คำชี้แจง..กรณีแจ้งความดำเนินคดีกับแพทย์และโรงพยาบาล
   นายขันติพงษ์ บุตรวงษ์ สมาชิกเครือข่ายฯ เป็นบิดาของนางสาววิไลพร บุตรวงษ์ ซึ่งตายพร้อมลูกในท้องขณะคลอด ที่รพ.วชิรพยาบาล กรุงเทพฯ เมื่อวันที่17 มิถุนายน 2552 เข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญา กับแพทย์ผู้ลงนามในหนังสือรับรองการตาย และแพทย์ผู้อำนวยการ ข้อหาร่วมกันทำ/ออกหนังสือรับรองการตายอันเป็นเท็จ และแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จในใบมรณบัตร (ผิดมาตรา 267 และ 269)

เนื่องจากในหนังสือรับรองการตายและใบมรณบัตร ของนางสาววิไลพรฯ ระบุสาเหตุการตายว่า “ครรภ์เป็นพิษ” ทั้งที่ตลอดระยะเวลาของการฝากครรภ์ รวมทั้งขณะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิตในวันเดียวกัน ไม่เคยมีอาการตัวบวม ไม่เคยมีความดันโลหิตสูง และไม่เคยมีโปรตีนไข่ขาวในปัสสาวะ ซึ่งเป็นลักษณะของคนครรภ์เป็นพิษเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งแพทย์ก็ไม่เคยมีการตรวจพบหรือวินิจฉัยโรคว่านางสาววิไลพรฯ ครรภ์เป็นพิษแต่อย่างใด

ในความเป็นจริงเด็กในท้องของนางสาววิไลพรฯ ตายเพราะ ”รกลอกตัว” ซึ่งทางโรงพยาบาลก็วินิจฉัยไม่ได้ตั้งแต่แรกทั้งที่ควรจะวินิจฉัยได้ รวมทั้งนางสาววิไลพรฯ นั้นตายเพราะ “เลือดออกในช่องท้องจำนวนมากเนื่องจากตับฉีกขาด” ตามผลชัณสูตรของนิติเวชรพ.รามา และนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม

การแจ้งความในวันนี้ ไม่ได้เป็นการแจ้งความเพื่อเอาผิดกับแพทย์ในข้อหาประมาททำคนไข้ตายแต่อย่างใด เนื่องจากได้ฟ้องหน่วยงานต้นสังกัดเป็นคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายไปแล้ว แต่เป็นการแจ้งความในข้อหาร่วมกันทำ/ออกหนังสือรับรองอันเป็นเท็จ และแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จในใบมรณบัตร

“หนังสือรับรองการตาย” กับใบ”มรณบัตร” ต่างกันอย่างไร

ปกติเมื่อมีคนไข้ตาย ทางโรงพยาบาลจะออก “หนังสือรับรองการตาย” ซึ่งจะระบุสาเหตุการตาย,ชื่อผู้รักษาก่อนตายและชื่อผู้รับรองการตาย จากนั้นญาติหรืออาจเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล จะนำหนังสือรับรองการตายไปจดทะเบียนคนตายที่สำนักงานเขตเพื่อออก “มรณบัตร” ซึ่งถือเป็นเอกสารทางราชการ

9 ปีของการก่อตั้งเครือข่ายฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก กรณีที่มีคนไข้ตายเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า มีการระบุสาเหตุการตายที่เป็นเท็จขัดต่อข้อเท็จจริงจำนวนมาก ใส่โรคให้คนตายทั้งที่ไม่ได้เป็นโรคนั้น ๆ เป็นต้น

ผลเสียของการออกหนังสือรับรองการตายที่เป็นเท็จ
1. ไม่เป็นธรรมต่อคนไข้ที่ตายและญาติในการเรียกร้องสิทธิ

2. ทำให้การจดทะเบียนคนตาย (มรณบัตร) เป็นเท็จไปด้วย

3. วัตถุประสงค์หนึ่งของหนังสือรับรองการตายคือ เพื่อนำไปทำสถิติการตายของประเทศ และใช้ในด้านวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณสุข เมื่อมีการระบุสาเหตุการตายที่เป็นเท็จ สถิติที่ได้ย่อมไม่ตรงตามความเป็นจริง จะทำให้การแก้ไขปัญหาไม่ถูกโรค

4. ทำให้วงการแพทย์ไทยเสียโอกาสการเรียนรู้จากความผิดพลาด ทำให้คนไข้รายต่อไปตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำ

5. อาจมีผลต่อการทำประกันชีวิต เช่นสมาชิกครอบครัวรายหนึ่งตายจากการให้ยาเกินขนาด แต่ทางโรงพยาบาลระบุสาเหตุการตายว่า “ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว” (หัวใจวาย) เมื่อไม่ได้แจ้งประกันว่ามีคนในครอบครัวตายด้วยโรคดังกล่าว ประกันอาจจะไม่จ่ายในอนาคต แต่หากแจ้งก็อาจจะต้องจ่ายเบี้ยประกันแพงขึ้น เป็นต้น

6. ผิดจริยธรรมทางการแพทย์

7. ผิดกฎหมายอาญา
มาตรา 267 ผู้ใดแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 269 ผู้ใดในการประกอบการงานในวิชาแพทย์ กฎหมาย บัญชีหรือวิชาชีพอื่นใด ทำคำรับรองเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดโดยทุจริตใช้หรืออ้างคำรับรองอันเกิดจากการกระทำความผิดตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน

การที่นายขันติพงษ์ บุตรวงษ์ ได้เข้าแจ้งความในวันนี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์จะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรับโทษจำคุกแต่ประการใด เพียงเพื่อต้องการให้เป็นคดีตัวอย่าง ให้เป็นบรรทัดฐานต่อสังคม ให้ทุกโรงพยาบาลทำในสิ่งที่ถูกต้อง ระบุสาเหตุการตายในหนังสือรับรองการตายให้ตรงตามความเป็นจริง ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงกันอีกต่อไป

โดย: อย่าโวยวาย [14 ก.ค. 54 15:52] ( IP A:58.9.133.20 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   การแจ้งความในวันนี้ ไม่ได้เป็นการแจ้งความเพื่อเอาผิดกับแพทย์ในข้อหาประมาททำคนไข้ตายแต่อย่างใด เนื่องจากได้ฟ้องหน่วยงานต้นสังกัดเป็นคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายไปแล้ว แต่เป็นการแจ้งความในข้อหาร่วมกันทำ/ออกหนังสือรับรองอันเป็นเท็จ และแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จในใบมรณบัตร

โดย: อย่าโวยวาย [14 ก.ค. 54 15:53] ( IP A:58.9.133.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ปกติเมื่อมีคนไข้ตาย ทางโรงพยาบาลจะออก “หนังสือรับรองการตาย” ซึ่งจะระบุสาเหตุการตาย,ชื่อผู้รักษาก่อนตายและชื่อผู้รับรองการตาย จากนั้นญาติหรืออาจเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล จะนำหนังสือรับรองการตายไปจดทะเบียนคนตายที่สำนักงานเขตเพื่อออก “มรณบัตร” ซึ่งถือเป็นเอกสารทางราชการ

โดย: อย่าโวยวาย [14 ก.ค. 54 15:54] ( IP A:58.9.133.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   เนื่องจากในหนังสือรับรองการตายและใบมรณบัตร ของนางสาววิไลพรฯ ระบุสาเหตุการตายว่า “ครรภ์เป็นพิษ” ทั้งที่ตลอดระยะเวลาของการฝากครรภ์ รวมทั้งขณะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิตในวันเดียวกัน ไม่เคยมีอาการตัวบวม ไม่เคยมีความดันโลหิตสูง และไม่เคยมีโปรตีนไข่ขาวในปัสสาวะ ซึ่งเป็นลักษณะของคนครรภ์เป็นพิษเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งแพทย์ก็ไม่เคยมีการตรวจพบหรือวินิจฉัยโรคว่านางสาววิไลพรฯ ครรภ์เป็นพิษแต่อย่างใด

ในความเป็นจริงเด็กในท้องของนางสาววิไลพรฯ ตายเพราะ ”รกลอกตัว” ซึ่งทางโรงพยาบาลก็วินิจฉัยไม่ได้ตั้งแต่แรกทั้งที่ควรจะวินิจฉัยได้ รวมทั้งนางสาววิไลพรฯ นั้นตายเพราะ “เลือดออกในช่องท้องจำนวนมากเนื่องจากตับฉีกขาด” ตามผลชัณสูตรของนิติเวชรพ.รามา และนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม

โดย: อย่าโวยวาย [14 ก.ค. 54 15:55] ( IP A:58.9.133.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ข่าวไทยพีบีเอส
13 กค.54
https://news.thaipbs.or.th/content/%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%87%E0%B8%88

ผู้เสียหายทางการแพทย์แจ้งความดำเนินดคีกับแพทย์ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาลข้อหาออกหนังสือรับรองการตายเท็จเป็นคดีตัวอย่าง หลังเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์พบว่า มีแพทย์และโรงพยาบาลจำนวนมาก ระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่ไม่ตรงกับความจริง เพื่อปกปิดความผิดพลาดของตัวเอง

นายขันติพงษ์ บุตรวงษ์ และสมาชิกเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจสามเสน ให้ดำเนินดคีกับ นพ.ทรงยศ น้ำเพชร และผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ในข้อหาร่วมกันออกหนังสือรับรองการตายอันเป็นเท็จ และแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จในใบมรณบัตร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 267 และมาตรา 269 ของบุตรสาว คือ น.ส.วิไลพร บุตรวงษ์ ซึ่งถูกระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากครรภ์เป็นพิษ ขณะที่ผลการชันสูตรศพจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และโรงพยาบาลรามาธิบดี วินิจฉัยตรงกัน เด็กในท้องเสียชีวิตเพราะรกลอกตัว ขณะที่แม่ของเด็กเสียชีวิตจากอาการเลือดออกในช่องท้องและตับฉีกขาด

ขณะที่นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ กล่าวว่า การออกหนังสือรับรองการตายเท็จ เกิดขึ้นกับผู้เสียหายทางการแพทย์เกือบทุกกรณีที่เข้ามาร้องเรียนกับทางเครือข่ายฯ และการแจ้งความในวันนี้ (13 ก.ค.) ไม่ได้ต้องการให้แพทย์ให้ถูกดำเนินคดี แต่ต้องการให้เป็นคดีตัวอย่างในกรณีที่มีคนเสียชีวิต โรงพยาบาลควรระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่ตรงกับความเป็นจริง และไม่ควรปกปิดความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพราะว่านอกจากไม่เป็นธรรมต่อผู้เสียชีวิต และญาติแล้ว ยังจะส่งผลเสียต่อสังคมโดยรวม เช่น เกิดความคลาดเคลื่อนในการเก็บสถิติโรคต่างๆ ที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในภาพรวมของประเทศ ซึ่งจะต้องนำไปใช้ในการวางแผนป้องกัน และแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในอนาคต และอาจมีผลต่อการทำประกันชีวิตของครอบครัว
โดย: ข่าวจากไทยพีบีเอส [14 ก.ค. 54 15:58] ( IP A:58.9.133.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   https://mgr.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9540000086266

แจ้งจับรพ.วชิระทำคลอดแม่ลูกตาย-ออกเอกสารเท็จ!

ASTV ผู้จัดการออนไลน์
13 กค.54

ญาติเหยื่อคลอดลูกตายเข้าแจ้งความดำเนินคดี "แพทย์ทำคลอด-รพ.วชิระ" ทำคลอดตายทั้งแม่และเด็ก แถมออกหนังสือรับรองสาเหตุการตายอ้าง“ครรภ์เป็นพิษ” ญาติระบุหนังสือรับรองการตายบิดเบือน หลังส่งศพให้ นิติเวชและรพ.รามาชันสูตรไม่ตรงกับที่ทางรพ.วชิระออกให้

วันนี้(13 ก.ค. ) เมื่อเวลา 13.00 น. นายขันติพงษ์ บุตรวงษ์ บิดาของน.ส.วิไลพร บุตรวงษ์ ซึ่งเสียชีวิตจากการคลอดลูกที่ร.พ.วชิรพยาบาล พร้อมด้วยนางปรียานันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เข้าพบ ร.ต.อ.วีรชัย ทองอุบล พงส.(สบ 1)สน.สามเสน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับ นายแพทย์ชัยวัน เจริญโชคทวี คณบดีคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล และนพ.ทรงยศ น้ำเพ็ชร แพทย์ผู้ทำคลอดในข้อหาร่วมกันทำหรือออกหนังสือรับรองอันเป็นเท็จ และข้อหาแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จในใบมรณบัตร ซึ่งระบุสาเหตุการตายว่า “ครรภ์เป็นพิษ”

นายขันติพงษ์ บิดาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2552 ขณะนี้คดีทางแพ่งได้อยู่ในชั้นศาล ซึ่งจะมีการพิพากษาในวันที่ 31 ส.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งตนไม่อยากที่แจ้งความหลังจากคดีพิพากษาแล้ว กลัวว่าจะเป็นการหาว่า “ขี้แพ้ชวนตี” แต่อยากให้เป็นบรรทัดฐานของสังคมมากกว่า โดยที่เข้าแจ้งความเพราะต้องการให้โรงพยาบาลทุกแสดงความโปร่งใส ตรงไปตรงมาในการรักษาคนไข้ ไม่ใช่บิดเบือนสาเหตุการตายที่เกิดจากความผิดพลาดของตนเอง ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมกับญาติผู้ตาย สำหรับ

ด้านนางปรียานันท์กล่าวว่า คณบดีคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาลได้ให้ออกมาสัมภาษณ์ในกรณีดังกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง ทั้งยังต้องการให้คดีนี้เป็นบรรทัดฐานให้กับสังคม สำหรับสาเหตุในการตายนั้น ภายหลังจากที่น.ส.วิไลพร เสียชีวิตญาติได้นำหนังสือรับรองการตายที่ออกให้โดยวชิรพยาบาล ไปทำเรื่องออกใบมรณบัตร โดยในช่องสาเหตุการตาย ระบุว่า”ครรภ์เป็นพิษ” ทั้งที่ผลการชันสูตรของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวช ร.พ.รามาธิบดี ระบุตรงกันว่าสาเหตุการตายของเด็ก เกิดจาก “รกลอกตัว” ส่วนทางแม่ของเด็กเกิดจาก “เลือดออกมากในช่องท้อง เนื่องจากตับฉีกขาด” ซึ่งแตกต่างกับสาเหตุที่ทางวชิรพยาบาลระบุไว้โดยสิ้นเชิง
โดย: ข่าวจาก ASTV ผู้จัดการ [14 ก.ค. 54 16:01] ( IP A:58.9.133.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   13 กค. 2554 15:49 น.

Nation TV
13 กค.54
https://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=519727

นายขันติพงษ์ บุตรวงษ์ บิดาของ น.ส.วิไลพร บุตรวงษ์ ที่เสียชีวิตจากการคลอดลูกที่ร.พ.วชิรพยาบาล พร้อมด้วยนางปรียานันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เข้าพบพนักงานสอบสวนสน.สามเสน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับทางนายชัยวัน เจริญโชคทวี คณบดีคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล และนพ.ทรงยศ น้ำเพ็ชร แพทย์ผู้ทำคลอดในข้อหาร่วมกันทำหรือออกหนังสือรับรองอันเป็นเท็จ และข้อหาแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จในใบมรณบัตร ซึ่งระบุสาเหตุการตายว่า ครรภ์เป็นพิษ โดยทางพ.ต.ท.บุนชัยฤทธิ์ สิทธิทองจันทร์ พงส.(สบ 3) มอบหมายให้ ร.ต.อ.วีรชัย ทองอุบล พงส.(สบ 1)สน.สามเสน เป็นผู้รับดำเนินคดีดังกล่าว
นางปรียานันท์กล่าวว่า จริงแล้วไม่อยากที่จะดำเนินคดีอาญากับทางแพทย์ผู้ทำคลอดแต่อย่างใด แต่ด้วยทางนายชัยวัน ให้สัมภาษณ์ในกรณีดังกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งตนและทางผู้เสียหายต้องการที่จะให้กรณีดังกล่าวเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคม สำหรับสาเหตุในการตายนั้น ภายหลังจากที่น.ส.วิไลพรเสียชีวิตลง ทางญาติได้นำหนังสือรับรองการตายที่ออกให้โดยวชิรพยาบาล ไปทำเรื่องออกใบมรณบัตร โดยในช่องสาเหตุการตาย ระบุว่าครรภ์เป็นพิษ โดยความเป็นจริงแล้ว จากการตรวจชันสูตรโดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวช ร.พ.รามาธิบดี ระบุตรงกันว่าสาเหตุการตายของเด็ก เกิดจาก รกลอกตัว ส่วนทางแม่ของเด็กเกิดจาก เลือดออกมากในช่องท้อง เนื่องจากตับฉีกขาด แตกต่างกับสาเหตุที่ทางวชิรพยาบาลระบุไว้โดยสิ้นเชิง
ด้าน นายขันติพงษ์ บิดาของผู้เสียชีวิตได้กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องมาแจ้งความในวันนี้ก็เพราะว่าต้องการให้โรงพยาบาลทุกแห่งมีความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือนสาเหตุการตายเพราะความผิดพลาดของตนเอง เพราะไม่เป็นธรรมกับทางญาติผู้เสียชีวิต สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2552 ขณะนี้คดีทางแพ่งได้อยู่ในชั้นศาล ซึ่งจะมีการพิพากษาในวันที่ 31 ส.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งตนไม่อยากที่แจ้งความหลังจากคดีพิพากษาแล้ว กลัวว่าจะเป็นการหาว่า “ขี้แพ้ชวนตี” แต่อยากให้เป็นบรรทัดฐานของสังคมมากกว่า
โดย: ข่าวจากเนชั่นทีวี [14 ก.ค. 54 16:02] ( IP A:58.9.133.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   มติชน
13 กค.54
https://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1310560730&grpid&catid=19&subcatid=1904

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม นายขันติพงษ์ บุตรวงษ์ บิดาของ น.ส.วิไลพร บุตรวงษ์ ซึ่งเสียชีวิตจากการคลอดลูกที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล พร้อมด้วยนางปรียานันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เข้าพบ ร.ต.อ.วีรชัย ทองอุบล พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.สามเสน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหากับทางผู้บริหารระดับสูงคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล และแพทย์ผู้ทำคลอด ข้อหาร่วมกันทำหรือออกหนังสือรับรองอันเป็นเท็จ และข้อหาแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จในมรณบัตร ซึ่งระบุสาเหตุการตายว่า ครรภ์เป็นพิษŽ

นางปรียานันท์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้บริหารระดับสูง รพ. ได้ให้สัมภาษณ์ในกรณีดังกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งตนและทางผู้เสียหายต้องการจะให้กรณีดังกล่าวเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคม สำหรับสาเหตุในการตายนั้น ภายหลังจากที่ น.ส.วิไลพรเสียชีวิตลง ทางญาติได้นำหนังสือรับรองการตายที่ออกให้โดยวชิรพยาบาลไปทำเรื่องออกมรณบัตร โดยในช่องสาเหตุการตายระบุว่า ครรภ์เป็นพิษ ซึ่งความเป็นจริงแล้ว จากการตรวจชันสูตรโดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวชโรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุตรงกันว่า สาเหตุการตายของเด็กเกิดจาก รกลอกตัวŽ ส่วนทางแม่ของเด็กเกิดจาก เลือดออกมากในช่องท้อง เนื่องจากตับฉีกขาดŽ แตกต่างกับสาเหตุที่ทางวชิรพยาบาลระบุไว้โดยสิ้นเชิง

ด้านนายขันติพงษ์ บิดาของผู้เสียชีวิตกล่าวว่า สาเหตุที่ต้องมาแจ้งความในวันนี้ก็เพราะว่าต้องการให้โรงพยาบาลทุกแห่งมีความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือนสาเหตุการตาย เพราะความผิดพลาด เพราะไม่เป็นธรรมกับญาติผู้เสียชีวิต คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2552 ขณะนี้คดีทางแพ่งอยู่ในชั้นศาล นัดพิพากษาวันที่ 31 สิงหาคม ตนไม่อยากจะแจ้งความหลังจากคดีพิพากษาแล้ว กลัวจะถูกมองว่าขี้แพ้ชวนตี แต่อยากให้เป็นบรรทัดฐานสังคมมากกว่า
โดย: ข่าวจากมติชน [14 ก.ค. 54 16:03] ( IP A:58.9.133.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   เดลินิวส์
13 กค.54
https://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=38&contentID=150881

ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์พาญาติคนตายร้องทุกข์ตำรวจสามเสน เอาผิดรพ.รัฐปกปิดสาเหตุการตายของแม่-ลูกหลังผลนิติเวชแย้งกับที่รพ.ระบุ

วันนี้ (13 ก.ค.) นายขันติพงษ์ บุตรวงษ์ บิดาของน.ส.วิไลพร บุตรวงษ์ ซึ่งเสียชีวิตจากการคลอดลูกที่รพ.ของรัฐ แห่งหนึ่ง พร้อมด้วยนางปรียานันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนสน.สามเสน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ และ แพทย์ผู้ทำคลอดรพ.ดังกล่าว ในข้อหาร่วมกันทำหรือออกหนังสือรับรองอันเป็นเท็จ และข้อหาแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จในใบมรณบัตร ซึ่งระบุสาเหตุการตายว่า “ครรภ์เป็นพิษ” โดยพ.ต.ท.บุนชัยฤทธิ์ สิทธิทองจันทร์ พงส.(สบ 3) ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.วีรชัย ทองอุบล พงส.(สบ 1)สน.สามเสน เป็นผู้รับดำเนินคดีดังกล่าว

ด้านนางปรียานันท์กล่าวว่า จริงแล้วไม่อยากที่จะดำเนินคดีอาญากับทางแพทย์ผู้ทำคลอดแต่อย่างใด แต่ด้วยในคดีได้ให้สัมภาษณ์ในกรณีดังกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งตนและทางผู้เสียหายต้องการที่จะให้กรณีดังกล่าวเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคม สำหรับสาเหตุในการตายนั้น ภายหลังจากที่น.ส.วิไลพรเสียชีวิตลง ทางญาติได้นำหนังสือรับรองการตายที่ออกให้โดยรพ. ไปทำเรื่องออกใบมรณะบัตร โดยในช่องสาเหตุการตาย ระบุว่า “ครรภ์เป็นพิษ” โดยความเป็นจริงแล้ว จากการตรวจชันสูตรโดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวช ร.พ.รามาธิบดี ระบุตรงกันว่าสาเหตุการตายของเด็ก เกิดจาก “รกลอกตัว” ส่วนทางแม่ของเด็กเกิดจาก “เลือดออกมากในช่องท้อง เนื่องจากตับฉีกขาด” แตกต่างกับสาเหตุที่ทางรพ.ระบุไว้โดยสิ้นเชิง

ด้าน นายขันติพงษ์ บิดาของผู้เสียชีวิตได้กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องมาแจ้งความในวันนี้ก็เพราะว่าต้องการให้โรงพยาบาลทุกแห่งมีความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือนสาเหตุการตายเพราะความผิดพลาดของตนเอง เพราะไม่เป็นธรรมกับทางญาติผู้เสียชีวิต สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 52 ขณะนี้คดีทางแพ่งได้อยู่ในชั้นศาล ซึ่งจะมีการพิพากษาในวันที่ 31 ส.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งตนไม่อยากที่แจ้งความหลังจากคดีพิพากษาแล้ว กลัวว่าจะเป็นการหาว่า “ขี้แพ้ชวนตี” แต่อยากให้เป็นบรรทัดฐานของสังคมมากกว่า
โดย: ข่าวจากเดลินิวส์ [14 ก.ค. 54 16:05] ( IP A:58.9.133.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   บ้านเมืองออนไลน์
14 กค.54
https://www.banmuang.co.th/crime.asp?id=242049


โดย บ้านเมืองออนไลน์ เมื่อเวลา 9:32:00 วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ.2554
พ่อโร่แจ้งความตำรวจหมอออกใบมรณะเท็จ

พ่อโร่แจ้งความตำรวจหมอออกใบมรณะเท็จ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 ก.ค.54 นายขันติพงษ์ บุตรวงษ์ อายุ 50 ปี พ่อของ น.ส.วิไลพร บุตรวงษ์ อายุ 26 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากการคลอดลูกที่ ร.พ.วชิรพยาบาล พร้อมด้วยประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ นำใบมรณะบัตร และผลการตรวจชันสูตร จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ นิติเวช รพ.รามาธิบดี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.วีรชัย ทองอุบล พงส.(สบ 1) สน.สามเสน เพื่อแจ้งข้อหาร่วมกันทำ ออกหนังสือรับรองอันเป็นเท็จ ในใบมรณบัตร กับนพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ วชิรพยาบาล และนพ.ทรงยศ น้ำเพ็ชร แพทย์ผู้ทำคลอดให้ผู้ตาย ซึ่งระบุสาเหตุการตายว่า ครรภ์เป็นพิษ

นายขันติพงษ์ กล่าวว่า ในวันนี้ตนมาแจ้งความเพิ่มเติม กับนพ.ทั้ง 2 คน อีกในข้อหาดังกล่าว หลังจากที่ลูกสาวตนเสียชีวิตได้ทำหนังสือรับรองการตายระบุว่า ครรภ์เป็นพิษ แต่จากการตรวจชันสูตรโดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และนิติเวช ร.พ.รามาธิบดี ระบุตรงกันว่าการตายของเด็กเกิดจากรกลอกตัว ส่วนแม่ของเด็กเกิดจาก เลือดออกมากในช่องท้อง เนื่องจากตับฉีกขาด แตกต่างกับที่ วชิรพยาบาล ระบุไว้โดยสิ้นเชิง ซึ่งที่ตนต้องออกมาในวันนี้ เพื่อต้องการให้ รพ.ทุกแห่งมีความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ไม่บิดเบือนสาเหตุการตาย เพราะความผิดพลาดของตนเอง

เพราะไม่เป็นธรรมกับทางญาติผู้เสียชีวิต สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2552 ขณะนี้คดีทางแพ่งได้อยู่ในชั้นศาล ซึ่งจะมีการพิพากษาในวันที่ 31 ส.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งตนไม่อยากที่แจ้งความหลังจากคดีพิพากษาแล้ว กลัวว่าจะเป็นการหาว่าขี้แพ้ชวนตี แต่อยากให้เป็นบรรทัดฐานของสังคมมากกว่า

ด้าน นางปรียานันท์ กล่าวว่า ที่จริงแล้วไม่อยากที่จะดำเนินคดีอาญากับทางแพทย์ผู้ทำคลอดแต่อย่างใด แต่ทาง นพ.ชัยวัน ได้ให้สัมภาษณ์ในกรณีดังกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งตนและทางผู้เสียหายต้องการที่จะให้กรณีดังกล่าวเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคม จึงต้องมาแจ้งความดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้เชิญผู้ที่มีชื่อทั้ง 2 คน มาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุและที่มาที่ไปของเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนดำเนินการต่อไป
โดย: บ้านเมืองออนไลน์ [14 ก.ค. 54 16:07] ( IP A:58.9.133.20 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   หมอที่ปรึกษาไม่รู้เหรอครับ ว่าครรภ์เป็นพิษ ทำให้เกิดอะไรได้บ้าง
โดย: ได้ปรึกษาเขาหรือยัง [15 ก.ค. 54 9:22] ( IP A:223.205.234.222 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   รพ.วชิระแจงทารกตาย3-4วันครรภ์เป็นพิษแม่ช็อคตาย
พ่อโวย! หมอ รพ.วชิระ ทำคลอดลูกสาวตายทั้งกลม เผยหมอบอกเด็กในท้องตาย สั่งนอนรอคลอดเองนาน 8 ชม. แต่ไม่ถึง 2 ชม.ลูกช็อกตาย ด้าน ผอ.วชิระ แจงเด็กตาย 3-4 วันก่อนถึงมือหมอ ระบุครรภ์เป็นพิษ "แพทยสภา" สั่งสอบสาเหตุตาย ชี้แม่คลอดตามธรรมชาติได้ไม่ต้องผ่าออก

การเสียชีวิตของหญิงตั้งครรภ์รายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 มิถุนายน นายขันติพงษ์ บุตรวงษ์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1563 ตรอกมินมณี ถ.เพชรเกษม 4 แขวงวัดสังข์กระจาย เขตบางกอกใหญ่ กทม. พร้อมด้วยนางทองสุข บุตรวงษ์ อายุ 43 ปี ภรรยา และนายเด่นชัย เพิ่มบุญ อายุ 28 ปี ลูกเขย ได้เดินทางมาที่ที่สถาบันนิติเวช รพ.รามาธิบดี เพื่อขอผลชันสูตรพลิกศพ น.ส.วิไลพร บุตรวงษ์ อายุ 26 ปี ลูกสาว ภายหลังจากที่ลูกสาวเดินทางไปคลอดบุตรที่ รพ.วชิรพยาบาล แต่เสียชีวิตพร้อมลูกในครรภ์

นายขันติพงษ์ เปิดเผยว่า ตนประกอบอาชีพรับจ้าง ส่วนภรรยาขายผลไม้อยู่ภายในซอยเพชรเกษม ตนมีลูก 5 คน ผู้ตายเป็นลูกคนโต มีอาชีพเป็นช่างเสริมสวย และแต่งงานกับนายเด่นชัยเมื่อปีที่แล้ว จนตั้งท้องและฝากครรภ์ที่ รพ.วชิรพยาบาล กระทั่งเวลา 02.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน ขณะลูกสาวนอนอยู่ที่บ้านเกิดปวดท้อง จึงคิดว่าคงจะคลอดก่อนกำหนดเพราะตั้งครรรภ์ได้เพียง 8 เดือน จึงรีบพามาที่โรงพยาบาล เมื่อมาถึงแพทย์ได้พาเข้าห้องคลอด กระทั่งเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง แพทย์ได้เรียกตนเข้าไปที่ห้อง พร้อมทั้งทำอัลตราซาวนด์ให้ดู โดยบอกว่าเด็กในครรภ์เสียชีวิตแล้ว แพทย์ได้แจ้งให้ตนบอกกับลูกว่าเด็กเสียชีวิต แต่ตนไม่กล้าบอก เพราะกลัวว่าลูกจะเสียใจ เนื่องจากเป็นท้องแรก แต่สุดท้ายก็บอกกับลูก ซึ่งขณะนั้นลูกพอจะทำใจได้บ้าง โดยลูกบอกให้แพทย์ผ่าเอาเด็กออก

“หมอบอกว่าต้องรอ 8 ชั่วโมง เพราะปากมดลูกไม่เปิด ถ้าหลังจากนั้นก็จะผ่าออก จากนั้นหมอบอกให้กลับไปรอที่บ้าน แต่พอกลับไปได้แค่ 2 ชั่วโมง หมอโทรมาบอกว่าให้มาดูอาการลูก พอผมกับลูกเขยมาถึงตอนตีห้า ก็เห็นหมอช่วยกันปั๊มหัวใจลูกแต่ลูกไม่รู้สึกตัวแล้ว” นายขันติพงษ์ กล่าว

นายขันติพงษ์ กล่าวอีกว่า ตนได้สอบถามสาเหตุการเสียชีวิตของลูก แพทย์ยังบอกสาเหตุไม่ได้แน่ชัด พูดแค่เพียงว่า กรณีนี้เกิดขึ้นเพียง 1 ในล้านคนเท่านั้น โดยในใบรับรองการเสียชีวิต ระบุว่าลูกเสียชีวิตเนื่องจากครรภ์เป็นพิษ และจะผ่าชันสูตรศพให้ แต่ตนไม่ไว้ใจ จึงส่งศพลูกไปผ่าชันสูตรที่ รพ.รามาธิบดี ส่วนเรื่องการฟ้องร้องคงจะต้องพูดคุยกับญาติๆ อีกครั้ง

ด้าน นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผอ.วชิรพยาบาล กล่าวชี้แจงว่า กรณีของผู้ตายและทารกที่อยู่ในครรภ์นั้น หลังจากแพทย์ตรวจครรภ์แล้วพบว่า เด็กเสียชีวิตมานานประมาณ 3-4 วันแล้ว แพทย์จึงเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด ก่อนจะลงความเห็นว่า ให้แม่เด็กคลอดออกมาเองตามธรรมชาติดีกว่า เนื่องจากได้ประเมินแล้วว่าร่างกายของคนไข้ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ กระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น. คนไข้มีอาการทรุดตัวเร็ว เกล็ดเลือดต่ำ ช็อกจนหมดสติ แพทย์กับพยาบาลพยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิต แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ ส่วนกรณีที่ญาติผู้ตายนำศพไปให้โรงพยาบาลรามาธิบดี ตรวจพิสูจน์ และต้องการเรียกร้องค่าเสียหายนั้น ทางโรงพยาบาลขอยืนยันว่าได้พยายามทำเต็มที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นแพทย์ รพ.รามาธิบดี ได้สรุปสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กว่า รกเด็กลอกตัวออก ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของมารดาคือ มีเลือดออกในช่องท้องมาก สำหรับผลตรวจอย่างละเอียดต้องรออีก 1 สัปดาห์

นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า กรณีนี้จะให้คณะอนุกรรมการจริยธรรมเข้าไปดำเนินการเพื่อให้ความเป็นธรรม ทั้งนี้ต้องดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากอะไร ส่วนกรณีที่ทารกเสียชีวิตในครรภ์ไม่จำเป็นต้องนำเด็กออกโดยทันที เพราะสามารถคลอดเองตามธรรมชาติได้ ทั้งนี้การผ่าตัดอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน และมีแผลเป็น เว้นแต่ว่าเมื่อทารกเสียชีวิตในครรภ์แล้ว ยังไม่คลอดออกมา อาจจะต้องผ่าตัด

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.สุวชัย อินทรประเสริฐ ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรณีนี้ไม่ต้องกังวลใจ แพทยสภาพร้อมสอบสวนอยู่แล้วว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หากพบว่าแพทย์ทำผิดก็คงต้องลงโทษ ขอเรียนว่า ในปัจจุบันการคลอด 1 แสนราย จะมีการเสียชีวิตประมาณ 20-40 ราย ปีหนึ่งมีการคลอดประมาณ 8 แสนราย จะมีการเสียชีวิตประมาณ 200-300 ราย ต้องยอมรับว่าการตั้งครรภ์ก็เป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง แต่เชื่อว่ากรณีนี้ทีมแพทย์คงช่วยเหลือสุดความสามารถแล้ว มีคนดูแลหลายคน แต่อาจเป็นเหตุสุดวิสัย
โดย: ข่าวเก่า [16 ก.ค. 54 9:47] ( IP A:58.8.211.121 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   กรณีน่าเศร้าและเป็นที่สเอมเสียอย่างยิ่งซ้ำเดิมก็คือ การร่วมด้วยช่วยกันปกปิดความผิดพลาด ตั้งแต่หมอเจ้าของไข้เอง ตัวผู้อำนวยการโรงพยาบาล (มีชนักติดหลังกรณีทุจริตเครื่องตรวจคลื่นหัวใจร่วมกับโรงพยาบาลในเครือของ กทม. อื่นๆอีกหลายแห่ง) ก็เอาด้วย และแม้กระทั่งตัวผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ (ที่มีแผลทางการเมืองขายชาติเป็นคนไปลงนามใน MOU 2543 ยกพื้นที่บนเขาพระวิหารให้เป็นกรรมสิทธิของเขมรตามแผนที่ 1: 200000 เก๊ๆ) พูดกลับไปกลับมา ทางหนึ่งรับปากว่าจะสอบสวนและอุตส่าห์มาร่วมงานศพคนไข้ แต่ก็เงียบจ้อยข้ามปีได้จนกระทั่งบัดนี้ เฮ้อ ที่ผิดซ้ำๆมาตลอดก็คือ การไม่ยอมรับว่าเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่อง "หมอวินิจฉัยผิดพลาดอย่างไม่น่าพลาด" แล้วทำให้คนไข้ตายอย่างไม่น่าตาย ในกรณีนี้ถึงสองคนทั้งแม่และลูก แทนที่จะตายแค่เด็กในครรภ์เพียงคนเดียว

แล้วก็ที่มั่ว ที่ตะแบงกันให้สับสนเข้าใจผิดกัน ว่าเป็นเรื่องคนไข้จะเอาเรื่องหมอที่รักษาดีที่สุดแล้ว ทำตามหน้าที่โดยสุดจริต นี่ก็บิดเบือนโกหกกันทั้งเพทั้งคนปั่นข่าว ทั้งสื่อที่ "เซ่อ+ซื่อบื้อ" ส่งข่าวต่อๆกันไปอย่างไม่ใช้สมองกรองคัดให้สมกับเป็นคนขายข่าว

ความจริงชัดเจนของเรื่องนี้ก็คือ หมอปิดบังความผิดพลาดแล้ว โกหก โกหก และโกหก ว่าคนไข้ตายเองจากเหตุสุดวิสัย ซึ่ง ซึ่ง ซึ่ง เป็นเหตุสืบเนื่องมาจากการวินิจฉัยอาการที่ผิดๆร่วมกับการรักษาที่ล่าช้า ขาดความรับผิดชอบอย่างไม่น่าให้อภัย นี่แหละคือสาระสำคัญและเป็นแรงจูงใจให้ฝ่ายคนไข้เขาเอาเรื่อง

ถ้าฝ่ายหมอ และฝ่ายบริหาร รวมไปถึง กทม. เองจะไม่ระยำตำบอนไปโทษฝ่ายคนไข้ว่า ตายเองจากเหตุสุดวิสัย แล้วไม่ไปกล่าว/แสดงความเท็จในใบมรณบัตร เรื่องนี้ก็คงไม่มีอะไรจะสาวต่อไปได้ คงจบกันไปอย่างราบเรียบนานเป็นปีแล้วมั๊ง เอ้า

ขอฝากไว้เตือนคุณหมอทั้งหลายอีกครั้ง กับวาทะอมตะของนายกฯแพทยสภาแห่งอังกฤษ ที่ด้านล่างนี้ครับ

*************************

The biggest challenge for patient safety is not to place blame or to punish , but to prevent errors? both human and systemic? from occurring. That requires both greater transparency in health care systems and greater willingness on the part of health professionals to confront our failings. To err, after all, is human. But to cover up is unforgivable, and to fail to learn is simply inexcusable. We all make mistakes, but it is our duty to learn from them and find ways to make sure they never again cause harm.

ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเรื่องของความปลอดภัยของคนไข้ภายใต้บริการทางสาธารณสุข (เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้น) ไม่ได้อยู่ที่ "หาคนผิด" หรือ "ลงโทษคนทำพลาด" แต่อยู่ที่ การป้องกันความผิดพลาด ทั้งที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์และที่เกิดจากระบบ เพื่อไม่ให้มัน " เกิดขึ้น " และนั่นเป็นเรื่องที่ต้องการความโปร่งใสที่มากยิ่งกว่าของตัวระบบบริการ รวมทั้งต้องการความสมัครใจที่ยิ่งใหญ่กว่าของบรรดาผู้อยู่ในวงวิชาชีพนี้ ที่จะกล้ายอมรับอย่างซึ่งๆหน้าต่อความผิดพลาดของเรากันเอง เหนือสิ่งอื่นใด ความผิดพลาดเป็นเรื่องปรกติของมนุษย์ แต่การปิดบังความผิดพลาดเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้ และการล้มเหลวที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดก็เป็นเรื่องที่ยกโทษให้ไม่ได้ พวกเราหมอทุกคนล้วนทำเรื่องผิดพลาดได้ทั้งสิ้น แต่นี่เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องเรียนรู้จากมันและหาหนทางที่ทำให้มั่นใจได้ว่ามันจะไม่ทำอันตรายกับใครได้อีก

Sir Liam Donaldson is chief medical officer of the United Kingdom and chair of the new World Alliance for Patient Safety, launched at Pan American Health Organization headquarters in October 2004

*************************
โดย: คนรู้ทัน ไม่รู้จริง (เรื่องหมอ) [18 ก.ค. 54 9:44] ( IP A:58.8.155.244 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   ก่อนด่าต้องหาข้อมูลก่อน ว่าครรภ์เป็นพิษทำให้เกิดอะไรได้บ้าง การตรวจคนกับการตรวจศพ ต่างกันอย่างไร อะไรพบได้ในการตรวจคน อะไรพบได้ในการตรวจศพ โรงพยาบาลต้นเรื่องเขาตั้งใจจะตรวจศพหรือยัง หรือเขาจะขอตรวจแล้วไม่ให้ตรวจ พอเอาไปตรวจที่อื่นก็เจอสิ่งที่พบในการตรวจศพ แล้วก็มาบอกว่าโรงพยาบาลแรกหาไม่เจอ แต่จริงๆ แล้วเป็นเพราะไม่ให้เขาตรวจหรือเปล่า ฯลฯ
โดย: 333 [18 ก.ค. 54 11:12] ( IP A:110.77.243.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ทนายที่ดี หากลูกความทำผิด เขาจะแนะนำให้สารภาพ ศาลจะเมตตาลดครึ่ง รอลงอาญา
พวกที่ตะแบงไปเรื่อยๆ คือพวกที่พาคนไปติดคุก
คุณ 333 คุณต้องอย่าทำอย่างนั้น เว้นแต่คุณแน่ใจจริงว่า หมอไม่ได้ทำผิด คดีร่อนพิบูลย์ คดีสมุย และคดีเชียงใหม่ที่หมอติดคุก เป็นตัวอย่างที่ดี
โดย: ตะแบงไปเข้าคุกเปล่าๆ [19 ก.ค. 54 13:55] ( IP A:58.8.16.121 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ทำอย่างไหนครับ หมายถึงการไม่เอาความไม่รู้ไปตัดสินคนหรือเปล่า ที่ผมทำอยู่
โดย: 333 [19 ก.ค. 54 23:38] ( IP A:110.77.243.63 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   ไม่ใช่อย่างนั้น ผมพูดเป็นทางให้คุณเลือกสองทาง โดยกล่าวว่าหากคุณรู้ว่าลูกความผิด หรือเพื่อนหมอคุณผิด คุณก็ควรหาทางที่เขาจะเจ็บตัวน้อยให้เขา เว้นแต่ว่าคุณแน่ใจว่าเพื่อนคุณไม่ผิด คุณก็ควรต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม และก็ยกตัวอย่างของการต่อสู้ที่แทบจะไม่มีทางชนะเลย ว่าอย่าทำแบบนั้น มีตัวอย่างติดคุกมาแล้วแม้จะไม่จบชั้นฏีกา หรือคดีร่อนพิบูลย์ที่จบเรียบร้อย ยกฟ้องปล่อยพ้นคุกแล้วในชั้นอุทธรณ์ คดีถึงที่สุดเพราะคนไข้เขาไม่เอาเรื่องต่อ ก็เลยจบชั้นอุทธรณ์
ความเห็นคุณในความคิดเห็นที่ 13 ผมว่าเป็นความเห็นที่ขาดเหตุผล ถ้าสู้คดีแบบนั้น เพื่อนร่วมวิชาชีพคุณอาจจะติดคุก ถามว่าได้อะไรกับการทำอย่างนั้น มีใครเกิดมาไม่เคยทำผิด บางครั้งก็เพราะความโง่เขลาและก็ขาดที่ปรึกษาทีดี ขาดการชี้แนะและขาดหลักในการทำงานที่ดี จึงก่อเกิดปัญหา
แต่ทั้งหมดคุณอาจจะถูกก็ได้ ผมอาจจะผิดก็ได้ ถ้าคดีไปสู่ศาลก็จะมีคนตัดสิน ว่าใครถูกหรือผิด เว้นแต่คดีจะจบในชั้นตำรวจหรืออัยการ แต่เขาก็คงไปฟ้องเองได้ อยู่ดี
โดย: ที่คุณทำอยู่ คุณแน่ใจว่าคุณเป็นธรรมหรือเล่นพวก ทำไปเถอะครับ คุณมีสิทธิ์ทั้งสองอย่าง [19 ก.ค. 54 23:56] ( IP A:58.8.13.141 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   ผมไม่ีรู้ว่าใครผิดไม่ผิด ไม่รู้รายละเอียดของเรื่องนี้มากไปกว่าในข่าวและคำชี้แจงของคุณปรียฯ แต่เห็นว่ามันมีอะไรแปลกๆ ที่เพื่อนผมในห้องนี้ทุกคนก็รู้สึก เลยสงสัยว่า หมอที่ปรึกษาเครือข่ายฯ เขาไม่ได้ให้คำปรึกษาหรือ ถึงเสนอฟ้องแบบขาดความรู้อย่างนี้ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะบอกว่ามีโอกาสเป็นอย่างนั้น แต่นึกถึงแบบนี้มากกว่าเพราะอะไรก็ว่าไปครับ
โดย: 333 [20 ก.ค. 54 9:39] ( IP A:110.77.243.180 X: )
ความคิดเห็นที่ 18
   คุณอยากได้รายละเอียดไหม ผมจะให้เขาเอาเอกสารและเวชระเบียนมาลงไว้เป็นกรณีศึกษาแล้วคุณวิจารณ์กันเองนะ ขอเวลาสักวันสองวันจะติดต่อญาติให้เขาอนุญาต ผมว่าพวกหมอคงตัดสินได้ ว่ากรณีมีเหตุควรฟ้องหรือไม่ จะได้เรียนรู้ร่วมกัน
โดย: ฟฟ [20 ก.ค. 54 10:52] ( IP A:58.8.13.141 X: )
ความคิดเห็นที่ 19
   ขอบคุณครับ

เพราะการที่ระบุว่า หมอโรงพยาบาลแรก บอกว่า เสียชีวิตจากครรภ์เป็นพิษ และจะชันสูตรหาสาเหตุการเสีัยชีวิต แต่ไม่อนุญาตให้ชันสูตร และไปชันสูตรที่โรงพยาบาลอื่น และพบว่า ตับฉีกขาด เลือดออกในช่องท้อง รกลอกตัว แล้วมาสรุปว่า หมอโรงพยาบาลแรก โกหกเรื่องสาเหตุการเสียชีวิต มันแปลกๆ จริงๆ ครับ
โดย: 333 [20 ก.ค. 54 14:10] ( IP A:110.77.243.180 X: )
ความคิดเห็นที่ 20
   การที่ไม่ชันสูตรโรงบาลเดิม ผมว่าเพื่อลด bias หรือเปล่า
ดีต่อญาติผู้ตายนะ
โดย: ลองพิจารณาดู [16 ส.ค. 54 12:18] ( IP A:61.7.235.218 X: )
ความคิดเห็นที่ 21
   

<b:tag class='poweredby' href='https://www.k4clean.com/' name='a' target='_blank'>القاضية للتنظيف</b:tag>
<a href="https://www.k4clean.com" >القاضية للتنظيف</a>-
<a href="https://www.k4clean.com/2018/12/2018-2019.html" >شركة تنظيف بدبي</a> -
<a href="https://www.k4clean.com/2018/12/cleaning-company-in-sharjah-2019-cleaning-services3.html" >شركة تنظيف بالشارقة</a> -
<a href="https://www.k4clean.com/2018/12/cleaning-company-in-ajman-cleaning-carpet-and-carpet.html" >شركة تنظيف بعجمان</a> -
<a href="https://www.mgtm3.com/clean-dubai/4/%D8%B4%D8%B1%D9%83%D8%A9-%D8%AA%D9%86%D8%B8%D9%8A%D9%81-%D8%A8%D8%AF%D8%A8%D9%8A-22.html" >شركة تنظيف في دبي</a> -

شركة تنظيف بعجمان

 

افضل شركة تنظيف بالرياض الشركه المتخصصة في[URL=https://www.k4clean.com/2018/12/cleaning-company-in-ajman-cleaning-carpet-and-carpet.htmll]شركة تنظيف بعجمان[/URL] أعمال التنظيف في مدينة الرياض Riyadh من أفضل الشركات في التنظيف [URL=https://www.k4clean.com]شركة تنظيف [/URL] بالرياض التي تخلصكم تماما من مشكلة التنظيف التي تواجهكم يوميا و التى تحتاج إلى الخبراء الفعليين فى أعمال التنظيف و لان حياتكم مهمه جدا بالنسبه لنا كما انه لي[URL=https://www.mgtm3.com/clean-dubai/4/%D8%B4%D8%B1%D9%83%D8%A9-%D8%AA%D9%86%D8%B8%D9%8A%D9%81-%D8%A8%D8%AF%D8%A8%D9%8A-22.html]شركة تنظيف في دبي[/URL] أعمال التنظيف في مدينة الرياض Riyadh من أفضل الشركات في التنظيف [URL=https://www.k4clean.com]شركة تنظيف [/URL]س من الرائع ان تضيعه فى أمور التنظيف قمنا بتأسيس خدمة التنظيف خصيصا لكم لراحتكم وراحة أسرتكم . نقدم خدمات التنظيف بأسعار تنافسية حيث لا يمكن مقارنتها بأى خدمة تنظيف علي مستوي المملكه العربية السعوديه ، كما أن خدمات النظافة لدينا فائقة في الجودة وهى مخصصة لكآفة الفئات سوآء شركات عامه وخاصه او مؤسسات شركة تنظيف بدبي او مساكن اوغيرها تشمل الخدمه تنظيف كل انواع المنشآت . وكما تقدم.[URL=https://www.k4clean.com/2018/12/cleaning-company-in-sharjah-2019-cleaning-services3.html]شركة تنظيف بالشارقة[/URL]  خدمات تنظيف من خلال فريق عمل يشمل الخبراء اوالمتخصصين فى التنظيف بإستخدام ادوات متطورة تساهم فى تنظيف كآفة المرافق فى وقت قياسى وبكل كفاءه .تنفذ الخدمات فى الموعد المتفق عليه ايضاً ويتم تنفيذ كآفة تعليمات الساده العملاء .[URL=https://www.k4clean.com/2018/12/2018-2019.html]شركة تنظيف بدبي[/URL]

โดย: elivyano [24 ม.ค. 62 3:27] ( IP A:197.54.166.158 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน