พ่อแม่"น้องหมิว" จะยื่นอุทธรณ์สู้คดีฟ้องกระทรวงสาธารณสุข
   พ่อแม่เด็กจะยื่นอุทธรณ์สู้
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
23 ก.ค.52

ศาลนนทบุรียกฟ้องคดีนายมนูญกับนางเยาวพา ทินนึง พ่อแม่ด.ญ.กนกพร ยื่นฟ้องก.สาธารณสุข เรียก12ล้านบาท เหตุแพทย์วินิจฉัยโรคผิด จะยื่นอุทธรณ์ต่อไป

โดย: เครือข่ายฯ [23 ก.ค. 52 18:06] ( IP A:58.9.183.221 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   วันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ค. 52 เวลา 10.00 น. ณ ศาลจังหวัดนนทบุรี ศาลชั้นต้น จะอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ผบ.69/2552

ด.ญ.กนกพร(มาริสา) ทินนึง โจทก์
ระหว่าง
สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข จำเลย (ต้นสังกัดของ รพ.เลย)

ข้อหาละเมิด เรียกค่าเสียหาย 12 ล้านบาท

น้องหมิวปัจจุบันอายุ 9 ขวบ จากเด็กหญิงหน้าตาน่ารัก กลายเป็นผู้เสียหายทางการแพทย์ พิการทางสมอง ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ นั่งรถเข็น เป็นภาระ *** อึ้งให้พ่อแม่แบก เดิมน้องเป็นเด็กสุขภาพดีแข็งแรง ร่าเริงแจ่มใส ไม่มีโรคประจำตัว

26-28 มิ.ย.47
เข้ารักษาที่รพ.คู่กรณี ด้วยอาการไข้สูง+ปวดหัว หมอสงสัยว่าเป็นปอดบวม ตลอด 3 วันไข้น้องไม่ *** แต่ยังพูดกับแม่รู้เรื่อง ทานอาหารเองได้ ลุกเข้าห้อง *** ได้ พ่อขอให้หมอตรวจหาไข้สมองอักเสบแต่หมอไม่ตรวจให้ บอกว่าถ้าเป็นไข้สมองอักเสบน้องหมิวต้องซึมมากกว่านี้ พ่อขอให้ส่งตัวไปรพ.อื่นแต่ถูกบ่ายเบี่ยงว่าไปรักษาที่อื่นก็ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ จึงไม่ได้ย้ายรพ.

29 มิ.ย.47
อาการน้องหมิวทรุด *** มีอาการชักในบางครั้ง

1 ก.ค.47
-เช้าหมอเจาะไขสันหลัง
-บ่ายส่งไปเอกซเรย์สมองที่รพอื่น
-2 ทุ่มน้องหมิวไม่รับรู้อะไรเลย หมอสงสัยว่าเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

2 ก.ค.47
ส่งตัวไปรพ.ศรีนครินทร์ ขอนแก่น หมอวินิจฉัยว่าเป็นไข้สมองอักเสบ สมองติดเชื้อ แเลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง

น้องหมิวไม่รับรู้อะไรเลย ควบคุมตนเองไม่ได้ บางครั้งส่งเสียงร้องดังตลอดเวลา เคยหยิบปรอทกัดจนแตก ต้องอาศัยความอดทนอย่างมากในการเลี้ยงดูจนพ่อแม่เกิดโรคเครียด ทุกเดือนต้องพาลูกเดินทางจากจังหวัดเลยมารักษากับรพ.ศิริราช มีค่าใช้จ่ายมากมาย พ่อน้องหมิวขอสำเนาเวชระเบียนเพื่อนำไปตรวจหาสาเหตุ รพ.ไม่ยอมให้บอกว่าเป็นความลับระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย การร้องขอฟิล์มเอกเรย์ใช้เวลานานนับปีก็ขอไม่ได้ พ่อน้องหมิวร้องเรียนไปทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะไม่อยากฟ้องร้องใคร เนื่องจากตนเองเป็นข้าราชการ

พ่อน้องหมิวร้องเรียนไปที่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อขอความเป็นธรรม ทางกระทรวงแจ้งว่าไม่ได้เกิดจากการปฏิบัติงานของแพทย์และพยาบาลของรพ.คู่กรณี แต่เกิดจากพยาธิสภาพของโรค พ่อกับแม่น้องหมิวขอเจรจาไกล่เกลี่ยหลายครั้งแต่ไม่เป็นผล

จึงไม่มีหนทางอื่นใดที่จะทำให้รพ.คู่กรณีรับผิดชอบได้ จึงต้องอาศัยบารมีศาลเป็นที่พึ่ง ฟ้องกระทรวงสาธารณสุขซึ่งถือเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของรพ.คู่กรณีให้รับผิดชอบต่อน้องหมิว

หวังว่าเรื่องนี้จะนำไปสู่การพัฒนาระบบป้องกันความเสียหาย ไม่ให้เกิดขึ้นกับลูกหลานของผู้คนในสังคมอีกต่อไป
โดย: มนูญ ทินนึง [23 ก.ค. 52 18:15] ( IP A:58.9.183.221 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   “น้องหมิว” แพ้ยกแรก ฟ้อง สธ.-หมอ รักษาพิการ!

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม
ผู้จัดการออนไลน์
23 กรกฎาคม 2552 16:10 น.

https://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9520000083431

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่พ่อแม่น้องหมิว ยื่นฟ้องกระทรวงสาธารณสุข และแพทย์โรงพยาบาลจังหวัดเลย ทำลูกสาวพิการ เรียกค่าเสียหาย 12 ล้านบาท

วันนี้ (23 ก.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ผบ.69/2552 ระหว่าง ด.ญ.กนกพร หรือ น้องหมิว ทินนึง โดย นายมนูญ และ นางเยาวภา ทินนึง บิดาและมารดา ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรม (โจทก์) กับ กระทรวงสาธารณสุข จำเลย เรื่องละเมิดเรียกค่าเสียหายจำนวน 12 ล้านบาท ในกรณีเด็กหญิงกนกพร รับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเลย ระหว่างวันที่ 26-28 มิ.ย.2547 ด้วยอาการไข้สูง ปวดหัว ซึ่งแพทย์สงสัยว่า ปอดบวม แต่ตลอด 3 วัน ไข้ไม่ *** แต่ยังสามารถพูดคุยรู้เรื่อง ทานอาหารเองได้ ช่วยเหลือตัวเองได้

ทั้งนี้ นายมนูญ พ่อของน้องหมิว ได้ขอให้แพทย์ตรวจหาไข้สมองอักเสบ แต่แพทย์ไม่ตรวจให้ โดยระบุว่า ถ้าเด็กเป็นไข้ขึ้นสมอง ต้องมีอาการซึมมากกว่านี้ พ่อจึงขอให้ส่งตัวไปโรงพยาบาลอื่น แต่ถูกบ่ายเบี่ยง จนกระทั่งวันที่ 29 มิ.ย.2547 อาการของน้องหมิวทรุด *** มีอาการชักในบางครั้ง แพทย์จึงทำการเจาะไขสันหลัง จนน้องหมิวไม่รับรู้อะไรได้อีก และแพทย์สงสัยว่าเป็นเยื้อหุ้มสมองอักเสบ จนกระทั่งวันที่ 2 ก.ค.2547 น้องหมิว ถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ขอนแก่น แพทย์วินิจฉัยว่า สมองติดเชื้อ เลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง จนน้องหมิวไปรับรู้อะไรได้อีก และควบคุมตัวเองไม่ได้ พ่อของน้องหมิวขอสำเนาเวชระเบียนนำไปตรวจหาสาเหตุ แต่โรงพยาบาลเลยไม่ยอมให้ อ้างว่า เป็นความลับระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย จึงร้องเรียนไปที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอความเป็นธรรม ต่อมา ทางกระทรวงแจ้งว่าไม่ได้เกิดจากการรักษาของแพทย์ พยาบาลของโรงพยาบาลเลย พ่อกับแม่ของน้องหมิวขอเจรจาไกล่เกลี่ยหลายครั้ง แต่ไม่เป็นผลทางโรงพยาบาลเลยไม่รับผิดชอบ จึงต้องขออาศัยบารมีศาลฟ้องกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งถือเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของโรงพยาบาลเลย ให้รับผิดชอบต่อน้องหมิว ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาลได้นัดเจรจาไกล่เกลี่ยกับกระทรวงสาธารณสุข โดยทางกระกรวงสาธารณสุขได้จัดให้เป็นเงินจำนวน 500,000 บาท แต่ไม่สามารถตกลงกันได้

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ศาลชั้นต้นจังหวัดนนทบุรี ได้อ่านคำพิพากษาให้ยกฟ้อง ซึ่งเมื่อ นายมนูญ บิดาของน้องหมิว และ นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ได้เดินทางมารับฟังคำพิพากษา โดยเปิดเผยว่า ยอมรับและเคารพในการตัดสินของศาล แต่จะขอต่อสู้ให้น้องหมิวจนถึงที่สุด ซึ่งจะได้ยื่นเรื่องอุทธรณ์ต่อไป

ล่าสุด หลังเสร็จสิ้นคำพิพากษา นางสาวมนิดา รัตนะวราธนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนนทบุรี ได้ให้ความสนใจในคดีดังกล่าวได้ให้เจ้าหน้าที่มาเชิญ นายมนูญ และประธานเครือข่ายขึ้นไปพูดคุยและให้ความช่วยเหลือต ่อไป

น้องหมิวต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในรถเข็น

โดย: น้องหมิว ทินนึง [23 ก.ค. 52 18:23] ( IP A:58.9.183.221 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   ข่าวช่อง 3
23 ก.ค.52

ศาลนนทบุรี ยกฟ้องคดีแพทย์ทำเด็ก 9 ขวบพิการ


ศาลจังหวัดนนทบุรี พิพากษายกฟ้องคดีครอบครัวน้องหมิว วัย 9 ขวบ ยื่นฟ้อง ก.สาธารณสุข เรียกค่าเสียหาย 12 ล้านบาท เนื่องจากแพทย์ รพ.จังหวัดเลย ประมาทเลินเล่อทำให้กลายเป็นเด็กพิการทางสมอง

หลังจากที่ นายมนูญ ทินนึง บิดาของ เด็กหญิงกนกพร ทินนึง หรือน้องหมิว วัย 9 ขวบ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกระทรวงสาธารณสุข หลังอ้างว่าแพทย์โรงพยาบาลจังหวัดเลย ทำการประมาทเลินเล่อรักษาน้องหมิวเมื่อครั้งอายุ 4 ขวบ ด้วยอาการป่วยเป็นไข้สูง จนกลายเป็นผู้พิการทางสมองมาจนถึงปัจจุบันนี้ เรียกค่าเสียหายจากกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 12 ล้านบาท

ล่าสุดศาลาชั้นต้นจังหวัดนนทบุรี ได้นัดอ่านคำพิพากษา ยกฟ้องคดีดังกล่าว โดยระบุว่าน้องหมิวได้รับเชื้อวัณโรคจากผู้เป็นพ่อก่อนหน้านี้ หลังศาลสืบพยานจนรู้ว่าผู้เป็นพ่อเคยป่วยเป็นวัณโรคตั้งแต่ปี 2545 และยังมีเชื้อยู่ นำมาติดกับลูก จนทำให้ลูกที่เคยสุขภาพแข็งแรงมีอาการไม่แข็งแรง และทรุด *** ลงได้ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการประมาทเลินเล่อของแพทย์ และโรงพยาบาลในจังหวัดเลย จึงยกคำฟ้องนี้ทั้งหมด

ขณะที่นายมนูญ ยอมรับว่าเคยป่วยเป็นวัณโรคจริง แต่รักษาจนหายขาดแล้ว และไม่เชื่อว่าจะนำมาติดลูก เพราะเหตุเกิดห่างกันถึง 2 ปี คือ ลูกเกิดอาการ และมีผลข้างเคียงในปี 2547 ระหว่างเดือนมิถุนายน ก่อนหน้านี้น้องหมิวไม่มีอาการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัณโรคแม้แต่น้อย สภาพร่างกายยังสมบูรณ์แข็งแรง ร่าเริง แต่ไปพบแพทย์เพราะมีอาการไข้สูง ปวดหัว แพทย์สงสัยว่าเป็นปอดบวม ให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลถึง 3 วัน จากนั้นอาการก็ทรุด *** และมีความผิดปกติกับสภาพร่างกาย ซึ่งเมื่อไปขอดูเวชระเบียนประวัติโรงพยาบาลก็ไม่ยอมให้และปกปิดทุกอย่าง โดยบอกว่าเป็นความลับของแพทย์ ตนจึงขอย้ายลูกออกจากโรงพยาบาลไปรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดขอนแก่น แพทย์วินิจฉัยว่าสมองเด็กติดเชื้อ เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ตนจึงเชื่อว่าน่าจะเกิดจากความประมาทของแพทย์โรงพยาบาลจังหวัดเลยที่รักษาผิดขั้นตอน หรือให้ยาผิด จนน้องหมิวกลายเป็นผู้พิการทางสมองมาจนถึงทุกวันนี้ ยืนยันจะยื่นอุทธรณ์ต่อไป และขอความเป็นธรรมจากศาลให้ตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้น
โดย: เอวัง [23 ก.ค. 52 18:27] ( IP A:58.9.183.221 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ไม่รู้จะโทษใคร ....
โทษพ่อเด็กซะเลย งานนี้
สรุปได้ มั่วนิ่มดีจัง
ชนะเลิศค่ะ คดีเด็ดวันนี้


สู้ต่อไปค่ะ เหลืออีก 2 ศาล มีความหวังเสมอชีวิตนักสู้
ส่งกำลังใจให้ครอบครัวนี้ด้วยคน...
โดย: จีเอ็น [24 ก.ค. 52 11:08] ( IP A:114.128.176.136 X: )
ความคิดเห็นที่ 5
   ต้องถามคำแรกก่อนว่า่ หมอเป็นผู้เอาเืชื้อไปติดให้น้องหมิวหรือเปล่า
หรือน้องหมิวติดมาจากที่อื่นแล้วมาให้หมอช่วย (แต่หมอจะเก่งช่วยได้หรือเปล่าไม่รู้...)

ซึ่งประเ็ด็นหมอเก่งหรือไม่เก่ง ช่วยได้หรือไม่ได้ วินิจฉัยถูกหรือไม่ถูกไม่ควรนำมาเป็นประเด็น เพราะหมอก็ทำตามหน้าที่โดยสุจริต ทำตามตำราที่เรียนมา มีความรู้เท่าไหร่ก็ใช้หมด ประเมินแล้วว่าไม่เหมือนไข้สมองอักเสบ แต่เมื่ออาการเริ่มชัดก็เจาะหลัง ตรวจเพิ่มเติม

ก็ฟังดูสมเหตุสมผลอยู่

หมอไม่ใช่เทวดา ที่จะวินิจฉัยได้ถูกต้องทั้งหมดร้อยเปอร์เซ๊นต์ตั้งแต่แรกเริ่ม ขึ้นอยู่กับประสปการณ์ของหมอแต่ละคน ถูกบ้างผิดบ้่่างก็ต้องเรียนรู่กันไป

ถ้าหมอทำทุกอย่างโดยสุจริตแล้ว... ก็ไม่ควรต้องมาเป็นจำเลย

ผมจะเล่านิทานเรื่องนึงให้ฟัง

ครอบครัวคุณเอขับรถไปเที่ยว มีสิบล้อปาดหน้ารถ คุณพ่อคุณเอก็หักหลบเข้าไปชนต้นไม้ สิบล้อตีนผีก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย คุณเอไม่เป็นอะไร แต่คุณพ่อขาติดอยู่ในรถออกมาไม่ได้

สักพักหน่วยกู้ภัยก็มาถึง...

"พี่กู้" ของเราเป็นอาสาสมัครมาได้ปีเีดียว ประสปการณ์การกู้ภัยก็พอตัว แต่ถ้าในวงการก็ถือว่ายังเป็นน้องใหม่ พี่กู้อาจจะไม่เก่งเท่าไหร่ แต่การที่พี่กู้จบหลักสูตรการกู้ภัยมาแล้ว ทำให้พอมีัความรู้อยู่บ้าง

พี่กู้ประเมินแล้วว่ารอรถยกน่าจะได้ ใช้เลื่อยตัดแล้วดึงออกมาก็เสี่ยง รถอาจจะถล่มลงมาได้ คนไข้เสียเลือดไม่มากน่าจะไม่เป็นไร เมื่อคิดได้ตามนั้นก็รอรถยกต่อไป

แต่ผลไม่เป็นดังคาด พี่กู้ประเมินผิด คนไข้เสียเลือดอยู่ข้างในท้อง กว่าจะรู้ก็หัวใจหยุดเต้นซะแล้ว

คุณเอก็เลยฟ้องพี่กู้ซะเลยว่า ประมาททำผู้อื่นถึงแก่ความตาย ถ้าใช้เลื่อยตัดคุณพ่ออาจจะไม่ตายก็ได้ ถ้าคุณเอประเมินถูกพ่ออาจจะรอด

แต่เป็นเพราะพี่กู้ประมาท ชะล่าใจรอรถยก ทำให้สายเกินไป...

คำถาม
- พ่อคุณเอตายเพราะพี่กู้หรือตายเพราะสิบล้อ
- พี่กู้ควรจะทำยังไง ควรจะลาออกจากการเป็นกู้ภัยไปเลยดีไหม
- พี่กู้ผิดหรือไม่ที่ประสปการณ์น้อยเกินไป (เอ.. แล้วพวกที่เค้าประสปการณ์เยอะ ๆ เนี่ย มีประสปการณ์ตั้งแ่ต่ออกมาจากท้องพ่อท้องแ่ม่เลยหรือไง)
- พี่กู้สมควรจ่ายเงินชดเชยให้คุณเอหรือเปล่า
- จะมีใครอยากมาเป็นพี่กู้ไหม ถ้าทำสำเร็จก็เท่าทุัน เอาเงินเดือนไป แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ ก็จ่ายมาซะหรือไม่ก็โดนฟ้อง

ฝากเครือข่ายตอบด้วยนะครับ
โดย: เหนื่อยใจจริง ๆ [24 ก.ค. 52 16:38] ( IP A:58.8.169.100 X: )
ความคิดเห็นที่ 6
   เหนื่อยใจวิธีคิดแบบนายกแพทยสภาเหมือนกัน
โดย: ขี้เกียจอธิบาย [24 ก.ค. 52 20:35] ( IP A:58.9.198.208 X: )
ความคิดเห็นที่ 7
   ไม่เอาสมมุติค่ะ
เอาอธิบายแบบเรื่องจริงเลย
เรื่องนี้แหล่ะ ....

พอดีพ่อตายเป็นโรคไตไปนานแล้ว
มาสมมุติให้ใครไม่ได้ค่ะ
โดย: จีเอ็น [27 ก.ค. 52 19:51] ( IP A:58.136.74.188 X: )
ความคิดเห็นที่ 8
   ตอบไม่ได้กะเฉไฉไปเรื่อย
โดย: เนอะ [12 ส.ค. 52 22:42] ( IP A:61.7.145.154 X: )
ความคิดเห็นที่ 9
   https://www.pantown.com/board.php?id=12163&area=1&name=board12&topic=712&action=view
โดย: 777 [12 ส.ค. 52 22:49] ( IP A:61.90.10.39 X: )
ความคิดเห็นที่ 10
   คิดว่ามึงเกิดมาไม่ตายหรือไง
โดย: มะเหมี่ยว [25 พ.ย. 52 21:45] ( IP A:125.26.208.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 11
   พวกเนี่ยคงต้องสืบหาญาติ 7 ชั่วโคตรไม่ต้องรักษามันเรื่องมากดีนัก ถ้าหมอเก่งหมดอันนั้นคงเป็นหมอดูแล้วมั้งแล้วคนก็คงจะล้นโลกด้วยเพราะห้ามตาย
โดย: ชมพู่ [25 พ.ย. 52 21:49] ( IP A:125.26.208.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 12
   เออ น่าคิด ถ้าอีกหน่อยหมอไม่กล้าดูแลรักษาคนไข้เพราะกลัวถูกฟ้อง แล้วพวกเราจะพึ่งใครดีหว่า
โดย: คนเลยน่ารัก [2 ธ.ค. 52 22:56] ( IP A:118.175.7.67 X: )
ความคิดเห็นที่ 13
   เฮ่อ ละถ้าคนทีคุณรักษาอยู่เค้าเป็นคนคนเดียวกับครอบครัวคุรมีความสำคัญกะชีวิตของคุณ

คุณจะกล้ามองข้ามความผิดพลากหรือไม่

ผู้ที่ได้รับหายนะเท่านั้น จึงจะเป็นผู้ทุกข์ที่แท้จิง
โดย: คนธรรมดา [4 ธ.ค. 52 22:28] ( IP A:202.176.125.39 X: )
ความคิดเห็นที่ 14
   ไอ้พวกหมอมันมาโพสต์เข้าข้างกันเอง สวะสังคม

มันไม่ใช่เทวดา แต่มันเป็นอาชีพที่ต้องประมาทหรือผิดพลาดให้น้อยๆๆๆๆๆๆๆมากโว้บ
โดย: ก [15 ม.ค. 53 4:53] ( IP A:58.9.93.192 X: )
ความคิดเห็นที่ 15
   ตอบคุณเหนื่อยใจจริงๆ ที่คุณยกตัวอย่างมา เกือบจะน่าฟัง แต่ในข้อเท็จจริงแล้วคุณเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะแพทย์คือผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม มีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องประกอบวิชาชีพเวชกรรมในระดับที่ดีที่สุด อย่าลืมนะ ดีที่สุดในสภาวการณืขณะนั้นจะสามารถให้แก่คนไข้ได้ อย่าลืมครับ เป็นหน้าที่โดยตรงที่จะต้องให้การรักษาระดับดีที่สุด เพราะอาชีพโดยตรงของหมอคือให้การรักษา โดยต้องไม่ใช้ลองผิดลองถูก ประมาทปราศจากความระมัดระวังตามพฤติการณ์ของวิชาชีพที่ควรจะต้องทำ ชีวิต อนามัยของมนุษย์ ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาทำแบบขอไปที ไม่ยอมให้ญาติคนไข้มีส่วรนร่วมในการรักษา กลัวว่าถ้าทำตามญาติคนไข้บอกแล้วจะมองว่าตัวเองโง่กว่าคนไข้หรือ ส่วนเรื่องอาสาสมัครกู้ภัย เขาเป็น"อาสาสมัคร" ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพ และการที่เขาให้การช่วยเหลือ ก็ต้องมาดูว่า การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย เขาได้ใช้ความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์ตามสมควรหรือยัง ถ้าใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว ก็ถือว่าไม่ประมาท สำหรับแพทย์ก็เช่นกัน ต องมาพิสูจน์ว่า ได้ใช้ความระมัดระวังให้การรักษาผู้ป่วยอย่างเต็มที่และทำดีที่สุดในสภาวการณ์ พฤติการณ์ของผู้ประกอบวิชชีพที่จะต้องระมัดระวัง แล้วเพียงใดหรือไม่ อย่างไร ทำตาม CPG ถูกต้องแล้วหรือไม่อย่างไร ไม่ใช่มาสืบเรื่อง สุจริตหรือกครับ อาชีพหมอเป็นอาชีพที่มีความรับผิดชอบสูงมาก ค่าตอบแทนความรับผิดชอบจึงสูงตามไปด้วยไงล่ะครับ เงินเดือน ค่าตอบแทนของหมอไม่ใช่ค่าตอบแทนความเก่งกาจ แต่เป็นค่าตอบแทนความรับผิดชอบที่สูงกว่าวิชาชีพอื่นๆ อย่าหาทางปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงความรับผิดกันเลย ปัจจุบันสภาวิชาชีพก็กลับกลายเป็นสมาคมวิชาชีพที่มาปกป้องสมาชิกแทนที่จุควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพและคุ้มครองผู้บริโภคไปเสียแล้ว/กอบพงษ์
โดย: kobphong@yahoo.com [23 มี.ค. 53 12:35] ( IP A:203.157.29.175 X: )
ความคิดเห็นที่ 16
   เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 15 แต่ก็เห็นใจคุณหมอนะค่ะ

เรื่องจริงเป็นอย่างไรเราคงต้องรอการพิสูจน์กันอีกที่

ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อดูแลน้องต่อไปนะค่ะ
โดย: ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย [23 ธ.ค. 53 22:41] ( IP A:61.19.213.42 X: )
ความคิดเห็นที่ 17
   

Tampaknya ada dua Freddie Ljungbergs. Yang satu santai, riang dan spontan - yang lain sangat keras kepala dan ambisius tanpa ampun. "Saya tidak terlalu disiplin," kata pelatih asal Swedia itu, "tapi saya keras kepala seperti beberapa." Pada hari Jumat, pemain berusia 42 tahun itu ditunjuk sebagai pelatih sementara Arsenal https://ligabolainggriss.blogspot.com/2019/07/live-nobar-liga-inggris.html setelah pemecatan Unai Emery, dan tidak ada keraguan Ljungberg akan memasukkan dirinya ke dalam peran barunya. Ini adalah kesempatan sekali seumur hidup untuk mantan gelandang Arsenal dan, seperti biasa, ia akan melakukan segala yang mungkin untuk berhasil. Seperti yang dia katakan dalam wawancara yang sama dengan surat kabar Swedia Dagens Industri: “Sebagai seorang anak saya bisa berbaring di tempat tidur dan tidak melakukan apa-apa selama berjam-jam, tetapi begitu saya memutuskan untuk melakukan sesuatu, besar atau kecil, saya tidak bisa berhenti sampai selesai . Itulah kekuatan pendorong saya, baik atau buruk. " Jalan Ljungberg ke pekerjaan Arsenal belum jelas. Setelah meninggalkan klub pada tahun 2007, ia bermain untuk West Ham, Seattle Sounders, Chicago Fire, Celtic, Shimizu S-Pulse dan Mumbai City sebelum pensiun pada 2014. Awalnya ia tidak memiliki keinginan untuk menjadi pelatih tetapi, tidak seperti beberapa, ia menyadari “ Anda hanya bisa bermain golf begitu banyak ”. Pada 2015 Ljungberg bertanya kepada Andries Jonker, manajer akademi Arsenal saat itu, apakah ia dapat bergabung dengan staf pelatih dan mulai dengan tim U-16 klub.

โดย: Freddie Ljungberg yang ambisius memiliki peluang untuk mempertahankannya di keluarga Arsenal [30 พ.ย. 62 13:05] ( IP A:110.138.149.250 X: )
คลิก เพื่อเปลี่ยนกลับไปแสดงความคิดเห็นแบบเดิม

ชื่อไฟล์รูปห้ามมีอักขระพิเศษ เช่น (#),(<),(>),(&) เป็นต้นค่ะ
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน