาบอดคนนี้คงไม่ถูกรถชน

สังคมควรประนามคนจูงหญิงตาบอดข้ามถนนคนนี้หรือไม่ก็ลองคิดเอาครับ.....โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุรถชนหญิงตาบอดคนนี้แล้ว หนุ่มคนนี้ก็หายหน้าไปเลย ภายหลังไปพบคนเห็นเหตุการณ์และจำได้ว่า หนุ่นคนดังกล่าวเป็นคนจูงข้ามโดยไม่รอสัญญาณไฟให้เป็นไฟเขียวก่อน แต่หนุ่มคนนี้กลับปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนจูงข้าม เพียงแต่เดินข้ามถนนไปคนเดียว หญิงตาบอดแก่เดินตามหลังมาเองเท่านั้น ดังนั้นหญิงตาบอดก็เกิดอุบัติเหตุเอง และตายจากตัวแกเอง

.................................ลองตรองดู...................................
โดย: Adalat [24 มิ.ย. 54 10:13] ( IP A:202.29.9.12 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   แต่ถ้า หนุ่มคนดังกล่าวเชื่อสัญญาณจราจร รอจนสัญญาณไฟเป็นสีเขียว แล้วค่อยเดินจูงหญิงตาบอดข้ามถนน....แล้วเกิดมีรถผ่าสัญญาณไฟแดง(ฝั่งตน)มาชนหญิงตาบอดเอง....แบบนี้คงไม่มีใครว่าหนุ่มคนนี้แน่ๆ................

ตอนนี้ผมมีพยานที่เป็นคนเห็นเหตุการณ์ในการชนครั้งนี้และจำได้ว่าหนุ่มคนนี้หน้าตาเป็นอย่างไร ใส่เสื้อผ้าแบบไหนสีอะไร....ถึงแม้ว่าหนุ่มคนนี้จะเอาเสื้อผ้าที่ใส่ไปในวันเกิดเหตุนั้นไปย้อมใหม่ก็ตาม
โดย: Adalat [24 มิ.ย. 54 10:24] ( IP A:202.29.9.12 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   นิทานเรื่องที่คุณadalatเล่าก็ให้แง่คิดดีนะครับ แต่ผมมีแง่คิดเพิ่มเติม2ข้อดังนี้ครับ
๑ถ้าหญิงตาบอดคนนี้ไม่มีใครพาเดินข้ามถนนไปเลย คุณคิดมั้ยว่าโอกาสจะถูกรถชนมากกว่ามั้ยครับ
๒ในคดีของคุณไพรัช จนถึงบัดนี้ก็ยังมิสามารถพิสูจน์ได้ว่าประมาทเหมือนเด็กที่ช่วยจูงหญิงตาบอด

ถ้าคนในสังคมทุกที่เราต้องการเห็นการทำงานทุกอย่างได้ผลเลิศเช่นเราห้ามหมอรักษาผิดพลาด,ห้ามตำรวจจับโจรโดยไม่ยิงโดนตัวประกัน,ห้ามพนักงานดับเพลิงมาดับไฟโดยไม่มีคนตาย,ห้ามทหารสลายมอบแล้วทำให้คนเจ็บตาย....ถามว่าทำได้มั้ย ตอบว่าทำได้ครับ แต่ต่อไปจะไม่มีใครทำความดีครับเพราะทุกคนจะเกรงกลัวความผิด เปลืองตัวเปล่าๆ ท้ายที่สุดคือการทำตัวเกียร์ว่าง

ถามว่าเรามีสิทธิ์จะให้คนที่เดินจูงมีมาตรฐานเพิ่มขึ้นเพื่อลดโอกาสการทำผิดพลาดมั้ยครับ ตอบว่ามีและควรทำเช่นให้ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกรวมทั้งมอบโล่ห์รางวัลตอบแทน

ถ้าคนจูงทำผิดเช่นตั้งใจผลักหญิงตาบอดหรือตั้งใจประมาทเลิ่นเล่อแบบร้ายแรงในกฎหมายบ้านเมืองเราก็มีบทลงโทษอยู่แล้วนี่ครับเพื่ออะไร เพื่อปรามไม่ให้คนทำผิด แต่ถามว่าการให้บทลงโทษหรือเพ่งโทษช่วยให้คนไม่ทำผิดพลาดมั้ยตอบว่าเป็นไปไม่ได้ครับ อีกประการสุดท้ายทุกคนต้องยอมรับก่อนว่างานซ่อมมนุษย์นั้นไม่เหมือนซ่อมเครื่องจักรเพราะไม่สามารถเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ได้,มนุษย์ทุกคนที่ดูภายนอกแข็งแรงดีมีโรคซ่อนอยู่และรอวันปะทุ(ซึ่งในกรณีของคุณแม่ตุณไพรัชก็คือความชราและเส้นเลือดเสื่อมที่พร้อมจะเกิดการอุดตัดได้ตลอดเวลาเป็นต้น),ไม่มีใครรักษามนุษย์ให้หายกับมาเป็นปกติได้ร้อยเปอร์เซ็นต์และแม้หมอจะระวังแล้วก็ไม่มีใครจะไม่ผิดพลาดเสมอ(เพียงแต่ลดโอกาสผิดได้เท่านั้น),สรุปวิชารักษาคนในปัจจุบันนี้ยังมีโอกาสผิดพลาดในตัวของมันแม้จะระวังป้องกันแล้วก็ตาม

ผมรู้ว่าคุณไพรัชเป็นครูผู้มีวิชาความรู้และมีเหตุผล แต่ผมอยากจะแนะนำคุณไพรัชให้ลองลดทิฐิ โมหะโทสะต่างๆที่เป็นมารในใจมนุษย์ออกไปก่อนแล้วค่อยๆตรองดูอีกที ท่านอาจจะพบกับแสงสว่างได้ไม่ยาก คุณไพรัชได้ดูข่าวหมอมุกที่ถูกรถชนมั้ยครับ ตอนนี้ทุกคนก็รุมประนามพันเอกว่าเลวโดยไม่สนใจว่าเรื่องราวเป็นไง แถมเรื่องเล็กๆน้อยๆ(คือจอดรถผิดที่)ก็เป็นเหตุให้เกิดเรื่องใหญ่โตขึ้นมาเพราะคำเดียวที่ท่านพุทธทาสกล่าวไว้คือ"ตัว *** ของ *** " ส่วนคุณไพรัชก็ดีคุณปรียานันท์ก็ดีก็เสมือนประชาชนทั่วไปตอนนี้ที่กำลังมีความโกรธแค้นผู้ต้องสงสัยว่าตั้งใจขับไปชนหมอมุก(จริงๆไม่ได้ชนตรงๆ)

ผมคิดว่าเรื่องราวในโลกนี้ วันสองวันคงไม่สามารถเปลี่ยนทัศนคติใครได้ เหมือนฝ่ายเสื้อแดง-เหลือง ใครเชียร์ใครแม้จะอธิบายให้ตายยังไงก็ยังคิดเหมือนเดิม ก็เลยทำให้โลกเรานี้ไม่สงบซักทีเน๊าะ คุณครูว่างั้นมั้ย
โดย: doctor know nothing [25 มิ.ย. 54 9:29] ( IP A:58.8.154.224 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   วันนี้ผมได้เอาทิฐิ โมหะ โทสะ ออกไปจนมากแล้วครับ จากที่เคยคิดว่าจะทำอะไรที่ไม่มีเหตุผล ก็เลิกคิดไปแล้ว...หลังได้รับคำแนะนำจากคุณหมอเทพ เวชวิสิฐ (คุณหมอ doctor know nothing อาจจะไม่เชื่อ) ผมคงไม่ขยายความในที่นี้หรอกนะครับว่าท่านให้ข้อคิดอะไรอย่างไร...แต่ผมเชื่ออย่างสนิทใจว่า ท่านนั้นรักในวิชาชีพแพทย์มากที่สุดคนหนึ่ง เพียงแต่แนวทางที่ท่านทำนั้นจะดูนอกเหนือไปกับคนอื่นๆบ้าง แต่ผลท้ายสุดประโยชน์ก็ตกไปอยู่กับวิชาชีพแพทย์อยู่ดี

คุณหมอ doctor know nothing ครับ....ในกรณีแม่ผมที่ผ่านมากนั้นผมได้ทำไปดังนี้
1. ฟ้องคดีแพ่งกับผู้ที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1. รพ.สนามจันทร์ 2.(ศัลยแพทย์ออโธปิดิกส์..เจ้าของไข้) 3. นพ.สมชาย อมรโยธิน 4.(อายุรแพทย์)
เหตุผล.......ผมยอมรับว่าตอนที่ฟ้องนั้น ผมไม่รู้หรอกครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่มันยอมรับลำบากที่แม่ผมแค่ก้นกระแทกพื้นเท่านั้น เข้าไปรักษาที่ รพ.เอกชนที่ผมเชื่อว่าดีที่สุดในจังหวัดแล้ว แต่ท้ายสุดต้องมาจบชีวิตลง เพราะไม่มีใครสามารถบอกได้เลยว่ามันเกิดจากอะไรแม้กระทั่งคุณหมอ ผู้บริหาร รพ. ที่เกี่ยงข้อง ตลอดจนกระทรวงสาธารณสุข...ภายหลังได้เวชระเบียนมาบางๆ เดินเอาไปให้หมอที่ไหนดูก็ไม่มีคุณหมอที่ไหนยินดีดูให้เลย...จนต้องตัดสินใจเดินไปที่ศาลเพื่อฟ้องร้องคดี.....ทางออกสำหรับประชาชนไม่มีจริงๆ คิดว่าเมื่อหันหน้าไปทางไหนก็ตัน ทางออกเดียวคือฟ้องคดีเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาบอกให้รู้ให้กระจ่างในศาลยุติธรรม
โดย: Adalat [25 มิ.ย. 54 14:55] ( IP A:202.29.9.12 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   2. แจ้งความดำเนินคดีอาญาศัลยแพทย์ออโธปิดิกส์(เจ้าของไข้)ตามประมวลกฏหมายอาญา 269 ที่ว่า ผู้ใดในการประกอบการงานในวิชาแพทย์ กฎหมาย บัญชี หรือวิชาชีพอื่นใดทำคำรับรองเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เหตผล....เดิมผมไม่แน่ใจจริงๆว่าจะเกิดจากการรักษาที่ผิดพลาดจากทีมแพทย์แม้กระทั่งฟ้องเป็นคดีไปแล้ว(ผมยอมรับว่าทำไม่ถูก แต่ผมไม่มีทางออกจริงๆ ร้องไปที่สำนักปลัดไปปีกว่าแล้วก็ไม่เห็นมีคำอธิบายอะไร เงียบสนิท) จนกระทั่งทางจำเลยได้ทำคำให้การต่อศาลมา ซึ่งตรงจุดนี้เองทำให้ผมเกิดโมหะโทสะขึ้นไปอีก เพราะคำให้การไม่ตรงกับใบรับรองแพทย์แบบคนละขั่วเลย จนทำให้คิดไปว่า มันเกิดอะไรกับคุณหมอที่รักษาแม่ผม วันนึงหมอบอกเราอย่างหนึ่ง พอมีเรื่องกันก็มาบอกว่าแม่เราเป็นอีกอย่างหนึ่ง จึงเดินไปที่สถานีตำรวจเพื่อแจ้งความดำเนินคดีเพราะคิดว่าถ้าคำให้การที่คุณหมอ(จำเลย)ทำไปที่ศาลเป็นความจริง ใบรับรองแพทย์ใบนี้ก็เป็นเท็จแน่ๆ............ยอมรับว่าโมโห โกรธาขึ้นมาเต็มเปี่ยม

3. ร้องเรียน สปสช.และเอาเงินที่ได้รับความช่วยเหลือ ม.41 ไปคืน
เหตุผล....หลังจากฟ้องคดีแพ่งที่ศาลและเริ่มสืบพยานโจทก์ ผมได้รับการแนะนำให้รู้จักกับคุณหมอเทพ เวชวิสิฐ ผ่านทางคุณปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา (มารู้จักหมอเทพ หลังฟ้องคดีแล้ว)...คุณหมอบอกว่าการทำคดีไม่จำเป็นต้องชนะ..มันอยู่ที่ทำความจริงให้กระจ่าง หน้าที่ตัดสินอยู่ที่ศาลท่าน ไม่ใช่อยู่ที่เรา และเอาทิฐิ โมหะ โทสะ ออกไป(เหมือนที่คุณหมอ doctor know nothing ว่าไว้เลย) ถ้าจะขอให้ผมไปเป็นพยานให้ก็ว่าไปตามจริง หากผมดูเวชระเบียนแล้วเห็นว่าหมอไม่ผิด ผมจะไปเบิกความว่าหมอไม่ผิดนะ.........พอดูกันมาถึงเรื่องการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ม.41 ก็เห็นกันว่าน่าจะจ่ายไม่ถูกต้อง..ท่านก็บอกว่าเงินที่ไม่ควรได้ก็อย่าไปเอาเลย ซึ่งผมก็คิดเช่นเดียวกันจึงดำเนินการคืนเงินดังกล่าวกับ สปสช.ไปและขอให้ตรวจสอบการจ่ายเงินนี้.......ความจริงถ้าผมไม่คืน กอดเงินเอาไว้เฉยๆ คงไม่มีใครเดือดร้อน ผมก็ต้องไปยืมคนอื่นมา ต้องเป็นหนี้เขาอีก.....แล้วมีบางคนก็มาหาว่าทำไปเพื่อเงินอีก....อันนี้มันไม่แฟร์
โดย: Adalat [25 มิ.ย. 54 15:34] ( IP A:202.29.9.12 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   4. ฟ้องสังคม เปิดชื่อหมอที่ปฏิบัติไม่ได้มาตรฐาน
เหตุผล......อันนี้เพิ่งทำที่เวปไซด์นี้ครับ ด้วยเห็นว่าคุณหมอไม่เป็นลูกผู้ชาย ทำผิดทำพลาดก็น่าจะกล้ารับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านได้ตำแหน่งทางวิชาการระดับสูง ซึ่งถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีวุฒิภาวะดี...แต่กลับมาเบิกความเท็จต่อศาลเรื่องฤทธิ์ยา Adalat อย่างหน้าตาเฉย ผมไม่คิดมาก่อนว่าท่านจะกล้า แต่ก็เอาตำราติดไปด้วย ท้ายสุดผมก็ต้องใช้ตำราจริงๆ....ส่วนรายละเอียดมากกว่านี้คงไม่เหมาะมาเปิดที่นี่ครับ......คุณหมอ doctor know nothing เชื่อหรือไม่ว่า วันที่ผมได้เห็นหน้าหมอสมชายคนสั่งยานี้ครั้งแรก ก็ในวันสืบพยานในศาลครับ ที่ผ่านมาร่วม 2 ปี ไม่เคยเห็น ไม่เคยคุยกันมาก่อน มันแสดงถึงว่าท่านไม่มีจิตที่จะสำนึกหรือรู้ผิดชอบชั่วดีเลย ถ้าท่านเป็นคนผิดนะ.............แต่ถ้าท่านไม่ผิด ปฏิบัติได้ตามมาตรฐานแพทย์แล้ว ผมบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ผมจะนำธูปแพ เทียนแพ ไปขอขมาท่านถึงที่ทำงานท่านเลย ท่านจะเอาสื่อใดๆมาก็ได้ตามใจ...ผมพูดจริงทำจริงยิ่งกว่านายกที่ชื่ออภิสิทธิ์เสียอีก

ผมรอการสำนึกผิด(ไม่ต้องถึงกับขอโทษ)หรืออธิบายว่ามันสุดวิสัยอย่างไร แต่ก็ไม่เคยได้.....กลับท้าให้ไปฟ้องและทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะคดีแม้กระทั่งปลอมแปลงเวชระเบียน...ผมรอให้สืบพยานผู้เชี่ยวชาญจำเลยเสียก่อนครับ..หากคนที่ผมคิดว่าปฏิบัติไม่ได้มาตรฐานยังไม่สำนึกอีก....ผมคงต้องดำเนินคดีเรื่องเวชระเบียนอีก งานนี้คงต้องซวยไปถึงพยายาลด้วย แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้...............คุณหมอdoctor know nothing ครับ การจะให้อภัยคนทำความผิดนั้นไม่ยาก แต่ต้องเริ่มจากตัวเขาเองสำนึกและรับผิดเสียก่อน...ถ้าคนทำความผิดยังไม่สำนึกแล้วยกโทษหรืออภัยให้กับเขา...ต่อไปเขาก็จะขาดความระมัดระวังอีก และคนที่รับเคราะห์กรรมก็จะเป็นคนไข้คนอื่นๆอีก ถ้าการกระทำของผมที่คุณหมอ doctor know nothing อาจจะเห็นว่ามันรุนแรงไป แต่ถ้ามันจะช่วยไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้อีก สำหรับผมแล้วคิดว่ามันคุ้มกันครับ และพร้อมที่จะเป็นจำเลยในสายตาของคุณหมอ doctor know nothing

...............ท้ายสุดหากสังคมได้รับประโยชน์ เราจะเสียอะไรไปบ้าง มันก็คุ้มที่เราจะแลกมา........(ขอบคุณคุณหมอเทพ เวชวิสิฐ)
โดย: Adalat [25 มิ.ย. 54 16:29] ( IP A:202.29.9.12 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   ผมลืมตอบคำถามคุณหมอ doctor know nothing เลยครับ

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่แสดงความเห็นใจในกรณีการตายของแม่ผมครับส่วนประเด็นที่ผมเชื่อว่าแม่ผมตายจาก Adalat นั้น ผมเชื่อถึง 99% เผื่อไว้ 1% หากมีเหตุผลทางวิชาการชี้ได้ว่าไม่ใช่ครับ แต่ที่แน่ๆผมเชื่อว่าหลักฐานที่มีตอนนี้สามารถชี้ได้ว่าคุณหมอสมชาย ปฏิบัติไม่ได้มาตรฐานการแพทย์ 100% ซึ่งผลจากการปฏิบัติไม่ได้มาตรฐานนี้มีหลักฐานว่ามันส่งผลให้เกิดความเสียหาย(หลักฐานใดก็ขอสงวนไว้ก่อน)..............หากแพทยสภาหรือศาลตัดสินแล้ว คงต้องมาดูเหตุผลประกอบคำตัดสินกันครับ การแพ้ชนะไม่สำคัญเท่าเหตุผลที่นำมาอ้างประกอบคำตัดสิน............บางคดีศาลท่านยกฟ้องด้วยเหตุอายุความหรือแพทยสภายกคำร้องด้วยเหตุอายุความ...มันไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกร้องหรือจำเลยไม่กระทำความผิด...แต่มันก็เป็นกติกาที่สังคมกำหนดจึงต้องยอมรับ...ส่วนผิดหรือไม่ผู้เกี่ยวข้องคงต้องรับไปคิดกันต่อว่าจะให้มันเลยไปหรือจะทำอะไรต่อไปครับ
โดย: Adalat [25 มิ.ย. 54 17:37] ( IP A:202.44.135.34 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   ติดตามอ่านมาด้วยความเคารพทั้งสองท่าน สังคมไทยต้องการคนจริงที่กล้าพูดกล้าวิจารณ์ตรงไปตรงมาครับ
โดย: เจ้าบ้าน [27 มิ.ย. 54 22:34] ( IP A:110.168.62.86 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   *****************************

ปล. อย่างไรก็ตามผมไม่ได้หมายความว่าแพทย์ทุกคนจะเข้าข้างกันนะครับ ผิดว่าตามผิด ถูกว่าตามถูก หากมีแพทย์คนไหนประพฤติตนเลวตั้งใจทำร้ายคนไข้หรือประมาทร้ายแรงเราก็ฟันไม่เลี้ยงครับ เรายินดีที่จะร่วมช่วยเหลือคุณหาคนกระทำผิดด้วยซ้ำ แต่ แต่ แต่ ประชาชนต้องเคารพกติกานิดหนึ่งว่าหมอเท่านั้นจึงจะพิพากษาหมอได้(เพราะวิชาแพทย์ลึกซึ้งมากต้องใช้แพทย์เท่านั้นตัดสิน)และควรไว้ใจหน่วยงานที่แพทย์จัดขึ้นมาว่าเป็นกลาง ไม่ใช่ถ้าตัดสินว่าชนะจึงจะบอกว่ายุติธรรมอย่างเดียว ฝากเท่านี้แหละครับ
โดย: doctor know nothing [24 มิ.ย. 54 1:55> ( IP A:110.168.195.158 X: )

******************************

ผมอ่านข้อความส่วนที่ำสำเนาซ้ำข้างบนนี้แล้วรู้สึกดีครับ เสียที่

กติกาไม่ได้บอกว่า แล้วหมอที่ทำหน้าที่กรรมการ เกิดกระทำทุจริตเสียเอง กล่าวเท็จเสียเอง ละเมิดกฎที่ตัวเองตั้งขึ้นเสียเอง

พวกเราประชาชนคนไข้จะทำอย่างไรได้บ้าง แล้วกรณีที่ผมว่านี่ ก็เกิดให้เห็นตำตา ซ้ำๆซากๆมาแรมปี ไม่เห็นหมอกรรมการตามกติกานั้น "ถูกฟันแบบไม่เลี้ยงซักกะคน"

ผมว่านะครับ หลักการทุกอย่างดูดี น่าเชื่อถือหรอกครับ แต่ทำได้หรือเปล่า? เนี่ยซิน่าคิด ปัญหาใหญ่กว่าเยอะ เฮ้อ
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง(เรื่องหมอ) [28 มิ.ย. 54 10:08] ( IP A:58.8.229.87 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน