ข่าวหมอซ้อมเลขา
   **ผอ.รพ.ซ้อมเลขาน่วมถูกหาว่าโกงเงิน
วันจันทร์ ที่ 09 พฤศจิกายน 2552 เวลา 7:34 น
เนื้อหาข่าว


โรยตัวหนีตายร้องปวีณาช่วย

เลขาสาวร้อง “ปวีณา” ถูกเจ้านายเป็นแพทย์ และเป็นลูกชายอดีต สส. ลงมือซ้อมโหด ทั้งเตะ ต่อย กระทืบ กระดานไวท์บอร์ด มีด ตุ๊กตาไม้ตบตีจนแดงเขียวช้ำทั้งตัว ดวงตาซ้ายขวาช้ำแดงก่ำ กล่าวหาโกงเงินบริษัท ทั้งที่ปฏิเสธไปแล้วไม่ได้ทำ แต่ยังไม่เชื่อเอาตัวไปขังในห้องพักแพทย์ที่ รพ.กระทืบซ้ำอีกรอบจนสะบักสะบอม จนต้องยอมเซ็นชื่อรับสารภาพ เพราะถูกขู่หากไม่รับ จะอุ้มพ่อแม่ไปฆ่าเผานั่งยาง สุดท้ายอาศัยช่วงที่คนเฝ้าเผลอต้องฉีกผ้าปูที่นอน ผูกโรยตัวหนีทางช่องลมในห้องน้ำลงมาได้ “ปวีณา” แจ้ง ผกก.ให้ความเป็นธรรม และจะเรียกตัวแพทย์คู่กรณีมารับทราบข้อกล่าวหา

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 8 พ.ย. น.ส.เจน (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี พร้อมมารดาและญาติ เข้าร้องทุกข์กับนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่า ถูกนายจ้าง ผอ.รพ.และเป็นลูกชายอดีต ส.ส.ทำร้ายร่างกายจนได้ รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้น น.ส.เจนถอดเสื้อให้นางปวีณาดู พบว่าตามลำตัวทั้งแขนขา กลางหลัง มีรอยแดงช้ำไปทั่ว และดวงตาซ้ายขวาสองข้างช้ำแดงก่ำ เส้นเลือดฝอยในดวงตาขึ้นแดงเต็มจนดูน่ากลัว

จากนั้น น.ส.เจนเล่าให้นางปวีณาฟังโดยอ้างว่า ตนทำงานเป็นเลขานุการให้นายแพทย์ลูกอดีต ส.ส.คนดังกล่าวมา 1 ปีเศษ โดยเจ้านายของตนเปิดบริษัทเกี่ยวกับสถานเสริมความงาม ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯท้องที่ สน.ลุมพินี จนเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้านายของตนกล่าวหาว่าตนทำเอกสารปลอมขึ้นมา เพื่อโกงเงินบริษัท ตนไม่ได้ทำจึง ปฏิเสธไป แต่เจ้านายตนไม่เชื่อ ได้ตบตีเตะต่อยกระทืบ ทั้งใช้กระดานไวท์บอร์ด มีด ตุ๊กตาไม้ตบตีจนน่วมไปหมดทั้งตัว และยังพูดขู่อีกว่า หากยังไม่รับสารภาพจะเอาตนกับพ่อแม่ไปฆ่าเผานั่งยางที่ จ.กาญจนบุรี

เหยื่อลูกอดีต ส.ส.โหดอ้างต่อว่า สุดท้ายตนทนโดนซ้อมไม่ไหว อีกทั้งพ่อแม่จะถูกฆ่าตาย เลยยอมเซ็นชื่อรับสารภาพทั้งที่ไม่ได้ทำผิด เจ้านายของตนจึงพอใจนำตัวตนส่ง รพ.ที่ตั้งอยู่กลางใจเมืองกรุงเทพฯเพื่อรักษาตัวในวันที่ 4 พ.ย. และจับตน ขังไว้ในห้องพักแพทย์ใน รพ.ต่อโดยมีชายฉกรรจ์เฝ้าไม่ให้หลบหนี จากนั้นเจ้านายตน ไปตรวจเอกสาร ไม่พบหลักฐานการโกงเงินบริษัท เลยทำให้โกรธแค้นตนอีก บุกเข้ามาในห้องลงมือซ้อมตนอีกครั้ง และจับตนขังในห้องพักแพทย์ชั้น 8 กระทั่งวันที่ 6 พ.ย. ตนสบโอกาสได้ฉีกผ้าปูที่นอน ผูกเป็นเชือกโรยตัวหนีลงมาทางช่องลมในห้องน้ำทางห้องเก็บของชั้น 7 และหนีกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะเข้าร้องทุกข์กับนางปวีณาดังกล่าว

ด้านนางปวีณากล่าวว่า หลังรับเรื่องร้องทุกข์แล้ว ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ. สมประสงค์ เย็นท้วม ผกก.สน.ลุมพินี ท้องที่เกิดเหตุเพื่อแจ้งเรื่องให้ทราบ โดย ผกก.รับปากจะให้ความเป็นธรรม และจะ ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายและแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับจะออกหมายเรียกตัวนายแพทย์คู่กรณีมารับทราบ ข้อกล่าวหาต่อไป.
โดย: เดลินิวส์ [9 พ.ย. 52 8:14] ( IP A:58.8.9.111 X: )
Add to Facebook  Add to Twitter  Add to Multiply  Add to Google  Add to Blogger  Add to Live
ความคิดเห็นที่ 1
   'ENV' Modern Beauty Time

*** st Updated on Friday, 10 July 2009 09:57
Written by Administrator
Thursday, 25 June 2009 12:05

'ENV' Modern Beauty Time ศูนย์ความงามแนวคิดใหม่



เมื่อความทันสมัยของเทคโนโลยีด้านความงามผสมผสานเข้ากับการออกแบบ เกิดเป็นคลินิครูปแบบทันสมัยในสไตล์โมเดิร์นที่สอดแทรกอารมณ์ศิลปินของเจ้าของไว้อย่างลงตัว

จากความฝันที่อยากเป็นหมอและมีคลินิคที่ทันสมัยเต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีแห่งความงามเป็นของตัวเอง ENV จึงถือกำเนิดขึ้นจากจินตนาการของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและความงาม นพ.พรเดชา สุขารมณ์ ผู้บริหารคลินิค รากฐานเดิมจากนักวิศวกรรมรวมกับการเป็นแพทย์ด้านผิวพรรณ บวกกับความชอบด้านศิลปะและดนตรี กลายเป็นส่วนผสมอันลงตัวของการออกแบบคลีนิคความงามที่มีเอกลักษณ์บนชั้น 3 ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อก

'ENV' อ่านว่า เอน-วี่ คือ คลีนิคความงามแนวคิดใหม่ที่คิดค้นมาเพื่อผิวพรรณและร่างกาย ด้วยการนำประสบการณ์ในการรักษาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ในรูปแบบคลินิคที่มีสไตล์เพื่อให้ผู้รักษาได้รับสิ่งดีๆ ด้านความงามกลับไป"เราอยากให้คุณสวยจากภายนอกมาสู่ภายใน คือ ความสวยก็เป็นอย่างหนึ่งที่ทำให้จิตใจมีความสุขได้ และความสุขจะทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น และสุขภาพร่างกายก็จะแข็งแรง" นพ.พรเดชา สุขารมณ์กล่าวถึงแนวคิดในการทำคลินิค

ENV มีที่มาจากคำมา 3 คือ Energy Natural Vital ซึ่งแยกเป็น

E=Energy คือ พลังงานต่างๆ ที่ใช้ในการรักษา ทั้งเลเซอร์ คลื่นความถี่ อัลตร้าซาวด์ ฯลฯ

N=Natural หมายถึง การใช้สารที่มาจากธรรมชาติ เช่น ออกซิเจน ซึ่งนอกจากตัวยาที่มีสารเคมีน้อยแล้ว สารอื่นของที่นี่จะมีที่มาจากธรรมชาติทั้งสิ้น

V=Vital คือ สิ่งที่ต้องการสื่อถึงผู้รักษา หมายถึงการรวมพลังงานกับธรรมชาติแล้วเกิดเป็นความงามที่สร้างความมีชีวิตชีวาให้กับตัวเอง

'ENV' Design

เมื่อโลเคชั่นโดยรวมตั้งอยู่ใจกลางเมือง ในพื้นที่ห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ ENV จึงต้องการสร้างความแตกต่างที่เหนือกว่าคลีนิครักษาทั่วไป โดยยึดแนวคิดที่อยากให้การรักษาความงามเป็นส่วนหนึ่งที่จำเป็นสำหรับร่างกายมนุษย์ หาใช่แค่เพียงป่วยแล้วจึงมาหาหมอ และเมื่อคำนึงถึงผู้รักษาซึ่งส่วนใหญ่เป็นระดับท็อปของสังคมจึงต้องการความพิเศษในการดูแล ที่นี่จึงเน้นความเป็นส่วนตัว ความเงียบสงบ สบาย เรียบง่าย ไม่พลุกพล่าน "ที่นี่เราใส่ใจในบริการและจะดูแลอย่างครบวงจร เป็น One Stop Service ตั้งแต่คุณเริ่มใช้บริการ เรามีทั้งการรักษา Anti-ageing, Beauty Care การทำฟันปลอม เลเซอร์ศัลยกรรม ซึ่งทุกอย่างจะเซฟ ปลอดภัย" นพ.พรเดชา สุขารมณ์ กล่าว โดยรวมแล้วที่นี่ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น เน้นถึงความทันสมัยในด้านการออกแบบและเทคโนโลยีตัวเครื่องซึ่งใหม่และเป็นผู้นำ

เอกลักษณ์ของที่นี้มีรูปแบบคล้ายคลินิคบวกสปา ผู้รักษาจะสัมผัสได้ถึงความผ่อนคลายจากซีดีเพลงที่จัดวางเรียงรายไว้ด้านข้างผนัง เพื่อให้ผู้รักษาสามารถเลือกไปเปิดได้เองตามใจชอบจากเครื่องเสียงภายในแต่ละห้องระหว่างทำการทำทรีตเมนท์หรือใช้บริการ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่แตกต่างจากคลินิคความงามอื่นๆ

ส่วนด้านหน้าออกแบบอย่างมีดีไซน์ ด้วยลักษณะเหมือนกับตาข่ายสกิน แล้วกั้นด้วยกระจกเปิดโล่งเพื่อให้โปร่งสบาย และเพื่อความเรียบง่ายสะอาดตาแต่แฝงด้วยความทันสมัย ภายในจึงใช้โทนสีขาวและทองเป็นหลัก เน้นสเปซ ใส่ลูกเล่นบริเวณผนังไต่ระดับให้เป็นบาร์ออกซิเจนทำให้ดูมีมิติและโดดเด่น และหากพูดถึงฟังก์ชันในการออกแบบ ENV เน้นความง่าย จัดเรียงห้องรักษาอย่างเป็นระเบียบ เริ่มจาก ENValuation room ซึ่งจะทำการประเมินค่าต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์ของไขมันในร่างกาย โปรตีน การโภชนาการ และมวลร่างกาย ด้วยเครื่อง Body Composition ENVanalysis จึงเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยไล่จากห้องทรีตเม้นท์ ไปถึงห้องที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ ห้องเลเซอร์ ซึ่งถูกเชื่อมถึงกันด้วยทางเดินสีขาวภายใน

ทั้งนี้เพื่อตอบสนองปัญหาด้านผิวพรรณที่แตกต่างกันไปของคนไข้แต่ละคน การรักษาจึงต้องอาศัยความใส่ใจและการแก้ปัญหาอย่างตรงจุดจากโปรแกรมที่คิดค้นโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากรพ.ชั้นนำที่หมุนเวียนสลับกันรักษา

" ผมรักษาโดยยึดความใส่ใจและความตั้งใจ เหมือนทำให้เขาซึ่งเป็นญาติเรา ตรงนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่ามันแตกต่างจากคนอื่น ผมไม่เล่นกับคาดหวังของคนมารักษา ทำได้แค่ไหนก็บอกคนไข้ไปตรงๆ จะไม่ให้คนไข้ตั้งความหวังไว้สูงกว่าสิ่งที่มันจะเกิด " นพ.พรเดชา สุขารมณ์กล่าวทิ้งท้าย
โดย: ผ่อนคลาย [9 พ.ย. 52 10:11] ( IP A:58.8.9.111 X: )
ความคิดเห็นที่ 2
   ตอนนี้ได้แต่นั่งมอง
จะดูว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

เซ็งแล้วกับวงการแพทย์น้ำเน่า
(หมอดี ๆ ไม่เกี่ยว)
โดย: ขอนั่งมองนอกวง [9 พ.ย. 52 23:41] ( IP A:58.11.30.39 X: )
ความคิดเห็นที่ 3
   เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความเป็นหมอ คดีทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่ความผิดพลาดทางการแพทย์
โดย: อย่าสับสน [10 พ.ย. 52 8:35] ( IP A:61.7.145.23 X: )
ความคิดเห็นที่ 4
   ข่าวสด
https://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakV3TVRFMU1nPT0=§ionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBd09TMHhNUzB4TUE9PQ==
หมายเรียก-ตื้บเลขา หมอแจ๊ค เจอ2ข้อหาหนัก

แฉผลเอกซเรย์ สาวช้ำแต่ไม่หัก โต้อีก-เปล่าโกง




ออกหมาย - น.ส.อัญชลิตา เรืองโรจน์ เลขาฯ สาว เข้ารักษาอาการบาดเจ็บที่ร.พ.ยันฮี เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ขณะที่ตำรวจสน.ลุมพินี ออกหมายเรียกตัวน.พ.พรเดชา สุขารมณ์ ผอ.ร.พ.เดชา มารับทราบข้อหาทำร้ายและกักขังน.ส.อัญชลิตาแล้ว


ตร.ลุมพินีออกหมายเรียก "น.พ.พรเดชา สุขารมณ์" แล้ว ให้มารับ 2 ข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกาย-กักขังหน่วงเหนี่ยว 12 พ.ย.นี้ ในคดีที่เลขาฯสาวพาร่างกายบอบช้ำร้อง"ปวีณา" กล่าวหากักขังแล้วซ้อมอย่างหนัก เพราะเข้าใจว่าเลขาฯโกงเงิน "ปวีณา"รุดเยี่ยมเหยื่อที่อยู่ในการดูแลรักษาของ ร.พ.ยันฮี ผลเอกซเรย์ยันแค่ฟกช้ำทั่วตัว แต่ไม่มีกระดูกหรือกะโหลกศีรษะแตกหัก กองปราบฯเผยฝ่ายผอ.ร.พ.เอง ก็มาแจ้งความลงบันทึกประจำวัน กล่าวหาฝ่ายเลขาฯไว้ก่อนหน้าแล้ว เหตุเพราะโครงการก่อสร้างคลินิก งบเกินบานปลายจาก 2 ล้านไปเป็นเกือบ 10 ล้าน ก็ยังสร้างไม่เสร็จ ทางด้านนายกแพทยสภาขอให้เหยื่อมา ร้องเรียนกล่าวหา ถ้าผิดจริงโทษอาจถูกพักใบอนุญาต

จากกรณี น.ส.อัญชลิตา เรืองโรจน์ อายุ 24 ปี เลขานุการของน.พ.พรเดชา สุขารมณ์ ผอ. ร.พ.เดชา ลูกชายของอดีตส.ส. น.พ.เดชา สุขารมณ์ เข้าร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวหาว่าน.พ.พรเดชาทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส สาเหตุเกิดจากเจ้านายคิดว่าโกงเงินบริษัท ก็เลยจับซ้อมให้เซ็นรับสารภาพ โดยเหยื่ออ้างถูกทุบมือ เตะ กระทืบ จนตัวน.พ.พรเดชาเองก็บาดเจ็บที่มือ ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 พ.ย. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางเข้าเยี่ยมน.ส.อัญชลิตา เรือง โรจน์ อายุ 24 ปี ที่ห้องพักผู้ป่วยเลขที่ 1838 ชั้น 8 โซน ซี พร้อมสอบถามอาการจากน.พ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลยันฮี น.พ.เกริกยศ ชลายนเดชะ ผอ.โรงพยาบาล และน.พ.วันชัย เยาวลักษณ์ แพทย์เจ้าของไข้

จากนั้น น.พ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประ ธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลยันฮี เปิดเผยถึงอาการน.ส.อัญชลิตาว่า จากการตรวจร่างกายของผู้ป่วย พบว่า มีรอยฟกช้ำที่สะโพก ใบหน้า ดวงตา แขนและขา โดยแพทย์ได้เอกซเรย์ร่างกายทุกส่วนรวมทั้งกะโหลกศีรษะแล้ว ก็ยังปกติดี ไม่พบว่ามีกระดูกส่วนใดแตกหรือร้าวแต่อย่างใด มีแต่เพียงร่องรอยฟกช้ำที่ผิวหนังและกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าว หลังจากนี้จะเฝ้ารอดูอาการอีก 2-3 วันว่าอาการจะดีขึ้นหรือมีอาการกระทบกระเทือนส่วนใดอีกหรือไม่

น.พ.สุพจน์ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องที่ผู้ป่วยมีอาการอาเจียน หรือเวียนหัวนั้น อาจจะเป็นผล กระทบมาจากอาการป่วยหรือบาดแผล อย่างไรก็ตามเท่าที่พูดคุยกับผู้ป่วยก็พบว่า ยังมีสติพูดคุยหรือตอบโต้ได้ดี แต่ผู้ป่วยยังมีอาการหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่เป็นเรื่องปกติของผู้ป่วยที่ถูกทำร้ายร่างกายหนักที่ต้องหวาดระแวงคนแปลกหน้า ซึ่งทางโรงพยาบาลก็ได้จัดให้จิตแพทย์มาคอยพูดคุยกับผู้ป่วยอยู่ตลอด จนผู้ป่วยมีสภาพจิตใจดีขึ้น และอาการหวาดผวาก็หายไป อย่าง ไรก็ตาม หากสังเกตดูแล้วพบว่า ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ก็อาจจะอนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน เพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดกับพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง

ด้านนางปวีณา กล่าวว่า วันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา พ่อแม่ของน.ส.อัญชลิตา ได้เดินทางเข้ามาร้อง เรียนกับทางมูลนิธิ ให้ช่วยตามหาลูกสาว เนื่อง จากหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา จนกระทั่งวันที่ 7 พ.ย.ช่วงค่ำ น.ส.อัญชลิตาก็หนีออกมาได้ในสภาพที่ช้ำไปทั้งตัว และมีอาการหวาดกลัวอย่างหนัก ซึ่งทางมูลนิธิก็ได้ประสานเรื่องแจ้งความที่สน.ลุมพินีแล้ว ก่อนจะพามารักษาตัวที่โรงพยาบาลยันฮี ให้ช่วยดูแลทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ เนื่องจากย่ำแย่พอกัน แต่จากการเอกซเรย์ร่างกายแล้วยังไม่พบอะไรผิดปกติ

นางปวีณา กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้คงต้องให้น.ส.อัญชลิตาพักฟื้นที่โรงพยาบาลสักระยะ แต่คงไม่ต้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลความปลอดภัยแต่อย่างใด เนื่องจากทางโรงพยาบาลมีระบบรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว และฝ่ายคู่กรณีก็คงจะไม่มาทำอะไร ในเรื่องค่ารักษาทางโรงพยาบาลเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนเรื่องทางคดีนั้นต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการตามกฎหมาย ใครผิดใครถูกก็ว่ากันไป ทางมูลนิธิจะดูแลในเรื่องของสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยต่อไป

นายสังกรณ์ เรืองโรจน์ พ่อน.ส.อัญชลิตา เรืองโรจน์ กล่าวว่า ลูกสาวตนไม่ได้เป็นคนโกงเงินแน่นอน การที่ถูกน.พ.พรเดชา หรือนายแจ๊ค สุขารมณ์ ทำร้ายร่างกาย เพื่อบังคับให้เขียนรายชื่อพนักงานที่โกงเงิน หากไม่เขียนก็จะทุบมือ ลูกสาวตนกลัวว่านายแจ๊คจะปลอมเอกสาร โดยก่อนหน้าหลังจากที่ลูกสาวถูกทำร้าย นายแจ๊คได้โทรศัพท์มาหาตนพร้อมขู่ ว่าลูกสาวเป็นคนโกงเงิน ให้เอาเงินมาใช้ให้ขายที่ดินเอาเงินมาใช้คืน เพราะที่ดินเป็นเงินที่ลูกสาวโกงเอามาซื้อ

วันเดียวกัน พ.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ผกก.สน.ลุมพินี กล่าวว่า ภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนน.ส.อัญชลิตา ผู้เสียหายพร้อมมารดา เข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.ยุต ทองอยู่ พนักงานสอบสวน สบ.2 สน.ลุมพินี แล้วก็ได้สอบสวนในเบื้องต้น พบว่าผู้เสียหายมีอาการเนื้อตัวเขียวช้ำบวมซึ่งอาการหนัก โดยผู้เสียหายเล่าว่าถูก น.พ.พรเดชา สุขารมณ์ หรือแจ๊ค ทำร้ายร่าง กายมาจากสถานที่ตามที่เป็นข่าว โดยเบื้องต้นได้เตรียมออกหมายผู้ที่ถูกกล่าวหา เพื่อให้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวดังกล่าว 2 ข้อหาคือ ทำร้ายร่างกาย และหน่วยเหนี่ยวกักขัง ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ จากนั้นพนักงานสอบสวนได้พาผู้เสียหายพร้อมญาติไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ ขณะนี้รอผลการตรวจของแพทย์เพื่อนำมาประกอบสำนวน นอกจากนี้พนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งรอให้ผู้เสียหายอาการดีขึ้นก่อน

ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม รองผบก.ป. เปิดเผยว่า คดีนี้ทราบเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา น.พ.พรเดชา สุขารมณ์ หรือแจ๊ค อายุ 37 ปี ได้เข้ามาขอคำปรึกษา เนื่องจากกำลังประสบปัญหาที่คลินิกเสริมความงามของตัวที่ร่วมหุ้นกับกลุ่มเพื่อนๆ ประมาณ 5-6 คน เปิดขึ้นที่อาคารอัมรินทร์พลาซ่า เพลินจิต หลังจาก เลือกสถานที่ได้แล้วก็ต้องตบแต่งคลินิก ระหว่างการดำเนินงานก็มอบหมายให้นางสาวอัญชลิตา เรืองโรจน์ เลขานุการ เป็นผู้คอยดูแลและจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆทั้งหมด

พ.ต.อ.มนตรี กล่าวต่อว่า ช่วงแรกไม่มีปัญหาอะไร ตามแปลนที่วางกันไว้งบประมาณอยู่ที่ไม่เกิน 2 ล้านบาท ปรากฏว่าหลังจากที่งานตบแต่งทำไปได้ระยะหนึ่งเริ่มประสบปัญหา เนื่องจากค่าใช้จ่ายเกินเลยไปถึงเกือบสิบล้านบาท แต่งานยังไม่เสร็จ ทำให้บรรดาหุ้นส่วนทั้งหมดเริ่มมีปัญหา บางรายถึงขอถอนตัวออกไป น.พ. พรเดชาเองเริ่มมีปัญหาเรื่องการเงินต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ประสบปัญหามากมาย ภายหลังเริ่มกลับมาตรวจสอบข้อผิดพลาดว่าปัญหาเกิดขึ้นจากอะไร เลยนำใบเสร็จๆ ต่างมาดู พบว่ามีใบเสร็จจำนวนมากที่มีการสั่งจ่ายเช็คไปแบบไม่ทราบที่ไปที่มา ไม่รู้ว่าเป็นค่าอะไร

"เลยเรียกน.ส.อัญชลิตามาสอบถาม ซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด มีรายจ่ายจำ นวนหนึ่งที่น.ส.อัญชลิตาไม่สามารถตอบคำถามได้ น.พ.พรเดชา สงสัยว่าจะมีการทุจริตเกิดขึ้น จึงเข้ามาปรึกษา จึงได้แนะนำไปว่าให้กลับไปหาหลักฐานมาให้เรียบร้อย ไม่ทราบเหมือนกันว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ซึ่งในคดีที่น.พ.พรเดชาเข้ามาปรึกษานั้น ยังไม่ได้แจ้งความเป็นคดี เพียงแต่มีการลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น เนื่อง จากผู้เสียหายยังไม่ได้นำหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวน" รองผบก.ป. กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบันทึกประจำวันในคดีดังกล่าว น.พ.พรเดชา สุขารมณ์ อายุ 37 ปี ได้ขอลงประวันไว้เป็นหลักฐานว่า เมื่อปี 2550 ตนกับพวกได้ตกลงจดทะเบียนเปิดบริษัท เอนวี เอสเตติก จัดตั้งอยู่ที่อาคารอัมรินทร์ พลาซ่า ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมเลเซอร์ ปรากฏว่าถูกน.ส.อัญชลิตา เรืองโรจน์ กับพวกยักยอกเงินไปเป็นระยะๆ หลายครั้ง รวมทั้งมีการปลอมลายมือชื่อในเช็คอีกด้วย จึงขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แล้วจะนำหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวนในภายหลัง เพื่อที่จะได้มีการดำเนินคดีต่อไป

ทางด้านศ.น.พ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ผู้เสียหายสามารถร้องเรียนต่อแพทยสภาเพื่อให้เอาผิดกับแพทย์คนดังกล่าวได้ เนื่องจากถือว่ากระทำความผิดตามมาตรา 31 ของพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ที่กำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับแพทยสภา ซึ่งกรณีนี้เข้าข่ายผิดข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2549 ฐานกระทำการเป็นเหตุให้เกิดการเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

"หากแพทย์กระทำความผิดตามที่มีการกล่าวอ้างจริง ถือเป็นการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมาก อาจต้องรับโทษถึงขั้นพักใช้ใบอนุญาต จึงอยากให้ผู้เสียหายมาร้องทุกข์กับแพทยสภา เพื่อเอาผิด ส่วนจะถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตหรือไม่ต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ว่ากระทำการด้วยอารมณ์ชั่ววูบหรือมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า ซึ่งที่ผ่านมา แพทยสภาเคยพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตในกรณีที่แพทย์ฆ่าคนตาย และในแต่ละปีแพทยสภาได้รับการร้องเรียนในลักษณะที่แพทย์กระทำการให้เกิดการเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่จำนวนไม่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการด่าทอหรือทะเลาะวิวาทกับเพื่อนร่วมงาน แพทยสภาก็ได้พิจารณาลงโทษไปตามความเหมาะสม" ศ.น.พ.สมศักดิ์กล่าว

ศ.น.พ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ขั้นตอนดำเนินการของแพทยสภา เมื่อผู้เสียหายยื่นเรื่องร้องเรียน จะส่งเรื่องให้อนุกรรมการจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมหาข้อเท็จจริง ก่อนจะสรุปผลเสนอต่อคณะกรรมการแพทยสภา หากพบว่ามีมูล จะส่งเรื่องต่อให้กับอนุกรรมการสอบสวน ทำการสอบ สวนและเสนอเรื่องกลับมายังคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งผู้ที่กระทำความผิดจริงจะได้รับโทษตั้งแต่ ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกิน 2 ปี และเพิกถอนใบอนุญาต
โดย: มาแล้ว [10 พ.ย. 52 9:56] ( IP A:58.8.12.112 X: )
รายละเอียด :
ชื่อ / e-mail :    แทรกไอคอนน่ารักๆในข้อความ
e-mail :
ส่งอีเมลทุกครั้งที่มีการตอบกระทู้       (ใส่ Email เมื่อต้องการให้ส่ง Email เมื่อมีคนมาโพสในกระทู้)
รูปประกอบ :
.jpg .bmp .gif < 100K
จัดตำแหน่งรูป :
ชิดซ้าย
กึ่งกลาง
ชิดขวา
เสียงประกอบ : .wav .mp3 .wma .ogg < 300K
คลิปวีดีโอ (Youtube) :
ตัวอย่าง : http://www.youtube.com/watch?v=k_ufqno7NaE


CAPTCHA code



คลิกที่นี่เพื่อกลับหน้าบ้าน